ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Episode 32 (END)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 13.8k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 05 ม.ค. 2564 19:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Episode 32 (END)
แบบอักษร

สี่ปีผ่านไป...

ครอบครัวไอรินและพีระวัฒน์ใช้ชีวิตกันอย่างมีความสุข เป็นครอบครัวที่อบอุ่นและเต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของปู่ย่าตายาย โดยมีลูกชายตัวน้อยที่เป็นส่วนเติมเต็มให้กับชีวิตของพวกเขา ไอรินและพีระวัฒน์มีแพลนจะฉลองวันครบรอบแต่งงานสี่ปีของเขากับเธอที่เชียงใหม่ เลยเป็นโอกาสดีที่จะไปเยี่ยมเพื่อนเก่าอย่างภาคินายุและเชิญมาร่วมงานฉลองด้วยกัน

ทางด้านภาคินายุหลังจากที่เขาเดินทางมาทำงานใช้ทุนบวกกับเรียนแพทย์เฉพาะทางที่โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่งในภาคเหนือจนใกล้จะครบกำหนดแล้ว เพราะเขาตัดสินใจแล้วว่าจะไปทำงานที่โรงพยาบาลเอกชนในกรุงเทพ

"วันนี้มาแต่เช้าเลยนะคะคุณหมอ"คำกล่าวทักทายของพยาบาลประจำแผนกอายุรกรรม

"พอดีวันนี้ผมมีนัดตรวจอาการคนไข้สองคนครับ"

"คุณหมอนี่เป็นคนขยันมากเลยนะคะ ตั้งแต่วันแรกที่เจอกันยันวันสุดท้ายเลย"พยาบาลสาวกล่าวชม ทุกคนในโรงพยาบาลต่างก็รู้ดีว่าเขาเป็นคนที่เก่งกาจมีความสามารถมากและเป็นที่ยอมรับของทุกคน อีกทั้งเขายังขึ้นชื่อว่าเป็นอายุรแพทย์ที่ิมีอายุน้อยที่สุดก็ว่าได้

"ขอบคุณครับ"เขายิ้มกลับไป

"แล้วนี่คุณหมอตั้งใจว่าจะทำอะไรต่อคะ แต่งงานหรือว่าเรียนต่อแพทย์ผู้ช่วยคะ"

"ผมว่าจะทำงานก่อนสักพักแล้วค่อยเรียนต่อแพทย์ผู้ช่วยน่ะครับ"ความตั้งใจของเขาคืออยากเป็นอาจารย์หมอที่คอยสอนและให้ความรู้กับแพทย์และพยาบาล

"ปกติเห็นแพทย์ที่ใช้ทุนเสร็จต่างก็กลับไปทำโรงพยาบาลเอกชนไม่ก็แต่งงานกับแฟนสาว มีน้อยมากที่ตั้งใจจะเรียนต่อจนจบเฉพาะทางแบบหมอ"

"งั้นเหรอครับ"

"แล้วอย่างนี้แฟนคุณหมอเธอโอเคเหรอคะ"

"เธอเองก็คงอยากให้ผมมีชีวิตที่ดีขึ้น..."เขายังคงเชื่อเสมอว่าเธออยากจะให้เขาได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรักและหวังให้เขามีชีวิตที่ดีมีหน้าที่การงานมั่นคง

"อิจฉาคุณหมอจังเลยนะคะ ที่มีแฟนรักและเข้าใจในงานที่คุณหมอทำแบบนี้ ถ้าแต่งเมื่อไหร่บอกด้วยนะคะ"

"ผมเองก็รอเธออยู่เหมือนกันครับ..."

"..."

"ไม่รู้ป่านนี่เธอจะให้อภัยผมหรือยัง..."

เขาพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าส้อย นี่ก็ผ่านมาหลายปีแล้วแต่เขาไม่ได้รับการติดต่อจากเธอเลย และก็ไม่มีใครยอมบอกเรื่องเธอให้เขารู้สักคน

"พราวเป็นกำลังใจให้นะคะคุณหมอ ขอให้คุณหมอกับแฟนคืนดีกันเร็วๆนะคะ"

"ขอบคุณนะครับ"

"ถ้างั้นพราวขอไปดูคนไข้ก่อนนะคะ"

"ครับ"

หลังจากที่ตรวจคนไข้เสร็จในตอนบ่ายคิวเขาก็ว่างแล้ว เขาเลยขับรถกลับมาบ้านของตัวเองเพื่ออาบน้ำแต่งตัวเตรียมไปงานฉลองครบรอบของไอรินและพีระวัฒน์

"กลับมาแล้วเหรอลูก"สาววัยกลางคนเอ่ยทักลูกชายเมื่อเห็นเขาเดินเข้ามาในบ้าน

"ครับแม่"

"ทานอะไรมาหรือยังลูก"คนเป็นแม่เอ่ยถามอย่างเป็นห่วง ตั้งแต่เขากลับมาเชียงใหม่เธอรู้สึกว่าลูกชายเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลย ดูพูดน้อย นิ่งขรึม และไม่ค่อยยิ้มเหมือนแต่ก่อน ทำเอาคนเป็นแม่เฝ้าเป็นห่วงอยู่หลายครั้ง

"ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวค่อยทานตอนเย็นทีดียวเลย"เขาบอกพลางส่งยิ้มให้และเดินพาแม่ไปนั่งที่โซฟา

"ว่าแต่เย็นนี้ลูกจะออกไปไหนงั้นเหรอ"เธอถาม

"ผมว่าจะชวนแม่ให้ไปงานเลี้ยงครบรอบแต่งงานของรินด้วยกันน่ะครับ"

"อ๋อ...หนูรินที่เป็นแฟนเก่าลูกใช่มั้ย ตอนนี้เธอเป็นยังไงบ้างล่ะสบายดีหรือเปล่า"

"เธอสบายดีครับแถมมีลูกชายแล้วด้วยคนนึง"แม้ว่าจะไม่ได้เจอกันแต่ทั้งสองรนก็ยังคงตามข่าวกันอยู่เรื่อยๆ

"แล้วลูกล่ะ เมื่อไหร่จะมีครอบครัวกับเขาสักที"

"ก็ผมยังอยากอยู่ดูแลแม่ไปเรื่อยๆแบบนี้นี่น่า"

"พอเลยไม่ต้องเอาแม่มาอ้าง อีกอย่างตอนนี้แม่เองก็มีคนดูแลแล้ว ลูกเองก็ควรหาคนมาดูแลได้แล้วนะ"เมื่อสองปีก่อนแม่เขาได้แต่งงานใหม่กับเศรษฐีพ่อหม้ายเจ้าของไร่ชาที่ใหญ่ที่สุดในภาคเหนือ เรียกได้ว่าตอนนี้เขากลายเป็นลูกชายมหาเศรษฐีไปในพริบตา แต่ถึงสถานะทางบ้านจะเปลี่ยนไปแต่เขาก็ยังคงใช้ชีวิตแบบเดิม โดยการไม่อวดร่ำอวยรวยในชื่อเสียงเงินทองที่ได้มา แถมตอนนี้เขาก็ไม่ต้องเป็นกังวลแล้วว่าเขาจะไม่มีเวลาคอยดูแลแม่ผู้บังเกิดเกล้า เพราะมีคนมาทำหน้าที่นั้นแทนเขาแล้วและก็ทำได้ดีเกินคาดเสียด้วย

"ว่าแต่ไม่มีหมอหรือพยาบาลสาวคนไหนถูกใจลูกสักคนเลยเหรอไงกัน"คนเป็นแม่เอ่ยถาม

"ไม่มีหรอกครับ"เขาพูดพลางส่ายหน้าตอบกลับไป

"หรือว่าลูกยังรอผู้หญิงคนนั้นอยู่..."คนเป็นแม่เอ่ยถาม ปกติแล้วเขาไม่เคยมีความลับกับแม่ตัวเอง ไม่ว่าเรื่องอะไรเขาก็เล่าให้เธอฟังหมดทุกเรื่อง รวมถึงเรื่องของมายุตาด้วย

"ครับ..."เขาพยักหน้ายอมรับ

"แล้วถ้าเธอไม่กลับมาแล้วล่ะ ลูกไม่ต้องรอแบบนี้ไปตลอดชีวิตเลยเหรอ"

"..."เขานิ่งเงียบไปพักนึง

"ผ่านมาสี่ปีแล้วนะลูก เผื่อใจเอาไว้บ้างก็ดีนะ"

"ผมสัญญากับเธอเอาไว้แล้วครับ ยังไงผมก็จะรอ"

"อืม แม่รู้ว่าคงไปห้ามอะไรลูกไม่ได้หรอก"

"ขอบคุณนะครับที่เข้าใจผม"

"จ้ะ จริงสิแม่ลืมไปเลยว่าเย็นนี้มีนัดแล้วน่ะ คงไปงานเลี้ยงฉลองกับลูกไม่ได้แล้วล่ะ ยังไงก็ฝากยินดีกับหนูไอรินแทนแม่ด้วยนะ"

"ได้ครับ"เขาพยักหน้าก่อนจะขอตัวเดินขึ้นไปบนห้องนอนของตัวเองเพื่อเตรียมอาบน้ำแต่งตัวไปงานเย็นนี้

หลังจากที่เขามาถึงที่โรงแรมจัดงานเลี้ยงก็รีบนำของฝากไปร่วมแสดงความยินดีกับทั้งสองคน

"ขอบใจที่มาร่วมงานนะคิน"ไอรินบอกอย่างดีใจ

"ยินดีด้วยนะ"เขายิ้มให้เธอ

"งั้นเชิญตามสบายเลยนะ รินขอตัวก่อน"

"อืม"เขาพยักหน้ารับ

บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยความคึกครื้นสนุกสนาน แต่เขาก็ได้แต่แอบหวังอยู่ในใจว่าจะได้พบกับคนที่เขารอคอย

"ไง...ดื่มด้วยกันหน่อยมั้ย"เสียงจากทางด้านหลังเอ่ยขึ้นทำให้เขาหันกลับไปมอง

"รุ่นพี่..."

"ฉันได้ข่าวมาว่านายจะกลับไปทำงานที่กรุงเทพ"ขุนพลเอ่ยถามก่อนจะนั่งลงข้างๆเขา

"ใช่ครับ"

"ฉันยังยืนยันคำเดิมนะว่าโรงพยาบาลของฉันต้องการอายุรแพทย์เก่งๆอย่างนาย"ขุนพลบอก

"ขอบคุณสำหรับโอกาสนะครับรุ่นพี่"

"แล้วนายจะว่าไงล่ะ"

"ผมจะลองดูครับ"เขาตอบรับกลับไป ก่อนจะนั่งดื่มเหล้ากับขุนพลหมดไปหลายต่อหลายแก้ว ไอรินเห็นว่าเขาดื่มหนักมากจึงไม่อยากให้ขับรถกลับไปคนเดียวเพราะมันอันตราย เธอเลยเตรียมห้องพักที่โรงแรมไว้ให้เขา

แกร๊กๆ

เขาเสียบคีย์การ์ดก่อนจะเดินเข้ามาในห้องชุดที่เปิดไฟสว่างจ้าไปทั่วห้อง แต่แล้วสายตาของเขาก็พลันไปเหฺ็นกระเป๋าเสื้อผ้าผู้หญิงที่วางอยู่ปลายเตียงอย่างงงๆ เพราะเขามั่นใจว่าเข้ามาไม่ผิดห้อง

ทางด้านมายุตาที่แอบกลับมาอย่างเงียบๆโดยไม่ได้บอกใครนอกจากไอริน เธอหลีกเลี่ยงงานเลี้ยงฉลองตอนหัวค่ำเพื่อขึ้นห้องมาอาบน้ำพักผ่อน แต่ทว่าพอเปิดประตูห้องน้ำออกมาก็เจอกับร่างสูงที่ยืนอยู่ปลายเตียง

"นาย..."

"คุณ..."

ทั้งสองสบตากันก่อนจะนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ สายตาเรียวคมไล่มองไปยังเรือนร่างขาวผ่องที่นุ่งแค่ผ้าขนหนูผืนเดียวก่อนจะกลืนน้ำลาย เมื่อรู้สึกตัวว่าถูกจ้องมองมายุตาก็รีบเดินไปหยิิบเสื้อคลุมมาสวมทับเอาไว้ทันที

"นายเข้ามาทำอะไรในห้องฉัน"เธอเอ่ยถาม

"นี่ห้องคุณเหรอ"เขาถามย้อนกลับไป

"ก็ใช่น่ะสิ"เธอบอกพร้อมกับชูคีย์การ์ดให้เขาดู

"ผมก็มีคีย์การ์ดเหมือนกัน"ว่าแล้วเขาก็ชูให้เธอดู

"มันจะเป็นไปได้ไงก็ฉันจองห้องนี้ไว้ตั้งแต่บ่ายแล้วนี่น่า ทำไมพนักงานถึงยังเอาคีย์การ์ดมาให้นายอีก"

"รินเป็นคนให้คีย์การ์ดอันนี้กับผมเอง"

"ว่าไงนะ"มายุตานึกไม่ถึงว่าไอรินจะทำแบบนี้

"รินคงอยากให้เราได้เจอกันมั้ง"

"งั้นนายนอนห้องนี้ละกัน เดี๋ยวฉันไปนอนห้องอื่น"เธอพูดตัดบทก่อนจะตรงไปเก็บเสื้อผ้า แต่เขาตามมากอดเธอเอาไว้จากด้านหลัง

"คุณรังเกียจผมมากถึงขนาดไม่อยากนอนห้องเดียวกับผมเลยเหรอ..."เขาพูดขึ้นด้วยความน้อยใจ

"เปล่านะ"เธอปฏิเสธเพราะทำตัวไม่ถูก

"สี่ปีที่ผ่านมาคุณคิดถึงผมบ้างหรือเปล่ามายด์"ภาคินายุจ้องหน้าเธออย่างคาดหวังในคำตอบ

"ฉันไม่รู้ว่าฉันต้องคิดถึงนายในฐานะอะไร"

"ที่ผ่านมาการกระทำของผมมันยังไม่ชัดเจนอีกเหรอ ผมเฝ้ารอผู้หญิงคนหนึ่งมาตลอดสี่ปี ทำทุกอย่างให้เป็นคนที่คู่ควรเหมาะสมกับคุณ ถ้าไม่ใช่เพราะรักผมคงไม่ทำขนาดนี้..."

"..."

"บอกผมทีได้มั้ยว่าผมดีพอสำหรับคุณหรือยัง"เขาคว้ามือเธอมากอบกุมเอาไว้เบาๆ

"..."

"ผมรู้ดีว่าไม่มีสิทธิ์อะไรไปรั้งคุณไว้ แต่ว่าผมก็ยังอยากที่จะอยู่กับคุณ ได้โปรดอย่าไปจากผมเลยนะ..."

"ฉัน..."

"อยู่กับผมนะมายดฺ์..."เขาดึงตัวเธอเข้ามากอดอย่างแนบชิดด้วยความคิดถึง

"อืม"เธอพยักหน้าเบาๆ

"ผมรักคุณมายด์"เขาพูดพร้อมกับสบตาเธอ

"นายช่วยบอกรักฉันอีกทีได้มั้ย"เธอเอ่ยขอร้อง

"ได้...ให้ผมบอกรักคุณทั้งคืนก็ยังได้เลย"พูดจบเขาก็โน้มหน้าลงมาจูบเธออย่างอ่อนโยน ก่อนจะผละออกห่างไปเพียงไม่กี่เซนเพื่อจ้องมองใบหน้าเธออีกครั้ง

"ผมรักคุณ"

"ฉันก็รักนายเหมือนกัน"เธอบอกก่อนจะเป็นฝ่ายแนบริมฝีปากเข้าหาเขาโดยอัตโนมัติ เขาก็จูบตอบเธอกลับไปเช่นกัน ก่อนที่รสจูบจะเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นดูดดื่มขึ้นเรื่อยๆตามอารมณ์ของทั้งสองคน

"ฮือ..."ร่างของมายุตาถูกดันให้นอนราบลงกับเตียงนอนอย่างช้าๆ ในขณะเดียวกันกับที่เขาพรมจูบไปทั่วใบหน้าอ่อนหวานจากนั้นก็เริ่มไล้ริมฝีปากไปตามเรือนร่างขาวผ่องด้วยความคิดถึงและโหยหามาตลอด

ร่างกายสอดประสานเป็นหนึ่งเดียวกันด้วยความรักและกอบกุมฝ่ามือเข้าไว้ด้วยกันอย่างอบอุ่น ก่อนที่ทุกอย่างจะดำเนินต่อไปภายใต้บรรยากาศที่เป็นใจจวบจนกระทั่งแสงไฟในห้องเริ่มดับลงอย่างช้าๆ

ทางด้านไอรินและพีระวัฒน์ที่หลังจากเสร็จงานเลี้ยงและยืนส่งแขกกลับจนหมด ก็พากันกลับมาพักผ่อนที่ห้องพักที่จองเอาไว้

"พี่พีร์ว่าสองคนนั้นจะคืนดีกันมั้ยอ่ะ"ไอรินเดินมานั่งลงที่เตียงนอนข้างพีระวัฒน์

"แล้วเราไปยุ่งอะไรกับเขาด้วยฮะ"เขาหันมาถาม

"ก็รินอยากให้พวกเขาคืนดีกันเร็วๆนี่"

"ปล่อยให้เขาเคลียร์กันเองเถอะ"

"อืม"เธอพยักหน้าอย่างเข้าใจ

"มานี่มา..."เขามองดูใบหน้ามุ้ยๆของภรรยาก่อนจะเรียกเธอเข้าไปนอนกกอยู่ในอ้อมกอด

"ลูกเราหลับแล้วเหรอ"

"หลับแล้วค่ะ รินให้พี่เลี้ยงคอยดูอยู่ค่ะ"

"งั้นคืนนี้เรา...."เขาพูดพลางไล่สายตามองเธอ

"ทะลึ่ง! ทำไมพี่ถึงได้หื่นแบบนี้เนี่ย"

"ก็มีเมียสวยขนาดนี้ใครจะไปอดใจไหว"พูดจบเขาก็หอมแก้มเธอฟอดใหญ่

"พี่พีร์"เธอแห้วใส่

"นะครับ...ขอลูกสาวอีกคนหนึ่ง"

"เรื่องแบบนี้เราเลือกได้ที่ไหนกัน"

"เลือกได้สิ พี่มีเทคนิค"เขายักคิ้วให้เธอ

"เทคนิคอะไรของพี่"เธอชักจะเริ่มหวาดระแวง

"ก็พี่อ่านเจอในหนังสือว่าถ้าอยากได้ลูกผู้หญิงให้ทำถี่ๆทำหลายๆท่า..."เขาพูดพลางยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์

"ทะลึ่งอ่ะพี่พีร์!"ไอรินหน้าแดงก่อนจะอายม้วนหนีเข้าไปใต้ผ้าห่มผืนใหญ่ เขาจึงไม่รอช้ามุดเข้าไปตามเธอ ทั้งสองคนหัวเราะคิกคักกันอย่างมีความสุข ก่อนที่เธอจะโดนสามีอย่างเขาหลอกล่อและกลั่นแกล้งตลอดทั้งคืน...

มายุตาตื่นขึ้นมาในอ้อมกอดของเขาในตอนเช้า เธอไล่สำรวจมองดูใบหน้าเขาอย่างถี่ถ้วน ใบหน้าหล่อเหลานั้นมีรอยคล้ำรอบดวงตาบ่งบอกถึงการอดหลับอดนอน เธอรู้ว่าที่ผ่านมาเขาต้องพยายามอย่างหนักมากเพื่อที่จะเป็นหมอที่ได้รับการยอมรับนับถือ และเธอรู้สึกภูมิใจที่เขาทำมันได้สำเร็จแล้วด้วยตัวของเขาเอง

"คุณตื่นเช้าจัง..."

"เช้าอะไรนี่จะเก้าโมงแล้วนะ"

"ไม่ต้องรีบหรอกวันนี้ผมไม่มีงาน คุณนอนพักต่อเถอะ เมื่อคืนได้นอนแค่นิดเดียวเอง"เขาบอกอย่างเป็นห่วงเพราะเมื่อคืนเขารังแกเธอหนักไปหน่อย

"แต่ฉันหลับไม่ลงแล้วล่ะ"เธอบอก

"จริงสิ...ผมลืมถามคุณไปเลย"

"ถามอะไรเหรอ?"

"คุณจะอยู่ไทยนานมั้ย"

"ฉันตั้งใจจะกลับมาลงหลักปักฐานอยู่ถาวร"

"พูดจริงหรือเปล่า"เขายิ้มดีใจ

"อืม ฉันเคลียร์เรื่องสัญญากับทางบริษัทเรียบร้อยแล้วน่ะเลยตั้งใจกลับมาอยู่ไทย"

"ต่อไปนี้ผมก็ไม่ต้องทนคิดถึงคุณแล้วสิ"

"ขนาดนั้นเลยเหรอ"

"คุณไม่รู้หรอกว่ามันเป็นสี่ปีที่ทรมานมากสำหรับผม..."เขาพูดด้วยนัยน์ตาเศร้าหมองเพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่มีวันไหนเลยที่เขาไม่คิดถึงเธอ

"ฉันก็กลับมาอยู่ตรงหน้านายแล้วไง"

"แค่นี้ไม่พอหรอก"

"แล้วนายจะให้ฉันทำยังไง"

"แต่งงานกับผมนะมายด์"เขาเงยหน้าสบตากับเธออย่างจริงจังและจริงใจ ทำเอาเธอนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ

"เราแต่งงานกันนะ"

"อืม"เธอพยักหน้า

"อืมนี่คือแต่งหรือไม่แต่ง"เขาแกล้งหยอกเธอ

"ก็ต้องแต่งอยู่แล้วสิ"เธอบอกพลางส่งยิ้มให้ ก่อนที่เขาจะโน้มหน้าเข้ามาจูบเธอเบาๆอยู่สองสามที จากนั้นก็ผละออกแล้วคว้าตัวเธอเข้ามานอนกอด

"วันนี้เราทำอะไรกันดีล่ะ คุณอยากไปเที่ยวที่ไหนมั้ย ในเชียงใหม่นี้มีที่เที่ยวเยอะเลย"เขาบอก

"ไม่รู้สิ ฉันไม่ค่อยรู้จักเลย"

"เดี๋ยวผมพาคุณเที่ยวเอง"

"ขอบคุณนะ"เธอยิ้มหวานให้

"เปลี่ยนจากคำขอบคุณเป็นอย่างอื่นได้มั้ย"เขาบอกก่อนจะชี้ไปที่แก้มขวาของตัวเอง

"ก็ได้ๆ"เธอยื่นหน้าเข้าไปจูบ แต่ทว่าเขากลับหันหน้ามาพอดี ทำให้ริมฝีปากของทั้งคู่ประกบกันอย่างแนบสนิท และไวกว่าความคิดเขาพลิกตัวขึ้นไปนอนทับอยู่บนร่างเล็กในทันที ในที่สุดเธอก็ตกหลุมพรางเขาจนได้

ช่วงสายของวันภาคินายุก็พามายุตาไปทานข้าวกับแม่ของเขาก่อนจะพาเธอไปเที่ยวและซื้อของในตัวเมืองเชียงใหม่ ส่วนไอรินและพีระวัฒน์ก็พากันไปเดินเล่นชมวิวไร่สตรอเบอรี่ของโรงแรม พวกเขาต่างก็เดินจับมือกันไม่ยอมปล่อย สวีทหวานปานน้ำผึ้งเดือนห้าก็ว่าได้

"เวลาผ่านไปเร็วจริงๆเลยว่ามั้ย..."พีระวัฒน์หยุดเดินก่อนจะหันไปพูดกับไอรินที่อยู่ข้างกาย

"นั่นสิคะ..."เธอพยักหน้าเห็นด้วย

"ครบรอบสี่ปีแล้วนะที่เราแต่งงานกัน"เขาบอก

"ไม่อยากจะเชื่อเลยนะคะว่าพวกเราจะมีวันนี้ได้ ทั้งที่เมื่อก่อนพวกเราเกลียดขี้หน้ากันจะตายไป"

"ยังจำวันแรกที่เราเจอกันได้มั้ย"เขาเอ่ยถาม

"จำได้สิคะ ใครจะไปลืมลง"เธอพูดติดตลก

"ถ้าย้อนกลับไปได้พี่ก็อยากกลับไปแก้ไขมัน อยากกลับไปแก้ไขในสิ่งที่พี่เคยทำไม่ดีกับเธอไว้..."

"..."เธอรับรู้ได้ว่าลึกๆแล้วเขายังรู้สึกผิดอยู่เสมอ ก่อนจะพูดขึ้นเพื่อปลอบใจเค้า

"ไม่มีอะไรได้ดั่งใจเราไปหมดซะทุกอย่างหรอกค่ะ อดีตมันก็เป็นแค่เรื่องราวที่ผ่านไปแล้วเท่านั้นเองค่ะ"

"ก็จริงแฮะ"

"แค่เราทำปัจจุบันให้ดีที่สุดก็พอแล้วเนาะ"

"อืม ขอบคุณที่คอยอยู่ข้างกันเสมอ ขอบคุณที่ทำให้พี่มีความสุขในทุกๆวัน..."เขาบอกก่อนจะหอมหัวเธอ

"พี่พีร์..."

"ถ้าไม่มีรินป่านนี้พี่คงใช้ชีวิตไปเรื่อยแบบไม่มีจุดหมาย ขอบคุณที่เข้ามาเติมเต็มชีวิตของผู้ชายคนนี้..."

"..."

"และขอบคุณที่มีเจ้าตัวน้อยน่ารักให้พี่ได้ชื่นใจ"

"ค่ะ"

"พี่รักรินมากนะ"เขาไม่คิดว่าในชีวิตนี้จะรักใครได้อีกเพราะเขายกทัั้งชีวิตให้ผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้ไปหมดแล้ว

"รินก็รักพี่พีร์ค่ะ"

ทั้งสองคนยิ้มสบตากันก่อนที่จะค่อยๆเคลื่อนใบหน้าเข้าหากันทีละน้อย แต่ทว่ายังไม่ทันที่ริมฝีปากคู่นั้นจะจรดลงไปเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นเสียก่อน

"พ่อครับ แม่ครับ"เด็กชายรณวัฒน์ตัวน้อยวัยสี่ขวบวิ่งเข้ามากอดพวกเขาทั้งสองคนไว้แน่น

"ว่าไงเจ้าตัวแสบ"พีระวัฒน์พูดอย่างเอ็นดูก่อนจะอุ้มลูกชายขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนของเขา เด็กน้อยที่หน้าตาถอดแบบเขาออกหมาเหมือนเป๊ะเลย

"ทีหลังอย่าวิ่งมาแบบนั้นนะวัฒน์"ไอรินกล่าวเตือน

"ครับแม่"เด็กน้อยพยักหน้าเชื่อฟัง

"ไปเดินเล่นกันเถอะ"เขาบอกก่อนจะอุ้มลูกชายตัวน้อยขึ้นขี่คอ จากนั้นก็เอื้อมมือไปจับมือไอรินให้เดินไปด้วยกัน พวกเขาทั้งสามคนเดินเล่นกินลมชมวิวพระอาทิตย์ตกดินกันอย่างมีความสุข

(The End)

ความคิดเห็น