ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

48 : เหนื่อยแล้ว...

ชื่อตอน : 48 : เหนื่อยแล้ว...

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 23.4k

ความคิดเห็น : 63

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ธ.ค. 2563 10:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
48 : เหนื่อยแล้ว...
แบบอักษร

นักรบมองหมายเลขบนจอมือถือของตนนิ่ง ลองกดโทรออก แต่ปรากฏว่าอีกฝ่ายปิดเครื่องไปแล้ว นักรบเค้นหัวเราะราวกับเย้ยหยันตัวเอง คนอย่างเขามันคงเหมาะที่จะเป็นคนถูกหักหลังอย่างที่ทวรรษกรพูดจริงๆสินะ

 

นักรบแต่งตัวเพื่อกลับคอนโดตัวเองหลังจากที่ไม่ได้กลับคอนโดเลยหลังจากที่กลับจากมัลดีฟส์ครั้งนั้น เพราะทวรรษกรมักจะมารอเขาที่ห้องและมักจะทะเลาะด้วยเรื่องเดิมๆ เขาไม่ได้บอกทวรรษกรว่ากลับไปพักอยู่บ้าน เพราะหากทวรรษกรรู้ก็คงไม่พ้นตามไปที่นั่น หลังจากวันนั้นเขาพยายามที่จะไม่กลับบ้านเพราะทวรรษกรคงไม่พ้นตามเขาถึงที่บ้านทุกวัน นักรบแค่ไม่อยากให้ทวรรษกรไปยุ่งกับเพียวไผ่ เพียวไผ่ต่างจากทวรรษกร...

 

ต่างกันงั้นหรอ.... หึ ที่ผ่านมาคงเข้าใจผิดมาตลอด...

 

“ดร.คะ ผลออกมาแล้วดร.จะเข้ามาดูเลยรึเปล่าคะ”หมอจีน โทรหาหลังจากที่นักรบมาถึงคอนโดไม่นาน อีกฝ่ายรับคำนิ่งก็เบิ่งรถตรงไปยังสถาบันอีกครั้ง

 

 

 

 

ฝั่งเพียวไผ่หลังจากที่นอนจมพร้อมน้ำตาตั้งนานก็ลุกขึ้น มองเวลาเกือบเข้าสี่โมงเย็น ร่างเล็กก็ลุกขึ้นนั่ง รู้สึกปวดท้อง ก็ลุกขึ้นไปดื่มน้ำเล็กน้อย วันนี้ทั้งวันไม่มีอาหารตกถึงท้อง ร่างเล็กดื่มนมไปแค่ครึ่งกล่องก็กินอะไรไม่ลง เพียวไผ่ปาดน้ำตาของตัวเองออกก่อนจะไปทิ้งตัวนั่งเงียบๆที่ห้องรับแขกอีกครั้ง ดูมือถือตัวเองก็ปรากฏว่าแบตหมด

ร่างเล็กไม่มีกระจิตกระใจอยากจะทำอะไรแม้แต่นิด เสียงของผู้ชายคนนั้นเมื่อตอนกลางวันยังคงดังวนเข้ามา คำปลอบใจโง่ๆที่เคยปลอบใจตัวเองว่านักรบจะกลับมาหาใช้ไม่ได้ผลอีกแล้วเพราะตอนนี้แม้แต่หน้าเขานักรบก็ไม่อยากมอง

 

เพียวไผ่เจ็บ

เจ็บไปหมดจนไม่รู้จะพูดยังไง

หลังจากนี้นักรบจะกลับมาไหม จะกลับมาหาเขารึเปล่า หรือนักรบจะไม่สนใจเขาอีกแล้ว

 

 

 

นักรบรักผู้ชายคนนั้นมาก ในวันนี้สิ่งที่ได้ยินมันคือคำตอบยืนยันในสิ่งที่เขาตั้งคำถามกับตัวเอง เคยคิดเข้าข้างตัวเอง ว่าบางทีนักรบอาจจะพอมีความรู้สึกดีๆกับเขาบ้าง เพราะหลอกตัวเองซ้ำๆ ก็เลยเจ็บอยู่เหมือนเดิม

 

เพียวไผ่นั่งร้องไห้ที่โซฟาเงียบๆ จนกระทั่งแตนยกอาหารเข้ามา ใบหน้าใสผะอืดผะอมกับกลิ่นอาหารที่ตีเข้าจมูกจนต้องวิ่งไปโก่งคออาเจียนอย่างหมดแรง ทิ้งตัวลงบนพื้นไร้เรี่ยวแรงแม้แต่จะลุกขึ้น เพียวไผ่ก้มลงมองท้องของตัวเอง ตอนนี้มันเข้าเดือนที่สองแล้ว ท้องเขามันโตขึ้นเรื่อยๆ

“ตัวจืด”เสียงเล็กเอ่ยเรียกลูกในท้องเบาๆ มือขาวลูบท้องนูนของตัวเองอย่างแผ่วเบา สัปดาห์ที่ผ่านมาเขาเอาแต่คิดถึงเรื่องของนักรบ ปล่อยปละละเลยเรื่องลูกในท้อง บางครัั้งแทบลืมไปแล้วว่าตั้งเองมีเจ้าตัวน้อยอยู่ในท้อง

“พ่อเขาไม่ได้รักแม่เลย แม่จะทำยังไงดีตัวจืด ฮรึก”

“แม่ไม่อยากให้หนูไปอยู่กับคนอื่น ตัวจืด แม่กลัวไปหมดเลย ฮรืออ”ร่างเล็กก้มหน้าซุกเข่าร้องไห้สะอื้นสะอึกสะอื้น แค่คิดว่าวันหนึ่งตัวเองต้องยกลูกไปให้ลูกคนอื่น หัวใจของเขาก็ก็เจ็บไปหมด

 

หรือท้ายที่สุดแล้วเขาต้องอยู่คนเดียวจริงๆ....

 

 

 

ใบหน้าใสร้องไห้จนเหนื่อยก็ลุกขึ้นก่อนจะนึกอะไรบางอย่างออก ก้มลงมองท้องของตัวเองอีกครั้ง ยังไงเสียนักรบก็ยังไม่รู้เรื่องที่เขากำลังตั้งท้อง.....

 

 

 

 

นักรบนั่งทำงานในห้องแลปกับหมอจีนและนทกร เสียงมือถือดังขึ้นแต่คนร่างใหญ่ก็ยังคงง่วนอยู่กับการทดลองสำคัญ ที่ตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาคนร่างสูงนอนเฝ้าแลปอย่างใจจดใจจ่อจนหมอจีนต้องออกปากไล่ให้กลับไปนอน นักรบจึงไปนอนที่โรงแรมเมื่อคืน

“ดร.คะถ้าเราสามารถปลูกถ่ายสเต็มเซลล์ได้อย่างปลอดภัยอย่างนี้ บางที...”

“ดร.ครับมีสายเข้า”กันทิมาที่เอ่ยบอกผ่านกระจก คนร่างสูงมอง ก่อนจะบอกหมอจีนว่ารอเดี๋ยวก็ออกไปรับมือถือ เมื่อเห็นสายที่เข้ามา เพียวไผ่...

“เพียวไผ่..”ร่างสูงเรียกคนปลายสายเมื่อเพียวไผ่โทรกลับหาหลังจากที่เขาโทรกลับหลังทวรรษกรกลับไป แต่เพียวไผ่กลับปิดเครื่อง

“คุณรบครับ เย็นวันนี้กลับมาได้ไหมครับ”ดวงตาดุลิงโลดมาชั่วครู่ ก่อนจะเรียบนิ่ง

“เพียวมีเรื่องสำคัญอยากจะคุยกับคุณรบครับ”หัวใจของคนร่างใหญ่เหมือนว่าจะโบยบินกลับไปบ้านอิศรศวรในเวลานี้ นักรบอยากถาม อยากถามว่าสิ่งที่ทวรรษกรบอกเขาในวันนี้มันใช่สิ่งที่เพียวไผ่พูดจริงๆรึเปล่า นักรบหวังอยากให้สิ่งที่ทวรรษกรบอกนั้นเป็นเรื่องโกหก

“ฉันกำลังจะกลับบ้าน ตอนนี้”แม้จะได้ยินจากปากคนตัวเล็กเอง ว่าเพียวไผ่ไม่มีความสุขเลยกับการแต่งงานในครั้งนี้ แต่เขาอยากรั้ง ทุกครั้งที่ได้ยินว่าคนตัวเล็กบอกว่าอยากไปไกลๆ อยากไปเจอสังคมที่อื่น อยากไปอยู่ที่อื่น ไปทำตามความฝันของตัวเอง ที่นักรบไม่รู้ ไม่รู้เลยว่าในความฝันนั้นของคนตัวเล็กจะมีเขาอยู่เสี้ยวหนึ่งไหม เขาไม่อยากฟัง นักรบไม่เคยอยากฟัง

 

บ่อยครั้งที่คนตัวเล็กมักจะพูดอย่างนี้นักรบได้แต่ถามตัวเองว่าเขายังทำอะไรไม่ดีพอ เขาปกป้องไม่ให้ทววรรษกรเข้าใกล้เพียวไผ่หลังจากที่รู้ความจริงว่าอีกฝ่ายกลับมาหาเขาเพื่ออะไร เขาบอกเลิกทวรรษกร หลังจากที่รู้แล้วว่าความรู้สึกในใจที่มีคนตัวเล็กมันเปลี่ยนไป เขาไม่เคยเห็นว่าเพียวไผ่เป็นแค่ตัวทดลอง หากเพียวไผ่ตั้งครรภ์เขาไม่เคยคิดจะเอาลูกไปจากเพียวไผ่ แม้ในสัญญาจะบอกอย่างนั้น

 

เย็นวันนั้นที่คนตัวเล็กบอกว่ามีมื้อเย็นพิเศษเขาตั้งใจว่าหากได้พูดอะไรไปบ้าง เพียวไผ่คงไม่อยากไปจากเขา มันอาจจะช่วยรั้งเพียวไผ่ให้อยากอยู่กับเขา อยู่อ้อนเขาเหมือนทุกครั้ง แต่สิ่งที่ได้ยินวันนั้น นักรบรู้สึกเหมือนโลกของเขาถล่มทับอย่างไม่ใย

 

เพียวไผ่หวังมาหาเขาแค่ครั้งคราว มาหาคำตอบเกี่ยวกับร่างกายตัวเองจากการทดลองนี้ คนตัวเล็กเคยลั่นวาจายังไง ทุกวันนี้ดูเหมือนอีกคนก็ยังคงแน่วแน่อย่างนั้น เพียวไผ่พร้อมจะออกไปโบยบินสู่โลกภายนอกทุกเมื่อ หวังมาหาเขาเพื่อตั้งตัว เพียงแค่นั้น...

 

“ดร.จะไปไหนคะ”หมอจีนทำตาโตเมื่อเห็นนักรบถอดกาวน์ออก

“กลับบ้าน”

“แต่ผลแลปที่คุณรบรอมาทั้งสัปดาห์ไม่ได้หลับได้นอนมันกำลังจะออกมานะคะ”.

“ฝากคุณเก็บภาพและข้อมูลทุกอย่างอย่างละเอียดด้วยจีน”

“ดร.เดี๋ยว...”ไม่ทันแล้วเมื่อคนร่างสูงเดินลิ่วออกจากห้องอย่างรวดเร็ว หมอจีนได้แต่มองตามหลังอย่างงุนงง

“ทั้งๆที่อดหลับอดนอนทำมาเป็นสัปดาห์ อีกไม่กี่ชั่วโมงผลออกก็กลับบ้านเนี่ยนะ”หมอจีนทำหน้าง่ำงอ แต่ก็เดินกลับห้องแลปอีกครั้งโดยดี

 

 

 

 

 

 

รถหรูแล่นฉิวเข้ามาในบ้านอย่างรวดเร็ว นักรบดับรถยนต์แล้วจ้ำอ้าวเข้าไปในบ้าน เห็นคนร่างเล็กนั่งอยู่ที่โซฟา เวลานี้ไม่แม้แต่จะยกยิ้มเหมือนดีใจที่เห็นเขากลับมาที่บ้าน ร่างกายขาวผ่องดูผอมลงหลังจากที่ผ่านไปหนึ่งสัปดาห์

“คุณรบกลับมาแล้ว”นักรบจ้องอีกฝ่ายนิ่งๆ มองใบหน้าซีดเซียวร่างกายซูบผอมก็อยากดึงมากอด หากแต่ร่างกายเขากลับตรงข้ามเหลือเกิน

“พูดธุระสำคัญของเธอมาสิ”นักรบเอ่ย จ้องใบหน้าเล็กนิ่ง อีกฝ่ายยกยิ้มบางๆก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำนักรบเหมือนกับว่าโลกใบเดิมของเขาทับกายเขาอีกครั้งด้วยแรงมหาศาล

“เพียวอยากกลับไปทำการทดลองเหมือนเดิม ที่ไม่มีการตั้งครรภ์ครับ”

“ทำไม”นักรบถามเสียงนิ่ง อีกฝ่ายก็ส่ายหน้า

“เพียวท้องไม่ได้ครับ หลายเดือนที่ผ่านมานี้ มันก็ให้คำตอบโดยไม่ต้องรอให้ถึงปีหรอกครับ”

“……”

“เราหย่ากันเถอะนะครับ”นักรบมองสีหน้าของคนตรงกันข้ามที่มันเฉยเมยไม่เหมือนทุกครั้ง

“แล้วถ้าฉันบอกว่าไม่หย่า”นักรบเอ่ยเสียงเรียบ ไม่หย่า ยังไงก็ไม่หย่า นักรบรู้ รู้ว่าเขาไม่สามารถรั้งเพียวไผ่ได้นานกว่านี้ แต่อย่างน้อยๆเวลาที่เหลือ...เขา... นักรบรู้ว่าเขากำลังเห็นแก่ตัว เพียวไผ่ยังอายุน้อย การที่เพียวไผ่มีความฝันไม่ใช่เรื่องผิด การที่เพียวไผ่อยากไปเจอคน เจอโลกกว้างกว่านี้ก็ไม่ผิด

“ตามสัญญาก็ต้องอยู่ให้ครบหนึ่งปี”

“เพียวไม่รู้เราจะอยู่ไปเพื่ออะไร แต่ถึงเราจะหย่ากันแล้ว เพียวก็ให้สัญญาครับว่าจะให้สถาบันตรวจร่างกายของเพียวต่อจนครบหนึ่งปี”ใบหน้าคนร่างสูงเรียบนิ่งแม้ในใจอยากจะโต้แย้ง ไม่ต้องการคำพูดแบบนั้นจากคนตัวเล็ก

“ถ้าอยากจะหย่าก็เอาเงินห้าร้อยล้านมากองตรงหน้าฉัน”

“………”

“การทดลองครั้งนี้ฉันเคยบอกไปแล้วว่างบประมาณมันเป็นพันๆล้าน เธอคิดว่าฉันจะยอมสูญเสียอย่างนั้นหรอ”

“ก็เพียวบอกแล้วไงครับ ว่ายังไงร่างกายของเพียวทางสถาบันก็ยังตรวจได้”

“การดำเนินการกำหนดเวลาหนึ่งปีหากน้อยกว่านี้ก็ไม่เป็นไปตามแผน สรุปผลออกมาไม่ได้ งานของฉันไม่ใช่สนามเด็กเล่น”

“……”

“ถ้าจะโทรเรียกฉันด้วยเรื่องไร้สาระพวกนี้ก็อย่าทำอีก”

 

 

เสียงประตูปิดลงแล้ว ร่างเล็กมองประตูบ้านนิ่ง มันมืดมิดไร้ทางออก .......

 

 

 

 

 

เช้าตรู่เสียงอาเจียนโอ้กอ้ากดังมาจากเรือนเล็ก แตนที่เป็นสาวใช้ช่วยลูบแผ่นหลังเพียวไผ่ ด้วยความกังวลจนกระทั่งเห็นว่าเพียวไผ่ดีขึ้นแล้วก็ประคองไปนั่งที่โซฟา แตนมองร่างกายซูบเซียวของเพียวไผ่ก็ได้แต่เห็นใจเงียบๆ หลังๆมานี้เพียวไผ่เอาแต่เก็บตัวในเรือนเล็กไม่ไปเรือนใหญ่ จะไปก็ต่อเมื่อคุณหญิงณิชาเรียกหา

“เที่ยงวันนี้คุณเพียวอยากกินอะไรคะ” เพียวไผ่ก้มหน้าลูบท้องตัวเองก็ส่ายหน้า แตนได้แต่มองท่าทางนั้นอย่างสงสัย

“วันนี้แตนซื้อมะกอกกลับมาด้วย คุณเพียวอยากกินไหมคะ”เพียวไผ่ก็ส่ายหน้าอีกครั้ง แตนเองก็ไม่รู้จะพูดอะไรจึงยกตะกร้าเสื้อสกปรก ที่ทุกวันนี้มีแค่ของเพียวไผ่อยู่ในตะกร้าเอาไปซัก

 

“หมอจีนสวัสดีครับ”

“คุณเพียว ครบสองสัปดาห์แล้วนะคะ พรุ่งนี้จะมาหาให้หมอตรวจไหมคะ”เพียวไผ่นิ่งเงียบก็พยักหน้า

“ครับ พรุ่งนี้เพียวจะไป”

“หมอจะรอนะคะ หมอมีของขวัญฝากคุณเพียวด้วย คิดถึงเจ้าตัวจืดจะแย่แล้วค่ะ”

“ครับ”

 

 

เพียวไผ่วางสายจากหมอจีนก่อนจะได้ยินเสียงกดกริ่งก็เดินไปเปิดประตูก่อนจะเห็นผู้ชายร่างสูงหน้าตาดี ยืนอุ้มเด็กผู้ชายอยู่หน้าบ้าน กองทัพ ลูกชายคนที่สองของบ้านอิศรศวร เพียวไผ่ยกยิ้มให้อีกฝ่ายบางๆแล้วก็เชิญเข้ามาในบ้าน ก่อนจะกลับไปรินน้ำเย็นมาวางไว้ที่โซฟา มองเด็กชายหน้าตาน่ารัก ที่ตอนนี้ใบหน้าเหมือนผ่านการร้องไห้ มีหัวโนปูดที่หัวจนน่าสงสาร ตีวแค่นี้ คงจะเจ็บน่าดู

“น้องเพียว”

“คุณหมอทัพกลับมาถึงเมื่อไหร่ครับ”เพียวไผ่เอ่ยถามเบาๆ

“บอกให้เรียกพี่ทัพไงครับ เพิ่งกลับมาถึงไม่นานเอง”

“น้องม่านใช่ไหมครับ”เพียวไผ่จ้องใบหน้าเด็กชายครู่นึกก็นึกออกว่าคุณหญิงณิชาเคยเอาวิดิโอของเด็กชายคนนี้มาให้ดูหลายครั้ง บอกว่าเป็นลูกของเพื่อน

“ครับ น้องนม่านครับ นี่พี่เพียวนะ”

“ฉวัดดีฮับ”มือเล็กป้อมๆยกขึ้นประกอบ ไหว้เพียวไผ่จนน่าเอ็นดู เพียวไผ่ก็ยกยิ้มบางๆ มองใบหน้าเด็กชายไม่วางตา พูดคุยอยู่กับนักรบอยู่ครู่หนึ่งคุณหญิงณิชาก็ออกตามหาเด็กชาย กองทัพจึงอุ้มม่านฝนออกไปแล้วกลับเข้ามาอีกครั้งนั่งที่โซฟาจ้องเพียวไผ่ไม่วางตาจนเพียวไผ่ไม่กล้าสบตา

“คุณหมอมีอะไรรึเปล่าครับ”

“หลังจากที่น้องเพียวแต่งงานกับพี่รบเราก็ไม่ได้คุยกันเลย ทั้งๆที่เป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว”เพียวไผ่เงยหน้าขึ้นมองใบหน้าใจดีของกองทัพเล็กน้อย อีกฝ่ายยื่นถึงกระดาษสวยมาให้

“อะไรครับ”

“รับไปเถอะนะครับ ถือว่าเป็นของขวัญวันแต่งงานย้อนหลัง พี่ไม่เคยให้อะไรน้องเพียวเลย”เพียวไผ่ก็ส่ายหน้า

“จริงๆไม่...”

“อย่าปฏิเสธเลยครับ”

“คุณหมอเอากลับไปเถอะครับ อย่าลำบากเลย”

“น้องเพียวครับ”

“ครับ”

“จริงๆแล้วพี่ไม่ได้อยากก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของน้องเพียวนะครับ แต่คุณแม่บอกพี่ว่าพี่รบไม่กลับบ้านมาหนึ่งอาทิตย์แล้ว มีปัญหาอะไรรึเปล่าครับ”เพียวไผ่ก็นิ่งเงียบก่อนจะตอบเสียงแผ่ว

“เปล่าครับ ไม่ได้มีปัญหาอะไร คุณรบบอกว่าช่วงนี้งานยุ่งๆก็เลยต้องนอนที่คอนโดน่ะครับ”กองทัพก็พยักหน้าเบาๆก่อนจะเรียกอีกครั้ง

“น้องเพียวครับ”

“ครับ”

“อยู่ที่นี่ไม่ได้ลำบากอะไรใช่ไหมครับ”

“เปล่าครับ ทุกคนที่นี่ดีกลับเพียวมาก”เพียวไผ่เอ่ยตามตรง แม้แต่คุณหญิงณิชาที่เพียวไผ่คิดอีกฝ่ายคงไม่สนใจใยดีเขา ก็ไม่มีแสดงท่าทีรังเกียจหนำซ้ำยังมักจะชวนไปพูดอยู่บ่อยๆเหมือนช่วงก่อนที่จะมีคนเอาความลับเขาไปบอก คุณหญิงณิชาไม่เคยเอ่ยปากพูดเรื่องนี้ เพียวไผ่ไม่รู้หรอกว่าใจคนอื่นคิดยังไงแต่หากคนอื่นยังแสดงท่าทีดีต่อเขาก็ไม่มีเหตุผลต้องไปอคติ

“แล้วพี่รบดีกับน้องเพียวรึเปล่า”เพียวไผ่ชะงัก จู่ๆขอบตาก็ร้อนผ่าว แต่ก็พยายามกลั้นน้ำตาไว้

“คุณรบ..เป็นสามีที่ดีของเพียว”แม้อยากจะมีใครสักคนให้ได้ร้องไห้ แล้วร้องถามว่าทำไมนักรบถึงใจร้ายกับเขานัก แต่เมื่อมีคนมาถามจริงๆ อย่างไรเสียตอนนี้ก็ยังถือว่าเขาแต่งงนกับนักรบไม่อยากให้ใครมารู้เรื่องภายในบ้าน

 

เพียวไผ่นั่งคุยกองทัพไม่นานอีกฝ่ายก็ยืนยันที่จะให้เพียวไผ่รับของขวัญให้ได้ เพียวไผ่จึงไม่สามารถปฏิเสธได้

 

 

 

ดึกแล้ว เพียวไผ่นั่งอยู่ในห้องเงียบๆ มองกระเป๋าเดินทางของตัวเองที่มีเสื้อผ้าไม่กี่ชิ้นอยู่ในนั้น ดวงตากวางปาดน้ำตาออกลวกๆ เปิดกล่องในถุงกระดาษที่กองทัพให้วันนี้ มันเป็นนาฬิกาหรูราคาเหยียบแสน เพียวไผ่ก็เอาใส่ในกระเป๋าเป้ใบเดิมของตัวเอง ก่อนจะมองพาสปอร์ตที่วางอยู่ไม่ไกล หันไปหยิบกระดาษก่อนจะนั่งเขียน แล้วพับใส่ซอง จัดการเก็บกวาดทุกอย่างให้เป็นที่เป็นทางให้เรียบร้อยก่อนจะเข้านอน

 

พรุ่งนี้คงต้องเดินทางไปหลายที่...ยานอนหลับที่กินคืนนี้หวังว่าจะทำให้เขาหลับได้ง่ายขึ้น

 

 

 

 

 

เช้าแล้วเพียวไผ่ตื่นขึ้นมา ดูเหมือนว่าวันนี้ไม่ค่อยมีอาการอยากคลื่นไส้อาเจียนสักเท่าไหร่ มีแค่อาการวิงเวียนศีรษะ แตนยกอาหารเช้ามาเพียวไผ่ก็ไม่ปฏิเสธจนแตนทำหน้าแปลกใจ เพียวไผ่อาบน้ำแต่งตัว หลังจากกินข้าวเสร็จนั่งรอสายๆจนทุกคนออกจากบ้านกันแล้ว เพียวไผ่ก็หยิบกระเป๋าเดินทางใบเล็กจ้อยของตัวเองออกมา พร้อมเป้ขึ้นหลัง

“น้องแป้ง เดือนนี้เงินพอใช้รึเปล่า”ทุกวันเพียวไผ่ยังคงคุยกับแป้งพิมพ์ไม่ไม่มีห่าง

“พี่เพียวถามหนูอย่างนี้มาห้าวันแล้วนะคะ หนูมีค่ะ คุณกันโอนมาให้หนูทุกเดือนเลย”

“น้องแป้ง”

“ขา”

“น้องแป้งฟังพี่นะ”

“ค่ะ”

“หลังจากนี้พี่อาจจะไม่ได้โทรหาน้องแป้งสักหนึ่งสัปดาห์นะ”

“ทำไมล่ะคะ”เสียงปลายสายถามด้วยความสงสัย เพราะทุกวันการคุยกับเพียวไผ่เป็นกิจวัตรประจำวันไปแล้ว

“พี่เพียวจะต้องมีอะไรจัดการหลายอย่างเลย กลัวว่าจะลืมโทรหาน้องแป้ง เลยบอกไว้ น้องแป้งไม่น้อยใจพี่เพียวนะ”

“โถ่ พี่เพียวว่างพี่เพียวก็โทรมาได้ แป้งรอสายจากพี่เพียวทุกวัน”

“พี่เพียวรักน้องแป้งนะ”

“น้องแป้งก็รักพี่เพียวค่ะ”เพียวไผ่วางสายลงแล้วกำลังจะก้าวออกจากประตูแต่ก็ได้ยินเสียงทักดังมาก่อน

“คุณเพียวจะไปไหนคะ”แตนมองกระเป๋าเดินทางใบเล็กที่มือชายหนุ่มด้วยความสงสัย

“เพียวจะไปพักที่คอนโดกับคุณรบครับ”อีกฝ่ายก็พยักหน้า บอกให้เพียวไผ่ไปกับรถที่บ้าน ตนจะไปเรียกคนขับรถให้เพียวไผ่ก็ปฏิเสธพร้อมกับรถที่เรียกไว้มาจอดหน้าบ้านพอดี

 

 

 

เพียวไผ่กำลังจะบอกให้รถตรงไปยังสถาบันเพื่อเข้าไปพบหมอจีนเป็นครั้งสุดท้าย แต่แล้วหมอจีนเองที่เป็นคนโทรมาเสียก่อน พูดคุยกับหมอจีนอยู่สองสามคำ เพียวไผ่บอกว่าวันนี้อาจจะไม่ต้องอัลตร้าซาวด์ เพราะตนไม่ค่อยสบาย ไม่อยากทำอะไรเยอะ ขอแค่ไปเอายาก็พอ หมอจีนก็ไม่ว่าอะไร บอกว่าจะรอ แต่แล้วไม่ทันที่จะวางสาย เสียงปลายสายที่เอะอะดังเข้ามาก็ทำหัวใจของเพียวไผ่หนาวเหน็บเป็นน้ำแข็ง บอกคนขับรถให้เปลี่ยนเส้นทางไปยังบ้านของพิภพทันที

 

“แม่น้องเพียวมาแล้ว”

“ภพ”แค่เห็นหน้าเพื่อนเพียวไผ่ก็ร้องไห้โฮโผกอดพิภพในทันที ก่อนที่ลุงกับป้าจะเข้ามากอดเพียวไผ่ไว้แน่น

“โถ่ น้องเพียว”ผู้เป็นป้าได้แต่ร้องไห้ตามเพียวไผ่เมื่อเห็นอีกฝ่ายร้องไห้อย่างหนักหน่วงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้งสองนั่งปลอบเพียวไผ่จนคนร่างขาวสงบลง

“เพียวขอโทษนะครับ ที่ต้องมารบกวนคุณลุงคุณป้า แต่เพียวเป็นห่วงน้องแป้ง”

“ไม่เป็นไร ลุงกับป้าจะดูแลน้องแป้งเอง ถ้าเมื่อไหรที่น้องแป้งกลับมาอยู่เมืองไทย เราจะพาน้องแป้งไปหาน้องเพียวนะ”เพียวไผ่ก็พยักหน้าทั้งน้ำตา

“น้องเพียว”เพียวไผ่หันไปทางคนที่ตนเรียกว่าป้า

“ขอป้าดูเจ้าตัวจืดสักครั้งได้ไหมลูก”เพียวไผ่หยิบแผ่นอัลตร้าซาวด์แผ่นเล็กที่อัลตร้าซาวด์ครั้งแรกให้ผู้เป็นป้าดู พลันน้ำตาของสตรีสูงวัยก็ร้องไห้อีกครั้ง พิภพดึงร่างขาวมากอดไว้แน่น รู้สึกเจ็บปวดแทนเพื่อนจนนึกอยากจะบีบคอผู้ชายที่ชื่อนักรบคนนั้น

 

สามวันก่อนเพียวไผ่เดินทางที่นี่ทั้งน้ำตาก่อนจะเปิดปากเล่าทุกอย่างถึงเหตุผลที่ทำไมต้องแต่งงานกับนักรบ รวมถึงเวลานี้ที่เพียวไผ่กำลังตั้งครรภ์ แม้ว่าช่วงแรกที่รับรู้จะตกใจกันทั้งบ้าน แต่แม่เขาก็เปรยขึ้นมา ‘นี่สินะ ที่แม่ครูเคยบอกว่าหนูเป็นคนพิเศษ ป้าก็อยากรู้มาตลอดทำไมแม่ครูบอกอย่างนี้’

“ลุงจะเป็นคนไปส่งน้องเพียวไปสนามบินเอง ภพอยู่บ้านนี่แหละ”

“ไม่ ผมจะไปส่งน้องเพียวด้วย”

“น้องเพียวบอกว่าคนที่สถาบันรู้แล้วว่าน้องเพียวตั้งท้อง ไม่นานหากติดต่อน้องเพียวไม่ได้ คุณนักรบก็คงจะมาที่นี่ ถ้าภพไปด้วย ก็คงคิดว่าน้องเพียวอยู่กับภพ”

“แต่ว่า....”

“หรือภพอยากเห็นเพื่อนติดคุก”พิภพน้ำตาคลอหันไปมองเพียวไผ่ก่อนจะโผเข้ากอดอีกครั้ง

“ถ้าพวกเขาไม่บังเอิญมารู้วันนี้ ภพจะไปส่งเพียวพ่อก็ไม่ว่า แต่ก็อยู่รับหน้าที่บ้านเถอะ ถ้าพ่อไปพวกเขาก็ไม่สงสัยหรอก”

“ถึงที่นั่นแล้วบอกภพด้วยนะน้องเพียว”เพียวไผ่ก็พยักหน้าทั้งน้ำตา

“เพื่อนแม่ครูที่ป้าติดต่อไปจะอยู่รอรับหนูที่นั่น”เพียวไผ่ก็พยักหน้าอีกครั้ง กอดพิภพไว้แน่นก่อนจะเดินไปขึ้นรถทั้งน้ำตา

 

 

ภายในห้องประชุมที่เย็นฉ่ำดูเหมือนจะมีแต่ไอความร้อนแผ่ไปทั้งห้อง หมอจีนนั่งนิ่งอยู่ที่โต๊ะในขณะที่อีกหลายคนในทีมวิจัยมองใบหน้าเธอนิ่ง บนโต๊ะมีแผ่นอัลตร้าซาวด์ และประวัติการให้ยา อีกทั้งบันทึกการตรวจครรภ์แผ่หลา เวลานี้ทั้งทีมวิจัยอยู่กันพร้อมหน้า จะยกเว้นก็แค่กันทิมากับนักรบ

“กันบอกให้ดร.กลับมารอที่สถาบันเถอะ คุณเพียวบอกเองว่าเขาจะมาเอายา ยังไงเขาต้องมาเอา”

“แต่มันผ่านไปสามชั่วโมงแล้ว คุณเพียวยังไม่ถึงสถาบัน ติดต่อก็ไม่ได้ มันแปลกเกินไปแล้ว”

“แล้วนี่ดร.อยู่ไหน”

“บอกว่าจะไปตามหาที่บ้านลุงกับป้าของคุณเพียวไผ่ครับ”นทกรพยักหน้าเบาๆกับคำตอบของกันทิมาก่อนจะวางสาย แล้วหันมาจ้องหมอจีนนิ่ง ก่อนจะเอ่ยเสียงราบเรียบ

“ถ้าไม่ลืมผลอัลตร้าซาวด์พวกนี้ไว้ในห้องแลป คุณก็คิดจะปิดเรื่องนี้ไปจนกว่าเพียวไผ่จะคลอดรึไง ห๊า!!”ปัง!! พร้อมแผ่นกระดาษที่กระแทกโต๊ะอย่างแรงจนหมอจีนสะดุ้ง

 

_____________

ไหน ใครที่บอกอยากให้น้องหนี.....

พร้อมจะเจอมาม่าชามใหญ่แล้วยังครับ? งื้อๆๆๆ

เหลือมาม่าแค่สองสามตอนแล้วอดทนอีกนิดนะครับ

 

 

 

 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะครับ

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว