ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 5.เผด็จศึก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 389

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 06 ม.ค. 2564 20:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
5.เผด็จศึก
แบบอักษร

 

         “แบมแบมว่าลุงหล่อมั๊ยครับ” 

         ถามอย่างยิ้มแย้มแต่หลานชายตัวแสบของผมนั้น “ไม่งับ” 

         คำตอบของหลานชายทำเอาคนทั้งโต๊ะหัวเราะลั่น โดยเฉพาะพ่อของมันที่หัวเราะดังกว่าใคร 

         “ฮ่าๆๆ”  

         ลืมบอกไปตอนนี่ผมกำลังอยู่ในงานวันเกิดของหลานชาย ซึ่งหลานชายของผมนั้นคือลูกของน้องชายผมเอง แต่เราเป็นน้องชายกันคนล่ะแม่ อายุของผมกับไอบอล(ชื่อน้องผม) จึงห่างกันเพียงแค่สามอาทิตย์ และเนื่องจากเป็นวันพิเศษของลูกมัน ไอบอลมันเลยชวนคนในครอบครัวไปกินข้าวที่บ้านมัน  

         “ผลไม้มั๊ยคะพี่บูม” 

         บีม เมียไอ้บอลยื่นจานผลไม้มาให้เป็นของหวานหลังจากที่พวกเราเพิ่งทานอาหารกันเสร็จ เหล่าปู่ย่าและยายที่เห่อหลานยิ่งกว่าใครจึงอุ้มแบมแบมหลานรักไปแกะของขวัญอยู่ที่โซฟากลางห้องโถง ซึ่งตอนนี้บนโต๊ะอาหารมันจึงมีเพียงแค่ผมและไอบอล ส่วนบีมก็กำลังจะตามไปดูของขวัญลูกอีกคน  

         “ขอบคุณครับ” ผมรับจานผลไม้จากบีมตามมารยาทซึ่งเธอก็ยิ้มตอบก่อนจะเดินออกไปดูลูกที่โซฟาและการกระทำของผมมันจึงทำให้ไอ้น้องชายตัวดีนั่งแยกเขี้ยวใส่ เพราะผู้หญิงคนที่ผมเคยแอบรัก เธอคนนั้นก็คือเมียไอ้บอลนี่แหละ    

         “จะหึงอะไรนักหนาวะ กูไม่ได้ชอบบีมแล้ว” ผมว่า 

         “แล้วมึงจะคุยกับบีมทำไม” 

         “เอ้า! ก็เค้าถามกู กูก็ต้องตอบเค้าเปล่าวะ” 

         “มึงก็ไม่เห็นจำเป็นตอบพูดกับบีมทุกคำถามก็ได้ ไอสันขวาน” 

         “พี่บอล!” เพราะพูดจาไม่เพราะมันเลยเจอเมียเอ็ด ไอบอลก็เลยจ๋อยตามระเบียบ  

         “กลัวเมียเหรอวะมึง” ผมแซว 

         “กูไม่ได้กลัว”  

         “ไม่ได้กลัวแล้วมึงจะจ๋อยทำไม” 

         “ก็....กู....” ไอบอลนั่งอ้ำอึ้งพูดไม่ถูกก่อนจะตัดบทลุกหนีไปหาลูกมัน “มึงไม่เป็นกูมึงไม่เข้าใจหรอก”  

         ผมได้แต่ส่ายหัวแล้วยกยิ้มให้กับความปากแข็งของมันที่ไม่เคยเปลี่ยนเลยจริงๆ  

         Rrrr 

         ‘น้องตี้’ 

         จากที่ยกยิ้มอยู่แล้ว ผมกลับยิ้มยิ่งกว่าเก่า เพราะชื่อที่โชว์หราอยู่บนหน้าจอมือถือมันทำให้ผมยิ้มจนปากจะฉีกเลย 

          “ฮัลโหลครับน้องตี้” 

          (พี่บูมว่างหรือเปล่าคะ) 

          “น้องตี้มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ” 

          (พ่อกับแม่ของหนูเขาไปทำธุระที่ต่างจังหวัดน่ะค่ะ) น้องตี้เกริ่นมาแบบนี้ผมก็นั่งไม่ติดเลยซิครับ (ถ้าพี่บูมไม่มีธุระอะไรพี่บูมช่วยมาอยู่เป็นเพื่อนหนูหน่อยได้มั๊ยคะ) น้องตี้พูดยังไม่ทันจบดี ความว่องไวที่มีอยู่อัตโนมัติส่งผลให้ผมรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้หยิบกุญแจรถออกจากกระเป๋ากางเกงอย่างทันที 

          “บูมจะไปไหนลูก ไม่อยู่เป่าเค้กหลานก่อนเหรอ” แม่เอ่ยถามเมื่อผมกำลังจะเดินไปถึงประตูบ้านแล้ว ซึ่งคนทั้งบ้านต่างก็หันมามองผมตามๆกัน 

          “มีงานด่วนเข้ามาน่ะ แม่” 

          “งานอะไร” คราวนี้เป็นเสียงเข้มของพ่อที่ถามผม 

          “มันเป็นงานที่ผับผมเอง ไม่ใช่งานของบริษัทเราหรอกครับ” 

          “งั้นก็แล้วไป”  

          Rrrr 

          เสียงริงโทนที่ดังแทรก ผมจึงขอตัวแยกออกมาแล้วกดรับในขณะที่กำลังจะเดินไปที่รถ 

          “พี่กำลังจะไปแล้วครับน้องตี้” เพราะรีบกดรับผมจึงไม่ได้มองว่าใครโทรมา (นี่แม่อัดเองบูม) 

          “แม่!” โพล่งเสียงออกมาอย่างตกใจ เพราะถึงผมกับคนในสายเราจะมีเบอร์ติดต่อกันก็จริง แต่ผมกับคนในสายซึ่งก็คือแม่ของไออัด เรายังไม่เคยโทรคุยกันเลยสักครั้ง ซึ่งนี่คือครั้งแรกที่ผมได้คุยกับแม่ไออัดผ่านทางโทรศัพท์ “แม่โทรหาผมทำไมครับ” 

          (อัดเขาได้อยู่กับบูมหรือเปล่า) 

          “ไม่นะครับ ผมไม่ได้ติดต่อกับไออัดมาหลายวันแล้ว แม่มีปัญหาอะไรหรือเปล่าครับ” 

          (อัดเขาหายไปไหนก็ไม่รู้ แม่ติดต่อเขาไม่ได้มาสามวันแล้ว) 

          “อัดมันอาจจะนอนเข้าเวรอยู่ที่โรงบาลก็ได้นะครับแม่” 

          (แม่ติดต่อไปทางโรงพยาบาลแล้วทางนั้นเขาก็บอกแม่ว่าอัดลาพักร้อน)  

          “ถ้าอย่างนั้นไออัดมันคงไปเที่ยวพักผ่อนมั้งครับแม่ ช่วงนี้มันอกหักอยู่นี่นา” 

          (แม่ก็อยากคิดอย่างนั้นเหมือนกัน แต่มันแปลกมากเลยนะปกติอัดจะไปไหนเขาต้องโทรบอกแม่ตลอด แต่นี่มันเงียบมากเขาไม่ติดต่ออะไรแม่เลย) 

          “ผมว่ามันคงอยากจะอยู่เงียบๆ ไม่อยากพูดคุยกับใคร เอาไว้ให้มันทำใจได้เดี๋ยวมันก็กลับมาเองครับ” 

          (บูมคิดอย่างนั้นเหรอลูก) 

          “ครับ คนอย่างไออัดมันไม่คิดสั้นหรอกครับแม่” 

          (ถ้าอย่างนั้นแม่ก็สบายใจขึ้นหน่อย) 

          “แม่ไม่ต้องเครียดไปหรอกครับ สบายใจหายห่วงได้แน่นอน” ผมพูดเพื่อไม่ให้แม่ไออัดคิดมาก แต่ความจริงในใจผมนั้น.... 

          หายไปไหนของมึงวะ ไอห่าราก   

        นี่คือสิ่งที่ผมคิดตอนคุยกับแม่ไออัด แต่เพราะกำลังคุยอยู่กับผู้ใหญ่การพูดคำพวกนี้ออกไปมันจึงเป็นสิ่งไม่สมควรอย่างยิ่ง นึกแล้วก็หงุดหงิดชิปเป๋งแค่ผู้หญิงคนเดียวมันจะเสียใจอะไรนักหนาก็ไม่รู้ ถ้ามันกลับมาเมื่อไหร่นะผมจะขอดูหน้าผู้หญิงคนนั้นสักหน่อยเหอะหน้าตาจะสวยแค่ไหนกัน เล่นเอาจากหมอกลายเป็นหมาเลย และแถมไม่ใช่แค่หมาธรรมดานะ หมาขี้เรื้อนอีกต่างหาก 

 

          Tee talk

          “วันนี้ต้องทำให้สำเร็จนะ รู้มั๊ย  ถ้าไม่สำเร็จ เดือนหน้าเตรียมหาที่อยู่ใหม่ได้เลย”  

           คำขู่ของแม่เลี้ยงมันทำให้ฉันยังคงจำขึ้นใจ เพราะบ้านที่กำลังจะหายไป ฉันจึงต้องรีบออกเผด็จศึก ซึ่งวันนี้พ่อก็ไม่อยู่ด้วยไปฟอกไตที่โรงพยาบาลส่วนแม่ก็ไปเฝ้าพ่อ ตอนที่ไปหาหมอพ่อก็ค่อนข้างแปลกใจนิดหนึ่ง เพราะตั้งแต่ที่พ่อต้องนอนโรงพยาบาลแม่ไม่เคยไปเฝ้าพ่อเลย วันนี้คือวันแรกและใช่! ทุกคนก็น่าจะเข้าใจว่าทำไมแม่ถึงยอมไปเฝ้า 

           เพราะวันนี้คือวันที่ฉันจะเสียตัว? 

           “จะเก็บซิงไว้ทำไม เก็บไว้ชิงโชคหรือไง”  

           “แต่หนูยังไม่พร้อมนี่คะ” 

           “ไม่พร้อมก็ต้องพร้อมได้แล้ว ไอพวกผู้ชายมันชอบกันจะตาย คนที่ยังบริสุทธิ์แบบเธอ” 

           “แล้วถ้ามันไม่สำเร็จล่ะคะ” 

           “สำเร็จยังไงมันก็ต้องสำเร็จอยู่แล้ว ฉันมั่นใจร้องเปอร์เซ็นต์”    

 

          แกร็ก! 

           “^^”

           พี่บูมมาเร็วเกินคาด ฉันเปิดประตูยิ้มรับก่อนจะเดินนำพาร่างสูงให้เข้ามานั่งที่โซฟาหน้าทีวี

           “บ้านของน้องตี้ตกแต่งน่ารักดีนะครับ”

           “แม่ของหนูเป็นคนจัดการเองหมดเลยค่ะ”

           ตอนที่แม่ทำฉันอาจจะยังจำความไม่ได้ เพราะตอนนั้นฉันยังเล็ก แต่พ่อเป็นคนเล่าให้ฟังว่าแม่เป็นคนจัดการตกแต่งทุกสิ่งทุกอย่าง  ซึ่งมันก็ออกมาน่ารักแบบสไตล์วินเทจพาสเทลซึ่งเป็นอะไรที่ฉันชอบมากและฉันเองก็คงยอมไม่ได้หากบ้านของพ่อกับแม่จะตกไปเป็นของคนอื่น

           “ขับรถมาเหนื่อยๆพี่บูมดื่มน้ำก่อนซิคะ”      

           “ขอบคุณนะครับ” พี่บูมรับน้ำเปล่าจากฉันก่อนจะดื่มทีเดียวจนเกือบหมดแก้ว “น้ำที่บ้านน้องตี้หวานอร่อยถูกใจพี่มากเลย”

           “^_^”เขาพูดโอเว่อร์ไปหรือไปแต่เพื่อมารยาทที่ดีงามฉันควรยิ้มให้กับคำชมของพี่บูม “พี่บูมทานอะไรมาหรือยังคะ เดี๋ยวหนูจะได้ทำอาหารให้”

           “พี่ทานมาแล้วล่ะครับ แต่ไม่รู้ทำไมพี่อยากเห็นน้องตี้ทำอาหารจัง”

           “งั้นให้หนูทำให้มั๊ยคะ”

           “ไม่ต้องหรอกครับ เอาไว้โอกาสหน้าดีกว่า เราสองคนยังต้องอยู่กันอีกนาน”

           “....” ทำไมเขาพูดเหมือนรู้อนาคตเลย

           “หาว!” พี่บูมหาวก่อนจะขยี้ตาเล็กน้อย “แอร์ที่บ้านน้องตี้เย็นดีนะครับ ปกติพี่ไม่เคยง่วงนอนตอนสองทุ่มเลย”

           “ถ้าพี่บูมง่วง พี่บูมขึ้นไปนอนที่ห้องหนูก่อนก็ได้นะคะ”

           “ได้ยังไงล่ะครับ พี่มาอยู่เป็นเพื่อนน้องตี้พี่จะมาชิงหลับก่อนได้ยังไง”

           “งั้นพี่บูมกินขนมแก้ง่วงมั๊ยล่ะคะ พี่บูมจะได้ไม่ง่วงนอน”

           “ก็ดีครับ แต่พี่ขอล้างหน้าหน่อยเหมือนตาจะปิดแล้วยังไงก็ไม่รู้”

           “ได้ค่ะ เดินตรงไปแล้วก็เลี้ยวซ้าย” พอฉันบอกทางจบพี่บูมเขาก็ลุกไปเข้าห้องน้ำ ส่วนฉันก็เดินไปหยิบถุงขนมในห้องครัว ซึ่งในขณะนั้นเสียงริงโทนจากโทรศัพท์มือถือมันก็ดังขึ้น ฉันเดินกลับมานั่งที่เดิมแต่ก็ไม่ได้คิดจะกดรับ เพราะเสียงริงโทนนั้นมันมาจากมือถือพี่บูม

           “น้องตี้ใครโทรมาเหรอครับ” พี่บูมตะโกนถาม เพราะพี่บูมก็เพิ่งจะออกมาจากห้องน้ำพอดี ฉันเลยชะเง้อมองรายชื่อบนหน้าจอ

           “!”เกิดอาการชะงักเล็กน้อยเพราะรายชื่อที่โชว์หราบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือของพี่บูมมันทำให้ฉันตกใจ

           ‘ไอหมออัด’

           “ไออัดนี่เอง” พี่บูมเดินมาคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดู ก่อนจะหันมาพูดกับฉัน “เดี๋ยวพี่ขอออกไปคุยโทรศัพท์ข้างนอกหน่อยนะ” ฉันพยักหน้า พี่บูมจึงเดินออกไปหน้าบ้าน ฉันชะเง้อมองเล็กน้อยพร้อมกับภาวนาในใจขออย่าให้เป็นอย่างที่คิดเลย

           คนที่ชื่ออัดแล้วเป็นหมอมันไม่ได้มีคนเดียวสักหน่อย 

        ราวห้านาทีที่พี่บูมเดินออกไปคุยโทรศัพท์ ก่อนจะกลับมาด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดราวกับมีเรื่องปางตาย 

          “มีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ”

          “เพื่อนพี่มีปัญหาน่ะ พี่ว่าพี่ต้องออกไปคุยกับมันหน่อย”

          “จะไปตอนนี้เลยเหรอคะ”

          “อือ ต้องไปเดี๋ยวนี้เลย พี่ขอโทษนะน้องตี้แต่พี่ต้องไปแล้วจริงๆ” ไม่ได้นะถ้าเขาไปแผนฉันมันก็ล่มน่ะซิ

          “พี่บูมไม่ไปไม่ได้เหรอคะ หนูไม่อยากอยู่คนเดียว” พี่บูมทำหน้าลำบากใจ เขาเท้าสะเอวมองหน้าฉันอย่างคนคิดหนัก “งั้นเอาอย่างนี้มั๊ยน้องตี้ไปกับพี่ แล้วเดี๋ยวเสร็จธุระพี่จะพากลับมาส่งที่บ้าน”

          ไม่ว่าจะเลือกทางไหน มันก็ไม่มีทางใดที่อยู่ในแผนของฉันกับแม่เลี้ยงเลย

          “พี่บูมคะ” ฉันเดินเข้าไปหาร่างสูง ใช้สายตาสะกดนิ่งที่ซึ่งมีไว้ใช้สำหรับเครื่องกดเงินเท่านั้น ฝ่ามือฉันมันลูบไล้กายแกร่งอย่างช้าๆ เรียกอารมณ์ไม่ให้เขาหนีไปไหนได้ ก่อนจะค่อยๆเลื้อยลงพร้อมกับร่างกายตัวเองที่ต่างก็ย่อลงตามฝ่ามือตัวเองไปด้วย

          “นะ น้องตี้ จะทำอะไรครับ”

          “พี่บูมจะไปจริงเหรอคะ”

          “....”  

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++ 

ตอนนี้มีแอบโปรโมทผลงานเรื่องเก่าด้วย 555+ 

ใครที่อยากเห็นความเคยเป็นคนดีของพี่บูม 

สามารถไปติดตามอ่านได้ที่เรื่อง'บอลหลงเมีย'ได้เลยค่ะ 

เรื่องนี้มีทั้ง อีบุ๊ก และในเว็บจบทุกตอน 

ใครชอบสายไหนก็ตามได้ที่สายนั้นได้เลย 

(อึบุ๊กเรื่องบอลหลงเมียมีขายแค่เฉพาะใน meb เท่านั้นเด้อ) 

ความคิดเห็น