ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

+++ บทที่11 บ้านในความรู้สึกของเขา +++

ชื่อตอน : +++ บทที่11 บ้านในความรู้สึกของเขา +++

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.3k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ธ.ค. 2563 07:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
+++ บทที่11 บ้านในความรู้สึกของเขา +++
แบบอักษร

  

 

บทที่11 

บ้านในความรู้สึกของเขา 

วันนี้เป็นวันแรกที่ดีแลนเปิดภาคการศึกษา สองขาเรียวยาวในชุดเครื่องแบบกางเกงขาสั้นเหนือเข่า รีบก้าวไวๆ เดินเข้ารั้วโรงเรียนไป ถามว่าวันนี้เขาเดินทางมายังไงนะหรือ เขาก็นั่งรถประจำทางมาไงล่ะ คุณฟังไม่ผิดหรอก ในขณะที่นักเรียนคนอื่นๆ มีรถขับมา หรือมีคนขับรถส่วนตัวขับรถมาส่ง ดีแลน ฟอสเตอร์ แหกขี้ตาตื่นตั้งแต่ตีสี่เพื่ออาบน้ำแต่งตัวและมายืนรอรถประจำทาง หนำซ้ำที่หน้าโรงเรียนก็ไม่มีป้ายที่สามารถจอดได้ ทำให้ร่างเล็กต้องเดินย้อนกลับมาอีกทีหนึ่ง 

สัมภาระในตัวมีแค่ดาบกระเป๋าเงิน ดาบประจำตัวของเขาถูกสะพายไว้ข้างหลัง โอเมก้าเพียงคนเดียวในรุ่นเดินดุ่มๆ ไปตามแผนที่ที่แจ้งมาในวอช พลังที่มีทำให้ดีแลนมองเห็นผู้คนรอบๆ ทุกคนมีดาบสะพายไว้ที่หลังและใส่เครื่องแบบเหมือนเขา นักเรียนเตรียมทหารทั้งชายหญิงมุ่งหน้าไปที่โรงยิม ที่พวกเขามารายงานตัวเมื่อเดือนก่อน ในรุ่นนี้มีนักเรียนที่ผ่านการคัดเลือกมาทั้งหมดสองร้อยคน 

เมื่อก้าวเข้าไปในโรงยิม สายตาเกือบทุกคู่มองมาที่ดีแลนอย่างสนใจ เพราะนอกจากเขาจะดูตัวเล็กกว่ามาตรฐานแล้ว ตัวเขายังส่งกลิ่นหอมเหมือนตู้ขนมเดินได้ ทำให้นักเรียนที่เป็นอัลฟ่าหลายคนลอบกลืนน้ำลาย แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้น สิ่งที่ดึงดูดสายตาของทุกคน ดูเหมือนจะเป็นผ้าสีดำเนื้อดีที่ดีแลนนำมาผูกตาเอาไว้ เมื่อรวมเข้ากับใบหน้าหวานทรงเสน่ห์ จมูกโด่งเล็กน้อย และริมฝีปากอวบอิ่มสีเชอร์รี่ ทำให้คนตัวเล็กดูอีโรติกขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ 

ดีแลนใช้พลังมองสำรวจไปรอบๆ รวมถึงก้มหน้าลงเล็กน้อยด้วยความรู้สึกที่ประหม่า นักเรียนในรุ่นนี้ส่วนใหญ่เป็นอัลฟ่า ด้วยวุฒิภาวะของพวกเขาในตอนนี้ ทำให้ยังคุมฟีโรโมนของตัวเองได้ไม่ค่อยดีนัก แน่นอนว่าโดยสัญชาตญาณแล้ว อัลฟ่าไม่อยู่รวมกันเป็นฝูงหากไม่จำเป็น ฟีโรโมนส่วนใหญ่ในตอนนี้จึงเป็นฟีโรโมนที่ปล่อยออกมาเพื่อข่มกันไปมา โชคดีที่ดีแลนเจอฟีโรโมนกดข่มของอัลฟ่าเลือดบริสุทธิ์อย่างฮาแกนเป็นประจำ ทำให้ฟีโรโมนของอัลฟ่าวัยรุ่นพวกนี้แทบทำอะไรเขาไม่ได้ นอกจากให้ความรู้สึกประหม่าและระวังตัวมากขึ้นก็เท่านั้น 

  

“ทั้งหมดจัดแถว!” 

“ครับ! / ค่ะ!” 

  

นักเรียนที่ตอนแรกกระจายตัวกันอยู่ รีบเดินมาเข้าแถวจัดระเบียบตัวเองอย่างรวดเร็ว แบ่งเป็นทั้งหมด8แถว แถวละ25คน ดีแลนที่ตัวเล็กอยู่แล้ว เมื่อมาอยู่ท่ามกลางนักเรียนอัลฟ่าและเบต้า ทำให้คนตัวเล็กกลายเป็นหลุมยุบอยู่ตรงกลางแถว ทุกคนอยู่ในท่ายืนตรงแยกขาเล็กน้อยและเอามือไพล่หลังเพื่อรอรับคำสั่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนที่เป็นทหารยศร้อยเอกเดินขึ้นมาที่ด้านหน้าเวที ก่อนจะพูดด้วยเสียงดังฟังชัด 

  

“วันนี้! จะมีการทดสอบเพื่อแบ่งพวกเธอออกเป็นสี่หน่วย!” 

  

การสอบเพื่อแบ่งหน่วยจะเป็นการสอบรวม โดยมีการคำนวณคะแนนแบบเรียลไทม์ ข้อสอบจะเป็นตัวเลือก4ข้อ คนที่ตอบผิดจะไม่ได้คะแนน หากตอบถูกเหมือนกัน คนที่ตอบเร็วกว่าจะได้คะแนนมากกว่า ลดหลั่นกันแบบ0.01คะแนน นักเรียน50คนแรกที่ได้คะแนนมากที่สุดจะอยู่หน่วยA 50คนที่คะแนนรองลงมาจะอยู่หน่วยB ตามด้วยCและD ตามลำดับคะแนนที่พวกเขาทำได้ 

  

“จะเริ่มทำการแบ่งหน่วยในอีก40วินาที ข้อสอบจะถูกส่งให้ทางวอชของนักเรียนทุกคน พวกเธอมีเวลาทำข้อสอบทั้งหมด30นาที ขอให้ทุกคนโชคดีกับการแบ่งหน่วย” 

  

นักเรียนเตรียมทหารทุกคนยกข้อมือขึ้นเพื่อเปิดวอชดูข้อสอบ ดีแลนจิ้มที่กล่องข้อความ หน้าจอโฮโลแกรมก็ฉายหัวข้อการสอบขึ้นมา แต่ตัวโจทย์ยังคงเป็นเวลานับถอยหลัง คนตัวเล็กสูดหายใจเข้าลึกเพื่อทำสมาธิ ในขณะที่เลขบนโฮโลแกรม ค่อยๆ นับถอยหลัง 5...4...3...2...1... 

เสียงสัญญาณปลดล็อกดังขึ้น นักเรียนทุกคนจรดนิ้วลงบนคำตอบอย่างรวดเร็ว ดีแลนเพ่งสมาธิอ่านโจทย์และตอบคำถามอย่างรอบคอบ นิ้วเรียวกดคำตอบด้วยความรวดเร็วเช่นเดียวกัน เหงื่อเม็ดเล็กๆ ผุดขึ้นมาตามใบหน้าและฝ่ามือ ความตึงเครียดในบริเวณแถวของนักเรียนเพิ่มสูงขึ้น ผ่านไป30นาที หน้าต่างข้อสอบก็ปิดตัวลงอัตโนมัติ 

ผลคะแนนปรากฏขึ้นในวินาทีต่อมาอย่างไม่รีรอ ว่าที่ร้อยตรี ดีแลน ฟอสเตอร์ มีรายชื่อขึ้นอยู่ที่ลำดับ50ของหน่วยA ทำคะแนนได้ทั้งหมด48.972คะแนน ห่างจากลำดับที่1ของหน่วยB ซึ่งได้คะแนน48.970คะแนน ดีแลนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นรัว เขาได้อยู่หน่วยA ทว่าเป็นลำดับสุดท้ายของหน่วย สถานะของเขาในชั้นเรียนตอนนี้เรียกได้ว่าเป็นหัวหมาหางมังกรของแท้ 

  

“ในเมื่อทุกคนทราบหน่วยของตัวเองแล้ว ให้ไปรายงานตัวตามห้องเรียนของตัวเอง ห้องเรียนจะอยู่ตามเมลที่แจ้งไว้ เลิกแถว!” 

“ครับ! / ค่ะ!” 

  

คนตัวเล็กถอนหายใจด้วยความโล่งอก นอกจากจะตื่นเต้นกับการทำข้อสอบแล้ว ยังต้องอดทนกับบรรยากาศและฟีโรโมนของพวกนักเรียนอัลฟ่ารอบๆ ตัวอีก สัญชาตญาณในตัวของดีแลนกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง ด้วยความกลัวจนขาแทบทรุด แต่โชคยังดีที่ดีแลนเก็บอาการเก่ง เจ้าหัวไชเท้าเหี่ยวค่อยๆ คืบคลานไปรายงานตัวที่ห้องเรียนของตัวเองช้าๆ เนื่องจากความหวาดผวากับฟีโรโมนตึงเครียดเมื่อครู่ยังไม่จางหายไป 

โอเมก้าตัวเล็กมาถึงห้องเรียนเป็นคนสุดท้าย มือบางเปิดประตูเข้าไปทว่าสายตาทุกคู่ที่มองมาทำให้คนตัวเล็กชะงัก สัญชาตญาณของดีแลนที่ยังทำงานอยู่ บอกว่าในห้องเรียนนี้ส่วนใหญ่เป็นอัลฟ่า ซึ่งปะปนกันทั้งชายหญิง คนตัวเล็กเดินเข้าไปนั่งที่โต๊ะเรียนซึ่งยังว่างอยู่ กลิ่นหอมหวานที่โชยออกมาของดีแลน เรียกให้พวกนักเรียนที่อยากรู้อยากเห็นเดินเข้ามาหา 

  

“สวัสดีเพื่อนร่วมห้อง นายตัวหอมจัง ใช้น้ำหอมอะไรน่ะ” 

“เป็นเบต้าใช่ไหม ตัวเล็กน่ารักจังเลย” 

“ผ้าผูกตาเนี่ยเป็นแฟชั่นใช่ไหม เข้ากับเธอมากเลย ว่าแต่มองเห็นหรอ” 

“เอ่อ...” 

  

โอเมก้าตัวเล็กถูกรุมล้อมด้วยอัลฟ่าและเบต้าในห้อง นักเรียนหญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาหาดีแลน เธอเป็นคนที่มีรูปร่างสูงเหมือนนางแบบ เครื่องแบบนักเรียนที่เหมือนจะรัดรูปพอดีตัว ทำให้ทรวดทรงองค์เอวของเธอชัดขึ้น อีกทั้งหน้าอกหน้าใจที่เรียกได้ว่าแม่ให้มาเยอะ ทำให้เธอเป็นผู้หญิงที่มี Sex appeal (เสน่ห์แรงดึงดูดทางเพศ) สูงมาก พลังของดีแลนสัมผัสได้ว่าเธอคืออัลฟ่าสายเลือดบริสุทธิ์ แต่ไม่มีพลังพิเศษ แรงกดดันของเธอที่ปล่อยออกมา ทำให้พวกที่รุมล้อมร่างเล็กอยู่ก่อนหน้าถอยห่างออกไปเล็กน้อย มือเรียวสวยของเธอยื่นมาหาดีแลนที่ตัวเล็กกว่า 

  

“เอมิเลีย ฮาร์เปอร์ เป็นอัลฟ่า” 

  

ดีแลนทำใจดีสู้เสือ ยื่นมือไปจับทักทายอีกฝ่ายตามมารยาท เอมิเลียสูดหายใจเข้าลึก รับเอากลิ่นหอมของร่างเล็กตรงหน้าเข้าปอด อะไรบางอย่างในตัวเธอบอกว่า เจ้าก้อนขนมตัวเล็กตรงหน้านี้ไม่ใช่ทั้งอัลฟ่าและเบต้า อัลฟ่าหญิงยังคงจับมือเล็กนุ่มนิ่มนั่นไว้ไม่ยอมปล่อย 

  

“ดะ...ดีแลน ฟอสเตอร์ ครับ เป็นโอเมก้า” 

  

เสียงฮือฮาดังระงมรอบๆ ตัว นักเรียนที่มารุมล้อมดีแลนอยู่ในตอนแรกแตกฮือ กระจัดกระจายกันไปคนละมุมห้อง ดีแลนทำใจเอาไว้แล้วว่าอย่างไรก็ต้องถูกคนรอบข้างตีตัวออกหาก ด้วยความที่เขาเป็นโอเมก้า เพศที่เรียกได้ว่าเป็นพลเมืองชั้นล่างสุดของห่วงโซ่ ทว่าเอมิเลียยังคงยืนจับมือเล็กๆ นั่นอยู่อย่างเดิมไม่ยอมคลายออกไปไหน กลิ่นเครมบรูเล่จากตัวคนตรงหน้าทำให้เธอรู้สึกถูกชะตาเป็นอย่างมาก 

  

“ฉันว่าแล้วว่านายพิเศษ กลิ่นของนายหอมมาก” 

“คุณเอมิเลียไม่รังเกียจผมหรือครับ” 

  

เอมิเลียนั่งลงข้างๆ ดีแลน เธอบอกว่าเธอไม่ถือที่เขาเป็นโอเมก้า การที่ดีแลนได้เข้ามาอยู่ในห้อง A แสดงว่าเขาเป็นคนที่มีความสามารถ อัลฟ่าหญิงบอกว่าเธอจำได้ ในวันที่รายงานตัวดีแลนมากับพันเอกฮาแกน เลิร์ช ดีแลนพึ่งทราบว่าฮาแกนเป็นเหมือนกับไอดอลของเหล่านักเรียนเตรียมทหาร เขาเป็นอัลฟ่าสายเลือดบริสุทธิ์ที่มีพลังพิเศษ นอกจากจะเรียนจบได้เป็นที่หนึ่งของรุ่น เขามีผลงานโดดเด่นและไต่เต้าจนได้รับยศพันเอกได้ทั้งที่อายุยังน้อย 

  

“ทำไมนายถึงเอาผ้ามาผูกตาล่ะ มองเห็นหรือไง” 

“อ่า...ผมไม่มีดวงตาครับ แต่มีพลังที่สามารถมองเห็น รวมถึงอ่านใจคนได้” 

“โอเมก้าที่มีพลังพิเศษหรือ...นายเนี่ยไม่เหมือนใครจริงๆ ด้วย” 

  

เสียงเซ็กซี่ชวนหลงใหลของเอมิเลียทำให้ดีแลนอดเคลิ้มไม่ได้ ทั้งสองนั่งคุยทำความรู้จักกันได้ไม่นาน ครูฝึกประจำหน่วย A ก็เดินเข้ามาในห้อง พร้อมกับกล่องใส่อุปกรณ์การเรียนการสอนในคาบโฮมรูม นักเรียนทั้งหมดลุกขึ้นยืนตรงทำความเคารพ ในขณะที่ครูฝึกค่อยๆ ขานชื่อนักเรียนตามลำดับเพื่อเช็กว่าทุกคนมารวมกันที่ห้องเรียนแล้ว 

  

“และสุดท้าย...ดีแลน ฟอสเตอร์” 

“ครับ!” 

“ในเมื่อทุกคนมาครบแล้ว ฉันขอแนะนำตัวเองบ้าง ฉันชื่อมาร์คัส จะทำหน้าที่เป็นครูฝึก รวมถึงเป็นอาจารย์ประจำชั้นของพวกเธอในปีการศึกษานี้” 

  

ครูฝึกมาร์คัสเริ่มแจกแจงวิชาการเรียนการสอน โดยเทอมแรกสิ่งที่นักเรียนทุกคนต้องเจอ คือการเรียนการสอนในภาคทฤษฎีและปฏิบัติ ฝึกการใช้อาวุธและการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย ซึ่งจะมีการสอบวัดผลประเมินทุกสัปดาห์ ใครที่คะแนนรวมไม่ถึงเกณฑ์จะถูกคัดออก และในวันที่เสร็จสิ้นการสอบปลายภาคเทอมแรก นักเรียนทุกคนที่ยังเหลืออยู่ก็จะได้รับพู่ผูกดาบเป็นสีต่างๆ ตามความสามารถของตัวเอง ซึ่งพู่ผูกดาบจะเป็นสัญลักษณ์ว่า เจ้าของดาบเล่มนี้เป็นโรงเรียนเตรียมทหารอย่างเต็มตัว เพราะในเทอมที่สองแทบไม่มีนักเรียนคนใดถูกคัดออก ต่างจากทหารทั่วไปซึ่งพู่ผูกดาบจะเป็นสีน้ำเงิน นักเรียนในห้องมุ่งความสนใจไปที่ด้ามดาบ ที่ครูฝึกมาร์คัสหยิบออกมาจากกล่องแล้ววางเรียนบนโต๊ะ 

สีที่พบได้มากที่สุดคือสีแดง จะเป็นสีที่แสดงว่าเจ้าของดาบมีความโดดเด่นด้านพละกำลังร่างกาย สีทองแสดงถึงความสามารถด้านสติปัญญาและการตอบสนองที่ว่องไวเหนือคนทั่วไป ส่วนสีดำและสีขาวเป็นของพวกที่มีพลังพิเศษ ซึ่งครูฝึกมาร์คัสไม่ได้อธิบายความหมายของมันเพิ่ม เพราะเป็นสีที่หายาก นักเรียนเตรียมทหารที่เรียนจบไปบางรุ่นไม่มีปรากฏให้เห็นเลย ดีแลนจำได้ว่าของคุณไพธอนมีพู่ผูกดาบเป็นสีทอง ส่วนของพันเอกฮาแกนเป็นสีดำ เมื่อคิดย้อนกลับไป ดีแลนพึ่งสังเกตว่าทหารในฐานบัญชาการพิเศษ ส่วนใหญ่นอกจากสีน้ำเงินก็จะเป็นพู่ผูกดาบเป็นสีแดง และสีทองปะปนบ้าง แต่สีดำกับขาวเขาแทบไม่เห็นเลย 

หลังจากที่ครูฝึกมาร์คัสอธิบายจบแล้วก็ปล่อยให้พวกเด็กๆ กลับบ้าน เอมิเลียอาสาขับรถมาส่งดีแลนที่ฐานบัญชาการพิเศษ ทั้งสองแลกไอดีวอชกันไว้เพื่อพูดคุยเรื่องสัพเพเหระ โอเมก้าตัวเล็กรู้สึกดีใจมากๆ ที่ตัวเองมีเพื่อนเพิ่ม คนตัวเล็กเดินฮัมเพลงแล้วกดลิฟต์ขึ้นชั้น10 

ทันทีที่ลิฟต์เปิดที่ชั้น10 ดีแลนคิดไว้ว่าจะเจอร้อยเอกไพธอนยืนอยู่ที่โถงต้อนรับ ทว่าก็ต้องพบกับความว่างเปล่า แสดงว่าพันเอกอาแกนอาจจะไม่อยู่ คนตัวเล็กไหวไหล่อย่างไม่ใส่ใจ แต่สองขาเรียวที่กำลังเดินผ่านห้องทำงานของฮาแกนก็ชะงัก เขาได้ยินเสียงกุกกักภายในห้อง ไม่นานประตูห้องก็เปิดออก ร้อยเอกไพธอนถือเอกสารบางอย่างออกมาแล้วปิดประตู 

  

“ไงเปี๊ยก เปิดเรียนวันแรกโดนบูลลี่หรือเปล่า” 

“ไม่ครับ ผมได้เพื่อนเพิ่มด้วย” 

“เออ ดีแล้ว ถ้าโดนแกล้งหรือใครมาทำอะไรไม่ดีใส่ก็บอกแล้วกัน กูจะไปไล่ตบเกรียนพวกมันให้หมด” 

  

หลายเดือนที่โอเมก้าตัวเล็กมาอยู่ชั้น10 ดีแลนกับร้อยเอกไพธอนก็สนิทกันมากขึ้นตามลำดับ คนตัวเล็กรู้สึกหายกลัวและเริ่มพูดคุยกับอีกฝ่ายได้แล้ว ในส่วนของไพธอนเขาเองไม่ได้มีอคติอะไร กับไอ้เปี๊ยกผมขาวตรงหน้าตั้งแต่แรก เพียงแต่รู้สึกว่าระหว่างมันและพันเอกมีอะไรบางอย่างที่เกี่ยวข้องกัน เพราะตอนที่ไปทำภารกิจนานนับเดือน พันเอกให้เขาคอยรายงานความเคลื่อนไหวของมันทุกวัน เบต้ามือขวาจึงไม่ได้ตั้งแง่รังเกียจ และให้การปฏิบัติกับโอเมก้าผมขาวเหมือนกับเพื่อนทหารร่วมค่ายคนอื่นๆ 

  

“พันเอกอยู่ข้างในไหมครับคุณไพธอน” 

“อยู่ๆ เข้าไปสิ กูไปล่ะ มีงานเอกสารต้องทำ” 

“โชคดีครับ” 

  

เบต้าหนุ่มลงลิฟต์ไปแล้ว ดีแลนยืนนิ่งอยู่หน้าห้องสักพักก็ตัดสินใจยกมือขึ้นเคาะประตู ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์โป๊ะแตกคาเตียงวันนั้น ทุกครั้งที่พันเอกฮาแกนอยู่ที่ฐาน เขาจะต้องมารายงานสถานการณ์ประจำวันของตัวเองให้พันเอกฟังทุกวัน ถึงจะไม่เข้าใจว่าทำไมอัลฟ่าตัวโตถึงต้องการให้เขาทำแบบนี้ แต่แน่นอนว่าดีแลนไม่ปฏิเสธที่จะทำ การหาเรื่องอยู่ใกล้ๆ กับเจ้าของกลิ่นวู้ดดี้เป็นสิ่งที่เขาต้องการอยู่แล้ว ในเมื่อเจ้าตัวเสนอมาแบบนี้มีหรอเขาจะไม่คว้าไว้ 

  

“ขออนุญาตครับ” 

“มีอะไร” 

“ผมมาส่งรายงานประจำวันครับ” 

“อืม” 

  

เรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้ถูกบอกเล่าผ่านริมฝีปากอวบอิ่ม ฮาแกนค่อยๆ ปิดแฟ้มเอกสารในมือ และจ้องมองคนตัวเล็กที่ยืนเอามือไพล่หลังรายงานเขาเหมือนทหารทั่วๆ ไป เขายอมรับว่าวันนี้โอเมก้าตรงหน้าทำได้ดีกว่าที่คาด เพราะเขาก็ไม่คิดว่าไอ้ก้อนขนมนุ่มนิ่มจะได้อยู่ห้อง A อัลฟ่าตัวสูงรู้ดีว่า คนตัวเล็กกำลังพยายามพิสูจน์ตัวเองให้เขาเห็น 

ตลอดระยะเวลานานนับเดือนที่ฮาแกนออกไปทำภารกิจ เขาสังหารศัตรูไปก็มาก บาดเจ็บกลับมาก็หลายครั้ง เขาไม่เคยหวั่นไหวและไม่เคยกลัว ถ้ามีคนถามทหารที่อยู่ในสนามรบ ว่าพวกเขาต้องการสิ่งใดมากที่สุดในชีวิต คำตอบส่วนใหญ่คือกลับบ้าน สิ่งแรกที่ฮาแกนคิดถึงตอนที่ตื่นขึ้นมากลางค่ายทหาร ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียด กับการถูกลอบโจมตีทุกๆ 2-3ชั่วโมง คือกลิ่นหอมหวานของเครมบรูเล่ที่ทำให้เขาเสียอาการ ตั้งแต่วันแรกที่มันทะเล่อทะล่าเข้ามาฮีทที่กลางรูปขบวนของหน่วย 

อัลฟ่าตัวสูงลุกขึ้นจากเก้าอี้อย่างเงียบเชียบ เขาพยายามก้าวเดินและหายใจให้เบาที่สุด โดยเป้าหมายก็คือเจ้าก้อนขนมตัวเล็กที่ยืนพูดเจื้อยแจ้วอยู่ที่หน้าประตู ดีแลนเอียงคอเล็กน้อยเพราะกลิ่นวู้ดดี้ที่เขาชื่นชอบมันเข้มขึ้น เขามองไม่เห็นว่าตอนนี้อีกฝ่ายทำหน้ายังไง ยังสนใจสิ่งที่เขาพูดไหม รู้เพียงแต่พันเอกลุกจากเก้าอี้แล้วเดินไปที่ไหนสักที่ในห้อง การเคลื่อนไหวของพันเอกเงียบมากจนดีแลนไม่อาจจับสังเกตได้เลย 

  

“มีอะไรอีกไหม” 

“ไม่มีครับ...ผมขอตัว...” 

  

เจ้าหัวไชเท้าเหี่ยวลงอย่างเห็นได้ชัด น้ำเสียงของพันเอกยังคงเรียบนิ่ง ไม่ได้มีความภูมิใจหรือยินดีที่เขาได้อยู่ห้อง A หรือว่าเพราะการที่เขาอยู่เป็นลำดับสุดท้ายของห้อง ทำให้พันเอกผิดหวัง หรือเพราะพันเอกคิดเอาไว้แล้วว่าอย่างเขายังไงก็ไม่มีทางได้ลำดับที่สูงกว่านี้ ดีแลนรู้สึกได้ว่ารอบๆ เบ้าตาของตัวเองกำลังร้อนผ่าว ฟีโรโมนแห่งความเศร้ากระจายล้อมรอบตัวของเขา 

  

“พยายามได้ดี” 

“เอ๊ะ...” 

  

สัมผัสอบอุ่นที่ทาบทับลงมาบนริมฝีปากนุ่มทำให้ดีแลนค้างไป ความอบอุ่นที่ทาบลงมานั้นมาพร้อมกับลมหายใจร้อนๆ ที่เป่ารดข้างแก้ม ฮาแกนบรรจงประทับจูบลงบนริมฝีปากอวบอิ่มของดีแลนช้าๆ แล้วยกมือข้างหนึ่งขึ้นลูบกลุ่มผมนิ่มสีขาวของคนตัวเล็ก มือใหญ่ขยับนวดให้อีกฝ่ายผ่อนคลาย และออกแรงเล็กน้อยดันศีรษะทุยเข้ามาหา ทำให้ริมฝีปากของทั้งคู่แนบชิดกันมากขึ้นไปอีก 

ถ้าจะให้ฮาแกนตั้งคำถามกับการกระทำของตัวเองในครั้งนี้ ว่าทำไปเพื่ออะไร แน่นอน...เขาไม่มีคำตอบให้ เพียงแต่เขารู้สึกว่าเขาอยากลองสัมผัสริมฝีปากสีเชอร์รี่นั่นดูสักครั้ง และในวินาทีที่ริมฝีปากของเขาได้สัมผัสกับความนุ่มนิ่มนั้น เขายอมรับว่าเขารู้สึกดี เจ้าของกลิ่นวู้ดดี้หักใจถอนริมฝีปากออกในนาทีถัดมา แต่ว่ามือใหญ่นั้นยังคงวางไว้บนหัวของเจ้าก้อนขนม 

  

“ฮะ...ฮะ...” 

“รางวัล” 

“ครับ? ...ห๊ะ...” 

“มีอะไรอีกไหม” 

  

น้ำเสียงของพันเอกยังคงเรียบนิ่งเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ดีแลนรีบสายหัวไปมาด้วยอาการตื่นเต้นและวางตัวไม่ถูก ฟีโรโมนแห่งความสุขของคนตัวเล็กฟุ้งกระจายไปทั่วห้องราวกับเขื่อนแตก ฮาแกนขยุ้มกลุ่มผมนุ่มนิ่มนั้นเล่นอีกสองสามที ก่อนจะยื่นมืออีกข้างไปเปิดประตูห้อง 

  

“ไปได้แล้ว จะทำงาน” 

“คะ...ครับ!!! ไปครับ!!!” 

  

เจ้าหัวไชเท้าอวบน้ำรีบหันหลังแล้ววิ่งออกจากห้องไป พร้อมกับหัวใจดวงเล็กๆ ที่นุ่มฟูอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ส่วนฮาแกนที่มองอีกฝ่ายวิ่งเข้าห้องตัวเองไปแล้ว ก็ดึงประตูปิดลงเหมือนเดิม ร่างสูงเดินกลับมาที่โต๊ะทำงานก่อนจะเปิดอ่านรายงานที่ทางหน่วยส่งมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น กลิ่นฟีโรโมนแห่งความสุขที่ยังฟุ้งกระจาย ทำให้ฮาแกนเผลอกระตุกยิ้มเล็กน้อย 

ถ้ามีคนถามทหารที่อยู่ในสนามรบ ว่าพวกเขาต้องการสิ่งใดมากที่สุดในชีวิต คำตอบส่วนใหญ่คือกลับบ้าน และในเวลานี้ฮาแกน เลิร์ช พึ่งเข้าใจและค้นพบความหมายของ ‘บ้าน’ ในความรู้สึกของเขาแล้ว 

  

  

ติดตามข่าวสาร อัปเดตข้อมูลเข้าไปพูดคุยเม้ามอย หอยสังข์ ทวงนิยายกันได้ที่ 

ทวิตเตอร์ #โอเมก้าตาบอด 

  

 

TALK with Poydswat. 

สวัสดีค่ะรีทเดอร์ที่น่ารักทุกท่าน 

เอาโมเม้นเล็กๆ มาเสริฟค่ะ ให้เหล่าแม่ๆพอกระชุ่มกระชวยหัวใจ และเพื่อเป็นการเตรียมรับมือกับฉากดุของอีพรี๊ตามที่ไรท์ได้สปอยไปในทวิตเตอร์ 55555 มันก็แค่จุ๊บนะคะ ทุกคนใจเย็นๆ 

  

หากพบคำผิดสามารถแจ้งได้เลยนะคะ ไรท์เตอร์จะรีบเข้ามาแก้ให้ทันทีค่ะ 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว