ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

47 : มีดที่คมกริบ...

ชื่อตอน : 47 : มีดที่คมกริบ...

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 19.8k

ความคิดเห็น : 55

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ธ.ค. 2563 10:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
47 : มีดที่คมกริบ...
แบบอักษร

เพียวไผ่มองคนร่างสูงที่จับข้อมือทวรรษกรผ่านหน้าตัวเองด้วยความอึ้ง ก่อนจะวิ่งตามหลังคนร่างสูง

“คุณรบ”เพียวไผ่คว้าแขนแกร่งไว้ คนร่างสูงก็หยุดเดิน ก่อนจะแกะมือขาวออกจากแขนแกร่งของตัวเอง แล้วขอกุญแจรถจากคนร่างโปร่งก่อนจะนั่งรถของทวรรษกรกรออกไป ปล่อยให้เพียวไผ่มองตามด้วยน้ำตานองหน้า

เพียวไผ่มองจนรถราคาแพงลับออกจากรั้วบ้าน แล้วตนก็วิ่งเข้าไปในบ้านกดสายโทรเข้าหาคนร่างสูงอย่างรีบร้อน น้ำตายังไหลอาบแก้มขาวไม่หยุด โทรไปได้ห้าสาย คนปลายสายก็กดวางสายทิ้งทุกครั้ง ก่อนที่สุดท้ายสัณญาณบอกว่าอีกฝ่ายปิดเครื่องไปแล้ว ร่างเล็กจึงทิ้งตัวร้องไห้โฮคนเดียวในบ้านกว้าง

 

 

เกือบเที่ยงคืนแล้ว เพียวไผ่ยังคงชะเง้อรอคอยว่านักรบจะกลับมาเมื่อไหร่ น้ำค้างในยามค่ำคืนเริ่มตกลงมา เพียวไผ่ปาดน้ำตาของตัวเองที่ยังคงไหลอาบแก้มเงียบๆ ร้อยสายที่โทรไปปลายสายก็ปิดเครื่อง เพียวไผ่ก้มมองจอมือถือของตัวเองทั้งน้ำตาก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมา ดีดตัวจากที่นั่งหน้าบ้านเมื่อเห็นคนร่างสูงกลับมาแล้ว ใบหน้าใสเผยรอยยิ้มก่อนจะหน้าเจื่อนเมื่ออีกฝ่ายเดินผ่านเขาไปราวกับเป็นอากาศธาตุเสียอย่างนั้น

 

เพียวไผ่เดินเข้าไปในบ้าน มองตามหลังคนร่างสูงไม่วางตาขณะที่นักรบเข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำประมาณสิบห้านาทีก็ออกมาหยิบเสื้อมาสวมใส่ลวกๆก่อนจะเดินออกมา ร่างสูงหยุดเดิน เพียวไผ่ก็เงยหน้ามอง

“คุณรบ”เพียงแค่เอ่ยเรียกเพียวไผ่ก็อยากร้องไห้ ยิ่งเห็นสายตาเย็นชาอย่างที่ไม่เคยเห็นอย่างวันนี้หัวใจดวงน้อยก็กระตุกวูบ

“มีอะไร”อีกฝ่ายถามกลับมานิ่งๆ ไม่ได้ดุเหมือนทุกครั้งแต่กลับเย็นชาเหลือเกินในท่าทีนั้น

“คุณรบ เพียวไม่ได้ตั้งใจจะพูดแบบนั้น”

“แล้วเธอตั้งใจจะพูดแบบไหน”ไม่รู้เพราะสายตาที่เย็นชาหรือเพราะท่าทีที่ห่างเหินนั้นทำให้เพียวไผ่พูดไม่ออก เพียวไผ่มองหน้านักรบแล้วน้ำตา็หยดเผาะลงมา ถามเสียงเครือเมื่อเห็นคนร่างสูงจะเดินไปที่ประตู

“คุณรบจะไปไหน”ถลาไปเกาะแขนแกร่ง ส่ายหน้าให้นักรบทั้งน้ำตา

“อึดอัดไม่ใช่หรอแต่งงานกับฉันน่ะ”เพียวไผ่ก็ส่ายหน้า

“คุณรบฟังเพียว”

“ต้องฟังอะไร เธอบอกกับฉันกี่ครั้งว่าอยากไปเรียนต่อ อยากไปเจอโลกกว้างกว่านี้ ทั้งๆที่เหลือเวลาอีกแค่นิดเดียวแต่ดูเธอก็ทนไม่ไหวอยากไปจนตัวสั่นไม่ใช่หรอ”เพียวไผ่ก็น้ำตาไหลอีกครั้ง มือหนาแกร่งมือขาวที่กำลังจับแขนออก

“ถ้าวันไหนท้องขึ้นมา ก็จะไม่ยกลูกให้ฉัน แต่จะฟ้องสังคมว่าฉันบังคับเธอ”เพียวไผ่ก็ส่ายหน้าทั้งน้ำตา ยิ่งเห็นรอยยิ้มยิ้มเยาะจากคนร่างสูงใจดวงเล็กก็บีบจนเจ็บปวด

“มีอะไรอีก เธอมีอะไรที่อยากจะหักหลัง อยากจะแทงข้างหลังฉันอีกหื้อ”เพียวไผ่เบ้หน้าด้วยความเจ็บเมื่อคนร่างสูงหันมาจับบ่าแล้วบีบ พยายามแกะมือแกร่งออก

“คุณรบ เพียวเจ็บ ฮรือออ”

“อยากรีดไถ่ฉันหรอ อยากได้อีกเท่าไหร่ล่ะ ที่ฉันให้มันน้อยไปสินะ บอกมาสิ อยากได้อีกเท่าไหร่บอกมา!”เพียวไผ่ก็ร้องไห้น่ำตานองหน้าพยายามให้คนร่างใหญ่ปล่อยตัวเอง ก่อนจะเซไปด้านหลังน้อยเมื่อนักรบปล่อยบ่าเล็กแล้วออกแรงผลักแม้มันจะไม่มากนัก ดูเหมือนว่าคนร่างสูงตอนนี้พยายามที่สุดแล้วที่จะสงบสติตัวเอง

“คุณรบกำลังเข้าใจเพียวผิดนะครับ”ร่างเล็กบอกทั้งน้ำตา

“แล้วอะไรที่ฉันต้องเข้าใจถูกล่ะ เธอโพนทะนาให้คนอื่นฟังว่าฉันบังคับเธอ บังคับให้เธอเป็นหนูทดลอง เธออึดอัด อยากไปเต็มที จะบอกให้สังคมรับรู้ว่าตัวเองถูกกระทำ สิ่งที่ฉันได้ยินฉันเข้าใจผิดงั้นหรอ งั้นบอกฉันสิ บอกฉันว่าคำพูดพวกนี้เธอไม่ได้พูด บอกมาเพียวไผ่ บอกมา”เพียวไผ่ได้แต่ยืนร้องไห้ตัวสั่น เมื่อนักรบเอ่ยถามเสียงดัง ใช่! คำพูดพวกนั้นเขาเป็นคนพูดเอง เขาพูดเพราะอยากเอาชนะผู้ชายคนนั้น เขา.....

 

เพียวไผ่พูดไม่ออก. ได้แต่ยืนร้องไห้ต่อหน้าคนร่างสูง

 

“สุดท้ายเธอก็ไม่ต่างจากคนอื่นๆ คิดแต่จะหักหลังฉัน เข้ามาหาผลประโยชน์กับฉัน”เพียวไผ่เงยหน้ามองนักรบอีกครั้ง ดวงตากวางมองดวงตาของคนร่างใหญ่ทั้งน้ำตา ก่อนที่จะทำได้แค่มองแผ่นหลังกว้างที่เดินออกจากบ้านไปในที่สุด

 

 

 

 

เช้าแล้วเสียงอาเจียนโอ้กอ้ากดังจากบ้านหลังเล็ก ร่างขาวที่เวลานี้ดวงตากวางบอบช้ำจากการร้องไห้ทั้งคืนได้แต่ทิ้งตัวอย่างออ่นแรง เช้าวันนี้ไม่มีมืออุ่นๆมาลูบหลังเวลาเขาอยากอาเจียน นักรบไปนอนที่เรือนใหญ่เมื่อคืนนี้ แล้วก็ออกจากบ้านไปแต่เช้า เพียวไผ่ก้มหน้าซุกเข่า สะอื้นเบาๆ ก่อนจะปาดน้ำตาเมื่อได้ยินเสียงคนรับใช้เรียก

“คุณเพียวคะ คุณผู้หญิงเรียกหาค่ะ”เพียวไผ่ยืนนิ่ง ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ ตอนนี้คุณหญิงณิชารู้เรื่องที่เขามีประจำเดือนเหมือนผู้หญิงแล้ว เขาจะทำยังไง...

 

‘ตัวประหลาดอยู่ใกล้คุณแม่แค่นิดเดียวแล้วนะครับ’

 

ต้องไปยืนให้คนอื่นมองว่าเป็นตัวประหลาดอีกแล้วสินะเพียวไผ่....

 

 

 

 

“คุณแม่เรียกเพียวมีอะไรรึเปล่าครับ”เพียวไผ่ถามขณะที่นั่งที่เก้าอี้รับแขกในบ้าน คุณหญิงณิชาเงยหน้ามองเพียวไผ่เล็กน้อย ก่อนจะยกยิ้มบางๆ

“เปล่าจ้ะ เมื่อคืนแม่เห็นพี่รบเขามานอนที่เรือนใหญ่ก็เลยจะถามว่ามีปัญหาอะไรกันเปล่า”เพียวไผ่ก็สะอึกจุกในลำคอก่อนจะยกยิ้มบางๆแล้วส่ายหน้า

“ไม่ได้มีปัญหาอะไรครับ พี่รบบอกว่าแค่อยากเปลี่ยนบรรยากาศ”เพียวไผ่รู้ว่าข้ออ้างแบบนี้มันน่าขำสิ้นดี มันไม่มีอะไรน่าเชื่อสักนิด แต่เพราะสตรีสูงวัยตรงหน้าเองก็ทำเป็นพยักหน้าราวกับว่าเชื่อคำของเขาสนิทใจเพียวไผ่จึงไม่น้องตอบคำถามต่อ

“ช่วงนี้อาการป่วยของหนูเป็นยังไงบ้างล่ะจ้ะ”เพียวไผ่กำมือตัวเองเบาๆแล้วก็ยกยิ้มให้คุณหญิงณิชา ในเมื่ออีกฝ่ายไปเอ่ยปากพูด เขาก็ไม่อยากพูด เพียวไผ่รู้ คุณหญิงณิชาเองก็คงมีคำถามมากมายที่อยากจะถามเขา แต่ตอนนี้เขาไม่อยากจะตอบ ไม่อยากจะตอบอะไรทั้งนั้นโดยเฉพาะสิ่งที่มันเกิดกับร่างกายเขา

“ก็ดีขึ้นแล้วครับ”

“อื้ม จ้ะ แม่ก็ไม่มีอะไร แค่อยากถามหนูเรื่องทั่วไปนี่แหละจ้ะ”เพียวไผ่ก็ระบายยิ้มพยักหน้า นั่งเงียบสักพักก็ขอตัวลา แต่ก่อนจะออกไปจากห้องคุณหญิงณิชาก็เรียกอีกครั้ง

“มาหาแม่หน่อยสิลูก”เพียวไผ่ก็เดินเข้าไปอย่างกล้าๆกลัวๆ ก่อนจะชะงักนิ่งเมื่ออีกฝ่ายสวมกอดเบาๆ

“อย่าป่วยบ่อยนะลูกนะ หนูต้องดูแลตัวเองรู้ไหมจ้ะ”ใบหน้าใสเบะปากกลั้นน้ำตา พยักหน้ากับบ่าของคุณหญิงณิชา อีกฝ่ายก็ลูบผมอย่างอ่อนโยน

“มีอะไร ไม่ต้องกลัวนะลูก ยังไงหนูก็ลูกแม่อีกคนแล้วนะ”

“ขอบคุณครับ”เพียวไผ่ตอบกลับเสียงเครือ ก่อนที่คุณหญิงณิชาจะปล่อย อีกฝ่ายก็ส่งยิ้มบางๆบอกว่าวันนี้จะไปบ้านเพื่อนสักหน่อย เพียวไผ่จึงขอตัวกลับเรือนเล็ก

 

 

 

กลับถึงเรือนเล็กแล้วเพียวไผ่ก็ทิ้งตัวลงอย่างอ่อนแรง ปลอบใจตัวเอง เย็นนี้นักรบก็คงกลับมา หรือบางทีถ้าวันนี้งานยุ่งนักรบก็อาจจะกลับมาพรุ่งนี้ แต่ทั้งหมดก็เป็นแค่ปลอบใจโง่ๆของตัวเอง คำปลอบใจโง่ๆของคนที่ไม่เคยยอมรับความจริงอย่างเขาว่าเวลานี้นักรบอาจจะอยู่กับคนที่นักรบรัก

 

 

 

 

 

 

เลยเวลามาเป็นสัปดาห์แล้วที่ร่างเล็กรอคอยคนร่างสูงกลับมา ชะเง้อคอมองแต่ก็ไม่พบว่าจะมีรถของนักรบกลับเข้ามา เขานอนไม่หลับมาหลายวันแล้ว เพียวไผ่รู้ดีว่ามันไม่ดีต่อสุขภาพของตัวเอง แต่ทุกครั้งที่พยายามข่มตานอนเพียวไผ่ก็หลับไม่ลง อาหารที่ถูกแตะไปแค่คำเดียว เพียวไผ่ก็บอกให้คนรับใช้เอาไปเก็บก่อนจะเก็บตัวอยู่ในบ้าน มือเล็กกดมือถือโทรหาคนร่างสูงอีกครั้งก่อนจะลนลานพูดเมื่ออีกฝ่ายรับสาย

“ค..คุณรบ”เสียงเล็กสั่นสะอื้นเรียกแต่ก็ได้รับแค่ความเงียบตอบกลับมา

“คุณรบจะกลับเมื่อไหร่”แต่ปลายสายก็ยังคงเงียบ

“คุณรบกลับมาได้ไหมครับ ฮรือออ”ใจกวงเล็กเจ็บแปลบเมื่อปลายสายยังคงเงียบไม่มีแม้แต่คำอืออืมอย่างทุกครั้ง

“คุณรบ เพียวไม่ได้ตั้งใจพูด เพียวแค่อยากเอาชนะผู้ชายคนนั้น เพียวขอโทษครับ เพียวไม่เคยคิดจะแทงข้างหลังคุณรบเลยนะ ฮรืออ คุณรบ เพียวรักคุณรบ คุณรบได้ยินไหมว่าเพียวรักคุณรบ”ร่างเล็กเอ่ยบอกร้องไห้แทบจะขาดใจ

“เพียวอิจฉาเขาที่คุณรบรักเขา เพียว.....เพียวอยากให้คุณรบรักเพียวบ้าง คุณรบ...”

“ไม่ใช่ว่าเมื่อวานคุณเพิ่งบอกว่าจะบอกสังคมว่าจะตัวเองถูกบังคับตั้งครรภ์หากพี่รบจะเอาลูกไปหรอกหรอ”ทันทีที่ได้ยินเสียงปลายสาย เพียวไผ่ก็รู้สึกเหมือนตัวเองตกลงจากมาจากหน้าผาสูง ลงไปในดงหนามที่ทิ่มแรงเข้ามาในร่างกายเขาทะลุถึงหัวใจ

“ทำไมวันนี้ถึงร้องไห้โฮมาขอความรักจากพี่รบล่ะ”

“ค..คุณ”เพียวไผ่น้ำตาไหลเมื่อได้นลยินเสียงของคนที่รับสาย

“รู้ไหม พี่รบเขาเกลียดพวกที่บีบน้ำตาทำตัวน่าสงสาร แต่ในใจจ้องจะทำร้ายเขามากแค่ไหน”เพียวไผ่เม้มปาก กลั้นสะอื้น

“อันที่จริงผมไม่อยากจะทำตัวให้คุณเกลียดหรือว่าพูดให้เสียใจหรอกนะครับ แต่จะยังไงล่ะ ไหนๆก็มาถึงขั้นนี้แล้ว งั้นผมขอพูดตรงๆละกัน ผมกับพี่รบเราจะแต่งงานกันให้เร็วที่สุดหลังจากหย่ากับคุณ”ปลายสายถูกปิดลงแล้ว เพียวไผ่เหมือนว่าตัวเองแทบจะไม่หลงเหลือแรงแม้แต่จะลุกขึ้นยืน ร่างเล็กได้แต่ขดตัวร้องไห้จนน้ำตาแทบไม่มีเหลือ

 

 

 

 

 

“เข้ามาได้ยัง!”เสียงดุที่ตวาดดังจากด้านหลังก่อนจะเข้ามากระชากมือถือในมือมองดูบนจอ คนร่างสูงก็หันมาจ้องเขม็ง

“พูดอะไรกับเพียวไผ่”นักรบถามเสียงเข้ม ทวรรษกรยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ ก่อนจะไปทิ้งตัวลงบนโซฟาในโรงแรมหรูมองคนร่างสูง

“บอกแล้วใช่ไหมว่าอย่ายุ่งกับเพียวไผ่”แค่ได้ยินประโยคนั้น ทวรรษกรก็หน้าตึงทันที

“ทายน์บอกแล้วไงว่ายังไงทายน์ก็ไม่เลิก”บอกนักรบเสียงชัด นักรบเค้นหัวเราะเบาๆ

“เมื่อวานพี่รบก็ได้ยินไปแล้วนี่ครับ ว่าเด็กคนนั้นคอยแต่จะแทงข้างหลังพี่รบ”น้ำเสียงน้อยเนื้อต่ำใจเอ่ยออกมา

“มันเป็นเรื่องของพี่กับเพียวไผ่ ไม่ใช่เรื่องทายน์”

“ก็แล้วทำไมจะไม่ใช่เรื่องของทายน์ล่ะ หลายเดือนก่อนพี่บอกเลิกทายน์หลังจากนั้นพี่หนีไปไปเที่ยวมัลดีฟส์กับเด็กนั่น กลับมาก็กลับไปอยู่บ้าน พี่รบจงใจหลบหน้าทายน์มาตลอดหลายเดือน ไม่ไปพักที่คอนโด ยอมมาเช่าโรงแรมอยู่อย่างนี้ พี่รบจงใจหลบหน้าทายน์มากี่เดือนแล้ว”ร่างโปร่งลุกขึ้นยืน โต้กลับออกไปด้วยความไม่ยอมแพ้เช่นกัน

“……”

“ถ้าสัปดาห์ก่อนเพียวไผ่ไม่หลุดปากว่าพี่กลับบ้าน ทายน์ก็คงไปรอพี่ที่คอนโดเก้อเหมือนทุกวัน”

“……”

“พี่หลบหน้าทายน์ คอยแต่ประคบประหงมเด็กคนนั้น ทั้งๆที่พี่รบบอกว่าพี่รบจะรอทายน์ รอวันที่ทายน์ใจอ่อน ทุกวันนี้ทายน์ใจอ่อนให้พี่รบ ยอมพี่รบทุกอย่างแล้ว”

“มันกี่ปีแล้วทายน์”

“……”

“กี่ปีแล้วที่ทายน์ปล่อยให้พี่รออย่างลมๆแล้งๆ ใช่! พี่รู้ รู้ว่าที่เราต้องเลิกกันมันเพราะแม่หาข้อมูลบ้าๆพวกนั้นมาใส่ร้ายทายน์ พี่รู้ว่าพี่ผิดที่ไม่ยอมเชื่อใจทายนตั้งแต่แรก”

“......”

“แต่สุดท้ายพี่ก็เลือกที่จะเชื่อใจทายน์ในที่สุดไม่ใช่หรอ พี่หาทางทุกอย่างล้างมลทินพวกนั้นยืนยันว่าทายน์บริสุทธิ์ พี่ทำทุกอย่างให้ทายน์ได้รับความเป็นธรรม ให้สังคมเห็นว่าที่ผ่านมาทายน์ถูกใส่ร้าย รอวันที่ทายน์จะยกโทษให้พี่ที่ไม่ยอมเบื่อใจทายน์ตั้งแต่แรก แต่สุดท้าย ทายน์ก็แค่สนุกที่ได้เห็นพี่รอ”ทวรรษกรเชิ่ดหน้านิ่ง ใบหน้าสวยแสดงท่าทีเย่อหยิ่งราวกับไม่คิดจะรับฟังคำพูดของนักรบ

“นั่นมันก็คืออดีต”

“ใช่ อดีต อดีตที่ทายน์ทิ้งพี่แล้วทายน์ก็เดินจากพี่ไปไกล ในขณะที่พี่ยังคงหมกมุ่นกับเรื่องที่อยากทำตามความฝันของเรา”ทวรรษกรน้ำตาไหลกับประโยคคนร่างสูงก่อนจะปาดมันออก แล้วหันมามองนักรบอีกครั้ง

“แต่ทุกวันนี้วันนี้พี่รบก็เห็นจะสนใจแค่ตัวถูกทดลองนั้นอย่างเดียวนี่ครับ ไหนล่ะคำสัญญาที่บอกว่าเราจะมีลูกด้วยกันอะ ทั้งๆที่ทายน์บอกแล้วว่าทายน์ยอมรับได้ถ้าต้องเลี้ยงลูกของเด็กคนนั้น”

“พอเถอะทายน์”นักรบถอนหายใจ เอ่ยออกมาราวกับเหนื่อยเต็มที

“พี่รบ!”

“เลิกหลอกพี่ว่าทายน์ยังใส่ใจกับความฝันพวกนั้น”ทวรรษกรเม้มปากนิ่งมองคนร่างสูงที่ตาแดงก่ำ เหมือนกลั้นน้ำตา

“ทายน์ไม่เคยลืม ทายน์บอกแล้วไงว่าทายน์จะรอพี่อะ รอให้นานกว่าสี่ปีที่พี่รอทายน์ก็ได้ นานแค่ไหนทายน์ก็รอได้!”ทวรรษกรบอกนักรบ ใบหน้าดูดีแดงก่ำไปตามคนร่างสูงก่อนจะปาดน้ำตาตัวเอง

“ยอมรับเถอะว่าทายน์ก็ไม่ได้รักพี่แล้ว”

“……”

“ทายน์แค่อยากเอาชนะพี่ อยากเห็นพี่รอทายน์เหมือนหมามันคอยเจ้านาย ทายน์อยากเห็นแค่นั้น ทายน์กำลังรู้สึกว่าทายน์กำลังพอใจที่ได้เห็นพี่เฝ้ารอทายน์มีความหวังกับอะไรไม่รู้ ใช่ไหม”

“……”ทวรรษกรก็เชิ่ดหน้าอีกครั้ง

“พี่อยากให้เราจบกันด้วยดีทายน์ ต่อไปนี้เลิกยุ่งกับชีวิตพี่และชีวิตเพียวไผ่ซะ”

“มันไม่มีเลิกโดยดีหรอกนะพี่รบ ทายน์บอกแล้วไงว่าทายน์ไม่เลิกอะ”

“แล้วพวกนั้นมันจ้างทายน์มาเท่าไหร่บอกพี่สิ!!!”ใบหน้าของทวรรษกรขมวดคิ้ว ชะงักนิ่งมองนักรบที่ดูเหมือนทั้งโกรธทั้งเสียใจในเวลาเดียวกัน

“พ..พี่รบหมายความว่ายังไง”

“พี่รู้มาหลายเดือนแล้วทายน์ ว่าที่ทายน์กลับมาหาพี่อย่างจริงๆจังๆมันเพื่ออะไร”

“………”ใบหน้าใสซีดเผือดมองนักรบนิ่งๆ

“ก่อนจะเริ่มการทดลองเพียวไผ่ พี่ดีใจมาก ในที่สุดความฝันที่พี่อยากมีกับทายน์มันก็ใกล้เข้ามา พี่บอกทายน์เป็นคนแรก ยิ่งทายน์กลับมาหาพี่ พี่ดีใจเหมือนหมามันได้กระดูก ตั้งใจทุกอย่าง ทายน์อยากรู้อะไรพี่ให้ข้อมูลไปหมด พี่มันเหมือนคนโง่ แม้ว่าคนอื่นมองว่าพี่ดันทุรังทำไปเพราะอยากเอาชนะอะไรต่ออะไรพี่ก็ไม่สน พี่สนใจแค่ว่าความฝันของพี่กับทายน์มันจะเป็นจริง”

“แต่แล้วข้อมูลที่พี่ให้ทายน์ไป ทั้งหมด...ทั้งหมดนั้น ทายน์เอาไปให้ทีมวิจัยของทายน์”

“พ...พี่รบเอาอะไรมาพูด”นักรบพยักหน้าก่อนจะกดมือถือเปิดคลิปเสียง เป็นเสียงสนทนาของกันทิมา กับผู้ชายอีกคน คลิปเสียงนั้นทวรรษกรได้แต่หน้าซีดเผือดหันไปมองนักรบด้วยความตกใจ

“พี่รู้เรื่องนี้มาหลายเดือนแล้ว ไม่คิดว่าทายน์แทงข้างหลังพี่ขนาดนี้”

“พี่รบ..ทายน์”

“พี่ไม่พูด เพราะพี่อยากให้เราจากกันด้วยดี ไม่เป็นไรเลยกับสิ่งที่ทายน์ทำ พี่จะไม่เอาความ แต่ทายน์ก็ไม่หยุด”

“……”

“ทายน์ขโมยเอกสารการทดลองเกี่ยวกับสเต็มเซลล์ของพี่ิไป พี่ไปเห็นมันโผล่อีกทีในงานประกาศรางวัลทดลองของไอดร.นั่นที่ทายน์ทำงานให้มัน แต่พี่ก็ไม่คิดจะเอาความทายน์เลย”

“ทายน์”

“พี่ยอมเป็นไอโง่ให้ทายน์หลอกมามากพอแล้ว ควรพอได้แล้วทายน์”

“ทายน์ไม่ยอมเลิกกับพี่รบแน่ๆ”ทวรรษกรยังคงยืนกันคำเดิม

“ต่อไปนี้เราจากกันไปด้วยดีเถอะนะทายน์ พี่ไม่อยากไม่เราต้องไปคุยในชั้นศาล”

“พี่รบไม่กล้าฟ้องทายน์หรอก”

“พี่ฟ้องแน่!! ถ้ายังดันทุรังเอาข้อมูลเกี่ยวกับการทดลองร่างกายเพียวไผ่ไปให้ไอ้ดร.นั่น พี่ฟ้องแน่ พี่ฟ้องทายน์กับไอ้นั่นจนไม่มีทางได้ยืนในวงการนี้แน่”น้ำเสียงที่จริงจังและหนักแน่นทำทวรรษกรเสียวสันหลังวาร์ปไม่น้อย

“คืนข้อมูลทั้งหมดที่ได้ไปให้สถาบันแล้วก็อย่ายุ่งกันอีก พี่ไม่อยากทำร้ายทายน์”ทวรรษกรเม้มปาก มองนักรบนิ่ง

“แล้วพี่คิดหรอว่าเลิกกับทายน์แล้วจะไปหาเด็กนั่นแล้วเพี.......”

“นี่มันเรื่องของพี่”นักรบตอบจ้องใบหน้าทวรรษกรด้วยสีหน้านิ่งเรียบในขณะที่อีกคนเค้นยิ้ม แล้วหัวเราะเยาะ

“พี่รบคิดว่าเด็กนั่นจะรักคนอย่างพี่หรอ”

“……”

“เด็กนั่นก็คิดจะแทงข้างหลังพี่ พี่ก็ได้ยินแล้วนี่”

“……”

“คนอย่างพี่อะ ไม่มีทางได้ทำอะไรสำเร็จหรอก พี่มันก็แค่คนที่หมกมุ่นกับความอยากรู้อยากเห็นของตัวเอง ไม่เคยสนใจคนรอบข้าง ก็ไม่แปลกหรอกที่ใครๆเข้ามาหาแล้วอยากแทงข้างหลัง คนอวดดีอย่างพี่รบ เย่อหยิ่ง จองหอง ก็สมควรแล้วที่จะถูกคนอื่นหักหลัง”

“……”

“ไม่ต้องเดาทายน์รู้ว่าตอนนี้พี่รบรักเด็กคนนั้น เป็นยังไงครับ เห็นคนที่ตัวเองรักคิดแต่อยากแทงข้างหลัง เหมือนถูกทิ้งไหมครับ”ทวรรษกรเชิ่ดหน้านิ่งๆมองใบหน้านักรบ แวบหนึ่งแววตาเย่อหยิ่งสั่นระริกเหมื่อเห็นแววตาเจ็บปวดจากคนร่างสูง

“……”

“อยากรู้ไหมครับว่าเมื่อกี้ทายน์คุยอะไรกับเพียวไผ่”คราวนี้ดวงตาคมดุหันไปจ้องทวรรษกรอีกครั้ง

“เด็กนั่นโทรมาบอกว่า ทันทีที่พี่กลับบ้าน เด็กนั่นจะขอหย่ากับพี่โดยไม่สนใบสัญญาอะไรทั้งนั้น เพราะเมื่อไหร่ที่พี่เอาใบสัญญานั่นขึ้นมา เพียวไผ่ก็จะบอกสังคมที่ตัวเองถูกบังคับมาเป็นผู้ถูกทดลองทันที”

“เพียวไผ่ไม่มีทางพูดอย่างนั้น”

“สัปดาห์ก่อนพี่รบก็ได้ยินแล้วนี่ครับ ถ้าคิดว่าทายน์จะโกหกก็เชิญครับ โทรถามได้เลย”ทวรรษกรยักไหล่ไม่หยี่หระอีกครั้งก่อนจะหันหลังเดินจากไป แต่ไม่ทันเข้าห้องขายาวก็ชะงัก

“ต่อไปนี้อย่ากลับมาในชีวิตพี่อีก”ดวงตาสวยราวกำลังเย้ยหยันในโชคชะตาของตัวเอง ไม่ได้หันไปมองข้างหลัง แต่ตอบกลับมาเบาๆ

“ทายน์ก็ขอให้พี่มีความสุขกับมีดคมที่เด็กคนนั้นแทงข้างหลังก็แล้วกันครับ”ก่อนจะปาดน้ำสีใสที่ไหลออกจากดวงตา ก้าวออกจากห้องโรงแรมหรูอย่างรวดเร็ว

 

__________

งึ่มๆ .........

 

ใดๆคือ...น้องเพียวลูกกกกกหนูต้องดูแลตัวเองนะ แงงง

 

ทุกคนครับบบ โปรดมีเรื่องอยากบอก ถ้าทุกคนคอมเ้นต์แล้วอย่าลบคอมเม้นต์ทิ้งได้ไหมครับ

แงงง พอเห็นคอมเม้นต์หายไปใจมันอ่อนแอเลยน้าาาา แงงงงง

คอมเม้นต์มาเถอะจะคอมเม้นต์อะไร ขอแค่อย่าด่าโปรดแรงก็พอ ใจโปรดเล็กนิดเดียวนะ โปรดเห็นเวลาที่คอมเม้นต์มันขึ้นอะ

พอมาเช็คอีกทีมันหายงี้ ก็แบบเสียจุยยยย

 

มีกำลังใจอัพนิยายเพราะคอมเม้นต์น่ารักๆของทุกคนจริงๆน้าาา แต่ช่วงนี้แค่ไม่มีเวลาตอบอะ

ตอนตอบเม้นต์ใช้เวลาคิดมากกว่าเขียนนิยายอีกนะ รู้ป่าว555

 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านครับ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว