email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงกำลังใจนะคะ : )

Episode - 10 - ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว [100%]

ชื่อตอน : Episode - 10 - ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว [100%]

คำค้น : วิศวะ วิศวกรรมศาสตร์ รุ่นพี่ รุ่นน้อง นิยายรัก นิเศศาสคร์ นิเทศ เด็กฟิล์ม ดาวเดือน แอบรัก รีวิว Engineer Star

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.1k

ความคิดเห็น : 25

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ธ.ค. 2563 22:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Episode - 10 - ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียว [100%]
แบบอักษร

 

เมื่อเราทำการแสดงโชว์กันครบหมดทุกคนทั้งฝั่งดาวและเดือน ก็ถึงเวลาตอบคำถาม ตอนนี้เราขึ้นมาประจำบนเวทีอย่างพร้อมเพรียง โดยคำถามจะขึ้นอยู่กับซองขาวที่เราจับจากพิธีกรซึ่งจะเรียงลำดับตามหมายเลขที่ติดบนอกของแต่ละคน 

          จากคำตอบของเพื่อนๆ ที่ผ่านมาแต่ละคนล้วนเตรียมตัวมาดี จนมาถึงฮันนี่คำถามของเธอดูจะเข้าทางเพราะถามเรื่องเกี่ยวกับสื่อโซเชียลฯกับการใช้ชีวิตมีความสำคัญอย่างไรแต่คำตอบที่ได้ของเธอคือ… 

          “ขอบคุณสำหรับคำถามนะคะ ฮันนี่คิดว่าสื่อโซเชียลจะช่วยให้เราใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้นค่ะ เพราะทุกวันนี้เราใช้สื่อต่างๆ มากมายในการใช้ชีวิตไม่ว่าจะสั่งอาหาร ติดต่อสื่อสาร การอัปเดตแฟชั่น หรือสั่งซื้อสินค้าจากต่างประเทศทำให้เราสะดวกสบายมากเลยค่ะ ขอบคุณค่ะ” 

คำตอบสมกับเป็นฮันนี่ ฉันได้แต่เสียดายที่เธอดังในแวดวงสื่อโซเชียลมิเดียแต่กลับตอบคำถามได้แย่อย่างไม่น่าให้อภัยและคนสุดท้ายในฝั่งดาวอย่างฉันก็ไม่ต้องจับคำถามเพราะเหลือซองสุดท้ายอยู่แล้ว 

          “คำถามของน้องณิรินนะคะ คุณคิดว่าระหว่างความรู้กับบุคลิกภาพที่ดีอันไหนเป็นสิ่งที่สำคัญกว่ากัน” 

          “ขอบคุณสำหรับคำถามนะคะ สำหรับณิรินคิดว่าทั้งสองอย่างมีความสำคัญทั้งคู่ค่ะ เพราะความรู้จะทำให้มนุษย์อย่างเราสามารถวางแผนและพัฒนาสิ่งต่างๆ ให้เกิดประโยชน์ต่อตนเองและผู้อื่นได้ ส่วนการมีบุคลิกภาพที่ดีก็จะทำให้เรามีความมั่นใจในตนเอง ซึ่งการมีบุคลิกภาพที่ดีไม่ได้หมายถึงคนที่สวยหรือหล่อ แต่คือคนที่มีการวางตัวดี มีมารยาท รู้จักกาลเทศะ และมีจิตใจที่ดี เพราะฉะนั้นการศึกษาหาความรู้ให้ตนเองแล้วยังปฏิบัติตัวให้มีบุคลิกภาพที่ดีจะช่วยส่งเสริมให้เรามีความน่าเชื่อถือและเป็นที่ยอมรับต่อผู้อื่น ขอบคุณค่ะ” 

          แปะ แปะ แปะ 

          หลังจากทุกคนตอบคำถามเสร็จ ก็ถึงเวลารวมคะแนนและประกาศผลแล้ว 

          “ผลคะแนนทั้งหมดอยู่ที่พี่แล้วนะคะ ต้องบอกก่อนเลยว่าวันนี้น้องๆ ทุกคนเก่งมาก และทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีมากๆ เลยนะคะ” 

          “ใช่ครับ เรียกได้ว่าคะแนนเฉียดฉิวกันมากเลย” 

          “สำหรับผู้ได้ได้รับตำแหน่งดาวคณะนิเทศศาสตร์ปีสองพันห้าร้อยหกสิบสามได้แก่...” 

          ถ้าถามฉันว่านาทีนี้ลุ้นกับผลคะแนนไหมมันก็เริ่มมีนิดหน่อย แต่หากไม่ได้ก็ไม่เสียใจเพราะได้ทำทุกอย่างเต็มที่สุดความสามารถแล้ว และคิดว่าตัวเองเก่งขึ้นกว่าเดิมหลายเลเวลด้วยที่กล้ามาแสดงออกต่อหน้าผู้คนเป็นจำนวนมากๆ อย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน 

         “ยินดีกับน้องณิริน ตันติชัยวัฒนเสรี สาขาวิชาการภาพยนตร์ดิจิทัลด้วยค่ะ” 

ห้ะ ฉัน ฉันเหรอ ฉันมองหน้าพี่ใบชาที่พยักหน้าให้กันเหมือนการคอนเฟิร์มว่าฉันฟังไม่ผิดจริงๆ 

          กรี๊ดดดดดด แปะๆๆๆๆ 

          “เชิญน้องณิรินที่ด้านหน้าเวทีเลยนะครับ” 

          ฉันยืนนิ่งไปแป๊บนึงเพราะหูอื้อไปหมด แต่พอถูกเรียกชื่ออีกครั้งก็เลยเดินขึ้นไปที่หน้าเวทีตามที่พี่เบนประกาศ ซึ่งมีพี่เฟรมรุ่นพี่ปีสองที่เป็นดาวคณะปีที่แล้วรอพร้อมสวมสายสะพายตำแหน่งให้อยู่แล้ว 

ความตื่นเต้นทำให้ฉันทำตัวไม่ถูกจนรุ่นพี่ดาวปีที่แล้วยิ้มให้กันอย่างเอ็นดู แต่ขณะที่พี่เฟรมกำลังจะสวมสายสะพายให้กันก็เกิดความวุ่นวายเพราะฮันนี่เดินโวยวายมากลางเวทีเสียงดัง 

          “ไม่จริง เป็นไปไม่ได้ จะเป็นณิรินได้ยังไงกันต้องมีเรื่องเข้าใจผิดแน่ๆ” 

          “น้องฮันนี่ใจเย็นก่อนนะครับ สตาฟจัดการด้วย!” 

          “ฮันนี่ไม่เชื่อผลคะแนนค่ะ ฮันนี่อยากดูคะแนนจะเป็นมันได้ยังไง” 

          “ริต้าก็ไม่เชื่อค่ะ แล้วณิรินก็ไม่ควรจะได้รับตำแหน่งด้วย” 

          “น้องๆ ใจเย็นก่อนนะ”คือทั้งฉันและพี่เฟรมก็ตกใจกับสถานการณ์ ดีที่พวกพี่สตาฟมากันสองคนนี้เอาไว้ไม่ให้มาทางเรา 

          “ถึงคลิปที่ออกมาเมื่อวานจะบอกว่าณิรินไม่ผิด และคนที่ผิดคือฮันนี่แต่ทุกคนเชื่อเหรอคะ เรายังพิสูจน์ไม่ได้เลยว่าคลิปที่มีพวกขี้อิจฉาปล่อยมามันถูกตัดต่อหรือเปล่า ฮันนี่อาจจะเป็นคนที่ถูกกระทำก็ได้นะคะ กรรมการจะเอาความสงสารมาตัดสินแบบนี้มันไม่ยุติธรรมนะคะ” 

          “น้องฮันนี่พวกพี่แจ้งแล้วนะว่าผลการประกวดวันนี้เราไม่ได้เอาเรื่องส่วนตัวของน้องมาเป็นส่วนการตัดสินใจ ที่น้องณิรินได้ตำแหน่งเพราะคะแนนที่กรรมการตัดสินได้เป็นอันดับหนึ่งจริงๆ” 

พี่เบนชี้แจ้ง จากนั้นก็เป็นพี่ตาลที่เอาใบคะแนนของคณะกรรมการที่ลงไว้มาโชว์ให้พวกเราทั้งหมดดูไปพร้อมกัน 

ซึ่งฉันได้ที่หนึ่ง ริต้าได้ที่สองส่วนปรายได้ที่สาม 

“ฮันนี่ไม่เชื่อว่าฮันนี่จะไม่ติดอันดับอะ ไม่มีทาง!” 

“น้องฮันนี่ถูกตัดคะแนนเพราะเดินเร็ว ส่วนตอนการโชว์การแสดงก็มีร้องเพลงผิดท่อนจนคร่อมจังหวะช่วงต้นเพลง และการตอบคำถามน้องตอบดีได้ไม่เท่าเพื่อนคนอื่น” 

“ฮันนี่เดินดีแล้วไม่เห็นจะเร็วตรงไหนเลย ส่วนความสามารถพิเศษร้องผิดแค่นิดเดียวเองไม่เห็นจะต้องตัดคะแนน และการตอบคำถามฮันนี่ตอบตามความจริงฮันนี่ผิดตรงไหนคะ” 

“ผิดที่เธอไม่ยอมรับความจริงไง เธอซ้อมเดินแต่ยังซ้อมไม่เท่าคนอื่น เธอร้องผิดแต่หาว่ากรรมการคิดเล็กคิดน้อยที่ตัดคะแนนเธอ และตอบคำถามก็ยังแย่กว่าเด็กประถม!”พี่ตาลตอกกลับอย่างเหลืออด 

“ฮันนี่ใจเย็นก่อน”พี่ช่าเดินมารั้งยัยฮันนี่ไว้ไม่ให้โวยวายใส่พี่ตาล ส่วนพี่ชะเอมก็แสดงสีหน้าอายคนอื่นที่ฮันนี่โวยวายไม่หยุด 

“แล้วริต้าละคะ ริต้าแพ้ณิรินตรงไหนคะ” 

“มันเป็นภาพรวมที่กรรมการแต่ละคนลงคะแนน แล้วมีเจ้าหน้าที่เป็นคนรวมคะแนนอีกที ทุกอย่างโปร่งใส่ตรวจสอบได้ พวกพี่ไม่มีล็อกคิวให้ใครแน่นอน”รุ่นพี่ที่เป็นศิษย์เก่าอธิบายสีหน้าไม่พอใจที่เห็นสองคนทำกิริยาไม่ดีใส่พวกพี่ตาลบนเวที 

          “ถึงจะแบบนั้น แต่คนที่มีข่าวเสียหายแบบนี้ควรได้ตำแหน่งดาวคณะเหรอคะ ริต้าอยากให้พี่ๆ ตัดสินใจใหม่นะคะ” 

ส่วนนี่เป็นริต้าที่น่าจะอยากตัดฉันออกไปเพื่อได้ตำแหน่งดาวคณะไปครอง จากนั้นก็มีเสียงจากกองเชียร์ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยโวยวายเถียงกันจากด้านล่าง 

          “พี่ก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน”เป็นพี่ศิลาที่เดินขึ้นมาบนเวที จนความวุ่นวายที่เกิดขึ้นสงบลง “คนที่ได้ตำแหน่งดาวคณะไม่ควรมีคำครหาจากคนอื่นเพราะถ้ามีก็จะเกิดข้อกังขาตอนประกวดดาวมหา’ลัยได้” 

          ฉันไม่รู้ว่าพี่ศิลาคิดจะทำอะไร เพราะฟังจากสิ่งที่เขาพูดมันก็ไม่ได้ดูว่าเขาจะเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งมันก็เป็นคุณสมบัติของสโมสรนักศึกษาอยู่แล้ว 

         “เพราะฉะนั้นคนที่เป็นดาวคณะ เราควรพิสูจน์ให้ได้ก่อนว่าใครบริสุทธิ์ส่วนใครที่ปลอม!”พอพี่ศิลาพูดจบ ประตูห้องประชุมก็ถูกเปิดออกเป็นพี่ศรันย์กับพี่รามที่เดินตรงมาท่าทางรีบร้อน 

         “ขอโทษที่มาช้า แต่หลักฐานทั้งหมดอยู่นี่แล้ว!”

“นี่มันอะไรกันวะพวกมึง”พี่เบนถามสีหน้าสงสัยเมื่อเห็นว่ามีฝ่ายสโมสรนักศึกษาเข้ามามีบทบาท

          “มึงก็คงรู้ว่าตอนนี้เรื่องในคณะของมึงกำลังเป็นกระแสอีกรอบ สโมสรนักศึกษาอย่างพวกกูเลยคิดว่าถ้ายังปล่อยเรื่องไว้แล้วไม่ออกมาเคลียร์ให้ชัดเจน ก็คงมีคนใช้เรื่องนี้โจมตีกันไปมาไม่จบแน่”พี่รามเป็นคนตอบคำถาม

“เพื่อให้เรื่องนี้จบแบบยุติธรรมที่สุด พวกกูเลยต้องแก้ไขเรื่องทุกอย่างให้มันถูกต้องและทำให้นักศึกษาทั้งมหา’ลัยเข้าใจตรงกัน”พี่ศรันย์ตอบให้ทุกคนในนี้เข้าใจ

          “ผมราม รามิลในนามประธานสโมสรนักศึกษาได้รับคำสั่งโดยตรงจากท่านอธิการบดีให้มาจัดการเรื่องนี้ให้จบภายในวันนี้ขอบอกว่าทุกสิ่งที่ผมจะเล่าจากนี้คือเรื่องจริงและหลักฐานทั้งหมดก็คือของจริงเรามาดูไปพร้อมๆ กันนะครับ”พี่รามพูดขณะที่พี่ศรันย์เดินไปเปิดแฟลชไดรฟ์เข้ากับคอมพิวเตอร์ที่ต่อเข้าจอมอนิเตอร์ของห้องประชุม

          “เริ่มต้นเรื่องทั้งหมดทุกคนคงรู้ดีว่ามันเกิดจากคลิปที่น้องฮันนี่ได้อัปคลิปต้นเรื่องนี้ลงช่องในยูทูบจนดังไปทั่วโซเชียลฯ จากนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นคือผมและน้องๆ ได้เข้าประชุมหาทางยุติปัญหากับทางอาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ และอาจารย์ส่วนวินัยของมหา’ลัย ทำให้ได้รู้ว่าคลิปมีสองด้านคือฝั่งของน้องฮันนี่และของน้องณิริน”

“ซึ่งผมก็ยอมรับว่าในตอนนั้นเราไม่ได้ตรวจสอบว่าที่จริงแล้วคลิปของฝ่ายไหนที่ผิดหรือฝ่ายไหนที่ถูก เพราะขณะนั้นผมได้รับคำสั่งว่าต้องจบเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด และทางด้านกฎของมหา’ลัยไม่ว่าความจริงจะเกิดจากฝ่ายไหนที่เริ่มก่อน แต่ทั้งสองฝ่ายได้ทะเลาะวิวาทกันจริงมันนั่นหมายความว่าคือการทำผิดกฎระเบียบ เราเลยขอความร่วมมือจากน้องทั้งสองฝ่ายให้ลบคลิป ซึ่งน้องๆ เองก็เห็นด้วยเพราะไม่อยากให้เรื่องนี้เป็นกระแสสังคมจนเกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงตนเองและทางมหา’ลัย”

“ทางด้านกฎของมหา’ลัยมีบทลงโทษคือบังคับไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก และยังให้น้องทั้งสองฝ่ายรายงานตัวกับทางสโมสรนักศึกษาทุกวันเพื่อดูพฤติกรรม แต่แล้วเมื่อวานได้เกิดกระแสขึ้นมาอีกรอบ โดยรายละเอียดต่อจากนี้ผมขอให้ศิลาเป็นคนอธิบายต่อนะครับเพราะผมมอบหมายให้มันเป็นคนดูแลเรื่องนี้โดยตรง”

          “ก็อย่างที่ทุกคนทราบดีว่าเมื่อวานนี้มีคลิปจากอีกด้านเผยแพร่ออกมานะครับ จนเรื่องนี้มาเป็นกระแสอีกรอบ พวกเราเลยสืบหาความจริงจากคนที่ปล่อยคลิปวิดีโอซึ่งคนที่ปล่อยใช้บัญชีปลอมที่ถูกปิดไปทันทีที่หลังลงคลิปจนไวรัล”

          “แต่คนที่ปล่อยคลิปอาจจะดูถูกสโมสรนักศึกษาไปหน่อย พวกเราคงไม่โง่ไปสืบบัญชีปลอมต่อในโซเชียลให้วุ่นวายเหมือนในหนัง แต่ทางมหา’ลัยมีกล้องวงจรปิด โชคดีที่มันยังบันทึกภาพวันเกิดเหตุเอาไว้ทั้งหมด ผมจะขอเปิดเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นให้ทุกคนได้ดูคลิปฉบับเต็มอีกรอบแล้วกันนะครับ ย้ำว่าคลิปนี้ไม่ได้ถูกตัดต่อและเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงทั้งหมด!”

          พอพี่ศิลาพูดจบภาพวงจรปิดที่พี่ศรันย์กดเพลย์ได้เปิดเผยบนจอมินิเตอร์ขนาดใหญ่ทันที มันถูกบันทึกไว้ตั้งแต่ตอนฮันนี่เริ่มไลฟ์สดและตัดสลับกับกระปุกที่เดินลงบันไดมาจากกล้องอีกตัว จากนั้นเหตุการณ์ก็เป็นอย่างที่ทุกคนเห็น

ขณะนี้ทางด้านกองเชียร์ฝ่ายฮันนี่ถึงกับหน้าแห้งไปตามๆ กัน จนยัยฮันนี่มองหน้าริต้าเหมือนอยากจะกรี๊ดออกมาดังๆ ที่ความจริงถูกเปิดเผย

“ทุกคนก็เห็นแล้วนะครับว่าเรื่องทั้งหมดมันเป็นยังไง ความจริงพวกพี่ก็ไม่อยากฉีกหน้าน้องกลางการประกวดแบบนี้หรอกนะ แต่เป็นพวกน้องเองที่ไม่ยอมรับความจริงแล้วยังใส่ร้ายคนอื่นอยู่แบบนี้”

          “ถึงตอนแรกฮันนี่จะตัดต่อคลิปทำผิดก็จริง แต่ณิรินก็ทำผิดเหมือนกันนะคะที่ปล่อยคลิปออกมาทั้งที่สัญญากับอาจารย์แล้วก็พี่รามแล้วว่าจะลบคลิปทั้งหมด ถ้าพี่ศิลาจะเข้าข้างยัยณิรินก็ควรจะให้ความเป็นธรรมฮันนี่ด้วยนะคะ”

          “ณิรินขอยืนยันว่าไม่ได้เป็นคนปล่อยคลิปค่ะ”ฉันตอบเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเอง

          “หนังเรื่องนี้ยังไม่จบ รอชมภาคสองต่อได้เลยครับ”พี่ศรันย์พูดด้วยสีหน้าตื่นเต้น จนพี่ศิลากลับมาอธิบายต่อ

          “ในคลิปจากกล้องวงจรปิดไม่ได้มีแค่พวกน้องทั้งสองฝ่ายที่ทะเลาะกันนะครับ แต่มันมีคนที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงด้วย พี่เลยให้มิวนิคเทียบความน่าจะเป็นของคนที่ถ่ายคลิปวิดีโอตัวล่าสุดที่หลุดไปว่าอัดมาจากด้านไหน แล้วพวกพี่ก็สันนิษฐานว่ามันมาจากเด็กวิศวะกลุ่มนี้”

พี่ศรันย์กดซูมไปที่นักศึกษาวิศวกรรมศาสตร์กลุ่มหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลแล้วกำลังกดถ่ายคลิปจากมุมที่เห็นในคลิปพอดี

“ภณได้ไปคุยกับเด็กกลุ่มนี้แล้ว…พวกมันยอมรับว่าเป็นคนถ่ายคลิปนี้เอาไว้จริง”

          อย่างที่ฉันเคยบอก ส่วนมากคณะนิเทศฯของเราจะถูกหนุ่มๆ คณะอื่นมาขายขนมจีบ คือมาตามจีบกันอยู่ที่ใต้ตึกเรียนเสมอ และหนึ่งในคณะที่มากันเยอะสุดก็คือเด็กคณะวิศวกรรมศาสตร์

          “แล้วเด็กวิศวะเกี่ยวอะไรด้วย หรือว่ามันเป็นฝีมือพวกพี่”ฮันนี่เริ่มตั้งท่าโวยวายอีกรอบแต่พี่ศิลาก็ยังใจเย็นแล้วอธิบายต่อทันที

“พวกมันยอมรับว่าเป็นคนถ่ายคลิปวิดีโอนั่นไว้จริง แต่ไม่ได้เป็นคนปล่อยเพราะว่ามีคนมาขอซื้อคลิปนี้ไปเมื่อไม่กี่วันนี่เอง”

          “ใครคะ ใครเป็นคนซื้อไป”ฮันนี่ถามอย่างสงสัย

         “คนคนนั้นก็คือ...น้องริต้า” 

          “เห้ย...”เกิดเสียงฮือฮาที่ด้านล่างอย่างไม่คาดฝัน คือเอาจริงๆ ฉันเองยังตกใจหลังจากที่พี่ศิลาพูดชื่อริต้าออกมา ใครจะเชื่อ! 

ทุกสายตามหันไปที่ริต้าทันที สายตาที่เลิ่กลั่กทำตัวไม่ถูกและสีหน้าที่กลัวความผิดของริต้าฉายแววชัดเจน จนเหมือนเป็นการมัดตัวคนร้ายได้ดีกว่าคำพูด 

          “ฝีมือแกเหรอ”ฮันนี่แผดเสียงดัง สีหน้าเธอเหมือนไม่อยากเชื่อว่าริต้าจะเป็นคนทำเรื่องนี้ 

          “ไม่ใช่นะฮันนี่ แกไม่ไว้ใจฉันเหรอ ฉันจะไปทำแบบนั้นทำไมฉันเป็นเพื่อนแกนะ พวกมันใส่ร้ายฉัน” 

          “ไม่ต้องมาตอแหล มึงทำให้ทุกอย่างพังเพราะอยากได้ตำแหน่งใช่ไหม กูไม่น่าลดตัวไปคบคนอย่างมึงเลยอีริต้า อีงูพิษ” 

          “เออคิดว่ากูอยากคบคนอย่างมึงหรือไง จิกหัวคนอื่น ทำตัวเป็นลูกคนหนู สร้างภาพว่าตัวเองเป็นคนดี ถ้ากูมันงูพิษแล้วคนแบบมึงเรียกว่าอะไร ทุกคนรู้ไว้เลยนะว่าอีฮันนี่นี่แหละที่มันเป็นคนเดินไปชนกระปุกเอง แล้วยังจะด่าทอจิกหัวคนอื่นอย่างกับหมูกับหมา แล้วมันก็พูดว่าจะทำทุกอย่างให้ณิรินออกจากมหา’ลัยนี้ ซึ่งทั้งเรื่องคลิปตัดต่อ เรื่องที่ให้เด็กมัธยมแกล้งมาปาลูกโป่งน้ำใส่ณิรินก็แผนของมันทั้งนั้น คนอย่างมันไม่มีแฟนคลับที่รักถึงขั้นมาเดือดเนื้อร้อนใจเองหรอก เพราะว่ามันเองยังไม่เคยจริงใจกับใครเลย” 

          “อีริต้า!” 

          ฮันนี่ทำท่าจะเข้ามาทำร้ายริต้า แต่ถูกพี่สตาฟกับพวกพี่ศิลากันออกไปนอกก่อนที่งานคณะจะพังพินาศไปมากกว่านี้ ซึ่งหลังจากนั้นพี่เบนกับพี่ใบชาก็แก้ไขสถานการณ์ให้ทุกคนอยู่ในความสงบ 

          “เอาละครับ ทุกคนใจเย็นก่อนนะครับ ส่วนน้องๆ ที่เข้าแข่งขันลงไปพักก่อนนะ พี่ขอประชุมกันก่อนว่าจะเอายังไงกันต่อ” 

          “นี่มันเวทีประกวดดาวเดือนหรือเวทีมวยลุมพินีวะเนี่ย เดือดเว่อร์”พี่ลิเบียร์กับพวกรุ่นพี่ที่ดูแลดาวคนอื่นๆ รวมกลุ่มเม้าท์กันเสียงดัง 

          “นี่มันเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหดเลยนะเว้ย สร้างคอนเทนต์แย่งคะแนนกันเองจ้า โคตรพีค” 

          “เขาถึงได้บอกว่าศัตรูที่น่ากลัวที่สุดคือคนที่เราไว้ใจที่สุดนี่แหละ แต่จะว่าไปมองจากดาวอังคารก็รู้ว่าแก๊งนี้เขาเลิฟกันเพราะผลประโยชน์ไม่ได้รักกันจริงๆ แต่แรกอยู่แล้วป่ะ” 

          “จริงของแกว่ะลิเบียร์” 

          “ณิรินโอเคไหม” 

          “ณิรินโอเคค่ะ พี่พอใจ” 

          เหตุการณ์บนเวทีเกิดขึ้นเร็วมากจนฉันไม่ตั้งตัว ตอนแรกตกใจที่ตัวเองได้เป็นดาวคณะ ต่อมาก็ตกใจที่ฮันนี่กับริต้ามาขอตรวจสอบคะแนน แต่พีคสุดตรงที่สองคนนี้ดันตีกันเองซะงั้น 

          “ขอเชิญน้องๆ บนเวทีอีกรอบจ้า”พี่สตาฟมาเชิญพวกเราอีกครั้ง ซึ่งมีพี่เบนกับพี่ใบชากำลังประกาศเรื่องที่ได้ประชุมกับทางคณะกรรมการเมื่อกี้ 

          “ในการประกวดครั้งนี้เหล่ากรรมการได้ตัดสินใจอย่างยุติธรรมแล้ว และทุกคนก็คงหมดข้อกังขากับทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วนะครับ” 

          “พี่ขอประกาศผลการประกวดอย่างเป็นทางการอีกครั้งนะคะ”พี่ใบชาหันมายิ้มให้กันอีกรอบ “ผลการประกวดดาวคณะนิเทศศาสตร์ปีสองพันห้าร้อยหกสิบสามได้แก่ น้องณิริน ตันติชัยวัฒนเสรี สาขาวิชาการภาพยนตร์ดิจิทัล ขอเชิญด้านหน้าเวทีเลยค่ะ” 

          กรี๊ดดดดดดดดดด แปะๆๆๆ 

          และครั้งนี้ก็มีแต่เสียงปรบมือของทุกคนในหอประชุมเสียงดังจนฉันตื่นเต้นเหมือนเพิ่งรู้ผลเป็นครั้งแรกเลย 

          “ยินดีด้วยนะคะ”พี่เฟรมที่ยืนตะลึงอยู่กับฉันเมื่อกี้เข้ามาใส่สายสะพายให้กันได้สำเร็จสักที “ปีนี้ฝากเอาดาวมหา’ลัยมาให้คณะเราด้วยนะคะน้องณิริน” 

          “ขอบคุณค่ะพี่เฟรม” 

          “และต่อไปขอประกาศผลของเดือนคณะนิเทศศาสตร์ปีสองพันห้าร้อยหกสิบสามได้แก่ น้องโฟโต้ พัฒนกร ธิติวรรณรัตน์ สาขาวิชาวิทยุและโทรทัศน์ เชิญด้านหน้าเวทีเลยครับ” 

          กรี๊ดดดดดดดดดด แปะๆๆๆ 

          “สาขาเดียวกับใบชาเลยนะ สาขานี้หน้าตาดีกันทุกคนเลยไม่ได้โม้” 

          “ไม่ค่อยอวยกันเองเลยนะครับ เรามาฟังน้องๆ ทั้งคู่กันบ้างดีกว่า วันนี้รู้สึกยังไงบ้างครับ”พี่เบนยื่นไมค์มาทางฉันก่อน 

          “ก็ยังตื่นเต้นอยู่เลยค่ะ ก่อนอื่นณิรินขอขอบคุณเพื่อนๆ ที่แอบส่งโปรไฟล์เข้ามาในการสมัครประกวดดาวเดือนให้ในครั้งนี้นะคะ”ฉันยิ้มให้พวกตัวดีที่โบกไม้โบกมือให้กำลังใจกัน “และขอบคุณพี่ลิเบียร์กับพี่พอใจมากๆ นะคะที่ช่วยฝึกสอนณิรินในทุกด้าน ขอบคุณคณะกรรมการทุกท่านที่ให้โอกาส รวมถึงพี่สโมสรนักศึกษาด้วยนะคะที่ช่วยเปิดเผยความจริงในวันนี้ ณิรินสัญญาว่าจะตั้งใจซ้อมและทำหน้าที่ในการประกวดดาวเดือนมหา’ลัยให้ดีกว่านี้แน่นอนค่ะ” 

          แปะๆๆๆ 

          “เชิญน้องโฟโต้ค่ะ” 

          “ขอบคุณพี่ๆ ทุกคนที่คอยช่วยเหลือผมในการประกวดครั้งนี้ ขอบคุณคณะกรรมการและเพื่อนๆ ที่มาให้กำลังใจด้วยครับ ผมก็จะตั้งใจฝึกฝนเพื่อไปแข่งดาวเดือนมหา’ลัยเพื่อคณะเรา ขอบคุณครับ” 

          แปะๆๆๆ 

          “ต้องบอกเลยว่าปีนี้คณะเรานี่ดุเดือดกันตั้งแต่วันแรกจนมาถึงวันประกวดดาวเดือนเลยนะคะ หวังว่าวันนี้ทุกคนคงหมดข้อสงสัยและเอาใจเชียร์น้องๆ กันจนถึงงานเฟรชชี่เดย์เฟรชชี่ไนต์เลยนะคะ” 

          “ถือว่าเป็นสีสันนะใบชาเพราะต่อไปนี้ทางคณะของเราต้องร่วมใจกันเป็นหนึ่งเพื่อส่งแรงใจไปเชียร์น้องณิริน และน้องโฟโต้ในการประกวดดาวเดือนมหา’ลัยนะครับ” 

          “แต่ที่สำคัญขอขอบคุณน้องๆ ทุกคนที่เข้ามาแข่งขันการประกวดดาวเดือนปีนี้ทุกคนเลยนะคะ ปีนี้คณะกรรมการตัดสินใจยากมาก พวกน้องได้พัฒนาฝีมือและเพิ่มมาตรฐานให้กับคณะเราให้โดดเด่นเสมอเลย เก่งกันทุกคนขอเสียงปรบมือให้น้องๆ ด้วยค่ะ” 

แปะๆๆๆ 

          “และนอกจากนั้นขอบคุณคณะกรรมการทุกท่าน รุ่นพี่ศิษย์เก่าที่เป็นที่รู้จักในวงการบันเทิงที่ให้เกียรติมาช่วยตัดสินทุกปี พี่ฌอน พี่จ๋า พี่แบม แล้วก็ดาวเดือนของปีที่แล้วน้องเฟรม น้องกัน แล้วก็ต้นตาลประธานคณะนิเทศศาสตร์ปีนี้ด้วยนะครับ ขอเสียงปรบมือด้วยครับ” 

          แปะๆๆๆ 

          “ก่อนลากันไปวันนี้หากมีส่วนไหนที่ทางคณะการจัดประกวดได้ทำพลาดไป ต้องขอโทษมาณ ที่นี้ด้วยนะครับ” 

“แล้วหากมีส่วนไหนที่มันเป็นส่วนที่เหนือการควบคุมและอาจทำให้คณะหรือมหา’ลัยเสียหาย พี่ๆ ขอความกรุณาจากน้องๆ ที่อัดคลิปว่าอย่าลงสื่อฯเลยนะคะ และต้องขอขอบคุณสโมสรนักศึกษาที่ช่วยตรวจสอบความถูกต้องในเรื่องนี้ด้วยค่ะ” 

          แปะๆๆๆ 

          “สำหรับวันนี้ขอให้ทุกคนมีความสุขนะคะ แล้วพบกันวันพรุ่งนี้จ้า” 

          ก่อนลงจากเวทีพวกเราก็ได้ถ่ายรูปกับคณะกรรมการ รุ่นพี่ที่เป็นฝ่ายจัดงานทั้งหมด รวมถึงรูปเดี่ยวในฐานะดาวคณะเพื่อไปลงเพจของคณะด้วย ทุกคนต่างเข้ามาให้กำลังใจและแสดงความยินดีเป็นอย่างมาก จนรู้สึกภูมิใจในตัวเองอย่างบอกไม่ถูก 

          เหมือนได้ผ่านความกลัวที่เคยเอาแต่บอกตัวเองว่าฉันไม่ชอบเป็นจุดสนใจหรือจุดโฟกัสของคนอื่น ความจริงมันก็ไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นและฉันก็ทำมันได้สำเร็จ 

          “ดาวคณะ!”หลังจากลงจากเวทีกลุ่มเพื่อนกับพี่เลี้ยงของฉันก็ตะโกนแสดงความยินดีกันสุดเสียง “ยินดีด้วยนะ” 

          “ขอบคุณนะ ขอบคุณทุกคนเลยนะ”ฉันเดินเข้าไปกอดที่ทุกคนเดินมากอดตาม น้ำตาจะไหลก็ตอนนี้แหละ 

          “พี่ภูมิใจในตัวณิรินมาก ความหวังของหมู่บ้านไม่ทำให้พี่ผิดหวังจริงๆ ด้วย” 

          “พี่ก็ด้วย ขอบคุณที่ทุ่มเทและทำทุกอย่างเต็มที่เสมอ น้องณิรินเก่งมากที่สุดเลย” 

          “ขอบคุณพี่ลิเบียร์กับพี่พอใจจริงๆ ค่ะที่สอนณิรินหลายอย่างเลย” 

          “กระปุกร้องไห้เลยเนี่ย ดีใจกับณิรินด้วยนะในที่สุดทุกคนก็เข้าใจณิรินแถมยังเป็นวันที่ได้เป็นดาวคณะอย่างสมเกียรติอีก สุดปังเลย!” 

          “เพื่อนวิวนี่ไม่ธรรมดาจริงๆ ด้วย เป็นถึงดาวคณะแล้ว” 

          “ลิษาดีใจด้วยนะณิริน เก่งมากเลย ดาวคณะเรานี่สวย ดุ เก่ง ฉลาด เอาไปเลยร้อยคะแนน” 

          “แกโคตรเก่งเลยว่ะ ฉันโคตรภูมิใจเลย ดีใจเหมือนคลอดแกมาเองเลยนะเนี่ย”แอมแปร์กอดฉันไม่ยอมปล่อย 

          “เพราะพวกแกเลย ทำให้ฉันกล้าก้าวออกมาจากเซฟโซน รักพวกแกนะเว้ย ขอบคุณมากนะที่คอยซัพพอร์ตทุกอย่าง” 

          “ดีใจด้วยนะคนเก่งของพี่”ส่วนนี่ก็พี่พฤกษ์ที่ยื่นมือมาลูบหัวกันเหมือนฉันเป็นเด็กๆ “ขี้แยเป็นเด็กเลยนะ” 

          “ก็มันทั้งตื่นเต้น ช็อก ตื้นตัน ตกใจ ผสมกันไปหมดไม่คิดว่าตัวเองจะผ่านมาได้” 

          “ถ้างั้นวันนี้เราไปฉลองต่อกันดีไหม”พี่ลิเบียร์เสนอ 

          “ดีค่ะ”พวกเพื่อนๆ ฉันตอบอย่างพร้อมเพรียง 

          “ว่าแต่ไปฉลองที่ไหนกันดี?” 

          “ไปร้านภัตตาคารบ้านลิษาไหมคะ หม่าม้าลิษาอยากรู้จักเพื่อนๆ บอกให้พาไปที่ภัตตาคารตั้งหลายรอบแล้ว แต่ยังว่างไม่ตรงกันสักทีงั้นไปวันนี้เลยแล้วกัน” 

          บ้านลิษาหรือครอบครัวพี่ศิลามีกิจการภัตตาคารไทยจีนชื่อดังที่ส่งต่อตั้งแต่รุ่นเหล่ากงมาถึงรุ่นป๊าม้าเลย  

          “จะดีเหรอลิษา”แอมแปร์แสดงสีหน้าสนใจของฟรี แต่ก็พูดไปตามมารยาท 

          “ดีสิ เดี๋ยวเราส่งโลเคชันให้นะ” 

          “ลาภปากนังลิเบียร์จริงๆ” 

          “พี่พฤกษ์ไปด้วยกันนะคะ”ลิษารีบชวนเมื่อเห็นว่าพี่พฤกษ์ไม่มีบท ซึ่งพี่ชายหันมามองกันฉันเลยรีบพยักหน้าสั่งให้เขาไปด้วยกัน 

          “ครับ” 

          เมื่อหาสถานที่ฉลองได้แล้ว พวกเราก็เดินไปยังลานจอดรถโดยที่มีฉันเดินช้ารั้งท้ายและหันมองไปด้านหลังหาคนที่คิดว่าจะโผล่มาวอแวแบบทุกครั้งจนถูกแอมแปร์แซว 

          “มองหาใครเหรอจ๊ะ ใช่หนึ่งในสโมสรนักศึกษาหรือเปล่าน๊า” 

          “ฉันยังไม่ได้ขอบคุณพี่เขาเลยที่ช่วยไว้เรื่องเมื่อเย็น” 

          “อยากขอบคุณก็แว็บไปสิ แล้วก็บอกพี่เขาด้วยว่าจะไปที่ร้านเผื่อเขาจะตามไป” 

          “พี่พฤกษ์ก็อยู่เนี่ยนะ ไม่เอาอะ…ฉันกลัวพี่พฤกษ์จำพี่ศิลาได้เดี๋ยวเรื่องใหญ่” 

          “ก็แล้วแต่ ถ้าจะไปก็รีบไปเลยเดี๋ยวฉันถ่วงเวลาให้” ฉันมองกลุ่มเพื่อนและพี่พฤกษ์ที่เดินนำอยู่ไม่ไกล “เดี๋ยวฉันบอกว่าแกไปเข้าห้องน้ำ รีบไปรีบมาแล้วกัน” 

          ฉันพยักหน้าให้แอมแปร์ที่มันคอยช่วยอยู่เสมอ จากนั้นก็ค่อยๆ เลี้ยวเข้ามุมตึก 

          กดโทรหาพี่ศิลาที่กว่าจะรับก็หลายนาที ซึ่งดูจากเสียงรอบข้างแล้วเหมือนเข้าจะประชุมอยู่เลยมีเสียงพี่ๆ คนอื่นแทรกเข้ามา 

          [ครับณิริน] 

          “พี่ยุ่งอยู่เหรอ” 

          [นิดหน่อยน่ะ] 

          “ตอนแรกว่าจะไปหา แต่ว่าไว้ค่อยคุยกันก็ได้ค่ะ ไม่รีบ” 

          [อืม พี่แว็บไปได้ห้านาที อยู่ตรงไหนล่ะ] 

          “ตอนนี้ณิรินอยู่ด้านหลังหอประชุมคณะค่ะ” 

          [โอเค เดี๋ยวพี่ไปหา] 

          พี่ศิลากดวางสาย ฉันเลยรอตามที่เขาบอกและไม่ถึงนาทีพี่ศิลาก็วิ่งมาถึงกันพอดี 

          “รอนานไหม” 

          “ไม่นานค่ะ พี่วิ่งมาเร็วจะตาย ว่าแต่ยุ่งอยู่หรือเปล่า ณิรินแค่อยากขอบคุณเฉยๆ” 

          “ก็เรื่องน้องฮันนี่กับริต้านั่นแหละ อาจารย์ฝ่ายวินัยเลยให้พวกพี่เข้าไปฟังด้วยเผื่อมีข้อเสนอว่าจะเอายังไงต่อ” 

          “ขอบคุณนะคะที่ช่วยสืบจนรู้ว่าใครเป็นคนทำ แล้วก็ทำให้ทุกคนรู้ความจริงด้วย ฝากขอบคุณพี่สโมสรนักศึกษาคนอื่นด้วยนะคะ” 

          “แค่นี้เองเหรอ” 

          “แล้วพี่อยากได้อะไรล่ะ” 

          “อืม ถ้าได้คนพาไปเที่ยว พาไปทานข้าวด้วยกันสักวันก็คงจะดี คิดดูนะนอนก็ไม่ได้นอนวันนี้ก็วิ่งวุ่นจัดการเรื่องเองหมดให้ทันเวลา เหนื๊อยเหนื่อย!” 

       “จะร้องเรียนสโมสรนักศึกษาเลยเหรอ ไม่เคยมีใครกล้าทำเลยนะพวกนี้โหดจะตาย” 

          “ณิรินต้องกลัวด้วยเหรอคะ” 

          “ท้าทายซะด้วย”พี่ศิลาแกล้งทำหน้าดุใส่กัน 

          “แน่ใจนะคะว่าจะมองกันด้วยสายตาแบบนี้”ส่วนฉันก็แค่แกล้งทำหน้านิ่งถามกลับไปแบบเรียบๆ 

          “โอเค…พี่ยอมแพ้แล้วครับ ยอมทั้งตัวและหัวใจ ใครจะไปดุดาวคณะได้ลงคอ!” 

          ฉันหลุดขำที่คนทำเป็นเท่หงอยยิ่งกว่าลูกแมว นึกว่าจะแน่! 

“ถ้าณิรินจะร้องเรียนไอ้สโมสรฯนั่นก็ร้องเรียนที่พี่นี่แหละ เดี๋ยวพี่ตัดสินเองว่าไอ้บ้านั่นมันถูกหรือผิด เพราะว่าถ้าฝ่ายสโมสรฯทำผิดจริง พี่จะให้มันพาณิรินไปเลี้ยงข้าวและพาเที่ยวแทนดีไหม” 

          “เจ้าเล่ห์นัก”ฉันกอดอกมองหน้าคนคิดแผนที่ได้ผลประโยชน์ทั้งขึ้นทั้งล่อง “ไปดีกว่า” 

“เดี๋ยวสิ ยังไม่ตอบเลยนะว่าสรุปจะเลือกแบบไหน” 

         “เลือกแบบไหนสรุปก็คือต้องไปอยู่ดีถูกไหมคะ” 

         “ถูก” 

         “แล้วยังต้องตอบอีกเหรอ” 

         “ถ้าไม่ตอบก็แสดงว่าไปนะ” 

         “สรุปคือจะตอบหรือไม่ตอบก็ต้องไปอยู่ดี งั้นพี่ก็นัดวันมาเลยเถอะ” 

         “เสาร์นี้นะ สัญญาแล้วนะ” 

         “อืม” 

         “แล้วนี่กลับเลยเหรอ?” 

         “วันนี้ลิษาชวนไปทานข้าวที่ภัตตาคารต่อน่ะ” 

         “ภัตตาคารม๊าพี่?” 

         “ค่ะ” 

         “แกล้งป่วยโดดประชุมดีไหมน๊า อยู่ๆ ก็คิดถึงม๊า อยากไปกินข้าวที่ร้านจัง” 

         “จะทิ้งหน้าที่เหรอคะ สงสารนักศึกษามหา’ลัยนี้ที่มีสโมสรนักศึกษาแบบพี่”  

         “โห แรงอะ หัวใจพี่ศิลาเจ็บปวด!”พี่ศิลาทำท่าจะเข้ามาวอแว แต่สายเรียกเข้าก็ทำให้เขาถอนหายใจเซ็งๆ “เออกูรู้แล้วไอ้ราม มึงไม่เข้าใจคำว่าห้านาทีหรือไง ถ้ารอบหน้ามึงแอบไปหาน้องเอยกูจะโทรจิกมึงบ้าง!” 

         “ตั้งใจประชุมนะคะสโมสรนักศึกษา บาย!” 

ภัตตาคารอาหารจักรพรรดิ 

“โอ้โหน้องลิษา ร้านหรูมาก อาหารก็น่าทานมากด้วย” 

“พอโทรมาบอกหม่าม้าก็ดีใจจัดห้องไว้ให้พิเศษเลยค่ะ ทานเต็มที่เลยนะคะพี่พอใจพี่ลิเบียร์” 

แล้วหลังจากที่หม่าม้าของลิษารับแขกวีไอพีเสร็จก็เดินมาที่ห้องรับรองที่เตรียมไว้ให้พวกเราเป็นพิเศษอย่างหรูหรา แต่เมนูที่อยู่บนโต๊ะไม่ได้มีแค่อาหารจีนตามสไตล์ร้าน เพราะเป็นอาหารทั้งไทย จีนและแบบฟิวชัน 

         “ขาดเหลืออะไรกันไหมเด็กๆ” 

         “ทุกคนนี่หม่าม้าเราเอง” 

         “สวัสดีค่ะหม่าม้า” 

         “สวัสดีครับ”ส่วนนี่ก็พี่พฤกษ์ที่ทักทายท่านเป็นคนสุดท้ายท่าทางสุภาพ   

“ใครเป็นใครบ้างเนี่ย หน้าตาหล่อ สวยกันหมดเลย”และจากนั้นลิษาก็แนะชื่อทุกคนให้หม่าม้าฟัง ซึ่งพอบอกชื่อฉันเป็นคนสุดท้าย หม่าม้าก็เดินเข้าไปจับมือมองด้วยสายตาใจดี โดยที่ฉันยิ้มให้อย่างสุภาพกลับไป 

         “หม่าม้าอยากเจอหนูมานานแล้ว หน้าตาดี สะสวยอย่างที่ลิษาเล่าให้ฟังไม่มีผิด ทานเยอะๆ เลยนะลูก อยากทานอะไรสั่งได้เต็มที่เลย”หม่าม้าลูบผมฉันอย่างเอ็นดู เหมือนท่านอยากจะพูดมากกว่านี้แต่เพราะคนมองอยู่เยอะท่านเลยไม่พูดอะไรต่อ ซึ่งฉันก็พอรู้ว่าเรื่องอะไร ก็เลยเอ่ยปากชวนท่านทานข้าวด้วยกัน 

         “หม่าม้าทานด้วยกันสิคะ” 

         “ม๊าทานแล้วลูก หนูทานเยอะๆ นะ ลิษาต้องดูแลเพื่อนอย่าให้เสียชื่อเจ๊หยกอย่างม๊าได้นะ” 

         “รู้แล้วค๊า เจ๊หยก”ลิษาทำเสียงล้อเลียนจนพวกเราหัวเราะกันใหญ่ 

         “สงสัยม๊าเห่อเพื่อนใหม่ จนลืมวิวไปแล้วมั้ง” 

         “ใครจะลืมลูกสาวคนเล็กของม๊าล่ะ”ว่าแล้วหม่าม้าก็เข้าไปกอดยัยวิวอีกคน  

“คิกๆ”ยัยวิวโอบกอดอย่างเอาหน้า 

         “อาหารอร่อยมากเลยค่ะหม่าม้า แต่ขอถามอะไรหน่อยได้ไหมคะ” 

         “ได้สิลูก”หม่าม้าตอบพี่ลิเบียร์ที่แสดงสีหน้าเขินๆ 

         “ถ้าหากอยากเป็นลูกสะใภ้คุณม๊าต้องทำยังไงเหรอคะ” 

         “นังลิเบียร์ พูดอะไรไม่เจียมตัว”พี่พอใจแทรกจนทั้งโต๊ะหัวเราะ 

         “ม๊าแล้วแต่ลูกเลย ลูกม๊ารักใครม๊าก็รักด้วย”หม่าม้าตอบอย่างใจดี 

         “ฉันจะไปมู ฉันอยากเป็นลูกสะใภ้หม่าม้า รับรองว่าจะมาช่วยม๊าล้างจานที่ร้านทุกวันเลยค่ะ” 

         “แต่ฉันว่ายากอยู่นะ เจ้าที่เขาแรง”แล้วพี่พอใจก็หันมาที่ฉันจนทุกคนก็หันมาอมยิ้มตาม 

         “ทานอยู่ดีๆ พี่พอใจก็โยนระเบิดให้ณิรินเฉยเลยนะคะ”ซึ่งคนนึงที่มองด้วยสายตาไม่เข้าใจอย่างพี่ชายฉันก็จ้องอยากได้คำตอบ “ไม่มีอะไรหรอกค่ะพี่พฤกษ์” 

         “ว่าแต่เฮียเราไม่มาด้วยเหรอลิษา ได้ชวนหรือเปล่า!” 

         “ลิษาไลน์ไปบอกแล้วนะคะ แต่ไม่รู้ว่าจะว่างไหม ลูกชายสุดที่รักของม๊างานยุ่งจะตาย” 

         “ใครพูดถึงผมน๊า จามไม่หยุดเลยเนี่ย”แล้วพี่ศิลาตัวต้นเรื่องก็เดินเข้ามาพร้อมกับกอดหม่าม้าจากด้านหลังแล้วหอมแก้มอย่างอ้อนๆ “สวัสดีครับเจ๊หยก” 

จนกระปุกสะกิดกับวิวเหมือนอย่างจะกรีดร้องกับท่าทางลูกชายผู้อ่อนโยน  

         “แสดง”ลิษาว่าสายตาค้อนๆ  

         “เฮียรักม๊า คิดถึงม๊าก็ทำแบบนี้เป็นปกติป่ะ” 

         “ปลอมไม่ไหว” 

         “เราสองคนนี่ยังไงนะเถียงกันต่อหน้าแขก พอเลยทั้งคู่ ว่าแต่ศิลาหิวไหมลูก” 

         “หิวครับวันนี้ผมยุ่งทั้งวันเลย เพิ่งประชุมเสร็จก็แวะมาหาม๊าทันที” 

         “หาม๊าหรือว่า…”ฉันหันไปลิษาและปรามว่าอย่าแซวเยอะ เพราะคนที่วางตะเกียบตั้งแต่เห็นพี่ศิลาเดินเข้ามา อย่างพี่พฤกษ์ก็แสดงชัดเจนว่าไม่พอใจ 

         “ถ้างั้นก็เชิญนั่งตรงนี้เลยค่ะพี่ศิลา”แอมแปร์เนรเทศตัวเองไปนั่งข้างกระปุก โดยให้พี่ศิลามานั่งข้างฉัน  

คือฝั่งนึงเป็นพี่พฤกษ์พี่ชายที่ทำหน้าตึงอยู่ และอีกคนก็คือพี่ศิลาที่น่ามองข้ามไปเห็นพี่พฤกษ์จึงเกิดมวลแปลกๆ ในห้องทันที รู้สึกว่าเขาจะเคยเจอกันตอนที่ฉันย้ายไปเกาหลีใหม่ๆ พี่พฤกษ์โทรมาหาคุณแม่บอกว่าพี่ศิลาพาคุณพ่อคุณแม่มาที่บ้านด้วยแต่เขาไล่พี่ศิลากลับไป 

         “มีเฮีย ก็ควรมีซ้อ แต่ถ้าซ้อเป็นเพื่อนเราควรเรียกว่าไงดีล่ะม๊า” 

         “ลิษา”ฉันทำเสียงดุ “ก็บอกว่าไม่ใช่ไง!” 

         “ไม่ใช่ตอนนี้ แต่ตอนอื่นก็ไม่แน่” 

         “พี่ศิลา!” 

         “เอาล่ะ ม๊าปล่อยให้เด็กๆ ทานข้าวดีกว่า ม๊าขอตัวไปดูความเรียบร้อยแขกในร้านก่อน” 

         บรรยากาศตรงอื่นเป็นยังไงไม่รู้ แต่รู้สึกถึงรังสีบางอย่างจากฝั่งขวานั่นคือสายตาของพี่พฤกษ์ที่เพิ่งรู้ว่าพี่ศิลาคือพี่ชายลิษา และรู้อีกเรื่องว่าฉันเรียนที่เดียวกับพี่ศิลาแล้วกลับมาคุยกันอีกครั้งด้วย ที่เคยบอกว่าพี่ชายฉันสนใจแต่ข่าวสังคม การเมือง ต่างประเทศไม่ได้สนเรื่องดารามันคือเรื่องจริง และเขาคงโกรธที่ฉันไม่ได้เล่าให้ฟัง 

         “เป็ดปักกิ่ง กับซาซิมิกุ้งมังกรเป็นอาหารขึ้นชื่อของภัตตาคารเลยนะลองชิมหรือยัง”พี่ศิลาเอ่ยปากถามน้ำเสียงปกติ เขาน่าจะเห็นว่าฉันทำตัวไม่ถูกและรู้สาเหตุว่ามาจากเรื่องอะไร 

         “ชิมแล้วค่ะ อร่อยมาก” 

         “ณิรินพี่ตักข้าวผัดปูให้นะ”พี่พฤกษ์ตักข้าวจากจานที่อยู่ใกล้มือมาที่จานของฉัน จังหวะเดียวกับที่พี่ศิลาตักกับข้าวอีกอย่างมาใส่ให้กันแบบไม่นัดหมาย 

         “ณิรินปลาเก๋าราดซีอิ๊วก็อร่อยนะ ลองทานดู” 

         ทั้งสองคนมองหน้ากันจังหวะที่รู้ว่าใจตรงกัน ซึ่งทั้งโต๊ะก็ลุ้นตามว่าจะเป็นยังไงต่อ รู้สึกถึงพลังงานมวลๆ จนฉันอยากจะหายไปจากตรงนี้ 

         ทำไงดีเนี่ย! แก้ไขสถานการณ์ก่อนที่ทั้งคู่จะจ้องกันนานไปกว่านี้เถอะยัยณิริน 

         “โห พอดีเลยค่ะ ณิรินกำลังอยากทานทั้งข้าวผัดปูกับปลาเก๋าราดซีอิ๊วอยู่พอดี ขอบคุณนะคะ”ฉันบอกแล้วตักทั้งสองชิม ซึ่งก็ทำให้ทั้งโต๊ะพยักหน้ารับกันตามเป็นพรวน “อร่อยเข้ากันมากเลยค่ะ” 

         “เออเฮีย แล้วเรื่องฮันนี่กับริต้าสรุปว่ายังไงเหรอ” 

         โชคดีที่ลิษาช่วยหาเรื่องเปลี่ยนความสนใจของคนในห้อง จนฉันกลับมาหายใจปกติได้อีกรอบ เมื่อกี้ลืมหายใจไปชั่วขณะเลยไง 

         “ทางมหา’ลัยก็หักจิตพิสัย แล้วก็มีหนังสือไปถึงผู้ปกครองให้ดูแลพฤติกรรมของทั้งคู่ เพราะดูแล้วไม่ยอมกันทั้งสองฝ่าย” 

         “คนที่ไม่จริงใจต่อกัน คบกันเพื่อหวังผลก็แบบนี้แหละ”พี่ลิเบียร์เสริม 

         “อ่อ แล้วต่อจากนี้ไปณิรินก็ไม่ต้องไปรายงานตัวกับไอ้ภณแล้วนะ มันฝากมาบอก!” 

         “ค่ะ” 

         “ขออนุญาตค่ะ น้ำบลูเลมอนที่คุณศิลาสั่งได้แล้วค่ะ”น้ำสีฟ้ามาเสิร์ฟหลังจากที่พวกเราทานกันอิ่มเรียกว่าจุกเลยก็ว่าได้ 

“อะไรคะเนี่ย”พี่ลิเบียร์ดมกลิ่น “มีแอลกอฮอล์ไหมคะ” 

“ไม่มีหรอก เป็นเมนูที่พี่สั่งมาฉลองให้ณิรินน่ะ”พี่ศิลามองกันอย่างมีความหมาย ก่อนจะยกแก้วขึ้นชู “ยินดีกับดาวคณะนิเทศศาสตร์คนเก่งด้วยนะครับ” 

จากนั้นทุกคนก็ชูแก้วไปรวมกับพี่ศิลาแบบอัตโนมัติ ขาดแต่พี่พฤกษ์ที่ไม่ยอมยกตาม 

“พี่ขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ”พี่พฤกษ์บอกแล้วเดินออกไปทันทีจนฉันกังวลใจ แต่ก็ต้องชนแก้วเมื่อคนอื่นๆ รออยู่ 

“Cheers!” ทุกคนพูดพร้อมกัน 

“ขอบคุณทุกคนมากเลยนะคะ ที่ช่วยเหลือณิรินมาตลอด” 

Lisa Say: 

มีบางอย่างที่ฉันจับสังเกตมาสักพักแล้ว สายตา ท่าทาง การกระทำของพี่พฤกษ์มีบางอย่างที่ฉันรู้สึกแปลกๆ ทุกครั้งที่อยู่กับณิริน ตอนแรกที่ไปบ้านณิรินก็ทีนึงแล้ว ยิ่งเมื่อกี้มันก็ยิ่งชัด  

วิวเคยบอกว่าฉันเป็นคนที่เร็วต่อความรู้สึกคนอื่น อาจจะเป็นเพราะฉันเรียนคลาสการแสดงที่ต้องศึกษาเรื่องอารมณ์ ความรู้สึกของตัวละครหรืออาจจะเพราะฉันเคยเป็นฝ่ายที่แอบชอบใครสักคนมานานหลายปี เลยทำให้ฉันมองคนอื่นออกเร็วกว่าคนปกติ 

“เดี๋ยวเราไปตามของหวานก่อนนะ”ฉันบอกทุกคน “ฝากเฮียดูแลเพื่อนๆ ลิษาด้วยนะ อย่าดูแลเฉพาะเจาะจงล่ะ” 

“เออน่า รู้แล้ว!” 

ฉันออกไปตามพนักงานในร้านให้ตามของหวาน ก็เจอกับพี่พฤกษ์ที่ออกมาจากห้องน้ำพอดี ซึ่งพี่พฤกษ์ก็ยิ่งเมินฉันหนักกว่าเดิม ท่าทางของแสดงชัดเจนว่าไม่อยากเห็นหน้ากันเมื่อรู้ว่าฉันเป็นน้องสาวของเฮีย 

“ลิษาขอคุยกับพี่พฤกษ์หน่อยได้ไหมคะ” 

“เรื่องอะไรเหรอ” 

“เรื่องณิรินค่ะ” 

พี่พฤกษ์พยักหน้าและเดินตามฉันมาที่ห้องอาหารที่ไม่มีคนจอง ฉันเลยเริ่มพูดก่อน 

“ลิษาว่าเรื่องระหว่างเรามันตลกดีนะคะ อยู่ๆ คนที่ลิษาเคยแอบชอบก็เป็นพี่ชายเพื่อนสนิท และพี่ชายลิษาก็เคยมีเรื่องราวในอดีตกับน้องสาวพี่พฤกษ์” 

“ไหนว่าจะคุยเรื่องณิรินไงครับ”ฉันยิ้มอย่างรู้ทันเมื่อมันเป็นไปตามที่คิด พี่พฤกษ์เหมือนร้อนใจถึงเรื่องณิรินมากกว่าเรื่องอื่น 

“ลิษาคิดว่าพี่พฤกษ์คงรู้เรื่องณิรินกับเฮียอยู่แล้ว และคงไม่พอใจที่เฮียกลับเข้ามาในชีวิตของณิรินอีกเพราะเป็นห่วงน้องสาว ใช่ไหมคะ” 

“ไม่มีพี่ชายคนไหนอยากให้คนไม่ดีอยู่ใกล้น้องสาวตัวเองหรอก ยิ่งณิรินเป็นคนใจดี ขี้สงสารก็จะยิ่งถูกหลอกง่าย ขอโทษที่ต้องพูดตรงๆ แต่สิ่งที่พี่ชายลิษาทำกับน้องสาวพี่ไว้มันไม่ใช่น้อยๆ”  

“ลิษาเข้าใจค่ะ และรู้ดีว่าเรื่องราวที่ผ่านมามันเลวร้ายมาก แต่ลิษาอยากขอโอกาสให้เฮียลิษาบ้าง เพราะที่ผ่านมาเฮียเองก็ไม่ได้รู้สึกดีกับสิ่งที่เกิดขึ้นและพยายามจะแก้ไขในสิ่งที่ผิดพลาดให้มันถูกต้อง” 

“...” 

“ลิษากล้าพูดว่าเฮียคนนี้ต่างกับเฮียเมื่อสามปีก่อนค่ะ เขาเปลี่ยนตัวเองและพยายามทำตัวเองให้ดีขึ้นเพื่ออยากขอโทษณิรินจากใจจริง ซึ่งตอนนี้ลิษาก็คิดว่าณิรินเองก็อยากจะให้โอกาสเฮียพิสูจน์ตัวเองเหมือนกัน ถึงจะยังไม่ให้อภัยแต่การให้โอกาสมันก็เรื่องดีสำหรับคนบางคนมากนะคะ” 

“เชื่อเถอะว่าลิษายังรู้ไม่หมด รอยยิ้มของบางคนก็ไม่ได้หมายความว่าจะสดใสเหมือนอย่างที่เขาต้องการแสดงให้เราเห็นหรอก” 

“หมายความว่ายังไงคะ” 

“สิ่งที่นายศิลาทำเอาไว้ มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แค่คำขอโทษมันไม่ได้ช่วยอะไรให้ดีขึ้นหรอก” 

“แล้วพี่พฤกษ์รู้ได้ไงคะ” 

“ก็เพราะว่าพี่...”พี่พฤกษ์เหมือนจะพูดอะไรออกมาแต่ก็เงียบไป และผ่อนลมหายใจทิ้งเหมือนคนระงับอารมณ์โมโห “คนที่มันเคยทำไม่ดีเอาไว้ ยังไงมันก็ต้องกลับมาทำให้ณิรินเสียใจเหมือนเดิม เรื่องเลวร้ายที่มันทำไว้ไม่มีวันหายจากใจณิรินได้หรอก ฝากไปบอกพี่ชายลิษาด้วย” 

“พี่พฤกษ์ตัดสินคนที่ทำผิดครั้งเดียวได้โหดร้ายไปหรือเปล่าคะ ในชีวิตนี้พี่พฤกษ์เคยรู้สึกผิดหรือรู้สึกอยากได้โอกาสบ้างไหมคะ” 

“พี่ไม่เคยทำสิ่งที่ทำให้คนอื่นเดือดร้อน และทำให้คนอื่นเสียใจ” 

“เหรอคะ”ฉันจ้องตาพี่พฤกษ์ที่วูบไหวไม่น้อยตอนตอบ “ถ้าการที่เฮียเคยทำผิด แล้วต้องการโอกาสมันคือเรื่องที่เป็นไปไม่ได้สำหรับพี่พฤกษ์ งั้นเรื่องที่แอบรักน้องสาวตัวเองมันเป็นไปได้เหรอคะ” 

“ลิษา”พี่พฤกษ์เรียกชื่อฉันสีหน้าช็อกสุดขีด “ไม่ใช่นะ ที่พี่...” 

“ไม่ต้องรีบพูดโกหกลิษาหรอกค่ะ ปกติพี่พฤกษ์จะตอบลิษาช้าในทุกเรื่อง”และถ้าเมื่อไรที่รีบพูดแบบนี้คือมันไม่ปกติ “และลิษาก็จะไม่พูดเรื่องนี้ให้ณิรินฟังแน่นอน ลิษาว่าถ้าณิรินรู้คงเจ็บปวดมากแน่ๆ ที่คิดว่าคนที่เห็นว่าเป็นพี่ชายกับคิดกับเธอเป็นอย่างอื่น” 

“...”พี่พฤกษ์หลับตาลงอย่างเจ็บปวด ฉันเห็นปฏิกิริยาเขาชัดเจน 

“ทุกคนล้วนมีเรื่องที่เราทำผิดพลาดในชีวิตกันทุกคนค่ะ ถ้าหากคนที่ทำผิดคิดได้และอยากแก้ไขทำให้ทุกอย่างมันถูกต้องลิษาชื่นชมพวกเขานะคะ ที่กล้ายอมรับความผิดพลาดนั้นและปรับปรุงตัวเองให้ดีขึ้น ดีกว่าบางคนที่ยังคงหลอกตัวเองด้วยเหตุผลต่างๆ นานาเพื่อทำให้ตัวเองสบายใจในการทำผิด พี่พฤกษ์ว่ามันจริงไหมคะ” 

“...”พี่พฤกษ์ไม่กล้าสบสายตาฉัน ซึ่งฉันพูดตำหนิเขาเองก็เจ็บปวดเองอย่างบอกไม่ถูก ฉันไม่ได้ทำแบบนี้เพื่อตัวเอง แต่ฉันทำเพื่อให้มันถูกต้อง และฉันไม่อยากเห็นเรื่องราวมันผิดพลาดไปมากกว่านี้ 

“ถ้าหากเฮียทำผิดเรื่องที่เคยหลอกลวงณิรินให้เสียใจ อย่างพี่พฤกษ์ก็ไม่ต่างกันแถมพี่พฤกษ์ยังหลอกณิรินอยู่จนถึงทุกวันนี้ มันเป็นเรื่องที่เลวร้ายกว่าตั้งเยอะ พี่ทำได้ยังไงอ่ะ ถึงจะไม่ใช่พี่น้องกันแท้ๆ แต่ณิรินก็มองพี่เป็นพี่ชายมาตลอด เรื่องระหว่างพี่กับณิรินมันไม่มีทางเป็นไปได้เลยนะคะ” 

“พี่รู้ พี่รู้ว่าพี่ไม่ควรคิดแบบนี้กับณิริน พี่พยายามเก็บซ่อนความรู้สึกเอาไว้ตลอด พี่แค่อยากเห็นณิรินมีความสุขไม่เคยหวังครอบครอง และไม่อยากเห็นใครมาทำให้ณิรินเจ็บปวด”

“คำพูดสวยหรูแบบนี้ที่พี่ใช้หลอกตัวเองมาตลอด มันไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นหรอกนะคะ ถ้าหากพี่ยังทำแบบนี้อยู่ สักวันณิรินจะรู้แล้วเธอจะเจ็บปวดจากคนที่เธอไว้ใจมากที่สุด”

“พี่พยายามอยู่ พยายามจะตัดใจจากณิริน สามปีมานี้พี่คิดว่าพี่ตัดใจได้แล้ว แต่พอพี่ได้กลับมาเจอณิรินไม่รู้ว่าทำไมความรู้สึกมันถึงได้กลับมาอีกครั้ง พี่ขอร้องอย่าบอกณิรินนะลิษา”

“ลิษาบอกแล้วว่าจะไม่พูดเรื่องนี้กับณิริน แต่ลิษามีข้อแม้นะคะ”

“บอกพี่มาเลย พี่จะทำทุกอย่าง”

“ลิษาให้โอกาสพี่พฤกษ์ได้พิสูจน์ในสิ่งที่พูดว่าจะยอมตัดใจจากณิริน พี่พฤกษ์ก็ควรให้โอกาสเฮียได้พิสูจน์ตัวเองเหมือนกัน ไม่ได้ให้เปิดทางให้เฮียแต่แค่ไม่ปิดโอกาส แล้วผลจะเป็นยังไงให้ณิรินเป็นคนตัดสินใจเองได้ไหมคะ”

พี่พฤกษ์ทำหน้าคิดหนัก เรื่องที่เป็นห่วงหรือกังวลใจแทนณิรินฉันเข้าใจ แต่ถ้าหากพี่พฤกษ์ขัดขวางสองคนนี้ฉันก็สงสารเขาทั้งคู่เหมือนกัน

อย่างที่รู้ว่าตอนนี้เขาทั้งสองคนกำลังเปลี่ยนรอยบาดแผลให้เป็นความรัก

“ก็ได้ แต่ถ้ามันมาทำเรื่องเลวๆ อีกพี่ก็จะปกป้องณิรินในฐานะพี่ชายคนนึงเหมือนกัน”

“ไม่ต้องห่วงค่ะ ลิษาก็ไม่ปล่อยเฮียรอดไปง่ายๆ แน่ถ้าหากทำให้ณิรินเสียใจ”ฉันยื่นมือไปให้พี่พฤกษ์ ซึ่งเขาก็ยื่นมาจับตอบ “ลิษาสัญญาว่าจะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ”

“ขอบคุณนะ”พี่พฤกษ์ไม่กล้าแม้แต่สบตากัน

“ขอโทษที่ลิษาทำเหมือนคนใจร้ายและเข้ามายุ่งกับเรื่องนี้ด้วยนะคะ”

“อืม พี่ขอตัวนะ!”

 

Adaysiix 

มีใครได้กลิ่นแปลกๆ ของพี่พฤกษ์ก่อนหน้านี้บ้างยกมือหน่อย  

เดี๋ยวเรื่องสตอรี่ของพี่พฤกษ์จะค่อยๆ รู้กันนะคะว่าเขาชอบณิรินตั้งแต่ตอนไหน 

ลิษาจะเป็นตัวเชื่องโยงทุกตัวละครได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ มีความไกล่เกลี่ยเก่งมาก 555 

แต่ไม่ต้องห่วงนะขอสปอยด์เลยว่าความรู้สึกที่พี่พฤกษ์มีให้ณิรินยัยน้องจะไม่รู้ 

แค่ปมเรื่องหัวใจน้องก็ปวดใจพอแล้ว 555 

แต่ที่จะตั้งใจสปอยด์คือตอนหน้านี้มีคนไปเดตกัน เฮียของเราจะพายัยน้องไปที่ที่เคยสัญญาว่าจะพาไปด้วย 

มันเป็นมะงึกมากกกก แบบงุ้ยยยยยยไม่ไหว 

มันมีเรื่องที่ทำให้หัวใจเต้นตุบๆๆๆๆ  

รีดบอกสปอยด์อะไรไม่เข้าใจว๊อยทั้งมะงึก ทั้งงุ้ย ทั้งตุบๆ 5555555  

แต่บอกเลยว่าเกียมหมอน เกียมใจไว้ดีๆ มาเอาใจช่วยไม่ให้ยัยน้องเป็นลมไปก่อน  

ขอบคุณทุกคนนะคะที่ติดตามกัน ฝากตอนต่อไปด้วยน๊า เยิฟฟฟฟ <3 

ความคิดเห็น