email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 34

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 194

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ธ.ค. 2563 15:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 34
แบบอักษร

“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะท่านฌอน ข้าสามารถทำงานต่อได้เจ้าค่ะ” เธอได้แต่ก้มหน้าแล้วพูดออกไป แต่ภายในใจร้อนรุ่มเต็มไปด้วยไฟความรัก ฌอนที่ได้ยินก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนที่จะพูดออกมาอย่างรู้สึกที่ขัดใจ

“เจ้าอย่าดื้อซิ.. ทำตัวเป็นเด็กๆไปได้ เจ้าไม่เห็นหรือว่าพวกเด็กๆเองก็โตแล้ว.. สามารถทำงานแทนเจ้าเกือบทุกอย่างแล้ว ถ้าเจ้ายังฝืนทำงานต่อ เด็กๆจะสบายใจที่เจ้าทำอย่างนั้นไหมเล่า.. ไปๆอย่ามาดื้อ” ฌอนพยุงแบบโอบไหล่ของโรสไว้ แล้วเดินเข้าไปยังสถานรับเลี้ยง โดยมีสายตาหลายคู่มองมาที่เขา และโรส

“ช่างเป็นคู่ที่เหมาะสมกันจริงๆ.. ข้าทนดูไม่ไหวแล้ว อ๊าย” หญิงสาวคนหนึ่งได้กล่าวออกมา นางน่าจะชอบเรื่องการจิ้นฟินจนจิกหมอนอย่างแน่นอน แต่ก็มีเสียงของใครบ้างคนดังขึ้นมา

“ข้าล่ะ ได้ข่าวมาว่าท่านฌอนมีภรรยาแล้ว ตอนนี้ค้าขายแทนท่านฌอนอยู่ที่ร้านโน่นนะ” หญิงสาวกลุ่มเดียวกันกล่าวออกมา

“แล้วยังไงล่ะ คนอย่างท่านฌอน ถ้าเขามาชอบข้า ภรรยาน้อยคนที่98 ข้าก็ยอมหรอก อ๊าย เขินแทนนางโรสนั่นเสียจริง” หญิงสาวตัวประกอบคนแรกกล่าวออกมาอย่างฟินๆกับภาพตรงหน้า

“เห้อ.... ก่อนจะทำอย่างนั้น ผ่านท่านมีเรียให้ได้ก่อนเถอะ นางยิ่งออกตัวแรงมากขนาดนั้น” หญิงสาวตัวประกอบที่สองก็ถอนหายใจออกมา และก็คีบมาม่าทานต่ออย่างไม่ได้สนใจอะไร

 

ในเวลาเดียวกัน ณ จวนของเจ้าเมือง

“ข้าต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว ไม่อย่างนั้นข้าจะสูญเสียท่านฌอนไป” มีเรียกล่าวออกมา ขณะที่กำลังเดินไปทั่วสวนหลังจวน เธอคิดไปคิดมาว่าจะทำอย่างไรดี หรือว่าจะใช้วิธีรวบหัวรวบหางให้มันจบๆ หรือว่าจะวางยาให้ท่านปล้ำนางกันดี

“โอ๊ย!! คุณหนูเจ้าคะ เลิกเดินไปเดินมาได้แล้วเจ้าค่ะ ข้าเวียนหัวไปหมดแล้ว” สองสาวใช้คนสนิทก็กล่าวออกมาอย่างกลุ้มใจ

“พวกพี่ก็ช่วยข้าคิดซิ ข้าจะทำยังไงกับนางโนตมนั้นดี” มีเรียกล่าวออกมาอย่างร้อนใจ

“โถ่วๆ คุณหนูเจ้าคะ ก็คุณแนนซี่เธอออกจะงดงามซะขนาดนั้น ผมสีเหลืองทอง ใบหน้าดูอวบอิ่ม ริมฝีปากได้รูป จมูกเรียวงาม ดวงตาสองชั้นเป็นประกาย รูปร่างยั่วยวนขนาดนั้น ไหนจะโนตมหน้าอกหน้าใจที่เหมือนวัวนมนั้นอีก ที่พูดมามันดีกว่าคุณหนูทุกตรงเลยเจ้าค่ะ” สาวใช้กล่าวออกมาอย่างยืดยาว แต่มีเรียไม่ได้สนุกด้วยเลยแม้แต่น้อย

           

“นี่พวกพี่จะช่วยข้าหรือซ้ำเติมข้ากันเนี้ย.. อยู่พวกใครกันแน่ เห้อ... มันหงุดหงิดจริงๆ” มีเรียกล่าวออกมา แต่มันก็ไม่พ้นหูของท่านพ่อของเธอที่กำลังแอบฟังอยู่

“โอ้วว!! ลูกรักของข้างุดหงิดอย่างนี้หาได้ยากจริงๆ อยากได้คำแนะนำจากพ่อหรือเปล่าล่ะ” มอรัสซัสกล่าวออกมา

“ไม่ต้องมายุ่งเรื่องของข้าเลย ท่านพ่อ เหอะ” เธอกล่าวออกมา มันไม่ได้เป็นตัวตนของเธอเลยแม้แต่น้อย มีเรียที่ไม่เคยได้มีความรักแบบชายหญิง จากที่เคยดูถูกความรัก และไม่เคยได้เสียใจอะไรกับมัน แต่กลับทำให้เธอเสียอาการไปหมด

“จริงๆ ข้าก็มีแผนจะช่วยเจ้าอยู่หรอกนะ ... แต่ช่างเถอะ ข้าขอเตือนเจ้าไว้อย่างนะลูกรัก โปรดอย่าได้หลงลืมไป แม่ของเจ้าก็ยังเป็นแค่สามัญชนคนธรรมดา แต่สิ่งที่ข้าหลงรักแม่ของเจ้า มันไม่ใช่ที่หน้าตา แต่เป็นจิตใจของนางเอง...” เจ้าเมืองพูดถึงตรงนี้ก็หันหลังเตรียมที่จะเดินจากไป ก่อนจะพูดประโยคหล่อๆออกมา

 

“ผู้ชายน่ะไม่ชอบหรอกนะ ผู้หญิงที่เอาแต่ถามหรือจับผิดเขา... ถ้าเขาจะรักเขาจะรักที่นิสัยของผู้หญิงคนนั้น.. ตอนนี้เจ้าทำตัวเหมือนกับนางอิจฉาในละครหลังข่าวไปได้..” จากนั้นเจ้าเมืองก็ร้องเพลงออกมา มันเป็นเพลงที่ฮิตมากในยุคนี้

“ถ้าเขาจะรัก ยืนเฉยๆเขาก็รัก... ถ้าเขาจะรักไม่ต้องทักเขาก็ถาม….” เจ้าเมืองร้องเพลงจนเดินเข้าไปภายจวนแล้ว แต่เพลงนี้มันยังวนเวียนอยู่ภายในใจของมีเรีย มันทำให้เธอเริ่มตั้งสติ และเธอคิดได้แล้วว่า

“ถึงข้าจะรักในสิ่งที่เขาเป็น ... แต่ถ้าท่านรักข้าในตอนนี้.. ท่านก็รักในสิ่งที่ไม่ใช่ตัวข้า ข้าจะเลิกทำเป็นคุณหนูไม่เป็นตัวเองอย่างนี้อีก และข้าแสดงนิสัยจริงๆให้ท่านรับรู้เอง หากถึงตอนนั้นท่านยังไม่รักข้า ข้าก็ยินดีที่จะจากไป...” (ได้โปรดเข้าใจมีเรียด้วยเถอะนะ ผู้อ่าน จากไรต์)

 

อีกมุมมองหนึ่ง (แนนซี่)

ตัวของข้านั้นมาจากโลกๆหนึ่งที่ชื่อว่า โลก Magic ในวันหนึ่งที่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด เหตุผลที่ข้าต้องมาเป็นทาสของระบบนั้น ก็เพราะว่า ในโลกของข้ามีสงครามที่เกิดขึ้นเพื่อแย่งชิงอาณาจักรกัน ตอนนั้นเองหลังจากสงครามเกิดขึ้นได้ไม่นาน สวรรค์ก็ประทานความหวังมาให้พวกเราชาวอาณาจักรมารีน นั่นก็คือ ผู้กอบกู้นามว่า ‘หลงเฟย’

 

ภัยพิบัติต่างๆเกิดขึ้นมากมาย สี่จตุรอาชาแม่ทัพจากดินแดนทมิฬบุกทำลายอาณาจักรของเรา นำสัตว์อสูรนานาชนิดบุกทำลาย และเข้าตีเมืองหลวง ในขณะเดียวกันยังมีโรคระบาดร้ายแรงตามมา และไม่นานก็เกิดการขาดแคลนอาหาร ความหิวโหยขยายไปทั่วราชอาณาจักร

 

แต่ท่านผู้กอบกู้ ‘หลงเฟย’ ก็ได้เสกอาหารออกมาจากความว่างเปล่า และสามารถช่วยเหลือผู้คนได้มากมาย แต่ข้าก็ไม่อาจรอดชีวิตจากสงครามครั้งนี้นั่นเพราะ จตุรอาชาคนสุดท้ายนั้นก็คือ ‘ความตาย’ ชายโหดเหี้ยมผู้มีผิวกายสีม่วงอมชมพู มันแค่ดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว สรรพสิ่งที่มันมองเห็น ณ ตอนนั้นก็สลายหายไปกลายเป็นฝุ่นในที่สุด

 

ตัวข้าได้เข้าช่วยเหลือท่านหลงเฟย โดยนำร่างกายของตัวเองไปบดบังสายตาของความตายได้ทันเวลา ไม่อย่างนั้นผู้กอบกู้ที่เป็นความหวังเดียวของอาณาจักรจะต้องดับสูญไป ตัวของข้ารักชายผู้นี้อย่างสุดหัวใจ.. ข้าทำได้เพียงแต่ยิ้มให้กับเขา และกล่าวความในใจก่อนที่จะไม่ได้กล่าวออกมาอีก แล้วก็สลายหายไป

“ข้า..รักท่าน...หลงเฟย”

 

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนตัวข้าที่ล่องลอยอยู่ในความมืดมิด ก็ได้ยินเสียงของใครบางคนดังก้องกังวาน

“เจ้าคือดวงวิญญาณที่ไม่สามารถกลับไปยังโลกนั้นได้... แต่ข้ามีข้อเสนอมาให้กับเจ้า หากเจ้าอยากไปเจอกับชายคนที่เจ้ารัก.. ก็จงทำตามข้าเถอะ” แน่นอนว่าข้าได้ยินไม่ผิด มีใครบางคนหรืออำนาจบางอย่างเอ่ยขึ้นกับข้าอย่างนั้น

“ให้ข้าทำอะไร ข้าก็ยอมทั้งนั้น... ได้โปรดเถอะท่านผู้มีอำนาจ.. ขอข้าได้พบกับชายผู้เป็นที่รักด้วยเถอะ” ข้ากล่าวออกไปอย่างนั้น และนั่นก็เป็นสิ่งสุดท้ายที่ข้าได้กล่าวออกไป ก่อนที่ข้อมูลบางอย่างจะไหลเข้ามาสู่สมองของข้า และข้าก็กลายมาเป็นสาวใช้ให้กับท่านฌอน... แต่เราทั้งสองก็เหมือนเป็นเพื่อนกันมากกว่า ท่านฌอนให้เกียรติ์ข้าอย่างดี และไม่เคยกดขี่ข้าเลยสักนิด

ท่านฌอนขอให้ข้าเรียกท่านเหมือนเพื่อนตั้งแต่วันแรกที่พบกัน แต่ข้อมูลในสมองของข้ากลับไม่ยอมให้ตัวข้าทำเช่นนั้น.. และหน้าที่ของข้าในตอนนี้มีเพียง นั่งเฝ้าร้านค้าของท่าน โดยที่ไม่ต้องทำอะไรเลย

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว