ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 46 : มื้อเย็น

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 17.9k

ความคิดเห็น : 35

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ธ.ค. 2563 10:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
46 : มื้อเย็น
แบบอักษร

ใบหน้าใสเหมือนครุ่นคิดอยู่ตลอดเวลาจนคนร่างสูงที่นั่งดูทีวีข้างอดไม่ได้ที่จะปรายตามองเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เสียงถอนหายใจเบาๆจากคนร่างเล็กดังเป็นระยะ ก่อนที่คนร่างเล็กจะลุกขึ้นแล้วไปเข้าในห้องนอน ก่อนจะพรวจพราดออกมาอีกครั้ง

“คุณรบครับ”

“ว่าไง”คนที่นั่งอยู่ในห้องรับแขกตอบรับแทบจะในทันทีราวกับว่ากำลังรออีกฝ่ายเอ่ยพูดก่อน

“อะ...เอ่อ...”่วนที่มีดูเหมือนมีเรื่องมากมายอยากจะพูดก็กลับพูดไม่ออก ใจหนึ่งเต้นตุ้มๆต่อมๆราวกับจะทะลุออกมา อีกคนก็จ้องไม่วางตาเหมือนรอฟังอย่างตั้งใจ

“คุณรบจะเข้านอนแล้วยังครับ”เพียวไผ่รู้สึกตัวเองขี้ขลาดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เขาไม่รู้ว่าจะเริ่มประโยคที่จะพูดจากตรงไหน อยากถามนักรบเรื่องผู้ชายคนนั้น ที่วันนี้เขาเจอในห้องทำงานนักรบ อยากจะกล้าที่จะเอ่ยบอกไปว่าเขารู้สึกยังไงกับนักรบ อยากจะบอกถึงเรื่องที่มันกำลังเกิดขึ้นกับร่างกายของเขาในตอนนี้

 

มันมากมายเหลือเกินที่อยากจะเอ่ยออกไป แต่เพียวไผ่กลับไม่รู้จะเริ่มต้นทุกอย่างตรงไหน มันเริ่มไม่ถูก มัน.....บอกไม่ถูก

“อื้ม”

 

เพียวไผ่เดินกลับไปขึ้นเตียงนอนในขณะที่คนร่างสูงเปิดประตูห้องนอนเข้ามาตามๆกัน. เตียงนุ่มยวบลงตามน้ำหนักของคนตัวใหญ่ เพียวไผ่รู้สึกว่าคืนนี้เขาหายใจไม่คล่องคอ ไม่สะดวกสักเท่าไหร่ ในใจของเขานั้นมันอัดแน่นไปด้วยประโยคมากมายหลายอย่างที่อยากจะพรั่งพรูออกไปให้หมด

ขอเวลาได้รวบรวมคำพูดสักหน่อยดีไหมนะ...

 

เจ้าตัวจืด..

ช่วยแม่ด้วยนะลูก...

หนูต้องส่งแรงใจแรงเชียร์์ให้แม่นะ เป็นครั้งแรกที่แม่จะสารภาพรักเลย....

 

“คุณรบครับ”เสียงเล็กเอ่ยพูดเมื่อห้องตกอยู่ในความมืดแล้ว

“ว่ายังไง”เพียวไผ่เลียริมฝีปากที่แห้งผากของตัวเองเบาๆ ก่อนจะตะแคงตัวหันเข้าหานักรบ ช้อนตามองคนร่างสูงอีกคนก็ตะแคงตัวก้มลงมองไม่ต่างกัน

“พรุ่งนี้ คุณรบจะจะกลับมาสักกี่โมงครับ”

“ก็คงจะเวลาปกติ หากไม่มีอะไรด่วนเข้ามา”ปกตินั่นหมายถึงนักรบอาจจะหมายถึงเวลาหกโมงเย็นสินะ

“มีอะไร”นักรบถามอีกครั้งเมื่อคนร่างขาวตกไปอยู่ในโลกของตัวเองอีกครั้ง

“พรุ่งนี้กลับมาทานข้าวเย็นด้วยกันไหมครับ”ร่างสูงขมวดคิ้ว

“ฉันก็กินอาหารเย็นกับเธอทุกวัน”เพียวไผ่ก็ส่ายหน้า อมยิ้มน้อยๆ

“มัน... มันเป็นมื้อเย็นที่พิเศษกว่าทุกวันครับ”ใจดวงน้อยเหมือนได้ตกหลุมรักอยู่ซ้ำๆ ใจเต้นไม่เป็นจังหวะความเงียบเข้ามาครอบคลุมอยู่ครู่หนึ่ง

“อีกอย่าง มีคนที่เพียวอยากให้คุณรบได้คุยกับเขาด้วยครับ”

“ใคร”เพียวไผ่ก็อมยิ้มส่ายหน้าอีกครั้ง

“บอกไม่ได้ครับ เพียวจะบอกคุณรบพรุ่งนี้”คนร่างสูงจ้องคนตัวเล็กไม่วางตาก่อนจะดึงให้เข้ามาใกล้ชิดร่างของตัวเอง

“ไม่บอกฉัน งั้นฉันขอคิดก่อนว่าจะตกลงไหม”

“อื้ออ คุณรบครับ แต่ถ้าคุณรบได้เจอ คุณรบอาจจะดีใจก็ได้นะครับ”คนร่างสูงก็เลิกคิ้วมอง

“งั้นหรอ”ร่างเล็กเบียดตัวซุกเข้าอกแกร่งก่อนจะพยักหน้ารับ

“ตกลงไม่บอกฉันงั้นสิ”เพียวไผ่ก็ส่ายหน้าอีกครั้ง รอยยิ้มประดับใบหน้าจนแทบจะยิ้มไม่หุบ

“ตกลงพรุ่งนี้กลับมากินมื้อเย็นกับเพียวนะครับ”

“มื้อพิเศษ?”เสียงทุ้มถามคนร่างเล็กก็พยักหน้า จงใจเบียดร่างกายเข้าไปหาไออุ่นแกร่ง

“อื้ม”

“พรุ่งนี้คุณรบ ยากกินอะไรพิเศษไหมครับ เพียวจะทำให้”

“ทำอะไรที่เธอกินได้เธอ จะได้ไม่ต้องอาเจียน”หัวใจดวงเล็กก็พองโตอีกครั้ง เขามองข้ามความใส่ใจของนักรบที่ผ่านมาได้ยังไงกันนะ แม้แต่เรื่องเล็กๆ นักรบก็ยังใส่ใจ

 

“ตัวคุณรบอุ่นจัง”เสียงเล็กพึมพำ ทำใจกล้ายกแขนกอดเอวแกร่งไว้

“งั้นหรอ”เพียวไผ่ก็พยักหน้าอีก กระชับแขนกอดเข้า ก่อนจะรู้สึกเหมือนว่ามีอะไรที่แข็งขืนทิ่มต้นขาตัวเอง. ก็กัดปากแน่น ลองเงยหน้ามองคนร่างสูง

“คุณรบ”

“อืม”คนร่างสูงหลับตารับขาน เพียวไผ่ก็พองแก้มกลมๆ หมอจีนบอกว่าช่วงสามเดือนแรกกับสามเดือนสุดท้ายพยายามเลี่ยงนักรบในเรื่องที่มีเพศสัมพันธ์ ที่ผ่านมานักรบไม่รบกวนเขาเพราะเห็นว่าเขาป่วย ทั้งๆที่รู้ว่าอีกคนความต้องการสูงมากแค่ไหน

“คุณรบอยากปล่อยไหมครับ”ว่าพลางมือซนก็เลื่อนไปกอบกุมแกนกายใหญ่เบาๆจนคนที่พยายามข่มใจกับกลิ่นหอมๆเป็นต้องลืมตาตื่น

“เธอกำลังป่วย ฉันไม่เป็นไร”ยิ่งคนร่างสูงพูดแบบนี้เพียวไผก้ญิ่งอยากให้อีกคนปลดปล่อยความอัดอั้น

“เพียวใช้ปากกับมือได้”

“ม..”

“เพียวช่วยไหว”เสียงเล็กยืนยัน คนร่างสูงก็เบือนหน้าหนีน้อยๆก่อนจะรับคำในลำคอ ‘อืม’

 

 

 

 

ในช่วงเที่ยงเสียงในห้องพักภายในตึกวิจัยมีเสียงสนทนาพร้อมเสียงหัวเราะเคล้ามาเรื่อยๆ วิษนุหัวเราะท้องแข็งเมื่อได้ยินเรื่องเล่าตลกๆจากหมอจีนที่เล่ามา เสียงหัวเราะฮาครืนยังคงดังเป็นระยะๆ จนกระทั่งกันทิมาเข้ามาแจมด้วยพร้อมอาหารเที่ยงที่สั่งมามาส่ง

“อ้าวคุณกัน วันนี้นึกยังไงถึงทานอาหารที่นี่คะ”อาจจะเพราะปกติแล้วกันทิมาต้องอกไปทำธุระแทนเจ้านายบ่อยๆจึงน้อยครั้งที่จะได้มานั่งเม้าท์กับทีมวิจัยนอกเหนือจากเวลาประชุม

“พอดีวันนี้ต้อง ยู่ช่วยจัดการหลายอย่างให้เสร็จไม่เกินหกโมงเย็นครับ”

“มีงานด่วนทุกวันเลยนะคะ”หมอโมกล่าวอย่างยิ้มแย้ม

“คุณกันทำงานหนักขนาดนี้ เมื่อไหร่จะหาคนมาดูแลให้เป็นเรื่องเป็นราวครับเนี่ย”กันทิมาถึงกับส่ายหน้ากับคำของมาร์ค หนึ่งในทีมวิจัย เสียงหัวเราะดังครืนยังคงดังต่อจนกระทั่งประมาณเกือบๆบ่ายสอง ทุกคนจึงแยกย้าย รวมถึงหมอจีน เธอกลับเข้าห้องแลปพอดีเป๊ะกับผลแลปที่ที่เธอใส่เครื่องก่อนไปกินอาหารเที่ยงในวันนี้

 

หมอจีนง่วนกับงานตรงหน้าประมาณราวๆสองชั่วโมง ก็ได้ผลตรวจเรียบร้อยในแผ่นกระดาษจึงตรงไปยังห้องของหัวหน้าตัวเอง เคาะประตูสองสามครั้งคนในห้องก็อนุญาต เห็หัวหน้าและเลขาหน้าดำคร่ำเครียดกับงานตรงหน้าเธอก็ยกยิ้มบางๆ

“ผลตรวจน้ำไขกระดูกสันหลังค่ะ และนี่ก็เป็นผลตรวจของสเต็มเซลล์ของทารกหมายเลข PIL 26ค่ะ”นักรบก็รับแฟ้มจากหมอจีน ก่อนอีกคนขอตัวเธอก็ถอนหายใจอีกครั้ง

“แล้วผลเสต็มเซลล์หัวใจของมารดาทารกล่ะ”

“ผลยังไม่ออกมาเลยค่ะ”

“งั้นช่วยทำให้เร็วๆหน่อย ผมให้งานคุณ...”

“ดร.เพิ่งส่งตัวอย่างให้จีนเมื่อเช้าเองนะคะ ต้องใช้เวลาค่อนวัน อ้อ จีนจะมาเก็บผลพรุ่งนี้เช้าค่ะ”เธอพูดออกมาแล้วยกยิ้มกว้าง ในขณะที่นักรบได้แต่มองเงียบๆไม่พูดอะไร กันทิมาที่ได้ยินก็อมยิ้มน้อยๆ สงสัยวันนี้หมอจีนคงมีเรื่องดีๆถึงขนาดเอ่ยปากท้วงกับนักรบได้ ถ้าอารมณ์ดี ต่อให้โดนพายุนักรบซัดแค่ไหน หมอจีนก็ฝ่าทะลวงไม่เหลือซาก

“วันนี้ไม่เฝ้าแลปเหมือนทุกคืนหรอครับ”กันทิมาอดแซวไม่ได้ คนที่โดนแซวก็ต้องย่นจมูก บอกเสียงสดใส

“แหม จีนก็มีธุระด่วนอย่างเช่นเดทกับหนุ่มๆ ในมื้อเย็นสุดพิเศษบ้างสิคะคุณกัน”จบจากประโยคหมอจีน คนที่มักจะทำสีหน้านิ่งเรียบก็ชะงัก ทำท่าทีว่ากำลังตั้งใจกับเอกสารตรงหน้า

“เหมือนผมจะได้ยินข่าวดีใกล้ๆแล้วใช่ไหมครับ”กันทิมาถามเสียงสดใส แต่คนที่สดใสกว่าก็คงไม่พ้นหมอจีน

“ของอย่างนี้ก็ต้องลองดูสักตั้งสิคะ งั้นจีนขอตัวนะคะ แยากเข้าร้านเสริมสวยรอรับดอกไม้สวยสักช่อแล้วล่ะคะ”พูดจบเธอก็หัวเราะเสียงใสออกจากห้อง ในห้องกว้างจึงเหลือเพียงความเงียบอีกครั้ง

 

“กัน”

“ครับ”กันทิมารับขานนักรบ ละสายตาจากกองเอกสารตรงหน้า

“สั่งดอกไม้ให้ฉันสักช่อ”คนฟังก็ย่นคอขมวดคิ้วงงว่าทำไมจู่ๆนักรบถึงอยากได้ดอกไม้

“เอ่อ...คุณรบอยากได้ดอกไม้แบบไหนครับ”คนถูกถามก็ชะงัก

“แล้วแต่นาย”กันทิมาได้ยินก็ยิ่งงุนงง

“คุณรบจะเอาไปให้ใคร เนื่องในโอกาสอะไรครับ ผมจะได้สั่งชนิดดอกไม้และช่อถูก”ขืนสั่งดกอกุหลาบไปงานศพมันก็ไม่ใช่เรื่องอยู่หรอก ส่วนคนที่ถูกถามก็นิ่งเงียบไปครู่ ก่อนจะตอบกลับมาเสียงราบเรียบ

“ไปดินเนอร์”กันทิมาก็ขมดวคิ้วอีกครั้ง แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรให้มากความ เอ่ย ครับ ตอบรับคำสั่งเจ้านายของตน

 

 

เย็นแล้ว เพียวไผ่นึกขึ้นได้ว่าวันนี้จะเอาหนังสือไปคืนอัศวินที่ตนยืมมาอ่านเมื่อเดือนก่อน ตั้งไว้อ่านจบแล้วแต่ก็ยังไม่ได้เอาไปคืน ร่างขาวที่กำลังมาส์กหน้าแกะที่มาส์กหน้าออก เมื่อเช้าเขาไปซื้อที่มาส์กหน้าที่ร้านสะดวกซื้อมาใช้ ถามอหมอจีนแล้วหมอจีนบอกว่าใช้ได้ ไม่เป็นไร ตนเลยซื้อกลับมา

 

เพียวไผ่มองชุดสีฟ้าสดใสของตัวเองที่เอาออกมาให้แตนรีดด้วยสีหน้ายิ้ม มันเป็นเสื้อตัวใหม่ที่คุณหญิงณิชาซื้อให้ และยังไม่ได้หยิบออกมาใช้ คุณหญิงณิชาบอกว่าถ้าเขาใส่ชุดนี้มันต้องดูดีมากแน่ๆ และคืนนี้เขาก็อยากดูดีที่สุดให้นักรบเห็น ถึงแม้ว่า...หลังๆมานี้หน้าเขาและตัวเขาจะเริ่มบวมจึ้งเล็กน้อยก็เถอะ

“ตัวจืด.. หนูว่าคืนนี้แม่จะดูดีไหม”เสียงเล็กพึมพำ ใบหน้าขาวผ่องแดงระเรื่อน้อยๆ เพียวไผ่คิดว่าเขาตื่นเต้นจนเว่อร์วังไปแล้ว อาหารดินเนอร์เย็นนี้ นักรบบอกว่าไม่ต้องทำเองอยากกินอะไรให้เด็กๆที่บ้านทำแทน ไว้หายป่วยดีก่อนอยากจะเข้าครัวผัดข้าวทั้งวันก็ไม่มีใครห้าม และจะกินข้าวที่ผัดทั้งวันนั้นให้หมดด้วย คุณรบน่ะ ใจดีมากๆเลยนะ

“ใกล้จะได้รู้จักพ่อแล้วนะตัวจืด หนูตื่นเต้นไหม”แต่เพียวไผ่คิดว่าคนที่ตื่นเต้นที่สุดคงไม่พ้นตัวเขานี่แหละ เขาจัดมุมโต๊ะทานอาหารในวันนี้เกือบตลอดเช้า มันก็ค่อนข้างเหนื่อยนิดหน่อย แต่กลับรู้สึกในใจนั้นคับพองไปด้วยความสุขมากกว่า

“พ่อเขาจะเรียกหนูว่าอะไรนะ”ปากก็พร่ำลูกน้อยในท้องไม่หยุด เพียวไผ่มองโต๊ะที่ตัวเองจัดไว้หลังบ้านอีกครั้งก่อนจะขยับเชิงเทียนที่ตนไปขอจากเรือนใหญ่ เล็กน้อย ก่อนจะเดินไปหยิบหนังสือบนโต๊ะ ป่านนี้อัศวินคงกลับจากโรงเรียนแล้ว ไปคืนหนังสือให้อัศวินแล้ว ก็จะแวะไปดูอาหารที่บอกให้ทำก่อนจะกลับมาอายน้ำแต่งตัวรอนักรบ อีกชั่วโมงนิดๆ นักรบก็คงจะถึงบ้านแล้ว

 

 

เพียวไผ่เดินเข้าไปในเรือนใหญ่ตรงไปยังห้องอัศวิน เคาะประตูเบาๆก็เข้าไปเมื่อคนในห้องตอบกลับ

“พี่เอาหนังสือมาคืน”

“ครับ”อัศวินพยักหน้ารับ ใบหน้าก็จดจ่อกับเกมในมือ เหลือบมองเพียวไผ่น้อยๆก่อนจะยกยิ้ม

“ทำไมวันนี้พี่เพียวดูสดใสจัง”เพียวไผ่ก็เลิกคิ้ว

“หื้ม ทำไมวินถึงคิดอย่างนั้นล่ะ”

“ก็หลายวันมานี้พี่ป่วยดูไม่ค่อยสดใสเลย หายป่วยเร็วๆนะครับ วินจะชวนคนไปดูหนังเป็นเพื่อนเนี่ย”ฟังจบประโยคเพียวไผ่ก็ยกยิ้มกว้างพยักหน้า ‘อื้ม’เต็มแรงก่อนจะถามถึงแม่สามี

“วันนี้คุณแม่ไม่อยู่บ้านหรอ”

“เห็นว่าไปพบเพื่อนเก่าครับ บอกว่าไปเยี่ยมลูกของเพื่อน พี่เพียวรู้ปะว่าแม่เห่อเด็กนั่นมากแค่ไหน”ได้ทีก็ระบายตัดพ้อเสียยกใหญ่ เพียวไผ่ก็อมยิ้มบางๆ ตอนที่เขามาอยู่ที่นี่แรกๆอัศวินก็ตัดพ้ออยู่บ่อยๆ

“แต่เมื่อกี้ได้ยินเสียงรถ คงกลับมาแล้วล่ะครับ”เพียวไผ่ก็พยักหน้ารับอีกครั้ง นั่งโม้กับอัศวินประมาณยี่สิบนาที ก็คิดว่าไม่ควรที่จะคุยนานกว่านี้จึงขอตัวกลับ

 

 

ร่างขาวเดินลงมาจากชั้นสองกำลังจะผ่านห้องรับแขกใหญ่ ก็ได้ยินเสียงบทสนทนาจากด้านใน เพียวไผ่คงไม่หยุดชะงักเสียมารยาทแอบฟังหากในบทสนทนาเหล่านั้นไม่มีชื่อของเขาอยู่ด้วย และหากว่าคนที่กำลังคุยอยู่กับคุณหญิงณิชาคือ ดร.ทายน์ คนนั้น...

“คุณน้าคิดว่าเด็กที่ชื่อเพียวไผ่คนนั้น เป็นแค่เด็กผู้ชายจากบ้านเด็กกำพร้าแค่นั้นจริงๆหรอครับ”เสียงนั้นทั้งราบเรียบและเย็นชา เพียวไผ่เม้มปากก่อนจะขยับขาเข้าไปใกล้

“น้าไม่รู้ว่าเธอมาที่นี่เพื่ออะไร แต่พี่รบแต่งงานแล้ว และหนูเพียวก็คือคนที่พี่รบเลือก ไม่ว่าหนูเพียวจะเป็นใครมาจากไหนน้าก็ไม่สนหรอก”

“หึ” เสียงเหมือนเยาะเย้ยในที่ดังขึ้น

“คุณน้านี่ก็ยังแสดงละครได้ดีเหมือนเดิมนะครับ”เพียวไผ่เม้มปากเบาๆ

“เด็กคนนั้นน่าสงสารนะครับ คงคิดว่าคุณน้ารักและเอ็นดูจริงๆ”

“อันที่จริง ทายน์มาที่นี่ไม่ได้อยากมาเจอคุณน้าหรือว่าเด็กที่ชื่อเพียวไผ่หรอกครับ แต่ทายน์มารอพี่รบ”

“……”

“เธอไม่ควรจะมายุ่งกับ...”

“กับพี่รบหรอครับ? ทำไมจะยุ่งไม่ได้ล่ะครับในเมื่อเรารักกัน”สองมือเล็กจิกหน้าขาตัวเองเบาๆ

“คุณน้าคงตกใจ ผมจะบอกว่าอันที่จริงพี่รบรู้เรื่องที่คุณน้าทำมาตั้งแต่สี่ปีก่อนแล้วล่ะครับ”

“……”ใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มราวกับผู้ดี เชิ่ดขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินประโยคจากชายหนุ่มร่างโปร่งตรงหน้า ทวรรษกรมองคนที่ได้ชื่ออดีตมารดาของแฟนเก่านิ่งๆก่อนจะพูดต่อ

“คงไม่คิดสินะครับ ว่าเรื่องที่คุณน้าทำมันจะแดงขึ้นมาได้ จำได้ไหมล่ะครับว่าทำอะไรไว้บ้าง”

“ถึงตารบจะรู้มาหลายปีแล้ว แต่ถ้าตารบยังรักเธอ เขาคงไม่ปล่อยให้ตัวเองโสดจนกระทั่งได้เจอหนูเพียว เธอว่าไหม”

“หึ งั้นคุณน้าก็ควรจะรู้ว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาผมต่างหากที่ปฏิเสธพี่รบ ทั้งๆที่พี่รบมาขอคืนดีมาตลอดตั้งแต่รู้ความจริง”

“……”

“ผมบอกพี่รบว่าให้รอถ้ารักผมจริง และพี่รบก็รอมาตลอด สามปีที่พวกเราไม่ได้เข้าใจกันเพราะสิ่งที่คุณน้าใส่ร้ายผม แต่รู้ไหมครับ ว่าสี่ปีที่ผ่านมาพี่รบรอผมมาตลอด”

“แต่ตอนนี้ตารบไม่ได้รอเธออีกแล้ว”

“คุณน้าคิดอย่างนั้นหรอครับ”

“……”

“น่าเสียดายนะครับ ที่วันนี้คุณน้าต้องกลืนน้ำลายตัวเอง กับคำที่ด่าทอผมกับพี่รบว่าเป็นพวกแปลกประหลาด ผิดเพศ แต่วันนี้กลับต้องมากล้ำกลืนมองลูกชายตัวเองแต่งงานกับผู้ชาย เพียงเพราะอยากให้ลูกชายกลับมาอยู่บ้าน”คุณหญิงณิชาหันไปมองทวรรษกรก่อนจะกำมือแน่นๆ

“เพียวไผ่คงจะเชื่อสนิทใจว่าแม่สามีทั้งรักทั้งเอ็นดู ทั้งๆที่ในใจคุณน้าคงจะรังเกียจเด็กคนนั้นจนอยากด่าทอและไล่เหมือนที่เคยไล่ผมกับพี่รบสินะครับ”

“……”

“เป็นยังไงบ้างครับ กับคำนินทาของคนในสังคม ที่ว่าลูกชายเอาคนไม่มีหัวนอนปลายเท้ามาแต่งงาน”ราวกับโดนตบด้วยแรงทั้งหมดที่มี คุณหญิงณิชาได้แต่นั่งเชิ่ดหน้าเงียบ

“เธออาจจะคิดอย่างนั้น แต่ยังไงสำหรับน้า หนูเพียวก็ถือว่าเป็นลูกสะใภ้คนโตของบ้านนี้”

“หึ งั้นผมจะบอกอีกเรื่องให้คุณน้าทราบละกันครับ ว่าเด็กคนนั้นกับพี่รบแต่งงานกันเพราะการทดลองต่างหาก”

“หมายความว่ายังไง”

“ยังจำการทดลองที่คุณน้าบอกว่ารับไม่ได้กับการทดลองของพี่รบได้ไหมครับ”

“……”

“การทดลองให้ผู้ชายตั้งท้องได้ ที่ทายน์และพี่รบเราทำร่วมกันมาตลอด เราตั้งใจที่จะมีลูกของเราเอง แต่สุดท้าย คุณน้าก็ใส่ร้ายผมว่าเอาข้อมูลการทดลองร่วมกันพวกนั้นไปขาย แถมยังใส่ร้ายว่าผมหักหลังพี่รบ สร้างหลักฐานต่างๆนาๆทั้งว่าผมคบซ้อน ทั้งจ้างบริษัทใหญ่โตเอาชื่อผมเพื่อมัดตัวผมให้ดิ้นไม่หลุดว่าฟอกเงินสถาบันพี่รบ จนเราต้องเลิกกัน”

“……”

“คุณน้าจำได้ไหมครับว่าเรียกผมว่าอะไร”

“……”

“ตัวประหลาด ไม่มีผู้ชายคนไหนบนโลกนี้ตั้งท้องได้”เสียงที่แสนเย่อหยิ่งนั้นกลับเริ่มสั่นเครือ

“……”

“พี่รบแต่งงานกับเด็กที่ชื่อเพียวไผ่เพราะเด็กคนนั้นท้องได้ยังไงล่ะครับ”ราวกับเสียงฟ้าผ่าดังเปรี้ยงขึ้นมา คุณหญิงณิชารู้สึกตัวเย็นวาบขึ้นมา ทั้งๆอีกฝ่ายพูดโดยไม่มีหลักฐานยืนยันแม้แต่ชิ้นเดียว

“พี่รบเจอเด็กคนนี้ แล้วพบว่าเพียวไผ่มีประจำเดือนเหมือนผู้หญิง ก็เลยทำการทดลอง และการแต่งงานครั้งนี้ก็แค่การแต่งงานบังหน้า เพื่อหลีกกฏหมายที่ไม่เป็นที่อนุมัติเรื่องการทดลองให้ผู้ชายตั้งครรภ์”

“……”

“ทีแรก พี่รบทดลองเพื่อเรียนรู้การเจริญเติบโตของครรภ์ในผู้ชาย ก่อนจะเริ่มทำการปลูกถ่ายมดลูกจากผู้หญิงสู่ร่างผู้ชาย แต่คุณน้ารู้ไหมครับ ตอนนี้เราไม่จำเป็นที่ต้องปลูกถ่ายอะไรอีกเลย”

“……”

“เด็กเพียวไผ่คนนั้นจะตั้งท้องให้พี่รบ เมื่อครบสัญญาหนึ่งปี ลูกที่เกิดมาก็จะเป็นลูกของพี่รบ และพี่รบก็จะหย่ากับเด็กคนนั้นแต่งงานกับผม”

“………”

“เป็นไงครับ เซอไพร้ส์ไหมครับ ตัวประหลาดที่คุณน้าเคยเรียกผม ตอนนี้อยู่ใกล้กับคุณน้านิดเดียวเองนะครับ”

“ได้ตัวประหลาดมาเป็นลูกสะใภ้ คงจะกระอั่กกระอ่วนไม่น้อยสินะครับ ถ้าคิดว่าผมโกหก คนที่สืบเรื่องเก่งๆแบบคุณน้าคงสืบเรื่องนี้ไม่ยากหรอกใช่ไหมครับ”

“………”

“ทายน์กับพี่รบเรายังรักกัน หลังจากที่หย่ากับเด็กคนนั้น เราจะแต่งงานกันทันที หากเด็กคนนั้นมีลูก ก็จะเป็นลูกของผมกับพี่รบ และจะไม่มีวันกลับมาเหยียบที่นี่เด็ดขาด”

 

ดูท่าแล้วคนที่เหมือนกำลังโดนฟ้าผ่าไม่ใช่เพียงคุณหญิงณิชา เพียวไผ่เหม่อลอยเดินออกไปทางประตูหลังบ้าน ก่อนจะทิ้งตัวที่เก้าอี้ในสนามช้าๆ กับสิ่งที่ได้ยิน ร่างเล็กสั่นสะท้านจนเย็นเฉียบเหมือนจะกลายเป็นน้ำแข็ง ร่างกายเหมือนกำลังโดนทุบจนแตกกระจายเป็นเสี่ยงๆ

 

เพียวไผ่กุมหัวใจตัวเองเบาๆ ดวงตากวางสั่นระริกน้ำสีใสก็เอ่อปริ่มก่อนจะหยดเผาะจนต้องรีบปาดออกเร็วๆ. เพียวไผ่นั่งสงบสติของตัวเองในสนามหญ้าเงียบๆประมาณห้านาทีก่อนจะลุกขึ้นเพื่อหลับเรือนเล็ก แต่ทันทีที่เปิดประตูเข้าบ้าน ดวงตากวางก็เห็นร่างโปร่งที่นั่งไขว่ห้างนิ่งที่โซฟาในบ้าน มือขาวกำหมัดแน่นเม้มปาก ก่อนจะเดินเข้าไป

“คุณมาที่นี่ทำไม”เสียงเล็กเอ่ยถาม ส่วนคนร่างโปร่งที่นั่งอยู่เงยหน้ามองเพียวไผ่นิ่ง

“ผมนัดพี่รบที่บ้าน คุณคงไม่ว่าอะไรถ้าผมจะนั่งรอพี่รบสักพัก”

“เกรงว่านะไม่ได้ครับ วันนี้ผมไม่สะดวกรับแขก”เพียวไผ่รู้ว่าเขากำลังทำตัวไม่น่ารัก แต่ก็ไม่อยากทำตัวน่ารักด้วยกับคนตรงหน้า อาจจะเป็นเพราะ...

 

ลึกๆแล้วเขากลัว...

กลัวมากๆต่างหาก....

 

อีกฝ่ายขมวดคิ้วแล้วยิ้มบางๆทำท่าทางราวกับไม่ถือสาของเพียวไผ่

“ไหนๆก็ไหนแล้ว เจอคุณก็หลายครั้ง วันนี้ผมขอแนะนำตัวอย่างเป็นทางการแล้วกันนะครับ ผมชื่อทายน์เป็นคนรักของพี่รบ”เหมือนโดนตบจนหน้าชา เพียวไผ่ยืนนิ่ง

“ผมรู้เรื่องของคุณกับพี่รบ และเข้าใจมันดี”

“นั่นมันเรื่องของคุณครับ อีกอย่างคุณกับคุณรบก็เลิกกันแล้ว”อีกฝ่ายก็ทำเพียงยิ้มอย่างใจเย็นเหมือนว่ากำลังคุยกับเด็กน้อยไม่ประสา

“นั่นก็เป็นเรื่องจริง แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมดครับ ถึงจะเลิกกันแต่ผมกับพี่รบก็ยังรักกัน”

“แต่คุณก็ให้คุณรบรอคุณมานานถึง4ปี”เพียวไผ่พูด จ้องหน้าอีกคนเขม็ง อีกฝ่ายก็ขมวดคิ้วเบาๆก่อนจะยกยิ้มอีกครั้งเหมือนขบขันท่าทีของคนอายุน้อยตรงหน้าเต็มที

“ดูเหมือนคุณจะรู้เรื่องของเราเยอะเหลือเกิน งั้นก็ให้ขอพูดให้บัดไปเลยละกันนะครับ ว่าอันที่จริงตลอดสี่ปีที่ผ่านมา ที่ผมให้พี่รบรอ เพื่อความมั่นใจว่าหากลับมาคบกัน จะไม่มีทางเลิกกันอีกเด็ดขาด”

“……”

“ผมกับพี่รบไม่ได้เลิกกันเพราะหมดรัก แต่เรายังรักกันเหมือนเดิม และตอนนี้ผมก็คิดว่ามันถึงเวลาแล้วที่ผมจะยอมให้พี่รบเลิกรอ”ปากบางสั่นระริก เพียวไผ่จับกางเกงตัวเองจนยับยู่ยี่

“ผมเข้าใจถึงสถานะของพี่รบกับคุณ เพราะพี่รบเล่าทุกอย่างให้ผมรู้มาตลอด เพราะเขาเชื่อใจผมที่สุด”

“……”

“และผมก็ไม่คิดจะถือสาด้วย ผมให้อิสระกับพี่รบมาตลอด แม้จะเป็นช่วงเวลาที่เขารอผม ผมอนุญาตให้เขานอนกับคนอื่น ระหว่างรอ เพราะผมเข้าใจยังไงคนพวกนั้นพี่รบก็ไม่มีทางจริงจังด้วย และก็รับรู้ช่วงเวลาที่คุณเป็นเด็กขายของพี่รบ”ราวกับใบหน้าถูกตบอีกฉากเพียวไผ่รู้สึกหน้าชาจนแทบจะไม่รู้สึก

“และตอนนี้คุณก็แต่งงานกับพี่รบเพื่อการทดลอง ผมก็ยิ่งไม่ถือสา ไม่ติดใจ”อีกฝ่ายยิ้มออกมาราวกับว่าไม่คิดถือว่าอย่างที่พูดจริงๆ

“……”

“ผมหวังว่าคุณจะรู้สถานะของตัวเองดี ว่าคุณคู่ควรกับพี่รบมากน้อยแค่ไหน”

“………”

“ผมรู้ว่าเรื่องความรักมันห้ามกันไม่ได้ ยิ่งพี่รบเขาก็แสนดี การตกหลุมรักมันห้ามกันง่ายๆไม่ได้หรอกครับ”

“………”

“แต่ก็ไม่อยากให้คุณลืม ว่าพี่รบคือคนรักของผม เขาต้องทำดีกับคุณอยู่แล้ว เพราะคุณเป็นผู้ถูกทดลองในสิ่งที่เขาหาคำตอบมาตลอดสิบปี”

“หลังจบการทดลอง ผมจะให้พี่รบจ่ายค่าเสียเวลาที่คุณยอมเข้าร่วมทดลองให้อย่างเหมาะสม และหากคุณมีลูกก็ไม่ต้องห่วง เราสองคนจะให้ความรักแก่เด็กเต็มที่”ยิ่งได้ยิน คนฟังก็ยิ่งเดือดดาล เพียวไผ่กำหมัดแน่น

“พี่รบเขาอยากมีลูกมาก ผมเองก็ด้วย เราสองคนตั้งใจที่อยากเลี้ยงเด็กน้อยน่ารักด้วยความรัก แค่คุณตั้งท้องได้”เพียวไผ่ตัวสั่นเทิ้ม มองใบหน้าสวยที่กวาดตาลงมองหน้าท้องของเขา ก็ยกมือปิดท้องตัวเองเบาๆ

“เราสองนร่ำรวยพอที่จะไม่ตอ้งให้ลูกคุณลำ...”

“เลิกพล่ามสักที!!” ในที่สุดคนที่อดทนอดกลั้นฟังแขกมาพล่ามมานานก็ตะโกนเสียงดัง ใบหน้าแดงก่ำ

“คุณจะรักกันแค่ไหนก็เชิญไปรักกันให้พอ แต่ไม่ต้องบอกให้ผมรู้”ทวรรษกรขมวดคิ้วมองท่าทีโกรธจัดของคนตรงหน้า

“ครบหนึ่งปีต้องหย่า แค่ผมเอ่ยปากว่าว่าผมจะลองพยายามต่ออีกสักปีคุณคิดว่าคุณรบจะยอมผมไหมล่ะ ในเมื่อเขาพยายามทดลองเรื่องนี้มาตลอดสิบปี”เพียวไผ่ไม่ได้อยากจะพูดอย่างนี้ เขารู้ดีว่าการพูดแบบนี้ไม่ต่างจากคนขี้ขลาด ใช่เขาขี้ขลาด และเขาก็อยากชนะ ไม่อยากแพ้ผู้ชายตรงหน้าไปแม้แต่เรื่องเดียว

 

เขาเจ็บ. เจ็บทุกคำกับคำพูดของทวรรษกร แต่เขาอยากให้ผู้ชายตรงหน้าเห็นว่าคำพูดพวกนั้นไม่ระคายเขาเลยแม้แต่นิดแม้ว่าข้างในมันจะป่นปี้หมดแล้ว เขารู้ รู้แล้วว่าทั้งทวรรษกรและนักรบรักกันมากขนาดไหน

ทวรรษกรไม่ได้ทิ้งนักรบ แต่ทั้งสองต้องเลิกกันเพราะมารดาของนักรบ ที่ผ่านมาทั้งสองยังรักกันมาตลอด ผ่านอะไรมาเยอะด้วยกันคงไม่แปลกที่นักรบจะรักคนตรงหน้ามากมาย

 

แต่ยิ่งได้ฟังเพียวไผ่ก็ยิ่งเจ็บ ทั้งเจ็บทั้งกลัว อีกทั้งเขายังโกรธ โกรธไปหมดทุกอย่าง โกรธจนอยากตะโกนออกไปให้หมด อยากกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง

“คุณบอกว่าคุณรบรักคุณมาก แล้วคุณคิดว่าเขาจะเลิกรักคุณไม่ได้รึไง”

“……”

“หึ ตลกดีนะครับ กลัวว่าคุณรบจะไม่รักกลัวว่าผมจะแย่งคุณรบ ถึงขนาดมาพล่ามความรักให้ผมฟัง”เพียวไผ่เชิ่ดหน้าขึ้นมอง

“แต่คุณไม่ต้องกลัวหรอกครับ ผมไม่แย่งคนของคุณหรอก ผมเองก็อึดอัดเหลือทนแล้วกับการแต่งงานครั้งนี้ ผมอยากเรียน อยากไปเจอสังคมที่กว้างกว่านี้ อยากไปเจอผู้คนอีกมากมาย ไม่ได้อยากกลายเป็นหนูทดลองแบบนี้หรอก”พูดไปขอบตาเหมือนร้อนผ่าวๆ

“หย่าวันนี้ได้ผมเองก็อยากจะหย่าวันนี้เลยด้วยซ้ำ ผมไม่อยากทนอยู่ในกรงแบบนี้หรอก คุณควรจะรู้แรกเริ่มคุณรบนั่นแหละที่เป็นคนบังคับผมให้เข้าร่วมการทดลองเขาบีบบังคับผมทุกทาง คุณคิดว่าผมจะรักเขาได้อย่างนั้นหรอ!!!”

“……”

“เอาเลย คุณจะอยากพล่ามบทรักของพวกคุณมากแค่ไหนก็พล่ามให้พอ มันไม่ระคายต่อผมสักนิด ผมไม่รู้สึกอะไรสักนิดไหนๆก็ถูกเอามาทดลองแล้ว สู้อยู่รีดไถ่เงินให้เอาไปตั้งตัวให้มากที่สุดไม่ดีกว่าหรอครับ”

“คุณไม่ได้รักพี่รบก็ดี”อีกคนก็เชิ่ดหน้าขึ้นพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบเหมือนเดิม

“และคุณควรจะรู้อีกอย่าง ถ้าเกิดผมท้องขึ้นมาจริงๆ อย่าหวังว่าผมจะยกลูกผมให้พวกคุณ”

“แต่ในสัญญา....”ทวรรษกรทำท่าจะโต้แย้ง

“ในสัญญางั้นหรอ ผมก็แค่พูดๆไปอย่างนั้นแหละ ยอมเซ็นต์ยอมรับไปแค่นั้น หากวันนั้นมาถึงจริงๆ ถ้าผมไม่ยอมยกลูกให้ พวกคุณจะทำอะไรผม”เพียวไผ่เชิ่ดหน้าถามอย่างท้าทาย

“จับผมเข้าคุกอย่างนั้นหรอ แล้วถ้าผมบอกสังคมไปว่าผมถูกบังคับให้ถูกตั้งครรภ์ล่ะ คุณคิดว่าสังคมจะฟังใครมากกว่า”เพียวไผ่มองทวรรษกรนิ่งๆ

“คุณร้ายกว่าที่ผมคิดสินะ”อีกฝ่ายพึมพำมองใบหน้าของเพียวไผ่นิ่งๆ

“เชิญกลับไปได้แล้วครับ ผมอยากพักผ่อน”เพียวไผ่เดินจ้ำอ้าวไปยังประตูก่อนจะเปิดประตูออกมา ก่อนจะยืนนิ่งเมื่อเห็นบุคคลที่ยืนอยู่หน้าประตู

 

 

“ค...คุณรบ”เพียวไผ่เรียกเสียงสั่น ในขณะที่คนร่างสูงมองเพียวไผ่นิ่งๆ ดูเหมือนว่าไม่ได้มีแค่เพียวไผ่ที่ตกใจ ทวรรษกรเองที่เห็นนักรบก็ตกใจไม่แพ้กัน

 

เพียวไผ่เงยหน้ามองคนร่างสูงปากเล็กขยับอยากจะพูดออกไปแต่แล้วกลับต้องยืนนิ่ง มองช่อดอกไม้บนพื้นใกล้ขาของคนร่างใหญ่ ก่อนที่คนร่างสูงจะเอ่ยออกมา

“มื้อเย็นของเธอนี่ พิเศษจริงๆเลยนะ”ก่อนจะเข้าไปข้างในดึงข้อมือของอีกคนแล้วก็เดินออกไป

__________

เอ่อ...... || วิ่งแล้ววววว555

*PIL Put in line เป็นรหัสสำดับตัวอย่างการทดลองที่ถูกนำเข้าในสถาบัน ที่โปรดเขียนขึ้นมาเองงงง ไปหายากที่อื่นไม่เจอนะครับ โปรดเขียนเป็นย่อเอง โอเคนะ ถ้าไปหาในอินเทอร์เน็ต คำพวกนี้จะแปลว่า ลูกหนี้เรื่องสินเชื่ออะไรแบบนี้นะครับ แล้วไม่ต้องไปหาในชื่อวิทย์ชื่อวงศ์อะไรนะครับ #โปรด เขียน มาเอง!!!!

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะครับ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว