ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอน ๖

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.5k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ธ.ค. 2563 21:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอน ๖
แบบอักษร

หอมรื่นชื่นกลิ่นเนื้อ นวลนาง 

ทั้งทั่วสรรพางค์  สะพรั่ง 

 

บัวเหลือบตามองแขกไม่ได้รับเชิญ ร่างสูงล่ำสันยืนอยู่ตรงไหนอย่างสบายราวกับกำลังอยู่ในห้องของตัวเอง ไม่ใช่คนที่บุกรุกเข้ามาในห้องของคนอื่น 

เขาไม่แม้จะหันมองมาที่เธอด้วยซ้ำ 

สนยังคงนุ่งโจงสวมเสื้อแขนกระบอก แลดูสุภาพเรียบร้อยเฉกเช่นยามกลางวันที่เข้ามารักษาอาการให้ผู้เป็นลุงเขยของเธอในฐานะหลวงวิเศษหัตถการ นายแพทย์หนุ่มที่เพิ่งสำเร็จวิชาแพทย์มาจากเมืองฝรั่ง 

หญิงสาวสูดหายใจลึกเข้า รีบเดินไปหับบานหน้าต่างเข้าหากัน เกรงว่าถ้าใครภายเรือผ่านมาจะพบเห็นเข้า ถ้าคนข้างนอกบังเอิญชายหนุ่มอยู่ในห้องนอนของหลานสาวพระยาพิทักษ์ธานีคงไม่ใช่เรื่องดีอะไร 

บัวยกมือขึ้นกอดอก เงยหน้ามองอีกฝ่ายตรงๆ 

"คุณหลวงมีอะไรก็รีบพูดมาเถอะ ยามนี้ฟ้าค่ำแล้ว" 

ไม่ควรรั้งอยู่ในห้องของเธอนาน 

สนอิงร่างเข้ากับขอบหน้าต่าง หันมามองเธออย่างจริงจัง 

หญิงสาวยังคงทำหน้าเฉยชา ไม่ต้องการให้ฝ่ายนั้นรู้ถึงความในใจ 

"แม่บัวกลัวฉันขนาดนี้เชียวรึ ถึงอยากจะรีบขับไล่ไสส่งกัน" 

เธอตวัดตามองเขา ก้าวเท้ากลับไปยังโต๊ะเครื่องแป้งตัวเตี้ยที่ตั่งอยู่ข้างหัวเตียงนอน หย่อนร่างลงนั่งบนเบาะนุ่ม หยิบหวีไม้ขึ้นมาสางผมยาวสยาย ผมดำยาวจรดบั้นเอวต้องใช้เวลานานกว่าที่สางจนเรียบลื่น  

ร่างเล็กนั่งสางผมอยู่หน้าคันฉ่อง หาได้สนใจการมอยู่ของเขาไม่ 

กระทั่งนัยน์ตาสองคู่ประสานกันในกระจก 

"ฉันต้องการให้แม่บัวช่วยเหลือ" 

"ฉันเป็นเพียงคนธรรมดา ไม่มีความสามารถอะไร เกรงว่าคุณหลวงคงพึ่งพาไม่ได้" 

"อย่าเพิ่งถ่อมตัวนักเลย" 

บัวระแวดระวังขึ้นมาเมื่อร่างสูงสง่าเดินเข้ามาใกล้ สนขยับตัวลงนั่งลงที่พื้นข้างตัว ฉวยหวีในมือเธอมาถือไว้เสียเอง 

"ให้ฉันหวีผมให้" 

"ไม่เป็นไรกระมัง" เธอจ้องหน้าเขาเขม็งด้วยความไม่พอใจ แม้จะมาจากยุคสมัยที่แตกต่าง แต่มันก็ไม่ใช่เร่ื่องปกติที่จะปล่อยให้ผู้ชายที่ไหนแตะต้องเรือนผมของตัวเอง โดยเฉพาะกับคนแปลกหน้าอย่างเขา 

 ทว่าอีกฝ่ายกลับแย้มยิ้มราวกับไม่รู้สึกทุกข์ร้อน 

"ฉันหวีผมไป แม่บัวฟังไป จะได้ตั้งใจฟังสิ่งที่ฉันพูด" 

ใบหน้าของเขามีรอยยิ้ม ทว่าแววตานั้นเยียบเย็นเหมือนน้ำนิ่งที่ก้นบ่อยากหยั่งถึง หญิงสาวในยุคสมัยนี้มักนิยมไว้ผมยาว ปลายเส้นผมของเธอยาวจรดบั้นเอว ปกติแล้วบ่าวรับใช้จะเป็นคนสางผมให้ ทว่าคืนนี้เธอสั่งคนรับใช้ไว้แล้วว่าต้องการอยู่เพียงลำพัง 

ตั้งแต่หายเจ๋็บไข้มา บัวก็มักทำอะไรหลายอย่างด้วยตัวเองเสมอ คนใกล้ชิดจึงไม่ผิดสังเกตเท่าไรนัก 

"หันหลังไปเสียสิ" 

เธอเม้มปากเข้าหากัน หันมองกลับไปที่กระจก เห็นใบหน้าหล่อเหลาก้มน้อยๆ เห็นคิ้วดกหนาและปลายจมูกตรง นิ้วเรียวสวยจับปอยผมของเธอขึ้นมา และใช้หวีสางอย่างตั้งอกตั้งใจ 

"ฉันต้องการให้แม่บัวช่วยเหลือฉันสักสองสามเรื่อง" 

ยิ่งเขาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยเท่าไร เธอก็ไม่สบายใจเท่านั้น 

"ทำไมต้องเป็นฉัน" 

"ฉันรู้ว่าแม่บัวพิเศษไม่เหมือนใคร และมีความสามารถที่น่าตื่นตาตื่นใจ" 

หัวใจของบัวเต้นแรงขึ้นด้วยความหวาดหวั่น เขารู้ความลับของเธอมากแค่ไหน คราแรกที่ได้ยินเขาพูดที่ท่าน้ำ เธอมีความคิดที่จะสืบสาวเรื่องราวจากปากของคนคนนี้ แต่เมื่อมีเวลาไตร่ตรองให้ถ้วนถี่ จึงคิดไว้ว่ายังไม่ควรไว้ใจอีกฝ่าย 

"ความพิเศษนี้ของแม่บัวอาจจะช่วยฉันได้" 

"หากฉันไม่ต้องการที่จะทำล่ะ" 

รอยยิ้มที่มุมปากสวยของคนฟังแย้มกว้างขึ้น ดวงตาเข้มขึ้นกว่าเดิม สนจับผมปอยหนึ่งของเธอไว้ หยิบมันขึ้นมาแตะปลายจมูก สูดกลิ่นหอมหอมของมะลิที่กรุ่นออกมา ใบหน้าหล่อเหลาโน้มต่ำลงมา กระซิบชิดพวงแก้มนวลปลั่งใต้แสงเทียน 

"หากพระยาพิทักษ์ธานีมีอันเป็นไป ครอบครัวของแม่บัวจะเป็นอย่างไรนะ" 

หญิงสาวนิ่งอึ้ง 

คุณหญิงชื่นและสามีไม่ใช่ญาติโกโหติกาของเธอ เธอไม่มีความผูกพันกับคนที่นี่มาก่อน ทว่าในยามนี้พวกเขาเป็นครอบครัวของเธอ เป็นแหล่งพักพิงที่สำคัญที่สุดในโลกที่แสนประหลาดแห่งนี้ 

หากหมดสิ้นบารมีของพระยาพิทักษ์ธานี 

ลูกกำพร้าอย่างเธอจะมีชีวิตอยู่ในสังคมศักดินาแบบนี้ได้อย่างไร  

"คุณหลวงใช้ชีวิตของคุณลุงฉันมาข่มขู่หรือ" หญิงสาวปรายตามอง ย้อนถาม 

"คุณหลวงมีความแค้นใดกับคุณลุงของฉันรึเจ้าคะ" 

หรือว่าแท้จริงแล้วต้นเหตุจองโรคร้ายที่ลุงเขยเป็นอยู่ จะเป็นฝีมือของเขา  

ผีร้ายใช้มนต์ดำอะไรเล่นงานเจ้าคุณกันแน่ 

"จะเป็นฝีมือของฉันหรือไม่จะสำคัญอะไร" สนหัวเราะในลำคอ 

"รู้เพียงแต่ว่าหากไม่ได้ฉัน ลุงเขยของแม่บัวก็คงหมดสิ้นทางรอดแล้ว" เขาข่มขู่ด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยแม้กำลังพูดถึงความเป็นความตายของคนคนหนึ่ง ถ้อยคำนั้นหยิ่งผยองนักในหูคนฟัง  

"คุณหลวงเป็นใครกันแน่" 

"เป็นคนที่อยากผูกมิตรกับแม่บัว" 

"ฉันไม่ต้องการผูกมิตรกับคนก็ไม่ใช่ ผีก็ไม่เชิง" ริมฝีปากของเขาบิดโค้ง นึกขันให้กับถ้อยคำกระทบกระเทียบของอีกฝ่าย ยิ้มพรายพลางตอบ 

"แม่บัวอยากให้ฉันเป็นผี ฉันก็จะเป็นผี อยากให้ฉันเป็นคน ฉันก็เป็นคน" 

แล้วถ้าอยากให้เขาไสหัวไปให้พ้นล่ะ! 

"แม่บัวก็ต้องตกลงช่วยฉันเสียก่อน" เขาเกี่ยวปลายนิ้วกับปอยผมของเธอเล่น บัวข่มความหงุดหงิดเอาไว้ไม่แสดงอาการฉุนเฉียวออกไป 

"คุณหลวงต้องการให้ฉันทำสิ่งใด"  

เธอหันมาสบตากับชายหนุ่มในกระจกเงาอีกครั้ง รู้สึกเหมือนตนกำลังอยู่ใต้กรงเล็บของหมาป่า หากแต่ต้องฝืนทำตัวเยือกเย็นไว้ 

"ฉันต้องการให้แม่บัวหาคนคนหนึ่งให้ฉัน หวังว่าแม่บัวจะเต็มใจช่วยเหลือ" 

ความใคร่รู้วูบผ่านดวงตาคู่งามของคนฟัง เพียงชั่วครู่ก่อนที่จะเลือนหายไปพร้อมกับเปลือกตาที่หลุบต่ำลง... 

"แล้วถ้าหากฉันไม่เต็มใจช่วยเหลือล่ะ" 

สนว่าต่อไปด้วยท่าทีเรื่อยเฉื่อยเช่นเดิม 

"แม่บัวไม่ใช่คนของที่นี่ ถ้าหากคนอื่นรู้ความจริงข้อนี้เข้าแล้วแพร่งพรายออกไปเข้าหูคนอื่น เกรงว่าชีวิตของแม่บัวคงรักษาไว้ไม่ได้เช่นกัน" 

ความหนาวเหน็บไต่ขึ้นตามสันหลัง หัวใจของเธอสั่นสะท้าน นั่นคือการข่มขู่คุกคามชัดเจน เธอยังมีความหวังที่จะหวนกลับไปยังโลกที่เธอจากมา หรือต่อให้ต้องมีชีวิตอยู่ในร่างของคนอื่น ก็ดีกว่าตายไปแล้วอยู่ดี 

"คุณหลวงต้องการให้ฉันทำสิ่งใด บอกเสียก่อนว่าฉันไม่ถนัดทำเรื่องผิดศีลธรรมจรรยา" 

เธอเน้นเสียงหนักที่ท้ายประโยค 

อดค่อนแคะสิ่งไร้ศีลธรรมที่เขาลักลอบทำในคืนนั้นไม่ได้ ชายหนุ่มกลับยิ้มในหน้าไม่สนใจคำพูดเสียดสี 

อะไรคือผิดศีลธรรมหรือไม่ผิดศีลธรรม 

เส้นแบ่งที่ชัดเจนอยู่ที่ตรงไหน เขานึกหยันก่อนจะกล่าวกับหญิงสาว 

"คนที่ฉันให้แม่บัวช่วยหา เป็นนักโทษที่หลบหนีจากที่คุมขัง ฉันเพียงต้องการตัวมันกลับไป" 

นักโทษที่ว่านั่นเป็นคนประเภทเดียวกันกับเขาหรือไม่ 

เพียงแค่คิดว่ายังมีใครอื่นอีกที่เหมือนกับผู้ชายคนนี้ บัวก็หนาวเยือกในหัวใจแล้ว ตระหนักได้ในทันทีว่าการที่ตนจะถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องพรรค์นี้ ย่อมหนีไม่พ้นความยุ่งยากและอันตราย 

"แม่บัวจะอยู่รอดปลอดภัยหากเชื่อใจฉัน" 

ใครจะเชื่อเขาลงกันเล่า 

"ฉันจะช่วยคุณหลวงได้อย่างไร" 

"ไว้ฉันจะบอกอีกที" สนผละออกห่าง วางหวีลงที่ขอบโต๊ะเตี้ย บัวลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ อยากจะให้เขาไปให้พ้นๆ เสียที เธอลุกขึ้นยืน 

"เป็นอันว่าเราตกลงกันแล้วนะแม่บัว" 

"คุณหลวงกลับไปเถอะเจ้าค่ะ เกรงว่าจะมีคนเห็นเข้า" 

เธอปรับเสียงให้อ่อนลงเล็กน้อย อยากจะเร่งให้เขาจากไป แต่ก็ไม่อยากทำตัวกระโตกกระตาก ร่างสูงใหญ่เดินไปยังประตู เพียงไม่กี่ก้าวก็หันกลับมา 

"ถึงแม่บัวตกลงปลงใจกับฉัน แต่ฉันก็ยังไม่แล้วใจ" 

"ฉันยินดีจะช่วยคุณหลวง" 

บัวเงยหน้ามองเขา ฝืนส่งยิ้มอ่อนหวาน ยืนยันกับเขา ตอนนี้เธอเรียนรู้ที่จะควบคุมความคิดของตนไม่ให้ฟุ้งซ่านเรื่อยเปือย จนเขาได้ยินมันเข้าอีกครั้ง 

"เรามาทำสัญญากันดีกว่า" 

"สัญญาอะไร" ร่างแน่งน้อยก้าวถอยหลัง เมื่ออีกฝ่ายสืบเท้าใกล้เข้ามา 

ไม่นานต้นขาก็ชนเข้ากับขอบเตียงนอน หญิงสาวเสียหลักล้มลงไปบนฟูก 

"คิดจะทำอะไร" 

ดวงตาคมหวานวาววับ ขณะที่ตัวกระถดถอยหนี สนยิ้มในหน้าคว้าข้อเท้าเปล่าเปลือยที่โผล่พ้นชายผ้านุ่งของเธอเอาไว้ เขา 'เสก' โซ่เส้นหนึ่งขึ้นมา โซ่สีดำเส้นนั้นรัดพันข้อเท้าของเธอราวกับมีชีวิต 

"เอามันออกไปเดี๋ยวนี้นะ" 

เธอถลึงตามองเขา พยายามสะบัดข้อเท้าออกจากการเกาะกุม แต่มือของสนยิ่งรัดแน่นจนรู้สึกเจ็บปลายนิ้วสากๆ ลากผ่านกลางฝ่าเท้าเนียนนุ่ม ความซ่านสยิวสายหนึ่งแล่นปราดไปยังท้องน้อย 

"อื๊อ..." 

เขายกขาข้างนั้นของเธอขึ้น ลูบไล้หลังเท้าขาวผ่องเบา สัมผัสสากระคายก่อให้เกิดความรู้สึกหวิวหวามอย่างไรบอกไม่ถูก ใบหน้าหล่อเหลาโน้มต่ำลง แตะริมฝีปากลงบนหลังเนียนนุ่ม นิ้วหยาบกร้านของเขาลูบโลมไปตามปลีน่องของเธออย่างย่ามใจ ชายผ้านุ่งร่นขึ้นไปจนถึงขาอ่อน 

"คุณหลวง..." 

ปลายเสียงของเธอสั่นเล็กน้อย เขาแตะริมฝีปากลงที่ด้านในข้อเท้า ขบเม้มขึ้นมาถึงปลีน่อง เรื่อยขึ้นมาจนด้านในต้นขา 

"อย่านะ" 

ชายหนุ่มช้อนตาขึ้นมอง นัยน์ตาของเขาดำมืดลงเล็กน้อย ริมฝีปากเผยออกเผยให้เห็นคมเขี้ยว ความพรั่นพรึงจู่โจมหัวใจของหญิงสาว ร่างแข็งทื่อไม่อาจขยับเขยื้อนได้ในบัดดล นี่เขา... 

"อ๊ะ..." 

เสียงอุทานเล็ดลอดจากริมฝีปากจิ้มลิ้ม รู้สึกเจ็บแปลบที่ด้านในขาอ่อน 

ไอ้ผีร้ายกัดเธอ! 

ชายหนุ่มถอนริมฝีปาก ตวัดลิ้นเลียหยดเลือดที่มุมปาก หรี่ตามองมาอย่างชั่วร้าย 

ขณะที่โซ่สีดำที่รัดรอบข้อเท้าค่อยๆ แทรกซึมเข้าไปในผิวเนื้อของหญิงสาว ไม่นานก็เลื่อนหายไปราวกับไม่เคยมี ทว่าบัวยังรู้สึกถึงการมีอยู่ของมัน 

"แก...แกทำอะไรกับฉัน" 

 สนแสยะยิ้มเห็นเขี้ยวเล็กแหลมที่มุมปาก ไล้หลังข้อนิ้วลงกับด้านในต้นขาอันอ่อนนุ่ม บัวได้แต่กัดฟันเชิดคางขึ้นมองเขา แต่ไม่อาจขยับเนื้อตัวได้ 

"ทำให้แม่บัวกลายเป็นทาสของฉัน" 

To be continued... 

คุณหลวงกลับมาเลี้ยวจ้า ชั้นจัดการธุระที่บ้านเสร็จเลี้ยว จิมาเรื่อยๆ ไม่หายไปนานแล้วเนอะ 

อะแฮ่ม มาต่อแล้วจ้า ตอนนี้ตั้งใจจะให้เรื่องนี้เป็นเรื่องสั้นขนาดยาวหน่อยๆ อาจจะประมาณ 80,000 คำเนอะ ชอบไม่ชอบบอกกันบ้างนะจ๊ะ เมื่อวานนี้ชั้นเริ่มลงเรื่อง 'กำราบรักอ๋องมาร' ตอนแรกไปแล้วนะจ๊ะ ใครสนใจเข้าไปดูได้จ้า 

 

 

ความคิดเห็น