ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 44 : เจ้าตัวจืด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 18.1k

ความคิดเห็น : 28

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ธ.ค. 2563 10:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
44 : เจ้าตัวจืด
แบบอักษร

ครืดดด ครืดดด เสียงมือถือดังขึ้นเพียวไผ่เห็นเบอร์โทรที่โชว์หราอยู่บนจอใบหน้าบวมช้ำที่ผ่านการร้องไห้ก็จ้องนิ่ง อันที่จริงมันดังขึ้นมาหลายครั้งแล้วเพียงแต่เพียวไผ่ยังไม่อยากคุย แต่ตอนนี้เห็นทีเพียวไผ่คงต้องรับสายอย่างเลี่ยงไม่ได้เมื่อเสียงสั่นรบกวนคนรอบข้าง

“ครับคุณรบ”

“เธออยู่ไหน”เสียงเอ่ยถามอย่างดุๆ

“เพียวออกมาหาภพครับ อยู่ที่มหาลัย”

“ที่ไหน ฉันจะไปรับ”เหมือนว่าอีกฝ่ายกำลังมีอารมณ์คุกกรุ่นไม่น้อย

“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวจะไปบ้านลุงกับป้า เพียวก็จะกลับบ้านเลย”

“ฉันจะไปรับ”แต่ดูเหมืนว่าอีกยังคงดื้อดึง

"ไม่เป็นไรครับคุณรบ เพียวไม่อยากรบกวน อีกอย่างเพียวว่าจะอยู่คุยกับภพนานหน่อย เราไม่เจอมากันเดือนนึงแล้วเพียวคิดถึงเพื่อน"เพียวไผ่พูดยาวเหยียด จนกระทั่งอีกฝ่ายเงียบลงไปครู่

"เหมือนว่าจะมีคนให้เธอคิดถึงเยอะเหลือเกินนะ บอกคิดถึงทุกคนได้เต็มปากเต็มคำขนาดนี้"เพียวไผ่เม้มปาก ไม่เข้าใจทำไมนักรบต้องดุ

"ก็เพียวไม่ได้เจอทุกคนเป็นเดือนเลยนี่ครับ"แย้งบอกนักรบเสียงอ่อน

"งั้นหรอ สัปดาห์หนึ่งคงน้อยไปสินะ"

"คุณรบพูดอะไร เพียวเข้าใจ"เพียวไผ่เอ่ย ขณะเงยหน้ามองพิภพที่ทำสัญลักษณ์มือให้เขารอแป้บนึงเพราะรออาจารย์คอมเม้นต์รายงานก่อน

"อีกสี่ชั่วโมงฉันจะไปรับที่บ้านลุงกับป้าเธอ หวังว่ามันนานพอจะให้เธอหายคิดถึงทุกคน"

"แต่ว่า...."

 

ตึ๊ดดดด ตึ๊ดดดด

 

ไม่ทันจะเอ่ยแย้งอะไร นักรบก็วางสายไปก่อนแล้วเพียวไผ่จึงได้แต่ก้มหน้าเงียบ

 

 

 

 

เพียวไผ่ชวนพิภพเข้าร้านหนังสือเมื่อออกจากอาคารเรียนของพิภพแล้วเห็นร้านหนังสือเล็กๆในมหาลัย ร่างเล็กกวาดตามองหนังสือในร้านอยู่แป้บหนึ่งก่อนจะตัดสินใจไปยืนดูหนังสือ แม่และเด็ก

 

มือเรียวหยิบหนังสือคู่มือการดูแลลูกในท้องมาดูปกเงียบๆ ก่อนจะพลิกเข้าไปดูด้านใน ภาพเด็กทารกที่กำลังยิ้มร่าจนเห็นแก้มขึ้นเหมือนเต้าหู้ทำใจดวงเล็กกระตุกวูบ เผลอลูบภาพนั้นเบาๆ

"หื้มม นึกยังไงดูหนังสือแบบนี้เนี่ยน้องเพียว"เสียงพิภพเอ่ยทักขณะที่โน้มตัวมาดูหนังสือในมือของเพียวไผ่ คนตัวเล็กก็ปิดปกหนังสือด้วยความตกใจ

"อะ..เอ่อคือ..ปกมันดูน่าสนใจดีอะ เพียวอยากจะลองอ่าน"

"หื้มม ไม่ยักจะรู้น้องเพียวสนใจหนังสือแบบนี้"

"อื้ม แค่อยากรู้ว่าคนเป็นแม่เขารู้สึกยังไง ดูแลลูกยังไงน่ะ"คนร่างเล็กตอบ ในขณะที่พิภพเงียบไปจนเพียวไผ่ต้องต่อประโยค

"ก..ก็เราเป็นผู้ชายนี่เนอะ อาจจะไม่เข้าใจความรู้สึกพวกนี้ เพียวก็เลยลองหยิบมาอ่าน"พิภพก็พยักหน้าเอออออย่างเข้าใจก่อนจะยกหนังสือในมือให้ดู

"ภพซื้อหนังสือนิทานไว้อ่านให้น้องกวินฟังด้วยนะ"

"แต่น้องกวินยังเด็กนะ"เพียวไผ่แย้ง

"แต่เขาบอกว่าการอ่านนิทานให้เด็กฟังจะช่วยเสริมสร้างจินตนาการให้เด็กได้ ให้เด็กๆได้ดู น้องเพียวดูสิ มีแต่ภาพสวยๆ"พิภพยกขึ้นมา เพียวไผ่ก็มองนิ่งๆก่อนจะเงยหน้ายกยิ้มให้พิภพ พิภพจึงหันหลังไปเลือกหนังสือต่อ

 

ดวงตากวางกวาดตามองหนังสือบนชั้นเงียบๆ หยิบหนังสือที่ตัวเองสนใจลงตะกร้าจนได้หลายเล่ม จนกระทั่งเดินไปหยิบหนังสือนิทานก่อนนอนสำหรับเด็กเล็มหนึ่ง ชั่งใจอยู่นานก็หยิบลงไปในตะกร้าด้วยเช่นกัน

"โหว ไม่คิดว่าน้องเพียวจะจริงจังซื้อไปอ่านเยอะขนาดนี้นะเนี่ย นึกว่ากำลังท้องเองซะอีก"คำพูดแซวของพิภพทำเพียวไผ่สะอึก หันไปยกยิ้มตาหยีกลบเกลื่อน

"เพียวเป็นผู้ชายจะท้องได้ยังไงล่ะภพ"

"ฮ่ะๆๆ นั่นสินะ"

 

 

เพียวไผ่นั่งเล่นกับน้องกวินจนเกือบเย็น จนกระทั่งได้ยินเสียงรถมาจอดที่รั้วบ้านลุงกับป้า จึงรู้ว่านักรบมารับตนจริงๆ ก็ยกมือไหว้ลาผู้ใหญ่ทั้งสอง ไม่วายอุ้มเด็กชายกวินมาหอมแก้มเบาๆ ดวงตากวางเหมือนไม่อยากละจากร่างนุ่มนิ่มของน้องชาย หากแต่ก็หักห้ามใจ กอดเด็กชายแนบอก ก่อนตะเดินออกไปขึ้นรถ

เพียวไผ่วางหนังสือที่ตนซื้อมาไว้บนตักจับไว้แล้วก็นั่งเงียบๆ เพราะความคิดยุ่งเหยิงในหัวจนลืมไปว่าไม่ได้ทักทายคนมารับ จนอีกคนได้แต่ปรายตามองเงียบๆแล้วออกรถไป

"เดี๋ยวคุณรบไปส่งเพียวที่ป้ายรถเมล์ก็ได้ครับ เพียวนั่งรถเมล์กลับเองได้"เพียวไผ่บอกเสียงเบา

"ทำไม"

"เพียวไม่อยากรบกวนครับ"

"ฉันจะกลับบ้าน"ร่างเล็กก็เงยหน้ามองเสี้ยวหน้าดุของนักรบ ก่อนจะหันไปมองถนนอีกครั้งไม่ได้พูดอะไร

“เรื่องที่เธอจะบอกฉันมันคืออะไร”หลังจากที่ปล่อยให้ในรถมีแต่ความเงียบ คนร่างสูงก็เอ่ยถึง เพียวไผ่ไม่คิดว่านักรบจะยังจำได้ แต่ก็ส่ายหน้าปฏิเสธ

“ไม่ครับ ไม่มี”จู่ๆรถก็เคลื่อนไปจอดเอี๊ยดริมถนน จนเพียวไผ่เกือบคะมำ

“เธอเป็นอะไร”

“ปะเปล่าครับ”เพียวไผ่ก็ส่ายหน้า จนต้องเบ้หน้าเมื่อมือแกร่งจับแขนตัวเองจนเจ็บแปลบๆ

“เธอร้องไห้ต่อหน้าฉัน แล้วบอกว่าไม่มีอะไร จากนั้นเธอก็บอกมีเรื่องจะบอกฉันแล้วเธอก็หายไป ตอนนี้เธอก็มาบอกว่าไม่มีอะไร เธอทำฉันจะบ้าอยู่แล้วรู้ตัวไหม”เสียงดุพูด เพียวไผ่รู้สึกเหมือนตัวเองหดเท่านิ้วก้อย พูดไม่ออก ได้แต่นั่งก้มหน้าพยายามจะแกะมือแกร่งที่จับแขนตนจนเจ็บแปลบๆ

“คุณรบ เพียวเจ็บ”เพียวไผ่บอกเสียงสั่น ได้ยินเสียงลมหายใจของคนร่างใหญ่ก่อนนักรบจะค่อยๆปล่อย ในรถก็มีแต่ความเงียบ เพียวไผ่สะดุ้งเมื่อคนร่างสูงทุบพวกมาลัยรถแรงๆไปหนึ่งครั้งเหมือนระบายโมโหบางอย่าง ก่อนจะออกรถออกไปด้วยความเร็ว

 

 

ถึงบ้านแล้วเพียวไผ่เอาหนังสือที่ซื้อมาไปเก็บไว้ที่โต๊ะอ่านหนังสือที่นักรบยกให้เป็นของเขาภายในบ้าน โชคดีที่มันอยู่ในถุงกระดาษ นักรบไม่ได้เห็นว่าเป็นหนังสืออะไรที่เขาซื้อมา เพียวไผ่จึงไม่ต้องตอบคำถาม

 

เพียวไผ่จัดวางหนังสือในมุมที่คิดว่านักรบอาจจะไม่เห็นคิดว่าคงปลอดสายตานักรบที่สุดแล้วก็เดินไปยังห้องนั่งเล่นของบ้านอีกครั้งก่อนจะเม้มปากนิ่งเมื่อเห็นคนร่างสูงกำลังอ่านฉลากบนขวดยาแก้ประจำเดือนมาไม่ปกติ ก่อนที่สายตาดุคู่นั้นจะหันกลับมามอง

“ถ้าฉันถามเธอก็คงไม่มีอะไรบอกฉันอีกสินะ”น้ำเสียงราวประชดประชันนั้นเพียวไผ่ไม่เข้าใจ คนที่ควรน้อยอกน้อยใจจนต้องประชดประชันควรเป็นเขามากกว่า ไม่ใช่นักรบ

“คุณรบจะกลับมานอนที่บ้านกี่วันครับ”เพียวไผ่ไม่คิดตอบคำถามของนักรบแต่ก็เลือกที่จะตั้งคำถามเองเสียมากกว่า

“ถ้าไม่มีฉันเธออคงไม่ต้องทำสีหน้าอึดอัดแบบนี้สินะ”เพียวไผ่เม้มปากก่อนจะถอนหายใจ

“ทำไมคุณรบต้องถามประชดเพียวด้วยล่ะครับ”เสียงเล็กถาม เพียวไผ่รู้ดีว่าตอนนี้เขากำลังโมโหและน้อยใจ จนขึ้นเสียงกับนักรบไปแล้ว

“เดี๋ยวนี้ขึ้นเสียงเก่งนี่”

“ทั้งๆที่คุณรบไม่กลับบ้านมาเป็นสัปดาห์ แต่กลับมาคุณรบก็เอาแต่พูดประชดประชันใส่เพียวเพียวไปทำอะไรให้คุณรบไม่พอใจคุณรบก็บอกเพียวมาสิครับ”เสียงเล็กสั่นเครือด้วยความน้อยใจ น้ำตาปริ่มขึ้นมาขอบตาแต่พยายามที่จะไม่ให้ตัวเองน้ำตาไหล

“ที่เพียวถามว่าคุณรบจะกลับมานอนบ้านกี่วันเพราะจะได้บอกแตนให้รีดเสื้อเตรียมให้คุณรบไปทำงานครับ”

“……”

“เมื่อวานคุณกันบอกเพียวว่าคุณรบประชุมเสร็จบ่ายสามแต่คุณรบก็ไม่กลับ คุณรบไม่พอใจอะไรเพียวหรอครับถึงได้ไม่อยากกลับมา เพียวทำอะไรผิด คุณรบก็บอกสิครับ ถ้าเรื่องที่เพียวบอกคุณรบวันนั้นเพียวเข้าใจแล้วครับ คุณรบไม่ต้องเป็นห่วง เพียวเองก็เคยบอกคุณรบแล้วว่าเพียวเข้าใจสถานะของเราทุกอย่าง จบการทดลองครั้งนี้เพียวจะไม่รบกวนคุณรบเลยครับ เพียวจะหย่ากับคุณรบทันทีไม่ให้คุณรบอึดอัด และเพียวก็จะไปหาที่อยู่ที่อื่นด้วยครับ”จบประโยคยาวเหยียดร่างเล็กก็เบะปากน้ำตาไหล ก่อนจะรีบปาดน้ำตาลวกๆ

“เธอคงเข้าใจอยู่แค่นี้สินะ”คนร่างสูงพึมพำเบาๆ เพียวไผ่ก็ได้แต่โต้แย้งอยู่ในใจ เขาเข้าใจมากกว่านี้ เข้าใจว่านักรบไม่ได้แค่อึดอัด เข้าใจว่านักรบไม่มีทางรักเขาด้วย

“เพียวเข้าใจทุกอย่างจริงๆครับ”คนตัวเล็กแย้ง

“เธอไม่เคยเข้าใจต่างหากเพียวไผ่”คนตัวเล็กก็เงยหน้าขึ้นมองทั้งดวงตาที่บวมช้ำ

“เพียวไม่เข้าใจอะไรตรงไหนคุณรบก็บอกสิครับ”

“ก็ไม่เข้าใจว่าฉัน...”

“……”เพียวไผ่ไม่เข้าใจในความหงุดหงิดในสายตาดุคู่นั้นของนักรบ ยังมีอะไรที่เขาต้องทำความเข้าใจอีกในเมื่อสิ่งที่เขาเจอทุกอย่างมันกระจ่างหมดแล้ว

“เพียวเองก็อยากให้การทดลองนี้จบแล้วเหมือนกันครับ”ท้ายที่สุดคนร่างเล็กก็เอ่ยออกมา อย่างอดกลั้นไม่ไหว เขาอยากพยายาม พยายามต่ออีกสักนิดให้นักรบหันมารักเขา หันมามองเห็นเขา แต่เขาเทียบกับผู้ชายอีกคนไม่ติดจริงๆ ไม่มีอะไรที่จะให้นักรบรักในตัวเขาได้เลย

“เธอคิดอย่างนั้นจริงๆหรอ”คนร่างสูงถามเสียงราบเรียบ เพียวไผ่ก็ก้มหน้า

“เพียวอยากเรียนต่อเร็วๆแล้วครับ ยังมีความฝันอีกมากที่เพียวอยากทำ”พูดไปน้ำตาก็หยดแหมะ อันที่จริงหลายเดือนที่ผ่านมานี้ความฝันเหล่านั้นมันเลือนลางไปมากเหลือเกิน เหลือความฝันเดียวที่เขาวาดฝันไว้ว่าอนาคตเขาอยากมีนักรบอยู่ในชีวิตต่อไปเรื่อยๆ แต่สิ่งที่เขาได้ยินในวันนี้มันทำให้รู้ว่า ความฝันพวกนั้นมันแค่ความฝันที่ลมๆแล้งๆ ถือกอดไว้เรื่อยไปรังแต่จะทำให้นักรบหนีห่างจากเขาทุกที

“เพียวไม่น่าคิดสั้นเสนอเรื่องแต่งงานออกไป เพียวยังอยากเจอผู้คนอีกมากมาย อยากเรียนรู้สังคมที่กว้างกว่านี้ ฮรึก”ร่างเล็กพูดไปก็สะอื้นไป หัวใจบีบรัดจนหน่วง รู้สึกเหนื่อยจนอยากทิ้งตัว อะไรอยากทับก็ทับให้เขาจมลงไปแล้วหายไปก็คงดี

“เข้าใจแล้ว เธอคงจะอึดอัดใจไม่น้อย อดทนสักหน่อยเถอะ แค่ไม่กี่เดือนก็จะหมดสัญญาแล้ว”เสียงทุ้มอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด

“ฉันไม่เอาสัญญาพวกนั้นผูกกับเธอไว้นานหรอก เธอเองก็ยังอายุน้อย ควรไปเจอสังคมที่ใหญ่กว่านี้”เพียวไผ่สะอื้น ก่อนจะปาดน้ำตาของตัวเองลวกๆมองแผ่นหลังนักรบที่เดินเข้าไปห้องนอนเงียบๆ ก่อนประตูห้องนอนจะปิดลง

 

 

 

 

“กลับมาได้สักทีนะตารบ งานยุ่งจนไม่มีเวลากลับจนไม่ได้ดูแลหนูเพียวเลยสินะ”เสียงออกจะดุๆเล็กน้อยจากคุณหญิงณิชาดังขึ้น เพียวไผ่หันไปมองหน้าผู้อาวุโสเงียบๆก่อนอีกฝ่ายจะชวนไปเข้าห้องอาหาร เพียวไผ่อยากปฏิเสธเพราะเขาไม่อยากกินอาหารอย่างอื่นเลยนอกจากนม วันนี้ทั้งวันก็มีแค่นมตกถึงท้อง

 

ผู้คนที่โต๊ะอาหารพร้อมหน้าพร้อมตากันแล้ว เพราะไผ่อยากจะอดทนให้มากกว่านี้สักนิด แต่ก็อดไม่ไหวจนต้องลุกไปโค่งคออาเจียนที่หน้าต่างอีกครั้งเมื่อกลิ่นอาหารตีจมูกเข้าอย่างแรง ่อนจะรู้สึกถึงมือหนาที่มาลูบหลังแทนที่จะเป็นมือของคุณหญิงณิชาอย่างเมื่อวาน

“ไหนว่าหนูเพียวไม่เหม็นกลิ่นอาหารแล้วไงจ้ะ”คุณหญิงณิชาเอ่ยถามหลังจากที่ตื่นตระหนกกับอาการของเพียวไผ่ ใบหน้าซีดเซียวหันไปมองคุณหญิงณิชากับนักรบอีกครั้งก่อนจะต้องหลบสายตาดุที่มองมาไม่วางตา

“เพียวแค่อิ่มมากเกินไปแค่นั้นครับ”แถไปด้วยเหตุผลที่ยกไม่ค่อยขึ้น

“แล้วนี่หนูไหวไหมลูก ดูซิ หน้าซีดเชียว ตารบพรุ่งนี้ก็พาหนูเพียวไปโรงพยาบาลสักหน่อยเถอะ”เธอพูดด้วยสีหน้าเป็นห่วง นักรบไม่ตอบอะไร อุ้มร่างปวกเปียกแม้แต่จะยืนขึ้นมาแล้วไปที่ห้องโซฟาก่อนจะบอกว่าตนไม่หิวแล้ว

“คุณรบไม่ทานอาหารเถอะครับ เพียวแค่อิ่มมากเกินไปก็เลยอาเจียน”เพียวไผ่หิวแสนหิว แต่ก็ไม่อาจจะทนกลิ่นอาหารเหล่านั้นได้

“ฉันไม่หิว”

“แต่คุณรบยังไม่ได้กินอะไรเลยนะครับ”

“เธอก็ด้วยไม่ใช่รึไง”คนร่างสูงตอบ เพียวไผ่ก็เอาแต่นิ่งเงียบ

“จีนบอกว่าระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ช่วงนี้นอนวันละกี่ชั่วโมง”

“สามครับ”เพียวไผ่ตอบ เขานอนไม่ค่อยหลับเลยช่วงหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา

“เธออาจจะเครียดและพักผ่อนน้อยเกินไป หลังจากนี้ก็เพลาๆเรื่องอ่านหนังสือลงสักหน่อย”เสียงทุ้มบอกอีกครั้ง ขณะที่ยืนมือรับผ้าขนหนูหมาดๆจากคนรับใช้มาซับหน้าซีดเบาๆ

“ฉันเข้าใจเรื่องที่เธออยากสอบเข้ามหาลัยเร็วๆ แต่ก็ไม่ควรทำตัวจนตัวเองล้มหมอนนอนเสื่ออย่างนี้”เสียงทุ้มเหมือนพ่อห้ามปรามลูกเสียมากกว่าจะเป็นการดุอย่างที่มา ใจดวงน้อยกลับโต้แย้งอย่างรุนแรง ไม่อยากให้นักรบทำต่อเขาอย่างนี้ เพราะมันทำให้เขารังแต่จะรู้สึกดีกับนักรบมากกว่านี้ แต่อีกใจก็อยากรับสัมผัสความเป็นห่วงจากนักรบอย่างนี้

“ฉันเข้าใจว่าเธออึดอัด แต่คิดๆดูแล้วฉันก็ควรดูแลเธอให้ดีกว่านี้ อย่างน้อยๆก็ช่วงที่ยังไม่หมดสัญญา”อีกเสียงในใจเหมือนกำลังหัวเราะเยาะความรู้สึกที่คับพองในใจเมื่อกี้ว่า สุดท้ายแล้วนักรบก็ไม่มีทางรักเขา ที่ดูแลเขาดีก็เพราะสัญญานั่นต่างหาก

 

 

“คุณรบเพียวเดินเองได้ครับ”เพียวไผ่บอกนักรบเสียงเบาเมื่อคนร่างสูงอุ้มเข้าขึ้นเพื่อกลับมายังเรือเล็ก แต่นักรบก็ไม่วางร่างเบาลงไป เดินเข้าไปในบ้านก่อนที่เสียงท้องดังคร่อกจากจนตัวเล็กจะดังขึ้น เพียวไผ่ก้มหน้างดุ

“อยากกินอะไร”

“ครับ?”เพียวไผ่เงยหน้ามองนักรบเมื่อคนร่งสูงวางให้นั่งบนโซฟาก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา

“เธออาจจะไม่อยากกินอาหารที่คนที่บ้านทำจนรู้สึกเหม็น มันก็ปกติ ทีหลังอยากกินอะไรไม่ชอบอะไรก็บอก คุณแม่คงไม่ว่าอะไร”เพียวไผ่ก็ก้มหน้างุดลงไปอีก

“อยากกินอะไร ฉันจะได้สั่ง”

“ไม่เป็นไรครับ”

“ฉันไม่อยากนอนฟังเสียงท้องเธอร้องดังทั้งคืนหรอกนะ”เพียวไผ่ก็เม้มปากอีกครั้ง

“เพียวอยากดื่มนมจืดครับ”คนร่างสูงก็ขมวดคิ้ว

“นอกจากนี้ล่ะ”เพียวไผ่ก็ส่ายหน้า จนคนร่างสูงหันมามองดุๆ

“อยากกินส้มตำ แล้วก็ลาบครับ”ท้ายที่สุดก็เอ่ยบอกในสิ่งที่ทำเพียวไผ่เปรี้ยวปากอยากกินตอนนี้ให้ได้ คนร่างสูงก็ขมวดคิ้วอีกครั้ง ไม่บ่อยนักที่เพียวไผ่จะกินอาหารที่เป็นส้มตำหรือลาบ

“ลาบขอใส่ใบมิ้นต์เยอะๆไดไหมครับ”ขณะที่ยกหูโทรศัพท์คนร่างสูงก็ชะงักเมื่อเพียวไผ่โพล่งขึ้นมา มองร่างเล็กนิ่งๆก่อนตจะพยักหน้าไม่ว่าอะไร เลี่ยงออกไปคุยโทรศัพท์ข้างนอก

 

นมจืดประมาณสามลังใหญ่ถูกส่งมาตอนหัวค่ำวันนี้ เพียวไผ่ตกใจตอนที่เห็นนักรบออกไปรับนมจืดด้วยตัวเองแล้วยกกลับเข้ามา

“ค..คุณรบ มันไม่มากเกินไปหรอครับ”เพียวไผ่ตกใจ

“คุณแม่บอกว่าเธอดื่มนมจืดช่วงนี้เยอะมาก ซื้อตั้งไว้จะได้ไม่ต้องสั่งบ่อยๆก็ไม่เห็นเป็นไร”คนร่างสูงตอบด้วยสีหน้าราบเรียบ ก่อนจะจัดการยกไปยังห้องครัว ก้มๆเงยๆกับอะไรบางอย่าง แล้วเสียงมือถือก็ดังขึ้น นักรบรับสายเดี๋ยวเดียวก็ออกไปข้างนอก แล้วกลับมาพร้อมกับอาหารอีกครั้ง

 

มีส้มตำ ลาบ และไก่ทอด เพียวไผ่เดินไปหยิบจาน ไปวางไว้บนโต๊ะ คนร่างสูงก็เปิดกล่องอาหาร แต่ทันทีที่กล่องไก่ทอดถูกเปิดเพียวไผ่ก็ทำสีหน้าพะอืดพะอม แล้ววิ่งไปโก่งคออาเจียนในห้องน้ำอย่างรวดเร็ว ก่อนจะรู้สึกมืออุ่นมาลูบแผ่นหลังตนเบาๆ

“อาหารพวกนั้นเธอก็เหม็นหรอ”

“ไก่ทอดเหม็นมากเลยครับ”เพียวไผ่หันไปบอกอย่างเผลอตัว ก่อนจะเม้มปากแน่น เพียวไผ่ค่อนข้างมั่นใจว่าอาการที่เขากำลังเป็นเรียกว่าอาการของคนแพ้ท้อง ครั้นหลุดปากบ่อยๆนักรบคงได้สงสัยแน่ๆ แค่สิ่งที่เห็นอยู่เพราะปิดไม่ได้นักรบก็ทำหน้าเหมือนสงสัยมากแล้ว ยังดีที่นักรบคิดว่าเขาคงจะเครียดจนเหม็นอาหารเหล่านั้น

 

 

ไก่ทอดทั้งหมดตกไปอยู่ในถุงขยะแม้เพียวไผ่จะห้ามแต่คนร่างสูงก็ไม่พูดอะไร บอกให้เพียวไผ่กินอาหารเสีย ทันทีไปนั่งโต๊ะ กลิ่นพริกมะนาวและใบสาระแหน่ที่แตะจมูกทำเพียวไผ่รู้สึกสดชื่นอย่างบอกไม่ถูก ตักกินลาบในกล่องสลับกับส้มตำราวกับว่าเป็นอาหารแสนอร่อยที่โหยหามานาน

“คุณรบสั่งร้านไหนครับ ทำไมอร่อยจัง”น้ำเสียงดูสดใสขึ้นจนสังเกตได้ คนร่างสูงก็มองหน้าใสนิ่ง

“บอกให้กันสั่งน่ะ”

“พรุ่งนี้เพียวกินอีกได้ไหมครับ”ถามไปก็ก้มตักกินไป ก่อนจะหันไปเด็ดสาระแหน่ที่ทางร้านแยกให้เพิ่มแบบพิเศษ มันผิดวิสัยการกินของเพียวไผ่ไปหน่อย....

ลาบที่ถูกสั่งมาสี่กล่อง คนร่างเล็กกินไปคนเดียว สามกล่อง ส้มตำสองกล่อง คนร่างเล็กก็กินไปหมดทั้งกล่อง แถมยังไม่พอรวมไปถึงอีกครึ่งของอีกกล่อง ก่อนจะปิดท้ายด้วยการนั่งลูบพุงน้อยๆกับนมกล่องที่สาม นั่งรบไม่ได้พูดอะไร ได้แต่ครุ่นคิดเงียบๆ ก่อนจะหยิบเอกสารบนโตผ๊ะขึ้นมาดูไม่วายเอ่ยบอกร่างเล็ก

“พรุ่งนี้ก็แต่งตัวไปสถาบันกับฉัน”

“ปะ..ไปทำไมครับ”

“ไปตรวจร่างกาย ถึงเธอจะไม่มีประจำเดือนก็ต้องตรวจ”

“แต่ว่าวันนี้หมอจีนเอาเลือดเพียวไปตรวจแล้วนี่ครับ”เพียวไผ่ตอบเสียงเบาๆ

“พรุ่งนี้ไปตรวจทั้งหมด ไม่ใช่แค่เลือด”

“แต่หมอวีไม่อยู่นี่ครับ”ใจดวงเล็กก็เต้นไม่เป็นจังหวะ ถ้าตรวจอีกครั้งแล้วนักรบอยู่ในห้องตรวจด้วย ความลับคงได้แตกก็คราวนี้

“คนที่ใช้เครื่องมือพวกนั้นได้และชำนาญไม่ได้มีแค่วีนัส ไปพักผ่อนซะ พรุ่งนี้คงต้องตรวจร่างกายเธอทั้งวัน”เพียวไผ่โต้ไม่ออก เดินไปเข้าห้องนอนเงียบๆ ในขณะที่คนร่างสูงยังคงนั่งที่โซฟาในห้องรับแขก

 

เข้าห้องนอนร่าเงล็กจึงไม่รีรอติดต่อหาหมอจีนในทันที คุยทางเมสเซนเจอร์อยู่นานจนได้ข้อสรุปให้เพียวไผ่พอวางใจได้ จึงไปล้มตัวนอนบนเตียง

เกือบเที่ยงคืนแล้วร่างสูงเปิดประตูห้องนอนเข้ามาได้ยินเสียงลมหายใจของคนตัวเล็กที่กำลังนอนตะแคง คนร่างสูงก็ขึ้นไปนอนบนเตียงเงียบๆ มองไหล่เล็กๆของคนที่กำลังหลับสนิทหันหลังให้ตน ก่อนที่แขนแกร่งจะคว้าเอวเล็กในร่างเล็กเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดตัวเอง ก้มลงฝังใบหน้ากับกลุ่มผมนิ่มเงียบๆ ค่อยๆให้ราตรีมาพรากกาลเวลาไปช้าๆ

 

 

 

ผลการตรวจร่างกายผ่านพ้นไปโดยจากผลที่ได้คือร่างกายของเพียวไผ่ยังคงปกติทุกอย่าง การที่ไม่มีประจำเดือนในครั้งนี้ก็เป็นจากความเครียดและพักผ่อนน้อย เพียวไผ่ไม่รู้ว่าหมอจีนทำได้ยังไง เพราะขณะที่ร่างกายเขาเข้าเครื่องสแกน ทีมวิจัยต่างก็อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา แต่ภาพที่ฉายออกมา ในร่างกายเขาไม่มีตัวอ่อนที่ควรมีระยะเวลาหนึ่งเดือนเลยแต่อย่างใด แม้เพียวไผ่จะหวั่นใจมากแค่ไหนวันนี้กังวลทั้งวันจนไม่มีสมาธิแต่ทุกอย่างก็ผ่านพ้นไปด้วยดี

 

อ้อถ้าพูดถึงหมอที่เข้ามาทำหน้าที่แทนหมอวีนัสก็คือหมอจีน ไม่รู้เธอเจรจากับทีมวิจัยยังไงเพราะอันที่จริงนทกรจะเป็นคนตรวจร่างกายเพียวไผ่แทนหมอวีนัสเองมากกว่า

 

เย็นมากแล้วเพียวไผ่กำลังนั่งรอนักรบเพื่อกลับบ้าน ในขณะที่คนร่างสูงกำลังต่อสายถึงหมอวีนัสที่ออสเตรีย เพราะการผ่าตัดเริ่มมาได้แล้วถึงสามชั่วโมง นักรบเองก็แทบจะไม่วางจากหมอวีนัสเลย เพื่อรอดูการผ่าตัดในครั้งนี้

“คุณเพียว”หมอจีนเคาะประตูห้องนักรบแล้วเรียกเพียวไผ่ เพียวไผ่นึกว่าเธอจะอยู่ห้องแลปใหญ่กับทีมวิจัยคนอื่นๆซะอีก

 

เพียวไผ่เดินไปชั้นดาดฟ้าของตึกตามหมอจีนเงียบๆ เธอเปิดประตูชั้นดาดฟ้า ลมยามเย็นก็ปะทะหน้าจนต้องห่อตัว ชั้นดาดฟ้าไม่ได้ดูรกร้างอย่างที่เคยเห็นในหนังที่นี่ทำเหมือนคล้ายๆเป็นพื้นที่พักผ่อนเสียมากกว่ามีหญ้าญี่ปุ่นปลูกไว้และมีเก้าอี้ไว้นั่ง มีดอกไม่รอบๆปลูกไม่กระถาง เพียวไผ่ไม่เคยขึ้นมาชั้นดาดฟ้า คิดว่าคงเหมาะแก่การมานั่งสงบจิตสงบใจยามเย็นมากกว่าเพราะกลางวันแดดคงแรงมากๆ

 

แผ่นอัลตร้าซาวด์ภายในมดลูกของเขาถูกยื่นมาให้ตรงหน้า แสงสว่างบนดาดฟ้าทำให้มองเห็นภาพนั้นอย่างชัดเจน เพียวไผ่เคยดูภาพอัลตร้าซาวด์และเอกซเรย์ในมดลูกของตัวเองอยู่บนครั้ง จึงพอจะเข้าใจภาพที่ตนถืออยู่บ้างแต่ก็อดสงสัยไม่ได้ ในเมื่อเขาไม่เห็นความแตกต่างจากภาพอัลตร้าซาวน์เดือนก่อนหน้านี้เลย

“สงสัยใช่ไหมล่ะคะ แต่ถ้าภาพนี้ไปตกอยู่ในมือดร.หรือคนอื่นๆในทีมวิจัย ความลับที่ว่าคุณกำลังตั้งท้องทุกคนก็จะรู้”เพียวไผ่นิ่งเงียบ

“ปกติตั้งครรภ์หนึ่งเดือนยังเห็นตัวอ่อนไม่ชัดหรอกค่ะ เพราะตัวเล็กมากๆ แต่ที่จะเห็นชัดก็ความหนาของเยื่อบุผนังมดลูก มันจะหนามากกว่าปกติ ของมดลูกที่ไม่มีการฝังตัวของตัวอ่อนค่ะ”เธอชี้ตรงที่เป็นแถบขาวหนาๆ

“ส่วนเจ้าตัวจืดอยู่ตรงนี้ค่ะ”เธอบอกแล้วชี้ไปจุดหนึ่งที่เป็นจุดดำๆคล้ายๆมีของเหลวห่อหุ้มอยู่ ดวงตากวางมองตามจุดที่หมอจีนชี้ก็ยกยิ้มน้อยๆ หัวใจเต้นเร็วมันไม่ได้ทำให้เพียวไผ่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยแต่อย่างใด แต่คล้ายๆกับว่าดีใจและ... ตื้นตัน? คงจะอย่างนั้น

“ตัวจืด”ปกบางขยับยิ้มน้อยๆ เหมือนจะร้องไห้อยู่ร่อมร่อ ตัวจืด ก็คงจะติดปากตามที่หมอจีนเรียก เพราะตอนที่รู้ว่าเขาเอาแต่ดื่มนมยืดจนไม่ยอมกินอะไร หมอจีนก็เรียกว่าเจ้าตัวจืดทุกครั้ง

“หมอจีนครับ แล้วหมอจีนทำยังให้ให้ทุกคนเข้าใจว่าในมดลูกเพียว...”

“มันโชคดีที่เมื่อคืนหมอมีงานเลยหาเหตุผลไม่ได้กลับบ้าน นั่งหาวิธีให้ภาพอัลตร้าซาวด์และภาพแสกนของคุณเพียวเดือนก่อนมาให้ทุกคนดู”

“งั้นที่ทุกคนเห็นก็คือภาพเดือนก่อนหรอครับ”หมอจีนพยักหน้า

“แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมดหรอกค่ะ ทีมวิจัยจับผิดเก่งยิ่งกว่าอะไร ครึ่งหนึ่งก็เป็นภาพของคุณจริงๆวันนี้ แต่ก็อย่างที่บอค่ะ เจ้าตัวจืดตอนนี้แค่ห้ามิล ถ้าเบี่ยงๆไม่ดูก็ไม่เห็นส่วนผลเลือด ปริมาณฮอร์โมน มันก็ไม่ใช่เรื่องยาก”หมอจีนบอกก่อนจะถอนหายใจราวกับเรื่องที่กำลังทำ ทำให้เธอหนักอกหนักใจไม่น้อย เพียวไผ่ยกมือไหว้เธอ

“ขอบคุณนะครับ ที่ช่วยเพียว”เธอถอนหายใจอีกครั้ง ก่อนจะเงยหน้ามองเพียวไผ่

“หมอไม่รู้ว่าทำไมคุณถึงต้องปิดบังทุกคน การที่หมอทำอย่างนี้ก็ไม่ต่างจากหักหลังทีมวิจัย แต่หมอเห็นแก่คุณและเจ้าตัวจืด”

“……”

“ตอนนี้เราอาจจะยังปิดบังทุกคนได้ แต่อย่าลืมว่าคุณกำลังตั้งครรภ์ ท้องก็โตขึ้นเรื่อยๆ ทุกคนก็ต้องรู้ในสักวัน”

“เพียวอยากให้ตัวเองพร้อมอีกสักหน่อยแล้วก็จะบอกด้วยตัวเองครับ”เพียวไผ่พูด ในใจลึกๆนั้นก็อดรู้สึกผิดไม่ได้ที่ทำให้หมอจีนต้องมาช่วยเขาปิดบัง

“อย่าปล่อยให้มันสายเกินนะคะ อีกอย่างห้ามขู่หมอว่าจะเอาเจ้าตัวจืดออกอีกนะคะ ไม่อย่างนั้นหมอจะเอาเรื่องนี้ไปบอกดร.ให้เฝ้าตัวคุณเช้ากลางวันเย็นเหมือนนักโทษเลยล่ะค่ะ”เพียวไผ่สบตากับหมอจีนด้วยความรู้สึกผิดอีกครั้ง เมื่อวานที่หมอจีนยอมเขาก็เพราะเอาเรื่องนี้มายกขู่

 

‘หมอจีนอย่าลืมนะครับว่าเด็กอยู่ในท้องของเพียว เพียวจะทำอะไรก็ได้’

‘คุณจะทำอะไร’

‘ถ้าหมอเอาเรื่องนี้บอกใครแม้แต่คนเดียว เพียวจะกินยาขับเลือดครับเพียวซื้อเก็บไว้แล้ว ทีนี้ก็จะไม่มีเด็กแต่จะมีแค่ประจำเดือน’

 

“หมอเป็นห่วงคุณนะคะ อยากให้เจ้าตัวจืดปลอดภัยด้วย หากเกิดอะไรขึ้นจะทำยังไงใครจะช่วยทัน ขืนไปโรงพยาบาลความลับของคุณคงดังไปทั้งประเทศ”

“เพียวจะดูแลเจ้าจืดดีๆครับ”เพียวไผ่ยกยิ้มบางๆ มือขาวอดไม่ได้ที่จะเลื่อนไปลูบหน้าท้องตัวเองเบาๆ

 

ความรู้สึกนี้มันอะไรกันนะ

หัวใจเขามัน... อิ่มเอมยังไงชอบกล ยิ่งได้เห็นภาพอัลตร้าซาวด์ตรงหน้านี้

เจ้าจืดตัวน้อยเดียว....

 

“ดูแลเจ้าตัวจืดให้ดีนั่นคือสิ่งสำคัญค่ะ แต่คุณก็ต้องดูแลตัวเองด้วย น้ำตาลในเลือดของคุณช่วงนี้ก็ต่ำ ต้องพักผ่อนเยอะๆนะคะ”

“ครับ”

“จะไปฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลไม่ได้ คนอื่นก็ไม่อยากให้รู้ เห้อ”หมอจีนถอนหายใจอย่างหนักหน่วง ใบหน้าน่ารักเต็มไปด้วยความเป็นห่วง ตนเองก็ไม่ได้มีความเชี่ยวชาญมากมายเกี่ยวกับคนท้องคนอื่นในทีมวิจัยที่เรียนด้านผดุงครรภ์มาโดยตรงเพื่องานวิจัยครั้งนี้ก็มี

“ยังไงก็อย่าดื่มแค่นมจืดนะคะ ต้องได้รับสารอาหารที่เพียงพอและครบถ้วน ยังไงพรุ่งนี้หมอจะเอายามาให้คุณ คุณก็ต้องมาที่นี่นะคะ เผื่อจะลดอาการแพ้ท้องและจะได้กินยาบำรุงครรภ์ด้วย เห้อ”

“หมอจะไปเอายาพวกนั้นจากไหนครับ”เพียวไผ่อดไม่ได้ต้องสงสัย แต่ก็ได้รับเพียงรอยยิ้มเป็นคำตอบ หมอจีนมีความรู้เกี่ยวกับผลแลปต่างๆและโรคต่างๆ หากพูดตามใบประกอบรู้โรครู้ยาที่ต้องใช้รักษาแต่ก็จ่ายยาไม่ได้ แต่ก็นะ ถ้าหมอจีนไม่จ่ายยาให้ คนท้องตรงหน้าคนนี้คงได้ไปซื้อยามากินสุ่มสี่สุ่มห้าแหงๆ

“แล้วไว้ถ้าวันไหนพอจะหลบสายตาทุกคนได้ เราอาจจะได้อัลตร้าซาวด์ดูเจ้าตัวจืดตอนทุกคนไม่อยู่ คุณจะก็จะได้ยินเสียงเต้นของหัวใจของเจ้าตัวจืดด้วย”หมอจีนบอก คนที่ฟังก็ตาเป็นประกายระยิบระยับอย่างอกใจไม่ไหว ก้มหน้ามองท้องแบนราบของตัวเอง

เสียงหัวใจเจ้าตัวจืด...

อยากได้ยินเหลือเกิน...

 

__________

โง้ยยยย คนแพ้ท้องดื่มแต่นมจืด จนหมอจีนเรียกเจ้าตัวจืดแล้ว555

ส่วนคุงพ่อนั้น.....5555555555555

 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะครับ

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว