ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 43 : ผลเลือด...

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 18.8k

ความคิดเห็น : 44

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ธ.ค. 2563 10:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
43 : ผลเลือด...
แบบอักษร

“ดร.”สิ้นเสียงหมอจีน เพียวไผ่ก็หันขวับไปตามสายตาที่หมอจีน ใจดวงน้อยที่ห่อเหี่ยวก็ดีดเต้นราวกับเจอน้ำทิพย์มาชโลมใจ แต่ไม่ทันที่เอ่ยเรียกอีกฝ่ายก็ส่งเสียงดุบอกนทกร

“ดร.ซาร่าเลื่อนนัดคืนนี้เป็นพรุ่งนี้บ่ายแทน”สายตาดุคู่นั้นยังคงเรียบนิ่ง ปรายตามองเพียวไผ่เล็กน้อย ยืนจ้องไม่ถึงสิบนาทีดีด้วยซ้ำคนร่างสูงก็เลื่อนสายตาไปทางหมอมาร์ค ก่อนจะโยนเอกสารในมือไปให้บอกเสียงดุๆ

“ตีกลับผลตรวจทั้งหมดให้ห้องแลป ข้อผิดผลาดขนาดนั้นอย่าเอามาให้ฉันเห็นอีก”หมอมาร์คเกาหัวแกรกๆพลิกเปิดแฟ้มในมือก่อนจะทำหน้าราวกับโลกใกล้ถล่มเสียแล้ว เพียวไผ่ก้มหน้างุดรับมือไม่ถูกกับสถานการณ์เหมือนพายุร้ายในตอนนี้ก่อนที่ทุกคนจะพากันถอนหายใจเมื่อพ้นนักรบแล้ว เพียวไผ่ก็หันมามองทุกคนเงียบๆอีกครั้ง อันที่จริงเขาอยากวิ่งตามไปหานักรบแต่ว่า..

“คุณเพียวคะ รู้ไหมคะว่าช่วงนี้ดร.เป็นอะไร”เพียวไผ่ก็ทำตาปริบๆ

“เกือบเดือนแล้วนะคะที่อารมณ์เหวี่ยงวีนเหมือนพายุทอนาโด นี่ถ้าดร.มีประจำเดือนคงอยู่ในวัยมีประจำเดือนทั้งเดือนแหงๆ”เพียวไผ่ก็เม้มปากเล็กน้อย หันไปทางหมอมาร์คที่ยังคงใบหน้าเหมือนโลกจะถล่มไม่หาย ก่อนจะจิ้มขนมจีบที่เพียวไผ่ทำสองคำรวดแล้วบอก

“ไออ่อนนะอุกอน”หมอจีนโบกมือลวกๆแล้วก็ทำหน้าเหมือนเหนื่อยเต็มทีคีบขนมจีบเข้าปากก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนที่วิษนุจะขอตัวไปบ้างเมื่อกันทิมาโทรมาตามตัว

“เอาน่าจีน ดร.มีเรื่องต้องจัดการในช่วงนี้หลายอย่าง”

“โหยยย ดร.ไนท์ขาาา คืนคำพูดนั้นกลับมาเถอะค่ะ แม้ดร.จะหน้าดุเป็นปกติแต่ก็ไม่ได้อารมณ์ขึ้นๆลงๆถึงขนาดนี้ โดยเฉพาะสัปดาห์นี้ทั้งสัปดาห์ไม่มีใครกล้าเข้าหาดร.เลยค่ะ”เธอทำตาโตแย้งคำของนทกรทันทีในขณะที่นทกรทำเพียงหัวเราะราวกับกำลังขบขัน เพียวไผ่ก็หันไปมองก่อนจะสบตาเข้ากับนทกรที่เงยหน้ามาพอดี

“คุณเพียวมาที่นี่ก็ดี ได้เจอคุณเพียวดร.คงจะอารมณ์ดีขึ้น”

“คงไม่เกี่ยวกับเพียวมั้งครับ”เพียวไผ่ส่ายหน้ายกยิ้มบางๆ

“เกี่ยวสิคะ ถ้าจะมีใครทำให้ดร.อารมณ์เย็นลงสักนิด ก็คงจะเป็นคุณเพียวนี่แหละ ช่วยบอกดร.หน่อยเถอะค่ะ ว่าสงบลงสักนิดดดดด”เธอพูดไปก็ถอนหายใจไป นทกรก็ส่ายหน้าหัวเราะเช่นเดิม เพียวไผ่พองแก้มเล็กน้อยตั้งท่าว่าจะลาทุกคนแล้วไปหานักรบแต่จีนก็ดักขึ้นมาเสียก่อน

“อื้อ คุณเพียว วันนี้ขอหมอเก็บผลเลือดหน่อยได้ไหมคะ”เพียวไผ่ก็เม้มปากก่อนจะส่ายหน้า

“เพียวไม่สะดวกครับ คือ...ช่วงนี้เพียวไม่ค่อยสบายน่ะครับ ก็เลย..”

“ไม่ค่อยสบาย? อาการเป็นยังไงคะ”จู่ๆจีนเธอก็ปรี่มาจับแขนของเพียวไผ่

“มีรู้สึกหน้ามืด เหมือนโลกหมุนหรือว่า อาเจียนอย่างนี้รึเปล่าคะ”เธอทำสีหน้าท่าทางใคร่รู้ปนตื่นเต้นราวกับเก็บอาการไม่อยู่จนทำให้คนอื่นๆที่มองอยู่หันมามองเพียวไผ่ด้วยสายตาใคร่รู้ด้วยเช่นกัน ใบหน้าใสก็ซีดเผือด แกะมือของหมอจีนออกเบาๆ

“มะ...ไม่ครับ เอ่อ..เพียวแค่พักผ่อนน้อยแล้วก็รู้สึกไม่ค่อยสบายตัวครับ”

“แค่นั้นหรอคะ”เธอก็ทำสีหน้าผิดหวังเพียวไผ่พยักหน้าน้อยๆ ก่อนจะหันไปทางนทกรเมื่อรู้สึกว่าอีกฝ่ายกำลังจ้องมองตนไม่วางตา

“ช่วงนี้เพียวเครียดกับการอ่านหนังสือน่ะครับ บวกกับเดือนก่อนกินยาแก้ปวดประจำเดือน เดือนนี้ประจำเดือนก็เลยคลาดเคลื่อนไปเยอะ ไว้ถ้ามีประจำเดือนเพียวจะมาพบหมอจีนกับหมอวีทันทีเลยครับ”

“อันที่จริงไม่ต้องมีประจำเดือนก็ตรวจได้นะคะ เราจะได้รู้...”

“เพียวคิดว่าเพียวอยากไปหาคุณรบ”เพียวไผ่รู้ว่าการพูดแทรกขึ้นมาอย่างนี้มันเป็นเรื่องที่เสียมารยาทไม่น้อยหากแต่ตนไม่อยากให้หมอจีนเซ้าซี้มากกว่านี้ เวลานี้เพียวไผ่ยังไม่พร้อม ไม่พร้อมที่จะบอกให้ใครรู้เรื่องที่เขานั้นกำลังตั้งท้อง จริงอยู่ว่าการซื้อที่ตรวจครรภ์มาตรวจเองไม่ใช่สิ่งที่ควรมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าเขานั้นตั้งครรภ์ ควรที่จะให้มีการตรวจและวินิจฉัยโดยผู้เชี่ยวชาญถึงจะยืนยันได้อย่างชัดเจน แต่ให้คิดยังไง เพียวไผ่ก็ขอว่าไม่ใช่เวลานี้

“อ่า ถ้าคุณเพียวไม่ค่อยสบายเราเลื่อนไปก่อนก็ได้ค่ะ ช่วงนี้หมอวีเองก็ต้องอยู่ที่ศูณย์วิจัยที่ออสเตรีย คงอีกเป็นเดือนกว่าจะกลับมา”เพียวไผ่ขมวดคิ้วกับข้อมูลใหม่

“จำผู้ถูกทดลองของดร.ซาร่าได้ไหมคะ เขายินยอมให้มีการผ่าตัด ตัดปีกมดลูกของตัวเองข้างหนึ่งออกมาเพื่อทำการทดลองและศึกษาวิจัยค่ะ ถึงแม้ว่าที่นั่นจะมีศัลยแพทย์เก่งๆแต่ดร.นักรบก็ส่งหมอวีไปเพื่อเข้าร่วมการผ่าตัด แล้วเก็บข้อมูลอีกทั้งเป็นหนึ่งผู้ช่วยหมอผ่าตัดที่ศูณย์วิจัยที่นั่นค่ะ”เธอเอ่ยออกมาแทบทั้งหมดเมื่อเห็นสีหน้าใครรู้ของเพียวไผ่ เพียวไผ่จึงได้แต่พยักหน้าน้อยๆ งั้นแสดงว่าหากมีการตรวจร่างกาย คนที่จะตรวจร่างกายเขาก็มีแค่หมอจีนสินะ ที่จะคอยตรวจเก็บพวกผลเลือด ของเหลวในร่างกายเขาเสียมากกว่า คงไม่มีการตรวจภายในหรือแสกนร่างกาย อัลตร้าซาวน์เหมือนหมอวีนัสทำ

“คุณเพียวไปหาดร.เถอะค่ะ ไม่รู้ตอนนี้กำลังระเบิดใส่คุณกันรึเปล่า ใครๆก็เข้าหน้าไม่ติดแม้แต่คุณกันเลยค่ะ”เพียวไผ่ก็ยกยิ้มบางๆก่อนจะเดินออกจากห้อง

 

 

ถึงห้องประจำของนักรบแล้วเพียวไผ่ก็ได้แต่ยืนเม้มปาก ก่อนจะสะดุ้งเมื่อประตูห้องถูกเปิด ก่อนที่คนที่เปิดออกมาจะชะงักแล้วยกยิ้มกว้างเมื่อเห็นเพียวไผ่

“คุณเพียว”

“คุณกัน สวัสดีครับ”เพียวไผ่ยกมือไหว้สวัสดีกันทิมาก่อนจะยกยิ้มบางๆ

“มาหาคุณรบหรอครับ”เพียวไผ่ก็พยักหน้า แล้วยื่นกล่องเล็กๆในถุงกระดาษให้กันทิมา

“ขนมจีบครับ เพียวทำมาฝาก”

“ขอบคุณครับ”อีกฝ่ายยกยิ้ม ก่อนจะรับไป

“คุณรบอยู่ในห้องน่ะครับ”เพียวไผ่พยักหน้าเบาๆ กันทิมาจึงหลีกทางให้พร้อมกับหอบเอกสารพะรุงพะรังอีกข้างออกไปเพียวไผ่จึงเดินเข้าไปในห้องเบาๆ เห็นคนร่างสูงกำลังง่วนอยู่กับของเหลวใสๆในหลอดทดลองในห้องทดลองห้องกระจกที่เป็นเขตปลอดเชื้อ คนร่างขาวก็ไม่กล้าทักเพราะดูเหมือนว่านักรบจะกำลังใช้สมาธิสูงกับสิ่งของตรงหน้า

 

ปิเปตขนาดสิบมิลที่อยู่ใสกระบอกเหมือนว่ามันผ่านการฆ่าเชื้อมาแล่วถูกหยิบขึ้นมา ใส่หัวปั๊มดูดก่อนจะดูดน้ำไขสันหลังจากหลอดหนึ่งใส่ลงไปในอีกหลอกหนึ่งที่มีน้ำใสกริ๊กอยู่ก่อนแล้ว ก่อนที่จะถูกลนไผที่ปากหลอดเบาๆตามด้วยการปิดฝาเป็นอย่างสุดท้าย

 

ในห้องกว้างมีแต่ความเงียบ มีเพียงการเคลื่อนไหวของคนร่างสูงที่อยูเขตปลอดเชื้อ ที่กำลังจดจ่อกับสิ่งของต่างๆตรงหน้า จนกระทั่งเสียงมือถือของเพียวไผ่ดังขึ้น เจ้าตัวสะดุ้งโหยงรีบหยิบมือถือออกมา เหลือบไปมองคนร่างสูงเล็กน้อยก็เห็นคนร่างสูงเงยหน้ามองตนแว่บหนึ่ง ก็หันไปสนใจของในมือต่อ เพียวไผ่จึงรับสายแล้วออกไปคุยที่ระเบียงข้างนอกเงียบๆ

 

แดดข้างนอกนั้นแรงจนปวดหัว เพียวไผ่ไม่กล้าเข้าไปคุยข้างใน แม้เขาจะไม่ได้พูดดังแต่ก็อาจจะทำให้นักรบเสียสมาธิได้ แต่แค่ออกมายืนที่ระเบียงเดี๋ยวเดียวเขาก็รู้สึกเหมือนว่าโลกทั้งใบกำลังหมุนเคว้ง

“งั้นถ้าน้องเพียวจะมาก็บอก”เสียงปลายบอก เพียวไผ่ก็ก็พยักหน้าอือออ มือขาวจับราวแน่น พยายามคุยกับพิภพให้จบ จนเพื่อนวางสายลงเพียวไผ่ก็รีบหาที่เกาะอีกข้างทันที

 

โลกทั้งใบทั้งหมุนเคว้งและเป็นคลื่นในเวลาเดียวกันจนทรงตัวไม่อยู่ ร่างเล็กอ่อนแรง แม้แต่จะจับขอบราวระเบียง ก่อนที่จะรู้สึกเหมือนราวกับว่าร่างกายโดนแรงโน้มถ่วงดึงให้ล้มลงในแขนแกร่งที่แสนคิดถึง

 

 

 

ปริบตาบางค่อยๆกระพริบขึ้นทีละน้อยก่อนจะหลับตาปี๋อีกครั้งเมื่อรู้สึกมึนไม่หาย ก่อนจะค่อยๆผ่อนลมหายใจแล้วตั้งสติเมื่อรู้สึกตัว

“ฟื้นแล้วหรอคะ”เสียงสตรีไม่คุ้นหูดังขึ้น เพียวไผ่ลืมตามองเพดานห้อง

 

ห้องทำงานนักรบ..

 

ไม่ทันไรเหมือนกับว่ามือของเขาถูกใครบางคนบีบเบาๆ มืออุ่นลูบใบหน้าอย่างอ่อนโยนก่อนที่คนร่างขาวจะหันไปจ้องคนกระทำ

“คุณรบ”ดวงตากวางเหมือนจะร่ำไห้ในทีเมื่อเห็นตาดุนั้นมองมาด้วยความเป็นห่วงระคนกังวล คิดถึง... ทิ้งให้เขานอนคนเดียวทั้งสัปดาห์ ทิ้งให้เขาหวาดกลัวกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับร่างกายเขา

“เป็นยังไงบ้าง”เสียงทุ้มแม้จะราบเรียบอยู่ในทีแต่ก็ไม่ได้เมินเฉยเสียทีเดียว กลับกันเหมือนว่าแววตาดุคู่นั้นมองมาราวกับกำลังกังวลระคนเป็นห่วง เพียวไผ่ส่ายหน้า รับรู้ถึงผ้าขนหนูหมาดที่ซับตามไรผมเบาๆโดยคนร่างใหญ่ เพียวไผ่ก็จับมือหนานิ่ง แนบแก้มนิ่มเบาๆกับมือที่ถือผ้าหมาดผืนเล็ก ก่อนจะหลับตานิ่ง

“ทำไมถึงไปยืนตากแดดข้างนอก”เสียงทุ้มถามเพียวไผ่จึงลืมตาขึ้นมอง ใบหน้าซีดส่ายหน้าเบาๆ ก่อนตอบ

“เพียวออกไปคุยโทรศัพท์ ภพโทรมาครับ”

“แล้วทำไมไม่คุยในห้อง”

“กลัวรบกวนคุณรบทำงาน”น้ำเสียงเล็กออดอ้อนไม่รู้ตัว ไม่รู้เพราะความคิดถึงที่ล้นปรี่นี้รู้สึกเพราะกำลังดีใจที่เห็นสายตาเป็นห่วงเป็นใยจากตาดุคู่นั่น นักรบไม่ได้ตอบอะไรหลังจากนั้น ยกมือซับใบหน้าซีดเบาๆ จนเห็นว่าใบหน้าซีดมีเลือดฝาดขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย จึงพยุงให้ร่างเล็กลุกขึ้นนั่ง เพียวไผ่หันไปขอบคุณพยาบาลที่ถูกตามตัวมาที่ห้องนักรบ เธอยกยิ้มบางๆแล้วก็ขอตัว เพียวไผ่ก็นั่งเงียบ ก่อนจะปวดตุ้บๆที่ข้อพับศอกของตัวเองจึงก้มมองก็พบมีสำลีแปะไว้เหมือนมีการฉีดยา

“อ้อ หมอจีนเขามาเจาะเลือดน่ะ”คนร่างสูงตอบ ดวงตาไม่ละจากร่างเล็กในขณะที่เพียวไผ่หน้าซีดลงทุกขณะ

“ม..หมอจีนเจาะเลือดไปทำไมครับ”ถามนักรบเสียงตะกุกตะกัก

“หมอจีนสงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับร่างกายเธอ ทำไมจู่ๆถึงเป็นลม น้ำตาลในเลือดอาจจะต่ำ แล้วไหนประจำเดือนถึงคลาดเคลื่อนมากเกินไป”คำตอบจากคนร่างสูงทำเพียวไผ่นั่งนิ่ง เขาจะบอกยังไงดี จะบอกนักรบยังไงดี

 

เขากลัว...

“เป็นอะไรไป”เพียวไผ่ก็เงยหน้าไปมองคนร่างสูง พลันน้ำตาใสหยดเผาะลงมาก่อนจะปาดออกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะส่ายหน้าระรัว

“ปะเปล่าครับ เพียวไม่ได้เป็นอะไร”

“เธอมีอะไรปิดบังฉันเพียวไผ่”เสียงดุถาม เพียวไผ่กำหมัดแน่นส่ายหน้าอีกครั้ง

“ไม่ครับ เพียวไม่ได้มีอะไรปิดบังคุณรบ เพียวแค่รู้สึกเหนื่อยๆ”

“……”

“ช่วงนี้เพียวนอนน้อยไปหน่อยครับ เพราะมัวแต่ทุ่มกับการอ่านหนังสือ”เพียวไผ่รีบตอบฉับพลัน

“งั้นหรอ”คนร่างสูงก็ถามสั้นๆ เพียวไผ่พยักหน้า

“ไม่ได้เป็นอะไรก็ดี”นักรบลุกขึ้น ก่อนจะไปหยิบมือถือที่โต๊ะใหญ่ไม่ไกลเมื่อมีสายเข้า เพียวไผ่มองแผ่นหลังกว้างเงียบๆขณะที่นักรบคุยกับคนปลายสาย ที่เพียวไผ่รู้ว่าเป็นกันทิมาเพราะนักรบเอ่ยชื่อ

 

 

มือขาวกุมบนตักตัวเองแน่น เพียวไผ่รู้สึกเหมือนตัวเองจะหนาวจับขั้วหัวใจ ใจดวงน้อยเหมือนเต้นเบาจนเหมือนจะขาดใจอยู่ร่อมร่อ

 

เขาควรบอกนักรบเรื่องที่เขาตั้งครรภ์ด้วยตัวเอง แต่เพียวไผ่รู้สึกว่าตัวเองยังไม่พร้อม เขาไม่รู้ว่าทำไมถึงกลัวขนาดนี้ กลัว....

กลัวไปหมด...

 

ทั้งๆที่เขาตั้งครรภ์ มันส่งผลต่อการทดลองของนักรบมหาศาล

และนักรบก็คงจะดีใจ...

 

การที่นักรบดีใจควรเป็นเรื่องที่ดี แต่ความกลัวมากมายในใจเขาตอนนี้มันคืออะไร...

กลัวนักรบจะสนใจเด็กในท้องมากกว่า?

กลัวว่าเมื่อเขาคลอดแล้วนักรบจะทิ้ง?

กลัวว่านักรบจะดีกับเขาเพียงเพื่อเด็กในท้อง?

 

แต่จะไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรเพียวไผ่ก็ไม่อยากจะเอ่ยปากพูด...

แต่ถ้าไม่พูดท้ายที่สุดแล้วนักรบก็คงรู้อยู่ดี..

เขาไม่มีทางหนีนักรบพ้น ไม่สิ... เขาหนีไม่ได้

 

อีกสักประเดี๋ยวหมอจีนก็คงเอาผลตรวจเลือดมาให้ นักรบก็รู้อยู่ดี สู้เขาเป็นคนบอกเองก่อนไม่ดีกว่าหรอ หากมีใครที่เขาอยากให้รู้ก็คงไม่พ้นนักรบเป็นคนแรกอยู่ดี

“คุณรบครับ”เพียวไผ่เรียกเมื่อคนร่างสูงวางสาย

“เพียว...มีเรื่องจะบอกคุณรบครับ”ใบหน้าใสหันไปมองนักรบไม่วางตา คนร่างสูงก็พยักหน้าเล็กน้อย

“คือเพียว...”

 

 

“พี่รบ!”แต่แล้วเสียงคนมาใหม่ก็ทำเพียวไผ่ชะงัก หันไปมองคนที่เปิดประตูพรวดพราดเข้ามา ก่อนจะสบตาเข้ากับตาโกรธขึ้งของคนมาใหม่

 

ดร.ทายน์ คนนั้นอีกแล้ว....

 

“ทายน์”

“ทายน์มีเรื่องจะคุยกับพี่รบครับ”เสียงอีกคนเอ่ยบอก เพียวไผ่เม้มปากแน่นนั่งก้มหน้า สองมือกำหมัดแน่น

“มีอะไรก็ว่ามา พี่รอฟัง”เพียวไผ่เงยหน้าพบว่านักรบหันไปพูดกับทวรรษกร คนร่างเล็กก็เบือนหน้าหนี

“มันเรื่องสำคัญครับ พี่รบคงไม่อยากให้คนอื่นรู้”อีกฝ่ายตอบ นักรบก็ถอนหายใจเบาๆมองทวรรษกรนิ่งก่อนจะพยักหน้าแล้วเดินออกไปข้างนอกตามด้วยทวรรษกร

 

ประตูห้องปิดลงปล่อยให้คนร่างเล็กกนั่งเคว้งเพียงลำพังมองประตูห้องนิ่ง

 

 

 

เพียวไผ่รู้ว่านักรบออกไปยังไม่ถึงห้านาทีดีด้วยซ้ำแต่เขากลับรู้สึกว่ามันนานจนต้องลุกขึ้นออกไปหานักรบ หากจะให้ยอมรับตรงๆก็คงพูดได้ว่าไม่อยากให้นักรบอยู่กับผู้ชายคนนั้นนานเกินไป

 

“พี่รบก็รู้ว่าเรื่องแค่นี้ทายน์รับได้”ห่างจากห้องนักรบไม่น้อย เพียวไผ่ก็ชะงักเมื่อได้ยินบทสนทนาแว่วๆหลังผนังที่เป็นพื้นที่คล้ายๆล็อบบี้ มีเก้าอี้หลายตัววางเรียง ร่างเล็กก็ยืนนิ่ง

“มันไม่เกี่ยวว่าทายน์จะรับได้หรือไม่ได้ แต่พี่ไม่อยากปล่อยทุกอย่างไว้จนนานเกินไป"

"แต่ยังไงวันหนึ่งเด็กคนนั้นก็ต้องไปตามทางของเขา หากเด็กคนนั้นคลอดลูกออกมาพี่รบจะยอมให้ลูกไร้แม่อย่างนั้นหรอครับ แค่เป็นแม่ให้เด็กน้อยคนหนึ่งทายน์ทำได้" สองมือขาวของคนร่างเล็กก็กำหมัดแน่น

 

"เด็กคนนั้นผ่านการเป็นเด็กขายของพี่ ทายน์ยังรับได้ แค่รับลูกของเด็กคนนั้นมาเลี้ยงมันไม่ใช่เรื่องยากอะไรนี่ครับ ทายน์จะเป็นแม่ของลูกเพียวไผ่ให้เอง"

"ทายน์"

"อีกแค่ไม่กี่เดือนก็จะครบกำหนดตามสัญญา ไม่เป็นไร ทายน์ทนได้ แค่พี่รบยังไม่ลืมที่เคยบอกทายน์ ว่ายังไงแล้วสำหรับพี่ เพียวไผ่ก็เป็นแค่คนที่พี่เลือกมาทดลอง"

"....."

"หลังจากหย่ากับเด็กนั้น ทายน์จะจัดงานแต่งงานของเราทันที แต่หากเด็กคนนั้นคลอดลูกก็ไม่เป็นไร ต่อสัญญาให้เพียวไผ่ดูแลลูกไปก่อนอีกสักหน่อย แล้วพี่ค่อยหย่า เราค่อยแต่งงานกัน ทายน์ก็ทนได้ ทายน์รอได้"

"พี่ตัดสินใจทุกอย่างแล้ว และพี่ก็เลือกแล้ว"

"งั้นพี่ก็จะหลบหน้ากันอย่างนี้หรอครับ"ร่างเล็กที่ยืนอีกด้านของผนังน้ำตาร่วงเผาะ ไม่สามารถที่จะยืนฟังบทสนทนาต่อไปได้ หันหลังกลับไปยังห้องนักรบก่อนจะหยิบเป้ของตัวเองขึ้น

 

"ฮรึก"ใบหน้าใสเปื้อนน้ำตา

 

สำหรับนักรบเขาเป็นแค่คนที่ถูกทดลอง นักรบมีคนที่นักรบรักอยู่แล้ว สิ่งที่นักรบเคยพูดบอกย้ำๆไม่ให้เขารักนักรบมันก็ชัดเจนอยู่แล้ว มีแค่เขาที่ดันทุรังไปฝ่ายเดียว

 

"ฮรึก"เพียวไผ่สะอึกสะอื้นร้องไห้โฮในลิฟต์คนเดียวขณะที่ลงไปชั้นล่าง

 

'หลังจากหย่ากับเด็กคนนั้นเราจะจัดงานแต่งงานกันทันที'

 

เสียงของทวรรษกรยังคงแล่นเข้ามาไม่หยุด เพียวไผ่รู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบซ้ำๆ ร่างกายโอนเอนคล้ายๆจะล้มลงไปเมื่อออกจากลิฟต์จนไปทิ้งตัวนั่งนิ่งๆที่เก้าอี้ไม่ไกล

 

'ทายน์จะเป็นแม่ของลูกเพียวไผ่ให้เอง'พลันมือขาวลูบหน้าท้องแบนของตัวเองช้าๆ ดวงตากวางสั่นระริก

 

ลูก...

ลูกอย่างนั้นหรอ ...

 

 

 

 

"คุณเพียว"หมอจีนเรียกคนร่างขาวที่พรวดพราดเข้ามาห้องแลปกว้างของตัวเองด้วยความตกใจก่อนที่ใบหน้าน่ารักจะเลื่อนมามองท้องแบนของเพียวไผ่

"คุณหมอ...."เพียวไผ่เรียกหมอจีนนิ่งๆในขณะที่อีกฝ่ายก็นิ่งเช่นกัน ก่อนจะเอ่ยเสียงถามแผ่วเบา

"ที่คุณเพียวไม่อยากให้หมอตรวจร่างกายมันเพราะ..."

"ผลออกมาแล้วอย่างนั้นหรอครับ"เพียวไผ่ถามเสียงสั่น ก่อนจะน้ำตาคลอเบ้าเมื่อหมอจีนพยักหน้า

"คุณรู้มันมาก่อนอยู่แล้วหรอคะ"

"เมื่อวานครับ... เพียวรู้เมื่อวาน ลองไปซื้อที่ตรวจครรภ์มาตรวจเอง"หมอจีนก็อ้าปากค้างด้วยความอึ้งก่อนจะยกยิ้มบางๆ

"แล้วคุณร้องไห้ทำไมคะ มันเป็นสิ่งที่คุณและทุกคนรอคอยมาตลอด ดร.ก็เช่นเดียวกัน"เพียงเอ่ยถึงบุคคลที่สาม น้ำตาหยดใสก็ร่วงเผาะอาบแก้มอีกรอบ

"คุณเพียว"

"คุณหมอยังไม่ได้เอาผลไปให้คุณรบใช่ไหมครับ"เพียวไผ่ถาม แต่หมอจีนก็นิ่งเงียบ

"ยังไม่มีใครรู้เรื่องนี้นอกจากคุณหมอใช่ไหมครับ"

"......."

"ตอบเพียวมาสิครับ"หมอจีนนิ่งเงียบมองคนหน้าใสที่น้ำตาไหลอาบแก้มนิ่ง

"เพียวขอร้อง... ฮรึก อย่าเพิ่งบอกใครได้ไหมครับ"

"หมอคงทำอย่างนั้นไม่ได้หรอกค่ะ"หมอจีนตอบ เพียวไผ่ก็ส่ายหน้าทั้งน้ำตา

"การทดลองครั้งนี้ นอกจากทุ่มงบประมาณเป็นพันล้าน ไหนจะการที่เอาชีวิตคุณกับคุณรบมาทดลองร่วมอีก มันมากเกินไปที่จะ..."

"เพียวขอร้องนะครับคุณหมอ ฮรึก"

"ยังไงก็ไม่ได้ค่ะ"น้ำเสียงนั่นทั้งชัดเจนและหนักแน่น

"นี่คือผลจากการทดลอง เราจำเป็นต้องรายงานทุกอย่างให้ทีมวิจัยทราบเพื่อเก็บข้อมูลทั้งหมดและดำเนินการตามแผนการทดลอง"

"......"

"อีกอย่าง ร่างกายของคุณก็เป็นผู้ชาย ไม่ใช่ครรภ์ของสตรีอย่างคนทั่วไป ไม่มีใครรู้วิธีการรับมือได้ เพราะไม่รู้ว่าจะเหมือนกับกรณีครรภ์ในเพศหญิงรึเปล่า"

"......"

"แค่ประจำเดือนของคุณ ยังออกมาจากทางอื่นที่ไม่ใช่ทางเหมือนผู้หญิงไม่ใช่หรอคะ"เพียวไผ่ไร้คำพูด น้ำตาไหลอาบแก้มจนน่าสงสาร

"หากจะมีคนรับมือได้ จะให้การดูแล และช่วยเหลือหากเกิดอันตรายกับคุณและเด็กในท้องก็มีแค่ทีมวิจัย ถึงแม้เราเองเพิ่งเจอเคสครั้งแรกแต่ทีมวิจัยรู้ข้อมูลทุกอย่างดีกว่าหมอคนไหน"เพียวไผ่สะอึกสะอื้น ความกลัวในใจได้แต่ทวีขึ้นเรื่อยๆ ราวกับไร้ที่พักพิง

"หมอไม่รู้ทำไมจู่ๆคุณถึงพูดอย่างนี้ ทั้งๆที่คุณก็รู้อยู่แล้วว่า ทุกอย่างที่เกิดกับร่างกายคุณจะไม่เป็นความลับอีกต่อไป ทุกอย่างที่เกิดขึ้นคือผลจากการทดลองที่ทุกคนต้องทราบ"เพียวไผ่ส่ายหน้าสงสายตาอย่างเว้าวอนปนขอร้องให้หมอจีน

"คุณเป็นคนเลือกเองไม่ใช่หรอคะ"

"ฮรือออออออ"ท้ายที่สุดแล้วก็ต้องร้องไห้โฮอีกครั้งอย่างหนักหน่วง ราวกับมีผนังหนาขยับเข้ามาทุกด้านจนไร้ทางออก เพียวไผ่พยายามกลั้นน้ำตาก่อนจะเงยหน้ามองหมอจีนอีกครั้งพูดอย่างคนเหนื่อยล้า

"ถ้าหมอจีนคิดอย่างนั้น ก็รายงานผลให้ทุกคนทราบเถอะครับ....."

 

 

 

 

ร่างสวยสมส่วนในชุดกาวน์ก้าวเข้ามาในห้องกว้างหลังจากเคาะประตูก่อนจะพบว่าหัวหน้าของตัวเองราวกับกำลังกระวนกระวายใจบางอย่าง

"จีน เห็นเพียวไผ่รึเปล่า"

"คุณเพียวหรอคะ ไม่ได้อยู่ในห้องกับคุณรบหรอคะ"หันไปทางโซฟาในห้องแต่ก็ไร้คนที่พูดถึง คนร่างสูงก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ ยกมือคลึงขมับ ก่อนจะเอ่ยถาม

"ผลเลือดออกมาแล้วหรอ"หมอจีนพยักหน้าก่อนจะยื่นกระดาษแผ่นบางในมือให้นักรบดู

 

"น้ำตาลในเลือดต่ำและไม่พบความผิดปกติใดๆนอกจากนี้ค่ะ"คนร่างสูงมองกระดาษในมือนิ่ง ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ

"น่าเสียดายนะคะ จีนนึกว่าคุณเพียวจะตั้งท้องซะแล้ว"

 

_____________

เอ้อะ มีคนโดนแกง....

 

หลังจากนี้มันก็จะมีแบบเจ็บแปลบๆเหมียนโดนฉีดยานิดนุงนะฮับ 5555 อย่าเพิ่งเบื่อนกันไปนะงับแงงง

 

 

ทุกคนครับและดูเหมือนว่านิยายจะยาวเพิ่มอีกสักหน่อย แฮ่ะๆๆ โปรดเขียนเพิ่มมา เพราะอยากเห็นใครบางคนแถวนี้โดนเอาคืนอย่างสาสมบ้าง

ถ้ามันจะยาวเพิ่มอีกสักหน่อยทุกคนจะยังไม่ทิ้งโปรดใช่ไหมครับ

 

รออ่านคอมเม้นต์จากทุกคนอยู่ครับ ||| อ้อน

 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านครับ

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว