ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

40 : ผู้ชายคนนั้น

ชื่อตอน : 40 : ผู้ชายคนนั้น

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 16.3k

ความคิดเห็น : 29

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ธ.ค. 2563 10:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
40 : ผู้ชายคนนั้น
แบบอักษร

กลิ่นกาแฟโชยตลบอบอวลภายในห้องกว้าง เพียวไผ่ตักข้าวต้มใส่ชามก่อนจะยกไปที่เคาเตอร์สูงในห้องครัวก่อนจะเดินเข้าไปในห้องนอนยกยิ้มบางๆแล้วเดินตรงไปที่คนร่างสูงที่กำลังใส่เน็คไทด์ มือขาวก็ยื่นจับก่อนจะรูดให้อย่างเบามือ ใบหน้าใสยังคงเปื้อนยิ้มเช่นทุกวัน คนร่างสูงก็ยืนจ้องนิ่งจนกระทั่งคนร่างเล็กจัดเน็คไทด์ได้ตรงเรียบร้อย

“เพียวชงกาแฟไว้แล้วครับ”

“อืม”นักรบรับคำสั้นๆ ก่อนจะเดินออกไป เพียวไผ่เข้าห้องแต่งตัวก็หยิบสูทออกมา ก่อนจะยื่นให้คนร่างสูง นักรบก็รับมาสวม ดวงตาคมดุจ้องร่างขาวไม่วางตาจนคนตัวเล็กเสียเองที่เป็นคนต้องหลบตา กระวีกระวาดไปนั่งบนเก้าอี้ที่เคาเตอร์ตักข้าวต้มกินเงียบๆ ส่วนคนร่างสูงก็นั่งไม่ไกลตัวยกกาแฟขึ้นดื่ม

“สักช่วงเย็นฉันจะกลับ ยังไงก็เก็บของให้เรียบร้อย”

“ครับ คุณรบจะให้เพียวเก็บอะไรของคุณรบไหมครับ”

“ไม่เป็นไร”

“ครับ”

“ช่วงเที่ยงเพียวจะไปหาภพนะครับ กลัวว่าถ้าภพมาหาที่คอนโดเพียวไม่อยู่ กลัวจะเป็นห่วง”คนร่างสูงนิ่งเงียบไปครู่ก่อนจะรับคำว่า ‘อืม’ สั้นๆเช่นทุกครั้ง จนกาแฟพร่องแก้วแล้วก็หยิบกุญแจรถจะเดินออกไปแต่เพียวไผ่ก็เรียกไว้

 

คนตัวเล็กกว่าเดินไปใกล้ เขย่งเท้าเล็กน้อยก่อนจะหอมแก้มคนหน้าดุเบาๆ ก้มหน้างุดบอกเสียงแผ่ว

“เจอกัน อื้อออ”แต่ไม่วายโดนคนร่างสูงเชยคางก่อนจะฉกจูบริมฝีปากบางเบาๆ แล้วถอนจูบออกมา

“เจอกันเย็นนี้ครับ”เพียวไผ่จึงพูดอีกครั้ง ส่งคนร่างสูงเดินออกจากประตู ส่วนตัวเองก็นั่งกินข้าวต้มต่อไปจนหมดชามจึงจัดการทำความสะอาดล้างจานให้เรียบร้อย ก่อนจะล็อคประตูห้องแล้วกลับห้องตัวเอง

 

เย็นแล้วเพียวไผ่ลากกระเป๋าลากใบเล็กของตัวเองไปยังลิฟต์อย่างรวดเร็วเมื่อนักรบโทรมาว่าจะรออยู่หน้าคอนโด ลงจากรถแล้วไม่รีรอเอากระเป๋าใส่เบาะหลังแล้วก็ไปนั่งหน้าคู่กับคนร่างสูง คาดสายเบลท์ให้เรียบร้อยก่อนจะหันไปส่งยิ้มหวานให้คนข้างๆ

 

ฟอด ไม่วายโน้มตัวไปหอมแก้มคนร่างสูงเบาๆ แล้วเอ่ยถาม

“วันนี้ทำงานเหนื่อยไหมครับ”

“นิดหน่อย”เพียวไผ่ก็พยักหน้ารับรู้ ก่อนจะนั่งเงียบไปตลอดสายจนถึงบ้านอิศรศวร

 

ถึงบ้านอิศรศวรแล้วคนที่ดูน่าจะดีใจที่สุดคงไม่พ้นคุณหญิงณิชายิ่งเห็นกระเป๋าลากใบเล็กๆของเพียวไผ่เธอก็ยิ่งมั่นใจว่าลูกชายและเพียวไผ่จะมาอยู่ที่บ้านเธอก็ยกยิ้มกว้างเข้าไปใหญ่ รีบบอกให้เหล่าคนรับใช้ตั้งโต๊ะอาหารเย็น เพราะได้เวลาแล้ว คุณหญิงณิชาบอกว่าตนได้ตกแต่งห้องนอนใหม่ที่เรือนใหญ่ไว้สำหรับเพียวไผ่โดยเฉพาะแต่ก็ไม่อาจจะเถียงคำของลูกชายไม่ได้เมื่อนักรบยืนยันว่าจะให้เพียวไผ่พักที่เรือนหลังเล็ก

 

เมื่อมาอยู่บ้านอิศรศวรงานบ้านที่เคยทำให้คอนโดของตัวเองก็แทบจะไม่มีเหลือให้ทำเมื่อคุณหญิงณิชาแทบจะไม่ให้เพียวไผ่ได้จับต้องงานบ้านแม้แต่นิดเดียว อีกทั้งประคบประหงมเสียจนเพียวไผ่เกรงใจ จนเวลาผ่านไปสองสัปดาห์กับการอยู่ที่บ้านอิศรศวรนักรบจะกลับมาที่บ้านก็ช่วงเย็นๆในทุกวัน เพียวไผ่เองเมื่ออยู่ที่นี่ไม่มีอะไรทำจึงตั้งใจที่จัอ่านหนังสือ หลังจากที่อ่านบ้าง ลืมบ้างก็หยิบจับมาเป็นเรื่องเป็นราว เพราะถึงอย่างไรเสียเพียวไผ่เองก็ตั้งใจที่จะเรียนต่อ

 

ช่วงเวลาที่นักรบไม่ได้อยู่ที่บ้านเพียวไผ่จึงมักจะง่วนกับการอ่านหนังสือและทำโจทย์ อีกทั้งคุณหญิงณิชาเองก็ได้จ้างครูสอนพิเศษให้มาสอนพิเศษเพียวไผ่ในวิชาที่คิดว่าควรเรียนพิเศษเพิ่ม เนื่องจากอัศวินเองตอนนี้ก็อยู่มัธยมหกก็กำลังตั้งใจอ่านหนังสือด้วยเช่นกัน เพียวไผ่จึงมีเพื่อนอ่านหนังสือเป็นเพื่อนด้วย

 

หลังอาหารค่ำก็จะใช้ช่วงเวลาอยู่กับนักรบเป็นส่วนมาก เรื่องบนเตียงเกิดขึ้นทุกวันแทบจะไม่เว้นห่าง จนกระทั่งวันที่มีเลือดสีแดงไหลออกจากร่างกายอีกครั้ง ใบหน้าใสยกยิ้มมองเลือดที่เปื้อนกางเกงของตัวเอง

 

เขายังไม่ได้ตั้งครรภ์...

 

ค่ำคืนนี้จึงไม่ได้มีการร่วมรักกับนักรบ อีกทั้งพรุ่งนี้จึงต้องไปที่สถาบันอีกครั้ง

 

“คุณรบครับ”เพียวไผ่เรียกนักรบขณะที่นั่งรถมุ่งหน้าสู่สถาบันด้วยกัน ในวันนี้เขานั้นต้องอยู่ที่สถาบันทั้งวันหากแต่นักรบมีประชุมสำคัญที่อื่น จึงอาจจะไม่ได้อยู่กับเขา

“ว่ายังไง”

"หลังตรวจร่างกายเสร็จวันนี้เพียวจะแวะไปหาน้องกวินนะครับ"

“อืม” ไม่ได้เจอน้องกวินมาหลายสัปดาห์แล้วเพียวไผ่คิดถึงเจ้าตัวน้อยที่ตอนนี้เริ่มคลานได้บ้างแล้ว

 

 

 

เสียงหัวร่อต่อกระซิกดังจากแลปหมอจีนราวกับว่ากำลังมีบทสนทนาแสนสนุกในห้องนั้น เพียวไผ่หัวเราะคิกคักเมื่อหมอจีนกำลังวีรกรรมสุดแสบของตนเมื่อครั้งที่กำลังเรียนในมหาลัย เพิ่งรู้ว่าหมอจีนกับกับหมอมาร์คเรียนจบจากที่เดียวกัน คณะเดียวกัน อีกทั้งยังเป็นสายรหัสกันด้วย บทสนทนาเป็นไปเรื่อยๆ ขณะเดียวกันก็ไม่ลืมเรื่องตรวจร่างกายที่เป็นไปพร้อมๆกัน

“สวัสดีครับ กาแฟครับหมอจีน”

“ฮื้อออ พี่นุขอบคุณค่ะ”หมอจีนยกยิ้มกว้างเมื่อวิษนุหิ้วกาแฟเข้ามา อีกทั้งยังยื่นโกโก้ร้อนให้เพียวไผ่อีกด้วย

“อันนี้ของน้องเพียวครับ”

“ขอบคุณครับ”เพียวไผ่ยกมือไหว้ขอบคุณก่อนจะรับเครื่องดื่มมา โกโก้ร้อนกำลังอุ่นเมื่อต้องอยู่ในห้องที่แอร์เย็นฉ่ำขนาดนี้ จากเวลาเช้าสู่เวลาบ่าย จนกระทั่งเสร็จสิ้นจากการตรวจร่างกายแล้วเพียวไผ่ก็มานั่งที่ห้องรับรองฝั่งห้องประชุม เนื่องจากวิษนุบอกว่าไหนๆก็ไหนๆแล้ว เขาเองก็จะผ่านแถวที่เพียวไผ่ไปเหมือนกัน เพราะงั้นจึงอาสาจะไปส่งให้ แม้เพียวไผ่จะปฏิเสธแต่เพียววิษนุคะยั่ยคะยอจะไปส่งให้ได้จึงปฏิเสธไม่ลง วิษนุบอกใ่าขอเคลียร์งานเดี๋ยวเดียวก็จะเสร็จแล้ว

 

“อุ้ย ขอโทษค่ะ”เสียงของผู้หญิงดังขึ้นเมื่อเธอเปิดประตูเข้ามา แล้วมองเพียวไผ่ตกใจเล็กน้อย เธออยู่ในชุดนักศึกษาที่ใส่กาวน์ทับ สวมแว่นตาหนาเตอะ เข้ามาในห้องพยักหน้าให้เพียวไผ่เล็กน้อยแม้จะงุนงงที่เห็นเพียวไผ่นั่งอยู่ก่อนจะไปหยิบเอกสารปึกแฟ้มไม่ไกลที่วางไว้

“ค่ะ อ.ทายน์ ใช่ค่ะ เอกสารหนูเอามาแล้วค่ะ”เสียงเธอแว่วมาเมื่อรับสายขณะที่เปิดประตู แต่เพราะเธอถือทั้งปึกแฟ้มเอกสาร อีกมือหนึ่งก็จับมือถือ อีกมือก็จะเปิดประตูเอกสารในมือจึงตกเกลื่อนพื้น จนเพียวไผ่ต้องปรี่ไปช่วยเก็บ

“ผมช่วยถือให้ครับ”

“ขอบคุณนะคะ”เธอไม่อาจจะปฏิเสธได้ ได้แต่ส่งคำขอบคุณ เพียวไผ่จึงเดินถือเอกสารตามเธอ

“มาฝึกงานหรอครับ”เคยเห็นนักศึกษามาฝึกงานอยู่ที่นี่บ้าง เธอคนนี้ก็อาจจะใช่ด้วยเช่นกัน

“ใช่ค่ะ”เธอตอบสั้นๆพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะเลี้ยวไปยังห้องปฏิบัติการจุลห้องหนึ่ง เพียวไผ่ไม่เคยมาที่ห้องแลปฝั่งนี้ ส่วนใหญ่ก็จะคลุกที่ห้องแลปหมอจีนกับหมอวีนัสเสียมากกว่า และห้องสแกนร่างกายขนาดใหญ่ แต่ก็อย่างว่าที่นี่มีห้องปฏิบัติการครบครัน ทั้งเกี่ยวกับทางการแพทย์หรือแม้แต่เกี่ยวกับพวกจุลสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก จนบางครั้งงานวิจัยใหญ่หลายอย่างต้องมาใช้อุปกรณ์ที่ไม่สามารถนำเข้า อาจจะด้วยปัจจัยหลายๆอย่าง จำเป็นต้องมาใช้ที่นี่

“มาแล้วค่ะอาจารย์”ไม่สามารถเข้าไปในเขตห้องปฏิบัติการที่ปลอดเชื้อได้เพียวไผ่รู้ดีอีกทั้งคนที่นักศึกษาหญิงดังกล่าวเรียกว่าอาจารย์ก็กำลังรออยู่ตรงหน้า เพียวไผ่นิ่งเงียบเมื่อเห็นบุคคลที่เป็นอาจารย์ของนักศึกษาหญิงดังกล่าว

 

ดร.ทายน์ ทวรรษกรคนนั้นอีกแล้ว ทำไมโลกกลมจังนะ เพียวไผ่ขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะยกยิ้มบางๆให้นักศึกษาหญิงคนนั้น เธอกล่าวขอบคุณแล้วรับแฟ้มเอกสารจากมือเพียวไผ่ เพียวไผ่ก็พยักหน้าน้อยๆ หันไปมองคนร่างโปร่งใบหน้าหล่อเหลาอีกครั้ง เขาเหลือบขึ้นมองเพียวไผ่เล็กน้อยเช่นกันแต่ไม่ได้พูดอะไร ก่อนจะหันไปสนใจเพลทจากนักศึกษาอีกคน

 

 

เพียวไผ่เดินตามทางเดินเพื่อกลับไปยังห้องรับรองแขกอีกครั้งอดคิดไม่ได้ว่าเหตุใดทวรรษกรถึงมาอยู่ที่ห้องแลปนี้ คงมีเหตุจำเป็นจริงๆล่ะมั้งถึงต้องมาอยู่ที่แลปที่นี่

 

“น้องเพียวเหม่ออะไรครับเนี่ย”เพียวไผ่สะดุ้งน้อยๆเมื่อวิษนุสะกิดเบาๆ

“อ้อ เปล่าครับ พี่นุครับ เพียวถามอะไรหน่อยได้ไหมครับ”

“อื้ม”วิษนุเองก็ไม่ขัดตั้งใจรอคำถามจากเพียวไผ่อย่างใจจดใจจ่อ

“ช่วงนี้มีนักศึกษามาฝึกงานที่สถาบันหรอครับ”

“มันก็มีตลอดเลยนะครับ น้องเพียวมีอะไรรึเปล่า”

“อ้อ เปล่าครับ ไม่มีอะไร”

“ครับ จริงๆที่สถาบันไม่ได้มีแค่ฝึกงานนะครับ แต่บางครั้งนักวิจัยก็มีการทดลองที่สถาบันด้วยครับ บางทีอาจจะไม่ใช่นักวิจัยหรือนักวิทยาศาสตร์ของทางสถาบันแต่เป็นนักวิทย์จากที่อื่น ก็สถาบันที่นี่เป็นเอกชนครับถ้ามีเงินจ่ายพอสำหรับค่าใช้จ่ายของเครื่องไม้เครื่องมือหรือห้อง ทางสถาบันก็มีให้ใช้ เพียงแต่ว่าต้องผ่านอะไรหลายๆอย่าง ไม่ใช่แค่ว่ามีเงินแล้วจะเข้ามาทำอะไรก็ได้ ไม่อย่างนั้นหากมีการทำสิ่งที่ผิดจริยธรรมหรือผิดกฏหมายสถาบันก็จะเสียหายได้”

“นั่นสินะครับ”เพียวไผ่พยักหน้าเล็กน้อย ไม่ได้ถามอะไรต่อไปมากกว่านั้น ก่อนจะรับสายเมื่อเห็นว่าเป็นนักรบที่โทรเข้ามา

“ไปกับใคร”เสียงทุ้มดุเอ่ยถาม

“ครับ?”

“ฉันถามว่าเธอไปบ้านลุงกับป้าเธอกับใคร”

“กับพี่นุครับ”เพียวไผ่ตอบเสียงเบา

“ไหนบอกฉันว่าจะไปเอง”

“พี่นุบอกว่าจะผ่านเส้นทางบ้านลุงป้าอยู่แล้วครับ ก็เลยให้เพียวติดรถมาด้วย”ปลายสายก็เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเสียงราบเรียบตอบกลับมา

“ถ้าจะกลับคอนโดก็โทรหาฉัน”ไม่ทันเพียวไผ่จะเอ่ยอะไรปลายสายก็ตัดฉับลงดื้อๆได้แต่มองจอตาปริบๆ ไม่เข้าใจ ก่อนจะยกมือไหว้ขอบคุณวิษนุเมื่อถึงบ้านลุงกับป้า

 

 

เพียวไผ่นั่งหยอกล้อกับเด็กชายกวินจนเด็กชายผล็อยหลับไปถึงรอบที่สองแล้ว เพียวไผ่ก็จ้องใบหน้าขาวกลมแก้มป่องของเด็กชายเงียบๆ มือน้อยๆยังคงกำนิ้วก้อยอีกข้างของเพียวไผ่ไม่ปล่อยจนเพียวไผ่ได้แต่ยกยิ้มบางๆ ยกมืออีกข้างเกลี่ยมแก้มนิ่มราวกับเต้าหู้ก้อนเบาๆ

 

ถ้ามีเจ้าตัวน้อยเกิดกับเขาจริงๆ จะน่ารักน่าชังอย่างนี้ไหมนะ จะตัวนุ่มนิ่มเหมือนก้อนเต้าหู้อย่างนี้ไหมนะ หากนุ่มนิ่มอย่างนี้ เวลานักรบอุ้มเจ้าตัวเล็กจะร้องไห้ไหมนะ

 

แต่นักรบคงไม่จับเจ้าตัวเล็กจนเจ็บถึงกับร้องไห้จ้าหรอกมั้ง ก็นักรบน่ะ อ่อนโยนจะตาย

 

เพียวไผ่นั่งรอนักรบจนถึงสองทุ่มลุงกับป้าถึงกับจะชวนเพียวไผ่นอนที่นี่ด้วยกันแล้วหากยังไม่เห็นรถของนักรบมาจอดหน้าประตูรั้วบ้าน เพียวไผ่ก็ยกมือไหว้ลาผู้อาวุโสก่อนจะไปขึ้นรถ

 

กลับถึงคอนโดแล้ว เพียวไผ่ก็เดินตามนักรบไปที่ห้องต้อยๆ ก่อนก้าวเข้าไปในห้องตามหลังคนร่างสูงก่อนจะชะงัก เมื่อเห็นแขกอยู่ในห้อง

 

ดร.ทายน์ ทวรรษกร คนนั้นอีกแล้ว ทำไมเจอกันบ่อยนะ

 

"ทายน์"นักรบเอ่ยเรียกคนร่างโปร่งที่รออยู่แล้วในห้อง ส่วนคนตัวเล็กก็ทำตัวไม่ถูก ก็ไม่รู้จะไปยืนตรงไหน

"คุณรบมีแขก เพียวกลับห้องก่อนนะครับ"คนร่างสูงก็ไม่ได้ห้าม พยักหน้าให้เล็กน้อยเพียวไผ่จึงหันหลังกลับ ไม่วายเหลียวหลังกลับมามองอีกครั้ง สบตาเข้ากับแขกที่มองเขานิ่งๆ ก่อนจะรีบหันหลังออกจากห้อง

 

เพียวไผ่ถอนหายใจรอบที่เท่าไหร่แล้วไม่อยากจะนับ ในหัวคิดมากมายหลายเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องของดร.ทายน์คนนั้นกับนักรบ ทำไมดร.ทายน์ถึงอยู่ที่สถาบันได้เมื่อเช้านี้และตอนนี้ก็อยู่ห้องนักรบ แล้วทำไมนักรบไม่ห้ามเขาสักนิดตอนที่เขาเดินออกจากห้อง

 

แต่ทำไมนักรบต้องห้ามด้วยล่ะ นักรบเองก็คงอยากเจอดร.ทายน์ด้วยเช่นกันสินะ ส่วนเขาก็ไม่มีสิทธิ์ไปน้อยอกน้อยใจ

 

 

เช้ามืดเพียวไผ่ตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองเผลอหลับที่โซฟาในห้องของตัวเอง เมื่อคืนนักรบไม่ได้โทรตามให้เขาไปนอนที่ห้อง แค่คิดใจดวงน้อยก็รู้สึกหวิวๆชอบกล ปากบางเม้มจนแดง พยายามไม่ติดอะไรให้มากไปกว่านี้ ลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวรอเช้าวันใหม่เพราะหากจะนอนก็คงนอนไม่หลับแล้ว

 

 

ตลอดทั้งวันเพียวไผ่ไม่ได้เจอกับนักรบ เจอกันก็เย็นมากแล้วนักรบโทรมาบอกว่ารออยู่ข้างล่างเพื่อกลับบ้านอิศรศวร เปิดประตูรถเพียวไผ่ก็ยกมือไหว้ สวัสดีก่อนจะนั่งเงียบๆไปตลอดทาง

 

มีหลายอย่างที่อยากจะถามคนร่างสูง ทำไมเมื่อคืนถึงไม่โทรตามให้เขาไปนอนที่ห้อง ทำไมดร.ทายน์คนนั้นถึงเข้ามาไปอยู่ในห้องนักรบได้ทั้งๆที่นักรบก็กลับถึงห้องพร้อมเขา ทำไมดร.ทายน์คนนั้นถึงไปทำงานอยู่ที่สถาบัน และที่สำคัญทั้งๆที่เลิกกันไปแล้ว ทำไมดร.ทายน์คนนั้นถึงยังมาหานักรบ แล้วทำไมนักรบถึงได้ดูอยากเจอดร.ทายน์ขนาดนั้น

 

หากแต่คำถามเหล่านั้นก็ได้แต่เก็บเงียบอยู่ในใจ เพียวไผ่ไม่กล้าถาม เพราะรู้ดีว่าตนไม่ได้มีสิทธิ์ในตัวนักรบมากขนาดนั้น

 

 

"คืนพรุ่งนี้ฉันคงไม่กลับบ้าน ภ้าไม่อยากอยู่เรือนเล็กคนเดียวก็ขึ้นไปนอนเรือนใหญ่"นักรบเอ่ยเสียงราบเรียบ เพียวไผ่ก็เงยหน้าสบตา

"ทำไมคุณรบไม่กลับครับ"จึงเอ่ยถาม

"มีประชุมค่ำน่ะ ถ้าขับรถไหวจะพยายามกลับมา"

"งั้นเพียวไปอยู่คอนโดกับคุณรบด้วยได้ไหมครับ"เพียวไผ่เอ่ยถามอีกครั้ง

"ไม่ต้อง ขืนไปอยู่คอนโดไม่กลับ คุณแม่คงได้บ่นยาวอีก ฉันขี้เกียจฟัง"เพียวไผ่จึงไร้ข้อโต้แย้ง พยักหน้ารับคำเงียบๆ แม้ว่าในใจนั้นจะก่อคำถามมากมายอย่างอดใจไม่ไหวตาม จนกระทั่งดึกดื่น ดวงตากวางก็ยังคงเบิกกว้างในความมืด ก่อนจะพลิกตัวเบาๆ กลัวคนร่างสูงจะตื่น นักรบทำงานมาทั้งวันแล้ว ไม่อยากรบกวนอยากให้พักผ่อนเยอะๆมากกว่า

 

_______________

แง้ะ ด็อกเตอรฺ์ เริ่มทำตัวไม่น่ารักอีกรอบแล้วนะ

งึ่มๆ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะงับ

 

เรื่องนี้ถามว่าใกล้จะจบแล้วยัง มีไม่เยอะนะครับ55

ไม่น่าสิ้นปีนี้ก็คงจบ ถ้ามาได้ทุกวันอะนะ 555

โปรดจะไม่ได้มาตอบเม้นต์บ่อยๆนะครับ แต่ใครเม้นต์ไว้ว่างๆโปรดมาตอบแน่นอน

 

เพราะงั้นมาคุยกับโปรดเยอะๆนะครับ โปรดรออ่านเม้นต์ของทุกคนอยู่นะ

 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะครับ

 

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว