ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 45 : หมอว่านะ...

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 18.4k

ความคิดเห็น : 29

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ธ.ค. 2563 10:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
45 : หมอว่านะ...
แบบอักษร

“นี่ค่ะยา เป็นยาบำรุงครรภ์กับยาที่ช่วยลดอาการอาเจียนได้” ยาในถุงกระดาษเล็กถูกยื่นมา เพียวไผ่หยิบขึ้นมาดู มีจำนวนที่ต้องกินและเวลาที่ต้องกินกำหนดไว้ ใบหน้าใสมองยาในมือนิ่งๆ ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ มันคือความจริง... สามวันแล้วที่เขาต้องอยู่กับความจริงที่ว่าเขาำลังตั้งท้อง มีสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ในท้องของเขากำลังเติบโต เพียวไผ่ไม่อยากยอมรับความจริงเหล่านี้แต่ยิ่งเขาอยากปฏิเสธ จิตใต้สำนึกก็มักจะหัวเราะเยาะเขาอยู่เสมอว่าสิ่งเหล่านี้ก็เกิดจากการที่เขาเลือกมาเองทั้งหมด

 

“วันนี้กินอาหารเช้ามารึเปล่าคะ” เพียวไผ่เม้มปากก่อนจะส่ายหน้า

 

“เพียวดื่มแค่นมมาครับ” หมอจีนก็ถอนหายใจ

 

“ดื่มนมมันก็ดีนะคะ แต่จะได้รับสารอาหารที่จำเป็นไม่เพียงพอน่ะสิคะ ตอนนี้เจ้าตัวจืดยังตัวเล็กนิดเดียว ก็ยังไม่เป็นไรที่คุณจะดื่มนมแค่อย่างเดียว แต่หมออยากให้คุณกินอาหารที่หลากหลาย”

 

“เพียวจะพยายามครับ” เพียวไผ่บอก มือขาวลูบหน้าท้องแบนราบของตัวเองเบาๆ

 

“อันที่จริงการแพ้ท้องก็ไม่ใช่ว่าจะแย่เสมอไปนะคะ เพราะอาการแพ้ท้องมันก็บอกว่าเจ้าจืดยังโตปลอดภัยดี วันไหนที่จู่ๆ ตื่นขึ้นมาแล้วไม่รู้สึกอะไรคุณเพียวต้องรีบบอกหมอนะคะ”

 

“อาการแพ้ท้องพวกนี้จะอยู่จนครบเก้าเดือนหรอครับ” ดวงตากวางฉายชัดถึงความวิตกกังวล

 

“ไม่หรอกค่ะ แค่ไตรมาสแรก หลังจากเดือนที่สามอาการก็เริ่มจะน้อยลงจนไม่มีเลยล่ะค่ะ” เพียวไผ่ก็พยักหน้า หันไปยกยิ้มให้หมอจีนเบาๆ ก่อนจะเหม่อเล็กน้อย

 

“คุณกำลังจะเป็นแม่คนแล้วนะคะ” คำพูดเหมือนไปจี้ตรงจุดทำให้คนร่างขาวได้แต่ตัวเย็นเป็นน้ำแข็ง ไม่เคยตั้งตัวตั้งใจเลยจริงๆ กับเรื่องนี้ ทุกวันนี้เขายังอยากหลอกตัวเองว่าเขายังปกติดีทุกอย่าง แต่มันก็ทำไม่ได้...

 

“แม่หรอครับ?” เพียวไผ่พึมพำ ทั้งๆ ที่ตัวเขาเป็นผู้ชายเนี่ยนะ เหมือนหมอจีนจะเข้าใจในแววตาที่สับสนนั้น เธอยื่นมือไปกุมมือขาวแล้วบีบเบาๆ ก่อนจะส่งยิ้มไปให้

 

“หมอเข้าใจ บางอย่างในชีวิตเราก็ตั้งรับไม่ทันหรอกนะคะ” คำพูดปลอบโยนเหมือนพี่สาวทำให้เพียวไผ่ยิ้มออกมาบางๆ

 

“หลังจากนี้ มีเจ้าตัวจืดมาอยู่ด้วยแล้ว ต้องใช้ชีวิตให้ระมัดระวังมากกว่าเดิม มีอะไรผิดปกติกับร่างกายต้องแจ้งหมอทันทีนะคะ” เพียวไผ่ก็พยักหน้า พูดไม่ออก

 

“หมอรู้ว่าคุณไม่อยากยอมรับความจริง แต่ทุกอย่างที่มันเกิดขึ้นกับร่างกายคุณตอนนี้ มันคือความจริงนะคะคุณเพียว” จู่ๆ ใบหน้าใสก็มีน้ำตาปริ่ม

 

“หมอไม่ได้จะพูดให้คุณร้องไห้ แต่หมอไม่อยากให้คุณหลอกตัวเอง ไม่อยากให้คุณลืมเจ้าตัวจืด” หมอจีนพูดก่อนจะส่งยิ้มเมื่อมองเมื่อขาวที่ลูบหน้าท้องแบนของตัวเอง

 

“เพียว...”

 

“ตอนนี้เจ้าตัวจืดมีแค่ดวงตาน้อยๆ กับหัวใจก้อนเล็กๆ เท่านั้น แต่คุณก็คุยกับลูกได้นะคะ”

 

“คุยกับลูกหรอครับ” เพียวไผ่ถาม หมอจีนก็พยักหน้า

 

“แม้ว่าเจ้าตัวจืดจะยังไม่รับรู้ แต่ถือว่าเป็นการทำความรู้จักไปก่อนไงคะ” เธอพูดจบก็คลี่รอยยิ้มน่ารักให้อีกครั้ง เพียวไผ่เม้มปากก้มลงมองท้องตัวเอง ดวงตากวางกระพริบลงช้าๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่ว

 

“เจ้าตัวจืด”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อาการแพ้ท้องยังคงมีทุกวัน โดยเฉพาะในช่วงเช้าหลังตื่นนอน เพียวไผ่ก็มักจะอาเจียนโอ้กอ้ากกเป็นประจำเสียงโก่งคออาเจียนเหมือนจะกลายเป็นเสียงนาฬิกาปลูกคนร่างสูงไปแล้วในช่วงนี้ อันที่จริงตั้งแต่กลับมาก็ไม่ได้มีอะไรกับนักรบเลย โดยให้เหตุผลว่าไม่ค่อยสบายตัว คนร่างสูงก็ไม่ได้ว่าอะไร อีกทั้งเห็นคนร่างขาวโอ้กอ้ากกทุกวันอีกด้วย

 

“วันนี้ไปโรงพยาบาลเถอะ เถอะอาเจียนอย่างนี้มาสองสัปดาห์แล้วนะ” เพียวไผ่ชะงักขณะที่มือหนายังคงลูบหลังไม่หยุด

 

“ไม่ครับเพียวไม่อยากไป” เพียวไผ่ก็รีบส่ายหน้าเป็นพัลวัน คนร่างสูงก็ขมวดคิ้ว

 

“ทำไม”

 

“พะ...เพียวไม่อยากไปโรงพยาบาลครับ ไปตรวจที่สถาบันแทนได้ไหมครับ”

 

“ฉันไม่ปฏิเสธหรอกนะว่าที่สถาบันมีคนเก่งๆ แต่ไปโรงพยาบาล ไปเจอหมอโดยตรงจะได้บอกได้ว่าเธอเป็นอะไร” เพียวไผ่ก็ส่ายหน้า บ้วนปากเสร็จก็เหล้ยวหลังมาจับแขนแกร่งไว้ ส่งสายตาออดอ้อนไม่ให้นักรบพาไปโรงพยาบาล

 

“อาจจะเพราะช่วงนี้เพียวกินข้าวได้น้อย กินข้าวไม่ตรงเวลา ก็เลยเป็นกระเพาะได้ครับ” ใบหน้าส่ายตอบพยายามหาข้ออ้างที่จะยกมาเพื่อเลี่ยงการไปโรงพยาบาล นักรบถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะจ้องตากวางนิ่ง

 

“ถ้าเธอจะเอาอย่างนั่นก็ตามใจ” เพียงแค่คนร่างสูงตามใจใบหน้าใสก็ยกยิ้มกว้างเสียแล้ว เพียวไผ่เดินที่โต๊ะอาหาร ในบ้าน หลังๆ เขาไม่ได้ร่วมโต๊ะที่เรือนใหญ่แล้ว แต่อาหารมักจะถูกยกมาที่เรือนเล็กแทน

 

 

 

 

 

เมนูข้าวไข่เจียวร้อนๆ ทำคนที่กำลังตั้งครรภ์อ่อนๆ ยกยิ้มกว้าง แม้จะต้องถูกหมอจีนดุก็เถอะที่กินอาหารทอดๆ มันๆ อย่างนี้เสียทุกมื้อ บางวันก็เป็นข้าวกับปลาทูสดทอด หรือบางวันก็เป็นข้าวกับกุ้งต้ม ขอแค่อาหารนั้นไม่ปรุงรส เพียวไผ่ก็กินได้แล้ว อันที่ปรุงรสดูเหมือนจะมีแค่ลาบที่เพียวไผ่กินได้อย่างเอร็ดอร่อย นอกจากนั้นก็เป็นต้องเบือนหน้าหนีหมด

 

 

 

 

 

ร่างใหญ่ดูคนตัวขาวนั่งกินข้าวไข่เจียวตรงหน้านิ่งๆ บนโต๊ะมีแค่อาหารที่เพียวไผ่ได้กลิ่นแล้วก็ไม่อาเจียน อันที่จริงมันเป็นอย่างนี้มาตลอดสองเกือบเข้าสัปดาห์ที่สามแล้ว เพียวไผ่กินอะไร นักรบก็กินแค่นั้น

 

“เธอรู้รึเปล่า ว่าเธอเหมือนคนกำลังตั้งท้อง” เพล้ง! เสียงช้อนกับส้อมตกกระทบช้อน เพียวไผ่เงยหน้าสบตากับนักรบด้วยความตกใจ ก่อนจะรวบช้อนแล้วยกน้ำขึ้นดื่ม

 

“ค...คุณรบหมายความว่ายังไงครับ” เสียงเล็กถามตะกุกตะกัก

 

“เธอไม่มีประจำเดือนเลยจะเข้าเดือนที่สอง เธอมักจะอาเจียนคลื่นไส้ หลังตื่นนอน กินอาหารได้แค่บางอย่าง เวียนหัวอยู่บ่อยครั้ง ไหนจะ..”

 

“แต่ตอนอัลตร้าซาวด์ร่างกายเพียว ทุกคนก็เห็นไม่ใช่หรอครับ ว่าเพียวไม่ได้ตั้งครรภ์” คนตัวเล็กตอบ มือขาวหยิบช้อนเขี่ยข้าวเบาๆ ใจดวงเล็กเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ ไม่เป็นจังหวะ

 

“มันก็ถูก” เหมือนคนร่างสูงจะพึมพำกับตัวเองเสียมากกว่า เพียวไผ่กลืนน้ำลายหนืดลงคออย่างลำบากก่อนจะทำเป็นกินข้าวกลบเกลื่อน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เสียงรถเคลื่อนออกจากบ้านไปแล้ว เพียวไผ่เอายาที่ซ่อนไว้ออกมาก่อนจะเอายาที่ต้องกินหลังอาหารมากิน แล้วก็หยิบหนังสือที่ตนซ่อนไว้ออกมา ไปนั่งที่เก้าอี้ในร่มหลังบ้านเงียบๆ เสียงคนรับใช้มากดกริ่งกริ่งขออนุญาตเข้ามาเอาเสื้อผ้าไปซัก เพียวไผ่ก็พยักหน้า ไม่วายถาม

 

“แตน”

 

“คะคุณเพียว”

 

“ที่ครัวมีมะกอกไหมครับ” แตน สาวรับใช้ขมวดคิ้ว

 

“ไม่แน่ใจค่ะ คุณเพียวจะอยากได้ไปทำอะไรคะ”

 

“จู่ๆ เพียวอยากกินมะกอกครับ” แค่พูดก็น้ำลายสอ ก่อนจะยกยิ้มกว้าง

 

“ประเดี๋ยวแตนจะออกไปจ่ายตลาด จะซื้อกลับมานะคะ”

 

“ขอบคุณครับ” ปากบางเลีบริมฝีปากตัวเองเบาๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“วันนี้หนูอยากกินมะกอกหรอครับ” ใบหน้าใสก้มลงมองหน้าท้องของตัวเองก่อนจะถามเสียงเบา พร้อมรอยยิ้ม เพียวไผ่เริ่มสังเกตท้องของตัวเอง มันนูนขึ้นมาเล็กน้อยจากสัปดาห์ก่อนๆ เขาถ่ายรูปเก็บไว้เทียบดูตามที่หมอจีนบอก ได้ยาที่หมอจีนให้กินอาการอยากอาเจียนในช่วงกลางวันก็ลดลงบ้างอาจจะไม่มาก ยิ่งช่วงเช้าก็ยังอาเจียนเช่นวันนี้

 

 

 

 

 

ตั้งแต่ได้เริ่มคุยกับเจ้าตัวจืดในท้อง หัวใจดวงน้อยๆ เหมือนกับจะมีเพื่อนในยามที่เหงาเวลาที่รอนักรบกลับจากสถาบัน อ่านหนังสืออยู่ในบ้าน และคุยกับเจ้าตัวจืด ชีวิตของเขาเหมือนมีประกายบางอย่าง

 

 

 

 

 

ประกายแห่งความหวัง เรียกอย่างนี้ผิดไหมนะ

 

หวังที่อยากจะเห็นใบหน้าของเจ้าตัวจืดในท้องเขาเขาแม้จะเพิ่งย่างเข้าเดือนที่สอง

 

 

 

 

 

“วันนี้แม่เกือบจะโดนพ่อจับได้ด้วยหนูรู้ไหม” เสียงเล็กเอ่ยพูด ปิดหนังสือในมือเบาๆ แล้วลูบท้องตัวเองอีกครั้ง ดวงตาเหม่อมองไม้ที่ปักไว้ให้ไม้เลื้อย

 

“หนูโกรธรึเปล่าลูก ที่แม่ปิดเรื่องนี้กับพ่อ” เสียงเล็กสั่นเครือ

 

“แม่แค่กลัว กลัวว่าพ่อเขา...” เสียงเล็กเหมือนจะหายไปกับสายลม

 

“ขอโทษที่แม่เห็นแก่ตัวขนาดนี้นะเจ้าตัวจืด”

 

“แม่สัญญา... แม่จะรีบพร้อม แล้วบอกกับพ่อเรื่องของหนูด้วยตัวเอง ดีไหมครับหื้ม” ดวงตากลมหลับตาลงช้าๆ เพียวไผ่ไม่รู้ว่าความหวงแหนในใจที่เกิดขึ้นนี้มันเรียกว่าอะไร นับวันยิ่งได้พูดคุยกับก้อนเลือดก้อนเนื้อในท้องของตัวเอง เขายิ่งรู้สึกหวงแหนคนในท้อง รู้สึกรักโดยไม่รู้ตัว ทั้งๆ ที่รู้อยู่หรอกว่าวันหนึ่งตัวเองคงเอาลูกไปด้วยไม่ได้ วันหนึ่งหากเจ้าตัวจืดโตขึ้น อาจจะไม่รู้จักเขาที่เป็นแม่ก็เป็นได้ แต่เพียวไผ่คิดว่านักรบอาจจะใจดีพอที่จะให้เจ้าตัวจืดได้รู้จักชื่อแม่แท้ๆ บ้าง

 

 

 

 

 

ร่างขาวเปิดหนังสือในมืออ่านอีกครั้ง มันเป็นคู่มือดูแลลูกน้อยในท้อง ที่เพียวไผ่หยิบมาอ่านเพื่อดูแลเจ้าตัวจืดที่โตขึ้นทุกวันๆ

 

 

 

 

 

เกือบๆ เที่ยงแตนยกมะกอกที่หั่นใส่จานแถมน้ำปลาหวานให้อีกด้วย ใบหน้าขาวมองมะกอกในจานน้ำลายสอไม่รีรอหยิบลิ้นมะกอกและจิ้มน้ำปลาหวานด้วยความเอร็ดอร่อย จนต้องเดินไปเรือนใหญ่

 

“แตน พอมีมะกอกอีกไหมครับ” สาวใช้ที่กำลังเตรียมอาหารเที่ยงให้คนในบ้านชะงัก เพราะมะกอกที่ตนหั่นใส่จานยกไปก่อนหน้านี้ไม่ใช่น้อยๆ

 

“มีค่ะ คุณเพียวอยากได้เพิ่มหรอคะ” เพียวไผ่พยักหน้า ยื่นจานให้คนรับใช้ แตนก็หันไปทำความสะอาดมะกอกที่เหลือหั่นใส่จานแล้วยื่นให้คนร่างขาว

 

“เที่ยงนี้ไม่ต้องยกข้าวไปเรือนเล็กนะครับ”

 

“คุณเพียวจะมาร่วมโต๊ะเรือนใหญ่หรอคะ” เพียวไผ่ส่ายหน้า

 

“เพียวไม่อยากกินข้าวครับ” พูดจบก็หันหลังกลับไปยังเรือนเล็กปล่อยให้สาวใช้มองตามงงๆ

 

“แตน เหม่ออะไรอีกเนี่ย” เสียงป้านอมดังขึ้นทำคนที่กำลังเหม่อสะดุ้ง

 

“ป้าจ๊ะ ป้าว่าคุณเพียวพักหลังๆ ดูแปลกๆ ไปไหมจ๊ะ”

 

“แปลกยังไง”

 

“ก็เดี๋ยวนี้คุณเพียวเขาอยากกินแต่อาหารแปลกๆ วันนี้ก็บอกว่าอยากกินมะกอก”

 

“ก็คุณเขากำลังป่วย คนป่วยก็อยากกินนู้นกินนี่แปลกๆ ได้ทั้งนั้น อย่าสงสัยเรื่องคุณเขามากนัก” คนเป็นผู้ใหญ่กว่าปรามเบาๆ แตนจึงหันมาสนใจการทำกับข้าวอีกครั้ง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“คุณรบครับ ผมเตรียมสถานที่สำหรับให้คุณอเล็กซ์พักรักษาแล้วนะครับ” เสียงกันทิมาเอ่ยบอกขณะที่ยื่นแฟ้มมาให้นักรบ คนร่างสูงมองเพ้นท์เฮ้าส์ก็พยักหน้า บอกให้เลขาของตนจัดการเตรียมทุกอย่างให้เรียบร้อย

 

"แจ้งไปถึงเขาว่าไม่ต้องเป็นห่วง เราจะเตรียมทุกอย่างให้พร้อมและให้ความช่วยเหลือแก่เขาตลอดเวลาที่อยู่เมืองไทย"กันทิมาพยักหน้าแต่ไม่วายเอ่ยในสิ่งที่ตัวเองสงสัย

 

"อันที่จริงหากคุณอเล็กซ์ให้เราช่วยตามหาญาติเขา เราก็ช่วยได้ไม่ใช่หรอครับ"

 

"เขาไม่ต้องการ เอาเถอะมันเป็นเรื่องของเขา นายก็จัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยละกัน อีกสองสัปดาห์เขาจะเดินทางมาเมืองไทย"กันทิมาก็พยักหน้าอีกครั้ง ก่อนจะออกจากห้อง ไม่วายหยิบอาหารเสริมชุดใหญ่ที่ตนซื้อมาวางไว้บนโต๊ะของนักรบ

 

"อะไร"คนร่างสูงถาม

 

"อาหารเสริมครับ ฝากคุณรบเอากลับไปให้คุณเพียวด้วยนะครับ แล้วก็บอกให้หายป่วยไวๆ "นักรบตวัดสายตามองกันทิมาเล็กน้อยก่อนจะตอบ 'อืม'คนที่หิ้วของฝากก็เดินยกยิ้มกว้างออกจากห้อง ก่อนจะหยุดนิ่งเมื่อเห็นคนหน้าตาดีร่างโปร่งตรงมาที่ห้อง

 

"ดร.ทายน์"อีกฝ่ายปรายตามองเล็กน้อย ไม่ได้พูดอะไรก่อนจะมุ่งหน้าตรงไปยังประตูห้องนักรบแล้วก็เดินเข้าไป

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

อากาศวันนี้แดดแรงตั้งแต่เช้า เพียวไผ่ไม่อยากออกจากบ้านแม้จะไปนั่งสูดอาก่ศใต่ที่ร่มนอกบ้านก็ตาม จึงเอาแต่นั่งเบื่อๆ ในห้องหลังจากที่โก่งคออาเจียนอยู่นานสองนาน มองคนร่างสูงในชุดลำลองสบายตัว หลังอาหารเช้าเมื่อกี้ถามว่าทำไมอีกคนไม่ไปสถาบัน อีกฝ่ายก็ตอบกลับมาด้วยสีหน้านิ่งๆ ว่าอยากพักผ่อน ตอนนี้เลยเวลาทานยาแล้วเพียวไผ่ก็ยังไม่ได้ทาน จึงทำให้เขาได้แต่นั่งอ่อนแรงเพราะอยากคลื่นไส้ตลอดเวลาอย่างตอนนี้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ช่วงสายๆ ตากลมโตก็คล้ายๆ จะหย่อนลง อ่านในหนังสือเขาบอกว่าคนท้องจะง่วงง่าย แต่ถ้าท้องโตขค้นก็จะหลับยากเพราะอึดอัด บางทีอาจจะจริง

 

 

 

 

 

ร่างเล็กเอนตะวบนโซฟาตัวใหญ่ โดยไม่คิดอะไร ง่วงจนอยากทิ้งตัวนอนสักพักให้อาการวิงเวียนศีรษะพวกนี้มันดีขึ้น

 

 

 

 

 

 

 

 

 

นักรบกลับมาจากเรือนใหญ่ชะงักเมื่อเห็นร่างเล็กกำลังขดตัวนอนอยู่บนโซฟา เข้าห้องนอนหยิบผ้าห่มและหมอนมาศีรษะเล็กเบาๆ ก่อนจะเดินไปปรับแอร์ในห้อง หันไปมองที่เคาเตอร์ครัวมีกล่องอาหารเสริมที่กันทิมาฝากกลับมาเมื่อวานวางเรียงรายจากที่คนร่างขาวเปิดมาดู ก่อนจะเลื่อนสายตามองนมในลังก็ยกมือถือขึ้นมา

 

 

 

 

 

ไม่เกินหนึ่งชัาวโมงรถส่งของก็ส่งนมจืดมาที่บ้านประมาณสามลังใหญ่ นักรบยกเข้าไปวางในห้องครัวก่อนจะหันซ้ายหันขวาเหมือนไม่มีอะไรทำ ก่อนจะเดินไปอีกฝะ่งของบ้านมองโต๊ะอ่านหนังสือที่ถูดจัดเป็นระเบียบเรียบร้อย

 

 

 

 

 

ดวงตาดุกวาตามองชั้นหนังสือไม่ไกลเงียบๆ คิ้วขมวดแทบเป็นปม แต่ดูเหมือนว่าจะไม่เจอสิ่งที่ต้องสงสัย ก็สะยัดหัวเบาๆ ราวกับกำลังขบขันกับความสงสัยของตัวเอง แล้วจึงไปนั่งที่โซฟา ทิ้งตัวลงนั่งมองใบหน้าเล็กเงียบๆ

 

 

 

 

 

อ่า..สงสัยวันนี้จะกลายเป็นคนว่างงานไปแล้วจริงๆ สินะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

วันนี้เข้าสัปดาห์ที่สามหลังจากนับวันมี่หมอจีนอัลตร้าซาวด์ร่างกายเขาครั้งก่อน วันนี้นักรบต้องไปประชุมที่อื่น เพียวไผ่จึงใช่ช่วงเวลานี้ขอหใอจีนตรวจร่างกายของตน หมอจีนเองก็ไม่ขัดข้อง เวลานี้ทีมวิจัยตามนักรบไปประชุมกับทีมวิจัยจากออสเตรียที่เดินทางมาถึงเมืองไทยเกินครึ่ง จะเหลือก็แค่หมอจีนกับหมอโม ที่มีภารกิจอย่างอื่นต้องทำ แต่หมอจีนบอกว่ามีเวลาเจียดให้ได้อยู่แล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ท้องที่เคยแบนราบวันนี้เห็นได้ชัดว่ามันนูนขึ้นเหมือนมีก้อนเล็กๆ อยู่ในนั้น ดวงตากลมโตมองจอที่ฉายภาพในท้องของตนด้วยความอึ้ง ก้อนเนื้อสีดำๆ ที่เคยเห็นเมื่อสามสัปดาห์ก่อน ตอนนี้เห็นเป็นก้อนเนื้อใหญ่ขึ้น

 

"นี่คือดวงตาเจ้าตัวจืดค่ะ"หมอจีน ชี้ภาพในจอให้ดู เพียวไผ่พยักหน้าพร้อมรอยยิ้ม จู่ๆ ก็น้ำตาซึม

 

"ยังเป็นก้อนอยู่เลย"เอ่ยออกมาเหมือนพึมพำหมอจีนก็พยักหน้า

 

"ทำไมเสียงหัวใจเจ้าตัวจืดเร็วจังเลยครับ"เพียวไผ่ถามเมื่อหมอจีนให้ฟังเสียงหัวใจของเจ้าตัวน้อยในท้อง

 

"เสียงหัวของตัวอ่อนในท้องสูงกว่าผู้ใหญ่ค่ะ 150ครั้งต่อวินาทีนี่ถือว่าปกติเลยค่ะ ไม่เต้นตามอัตราเหมือนผู้ใหญ่เท่าเราหรอกค่ะ"

 

"ตัวจืดแข็งแรงดีใช่ไหมครับ"

 

"แน่นอนสิคะ ดูท่าจะแข็งแรงมากด้วยนะเนี่ย ขนาดคุณแม้แพ้ท้องจนแทบจะกินอะไรไม่ได้"เพียวไผ่ก็หัวเราะเบาๆ หมอจีนเช็ดหน้าท้องขาวที่ทาเจลก่อนจะให้คนร่างขาวลุกขค้นแล้วเดินกลับไปยังห้องแลปตัวเแงพร้อมเพียวไผ่

 

"เมื่อไหร่คุณจะบอกดร.เรื่องคุณท้อง"เพียวไผ่ชะงักเมื่อจู่ๆ หมอจีนก็เอ่ยถาม ปากบางเม้มจนเลือดห้อ

 

"ทำไมคุณต้องปิดบังด้วยคะ"หมอจีนถามน้ำอีกครั้งเพียวไผ่ก็นิ่งเงียบ

 

"ตอนนี้อาจจะยังรอดที่ไม่ต้องให้คุณตอบคำถามทุกคนแค่ให้เหตุผลว่าคุณไม่ค่อยสบาย แต่คุณเพียว ท้องคุณโตขึ้นทุกวันแล้วนะคะ"หมอจีนถอนหายใจออกมาหนักเหมือนว่าเธอหนักใจเต็มทีแล้ว

 

"เพียวยังไม่พร้อมครับ"

 

"แล้วเมื่อไหร่จะพร้อมล่ะคะ"น้ำเสียงที่คาดเค้นจากหมอจีนทำเพียวไผ่พูดไม่ออก ในห้องแลปเย็นฉ่ำเกิดความเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนที่หมอจีนจะถอนหายใจอีกครั้ง

 

"คุณกลัวอะไรคุณเพียว"เพียวไผ่ก็เงยหน้ามองหมอจีน ก่อนจะเบือนหน้าไปทางอื่นเมื่อรู้สึกว่าเหมือนกำลังจะร้องไห้

 

"คุณก็รู้ว่าถ้าดร.รู้เขาจะต้องดีใจมากๆ คุณไม่อยากให้ดร.ดีใจหรอคะ"ข้อนี้เพียวไผ่รู้ดี เขารู้ว่านักรบต้องดีใจอย่างมากกับการตั้งครรภ์ของเขา เพราะนั้นจะหมายถึงงานวิจัยของนักรบเดินไปอีกขั้น ทฤษฎีและข้อสันนิษฐานบางอย่างจะถูกยืนยันว่าเป็นจริงได้จากการตั้งท้องของเขา

 

"คุณกลัวอะไร คุณบอกหมอมาสิคะ เราจะได้ช่วยกันแก้ไข"

 

"เพียวกลัวถูกทิ้ง ฮรึก"ร่างขาวเอ่ยออกไปทั้งน้ำตาเมื่อถูกเซ้าซี้เข้าจากหมอจีน

 

"คุณเพียว..."

 

"ถ้าเพียวคลอดลูก คุณรบก็จะหย่ากับเพียว ลูกก็ต้องเป็นลูกของคุณรบคนเดียว"หมอจีนเธอก็เงียบไป ก่อนจะเอ่ยถามเสียงไป

 

"คุณรักดร.? "เพียวไผ่เงยหน้ามองหมอจีนทั้งน้ำตาก่อนจะก้มหน้าน้ำตาไหลไม่พูดอะไร

 

"ถ้าคุณรัก แล้วทำไมคุณถึงไม่บอกดร.ไปล่ะคะ"เพียวไผ่ก็ส่ายหน้า น้ำตาไหลลงอาบแก้มอีกครั้ง

 

"เพียวรักคุณรบไม่ได้หรอกครับ"

 

"ทำไมล่ะคะ คุณเคยสารภาพไปแล้วอย่างนั้นหรอคะ"เพียวไปนิ่งงัน ไม่.. เขาไม่เคยบอกรักนักรบ เขาจะเอ่ยออกไปได้ยังไงในเมื่อ...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

"คุณรบเคยบอกเพียวว่า การแต่งงานครั้งนี้ก็เพียงเพื่อการทดลองเท่านั้น ฮรึก ดร.ไม่เคยสนใจความรักพวกนี้นอกจากการทดลองครับ"เหมือนน้องชายที่กำลังขี้แยต่อหน้าพี่สาว หมอจีนยกยิ้มบางๆ ด้วยความเอ็นดูจนอดไม่ไหวต้องดึงร่างขาวมากอดแล้วลูบหลังเบาๆ

 

 

 

 

 

"โถ่เอ้ยย ดร.พูดเมื่อไหร่คะ พูดนานแล้วยังหื้ม"เพียวไผ่เม้มปาก พูดไม่ออก จำได้ว่ามันผ่านมาหลายเดือนแล้วก่อนที่จะแต่งงานกันด้วยซ้ำ

 

 

 

 

 

"ถ้าเรื่องมันนานมาแล้ว ใครจะไปรู้ดร.อาจจะเปลี่ยนใจแล้วก็ได้"เธอพูดขณะผละออกจากกอด จับมือเพียวไผ่แล้วบีบเบาๆ

 

 

 

 

 

"ได้อยู่กับคนน่ารักๆ กับคุณเพียวมาก็หลายเดือน ดร.ก็ต้องมีชอบบ้างแหละ หรือไม่จริง"เพียวไผ่ก็นิ่งเงียบอีก ยิ่งพูดไม่ออก

 

 

 

 

 

ชอบกับรักมันต่างกัน นักรบมีคนที่นักรบรักอยู่แล้ว และทั้งคู่ก็รอเวลาที่จะเข้าพิธีวิวาห์หลังหย่ากับเขา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

"มันเป็นไปไม่ได้หรอกครับ"เพียวไผ่แย้งทั้งน้ำตา หมอจีนก็ยกยิ้มอีกครั้ง ปาดน้ำตาให้ราวกับอีกคนเหมือนน้องชายตัวน้อยๆ

 

 

 

 

 

"ทำไมจะเป็นไปไม่ได้ล่ะคะ ดร.เองยังโสด คุณเพียวบอกเองนี่คะว่าคุณไม่เคยสารภาพรักกับดร."

 

"..."

 

"หมอรุ้จักกับดร.มาเกือบสิบปีแล้ว ดร.เป็นพวกเจ้าทึ่มกับเรื่องพวกนี้ ไม่บอกตรงๆ เขาก็ไม่รู้ อีกอย่างนะ เป็นคนปากแข็งที่หนึ่งเลย บางทีดร.อาจจะรอคุณเพียวเป็นคนบอกก่อนก็ได้นะ"

 

เพียวไผ่ก็เงยหน้ามองหมอจีนอีกครั้ง

 

 

 

 

 

"หมอไม่ได้จะพูดเพราะเข้าข้างดร.นะคะ แต่ว่านะ หมอไม่เคยเห็นดร.ตามใจใครมากเท่าตามใจคุณเพียวมาก่อนเลยนะคะ"

 

 

 

 

 

"....."

 

 

 

 

 

"อาจจะเพราะดร.เขาอายุเยอะกว่า ถ้ามองในมุมของหมอ ถ้าหมอเป็นดร. หมอก็ไม่กล้าสารภาพออกไปก่อนเหมือนกัน"เพียวไผ่ปาดน้ำตาตัวเองออกมาช้าๆ ดวงตากลมโตแดงก่ำเพราะผ่านการร้องไห้จนน่าสงสาร

 

"เขาเป็นที่มั่นใจในตัวเองสูง เขาเก่งในหลายๆ อย่างแต่บางครั้ง บางเรื่องเขาก็ทึ่ม จนไม่กล้าทำอะไรก่อนอย่างเช่นการบอกความรู้สึกในใจ ที่หมอเชื่อว่าดร.ก็คงรู้สึกดีต่อคุณเพียวไม่น้อย"หมอจีนลูบผมเพียวไผ่เบาๆ เวลามีคนมาปลอบใจอย่างอ่อนโยนอย่างนี้ น้ำตาก็ร่วงเผาะอีกครั้ง

 

"ดร.น่ะเป็นคนไม่พูด แต่ก็มักจะทำให้เห็นมากกว่า คุณเพียวลองคิดดูสิคะว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาดร.ใส่ใจคุณเพียวเรื่องอะไรบ้าง บางครั้งน่ะ เวลาเราได้รักคนต่างวัย ความมั่นใจที่เคยมีในหลายๆ เรื่องมันก็น้อยลง ยิ่งคุณเพียวเป็นคนที่ทั้งน่ารัก นิสัยดีขนาดนี้ ใครๆ ก็อยากเข้าหา อยากเข้ามาจีบ ดร.คงไม่มั่นใจว่าถ้าบอกความในใจไปแล้ว จะถูกปฏิเสธไปรึเปล่านี่สิคะ"เธอพูดแล้วก็หัวเราะเบาๆ ราวกับกำลังนึกถึงใบหน้าบุคคลที่สามยามโดนปฏิเสธจริงๆ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

"แต่คุณรบรักดร.ทายน์คนนั้น"เพียวไผ่เอ่ย หัวใจดวงน้อยบีบหน่วงจนรู้สึกเจ็บ หมอจีนเองก็ดูท่าจะชะงัก

 

"คุณเพียวรู้จักดร.ทายน์? "

 

"เราเคยเจอกันหลายครั้งแล้วครับ ทั้งที่นี่และคอนโดคุณรบ"พูดไปน้ำตาไหลไป

 

"ดร.ทายน์กับดร.เลิกกันหลายปีแล้วค่ะ"เพียวไผ่ส่ายหน้า สะอื้นขึ้นมา

 

"คุณรบยังรักคนนั้นครับ ฮรือออออ"ว่าแล้วก็ร้องไห้โฮจนหมอจีนตกใจ เธอรรบดึงเพียวไผ่เข้ามากอดในทันที

 

"คุณเพียว ไม่ร้องสิคะ"

 

"เพียวกลัว เพียวกลัวคุณรบจะทิ้งเพียว ฮรืออออ เพียวกลัวว่าตัวเองจะไม่ได้อยู่กับลูก คุณหมอ เพียวกลัวครับ ฮรืออออ "หมอจีนรู้สึกสงสารเด็กหนุ่มที่ตนกำลังกอดจนน้ำตาซึมต้องรีบปาดอย่างรวดเร็ว ปลอบให้อีกฝ่สยร้องไห้จนพอใจ ก่อนจะพูดต่อ

 

"คุณเพียว ยังไงหมอก็ยืนยัน ว่าดร.กับดร.ทายน์เลิกกันแล้ว"

 

"ฮรึก"

 

"ทำไมคุณเพียวไม่คิดจะสู้สักตั้งล่ะคะ"

 

"......"

 

"คุณเพียวมีสิทธิที่จะรักดร. ลองดูสักครั้ง ที่จะสารภาพรักกับดร. ไม่มีใครรู้ในใจดร.ได้หรอกนะคะ ที่คุณเพียวบอกว่าดร.ยังรักดร.ทายน์ คุณเพียวเคยถามดร.หรอคะ"เพียวไผ่นิ่งไปแล้วก็ส่ายหน้า

 

"เห็นไหมล่ะคะ ลองถามดร.ดู ไม่ต้องไปสนใจอดีตของดร. ไม่ต้องเอาตัวเองไปเทียบกับใคร คุณเพียวดีในแบบคุณเพียว หมอเชื่อว่าดร.เองก็เห็น ไม่รู้วันข้างหน้าจะเป็นยังไง แต่ถ้าไม่ลอง เราก็ต้องรู้สึกกลัวอย่างนี้ไปเรื่อยๆ กลัวว่าจะถูกทิ้งเมื่อไหร่ แต่ถ้าเราได้ลองพูดไป อย่างน้อยๆ ก็ถือว่าเราได้ทำดีที่สุดแล้วนะคะ"

 

"ทำเพื่อตัวเอง และที่สำคัญ ทำเพื่อเจ้าตัวจืดไงคะ"

 

"ฮรึกกกก"

 

"หมอเองก็ไม่อยากให้เจ้าตัวจืดขาดแม่หรอกนะคะ หื้ม" หมอจีนพูดก่อนจะดึงเพียงไผ่กอดปลอบอีกครั้ง ในห้องแลปบ่ายวันนั้นจึงมีแต่เสียงสะอื้นจากคนร่างขาว

 

 

 

 

 

เย็นมากแล้ว นักรบส่งข้อความมาว่ากำลังจะไปที่สถาบันให้รอที่ประตูทางเข้า นักรบจะไปรับกลับบ้าน เพียวไผ่ก็ลาหมอจีน อีกฝ่ายก็กำชับ

 

'อย่าลืมเอาไปคิดที่หมอบอกนะคะ'เพียวไผ่ทำเพียงพยักหน้าแล้วส่งยิ้มบางๆ พอได้นั่งคิดตามที่หมอจีนบอกเพียวไผ่ก็อดไม่ได้ที่จะเห็นด้วยในบางอย่าง บางทีหากเขาจะลองเริ่มทำ..

 

 

 

 

 

ได้ลองเริ่มพูดอย่างจริงๆ จังๆ ให้นักรบรับรู้เรื่องในใจเขา บางทีนักรบ... นักรบอาจจะรับรู้และหันมามองเขาก็ได้

 

"เราจะบอกพ่อเขาเมื่อไหร่ดีตัวจืด"คนร่างขาวเอ่ยพึมพำขณะเดินตามทางเดินเพื่อไปเอากระเป๋าเป้ตัวเองที่วางไว้ที่ห้องทำงานนักรบเมื่อเช้านี้

 

"อยากรู้จักกับพ่อแล้วยังหื้มม พ่อเขาต้องดีใจที่ได้รู้จักหนูแน่ๆ "ร่างเล็กเผยรอยยิ้มสดใสอีกครั้ง ขณะที่เปิดประตูบานใหญ่เข้าไปในห้อง ก่อนจะหยุดชะงัก มองคนร่างโปร่งที่กำลังจับกระเป๋าเป้ของเขา เพียวไผ่ก็ก้าวขาเข้าไปทันที เพราะในนั้นมียาบำรุงครรภ์ที่เขาเอามาด้วยนี่สิ

 

"ขอกระเป๋าผมคืนด้วยครับ"คนร่างโปร่งหันมาทางเสียงก่อนจะนิ่งเงียบ แล้วก็ยืนกระเป๋าในมือไปให้ไม่พูดอะไร

 

"ผมยังไม่ได้เปิด ไม่ต้องห่วง"จะเพราะเห็นท่าทีที่เปิดกระเป๋าเช็คของตัวเองของเพียวไผ่ ทวรรษกรจึงเอ่ยออกมาเสียงเรียบ มองคนตัวเล็กกว่าตนไม่วางตา

 

"คะ...ครับ"ร่างเล็กก้มหน้าพูด

 

"คุณมาทำอะไรที่ห้องพี่รบ ในเมื่อพี่รบไม่อยู่ห้อง"เพียวไผ่เม้มปาก กำลังคิดหาคำตอบ

 

"อ้อ ผมลืมแนะนำตัวไป เราเคยเจอกันหลายครั้งแล้ว ผมชื่อทายน์ คุณอาจจะรู้จักผมแล้ว"อีกฝ่ายพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่ได้ออกจะประชดประชัด แต่คนร่างขาวกลับรู้สึกว่าประโยคที่อีกฝ่สยพล่ามช่างน่ารำคาญบาดหูจนอยากจะพาลไปกับทุกสิ่งเหลือเกิน

 

"ผมขอตัวก่อนนะครับ คุณรบกำลังมารับผมกลับบ้าน"

 

อ่าา...เพียวไผ่ช่างเป็นเด็กขี้หึง จนตาบอดหูหนวก พุดด้วยน้ำเสียงประชดประชัดเหมือนเด็กนิสัยไม่ดีไปแล้ว

 

ทวรรษกรมองตามร่างเล็กที่เดินออกจากห้องด้วยสีหน้านิ่งๆ

 

"กลับบ้านหรอ"ก่อนจะเม้มปากเบาๆ แล้วถอนหายใจ

______________

อีพีนี้ต้องยกให้หมอจีนเขาจริงๆ นะครับ5555

อดีตเราขอปัดตกนะครับ555

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะครับ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว