ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 6.รับผิดชอบ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 284

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ม.ค. 2564 20:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
6.รับผิดชอบ
แบบอักษร

 

         Boom talk 

         “กรี๊ด!!!” 

         ใครมากรี๊ดอะไรวะ คนกำลังนอนหลับสบายอยู่เลย  

         “เฮ้ย! เงียบๆดิวะ คนจะนอน” ผงกหัวขึ้นมาทั้งที่ตายังปิดก่อนจะล้มลงนอนต่อพร้อมกับกระชับหมอนข้างให้แน่นขึ้น ไม่รู้ว่าผมคิดไปเองหรือเปล่าแต่รู้สึกเหมือนว่าหมอนข้างลูกนี้มีชีวิตเหมือนคนเลย 

         “กรี๊ด!!!” 

         ที่ผมด่าไปเมื่อกี้คือไม่ฟังเลยใช่มั๊ยวะ 

         “เฮ้ย!!” ผมตวาดลั่น ก่อนจะลืมตาขึ้นมาดูไอคนหน้าด้านที่มันบังอาจมารบกวนการนอนกอดหมอนข้างอันแสนนุ่มนิ่มของผม ซึ่งแสงสว่างพร่างพรายคือสิ่งแรกที่รับรู้ ผมขยี้ตาเล็กน้อยเพื่อปรับการโฟกัส กระทั่งใบหน้าของใครบางคนก็เข้ามาสู่จอประสาทตา “ป้าใจ!” เรียกชื่อของคนตรงหน้าประตูอย่างตกใจ ก่อนจะตกใจยิ่งกว่าคือผมกำลังแก้ผ้าอยู่ และที่ตกใจยิ่งกว่าคือหมอนข้างอันแสนนุ่มนิ่มของผม แท้ที่จริงแล้วคือน้องตี้ซึ่งเธอก็ไร้อาภรณ์เหมือนกันกับผม เพราะผมเห็นหลังของเธอและเพื่อไม่ให้เป็นการโป๊เกินไปผมจึงช่วยยกผ้าห่มขึ้นมาปิดแผ่นหลังอันเปลือยเปล่าของคนตัวเล็ก                

         เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นวะ ทำไมผมจำอะไรไม่ได้เลย เท่าที่ผมจำได้จุดสุดท้ายของเราสองคนมันไม่ได้อยู่ตรงนี้นี่นา เพราะเมื่อคืนความทรงจำครั้งสุดท้ายของผมคือตอนที่ผมกำลังจะไปหาไออัด แต่ตอนนั้นผมโดนน้องตี้รั้งเอาไว้จนผมต้องตัวแข็งทื่อเพราะโดนสายตาอันยั่วยวนของเธอ ซึ่งนั้นก็คือความทรงจำครั้งสุดท้ายของผม เพราะหลังจากนั้นผมก็จำไม่ได้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง  

         “ตี้!” ผมเขย่าตัวเรียกคนข้างๆที่ยังคงงัวเงียหลับไม่ยอมตื่น “ตี้!” 

         “อือ” ให้ตายซิ! เธองัวเงียขานรับผมแล้ว “มีอะไรคะ” ร่างเล็กขยี้ตามองหน้าผมอย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะกวาดสายตาไปที่ประตูห้อง “แม่!” 

         “ถ้าตื่นมาแล้วทั้งสองคนก็ช่วยแต่งตัวให้เรียบร้อยด้วย เรามีเรื่องต้องคุยกัน” ป้าใจเอ่ยเสียงเฉียบ ก่อนจะปิดประตูจนดังปัง 

         “เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น ทำไมเราสองคนถึงแก้ผ้าแบบนี้ล่ะ” 

         “พี่บูมจำเรื่องเมื่อคืนไม่ได้เหรอคะ” 

         “เมื่อคืน....เราจริงๆเหรอ” ถึงผมจะเคยเมาจนหัวราน้ำแต่มันก็ไม่เคยมีเลยสักครั้งที่ผมจะจำอะไรไม่ได้เลยอย่างวันนี้ เพราะต่อจะให้เมาแค่ไหนมันก็ต้องมีภาพรางๆผุดขึ้นมาในหัวผมบ้าง แต่นี่ผมไม่มีความทรงจำอะไรเลยมีแต่ความดำมืด 

         “เรารีบใส่เสื้อผ้าลงไปหาแม่เถอะค่ะ อย่าปล่อยให้แม่ต้องโมโหมากกว่านี้เลย” ร่างเล็กลุกขึ้นจากที่นอนพร้อมหอบผ้านวมผืนใหญ่พันรอบกาย ผมมองตามร่างเล็กที่กำลังก้มเก็บเสื้อผ้า ก่อนจะเลื่อนสายตามามองที่ๆที่เธอเคยนอน 

         “!” เชี้ย! เลือด 

         ให้ตายซิ! มันคือเรื่องจริงเหรอวะเนี่ย     

 

         “-__-” 

         เหมือนอยู่ในห้องปกครองที่กำลังโดนคุณครูส่งสายตาพิฆาตหาใส่ ป้าใจยืนกอดอกทำหน้าตาเคร่งขรึมเขามองหน้าผมด้วยลักษณะของสายตาที่ไม่สบอารมณ์อย่างสุดๆ 

         “ป้าอุตส่าห์ไว้ใจให้น้องอยู่กับคุณ ทำไมคุณถึงทำกับน้องแบบนี้” 

         “ผมก็อยากยอมรับเหมือนกันนะครับ แต่ทำไมผมจำไม่ได้เลยว่าเมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้นบ้าง” 

         “พูดแบบนี้คือคุณจะฟันแล้วทิ้ง” 

         “มันไม่ใช่อย่างนั้นนะครับป้าใจ ผมพร้อมจะรับผิดชอบน้องตี้อยู่แล้ว แต่คือผมอยากรู้มากกว่าว่าเมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้น” 

         “เรื่องเมื่อคืนมันเป็นความสมัครใจของเราสองคนเองค่ะแม่” คราวนี้เป็นน้องตี้เปิดปากพูดบ้าง “พี่บูมเขาไม่ได้ขืนใจอะไรหนูเลย” 

         “แล้วทำไมลูกไปยอมเขาง่ายๆอย่างนั้นล่ะ รู้จักกันยังไม่ถึงเดือนเลย” 

         “พี่บูมเขาบอกว่ารักหนู เขาอยากได้ทั้งตัวและหัวใจของหนู” ผมขมวดคิ้วไปมองคนข้างๆ เพราะคำเลี่ยนๆพวกนี้มันไม่เคยอยู่ในหัวผมเลย 

         “ลูกก็เลยยอมเขาง่ายๆอย่างนี้เลยเนี่ยนะ” 

         น้องตี้พยักหน้า “ค่ะ” 

         “เมื่อคืนพี่พูดอย่างนี้กับน้องตี้จริงเหรอ” 

         “ทำไมพี่บูมพูดอย่างนี้ล่ะคะ” เธอถามกลับอย่างน้อยใจ ลักษณะท่าทางของของเธอทำราวกับผมเป็นคนผิดที่ผมตั้งคำถามใส่เธอ “คือพี่จำอะไรไม่ได้เลยจริงๆ” 

         “หนูเสียใจนะคะ” ว่าแล้วน้ำตาที่ไม่รู้มาจากไหนจู่ๆก็รินไหลทำเอาซะผมรู้สึกผิดไปเลย ทั้งๆที่ผมยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมได้ทำไปจริงหรือเปล่า  

         “ดู! ยังไม่ทันเริ่มเลยคุณก็ทำลูกสาวฉันร้องไห้ซะแล้ว” ป้าใจย่อตัวลงไปโอบกอดปลอบลูกตัวเอง เธอตวัดหางตามามองผมอย่างดุๆ “เรื่องนี้คุณต้องรับผิดชอบ” 

         “ผมรับผิดชอบอยู่แล้วล่ะครับ เพราะถึงยังไงผมก็กำลังขอน้องตี้มาเป็นแฟนอยู่แล้ว” 

         “น้องเสียตัวให้คุณไปซะขนาดนี้ คุณจะรับผิดชอบแค่รับน้องเป็นแฟนเนี่ยนะ”  

         “แล้วจะผมทำไงละครับ” 

         “แต่งงาน” 

         “ฮะ!”  

         “ฉันมันคนโบราณ การจะรับผิดชอบเรื่องพวกนี้มันมีแค่ต้องแต่งงานเท่านั้น” 

         บ้า! บ้าไปแล้ว แค่นอนด้วยกันคืนเดียว แถมยังจำอะไรไม่ได้อีก มันทำให้ผมต้องแต่งงานเลยเนี่ยนะ “มันไม่จำเป็นต้องทำเป็นเรื่องใหญ่โตขนาดนั้นเลยนะครับ” 

         “คุณมองความบริสุทธิ์ของลูกสาวฉันเป็นเรื่องเล่นๆเหรอ” ผมว่าป้าใจเนี่ยแหละที่ทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่มากกว่า 

         “น้องตี้เขายังเรียนอยู่เลยนะครับ” 

         “อีกไม่กี่เดือนลูกฉันเขาก็จะจบแล้ว” คือพูดแบบนี้จะยัดเยียดให้ผมแต่งงานกับลูกสาวป้าให้ได้เลยใช่มั๊ยเนี่ย เมื่อเป็นเช่นั้นผมจึงเอียงคอหันไปมองคนข้างๆ เพื่อขอความเห็นจากเธอ ซึ่งผมคิดว่าเธอต้องปฏิเสธแน่ๆ แต่ทว่า... 

         “แม่ว่ายังไงหนูก็ว่ายังงั้นแหละค่ะ” 

         โอ! ไม่ได้ดีขึ้นเลย พระเจ้าช่วยกล้วยทอด 

 

         ผับ TTNRb 

         “....”    

         “เป็นไรวะมึงทำหน้าเป็นหมาหงอยเลย” 

         เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อเช้าผมยังไม่ได้บอกใครเลย ซึ่งถ้าพูดตรงๆนะการแต่งงานมันไม่ได้อยู่ในความคิดของผมเลย เพราะครั้งหนึ่งในชีวิตผมเองก็เคยแต่งงานมาแล้ว  

         “มึงโทรตามกูเพื่อให้กูมาดูมึงนั่งหงอยเป็นหมาเนี่ยนะ” 

         “มึงมีความสุขมั๊ย” เอียงคอหันไปถามไอนาวาหนึ่งในแก๊งผู้ก่อตั้งผับ ด้วยน้ำเสียงที่เอื่อยเฉื่อย “มึงแต่งงานแล้วมีความสุขมั๊ย” 

         “มีความสุขซิไม่มีความสุขแล้วกูจะทนไปทำไม” มันตอบผมอย่างยิ้มๆ ซึ่งสีหน้าของมันแสดงได้ถึงความสุขที่เปี่ยมล้น

         “ตอนแรกมึงไม่ได้อย่างแต่งนี่นา ตอนนี่มึงมีความสุขได้ไงวะ”

         “ก็กูรักเมียกู และเมียกูเขาก็รักกู”

         “แค่รักกันแค่เนี่ยทำให้มึงมีความสุขแล้ว”

         “แหม! พูดง่ายนะมึง ความรักมันไม่ใช่เรื่องเล็กนะโว้ย การจะรักใครสักคนได้มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยและที่ยากยิ่งกว่าคือการที่จะทำให้คนเรารักกลับมารักตอบ สมัยนี่มึงก็เห็นตั้งเยอะไอพวกที่เรียนจบสูงๆต่างก็ตกม้าตายเพราะเรื่องความรักกันทั้งนั้น ดูอย่างพวกมึงซิเป็นตั้งหมอทุกวันนี้ยังเมาหัวราน้ำอยู่เลย” พอไอ้นาวาพูดถึงไออัดมันก็ทำให้ผมฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าเมื่อคืนผมกำลังจะไปหามันอยู่แล้ว เพราะจู่ๆก็โทรมาพูดแปลกๆ มันบอกให้ผมฝากดูแลพ่อแม่มันที มันจะไม่อยู่แล้ว

         “ช่วงนี้ไออัดมันยังได้มากินเหล้าที่ผับเราอยู่เปล่าวะ”

         “ก็มานะกูเห็นล่าสุดเมื่อสองวันก่อน”

         “แล้วเมื่อคืนล่ะ มึงเห็นมันหรือเปล่า”

         “ไม่รู้ซิ! เมื่อคืนเวรไอ้เต้อเฝ้าผับ” พอได้ยินมาอย่างนั้นผมจึงต่อสายตรงไปหาเพื่อนอีกคนทันที ซึ่งไอ้เต้อมันก็คือหนึ่งในแก๊งที่ก่อตั้ง TTNRb เช่นกัน    

         “ฮัลโหล ไอเต้อ เมื่อคืนไอ้อัดได้มาผับเปล่าวะ”

         (ซี๊ด! ไม่มาโว้ย อ่า)

         “มึงจะซี๊ดอ่าทำเชี้ยอะไรกูไม่ใช่เมียมึงนะโว้ย”

         (เออมึงไม่ใช่ แต่กูกำลังเอาเมียกูอยู่ โทรมาขัดจังหวะความสุขกูจริงๆไอ้ห่าราก)

         ความจริงผมก็พอรู้แหละว่ามันกำลังทำอะไรอยู่ แต่พอได้ยินแบบนี้แล้วผมก็อยากจะกวนตีนมันให้เป็นสีสันแก่ชีวิตสักหน่อย

         “ไอบูมมึงเป็นไรวะทำไมมึงดูลุกลนแปลกๆ”

         “ก็เมื่อคืนน่ะซิ ไออัดมันโทรมาฝากให้กูดูแลพ่อแม่ที มันจะไม่อยู่แล้ว”

         “แล้วทำไมมึงไม่ไปหามันตั้งแต่เมื่อคืนล่ะ”

         ผมเงียบไปชั่วอึดใจ เพราะเรื่องเมื่อคืนมันก็ยังเป็นปริศนาแคลงใจที่ผมเองก็ยังไม่รู้เลยว่าระหว่างผมกับน้องตี้เรา...กันจริงหรือเปล่า “กูว่ากูโทรหาแม่ไออัดดีกว่า” ผมเปลี่ยนเรื่องคุย ก่อนจะลุกขึ้นยืนกดรายชื่อโทรหาแม่ไออัด

         “ฮัลโหล! แม่ครับ ไออัดได้ติดต่อแม่มาหรือยังครับ”

         (บูมเหรอลูก)

         “ครับ! ผมบูมเองครับ ผมอยากจะถามเรื่องไออัดหน่อยครับ ตอนนี้มันได้ติดต่อหาแม่ยังครับ”

         (ฮึก!) จู่ๆปลายสายก็ปล่อยเสียงสะอื้น ซึ่งมันทำให้ผมรู้เลยว่ามันต้องมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นแน่

         “แม่ร้องไห้ทำไมครับ”

         (แม่ขอโทษนะที่แม่ไม่ได้โทรบอกบูม พอดีช่วงนี้แม่กำลังยุ่งๆอยู่)

         “แม่ยุ่งเรื่องอะไรครับ” 

         (อัดเขาไม่อยู่กับเราแล้วลูก)

         “!” ผมถึงกับช็อก หัวใจเหมือนกับจะหยุดเต้น ทรุดตัวลงพื้นจนไอนาวารีบถลาเข้ามาดู “นี่มันคือเรื่องจริงเหรอครับ”

         (อัดเขาฆ่าตัวตายเมื่อคืน เขาเขียนจดหมายบอกว่าขอโทษพ่อกับแม่ เขาใช้ชีวิตต่อไปไม่ได้ถ้าเขาไม่มีผู้หญิงคนนั้น)

         “แม่พอจะรู้มั๊ยครับว่าคนที่ทิ้งไออัดไปชื่ออะไร” ผมกัดฟันถามอย่างเคียดแค้นแทนเพื่อนสนิท

         (เห็นอัดเขาเคยบอกแม่มาน่ะว่าแฟนเขาชื่อตี้)

         “!” อีกครั้งที่ผมนิ่งอึ้ง ภาวนาในใจโลกมันคงจะไม่กลมให้เป็นน้องตี้ของผมนะ “แม่พอจะมีรูปผู้หญิงคนนั้นมั๊ยครับ”

         (แม่ไม่มีหรอก แต่ถ้าบูมอยากเห็น บูมไปดูที่ห้องของอัดได้เลย อัดเขาแปะรูปแฟนเขาไว้เต็มห้องเลย)

         “ได้ครับ! ผมจะไปดู”

ความคิดเห็น