email-icon facebook-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : EP.1 Finding A Rich Husband!

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 31.3k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ม.ค. 2564 15:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP.1 Finding A Rich Husband!
แบบอักษร

Ep.1 LOVE LIE.

" วันนี้พอแค่นี้ก่อนก็ได้จ่ะ เด็กๆ " ฉันกดปิดวิทยุเก่าที่ยังคงเล่นเพลงไทยเดิมวนไปมา เป็นสิบๆรอบ

" ทุกคนรำได้ถูกต้อง และก็สวยมากๆเลย " ฉันปรบมือชมอย่างให้กำลังใจ เด็กๆนักเรียนที่มาซ้อมกันที่บ้าน

" แต่ครูเพลงพิณคะ เมื่อไหร่จะมีคนจ้างเราไปออกงานสักทีละคะ หนูอยากแสดงจริงๆแล้ว " เด็กตัวน้อยยกมือถามฉันอย่างมีมารยาท

" หนูด้วยๆ " เด็กอีกคนก็พูดตาม

" แก้วใส กับเฟื้องฟ้า เพิ่งจะหัดรำได้แค่ สองสามบทเพลงเองนะลูก"

" ถ้าพวกหนูจำท่ารำในบทเพลงอื่นๆได้ ครูว่าต้องมีคนมาจ้างพวกเราไปออกงานเยอะแน่ๆ" ฉันเอ่ยต่ออย่างให้กำลังใจเด็กๆ

"ตอนนี้ฝึกซ้อมให้แม่นท่า รำตรงจังหวะดนตรีกันไปก่อนเนอะ " ฉันตอบไปอย่างให้กำลังใจลูกศิษย์ตัวน้อยๆ ตาดำทั้งหก

" เลิกรำแล้วก็มาเอา ขนมจากทวดนี่มา มาเร็วๆ" ยายของฉันเรียกพวกเด็กๆ ให้ไปรับถุงขนมถุงเล็กๆที่ท่านมักจะเตรียมเอาไว้เป็นรางวัลให้พวกเด็กๆ หลังจากซ้อมรำเสร็จทุกครั้ง

" เก่งมากๆ ลูกศิษย์บ้านจันทร์ผาเก่งที่สุด" ยายยังคงเอ่ยชมอย่างชอบใจ

" ขนมคุณย่าทวด อร่อยที่สุดในโลก " เสียงของเด็กผู้ชายตัวน้อย ที่ลุกจากวงกล้องพื้นบ้าน วิ่งตรงมาหายายของฉันอย่างน่าเอ็นดู

พวกลูกศิษย์ตัวน้อยๆ ก็มาจากลูกของชาวบ้านแถวๆนี้ ที่เอามาฝากไว้ให้เรียนศิลปะพื้นบ้าน

เพราะว่าพวกเขาส่วนใหญ่ทำไร่ทำสวน ไม่มีเวลาดูแลลูก รวมถึงไม่มีเงินมากพอจะส่งไปเรียนพิเศษที่อื่น

" คุณย่าทวดคะ วันนี้มีนิทานอะไรเล่าให้ฟังก่อนกลับบ้านมั้ยคะ " เด็กตัวน้อยเคี้ยวขนมไปก็นั่งตรงหน้าคุณยาย รวมถึงคนอื่นๆที่คลานเข่าเข้ามารวมวง คุณยายของฉัน

ซึ่งท่านก็ยิ้มแย้มอย่างมีความสุข ฉันเองก็อดยิ้มตามไม่ได้เลย

ยายของฉันท่านอายุมากแล้ว แต่ในอดีตท่านเป็นครูสอนนาฏศิลป์เก่า ท่านใจดี และรักเด็ก

ส่วนคุณตาท่านก็เป็นทหารรบตามชายแดน ที่ต้องเสียสละชีวิตเพื่อปกป้องดินแดนเอาไว้

ในตอนที่ตาจากไป ยายก็ได้รับบำนาญ บ้าน ที่ดิน ตามลำดับขั้นยศของคุณตานั้นเอง

และแม้ว่ายายฉันจะอายุเกือบเก้าสิบปีแล้ว แต่ท่านก็ยังรักในการเป็นครู และยังคงสอน ถ่ายทอดวิชาความรู้เกี่ยวกับศิลปะการแสดงพื้นบ้านและนาฏศิลป์ไทย เพื่อให้เราอนุรักษ์และสืบทอดต่อๆกันไป

แต่ในความเป็นจริง เราก็ต้องยอมรับว่า สังคมของเราในปัจจุบัน ที่มีวัฒนธรรมของต่างชาติเข้ามามีอิทธิพลอย่างมากมาย จึงทำให้เยาวชนรุ่นหลัง ให้ความสำคัญกับนาฏศิลป์ไทย น้อยลงไป และมีแค่เพียงบางกลุ่มคนเท่านั้นที่ยังคงอนุรักษ์เอาไว้ ซึ่งก็น้อยเอามากๆ จนนาฏศิลป์ รวมถึงศิลปะการแสดงพื้นบ้านค่อยๆถูกลืม เลื่อนลางหายไป...

__________________

" เจ้าพวกเด็กๆ กลับบ้านกันไปหมดแล้วหรอพิณ " ยายเอ่ยทักขึ้นเมื่อฉันเดินเข้ามาในชานเรือน

หลังจากที่เดินลงไปส่งเด็กๆ กลับถึงมือของพ่อแม่ครบทุกคนแล้ว

" ค่ะ ยาย." ฉันตอบอย่างเสียงอ่อนหวาน

ก่อนจะค่อยๆเดิมก้มตัวลงมานั่งข้างๆเก้าอี้โยกของยาย ตัวเดิม

" เมื่อก่อนนะ เด็กเล็ก เด็กวัยรุ่น วิ่งเต็มเรือนไทยไปหมด " ยายเริ่มพูดตามประสาคนแก่ ที่เล่าถึงอดีตให้ฉันได้ฟัง

" คุณครูคะ คุณครูครับ ผมอยากเรียนดนตรีไทย "

" ครูจ๋า หนูอยากเรียนรำไทยค่ะ " ยายเล่าและยกมือที่สั่นๆ ชี้ไปทั่วทุกมุมของบ้าน

" บ้านจันทร์ผา แทบจะรองรับนักเรียนไม่ไหว ในสมัยยายยังสาวๆ​" ยายเล่าต่ออย่างภาคภูมิใจ

" แต่พอวันเวลาผ่านพ้นไป เด็กๆก็ค่อยๆหายไป จนแทบไม่มีใครอยากจะเรียนวิชานาฎศิลป์อีกแล้ว " ยายเล่าด้วยแววตาเศร้าๆ

" น่าเศร้าใจเนอะ " ยายพูดอย่างซึมๆ

" เรามีลูกศิษย์ตั้ง 6 คนให้สอนนะคะ ยาย" ฉันกุมมือของท่านเอาไว้ และพูดอย่างให้กำลังใจ

" อื้ม ก็จริงของพิณ " ยายพยักหน้าตอบและลูบใบหน้าของฉันเบาๆ

" ยายคงต้องฝากพิณเป็นคนช่วยดูแล ถ่ายทอดวิชาให้กับเจ้าเด็กพวกนี้ด้วยนะ " ยายมองฉันอย่างคาดหวัง

" บ้านจันทร์ผาของเรา คงเปิดสอนรุ่นนี้เป็นรุ่นสุดท้ายแล้วละ." ยายมองไปรอบๆอย่างถอนหายใจ

" หนูจะรักษาบ้านจันทร์ผาเอาไว้ให้ดีที่สุด และถ้าเด็กคนไหนอยากจะเรียนดนตรีไทย หรือนาฏศิลป์ พิณจะสอนพวกเขาด้วยตัวเอง " ฉันตอบไปและบีบมือของยายเอาไว้

" ยายต้องแข็งแรง อยู่ช่วยพิณสอนด้วยนะ" ฉันบีบนวดยายอย่างอบอุ่นใจ

" เทียนที่จุดมานานแล้ว วันหนึ่งมันก็ต้องดับลง ไม่ดับเพราะสายลมก็เพราะมันหมดเชื้อเพลิง " ยายหัวเราะและลูบหัวของฉันเบาๆอย่างเอ็นดู

ฉันได้แต่นั่งคุกเข่าเอาใบหน้าวางลงบนตักของยาย

" กับข้าวมาแล้วจ้าแม่ ยัยพิณมาช่วยป้าเอาใส่จานหน่อย" เสียงของป้าจันทร์เดินยกถาดกับข้าว มาให้ยายและอยู่ทานข้าวพร้อมกัน เหมือนเช่นทุกเย็น

.......

" ป้าว่าเอ็งเอาเวลาไปร่ำเรียน ให้จบดีมั้ย?" ป้าจันทร์หันมาถามไถ่ฉันที่กำลังตักอาหารไปวางให้จานของยาย

" มัวสอนฟรีให้พวกเด็กๆ แล้วเราจะเอาอะไรกิน" ป้าจันทร์บ่นๆ เพราะแกไม่เห็นด้วย กับการที่เราเปิดสอนให้พวกเด็กๆแบบไม่คิดเงินสักบาท

" พวกพ่อแม่มันก็แค่ไม่มีเวลาเลี้ยงลูกเอง เลยเอามาฝากเป็นภาระของพวกเรา "ป้าจันทร์ไม่พอใจเรื่องนี้มานานแล้ว และแกก็บ่นแบบนี้ประจำ

" โถ้จันทร์ ก็พวกเด็กๆเขาอยากเรียน เอ็งจะมาขัดทำไมกัน "

" ตัวเองก็ไม่ได้มาเหนื่อยสอนสักหน่อย " ยายก็ตอบกลับป้าจันทร์ไปแบบช้าๆ

" นาฏศิลป์นะ มันกินไม่ได้ไงแม่ " ป้าจันทร์ส่ายหน้า

"​ฉันไม่ได้ นั่งมองฟ้อนรำ ฟ้อนมาลัยแล้วอิ่มนิ " ป้าจันทร์พูดแบบตรงๆตามสไตล์ของแก

" พิณว่าเรากินข้าวกันเถอะนะ อย่าคุยเรื่องเครียดๆเลย " ฉันตักอาหารให้ทางป้าจันทร์ด้วยอีกคน

" เอ็งน่ะ รีบๆเรียนให้จบสักที ไปเป็นครูรับราชการมีหน้ามีตาสักที "

" และก็หาผัวรวยๆแต่งงานไป จะได้สุขสบายกันทั้งโคตร " ป้าจันทร์แกก็พูดกับฉันตามภาษาชาวบ้านๆ

แกเป็นคนคิดอะไรก็พูดออกมาเลย

" ความคิดของเอ็งนี้มันจริงๆเลยนะ " ยายดุป้าจันทร์เล็กน้อย

"​ จะคบจะแต่งกับใคร ก็ต้องเลือกที่เขาเป็นคนดี รักเดียวใจเดียว เป็นสุภาพบุรุษ " ยายกับป้าจันทร์ก็ยังคงเห็นต่างกันในทุกเรื่อง

" ฉันก็แค่ไม่อยากให้หลานมันเหนื่อย และมาใช้ชีวิตหาเช้ากินค่ำแบบเราๆ ดูสิหาข้าวจะกินแต่ละวันยังเหนื่อยแทบตาย" ป้าจันทร์สวนกลับทันที

" ฉันกับผัวทำงานงกๆ เงินก็น้อย ภาระหนี้ก็เยอะ"

" ไหนๆเห็นนังพิณมันรักดี เรียนจนจะจบปริญญาได้"

" ฉันก็หวังให้มันหาผัวรวย เป็นนายธนาคาร นายอำเภอ อะไรแบบนั้นไป"

" หน้าตามันก็ดี คงหารวยๆได้ไม่ยาก "ป้าจันทร์พูดตามที่แกคิดเอาไว้

" ฉันไม่เอาหรอกจ่ะป้า ฉันอยากยืนได้ด้วยแขนขาตัวเอง " ฉันตอบปฎิเสธไปอย่างนิ่มนวล

" เรื่องเรียนนะฉลาดหนัก " ป้าจันทร์ส่ายหน้าใส่ฉัน

" ฉันจะหางานทำดีๆ ป้าไม่ต้องห่วงนะ " ฉันตอบไปเสียงเบาๆ

" ขอให้เป็นอย่างที่พูดแล้วกัน !"

" ยังไงก็มาช่วยแบ่งเบาภาระในบ้านบ้างแล้วกัน และก็ช่วยส่งไอ้เพลิงมันเรียนจนจบด้วยอีกคน" ป้าจันทร์ถอนหายใจเมื่อพูดถึงลูกชายจอมแก่นของตัวเอง ที่ยังเรียนไม่จบมัธยมเลยเพราะสอบตก แบะเกเรจนเปลี่ยนโรงเรียนอยู่บ่อยๆ

" ลูกตัวเองแท้ๆ ทำไมต้องมาให้เพลงพิณส่งเสียกันด้วยละ ?​" ยายก็กินข้าวไปและบ่นอย่างไม่เห็นด้วย

ป้าจันทร์มองหน้ายายสลับกับฉันเล็กน้อย

" แล้วทีแม่มันหนีตามผู้ชายไปกรุงเทพ ทำไมแม่ต้องมานั่งเลี้ยงดูมันจนโตด้วยละ?​"ป้าจันทร์ก็มองฉันแบบไม่ค่อยพอใจ เมื่อยายปกป้องฉัน

ฉันได้แต่นั่งเงียบอย่างไม่คิดมีปากมีเสียงอะไร

" และที่ครอบครัวเอ็งนะ มันไม่พอมีพอกินแบบนี้ก็เพราะผัวเอ็งมันติดพนัน หาเงินจากขายข้าวโพดขายของไร่ได้ ก็เอาไปเล่นไฮโลจนหมด"

ป้าจันทร์เมินหน้าหนีทันที

" อย่าคิดว่าข้าไม่รู้นะ ถึงจะอยู่แต่บ้าน แต่หูตาข้าก็กว้างไกล!"

" และข้าจะบอกอะไรให้นะอิจันทร์เอ๋ย"

" บ้านไฟไหม้ยังเหลือที่ดินทำกิน แต่เสียการพนันแม้แต่ที่ดินเอ็งก็จะไม่เหลือ!" ยายทนไม่ไหวจึงบ่นๆออกไป

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว