email-icon facebook-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : EP.3 You don't know?

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.1k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ม.ค. 2564 15:32 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 600
× 0
× 0
แชร์ :
EP.3 You don't know?
แบบอักษร

 

EP.3 LOVE LIE

พินัยกรรมของยายถูกเปิดทันที ที่พระสวดศพคืนสุดท้ายเสร็จสิ้นลง

" เอาละ มากันครบแล้วเนาะ" ผู้ใหญ่บ้านได้ถือโอกาสเรียกรวมญาติ และให้เกียรติเป็นคน อ่านจดหมายพินัยกรรมที่ยายเป็นคนเขียนทิ้งเอาไว้ โดยมีแกร่วมเป็นพยาน พร้อมกับกำนันคนเก่าอีกคน ที่เป็นพ่อของแกนั้นแหละ

ซึ่งยายเคยเขียนเอาไว้นานมากแล้วจริงๆ ตั้งแต่ฉันยังเป็นเด็ก

" อ่านเลยก็ได้จ่ะ พวกฉันมาพร้อมกันหมดแล้วพ่อผู้ใหญ่" ลุงอินเร่งทางผู้ใหญ่บ้าน จนป้าจันทร์เองยังต้องแอบสะกิดเอาไว้ ฉันก็ยังคงรั่งรอฟังอย่างไม่ได้มีปากมีเสียงอะไร เพราะการจากไปของยายมันไม่ง่ายเลยที่จะทำใจได้ในวันสองวันแบบนี้

" เออๆ ใจเย็นๆไอ้อินเอ๋ย"ผู้ใหญ่ปามเอาไว้ก่อน

"แม่ยายเองเขียนพินัยกรรมเอาไว้แค่สองสามบรรทัดเท่านั้นแหละ " ลุงผู้ใหญ่บ้านกางจดหมายออก ต่อหน้าครอบครัวของฉัน

ลุงอินก็นั่งหน้าบึ้ง แต่ก็ทนรอฟัง จนพยานมานั่งกันครบสามคน

" ข้าพเจ้านางช่อเอื้อง ถ้าเกิดข้าพเจ้าได้จากโลกนี้ไปแล้วในวันใดวันหนึ่ง"

" ทรัพย์สมบัติติดตัวของข้าพเจ้าอันมี บ้านทรงไทยไม่สักภายในที่ดิน เครื่องแต่งกายอุปกรณ์เก่าแก่ของทางนาฏศิลป์ รวมไปถึง โฉนดที่ดิน 20ไร่ อันเป็นที่ดินพื้นใหญ่ที่ส่งต่อมาตั้งแต่ของสามีอันเป็นที่รักของข้าพเจ้า และบรรพบุรุษของฝั่งสามี ที่ดิน20ไร่เริ่มต้นตั้งแต่ ริมแม่น้ำโขงตัดผ่าน เป็นพื้นที่รอยต่อระหว่างสามประเทศ ข้าพเจ้าขอมอบ ส่วนหน้าของที่ดิน ที่เป็นไร่สวนข้าวโพด 10ไร่ให้แก่ นางจันทร์ บุตรสาวของข้าพเจ้าให้เป็นผู้ดูแลสืบต่อไป " ผู้ใหญ่หันไปทางป้าจันทร์ ซึ่งแกก็ยกมือไหว้รูปยายและร้องไห้ออกมาแบบพูดไม่ออก

" ส่วนที่ดินอีก10ไร่ พร้อมกับบ้านทรงไทย และอุปกรณ์ดนตรีไทย และชุดนาฎศิลป์อันล้ำค่าทางจิตใจของข้าพเจ้า "

" ข้าพเจ้าขอยกให้กับ นางสาวเพลงพิณ หลานสาวของข้าพเจ้าทั้งหมด"

" อะไรนะ?" เสียงลุงอินพูดขึ้นเบา

" แล้วผมละ ผมก็หลานยายนะ " เพลิงขึ้นเสียงและโวยวายทันที

" ทำไมผมไม่ได้อะไรเลยว่ะ" เพลิงหันมาชี้หน้าใส่ฉัน

" แม่เองได้ ก็เหมือนเองได้นั้นแหละ ไอ้เพลิง" ลุงผู้ใหญ่บ้านขึ้นเสียงเล็กน้อย

" ที่ดินไร่สวนข้าวโพด ติดทั้งถนนใหญ่ทั้งท่าเรือ " ลุงผู้ใหญ่อธิบายต่อ

" เป็นทั้งทางเข้าทางออก ไม่ใช่ที่ดินตาบอดอย่างที่เพลงพิณมันได้ไป " พอลุงผู้ใหญ่พูดจบ ลูกพี่ลูกน้องจอมหัวร้อนของฉันถึงยอม หยุดโวยวาย

" ไม่รู้อะไรก็เงียบๆไว้ เป็นเด็กไม่ต้องยุ่ง "ป้าจันทร์หันไปดุๆลูกชายตัวเอง

"และที่ดิน ข้าไปแบ่งโฉนดมาให้พวกเอ็งหมดละ มาเซ็นต์รับๆกันไปตามพินัยกรรมระบุไว้ "

"ยายเองจะได้ตายตาหลับสักที " ผู้ใหญ่บ้านยื่นกระดาษให้ฉัน และพูดอย่างภาษาชาวบ้านๆ

" เพลงพิณมันก็ดูแลยายมันมาอย่างดี จนวันสุดท้ายที่แม่เอ็งมีลมหายใจ "

"ข้าว่าเอ็งคงไม่คิดว่า พินัยกรรมมันไม่ยุติธรรมหรอกนะ นังจันทร์ " ผู้ใหญ่ออกปากพูดขึ้นทำให้ ลุงอินและเพลิงไม่กล้าพูดอะไร

ฉันหลบตาป้าจันทร์ และนั่งสงบนิ่งเพราะรู้สึกว่าทุกคนเริ่มมองฉันเปลี่ยนไปจริงๆ

" ฉันจะไปอิจฉาอะไรมันละ จ่ะ พ่อผู้ใหญ่"

" นังพิณมันก็หลานฉัน เห็นมันมาตั้งแต่เด็กๆ " ป้าจันทร์มองฉันทั้งน้ำตา

ฉันก็ทำได้แค่นั่งทำตัวไม่ถูกกับสถานะการณ์ในตอนนี้

เพราะว่า ฉันก็ได้รับส่วนแบ่งมรดก ครึ่งต่อครึ่งกับลูกสาวแท้ๆ อย่างป้าจันทร์ ฉันยังคิดเลยว่า ยายยกให้ฉันมากเกินไปด้วยซ้ำ

" โถ้เว้ย เสียงเวลาเล่นไพ่ชิบหาย "เพลิงสบถออกมาก่อนจะเดินออกไปทันที อย่างกะฟัดกะเฟียด

" เอ็งก็คุยกับหลานรักเอ็งไปแล้วกัน " ลุงอินเมินใส่ฉัน ก่อนจะคว้าโฉนดในมือของป้าจันทร์และเดินออกไปอีกคน

" ยายจากไปแล้ว เอ็งก็ดูตัวเองดีๆนะเพลง " ป้าจันทร์พูดขึ้นหลังจากรับโฉนดที่ดินนั้นไป

" จ่ะป้า " ฉันพยักหน้ารับ

ป้าจันทร์ดูกะอักกะอวนเหมือนมีอะไรจะพูดแต่แกก็เก็บเอาไว้ ไม่ได้ปริปากออกมาแต่อย่างไร

ในงานวันเผาศพของยายอันเป็นที่รักยิ่งของฉัน..

" หนูมาส่งยายได้เท่านี้นะคะ " ฉันพูดทั้งน้ำตา ก่อนจะวางดอกไม้จันเป็นคนสุดท้าย

" ถ้าชาติหน้ามีจริง ขอให้หนูได้ทดแทนบุญคุณของยายอีกนะ " ฉันยกมือไหว้น้ำตาอาบสองแก้ม

ควันไฟที่พ่นออกมาจากเตาเมรุ สีดำค่อยๆจางเป็นสีเทาและหายวับไปบนท้องฟ้า

ไม่นาน สัปเหร่อก็เอาเถากระดูกของยาย ใส่อัฐิมามอบให้ฉัน

" ยายเอ็งไปดีแล้ว เกิดแก่เจ็บตายเป็นเรื่องธรรมชาตินังหนูเอ๋ย" ลุงสัปเหร่อพูดให้กำลังใจ

" ขอบคุณนะคะ ลุงที่ช่วยเรื่องงานครั้งสุดท้ายของนาน" ฉันยกมือไหว้แกอย่างเคารพ

ฉันนำอัฐิและรูปของยาย ไปวางไว้ในวัด ข้างๆกับของคุณตาที่จากไปนาน ก่อนที่ฉันจะเกิดซะอีก

" ยายจ๋า" ฉันเผลอร้องไห้คิดถึงท่านอย่างอดไม่ได้

ฉันแนบใบหน้าลงกับรูปอย่างคิดถึงท่านสุดใจ

......

.......

" จริงๆเธอไม่ควรร้องไห้นะ "

"เพราะคนตายจะไปอย่างเป็นทุกข์ " เสียงของชายแปลกหน้าคนนั้นที่เดินมายืนข้างๆฉันตอนไหนก็ไม่รู้ได้ วันนี้เขายังคงใส่สูทและสวมแว่นตากันแดดที่มืดสนิท

" คุณ? " ฉันแอบตกใจอยู่ไม่น้อย

แต่เขาได้ยื่นผ้าเช็ดหน้า สีดำสนิทให้กับฉัน

" ไม่เป็นไรค่ะ" ฉันส่ายหน้าและเอามือปาดน้ำตาแบบลวกๆ

แต่ขณะที่เขากำลังจะเดินจากไป ฉันอดไม่ได้ที่ถามไปอย่างสงสัยว่าเขาคือใครกันแน่..

" ขอถามได้มั้ยว่า คุณมาทำอะไรที่งานศพของยายฉัน? " ฉันเอ่ยถามเขาไปตามตรง เพราะแน่นอนว่าเขาไม่ใช่คนที่นี้ ไม่ใช่คนพื้นที่ ไม่ใช่คนต่างจังหวัดและบ้านนอกเหมือนฉันแน่ๆ

เจ้าตัวหยุดชะงักและหันกลับมาทางฉันเล็กน้อย

" ฉันไม่ได้ตั้งใจมางานศพใคร " ผู้ชายคนนั้นตอบกลับมาด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง

" แล้ว คุณมาทำอะไรกัน?" ฉันถามอย่างไม่เข้าใจเพราะ งานของยายส่วนใหญ่ก็คือชาวบ้านแถวๆนี้ แขกไม่ได้เยอะขนาดที่จะนับจำนวนไม่ได้

" ป้าเธอบอกว่าหลังเสร็จงานเผาศพ จะพาฉันไปดูที่ดินทั้งหมด " เขาตอบก่อนจะขยับแว่นตากันแดดแบรนด์หรู

" ฉันก็เลยมารออยู่แถวนี้" เขาพูดและมองไปรอบๆพลางดูนาฬิกาตัวเองไป

" พาไปดูทำไม?" ฉันถามไปแบบงงๆ

" หรือว่าคุณอยากจะมาเหมาซื้อพวกผลไม้ในสวน ไปขาย?" ฉันถามไปอย่างคล้องใจ และใบหน้าที่สับสน

แต่อีกฝ่ายก็ขมวดคิ้วกลับมา

" เธอไม่รู้ หรือแกล้ง..ไม่รู้?" เขาถามด้วยใบหน้าที่เรียบนิ่ง

" คะ?" ฉันยิ่งงงหนักกว่าเดิม

" ป้าเธอไม่ได้บอกหรอ ว่าตกลงจะขายที่20ไร่ให้กับฉัน?" ประโยคที่คนตรงหน้าพูดทำเอาฉันหน้าชาไปเลย

" ไม่จริง คุณเอาอะไรมาพูด" ฉันส่ายหน้าแบบ ไม่เชื่อสิ่งที่เขาพูด

" หวังว่าครอบครัวเธอจะไม่ทำให้ฉันเสียเวลาเรื่องงานไปมากกว่านี้นะ " คนตรงหน้า ถอดแว่นตากันแดดด้วยอาการฉุนเฉียว

" วุ่นวายตั้งแต่รุ่นยาย ยัน.." เขาบ่นแบบเบาๆ และถอนหายใจใส่หน้าฉัน

" ป้าจันทร์ไม่มีทางขายที่ดินของยายให้คนอื่นแน่ๆ "ฉันมองรูปของยายและพูดออกไป

" เธอมั่นใจมั้ย ว่ารู้จักคนในครอบครัวตัวเองดี?"

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว