email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงกำลังใจนะคะ : )

Episode - 9 - ผู้ไม่หวังดี [100%]

ชื่อตอน : Episode - 9 - ผู้ไม่หวังดี [100%]

คำค้น : วิศวะ วิศวกรรมศาสตร์ รุ่นพี่ รุ่นน้อง นิยายรัก นิเศศาสคร์ นิเทศ เด็กฟิล์ม ดาวเดือน แอบรัก รีวิว Engineer Star

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.2k

ความคิดเห็น : 39

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ธ.ค. 2563 22:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Episode - 9 - ผู้ไม่หวังดี [100%]
แบบอักษร

 

บ้านณิริน 

วันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ฉันนัดเพื่อนและพี่ลิเบียร์มาที่บ้านเพื่อฝึกซ้อมโชว์ก่อนประกวดดาวเดือนของคณะที่จะเกิดขึ้นวันจันทร์ที่จะถึงนี้ แต่ที่เซอร์ไพรส์ก็น่าจะเป็นพี่พฤกษ์กับลิษาที่มองหน้ากันอย่างตกใจ 

“พวกแกนี่พี่ชายฉันเอง ชื่อพี่พฤกษ์นะ” 

“พี่พฤกษ์เป็นพี่ชายณิรินเหรอคะ?” 

“ลิษารู้จักพี่ชายเราด้วยเหรอ” 

“รู้สิ รู้ดีเลยแหละ พี่พฤกษ์เป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียนเก่าเรา”วิวเป็นคนตอบแทนโดยที่หน้าลิษาดูแดงขึ้นเรื่อยๆ 

“ลิษาเป็นอะไรน่ะ”กระปุกถามอย่างสงสัย 

“เปล๊า เราโอเค!” 

 “ลิษาแอบชอบพี่พฤกษ์น่ะ”ส่วนนี่ก็เป็นประโยคที่ยัยวิวพูดแบบไม่มีเสียงให้ทุกคนในกลุ่มรับรู้ยกเว้นลิษากับพี่พฤกษ์ที่จ้องกันอย่างไม่เชื่อสายตา 

“บังเอิญจังเลยนะคะ”ลิษาเป็นฝ่ายแก้เขินด้วยการทำชวนพี่ชายฉันคุย 

“ถ้างั้นเชิญตามสบายนะ ถ้าขาดเหลืออะไรก็บอกพี่ได้นะณิริน พี่ไปอ่านหนังสือก่อน” 

“เออ วันนั้นลิษาถามถึงหนังสือเศรษฐกิจระหว่างประเทศกับเราไว้ใช่ป่ะ ที่บอกว่าจะยืมไปทำรายงานวิชาเลือกเสรีอ่ะ พอดีเลยพี่พฤกษ์กำลังจะไปห้องทำงานคุณพ่อแล้วหนังสือมันอยู่ในนั้นพอดี งั้นลิษาไปดูหนังสือพร้อมพี่พฤกษ์เลยก็ได้นะ ไหนๆ ก็รู้จักกันอยู่แล้ว” 

บทสดนอกสคริปต์ผุดขึ้นมาหลังจากที่พี่ชายตัวดีของฉันกำลังจะหายไปในห้องทำงานคุณพ่อเหมือนทุกครั้ง แต่ฉันเข้าใจดีว่าคนที่แอบชอบต้องการอะไร 

“จะดีเหรอคะ”ลิษาหันไปมองหน้าพี่พฤกษ์ที่ยังคงทำหน้านิ่งตามเคย “รบกวนพี่พฤกษ์หรือเปล่า” 

“ไม่หรอกครับ ทางนี้ครับน้องลิษา” 

“ค่ะ”แล้วพอทั้งคู่เดินหายลับไปทางห้องทำงานคุณพ่อ ฉันกับยัยสามคนที่เหลือก็ตบมือกันอย่างรู้งาน จริงๆ ไม่มีวิชาเลือกเสรีอะไรเลย แผนนี้แค่อยากให้เพื่อนได้อยู่กับพี่ชายสองต่อสอง ถ้าเป็นลิษาฉันไฟเขียวและเชียร์สุดใจ 

“ใดใดก็คือสลับคู่ พี่ชายแกคู่ลิษาส่วนพี่ชายลิษาคู่กับแกใช่ป่ะ แกนี่มันฉลาดว่ะ”แอมแปร์พูดขำๆ จนคนอื่นแซวตาม 

“ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นสักหน่อย!” 

“แต่เห็นพี่ชายของน้องณิรินแล้ว พี่ก็อยากได้หนังสือเศรษฐกิจระหว่างประเทศเหมือนกันนะเนี่ย” 

“แกเอาไปทำอะไรลิเบียร์” 

“เอาไปนอนหนุน ล่ำบึ้กขนาดนั้นน่าจะหลับสบาย” 

“อย่างแกอ่ะ เหมาะกับขายหัวเราะ” 

“แกบูลลี่ฉันเหรอพอใจ!” 

“เปล๊า!” 

 “แต่จะว่าไปพี่ชายน้องณิรินนี่หล่อมากกกกกก ถ้าอยู่มหา’ลัยเรานี่ หล่อเทียบกับพวกพี่ราชันเอ็นจิเนียได้เลยนะ” 

“จะไม่หล่อได้ยังไงคะ ก็นี่เดือนมหาลัยเก่า”แอมแปร์ตอบแทน 

“โห พี่ชายก็เป็นเดือนมหา’ลัย น้องสาวก็กำลังจะประกวดดาว บ้านนี้เขาเลี้ยงลูกด้วยอะไรกันเนี่ย” 

“ก็น่าจะดีกว่าบ้านพวกเรานั่นแหละ ดูบ้านน้องเขาด้วยยัยลิเบียร์ใหญ่ยังกับวัง” 

“พี่พอใจ ก็ไม่ได้ใหญ่ขนาดนั้นนะคะ” 

“ขนมมาแล้วค่ะ”หนูยิ้มเดินเอาของว่างมาเสิร์ฟ ตามด้วยป้าน้อมที่ตื่นเต้นเนื่องจากมีแขกมาเยอะกว่าปกติ “ยังมีน้ำหวานอีกนะคะ เดี๋ยวหนูยิ้มเอามาเสิร์ฟอีกรอบ” 

“ขอบคุณนะคะป้าน้อม หนูยิ้ม”ยัยแอมแปร์รีบหยิบคุกกี้ของโปรดเข้าปาก 

“ว่าแต่ณิริน เด็กอ้วนในรูปนี่น้องสาวแกเหรอ แล้วไหนรูปแกอ่ะ เห็นแต่เด็กอ้วนนี่กับพี่พฤกษ์” 

“เราไม่มีน้องสาว นั่นเราเอง” 

“ห้ะ”ว่าแล้วทุกคนก็เดินไปดูรูปที่วางโชว์อยู่ที่ห้องรับแขก 

“ล้อเล่นป่ะเนี่ย” 

“ฉันบอกแล้วว่าทุกคนต้องตะลึง”แอมแปร์หัวเราะชอบใจที่เห็นรีแอ็กชันของทุกคนประหลาดใจขนาดนี้ 

“รูปเราจริงๆ” 

“โห ไม่อยากจะเชื่อเลย”ยัยวิวเอารูปนั้นมาเทียบกับหน้าฉันให้ทุกคนเห็นภาพชัด ซึ่งฉันก็ทำท่าเดียวกับตอนนั้น “เออว่ะ หน้าณิรินจริงๆ ด้วย” 

“ทำได้ไงอะน้องณิริน ผอมแล้วคือเปลี่ยนไปสุดๆ ไม่อยากจะเชื่อเลย” 

“อกหักค่ะ แต่ถ้าเล่ารายละเอียดเรื่องมันยาวเรามาซ้อมกันดีกว่านะคะ”ฉันเปลี่ยนเรื่อง จนพี่ๆ ไม่กล้าถามอะไรต่อ 

ซึ่งตอนนี้ฉันเปลี่ยนมาใส่ส้นสูงเตรียมซ้อมจริงทุกอย่างตามที่พี่ๆ บอกทุกอย่าง โดยเพื่อนๆ ก็กินของว่างอย่างเอร็ดอร่อยและทำเป็นผู้ชมที่ดีเตรียมเชียร์ฉันเต็มที่ 

พอพี่พอใจให้สัญญาณ ฉันก็เดินออกมา และแนะนำตัวอย่างที่ซ้อมไว้... 

“สวัสดีค่ะ ดิฉันนางสาวณิริน ตันติชัยวัฒนเสรี สาขาวิชาการภาพยนตร์ดิจิทัลค่ะ คติประจำใจ เป็นตัวของตัวเองและเชื่อมั่นในสิ่งที่เราทำขอบคุณค่ะ” 

“น้องณิรินพี่ขอยิ้มแบบกว้างๆ กว่านี้อีกนิดนึง แต่ไม่ต้องเกร็งนะ ยิ้มแบบที่ได้ใจพี่ศิลาน่ะ” 

“พี่ลิเบียร์!” 

“ชงเก่งยิ่งกว่าบาริสต้า”แอมแปร์แซว 

“โทษๆ เอาเป็นว่ายิ้มแบบให้โลกสดใส ให้คนอยากยิ้มตามนะจ๊ะขออีกรอบนะ เอาตั้งแต่เดินเปิดตัวมาใหม่เลย” 

“ได้ค่ะ” 

ฉันทำตามที่พี่ลิเบียร์สอนอีกรอบ 

“สวัสดีค่ะ ดิฉันนางสาวณิริน ตันติชัยวัฒนเสรี สาขาวิชาการภาพยนตร์ดิจิทัลค่ะ...” 

“พี่ขออีกรอบนะ พอเอาจริงแล้วพี่ว่าณิรินรีบพูดเกินไป แล้วก็เดินเกร็งไปนะ ลองสูดลมหายใจเข้าแล้วออกช้าๆ นะ ไม่ต้องตื่นเต้น” 

“พอรู้สึกว่าเอาจริง ณิรินก็ตื่นเต้นยังไงก็ไม่รู้ค่ะ” 

“ที่นี่ก็มีแต่เพื่อนสนิทแล้วก็พี่ ลองตั้งสมาธิใหม่นะจ๊ะอย่ากดดันตัวเอง ทำแบบที่เคยทำเหมือนตอนซ้อมกันทุกเย็นนั่นแหละ” 

“โอเคค่ะ” 

“สู้ๆ นะณิริน พวกเราเชียร์อยู่” 

หลังจากทำสมาธิใหม่อีกรอบ ฉันก็ตัดความกลัวและกังวลใจไปจนหมดแล้วก็เดินแบบตามที่พี่ๆ แนะนำ 

“เอาใหม่นะ ห้า สี่สาม สอง หนึ่งเริ่มจ้ะ” 

“สวัสดีค่ะ ดิฉันนางสาวณิริน ตันติชัยวัฒนเสรี สาขาวิชาการภาพยนตร์ดิจิทัลค่ะ คติประจำใจ เป็นตัวของตัวเองและเชื่อมั่นในสิ่งที่เราทำ ขอบคุณค่ะ” 

“อันนี้แหละ ดีเลย!”พอพี่ทั้งสองคนบอกมาแบบนั้นกองเชียร์ของฉันก็ตบมือกันเกินเรื่องมาก 

แปะๆๆๆๆ 

“ฝึกเดินอีกรอบนะ พี่ขอแบบนี้เลย วันจริงจะได้ไม่ตื่นเต้นและจำจังหวะการเดินกับการพูดได้” 

“ได้ค่ะ” 

หมดไปเกือบสองชั่วโมงที่ฉันเดินวนและแนะนำตัวจนทำได้ดีเป็นที่พอใจของพี่ทั้งสองคน ฉันจึงได้พักเหนื่อยและได้สั่งมื้อเที่ยงเป็นร้านอาหารแถวบ้านมาทานง่ายๆ เพื่อจะได้รีบกลับมาซ้อมการแสดงโชว์ความสามารถพิเศษต่อ  

“หมดเวลาพักแล้วจ้า ต่อไปเป็นการแสดงความสามารถพิเศษนะ” 

รอบนี้เป็นการฝึกซ้อมการแสดงกับเปียโนโชว์ทุกคน ปกติฉันจะซ้อมต่อหน้าพี่พฤกษ์ ป้าน้อมแล้วก็หนูยิ้มมันก็ทำได้ดีทุกวันเหมือนอยู่ในเซฟโซน แต่พอรู้สึกว่ามีคนอื่นจับตามองอยู่เยอะกว่าเดิมมันก็ทำให้ฉันประหม่าจนถูกพี่พอใจสั่งให้เล่นและร้องใหม่อยู่ตั้งหลายรอบ 

“คนดูวันแข่งเยอะกว่านี้แล้วก็จะตื่นเต้นมากกว่านี้ ถ้าขนาดวันซ้อมณิรินไม่มั่นใจวันที่แข่งพี่คิดว่าณิรินก็คงจะทำได้ไม่ดีนะ เพราะฉะนั้นเราต้องมั่นใจในสิ่งที่เราเลือกทำแล้วสิ” 

“พี่เห็นด้วยกับพอใจนะ” 

“ได้ค่ะ ณิรินจะลองใหม่นะคะ” 

และพอได้ตั้งสติสลัดความไม่มั่นใจออก แล้วเล่นโชว์พร้อมร้องสดไปเหมือนอย่างที่เคยซ้อม พยายามคิดถึงเวลาร้องเพลงคนเดียวในห้องนอน ทุกคนก็ตบมือกันอย่างพร้อมเพรียง 

แปะๆๆๆๆ 

“เริ่ด วันจริงพี่ขอแบบนี้เลย!”พี่ลิเบียร์กับพี่พอใจยกนิ้วโป้งให้อย่างภูมิใจ 

“มงไม่ลงจะงงมาก”กระปุกชม 

“จริง วิวว่าในบรรดาคนที่แข่งนะณิรินสวยที่สุดเลย” 

“อวยกันเก่งจนฉันจะลอยอยู่แล้ว” 

“เก่งมากเลย พวกพี่ภูมิใจในตัวณิรินมากเลยนะ” 

“ต้องขอบคุณพี่ลิเบียร์และพี่พอใจนะคะ ที่ช่วยฝึกซ้อมจนณิรินมีความกล้ามากขึ้นขนาดนี้ จากคนที่ไม่มั่นใจในตัวเองเลยสักนิดแล้วก็คอยซัพพอร์ตณิรินทุกอย่างเลย” 

ก็นอกจากฝึกซ้อมกันอย่างหนัก พี่ทั้งสองคนก็ยังหารองเท้าที่ดีใส่สบายมาให้กันใช้ใส่ประกวด แล้วไหนจะของกินช่วงซ้อมด้วย พี่ๆ น่าจะหมดไปหลายบาทกับฉันเลยไง 

“เอ่อไหนๆ ก็เห็นหวานกันออกสื่อไปแล้ว พี่มีความจริงจะบอกน้องณิรินน่ะ” 

“อะไรเหรอคะพี่ลิเบียร์”  

“เรื่องรองเท้ากับเรื่องฟู้ดซัพพอร์ตที่พี่ดูแลเรา พวกพี่ไม่ได้ซัพพอร์ตน้องณิรินเองหรอก เรามีผู้ใหญ่ใจดี!” 

“มาจากคณะเหรอคะ” 

“ก็ไม่ใช่อีกจ้ะ”พี่พอใจยิ้มกรุ้มกริ่ม “มาจากพี่ศิลาทั้งหมดเลยจ้ะ” 

“พี่ศิลา?” 

“เฮียเราทำอะไรแบบนี้เป็นด้วยเหรอ ประทับใจนะเนี่ย!” 

“เห้ย ทำไมชีวิตฉันไม่เจอคนทำแบบนี้ให้บ้างเนี่ย!”นอกจากตัวเองจะตกใจ เพื่อนๆ ก็ร้องโหยหวนว่าอยากเกิดเป็นฉันไม่หยุด 

“พี่ศิลาไม่ควรมีคนเดียวบนโลก!” 

“คือพี่ศิลาเขาแอบมาดูณิรินตอนซ้อม แล้วก็เห็นว่าณิรินถูกรองเท้ากัดน่ะเขาเลยเป็นคนให้เงินพวกพี่ไปจัดการเงียบๆ พี่ศิลาบอกว่าห้ามบอกน้องณิรินเพราะกลัวว่าน้องจะไม่ยอมรับของของเขา”พี่ลิเบียร์ทำท่าเขินไปเล่าไป 

“เรื่องราวมันคุ้นๆ เนอะ เหมือนเมื่อสามปีก่อนฉันเคยเห็น”แล้วนี่ก็ยัยแอมแปร์ที่ทำหน้าทำตาเหมือนเป็นผู้กุมความลับ “ดูแลกันเก่ง!” 

“หมายความว่าไงอะแอมแปร์” 

“ความลับจ้ะ วิววี่” 

“อิจฉาไม่รู้จะอิจฉายังไงแล้วเนี่ย ตั้งแต่งานคอนเสิร์ตสุดปัง ปัง ปังปะรังปังปี้” 

เพราะว่างานคอนเสิร์ตเป็นการไลฟ์สด ทำให้ฉันกลับไปย้อนดูเพลงที่ศิลาบอกว่าร้องไห้กัน ฉันนี่ร้องกรี๊ดเลยจ้า ก็ไอ้พี่ศิลานั่นมันพูดจีบกันบนเวทีจนแฟนคลับเขาล่าแม่มดตามหาว่าคนที่พี่เขาร้องเพลงให้คือใคร แต่ความพี่ศิลาที่กลัวฉันโดนกระแสลบๆ พี่เขาก็รีบโพสต์โซเชียลฯปกป้องกันในทันทีว่า 

‘รบกวนอย่าไปหาเรื่องน้องนะครับเพราะผมไปจีบน้องเขาเอง ซึ่งตอนนี้น้องเขายังไม่ได้รับรักผม หากใครไประรานหรือเป็นการก่อกวนผมขอจัดการในรูปแบบของผมนะครับ’ 

ฉันไม่ได้เจออะไรแปลกๆ แต่ก็มีสายตากับการซุบซิบเป็นปกติเกิดขึ้นจนเริ่มชินไปแล้ว 

เอาละมาถึงปัจจุบันกันบ้าง หลังจากที่ซ้อมเสร็จฉันก็พาเพื่อนๆ มารอทานมื้อเย็นต่อ แต่เนื่องจากพี่ลิเบียร์กับพี่พอใจมีนัดต่อก็เลยไม่ได้อยู่ทานด้วยกัน 

“วันนี้โชว์ฝีมือเยอะเลยนะครับป้าน้อม” 

“นานๆ ทีบ้านเราจะมีแขกมาเยอะ ป้าก็จัดเต็มหน่อยค่ะคุณพฤกษ์” 

“พวกแกทานกันเต็มที่เลยนะ เติมข้าวได้ไม่อั้นเลยป้าน้อมทำอาหารอร่อยทุกอย่าง”ฉันบอกเพื่อนๆ ที่กำลังมองอาหารสายตาเป็นประกาย ส่วนพี่พฤกษ์ก็ตักหมูกรอบของโปรดให้กันอย่างรู้ใจ 

“แหม เห็นแล้วอยากมีพี่ชายบ้างเลย”กระปุกแซว “พี่พฤกษ์ดูแลณิรินดีมากเลยนะคะ แรกๆ กระปุกเห็นไปรับไปส่งณิรินด้วย” 

“เราเพิ่งกลับจากต่างประเทศน่ะ พี่ชายเราเลยกลัวว่าเราจะหลงมั้ง แต่ตอนนี้ไปเองกลับเองสบายแล้ว” 

“สบายแกแต่ลำบากฉัน”แอมแปร์ตอบเสร็จทำให้ทุกคนยิ้มตาม 

“แต่จะว่าไปเซอร์ไพรส์มากเลยนะคะ ไม่คิดว่าพี่พฤกษ์จะเป็นพี่ชายณิรินตอนอยู่โรงเรียนเก่าพี่พฤกษ์นี่ฮอตมากเลยนะ” 

“จริงเหรอวิว พี่ชายเราเงียบๆ แบบนี้อะนะฮอตมากเลยเหรอ” 

“จริงสิ ไม่เชื่อถามลิษาดูก็ได้” 

“ห้ะ”ลิษาที่ดูทำตัวไม่ถูก เขินๆ แต่ก็พยักหน้าตอบ “อืม”  

“ไม่ขนาดนั้นหรอก” 

“ว่าแต่ใครเหมือนคุณพ่อใครเหมือนคุณแม่คะเนี่ย หน้าสองคนไม่เหมือนกันเลย”กระปุกถามแบบไม่รู้  

“กระปุก ปากแกว่างก็กินยำดีกว่าเนอะ”แอมแปร์รีบตักยำรวมมิตรให้กระปุก โดยที่เกิดความอึดอัดขึ้นมานิดหน่อยซึ่งทุกคนเองก็คงรู้สึกได้ 

“คือพี่ไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของคุณลุงคุณป้าครับ หน้าเลยไม่เหมือนณิริน”แต่พี่พฤกษ์ตอบแบบเรียบๆ ไม่ได้แสดงสีหน้าออกมา 

“ใครจะไปเหมือน พี่ชายเราเนี่ยหล่อตั้งแต่เด็กๆ เลยนะ ส่วนเราก็อ้วนกลมแบบในรูปไง ฮาๆ”ฉันพูดให้บรรยากาศดีขึ้นซึ่งทุกคนก็ปรับอารมณ์ตาม 

“กระปุกขอโทษนะคะ กระปุกไม่ทราบจริงๆ” 

“ไม่เป็นไรครับ พี่ไม่ถืออยู่แล้ว”พี่พฤกษ์ยิ้มให้กระปุกอย่างเป็นกันเอง 

“แต่ถึงไม่ใช่พี่ชายแท้ๆ แต่ณิรินก็รักพี่พฤกษ์มากกว่าพี่ชายแท้ๆ อีกนะคะรู้ใช่ไหม” 

“จ้า พี่รู้แล้ว พี่โอเคจริงๆ”พี่พฤกษ์หันมาขยี้ผมฉันแบบรู้ความหมาย 

ซึ่งจากนั้นเพื่อนๆ ฉันก็เปลี่ยนเรื่องคุยเป็นเรื่องอื่นทำให้บรรยากาศกลับมาเป็นปกติ จนทานเสร็จเราก็มานั่งคุยกันต่อที่ห้องนอนฉันต่อ 

“อาหารบ้านแกโคตรอร่อยเลยเอาไว้พวกเรามากินอีกแน่นอน” 

“ไม่รอให้เจ้าของบ้านเอ่ยปากชวนหน่อยเหรอกระปุก”วิวพูดเบรกจนทำลิษากับแอมแปร์หัวเราะ 

“ไม่อ่ะ ยัยณิรินใจดีฉันเชิญตัวเองได้จ้าแล้วนี่เตียงแกก็น่านอนไว้รอบหน้าฉันมานอนด้วยนะ” 

“มาได้ทุกวันเลย กินข้าวกับพี่พฤกษ์สองคนเหงาจะแย่ ลิษาก็มาบ่อยๆ ได้เลยนะยิ่งมาค้างคืนด้วยยิ่งน่าสนุก” 

“โป๊ะแตกซะงั้นเลยอ่ะ ไปๆ มาๆ เคยแอบชอบพี่ชายเพื่อนได้ไงเนี่ย” 

เราล้อมวงคุยเรื่องลิษากันสนุกสนานทำให้รู้ว่าลิษาแอบชอบพี่ชายฉันตั้งแต่สมัยม.ต้น เวลาก็พอกันกับที่ฉันชอบพี่ศิลาพอดี ซึ่งลิษาบอกว่าเคยสารภาพรักพี่ชายฉันไปแล้วแต่พี่ชายฉันดันปฏิเสธแถมบอกว่ามีคนที่แอบชอบอยู่แล้วไปอีก 

“พี่พฤกษ์เนี่ยนะมีคนที่แอบชอบ ไม่นะเราไม่เคยเห็นพี่ชายจะชอบใครเลย” 

“ตอนแรกเราก็อยากรู้ว่าพี่พฤกษ์แอบชอบใครตามสืบแล้วแต่ก็ไร้วี่แวว ผ่านมาหลายปีก็ไม่เห็นพี่เขาเปิดตัวใคร เราเลยคิดว่าพี่พฤกษ์คงไม่ได้ชอบเรามากกว่าและน่าจะปฏิเสธแบบถนอมน้ำใจกัน ซึ่งจริงๆ เราก็เลิกชอบพี่เขาไปแล้วนะ แต่ตอนมาเจอกันเมื่ออาทิตย์ก่อนที่งานโรงเรียน เราก็หวั่นไหวบอกไม่ถูกแถมวันนี้ยังมาเจอพี่เขาอีกแทบช็อก!” 

“อืม เราเข้าใจ” 

“ฉันว่ามันพรหมลิขิตชัดๆ แกลองดูอีกรอบไหม แถมรอบนี้มีตัวช่วยอย่างดีเลยนะเว้ย” 

“เดี๋ยวเราช่วยลิษาเอง” 

“อย่าเลย พี่พฤกษ์เคยปฏิเสธเรามาแล้วนะเว้ย เราไม่อยากสร้างความอึดอัดให้พี่ชายแกอ่ะ ยิ่งเป็นคนกันเองก็ยิ่งประหม่า” 

“ไม่อยากเชื่อเลยว่าคนสวยๆ อย่างลิษาจะมีคนปฏิเสธแล้วไม่กล้าจีบใคร” 

“กระปุก”ฉันแหวใส่เสียงดังแล้วกลับมาเป่าหูลิษาต่อ “ตอนนั้นพี่ชายเราอาจจะยังไม่เข้าใจเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ก็ได้ แต่ตอนนี้พี่ชายเราโตแล้วความคิดอาจจะเปลี่ยนไปแล้วก็ได้นะ” 

“เห็นด้วย”วิวรีบยกมือเสนอ 

“เห็นด้วยมาก”แอมแปร์ก็ด้วย 

“ตอบเรามาแค่คำเดียวเลยนะ แกยังรู้สึกดีกับพี่ชายฉันไหม” 

ลิษาประมวลผลในหัวแล้วก็พยักหน้าเขินๆ จนพวกเรากรี๊ดกร๊าดไม่หยุด 

“ถือว่าตกลงแล้วนะ ลิษาอยู่เฉยๆ เดี๋ยวเราจัดการเอง”ฉันยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ 

แล้วพอดีลกับลิษาได้แล้ว ทุกคนก็แยกย้ายกลับไปช่วงทุ่มกว่าเพราะพรุ่งนี้มีเรียนเช้า และยังมีประกวดดาวเดือนของคณะเราด้วย  

ส่วนฉันพอคิดแผนสำหรับพรุ่งนี้ได้ ก็เดินไปอ้อนให้พี่พฤกษ์ไปดูการประกวดดาวเดือนด้วยตอนเย็น ซึ่งก็เป็นไปตามแผนพี่พฤกษ์บอกว่าจะมาดูแบบเลี่ยงไม่ได้ ฉันเลยอารมณ์ดีเข้าไปอาบน้ำ 

“เธอมีเพียงผู้เดียว เธอมีเพียงผู้เดียว คนที่ฉันจะรักไปชั่วกาล”หลังจากแต่งตัวเสร็จฉันก็มานั่งเตรียมเป่าผมอย่างสบายใจและฮัมเพลงที่ฟังจนเข้าไปอยู่ในโสตประสาทในช่วงนี้ ถ้าไม่ติดว่ามีเสียงโทรศัพท์ดังมาขัดจังหวะ 

Rrrrrr [Ampere] 

“ว่าไง ไม่เคยคุยกันหรือไง”ฉันแกล้งแซวแอมแปร์ แต่เสียงที่ตอบกลับมาทำให้ฉันใจคอไม่ดี จริงจังเหลือเกิน 

[แกดูไลน์กรุปเดี๋ยวนี้เลย ส่งหาแกกันตั้งเยอะหายไปไหนมาวะ] 

         “ไปอาบน้ำมา มีอะไรวะ” 

         [เออดูไลน์ แล้วจะรู้เอง!] 

         ฉันรีบวางสายแอมแปร์ เกลียดโมเมนต์แบบนี้เว่อร์ๆ ไม่ชอบเลย แล้วพอเปิดไลน์ก็เห็นแจ้งเตือนเป็นร้อยข้อความในนั้น ไม่ใช่เรื่องดีแหงๆ  

และพอได้เลื่อนขึ้นไปดูสิ่งที่มันพิมพ์หากันบนสุด ฉันก็เจอคลิปนึงที่วิวส่งมา ฉันเลยรีบกดเปิดดูฉนวนต้นเรื่องที่ทำให้ไลน์เด้งไม่หยุดจนถึงขณะนี้ 

มันเป็นคลิปวันที่ฉันทะเลาะกับพวกฮันนี่ครั้งแรก แต่มาจากมุมใหม่ที่อัดตั้งแต่ต้นจนจบซึ่งไม่ใช่ฝีมือวิว มันเป็นเสียงผู้ชายที่พูดกันบางจังหวะแต่ก็นึกไม่ออกว่าพวกใครเพราะวันนั้นคนก็เยอะพอสมควร และในคลิปก็เป็นแอคเคาท์หลุมที่ไม่มีตัวตนส่งคลิปนี้ไปโพสต์ในเพจดังในเฟซบุ๊ก 

คนที่โพสต์เขาบรรยายว่าเป็นคนที่อยู่บริเวณใกล้ๆ ตอนเกิดเหตุ แล้วเรื่องทั้งหมดมันก็ไม่ได้เป็นไปตามที่พวกฮันนี่เล่าตามดังคลิปที่เธอเคยปล่อย เหมือนคนปล่อยอยากให้ฟังความอีกมุมก่อนตัดสินเรื่องที่เกิดขึ้น 

ซึ่งก็มีข้อถกเถียงในคอมเมนต์เป็นจำนวนมากและนั้นก็ทำให้กระแสตีกลับไปที่พวกฮันนี่ถล่มทลาย 

View: พีคมากแม่ ใครทำวะ ตอนนี้ดังไปทั่วโซเชียล 

Kapook: ตอนแรกเราคิดว่าคลิปจากวิว แต่จากมุมถ่ายคนละมุม แล้วก็มีเสียงผู้ชายด้วย ฝีมือใครน่ะ 

Ampere: จากฮันนี่ตอนนี้เละเป็นขี้แล้วจ้า สม! 

Lisa: นี่เพื่อนในวงการไลน์มาถามความจริงกับลิษาไม่หยุดเลย ตอบไม่ทันแล้ว! 

Me: ตอบมาตามตรงเลยนะ ฝีมือพวกแกหรือเปล่า! 

Ampere: ว๊อทททททททท? นี่แกคิดว่าพวกฉัน? 

View: ไม่ใช่วิวนะ วันนั้นที่ถูกอาจารย์เรียกไปวิวลบไปหมดแล้วจริงๆ 

Kapook: กระปุกไม่ทำแน่ เพราะเราไม่อยากถูกเรียกไปโดนตำหนิอีกอ่า 

Lisa: เราไม่ทำแน่ๆ ณิรินก็รู้ว่าเราไม่อยากมีเรื่องกับใคร 

Ampere: ถ้าฉันมีคลิปฉันปล่อยไปตั้งนานแล้วไม่ทนให้แกโดนด่าฟรีหรอก! 

        Me: แล้วฝีมือใครวะ? 

        Lisa: นั่นสิ! 

        Ampere: อยากตกรางวัลให้เลยเนี่ย 

View: +1 กับคห บน 555 

        Me: ฉันกลัวว่าคนอื่นจะไม่คิดแบบนั้นน่ะสิ แกไม่แปลกใจเหรอว่าคลิปถูกโพสต์ก่อนถึงวันประกวดดาวเดือน เหมือนมีคนตั้งใจทำเลย 

        Lisa: เหมือนจงใจโจมตีฮันนี่ 

        Kapook: แต่มันก็ไม่ได้เกี่ยวกับณิรินนี่ 

        Me: แกลองคิดดูดีๆ คลิปถูกปล่อยออกมาก่อนวันประกวดดาวเดือนมันเหมือนเป็นการดิสเครดิตยัยฮันนี่ชัดๆ ซึ่งทุกคนก็คงคิดว่าฉันเป็นคนปล่อย เป็นผลดีหรือเสียฉันไม่แน่ใจว่ะ 

        View: Omg ซับซ้อนเว่อร์ 

        Ampere: จริงด้วยว่ะ! 

        Rrrrr [P’Sila] 

        ซึ่งขณะที่ฉันกำลังคิดอยู่พี่ศิลาก็โทรเข้ามาทันที ฉันคิดว่าเขาคงเห็นคลิปแล้ว 

         “ฮัลโหล”

[พี่เพิ่งเห็นข่าว เป็นยังไงบ้าง]

“ปวดหัว ใครปล่อยคลิปเนี่ยแล้วคือคลิปมาหลุดอะไรวันนี้งงมาก”

[ให้พี่ไปหาไหม]

“ตลก จะมาทำไมยุ่งทำโปรเจกต์ไม่ใช่หรือไง”เห็นพี่ศิลาบอกว่าวันนี้มีคุยงานกับพี่รามที่มหา’ลัย

[งานก็สำคัญ แต่ถ้าณิรินอยากเจอพี่มันก็สำคัญกว่างานป่ะ]

“น้ำเน่า”

[เสียงนอยด์จัง มีคนออกมายืนยันความบริสุทธิ์ก็ดีแล้วป่ะ]

“ไอ้ยืนยันความบริสุทธิ์มันก็ดี แต่ทำไมต้องมาปล่อยคลิปวันนี้ที่พรุ่งนี้มีประกวดดาวเดือน เหมือนจงใจให้ทุกคนคิดว่าเป็นฝีมือณิริน แล้วเพื่อนณิรินก็ไม่รู้เรื่องสักคน”ฉันคิดไปคิดมาแล้วถามเพื่อความชัวร์ “ไม่ใช่ฝีมือพี่ใช่ไหม!”

[เห้ย เปล่า!]พี่ศิลาตอบหนักแน่น

“แล้วไป สงสัยจบงานประกวดคงต้องไปทำบุญสะเดาะเคราะห์ชุดใหญ่มีแต่เรื่อง!”

[แล้วคิดว่าใครทำ?]

“ไม่รู้เลยเนี่ย เพราะยัยวิวก็ลบคลิปไปแล้ว แต่ณิรินคิดว่าคงเป็นคนที่อยากดิสเครดิตในการประกวดทั้งฮันนี่แล้วก็ณิรินแน่ๆ ไม่งั้นไม่ลงคลิปนี้ทั้งที่พรุ่งนี้จะประกวดดาวเดือนหรอก”

เพื่อนที่ลงแข่งดาวคนอื่นที่ไม่รวมแก๊งฮันนี่ฉันก็สนิทหมดนะ แล้วก็ไม่ได้มีอะไรบาดหมางกันด้วยเป็นได้เหรอ ยิ่งนึกก็ยิ่งเครียดอยากรู้มากว่าฝีมือใคร!

[เดี๋ยวพี่ช่วยสืบอีกแรงแต่วันนี้เราไปนอนเถอะแล้วก็อย่าคิดมากด้วย พรุ่งนี้จะได้พร้อมในการประกวด]

“ใครจะไปนอนหลับได้”

[งั้นอยากให้พี่ทำยังไงดี ให้ไปหาไหม]

“ถ้าบอกให้มาจะมาหรือไงพูดอยู่ได้”ฉันพาลใส่พี่ศิลา ยอมรับเลยตรงนี้ “คิดว่าตัวเองเป็นหมอเป้งในเรื่องรักฉุดใจนายฉุกเฉิน ที่นางเอกพูดปุ๊บก็วาร์ปทะลุมาได้เลยงี้”

[ก็ลองเรียกดิ]

“งั้นมาเลย วาร์ปมาเลยดิ!”ฉันท้าทาย “ไม่เห็นจะมา...”

[ออกมาหน้ารั้วสิ]

“อย่ามาอำ ไม่ขำสักนิด!”

เมื่อกี้เขายังไล่ให้นอนอยู่เลย ถ้ามาจริงคนขี้ตื๊ออย่างพี่ศิลาให้ฉันออกไปหาตั้งแต่แรกแล้วเชื่อเถอะ

ปี๊นนน

“…”เสียงแตรรถที่ได้ยินในสายกับที่ดังจากหน้าบ้านทำให้ฉันรีบเปิดประตูตรงระเบียงออกไปดู ซึ่งทำให้เห็นรถพี่ศิลาจริงๆ ด้วย

[ไม่ได้มีแค่หมอเป้งนะที่วาร์ปไปหาแฟนได้ พี่ศิลาก็วาร์ปได้เหมือนกัน] 

“แล้วรู้ไหมว่าตอนจบหมอเป้งไม่สมหวังนะ ทำได้แค่แอบรักข้างเดียว” 

“แต่พี่ศิลาสมหวังแน่นอนจริงไหม ถ้ายังไม่นอนลงมาหาพี่หน่อยน๊า นะครับ” 

สุดท้ายก็ตรงวิ่งจากบนห้องลงมาตัดหน้าหนูยิ้มกับป้าน้อมที่ทำท่าจะออกไปดูว่าเสียงรถที่หน้าบ้าน แต่ฉันเบรกไว้ก่อน 

“ไม่เป็นไรค่ะป้าน้อมเพื่อนณิรินลืมของไว้ค่ะ ป้าน้อมไปนอนเถอะค่ะเดี๋ยวณิรินล็อกบ้านเอง” 

“อ่อ ได้ค่ะคุณหนู” 

แล้วพอฉันออกมาจากรั้วก็เปิดประตูเข้าไปคุยกับพี่ศิลาในรถ 

“มาทำอะไร?”ฉันใช้ผ้าเช็ดผมปิดหน้าเพราะไม่ได้แต่งหน้า ก็คนเพิ่งอาบน้ำเสร็จไง 

“ก็เราบอกให้มาหา แล้วเอาผ้าปิดหน้าทำไม” 

“ก็เพิ่งอาบน้ำเสร็จ แล้วใครจะคิดว่าพี่จะมาจริง ไหนบอกว่าไปทำโปรเจกต์กับพี่รามไง” 

“ก็ไปทำมา แต่พอเห็นข่าวก็อยากมาหาเราเลย ไหนดูหน้าสดหน่อยสิ”พี่ศิลาดึงพาเช็ดผมออก 

“พี่ศิลา ทำไมชอบแกล้งเนี่ย คนยิ่งเครียดๆ อยู่!” 

“หน้าสดก็ยังน่ารัก”พี่ศิลาโยกผมฉันไปมา “แล้ววันนี้ซ้อมเป็นไงบ้าง” 

“ก็ดี”จริงด้วยเรื่องที่พี่ลิเบียร์กับพี่พอใจเล่าให้ฟัง “เออนี่...พี่เป็นคนซัพพอร์ตทุกอย่างให้ณิรินเหรอ ทำไมทำแบบนี้ล่ะ” 

“ใครบอก พี่ไม่ได้ทำอะไรเลยนะ” 

“พวกพี่ลิเบียร์บอกความจริงหมดแล้ว” 

“ก็พี่ไม่อยากให้เราเจ็บเท้าไง แล้วก็อยากให้ทานของดีๆ ของโปรดจะได้มีแรงซ้อมด้วย” 

“…”คำพูดที่ตอบกันเรียบๆ แต่สร้างความหวั่นไหวในหัวใจไม่น้อย 

“เมื่อก่อนเรายังคอยซัพพอร์ตพี่ทุกอย่างเลยไง พี่ก็เลยอยากซัพพอร์ตเราบ้าง แต่ถ้าบอกเราไปตรงๆ ตอนนั้นเราก็คงไม่ยอม” 

“ทีหลังอย่าทำแบบนี้อีกนะ ถ้าเกิดคนอื่นรู้มันดูไม่ดีพี่อยู่วิศวะจะมายุ่งอะไรกับนิเทศฯ” 

“ก็พี่ไม่ได้ทำในฐานะคณะ ไม่ได้ทำในฐานะสโมสรนักศึกษา แต่พี่ทำเพื่อคนที่พี่....” 

“หยุด ไม่ต้องพูด”ฉันสั่งห้ามจนคนที่อยู่ข้างๆ หัวเราะ 

“เบื่อคนรู้ทัน” 

“แล้วโปรเจกต์ที่ทำไปถึงไหนแล้ว” 

“ก็ยังต้องเคลียร์เอกสารประกอบแหละ เรื่องที่ทำมันต้องหาข้อมูลเยอะปีสี่แม่งเหนื่อยเหลือเกิน”พี่ศิลาทำหน้าหมดแรง และจู่ๆ ก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ “กลิ่นอะไร หอมจัง” 

“แชมพูมั้ง เพิ่งสระผม” 

“ห๊อม หอม” 

“สรุปนี่พี่มาทำไมเนี่ย” 

“ก็มาหาไง” 

“...”จู่ๆ ฉันก็นึกคำสัญญานึงที่พี่ศิลาเพิ่งสัญญาเอาไว้ได้ ที่เขาบอกว่าจะไม่ปล่อยให้ฉันต้องเผชิญหน้าเวลามีปัญหาอยู่คนเดียว 

“ยิ้มอะไร” 

“นึกอะไรขึ้นมาได้” 

“นึกอะไร” 

“ต่อจากนี้ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น พี่จะอยู่เคียงข้างและไม่ปล่อยให้เราโดดเดี่ยวแบบนี้อีกแล้ว”ฉันแกล้งทำเสียงเข้มแซวจนพี่ศิลาหัวเราะอย่างเขินๆ 

“จำได้ด้วย?” 

“คิดว่าเป็นพระเอกซีรีส์เกาหลีแหละเนอะ” 

“แล้วเหมือนไหมล่ะ” 

“ไม่อะ ไม่ได้หล่อขนาดนั้นป่ะ” 

“เห้ย แต่เมื่อก่อนมีค่ายเกาหลีติดต่อมาให้พี่ไปเป็นเด็กฝึกหัดในค่ายด้วยนะ แต่พอดีพี่หล่อเลือกได้ก็เลยเล่นตัวไป” 

“จ้ะ เชื่อแล้วว่าหล่อเลือกได้ สาวๆ วิ่งตามเป็นพรวน” 

“แต่ว่าตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้วนะ พี่ไม่ได้เลือกแถมรอเราเลือกอยู่นี่ไง” 

“…”ปกติเวลามีเรื่องให้คิดมันก็จะดิ่งจนนอยด์ไปหมด แต่พอเจอพี่ศิลามันก็ยิ้มออกได้ไงก็ไม่รู้เพิ่งเห็นข้อดีที่มีพี่ศิลาอยู่ก็ตอนนี้ 

“เลือกสักทีสิโปรโมชันแน่นเลยนะ เลือกตอนนี้แถมฟรีคนคนอ้อน” 

“ของที่ดีไม่ต้องมีโปรโมชันคนก็ซื้อนะคะ ส่วนอันไหนที่โปรโมชันแน่นเนี่ยณิรินไม่ค่อยมั่นใจ” 

“รับประกันหลังการใช้งานร้อยปีเลยนะ” 

“อีกร้อยปียังจีบไหวเหรอคะ!”ฉันหัวเราะที่เห็นคนขายตรงพยายามพรีเซนต์ตัวเอง แต่พอเจอคำถามนี้ไปเขาก็ลังเลจะตอบ “อายุขนาดนั้นคงจำหน้ากันไม่ได้แล้วมั้ง!” 

“ยิ้มออกแล้ว เจ้าเด็ก!”พี่ศิลายกมือมาวางบนหัวกันอีกที “ทุกข์แค่ไหนก็ยิ้มออกได้เสมอเลย” 

“ความจริงในหัวก็คิดหลายอย่างนะคะ แต่พอเจอพี่ก็ลืมไปได้ชั่วคราว” 

“พี่จะเซฟยิ้มนี้เอาไว้ เพราะรอยยิ้มนี้มีความหมายกับพี่มากเลย”พี่ศิลายิ้มกลับมาให้กัน 

“ดึกแล้วค่ะกลับได้แล้ว พรุ่งนี้ณิรินต้องไปมหา’ลัยแต่เช้าด้วย” 

“พรุ่งนี้พี่มารับนะ” 

“ไม่เป็นไรค่ะ นัดกับแอมแปร์เอาไว้แล้ว อีกอย่างบ้านณิรินอยู่ไกลจากคอนโดพี่แล้วก็มหา’ลัยด้วย” 

“ถ้าใจเราใกล้กัน บ้านณิรินก็แค่หน้าปากซอยป่ะ” 

“ใจพี่จะหยอดกันทุกวันเลยหรือไง เลี่ยน!” 

“น้ำหยดลงหินทุกวัน…” 

“หินบอกว่ารำคาญค่ะ”ฉันดักคอจนพี่ศิลาถอดใจจะหยอดกันต่อ 

“กวนพี่ได้แล้ว แสดงว่าดีขึ้นแล้วจริงๆ” 

 “อืม ขับรถดีๆ นะคะ” 

ฉันเตรียมออกจากรถแต่พี่ศิลาดันดึงแขนไว้แล้วฉุดเข้าไปกอดอย่างไม่ตั้งตัว 

“ต่อให้เจอเรื่องแย่แค่ไหนพี่จะทำให้ณิรินมีรอยยิ้มและจะอยู่ตรงนี้กับณิรินเสมอ พี่สัญญา!” 

วันต่อมา 

ฉันมาเรียนปกติ แต่ที่ไม่ปกติก็คือฉันไม่เห็นกลุ่มฮันนี่เลยตั้งแต่เช้า ส่วนคนในคณะก็ยิ้มให้กันอย่างเป็นมิตร มีเพื่อนในห้องเรียนที่สนิทถึงกล้ามาถามฉันเรื่องคลิปนั่น แต่ฉันก็ยืนยันไปแล้วว่าไม่รู้เรื่อง ส่วนคนอื่นจะคิดยังไงฉันก็ไปบังคับความคิดเขาไม่ได้ 

จนมาถึงงานประกวดดาวเดือนของคณะนิเทศศาสตร์ช่วงเย็นที่จัดขึ้นในหอประชุมคณะ ทันทีที่กลุ่มฉันเข้ามาในนี้พร้อมพี่ลิเบียร์และพี่พอใจ กลุ่มฮันนี่พร้อมกับพี่ชะเอมและพี่ช่าก็เดินเข้ามาดักกันเอาไว้เหมือนรอหาเรื่องอยู่ ทำเอาทุกสายตาหันมาสนใจ 

“ฝีมือแกใช่ไหม”ฮันนี่ถามด้วยสีหน้าที่คิดไปแล้วว่าฉันเป็นคนทำ 

“ฉันไม่ได้ทำ” 

“ถ้าไม่ใช่แกแล้วจะใคร” 

“ฉันไม่รู้แต่ฉันกับเพื่อนไม่ได้ทำ ถ้าฉันจะปล่อยคลิปนั่นฉันทำไปนานแล้วไม่ปล่อยให้คนเข้าใจผิดเป็นเดือนแบบนี้หรอก” 

“ฉันไม่คิดเลยนะว่าแกกับน้องของแกจะเล่นสกปรกแบบนี้นังลิเบียร์” 

“ทานโทษนะยะ ไม่ได้ยินเหรอ ก็น้องฉันบอกไม่ได้ทำไงนังช่า แล้วอีกอย่างคนที่เล่นสกปรกขุดหลุมฝังตัวเองตั้งแต่แรกก็คือน้องแกด้วยนะ พอมีคนมาแหกก็โป๊ะแตกเลยไง” 

“ในบรรดาคนที่เข้าประกวดแกก็อ่อนสุด ทำแบบนี้เพื่อเรียกคะแนนสงสารสินะ แถมแกเองก็เคยบอกว่ามีคลิปตัวเต็มมันจะเป็นคนอื่นได้ยังไง”ริต้าที่เป็นหนึ่งในผู้เข้าประกวดและเป็นเพื่อนในกลุ่มเดียวกันของฮันนี่เถียงแทน 

“ฉันลบคลิปไปตั้งแต่วันนั้นแล้วพวกแกก็เห็น แล้วคลิปที่ถูกปล่อยมันก็ไม่ใช่คลิปที่ฉันถ่ายด้วย”วิวเองก็รีบบอกชัดเจน 

“อะไรกัน เกิดอะไรขึ้นอีก!”พี่เบนกับพี่ใบชาเดินมาจากด้านหลังเวที ฉันคิดว่าคงมีคนไปบอกแน่ๆ พี่เขาถึงได้วิ่งหน้าตั้งมาขนาดนี้ 

“มีเรื่องกันอีกแล้วเหรอหรือวันนี้พี่ควรตัดสิทธิ์พวกแกทุกคนดี” 

“พี่เบน ลิเบียร์กับน้องไม่ได้ทำอะไรผิดนะคะ พอเรามาถึงก็ถูกหาเรื่องเลย พูดอะไรไปฝั่งช่ากับชะเอมก็ไม่เชื่อ” 

“ก็ฝั่งน้องของช่าถูกตัดต่อคลิปใส่ร้ายก่อนวันประกวดแบบนี้ จะให้เราอยู่สุขได้ไงกันละคะ” 

“ชะเอมอยากเรียกร้องความเป็นธรรมให้น้องค่ะ ทำกันแบบนี้มันเกินไปนะคะ” 

“พอใจถามน้องแล้ว ไม่ใช่ฝีมือของน้องฝั่งเราแน่นอนค่ะ” 

“เอาล่ะๆ ประเด็นนี้พี่ได้ปรึกษากับพี่ตาลแล้วก็อาจารย์แล้ว วันนี้กรรมการทุกคนจะไม่เอาเรื่องนี้มาเป็นส่วนการให้คะแนนเพราะมันยังไม่สามารถพิสูจน์ความจริงได้ เนื่องจากตัวคนโพสต์ก็ไม่มีตัวตน แล้วเราก็ไม่รู้ว่าสรุปฝั่งใครตัดต่อฝั่งใครไม่ตัดต่อกันแน่ ถ้าเอาแต่เถียงกันคงได้ทะเลาะกันทั้งคณะแน่ อีกฝ่ายก็เอาแต่บอกว่าไม่ได้ทำผิด” 

“พี่ขอละนะน้องๆ พี่กับเบนโดนเรียกไปคุยตั้งแต่เช้าถ้าหากมีเรื่องกันอีกอาจารย์แจ้งมาแล้วว่าจะยกเลิกการประกวดดาวเดือนคณะเราทันที แล้วปีนี้ก็จะไม่ส่งใครเข้าประกวดทั้งนั้น อย่ามีเรื่องกันเลยนะ” 

“ได้ค่ะ ถ้าพี่ๆ สัญญาว่าจะให้คะแนนอย่างเป็นธรรมฮันนี่ก็จะยอมไปก่อน” 

“ถึงริต้าจะสงสารฮันนี่ที่ถูกกลั่นแกล้ง แต่ริต้าก็เชื่อว่ายังไงฮันนี่ก็ทำได้ดีกว่าคนบางคนแถวนี้แน่นอน” 

“เอาล่ะๆ ไปเตรียมตัวกันได้แล้ว แล้วก็แยกฝั่งกันเลยนะห้ามมีเรื่องกันอีกเด็ดขาด”พี่เบนพูดอย่างหัวเสียก่อนที่กลุ่มของพวกเราจะแตกออกไปคนละฝั่งเพื่อรอการประกวด 

แต่เรื่องแปลกก็คือวันนี้พี่ศิลาหายไปเลย เขาไม่ได้ติดต่อมาทั้งวันแล้วก็ไม่มาให้ฉันเห็นเลยด้วย ผิดปกตินิดหน่อยจนฉันแอบมองไปหน้าเวทีจากหลังม่านเพราะโทรศัพท์มือถือฝากลิษาเอาไว้ เวลาพี่พฤกษ์โทรมาลิษาจะได้ไปรับได้ไงจะได้สร้างโมเมนต์ให้ทั้งคู่ได้มีเวลาด้วยกัน 

“แหนะๆ พี่ให้ทำสมาธิ ไม่ใช่ให้ทำสมาธิหลุด” 

“ขอโทษค่ะ” 

“ว่าแต่มองหาใครเหรอจ๊ะ” 

“ณิรินจะดูว่าเพื่อนนั่งตรงไหน แล้วก็พี่พฤกษ์มาหรือยังน่ะค่ะ” 

“แล้วมาหรือยัง” 

“มาแล้วค่ะ” 

“อ่อ นึกว่ามองหาอีกคน” 

“ใครคะ”ฉันแกล้งทำหน้าไม่เข้าใจ 

“คนที่คุณก็รู้ว่าใครไง แปลกนะที่วันนี้ยังไม่เห็นมา” 

“ณิรินขอทำสมาธิก่อนนะคะ” 

พี่ลิเบียร์กับพี่พอใจให้ฉันเข้ามุมและไม่ให้สนใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น แล้วก็บอกว่าทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดก็พอ ส่วนเรื่องอื่นเอาไว้เคลียร์หลังจบงานซึ่งฉันก็พยายามจะทำให้ได้ 

งานประกวดดาวเดือนคณะนิเทศศาสตร์ 

ตอนนี้ทุกคนก็เข้าประจำตำแหน่งที่พี่สตาฟจัดเตรียมไว้ ถึงแม้ว่าฉันกับฮันนี่จะเขม่นกันแค่ไหนก็ต้องทำตามกฎเพราะไม่งั้นเราก็อาจจะทำคนอื่นซวยไปด้วย ตัวฉันคิดแบบนั้นถึงได้ไม่อยากมีปัญหา  

อันที่จริงเรื่องตำแหน่งฉันไม่ได้คาดหวังไว้แต่แรกอยู่แล้ว ที่ทำอยู่แค่ไม่อยากทำให้พี่ลิเบียร์กับพี่พอใจที่ช่วยกันฝึกสอนให้ฉันต้องผิดหวัง ส่วนฝั่งฮันนี่ฉันคิดว่าคงหวังตำแหน่งดาวคณะเอาไว้มากๆ เลยทำให้เธอสงบเสงี่ยมไม่เอาเรื่องกันใหญ่โต เพราะบอกตามตรงถ้าสลับตัวเป็นฮันนี่ก็คงจะคิดว่าฉันเป็นคนปล่อยคลิปบ้านั่นเหมือนกัน 

จากนั้นการขึ้นไปแนะนำตัวบนเวทีอย่างเป็นทางการก็เริ่มต้นขึ้น จนมาถึงคิวของฉันที่ขึ้นหลังฮันนี่ 

“สวัสดีค่ะ ดิฉันนางสาวณิริน ตันติชัยวัฒนเสรี สาขาวิชาการภาพยนตร์ดิจิทัลค่ะ คติประจำใจ เป็นตัวของตัวเองและเชื่อมั่นในสิ่งที่เราทำ ขอบคุณค่ะ” 

กรี๊ดดดดดด แปะๆๆๆ 

เสียงเชียร์และเสียงตบมือทำให้ฉันมีกำลังใจทั้งที่แอบประหม่าไม่น้อยจากนั้นก็กลับไปประจำที่ข้างฮันนี่ ฉันยิ้มให้เพื่อนสนิทที่ตบมือให้กำลังใจและตะโกนเชียร์กันสุดเสียง 

แต่ว่า...อีกหนึ่งคนที่บอกว่าจะมาฉันกลับไม่เห็น ก็พอจะเดาได้ว่าพี่ศิลาน่าจะยุ่งเรื่องโปรเจกต์ที่ต้องแก้ไขหลังจากสอบโปรเจกต์ไปรอบก่อน และอาจจะมาไม่ทัน! 

จนเสร็จจากการแนะนำตัว พี่เบนที่เป็นพิธีกรกับพี่ใบชาก็ให้เราเดินลงมาพักเพื่อเตรียมตัวโชว์ความสามารถพิเศษในเวลาถัดมา 

“ตอนนี้คณะกรรมการเชิญลงคะแนนให้กับส่วนการแนะนำตัวได้เลยนะครับ” 

“และลำดับต่อไปนะคะจะเป็นการสุ่มหมายเลขเพื่อขึ้นมาโชว์ความสามารถพิเศษจากฝั่งดาวก่อนนะคะ สตาฟจะนำกล่องลูกบอลที่มีหมายเลขไปให้คณะกรรมการเป็นผู้จับนะคะ ของหนึ่งหมายเลขเลยจ้า” 

พวกเราที่รอลุ้นกันอยู่หลังเวทีก็ตื่นเต้นไม่น้อยเลย 

“คนแรกที่จะขึ้นมาทำการประกวดได้แก่ เบอร์สองน้องปรายรดาจ้าเตรียมตัวได้เลยนะคะ” 

ได้ยินมาว่าปรายใช้ความสามารถในการเต้นโคฟเวอร์แดนซ์ เพราะเธอประกวดเต้นมาตั้งแต่เด็ก 

“น้ำหวานเย็นๆ ชื่นใจมาแล้วจ้า”พี่ลิเบียร์เอาน้ำมาให้หลังจากที่หายไปด้านหน้าเวที 

“ขอบคุณนะคะ” 

“ตื่นเต้นละสิ มือเย็นมากเลย”พี่พอใจที่ดูแลเรื่องการแต่งหน้าทำผมก่อนจะขึ้นโชว์อีกรอบก็แอบจับมือกันแล้วกุมไว้ให้กำลังใจ 

“ตื่นเต้นมากเลยค่ะ หัวใจนี่เต้นแรงเหมือนจะหลุดออกมาเลย”ฉันคิดว่าจะมีอาการแพนิคบนเวทีเลยตอนแรก ดีที่โฟกัสไปยังเพื่อนกับพี่พฤกษ์ก็เลยอาการดีขึ้น พยายามคิดว่ามันคือวันที่เราซ้อมกันที่บ้านก็ช่วยให้หายตื่นเต้นได้เยอะเหมือนกัน 

“แต่เมื่อกี้ณิรินยิ้มสวยเป็นธรรมชาติมาก ไม่เกร็งเลยทำดีแล้วสู้ๆ นะ” 

“สั่นไปหมดเลยค่ะ ตอนแรกคิดว่าปากแข็งจะพูดไม่ออกซะแล้ว” 

“เออพี่ได้ยินว่าฮันนี่ก็เล่นเปียโนเหมือนกันนะ” 

“จริงเหรอคะ”พี่ลิเบียร์พยักหน้า 

การประกวดที่ใช้การแสดงเหมือนกัน มันเหมือนเป็นการแลกหมัดต่อหมัดเลยน่ะสิ ขึ้นอยู่กับว่าใครจะสร้างผลงานนั้นได้ประทับใจให้กับกรรมการและคนดู 

“อย่างที่พี่บอกเสมอ ทำหน้าที่ของเราให้เต็มที่แบบที่ซ้อมก็พอ พี่เชื่อว่าณิรินทำได้” 

“ค่ะ พี่พอใจ” 

ซึ่งต่อจากปรายคือริต้าเพื่อนสนิทของฮันนี่ที่ขึ้นมาเต้นบัลเล่ต์  

และหมายเลขที่ถูกเรียกขึ้นไปล่าสุดคือฮันนี่ ที่ตอนนี้เธอขึ้นเล่นเปียโนพร้อมกับร้องเพลงประกอบซีรีส์เกาหลีที่กำลังฮิตอยู่ในขณะนี้จนคนทั้งหอประชุมร้องเชียร์อยู่พอสมควร 

แต่การแสดงของฮันนี่ไม่ได้เล่นเปียโนตลอดเพลง เธอเล่นเปิดตัวเท่านั้นแล้วก็โชว์ร้องเพลงอย่างเดียว ซึ่งก็เรียกเสียงปรบมือได้ไม่น้อย 

“ขอเชิญกรรมการจับลูกบอลลูกต่อไปได้เลยค่ะ” 

มีเสียงตะโกนเชียร์จากเพื่อนๆ ของแต่ละคนให้เป็นชื่อคนที่เหลือ 

“ขอเชิญเบอร์ห้า น้องณิรินขึ้นทำการแสดงจ้า” 

ฉันสูดลมหายใจอีกครั้ง มีพี่ลิเบียร์และพี่พอใจเดินเข้ามากอดให้กำลังใจและส่งขึ้นเวที 

และพอฉันเดินมานั่งที่เปียโนแสงไฟในห้องประชุมก็ปรับสลัวที่คนดูและมาสว่างที่ตัวฉัน มันเป็นความประหม่ากดดันอันดับต้นๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตของฉันเลยก็ว่าได้ 

         จังหวะที่ฉันวางมือลงที่เปียโน แสงจากประตูที่เปิดออกก็ทำให้ฉันที่นั่งอยู่บนเวทีนั่นหันไปมองเห็นผู้ชายในชุดช็อปวิศวะ ร่างที่คุ้นเคยเดินเข้ามานั่งเนียนๆ อยู่ในนี้ตอนที่ฉันกำลังจะทำโชว์ได้พอดิบพอดี 

I’m going under and this time I fear there’s no one to save me 

ฉันนั้นกำลังทรมาน และในเวลานี้ ฉันกลัวว่าไม่มีใครจะช่วยฉันได้ 

This all or nothing really got a way of driving me crazy 

ไม่ว่าจะอะไร หรือไม่มีอะไรเลย ก็ทำให้ฉันนั้นบ้าคลั่งได้ 

I need somebody to heal 

ฉันต้องการใครสักคนที่จะเยียวยา 

Somebody to know 

ใครสักคนที่รู้ 

Somebody to have 

ใครสักคนที่เข้าใจ 

Somebody to hold 

ใครสักคนที่เข้ามากอด 

It’s easy to say 

มันง่ายที่จะพูด 

But it’s never the same 

แต่ไม่เคยที่จะเหมือนเดิม 

I guess I kinda liked the way you numbed all the pain 

ฉันคิดว่า ฉันคงจะชอบวิธีที่คุณนั้นได้ทำให้ความเจ็บปวดทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องชินชา 

มันเป็นเพลงที่ฉันค่อนข้างฟังบ่อยช่วงอยู่เกาหลี ฟังวนช่วงที่นอนไม่หลับ ฟังจนร้องได้ขึ้นใจ และมันก็เหมือนว่าร้องออกมาจากความรู้สึกก่อนหน้านี้ของฉัน 

Now the day bleeds 

ในแต่ละวันที่แสนจะเจ็บปวด 

Into nightfall 

จนถึงยามค่ำคืน 

And you’re not here 

และคุณไม่อยู่ที่นี่ 

To get me through it all 

ที่จะพาฉันผ่านพ้นไป 

I let my guard down 

ฉันยอมทุกอย่าง 

And then you pulled the rug 

แต่แล้วคุณกลับไม่เห็นค่าความสำคัญเลย 

I was getting kinda used to being someone you loved 

ฉันก็คงจะเคยชินกับการเป็นคนที่คุณเคยรัก 

         ความรู้สึกในทุกท่อนที่ร้องออกไป ฉันรับรู้มันเป็นอย่างดี เพราะฉันเองก็ผ่านจุดจุดนั้นมาอย่างยากลำบาก  

And I tend to close my eyes when it hurts sometimes 

ฉันอยากจะหลับตาลงในเวลาที่เจ็บปวด 

I fall into your arms 

ฉันตกไปอยู่ในอ้อมกอดของคุณ 

I’ll be safe in your sound ’til I come back around 

ฉันจะรู้สึกปลอดภัยจนกระทั่งหายดีเหมือนเดิม 

จนมาถึงท่อนนี้ที่มันต้องย้ำความรู้สึกทีละอย่าง อย่างช้าๆ ในทุกท่อนมันก็ทำให้ฉันน้ำตาคลอได้อย่างมาก  

For now the day bleeds 

ในแต่ละวันที่แสนจะเจ็บปวด 

Into nightfall 

จนถึงยามค่ำคืน 

And you’re not here 

และคุณไม่อยู่ที่นี่ 

To get me through it all 

ที่จะพาฉันผ่านพ้นไป 

I let my guard down 

ฉันยอมทุกอย่าง 

And then you pulled the rug 

แต่แล้วคุณกลับไม่เห็นค่าความสำคัญเลย 

I was getting kinda used to being someone you loved 

ฉันก็คงจะเคยชินกับการเป็นคนที่คุณเคยรัก 

             หลังจบเสียงเปียโนสุดท้ายทุกคนก็ปรบมือและผิวปากเชียร์กันสุดเสียง ซึ่งฉันก็ยิ้มออกมาได้หลังหลุดอยู่ในอารมณ์ของเพลงจนน้ำตาคลอ ตื่นเต้นที่ทำโชว์ได้จบและออกมาได้อย่างที่ตั้งใจจนต้องยกมือทาบที่หัวใจเป็นการปลอบตัวเองว่าฉันทำมันได้สำเร็จแล้ว และโค้งให้กับทางผู้ชมที่กำลังปรบมือให้กันทั้งหอประชุมขนาดนี้ 

         “ฮือ น้องณิรินวันนี้ร้องดีสุด ดีมาก พี่ร้องไห้ตามเลย ดีกว่าตอนซ้อมอีก” 

         “จริง เก่งมากๆ ซึ้งมากด้วย ไม่เสียแรงที่ซ้อมอย่างหนัก” 

         “เว่อร์”พี่ช่าตะโกนมาจากอีกมุมของห้อง แต่พวกเราก็ไม่ได้สนใจ  

         “เออนี่ เมื่อกี้พี่บังเอิญเจอแฟนคลับณิรินที่หน้าเวทีตอนไปอัดคลิป เขาฝากนี่มาให้ด้วย”

         ฉันรับกระดาษที่ถูกพับจนเล็กจิ๋วมาเปิดดู จำได้ว่ามันเป็นลายมือของพี่ศิลา

         สู้ๆ นะครับ จาก ‘แฟนครับ’ ของณิริน 

       

Adaysiix 

แฟนครับ ว่าซ่านนนนนนนนนน เฮียตกภาษาไทยป่ะคะ  

อ่อหรือวิศวะไม่สอนภาษาไทย 555555555 

เพลงที่น้องร้องก็คือสื่อสารความรู้สึกที่ผ่านมาเลยนะ 

แต่เชื่อว่าทุกอย่างกำลังดีขึ้น ส่วนสำคัญคือตัวณิรินเองที่พยายามมูฟออน 

แต่ส่วนที่สำคัญเหมือนกันก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเพราะศิลาที่ช่วยน้องรักษาอาการอย่างไม่รู้ตัว 

ตอนหน้าจะมีความจริงเบื้องหลังคนปล่อยคลิปโป๊ะแตกกลางเวทีการประกวดเลยจ้าแม่ 

แล้วที่พี่ศิลาหายไปนี่ หายไปไหนมาน๊าาาาาาาาา ทำโปรเจกต์แหละ...ไรท์อะคิดมาก ฮาๆ 

อยากรู้ว่าใครฝากติดตามต่อนะคะ แล้วใครจะได้เป็นดาวคณะกันน๊าเดายากอยู่นะ 5555555 

ฝากกดติดตาม กดหัวใจ และคอมเมนต์ให้กันด้วยนะคะ เยิฟฟฟฟ <3  

ความคิดเห็น