ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

41 : ยังคิดจะรักอยู่ไหม

ชื่อตอน : 41 : ยังคิดจะรักอยู่ไหม

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 16.8k

ความคิดเห็น : 22

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ธ.ค. 2563 10:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
41 : ยังคิดจะรักอยู่ไหม
แบบอักษร

แม้จะรู้อยู่แล้วว่าคืนนี้นักรบคงไม่กลับมา แต่ก็อดที่จะชะเง้อคอรอไม่ไหว มองนาฬิกาสามทุ่มมือขาวกำมือถือไว้แน่น อยากโทรหานักรบแต่ก็ไม่รู้ว่าควรโทรไปดีไหม แต่แล้วความร้อนรนในใจก็ไม่อาจจะต้านทานไหว เพียงเพราะอยากรู้ว่าเวลานี้อีกคนทำอะไร อยู่กับใคร

 

เพียวไผ่รอสายไม่นานคนปลายสายก็รับ

“ว่ายังไง”ได้ยินคำถามก็อ้ำอึ้งไม่รู้จะพูดอะไร

“เอ่อ คุณรบกินอาหารเย็นแล้วยังครับ”

“อืม กินแล้ว”แต่กล้วก็เหมือนเกิดภาวะเด๊ดแอร์ขึ้นชั่วขณะ

“มีอะไรรึเปล่า”จนคนปลายสายต้องเป็นฝ่ายถามขึ้นมา

“ปะ..เปล่าครับ เพียวแค่เป็นห่วงว่าคุณรบจะทำงานหนักเฉยๆ”คนปลายสายก็เงียบ เพียวไผ่กัดริมฝีปากตัวเองเบาๆ

“อื้ม เข้าใจแล้ว วันนี้ปวดท้องประจำเดือนรึเปล่า”

“ไม่ครับ”เพียวไผ่จึงระบายยิ้มอ่อนๆ แม้จะไม่มีเรื่องจะพูดแต่ก็ไม่อยากเป็นฝ่ายกดวางสายก่อน จึงเอาแต่แนบโทรศัพท์ไว้ที่หูตัวเองก็นึ้นไปนอนบนเตียง

“คุณรบทำอะไรอยู่ครับ”แม้จะไม่กล้าถาม แต่ก็อยากคุยด้วยนานๆ

“เพิ่งกลับมาถึงห้อง วันนี้ประชุมยาว ตอนนี้กำลังจะอาบน้ำ”เพียวไผ่ก็พยักหน้าช้าๆ ก่อนจะกัดปากตัวเองเบาๆเมื่อได้ยินประโยคต่อมา

“อยู่คนเดียว”

“ค..ครับ”ก่อนจะอมยิ้มเบาๆ

“พรุ่งนี้คุณรบจะกลับมาใช่ไหมครับ”

“อื้ม จะกลับไปหา”ใบหน้าใสก็ยกยิ้มอีกครั้ง

“คุณรบอยากกินอะไรไหมครับ เพียวจะได้เข้าครัวทำ”

“ที่บ้านมีแม่บ้านก็ไม่ต้องเหนื่อยหรอก”เพียวไผ่ก็พองลมนิดหน่อย

“ก็ได้ครับ งั้นเพียวจะรอคุณรบนะครับ”

“อื้ม”ได้ยินประโยครับปากสั้นๆ เพียวไผ่ก็พูดอะไรไม่ถูก

“แล้วเธอกำลังทำอะไร”

“เพียวกำลังจะนอนครับ”

“อื้ม งั้นนอนเถอะ นี่ดึกมากแล้ว”

“ครับ ฝันดีนะครับคุณรบ”

“อื้ม ฝันดี”ใบหน้าใสก็ยกยิ้มขึ้นมาอีกครั้งเมื่อได้ยินประโยคจากคนปลายสาย ก่อนจะจ้องจอนิ่งๆแล้วก้มหน้าซุกหมอนด้วยใบหน้าแดงก่ำ

 

คุณรบบอกฝันดีด้วย....

 

 

 

นักรบยังคงเทียวไปเทียวมากับบ้านอิศรศวรเช่นทุกครั้ง เกือบเข้าสามเดือนแล้วที่เพียวไผ่มาอยู่ที่นี่ เพียวไผ่จะเข้าสถาบันในทุกๆเดือน เดือนละสองวัน ทุกวันนี้เพียวไผ่สนิทสนมกับคุณหญิงณิชาจนฝ่ายคุณหญิงณิชาเป็นต้องเรียกหาเพียวไผ่ในทุกๆวัน ไม่ว่าจะทำอะไร จะไปไหน เป็นต้องมีเพียวไผ่ตามไปด้วย เว้นเพียงแต่เป็นงานเข้าสังคม ซึ่งเพียวไผ่เองก็ต้องการอย่างนั้น เขาไม่ต้องการที่จะเข้าไปพบปะกับคนหมู่มากในสังคมที่ต่างชนชั้นกับเขา แรกเริ่มคุณหญิงณิชาไม่ค่อยเห็นด้วยนัก เพราะอยากให้เพียวไผ่ได้เจอกับผู้คนมากมาย แต่เพราะนักรบเองช่วยพูดไว้จึงขัดลูกชายคนโตไม่ได้

“พี่เพียว ผมจะไปดูหนังกับเพื่อน พี่ไปด้วยกันไหมครับ”แม้แต่กับอัศวิน ก็ดูจะเข้ากันได้กับเพียวไผ่ ทีแรกก็มีน้อยอกน้อยใจตามประสาลูกคนเล็กบ้างที่เห็นอคุณหญิงณิชาดูจะอะไรๆก็เพียวไผ่ไปเสียหมด จนเพียวไผ่เองเป็นฝ่ายที่พยายามเข้าหาอัศวินโดยการเอาโจทย์และหนังสือเรียนที่ตัวเองกำลังอ่านเข้าหา จนชายหนุ่มเริ่มที่จะลดความน้อยอกน้อยใจลงไปมาก

“วินไปเถอะ เย็นมากแล้วพี่รบใกล้กลับมาแล้วด้วย”อัศวินก็ยู่หน้าจนเพียวไผ่ระบายยิ้ม ตัวเขาเองก็เพิ่งจะรู้ว่าอัศวินนั้นไม่ค่อยสนิทกับพี่ชายคนโตมากนัก เนื่องด้วยอายุที่ห่างกันและก่อนหน้านี้นักรบแทบจะไม่ได้กลับมาที่บ้านเลย อัศวินเคยบอกว่าบางครั้งแทบลืมไปแล้วว่ามีพี่ชายคนโตชื่อนักรบ แต่มีพี่ชื่อกองทัพเพียงคนเดียว

 

เพียวไผ่ไม่เคยเห็นน้องชายของนักรบที่ชื่อกองทัพ คุณหญิงณิชาเองก็เคยบ่นน้อยใจที่อีกคนไม่ค่อยได้กลับบ้านเพราะงานยุ่งๆ เพียวไผ่เคยเห็นแค่ภาพถ่ายที่วางไว้ในบ้านเพียงแค่นั้น จะว่าไปพี่น้องในบ้านนี้ไม่มีใครเหมือนกันสักคน นักรบนั้นดูเงียบขรึม และดูดุอยู่บ้าง ในขณะที่กองทัพนั้นดูเป็นคนยิ้มง่ายกว่ามาก ส่วนอัศวินติดเป็นคนขี้เล่นเสียมากกว่า

“โหยย เนี่ยหนังใหม่ออก พี่เพียวโทรบอกพี่รบไม่ได้หรอครับ”

“วินโทรไปบอกแทนพี่หน่อย”เพียวไผ่แหย่ รู้ว่าอัศวินไม่ค่อยกล้ากับนักรบเท่าไหร่ แต่เพียวไผ่ก็อยากให้ทั้งสองพี่น้องได้สนิทกัน

“หึ ไม่อะ กลัวโดนเสือหักคอ”เพียวไผ่ก็ส่ายหน้าเล็กน้อย

“พี่รบใจดี”ก่อนจะแย้งแทนบุคคลที่สนาม

“พี่รบก็ใจดีแค่กับพี่เพียวน่ะสิ พ่อเคยบอกวินนะว่าพี่รบอะเคยหักแขนเพื่อนพี่ทัพจนหักด้วย”ว่าแล้วก็ทำหน้าเหยเก จะว่าไปอัศวินเผานักรบด้วยเรื่องนี้ไม่รู้กี่รอบแล้ว มีครั้งหนึ่งพูดอยู่นักรบเดินมาจากด้านหลัง อัศวินถึงกับวิ่งไปหาคุณหญิงณิชาทันที

“งั้นถ้าพี่ไม่ไปถ้าคุณแม่กลับมาฝากพี่เพียวบอกด้วยนะครับ”

“อื้ม”เพียวไผ่รับคำสั้นๆก่อนจะมองตามหลังอัศวินที่เดินออกไปส่วนตัวเองก็แยกไปเรือนเล็ก

 

เพียวไผ่กลับมาเรือนหลังเล็กแล้วเหมือนจะเพิ่งนึกอะไรออกเปิดมือถือเพื่อดูบันทึกปฏิทินของตัวเองก่อนจะขมวดคิ้วจนแทบเป็นปม หากนับตามวันของการมาประจำเดือน หลายวันมานี้ก็ครบเดือนแล้ว ผ่านมาหลายวันแล้วทำไมประจำเดือนของเขาถึงยังไม่มากันนะ สองเดือนก่อนหน้านี้เพียวไผ่ไปสถาบันทุกหนึ่งเดือน ทุกครั้งที่ตรวจก็ไม่พบว่าเขาตั้งครรภ์แต่อย่างใด จนในใจลึกๆนั้นเพียวไผ่รู้สึกดีใจ หากเขาไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ก็คงดี แม้ว่าตามสัญญาครบหนึ่งปีหากเขายังไม่ตั้งครรภ์นักรบจะต้องหย่ากับเขา แต่ว่าหากเขามีข้ออ้างอื่นเพื่ออยู่กับนักรบ เขาก็จะพยายามยกข้ออ้างเหล่านั้น อย่างน้อยๆมันก็ต้องหาได้สักข้ออ้างที่จะได้อยู่กับนักรบต่อไป เพียวไผ่รักนักรบ ไม่คิดแม้แต่จะห่างไปไหน ลืมไปแล้วด้วยซ้ำถึงชีวิตที่ไม่มีนักรบอยู่ด้วยในแต่ละวัน

 

ใจดวงน้อยรู้สึกเหมือนโล่งว่างไปชั่วขณะก่อนจะคำนวนวันที่หมอประจำเดือนครั้งล่าสุดอีกครั้งมันผ่านไปตั้งสามสิบห้าวันแล้ว

 

ทำไมถึงยังไม่มีประจำเดือน ไม่หรอก เขาเนี่ยนะมีตั้งครรภ์..

 

ไม่มีทางหรอก...

 

 

ครั้งที่เขามีอะไรกันครั้งล่าสุดกับนักรบก็คือสามวันก่อน หลังมานี้นักรบเองต้องขับรถกลับบ้านดึก เพียวไผ่จึงอยากให้นักรบได้พักผ่อน วันไหนที่นักรบดูท่าจะเหนื่อยกว่าทักวันตนก็ไม่เซ้าซี้ หากแต่วันไหนที่นักรบต้องการเพียวไผ่ก็ไม่เคยขัดข้อ แต่ถึงจะไม่ได้มีอะไรกันทุกวัน สัปดาห์หนึ่งก็ไม่ต่ำกว่าสี่วัน นั่นก็เรียกว่าบ่อยได้ไม่ต่างกัน

“เพียวไผ่”เสียงทุ้มที่ดังขึ้นจากข้างหลังทำเพียวไผ่สะดุ้ง กำมือถือไว้แน่นหันไปมองนักรบ

“ค...คุณรบ กลับมาถึงนานแล้วหรอครับ”ตาคมดุจ้องร่างเล็กไม่วางตาก่อนจะปรี่เข้ามาหา ยกมือแตะหน้าผากเนียนเบาๆ

“เป็นอะไร”

“ปะเปล่าครับ. เพียวไม่ได้ยินเสียงรถก็เลยไม่ได้ออกไปหา”

“ไม่เป็นไร”คนร่างสูงตอบสั้นๆ ก่อนจะก้มลงมองร่างเล็กที่ยื่นมือแกะไทด์ให้ตัวเอง ไม่ได้พูดอะไร

“วันนี้ประชุมมาเหนื่อยไหมครับ”

“ไม่เท่าไหร่”เสียงทุ้มตอบอีกครั้ง ไม่ยอมละสายตาจากร่างเล็กจนเพียวไผ่ต้องเงยหน้าขึ้นมองเมื่อรู้สึกว่าถูกจ้องนานๆ

“ประจำเดือนครั้งล่าสุดมาเมื่อไหร่แล้ว”จู่ๆร่างสูงก็เอ่ยถามเพียวไผ่ก็ชะงัก เม้มปากแน่น

“ต้นเดือนก่อนครับ”ยิ่งได้ฟังคำตอบร่างสูงก็ขมวดคิ้ว ยกมือจับข้อมือเล็กให้หยุด เพียวไผ่ก็ชะงักไม่กล้าเงยหน้าสบตา

“งั้นเดือนนี้ก็ควรจะมาได้แล้วใช่ไหม”

“อ..เอ่อ...”

“เดือนนี้มีประจำเดือนรึเปล่า”เพีวไผ่ก็ก้มหน้าพลางส่ายหน้าเบาๆ ก่อนจะเงยหน้าสบตาคนร่างสูง เพียงครู่หนึ่งเห็นแววตาคล้ายๆจะตืืนเต้นจากคนร่างสูง

“งั้นพรุ่งนี้ไปสถาบันกัน”

“ตะ...หมอวีนัดเพียวแค่ตอนที่มีประจำเดือนนะครับ”

“แต่การที่เธอไม่มีประจำเดือนอาจจะหมายถึงเธอกำลังตั้งต้อง อาจจะหนึ่งเดือน หรือน้อยกว่านั้น”แม้น้ำเสียงนั้นจะเอ่ยอย่างราบเรียบแต่เพียวไผ่กลับรู้สึกได้ว่ามันเหมือนว่าคนตรงหน้าเขากำลังดีใจ ทั้งดีใจทั้งตื่นเต้น จนมันปิดไม่อยู่ต้องเผยออกมาทางแววตาดุคู่นั้น

“เมื่อเดือนก่อนเพียวกินยาแก้ปวดประจำเดือนไปถึงสามวันติด คงจะเป็นอาการข้างเคียงจากยาครับทำให้ประจำเดือนมันคลาดเคลื่อน”เพียวไผ่ตอบ นักรบก็นิ่งเงียบ

“ผลข้างเคียงที่มักจะเกิดคือประจำเดือนของเธอน้อยลงไม่ใช่รึไง”

“ครับ ตะ..แต่ว่าบางทีมันก็ส่งผลกระทบต่อการมีประจำเดือนเดือนอื่นๆด้วยครับ”เพียวไผ่หลบสายตาตอบ แม้ในใจนั้นเริ่มหวั่นวิตกแล้วก็ตาม

“งั้นหรอ”เพียวไผ่ก็พยักหน้า

“ครับ รออีกสักหนึ่งสัปดาห์ หรือสองสัปดาห์ แล้วค่อยตรวจจะได้ไหมครับ”คนร่างสูงทำท่าครู่คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะก้มลงมองตากวางที่ช้อนตามอง ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ

“ถ้าเธอสบายใจอย่างนั้นก็ตามใจ”เพียวไผ่จึงระบายยิ้มออกมา สวมกอดคนร่างสูงอย่างออดอ้อน รับรู้ถึงแขนแกร่งที่สวมกอดเอวตนหลวมๆ

“ฉันตัวเหม็นเหงื่อนะเพียวไผ่”เพียวไผ่ก็ส่ายหน้า

“คุณรบตัวหอม”แต่คนตัวเล็กกว่าช่างอวยอย่างไร เวลาผ่านไปหลายเดือนที่ได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกัน ได้รู้จักกันก็ยังคงอวยเสมอต้นเสมอปลาย จนคนแก่ได้แต่ใจพองโตอยู่ลึกๆ จนต้องเลื่อนมือหนาบีบสะโพกนิ่มแรงๆ

“วันนี้คุณรบทำเบาๆได้ไหมครับ”เพียวไผ่กระซิบ

“ทำไม”อีกฝ่ายถามเสียงต่ำขณะที่ปลดเสื้อของคนตัวเล็กออก

“เพียวไม่อยากให้คุณรบเหนื่อยเกินไปนี่ครับ”

“งั้นก็ทำให้ฉัน”คนร่างสูงเลิกคิ้วน้อยๆเมื่อดวงตากวางช้อนตาขึ้นอย่างออดอ้อน จนตาดุต้องหันไปทางอื่นสะกดกลั้นอารมณ์ตัวเองไม่ให้ตะกละตะกลามทำคนร่างเล็กระบมหลังจากที่ห่างจากเรื่องเซ็กส์ถึงสามวัน

 

 

 

 

ร่างกายเปลือยเปล่าตระกองกอดกันบนเตียงกว้าง สภาพเตียงที่บ่งบอกถึงสงครามรักที่ผ่านไปหลายชั่วโมงก่อนหน้านี้ ร่างเล็กมีรอยสีกุหลาบตรงหน้าอกมีให้เห็นอยู่หลายจุด แต่จุดที่มีมากกว่าคงไม่พ้นตรงขาอ่อนของคนร่างเล็ก เพียงไผ่ยกแขนเล็กพาดคนร่างใหญ่กอดร่างกายอย่างออดอ้อนก่อนจะเอ่ยถาม

“คุณรบครับ”

“ว่าไง”รับรู้ถึงมือใหญ่ที่ลูบผมของตนแผ่วเบา

“คุณรบเสียใจรึเปล่าครับ”

“เรื่อง?”

“เราแต่งงานกันตอนนี้จะเข้าเดือนที่สี่แล้วแต่เพียวยังไม่ได้ตั้งครรภ์”ร่างสูงไม่ได้ให้คำตอบ ยกร่างเล็กให้นอนทาบบนร่างแกร่งก่อนจะลูบร่างเปลือยเปล่าของคนตัวเล็กเบาๆ

“เพียวขอโทษนะครับ”ใจดวงน้อยวูบโหวงไปครู่หนึ่งเมื่อไม่ได้ยินคำตอบ ทิ้งศีรษะซบอกกว้างนิ่งๆ

“หากงานวิจัยของคุณรบไม่ถึงไหน...”

“อาจจะยังไม่ถึงเวลา ไม่จำเป็นต้องกดดัน ถึงเธอจะท้องหรือไม่ท้อง มันก็ถือเป็นผลพิสูจน์ที่ให้คำตอบแก่งานวิจัยฉัน”

“คุณรบอยากให้เพียวตั้งท้องเร็วๆรึเปล่าครับ”เสียงถามอู้อี้

“หากเธอท้องได้ก็อยากเห็นเร็วๆ”

“แล้วถ้าเกิดว่าครบหนึ่งปี ผลมันออกมาว่าเพียวท้องไม่ได้ล่ะครับ”เพียวไผ่ถามอีกครั้ง

“ก็บอกแล้วไงว่าผลจะออกมาเป็นยังไงก็ถือเป็นคำตอบของการทดลอง”แต่เพียวไผ่กลับส่ายหน้า จนมือใหญ่ที่กำลังลูบเม้นผมนิ่มชะงัก

“เพียวหมายถึงคุณรบจะทิ้งขว้างเพียวไหมครับ”อีกครั้งที่ใจดวงเล็กเหมือนกับตกไปอยู่ตาตุ่ม เพียวไผ่กลืนก้อนสะอื้นที่จู่ๆเหมือนจะทะลักออกมาให้กลับลงไป

“คุณรบไม่ทิ้งเพียวได้ไหม”

“เธอคิดมากเรื่องนี้?”เพียวไผ่ก็นิ่งเงียบ ขยับกายบนร่างใหญ่เล็กน้อย

“เพียวรู้ว่าเราแต่งงานกันเพราะอะไร แต่เพียว...”

“เธอยังคิดรักฉันอยู่ใช่ไหมเพียวไผ่”เสียงทุ้มกระซิบถาม ดวงตาดุก้มมองคนในอกราวกับตั้งใจรอคำตอบ เพียวไผ่ก็นิ่งเงียบ ก่อนจะเอ่ยออกมาเบาๆ

“เพียวไม่รู้”หากเงยหน้าขึ้นมองสักนิดคงจะเห็นแววตาคล้ายๆผิดหวังกับคำตอบจากคนร่างใหญ่

“งั้นหรอ”เพียวไผ่ก็นิ่งเงียบ ได้ยินเสียงถอนหายใจเบาๆจากคนร่างใหญ่ เพียวไผ่ก็เม้มปากนิ่ง เพียงแค่เอ่ยเรื่องนี้นักรบก็คงไม่อยากจะฟังแล้ว หากเขาบอกรักไปนักรบจะยังอยากมองหน้าเขาไหม ที่ยังดันทุรังรักมากขึ้นทุกวัน

“ยังไงทางสถาบันก็ไม่ทิ้งขว้างเธอกับแป้งพิมพ์อยู่แล้ว ตามสัญญาที่เธอได้อ่านตั้งแต่แรก แค่เธอทำตามในสัญญานั้นอย่างเคร่งครัดตลอดหนึ่งปีไม่ผิดตามสัญญานั้น หลังจบการทดลองครั้งนี้ เธอจะได้อิสระอย่างเต็มที่ สถาบันจะรับผิดชอบค่าใช้ให้เธอตลอดชีพอยู่แล้ว”เพียวไผ่ไม่ต้องการการไม่ทิ้งขว้างอย่างที่นักรบหมายถึง เพียวไผ่ต้องการการไม่ทิ้งขว้างโดยที่เขาสามารถอยู่ใกล้ชิดกับนักรบได้เหมือนทุกวันนี้ ได้รับการเอาใจใส่ดูแลจากนักรบ นั่นต่างหากคือสิ่งที่เพียวไผ่ต้องการ แม้ได้เงินมากมายจากสถาบัน แต่หากไม่ได้อยู่ใกล้กับนักรบนั่นก็ไม่ต่างจากการถูกทิ้งขว้าง

 

การไม่เหลือใครในชีวิตคือสิ่งที่เพียวไผ่ไม่ต้องการมาตลอด

การมีแป้งพิมพ์เป็นครอบครัวที่ยังเหลืออยู่ทำให้เพียวไผ่รู้สึกอุ่นใจเสมอที่รู้ว่าตนไม่ได้โดดเดี่ยวไปเสียทั้งหมด

และการที่มีนักรบอยู่ในชีวิตตลอดระยะเวลาที่ผ่าน มันเหมือนว่าชีวิตที่เคว้งคว้างของเขาได้รับการเติมเต็ม

หากวันหนึ่งขาดไปเพียวไผ่ไม่รู้ว่าต้องทำยังไง

 

ชีวิตที่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวคือสิ่งที่เพียวไผ่กลัว มันน่ากลัวและรู้สึกกลัวมาตลอด เกลียดการถูกทิ้งขว้าง เกลียดการที่หัวใจมันต้องโหยหา มันเหมือนมุมมืดในชีวิตที่ไม่อยากย่างกรายเข้าไป

 

 

 

“วันไหนที่มีประจำเดือนก็โทรหา ฉันจะมารับไปสถาบันไม่ก็โทรหากันตามใจเธอสะดวก”

“คุณรบจะไม่กลับมาหรอครับ”

“ช่วงนี้มีประชุมบอร์ดบริหาร งานหลายอย่าง”เพียวไผ่เม้มปาก ก้มหน้ามองมือถือในมือ ไม่เข้าใจท่าทีห่างเหินของนักรบในวันนี้เท่าไหร่นัก อันที่จริงมันก็ตั้งแต่เมื่อคืนหลังร่วมรักกับนักรบ หลังจากนั้นก็ร่วมมื้อค่ำที่เรือนใหญ่คนร่างสูงก็ดูเหมือนว่าจะเมินเฉยใส่เขาอยู่บ้าง แต่เห็นชัดกว่าคงจะเป็นเช้านี้ แม้แต่อัศวินเองยังกระซิบถามว่าพี่ชายตนเป็นอะไรทำไมดูน่ากลัวกว่าทุกวัน

 

หรือนักรบจะโกรธที่เขาเอ่ยเรื่องนั้นขึ้นมา เป็นอย่างนี้แล้วเขาจะกล้าเอ่ยบอกรักนักรบได้ยังไง ในใจลึกๆได้แต่น้อยอกน้อยใจเหตุใดคนร่างสูงถึงไม่มองเห็นเขาบ้าง การรักใครสักคนมันยากมากแค่ไหนกัน แล้วทำไมเป็นเขาที่ต้องรักนักรบมากขึ้นทุกวัน

 

 

 

เป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์แล้วที่นักรบไม่กลับมาที่บ้าน คนร่างเล็กได้แต่เฝ้ารอทุกๆเย็นหวังว่าจะได้ยินเสียงรถที่คุ้นเคยกลับมาในรั้วบ้าน แต่รอทุกๆเย็นๆก็ไม่เห็นกลับมา แม้คุณหญิงณิชาจะเอ่ยถามว่าเหตุใดนักรบถึงไม่กลับมา ‘พี่รบบอกช่วงนี้งานรัดตัวเลยครับ’ ก็ได้แต่ยกเรื่องงานให้เธอรับรู้ เพียวไผ่เคยโทรไปหาช่วงสองวันแรกแต่อีกฝ่ายไม่รับสาย จึงไม่กล้าโทรหาหลายๆครั้ง ไม่อยากให้นักรบรำคาญ จนสุดท้ายก็ไม่กล้าโทรหาอีก

 

“หนูเพียว หนูเป็นอะไรรึเปล่าลูก หน้าหนูดูซีดๆนะ”เสียงเอ่ยทักจากคุณหญิงณิชาขณะที่เข้ามาเรือนใหญ่เพื่อร่วมโต๊ะอาหารเช้า เพียวไผ่ส่งยิ้มให้เธอจางๆก่อนจะตอบเสียงเบา

“ไม่ได้เป็นอะไรครับ สงสัยพักผ่อนน้อย ช่วงนี้เพียวอ่านหนังสือหนักไปหน่อยครับ”เพียวไผ่กระชับมืออุ่นที่ยื่นมาจับมือตัวเองเบาๆ แม้จะรู้สึกแปลกๆกับร่างกายตัวเองอยู่บ้าง สองสามวันมานี้รู้สึกว่าตัวเองเหมือนจะเวียนหัวอยู่บ่อยๆ ยืนอยู่ดีๆก็คล้ายๆกับโลกหมุนเสียอย่างนั้น

“ช่วงนี้ถ้าพี่รบงานยุ่งไม่ค่อยได้กลับมา หนูมานอนเรือนใหญ่ไหมลูก คุณแม่เป็นห่วง”แววตาเป็นห่วงเป็นใยส่งกลับมาไม่ปิดบังทำให้เพียวไผ่ได้แต่ขอบคุณอยู่ในใจ

“ไม่เป็นไรครับ เพียวกลัวว่าพี่รบจะกลับมาถึงบ้านดึก”คุณหญิงณิชาก็ได้แต่ถอนหายใจเบาๆ มองใบหน้าใสด้วยความเอ็นดูก่อนจะชวนไปที่โต๊ะอาหาร

 

 

“วันนี้มีข้าวต้มค่ะ เป็นของโปรดคุณรบด้วยนะคะ”แต่ทันทีที่อาหารในชามถูกยกเสิร์ฟตรงหน้า ใบหน้าใสก็กลับทำท่าพะอืดพะอม เมื่อกลิ่นอาหารตีเข้าจมูกอย่างแรง จนเหมือนกับจะอาเจียน

“อึก”

“โอ้กกกก”จนต้องลุกแล้ววิ่งไปที่หน้าต่างโก่งคอเสียอย่างนั้น

“หนูเพียว”เสียงตกอกตกใจจากคุณหญิงณิชาดังขึ้น ก่อนจะรีบบอกให้สาวใช้ไปเอาน้ำมาให้อย่างเร่งด่วนเธอก็รีบมาลูบหลังบางด้วยแววตาตื่นตระหนก

 

แต่ดูท่าแล้วคนที่จะตื่นตกใจคงไม่พ้นเจ้าตัว ที่หน้าซีด มือขาวจับขอบหน้าต่างไว้แน่น ดวงตาเหม่อลอย ....

 

_________

น้อนนนน......

 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะงับ

 

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว