email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงกำลังใจนะคะ : )

Episode - 8 - คนดีของยัยน้อง [100%]

ชื่อตอน : Episode - 8 - คนดีของยัยน้อง [100%]

คำค้น : วิศวะ วิศวกรรมศาสตร์ รุ่นพี่ รุ่นน้อง นิยายรัก นิเศศาสคร์ นิเทศ เด็กฟิล์ม ดาวเดือน แอบรัก รีวิว Engineer Star

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.6k

ความคิดเห็น : 28

ปรับปรุงล่าสุด : 30 พ.ย. 2563 12:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Episode - 8 - คนดีของยัยน้อง [100%]
แบบอักษร

EP นี้แนะนำเพลง GeneLab LIVE | Tilly Birds - ผู้เดียว เพราะมากกกกกเลย 

Nirin Say; 

         ข่มตาหลับไม่ลงอีกแล้ว พลิกตัวอยู่เป็นสิบทีก็ตาค้างเหมือนกินกาแฟสิบแก้ว ชีพจรเต้นเร็วทุกครั้งที่นึกถึงไอ้ประโยคบ้าๆ นั่น จนฉันต้องถอดนาฬิกาวัดค่าออกก่อนเดี๋ยวคุณลุงหมอจะตกใจกับค่าล่าสุด 

‘เพราะพี่คิดว่า...พี่รักณิรินเข้าแล้วน่ะ’ 

 “ขอร้องล่ะ ไม่คิดๆ โอ๊ยยยยยยย ไม่คิดยังไงไหววะ” 

Line 

Me: แอมแปร์ แกหลับหรือยัง? 

ผ่านไปหลายนาที ก็รู้ว่าเพื่อนสนิทคงหลับไปแล้ว 

Me: พรุ่งนี้เช้าแกมารับฉันที่บ้านหน่อยนะ ฉันมีเรื่องจะเล่าให้แกฟังแล้วก็มีเรื่องจะปรึกษาแกด้วย 

แถมพี่ศิลาโทรมาเกือบทุกชั่วโมงเลยตั้งแต่แยกกัน ทำอย่างกับฉันเป็นลูกหนี้ที่คิดหนีซะงั้น โทรถี่จนฉันปิดเครื่องหนีไปเลย 

ให้โอกาสฉันตั้งสติบ้างเถอะ! 

         จนแล้วจนรอดฉันก็ต้องลุกไปต้องหยิบโน้ตบุ๊กขึ้นมาเขียนข้อความในเพจอีกตามเคย 

00.00น. 

         ‘คำคืนนี้แอดมินรินรู้สึกนึกถึงการ์ตูนในดวงใจสมัยเด็กๆ หนึ่งเรื่องค่ะ นั่นคือเรื่อง สโนไวท์ (Snow White) เวลาได้ดูก็จะนึกถึงหญิงสาวแสนสวยกับแอปเปิลอาบยาพิษ หากเปรียบแอปเปิลกับความรัก บางคนโชคดีก็เจอแอปเปิลออร์แกนิคที่ถูกดูแลและเอาใจใส่อย่างดี แต่ถ้าหากโชคร้ายหยิบผิดก็อาจจะหยิบโดนแอปเปิลอาบยาพิษ ซึ่งแต่ละลูกก็จะมีพิษที่แตกต่างกันออกไป แต่ผลที่ได้ก็ปางตายพอกัน’ 

‘ถ้าเริ่มรีวิวเรื่องนี้คงต้องเริ่มจากคำว่า กาลครั้งหนึ่ง มีองค์หญิงแสนสวยผู้มีผมดำดุจไม้มะเกลือ ริมฝีปากแดงดั่งกุหลาบและมีผิวขาวผ่องดังหิมะ เธอคือ สโนไวท์ ผู้ที่รู้จักเธอล้วนรักเธอเว้นแต่ราชินีแม่เลี้ยงใจร้ายผู้ริษยาในความงาม ราชินีเกรงว่าสักวันสโนไวท์จะเติบโตและงดงามกว่าพระนาง ด้วยเหตุนี้พระนางจึงใช้ให้สโนไวท์ทำงานหนักดั่งทาส และเมื่อกระจกวิเศษเผยแก่ราชินีว่าสโนไวท์งดงามกว่าพระนาง ชีวิตของสโนไวท์ก็ตกอยู่ในอันตราย จนกระทั่งเธอได้พบเพื่อนตัวเล็กๆ ทั้งเจ็ดคนที่ช่วยเหลือเธอไว้ ระหว่างที่สโนไวท์กำลังทำกูซเบอร์รี่พายของโปรดของเหล่าคนแคระ แม่ค้าเร่ก็เข้ามาคะยั้นคะยอเธอให้ทำแอปเปิลพายด้วยลูกแอปเปิลสีแดงสดในมือนาง และเมื่อสโนไวท์อธิษฐานต่อแอปเปิลเธอกัดมันและสลบไปทันที! แต่ด้วยจุมพิตแห่งรักแท้สโนไวท์ลืมตาตื่นขึ้นพร้อมกับเห็นเจ้าชายรูปงาม และคนแคระรายล้อม เจ้าชายพาเธอขี่ม้าไปที่ปราสาทของเขาและทั้งคู่ก็อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขตลอดกาล’ 

‘บางคนหลังจากมีปาฏิหาริย์ได้ชีวิตใหม่คนพวกนั้นก็จะมีวิธีเลือกแอปเปิลลูกต่อไปอย่างระมัดระวัง แต่กับบางคนก็ใช้ชีวิตเหมือนถูกสาป ทั้งที่รู้ว่าคนนั้นเคยมอบแอปเปิลอาบยาพิษให้เราแล้วรอบนึง แต่เพราะผลมันแสนสวยและหอมหวาน เราก็มักหาข้ออ้างต่างๆ นานา เพื่อกลับไปกัดแอปเปิลที่ ‘อาจจะ’ อาบยาพิษอีกครั้งอย่างเต็มใจ ต้องยอมรับว่าไม่ใช่ทุกคนที่โชคดีได้เจอเจ้าชาย’ 

‘วันนี้แอดมินรินอยากให้ทุกคนเลือกแอปเปิลกันช้าๆ และทดสอบว่าแอปเปิลผลนั้นเป็นแอปเปิลออร์แกนิคไร้ยาพิษก่อนที่เราจะกัดลงไปนะคะ เพราะว่ามันอาจจะไม่ได้มีปาฏิหาริย์ทำให้เราฟื้นคืนชีพมาอีกครั้ง’ 

จากที่คิดว่าใจสะกดจิตตัวเองได้ วันนี้ฉันก็ดันมีต่อมมนุษยธรรมคนดีบ้าบอคอแตกขึ้นมาซะงั้น กลับไปซื้อของไปให้พี่ศิลาเฉยเลย และทั้งที่คิดว่าไม่ได้ใส่ใจกลับมานอนไม่หลับเพราะเพียงเขาพูดคำว่ารัก หัวใจฉันเต้นแรงจนจะระเบิดอยู่แล้วเนี่ย 

         “คนบ้าอะไรอยากกลับไปกัดแอปเปิลอาบยาพิษอีกวะ”ฉันฟุบหน้าลงที่โน้ตบุ๊กอย่างคิดไม่ตก “ไม่เข็ดหรือไงณิริน เรื่องเก่าแกยังไม่เคลียร์จะหาทำเรื่องใหม่อีกแล้ว!” 

         จนเงยหน้ามาอีกครั้งก็มีคนแห่แสดงความคิดเห็นจำนวนมาก 

        Puifaiii: เราเป็นคนนึงที่ไม่มีทางกลับไปกินแอปเปิลจากพ่อมดร้ายแน่นอน 

        เจนเจน: ถ้าหากคนเดิมที่คิดได้มากกว่าตอนนั้น ก็อยากลองนะ แต่ตอนนี้ไปดูตามแอดมินรินดีกว่า 

Bitoey: ยอมไม่กัดแอปเปิลอีกตลอดชีวิต...ถ้าหากต้องกินจากคนๆ เดิม เจ็บเกินไม่ไหว 

        อองฟอง อองฟู: ถึงจะรู้ว่ามียาพิษ เราก็จะกัดขอแค่เขากลับมา รักเขาจนยอมตายรอบสองได้ T^T 

        Tata: ทางนี้กัดผลเดิมมาสิบรอบแล้วจ้า ผมโชคดีที่เป็นอมตะ ยอมเจ็บไม่ยอมตาย! 

        Lee Nim: ถ้าหาแอปเปิลดีๆ ไม่ได้ ไม่ขอลองกัดดีกว่าจ้า กลัว! 

        แฟนแจ็กสันหวัง: แต่เราลองกลับไปกัดแอปเปิลจากคนเดิม โชคดีที่พ่อมดเปลี่ยนวิธีเลี้ยงจากใส่ยาพิษเป็นแบบออร์แกนิคทำให้ ‘กินกัน’ อร่อยทุกวันเลยค่ะ 

         นี่ก็อวดแฟนแหละดูออก! 

        Pimmmm: ว่าแต่ถ้าเป็นแอดมินรินจะกลับไปกินจากพ่อมดคนเดิมไหมคะ 

        BiwKa: อยากรู้ตาม คหบนด้วยจ้า 

Soyou: +1 ตามคห.บน 

ฉันยังคิดไม่ตกจนมาโพสต์หาที่ระบายหาประสบการณ์ดีๆ ดันมาถูกถามกลับเฉยเลย  

“เอาไงดีวะ” 

Me: คืนนี้ดึกแล้ว ไว้มาตอบพรุ่งนี้นะคะ ฝันดีจ้าสาวๆ 

ฉันตัดปัญหาแล้วปิดหน้าจอลงทันที 

 

วันต่อมา 

“อ้าวคุณหนู ไม่ทานข้าวต้มพร้อมคุณพฤกษ์เหรอคะ” 

“วันนี้ณิรินมีนัดกับแอมแปร์แต่เช้าน่ะค่ะ ขอขนมปังนะคะ”ฉันหันไปหยิบขนมปังที่ป้าน้อมอบเตรียมไว้ในจาน แล้วก็ซดกาแฟจนเกือบหมดแก้ว “น้องไปเรียนก่อนนะ บายพี่ชาย!” 

พี่พฤกษ์มองกันเหมือนอยากจะพูดอะไร แต่ก็ไม่พูดต่อ... 

หลายคนคงพอรู้ว่าฉันไปเองกลับเองมาสักพักแล้ว เนื่องจากฉันว่ามันสะดวกดีน่ะ เพราะมหา’ลัยฉันมันคนละฝั่งกับของพี่พฤกษ์  

         “ไง ให้ฉันมารับมีเรื่องอะไรจะเม้าท์ไหนเล่าสิ!” 

         “พี่ศิลาเขาบอกรักฉันว่ะ”ฉันตอบยัยแอมแปร์ที่กำลังเตรียมขับรถออกจากหน้าบ้านด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย 

         “อ่อ พี่ศิลาบอกว่ารักแก ห๊ะ!”ซึ่งมันตะโกนออกมาหูแทบแตกและเหยียบเบรกจนหน้าทิ่ม 

         “เออเอาไงดีวะ เมื่อวานเขาบอกให้ฉันไปคิดทบทวนดู แล้วถึงเวลาเขาจะมาเอาคำตอบ” 

         “เวลาอะไร” 

         “ไม่รู้ เมื่อคืนฉันนี่ช็อกไปเลย แกว่าเขามีแผนอีกไหมวะ นี่ฉันนอนคิดมาทั้งคืนเลยนะเว้ย โคตรเครียด” 

         “ที่แกไม่โทรหาฉันคือนอนคิดมาแล้ว?” 

         “เออ ฉันสรุปออกมาได้เป็นร้อยแบบเลยว่ะ” 

         “ไหนยกตัวอย่างมาดิ” 

         “อย่างแรกคือเขามีแผนแล้วต้องการอะไรจากฉันแน่ๆ อย่างที่สองเขาจะจีบฉันเล่นๆ พอจีบติดก็ทิ้งง่ายๆ อีกไหม อย่างที่สาม…” 

         “พักก่อน แม่บอกให้พักผ่อน”แอมแปร์เบรกอารมณ์ขณะที่ฉันเล่า “ไม่เอาสิ่งที่แกคิดว่าพี่เขาคิดอะไร แต่ฉันอยากฟังความรู้สึกแกมากกว่า” 

         “ความรู้สึกฉันเหรอ” 

         “เออ แบบตอนที่ได้ยินดีใจ ตื่นเต้น โกรธ หรือยังไง?” 

         “ก็ไม่ได้โกรธ” 

         “แกดีใจ” 

         “คิดว่าน่าจะตกใจมากกว่า แล้วก็คิดทั้งเรื่องเก่าเรื่องใหม่ปนกันไปหมด” 

         “เอาแบบไม่กั๊กเลยนะณิริน แกยังชอบพี่ศิลาใช่ป่ะ” 

         “…”เออ รึเปล่า? หรือไม่ใช่วะ “ฉันคิดว่าไม่ แต่ฉันก็กลัวว่าที่พยายามตอบไปแบบนี้หรือที่จริงฉันหลอกตัวเองอยู่กันแน่ว่ะ” 

         “เมื่อเช้าฉันเพิ่งเห็นเพจMovie on Time อัปเดตคล้ายเรื่องแกเว่อร์ แกลองเข้าไปอ่านที่เขาเขียนดิเผื่อจะได้ไอเดีย แอดมินรินเขาเปรียบความรักกับแอปเปิลในเรื่องสโนไวท์ แต่เสียดายที่มีคนเข้าไปถามว่าถ้าแอดมินรินจะเลือกแบบไหนเขาดันชิ่งไม่ตอบ วันนี้ฉันจะรอดูว่าเขาจะมาตอบตามที่พิมพ์ไว้หรือเปล่า” 

         ฉันก็ถามแกอยู่นี่ไง! 

         “ฉันอยากรู้ว่าถ้าแกเป็นฉัน แกจะทำยังไงวะ” 

         “ขอจินตนาการก่อนนะ อืม...”ยัยแอมแปร์ทำหน้าคิดระหว่างที่ขับรถและตอบมาน่าสนใจ “อย่างแรกฉันต้องหาคำตอบให้ได้ก่อนว่าจริงๆ แล้วฉันยังรักเขาอยู่ไหม แต่มันต้องเป็นคำตอบที่ตรงกับใจนะไม่ใช่หลอกตัวเอง”  

“อย่างที่สองฉันก็แค่ทำตามความรู้สึกถ้าไม่รัก ฉันก็จะบอกเขาไปตรงๆ ว่าพี่น้อง แต่ถ้ายังรักฉันก็คงจะทำตามเสียงของหัวใจ ยอมศึกษาดูใจและรักษาหัวใจให้หายดีก่อนแล้วค่อยรับรักเขาอีกครั้ง” 

“แล้วแกไม่กลัวว่าเขาจะมาหลอกแกอีกเหรอวะ” 

“กลัวดิ แต่คิดดูนะเว้ยต่อให้ไม่ใช่พี่ศิลา เราก็ต้องเสี่ยงดวงเพื่อเจอความรักดีๆ ด้วยกันทั้งนั้นป่ะ ถ้าหากไม่ลองก็ไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่เจอจะดีหรือร้าย อีกอย่างถ้าหากคนนั้นคือคนที่จะทำให้แกก้าวผ่านฝันร้ายนี้ไปได้ฉันว่าก็น่าลองนะ” 

“แล้วถ้าเขากลับมาเป็นยิ่งกว่าฝันร้ายล่ะ” 

“ทุกการลงทุนมีความเสี่ยง แล้วแกจะไม่เสียดายเหรอ ถ้าหากว่าสิ่งที่รออยู่อาจจะเป็นความรักดีๆ และหายจากอาการนี้ถาวร” 

“แกอยู่ทีมพี่ศิลาตั้งแต่เมื่อไรเนี่ย” 

“ใครว่าฉันทีมพี่ศิลา ฉันทีมแกตั้งหาก ดูก็รู้ว่าอยากเสี่ยงจะแย่อยู่แล้ว แค่รอเพื่อนอย่างฉันยุยงส่งเสริม” 

“ใครรอเพื่อนยุยง ฉันสับสนจริงๆ นะเว้ย” 

“ก็ถ้าพี่ศิลามาหลอกแก รอบนี้ฉันฆ่ามันแน่!” 

“ขอบใจนะเว้ยแอมแปร์” 

         วันนี้ตามตารางฉันเรียนหนักถึงเย็นเลย แล้วคลาสบ่ายพออาจารย์รู้ว่าไม่มีรับน้องดันขอเทสเก็บคะแนนท้ายคลาสด้วย กว่าจะออกจากห้องก็เกินเวลาไปหลายนาที 

         “รีบเก็บของเลยยัยวิว ลิษาเดี๋ยวไปดูพี่ศรันย์กับพี่ศิลาขึ้นเล่นเปิดเวทีไม่ทัน คนอื่นไปกันหมดแล้วเนี่ย พวกแกออกคนสุดท้ายจะเอาคะแนนเต็มเลยหรือไง” 

         “เออ รีบอยู่” 

         “อ้าวณิรินเราคิดว่าจะไปให้กำลังใจเฮียที่หลังเวทีแล้วซะอีก” 

“เราจะไปทำไมที่หลังเวทีล่ะ ไปพร้อมพวกแกเนี่ยแหละกงว่าไม่ได้เป็นอะไรกัน ไม่ต้ลังใจเฮียที่หลังเวทีแล้วซะอีก” 

         “แต่กระปุกแอบเห็นมีคนโทรตามณิรินตั้งหลายสายแล้วน๊า”อุตส่าห์ปิดเสียงแล้วนะ กระปุกดันรู้อีก 

         “เออ ใช่นี่เฮียก็โทรหาลิษาจนอ่านโจทย์ไม่รู้เรื่องเลยเนี่ย ขอโทรไปด่าก่อน!” 

         “โอเคฉันเก็บของเสร็จแล้วไปกันเถอะ ป่านนี้ที่หน้าเวทีเต็มแล้วแน่เลย”ยัยวิวเป็นคนสุดท้ายที่เก็บของเสร็จแล้วบ่นเสียงนอยด์ “โทษทีนะเว้ยที่ทำเสร็จช้า” 

         “ณิริน”แต่ขณะที่เรากำลังจะเดินไปยังลานกิจกรรมอาจารย์ก็เรียกกันไว้ก่อน “ช่วยอาจารย์ถือเอกสารไปที่ห้องหน่อยสิ” 

         “อ่อ...ได้ค่ะอาจารย์”ฉันหันไปยิ้มแห้งๆ ให้กับเพื่อนอีกสามคนที่ทำหน้าเหมือนอยากเปลี่ยนไปแทน แต่ไม่กล้าพูดกับอาจารย์เนื่องจากอาจารย์ธิดารัตน์ท่านดุที่สุดในคณะ “พวกแกไปก่อนเลย เดี๋ยวฉันตามไป” 

         “แต่ว่า…”ลิษาเหมือนจะเสนอตัวเอง 

         “ไม่เป็นไร เดี๋ยวเราตามไปนะ” 

          

         Sila Say; 

        ลานกิจกรรมมหา’ลัย 

         “ไงมึง หน้าหงอยเป็นหมาเหงาเลย หาน้องณิรินไม่เจอ?”ไอ้ศรันย์ทักอย่างรู้ทันขณะที่ผมกระวนกระวายก่อนขึ้นเวที 

         “เออดิ โทรไปก็ไม่รับสายทั้งณิริน ทั้งลิษา” 

         “ไม่ลองโทรหาเด็กนิเทศฯ คนอื่นวะ” 

         “เออจริงด้วย มึงนี่มันฉลาดจริงๆ ไอ้มิว” 

         “เรื่องแค่นี้คิดไม่ได้ก็โง่แล้วป่ะ”ไอ้ภณบ่นก่อนจะเดินไปหาพราวที่เตรียมขึ้นเวทีไปเป็นพิธีกร โดยมีไอ้รามเดินตามไปหาเด็กมันที่ยืนอยู่กับพริบพราวด้วย 

         ผมมีคอนแทกต์ลิเบียร์รุ่นพี่ที่คอยดูแลณิรินในเฟซบุ๊กเลยลองกดโทรหาเธอ หวังว่าจะรับนะ ซึ่งไม่นานเธอก็รับจริงๆ ด้วย 

         “ลิเบียร์ ทำไมพี่ติดต่อณิรินไม่ได้เลย มาที่ลานกิจกรรมกันหรือยัง” 

         [อ่อ พอดีปีหนึ่งติดสอบเก็บคะแนนค่ะพี่ศิลา อาจารย์ธิดารัตน์น่าจะปล่อยช้าพวกรุ่นพี่เลยมากันก่อน] 

         “สอบเก็บคะแนน?” 

         [ค่ะ พออาจารย์เขารู้ว่าไม่มีรับน้องเลยขอสอบท้ายคลาส แต่เท่าที่เห็นเริ่มมีปีหนึ่งทยอยมาบ้างแล้วนะคะแต่ยังไม่เห็นกลุ่มน้องณิรินค่ะ] 

         “โอเค ขอบใจมาก”ผมกดวางสายจากลิเบียร์แล้วก็ได้แต่บ่นเซ็งๆ “มาสอบเก็บคะแนนอะไรวันนี้วะเนี่ย” 

         ถึงใจผมจะอยากรอเจอณิรินก่อนขึ้นเวทีแต่ดูเวลาแล้วก็คงทำแบบนั้นไม่ได้  

         “เชิญครับไอ้ท่านประธานชมรม” 

ไอ้ศรันย์มาตามกันรอบสุดท้าย ผมเลยต้องขึ้นไปเล่นคอนเสิร์ตเปิดเวทีก่อน โดยวันนี้ราชันเอ็นจิเนียไม่ได้ขึ้นครบวงเนื่องจากไอ้รามดันเจ็บแขนอยู่จากอุบัติเหตุรถล้มช่วงปิดเทอม และไอ้ภณเป็นพิธีกร ส่วนไอ้มิวคุมเรื่องซาวน์และดูเรื่องยอดโอน 

ทำให้วันนี้ผมขึ้นมาตีกลองแล้วให้ไอ้ศรันย์เล่นกีตาร์กับร้องนำไป ส่วนที่เหลือเป็นรุ่นน้องในชมรมดนตรี อุตส่าห์คิดโชว์ให้ณิรินมาเห็นว่าผมตีกลองเท่ๆ จบกันเลย 

         ส่วนด้านล่างมีนักศึกษาค่อนข้างเยอะสนุกสนานกับกิจกรรมวันนี้ และผมไม่รู้เลยว่าตอนนี้ณิรินจะมาแล้วหรือยังหลังจากเล่นเพลงจบไปสามเพลงแล้ว จนถึงเพลงสุดท้ายก่อนจะเปลี่ยนวงให้วงอื่นขึ้นมาแทน 

 “เอาละครับมาถึงเพลงสุดท้ายก่อนจะส่งไม้ต่อให้ชมรมดนตรีและน้องๆ ที่มาช่วยในงานระดมทุนได้ขึ้นมาสนุกกันต่อนะครับ” 

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด 

“ตอนนี้ปีหนึ่งนิเทศศาสตร์สอบเสร็จแล้วมาที่นี่หรือยังครับ ถ้ามากันแล้วช่วยยกมือให้พี่หน่อยได้ไหมครับ”ผมพูดจบก็เห็นเด็กนิเทศฯยกมือกันกระจัดกระจายทั่วลานหน้าเวที และจากที่ตีกลองอยู่ ผมก็เปลี่ยนมาจับกีตาร์แทนและขยับมายืนอยู่หน้าเวที 

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดด  

“มาแล้วใช่ไหมครับ”ผมพยายามหันมองไปทุกทางที่มีคนยกมือ แต่ตำแหน่งที่ยืนอยู่ห่างไกลจนมองด้านล่างไม่ทั่วถึงจริงๆ หวังว่าณิรินจะมาแล้วนะ “เพลงนี้ผมขอมอบให้ทุกคนที่อยากเปลี่ยนแปลงตัวให้ดีขึ้นเพื่อคนที่เรารักนะครับ ถึงวันนี้เขาจะยังไม่เชื่อใจเราแต่เราก็จะพยายามทำให้เขาเห็นว่าเราจะทำตัวให้ดีขึ้น เป็นคนที่ดีขึ้นเพื่อให้คู่ควรกับความรักของเขาในสักวันนึงครับ” 

ตึง โป๊ะ!  

“ชัดเจนกว่าแว่นขยายก็เพื่อนผมนี่แหละครับ แต่สาวๆ ไม่ต้องเสียใจนะครับถึงไอ้เฮียศิลามันจะรับหัวใจใครไม่ได้แล้วแต่เฮียศรันย์คนนี้จะรับหัวใจของสาวๆ เมนมันไปดูแลต่อให้เองนะ!” 

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด 

 “พี่ไม่รู้ว่าเราอยู่ที่นี่ไหมเพราะจากตรงนี้พี่มองไม่เห็น แต่ว่าสำหรับพี่จากนี้ไปขอมอบหัวใจให้… ‘ผู้เดียว’ ครับ!” 

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด

การพูดเข้าเพลงหวานขนาดนี้เป็นสิ่งที่ทำให้คนแข็งๆ อย่างผมก็เขินที่ได้ทำอะไรที่ไม่เคยทำ ผมไม่หวั่นว่าความชื่นชอบหรือกระแสของผมจะตก แต่ผมทำแบบนี้เพื่อให้เกียรติและแสดงความชัดเจนต่อคนที่ผมรักอย่างที่ผมได้บอกเธอไป

ใครนะที่พูดกัน 

ว่ารักแท้มีจริง 

แต่รักที่ฉันผ่านมา 

ต้องจบลงที่ความปวดร้าว 

ทนทุกข์ทรมานจนกลัว 

กลัวการรักใครอีก 

แต่ใครที่หายไปจากฉัน 

อาจเป็นเพราะเขาไม่ใช่คนนั้น 

คนที่ฉันจะสวมแหวนลงที่นิ้วนาง 

เธอมีเพียงผู้เดียว 

เธอมีเพียงผู้เดียว 

คนที่ฉันจะรักไปชั่วกาล 

ทุกอดีตที่เคย 

ช้ำและมีน้ำตา 

มันคอยสอนว่าคนที่ควรจะรักมีเพียงผู้เดียว 

เธอมีเพียงผู้เดียว 

ที่เป็นคนสุดท้ายและทุกอย่าง 

ฉันจะเก็บหัวใจ 

ไว้ให้เธอผู้เดียว 

คงมีสักวันที่ได้พบเจอผู้นั้น 

             ผมตั้งใจเล่นและร้องทุกท่อนมาจากความรู้สึกเพื่อส่งไปที่เธอ...ผู้เดียวที่อยู่ในใจของผมมาเสมอและตลอดมา 

ยังคงตามหาแม้ต้องโดดเดี่ยวลำพัง 

แต่คนที่รออยู่ปลายทางคือผู้นั้น 

คนที่จะมอบหัวใจเป็นครั้งสุดท้าย 

เธอมีเพียงผู้เดียว 

เธอมีเพียงผู้เดียว 

คนที่ฉันจะรักไปชั่วกาล 

ทุกอดีตที่เคย 

ช้ำและมีน้ำตา 

มันคอยสอนว่าคนที่ควรจะรักมีเพียงผู้เดียว 

เธอมีเพียงผู้เดียว 

ที่เป็นคนสุดท้ายและทุกอย่าง 

ฉันจะเก็บหัวใจ 

ไว้ให้เธอผู้เดียว 

คงมีสักวันที่ได้พบเจอผู้นั้น 

เพียงแค่เธอมองดู… 

กริ๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด 

         พอลงจากเวทีสิ่งแรกที่ผมทำก็คือหยิบมือถือมาดู มีแต่สายลิษาโทรกลับมาแล้วก็เป็นไลน์ที่ลิษาส่งมาบ่นผมยับเลย 

         ‘ลิษาสอบเพิ่งเสร็จ จะโทรมาทำไมเยอะแยะ มารยาทมีไหม?’ 

           ‘อ่านข้อสอบไม่รู้เรื่องเสร็จช้าก็เพราะเฮียเลย ถ้าคะแนนน้อยจะโทษเฮียจริงๆ ด้วย’ 

           ‘อ่อ นึกออกแล้วแก้แค้นเฮียโดยการไม่พาณิรินไม่ดูคอนเสิร์ตดีกว่า แบร่!’ 

             “เห้ย ไอ้น้องเวร!”ผมกดโทรกลับไปแต่ก็ถูกยัยน้องสาวตัวแสบตัดสายจนได้ และลองโทรหาณิรินแต่เธอก็ไม่รับอีกเช่นกัน “ลิษา ถ้าทำจริงนะตัดพี่ตัดน้องเลยคอยดู” 

         จากที่ทำอะไรไม่ได้มากกว่านั้น ผมเลยไปอัปเดตเรื่องเงินบริจาคกับคิวงานต่อเพื่อตรวจสอบความราบรื่นหน้างาน 

“ตอนนี้ยอดบริจาคได้เท่าไรแล้ววะ” 

“ขึ้นแสนแล้ว!” 

“พูดจริงป่ะเนี่ย สุดว่ะ!”ผมค่อนข้างพอใจนะ มันเป็นงานที่อาจารย์ประจำภาคให้พวกผมช่วยเรื่องไฟป่า ซึ่งพวกผมก็ประชุมและช่วยกันสร้างโปรเจกต์นี่ขึ้นด้วยใจที่อยากช่วยเหลือกับคนที่เดือดร้อน “น้ำใครวะ กินได้ป่ะ” 

“กูซื้อมาเอง มึงกินไปเลย”ไอ้รามยกแป๊ปซี่ให้ผม จากนั้นผมก็ไปคุยให้กำลังใจน้องเอิงเอยที่มาช่วยงานด้วย เอิงเอยเป็นรุ่นน้องพริบพราวที่ศิลปกรรมฯ เป็นเด็กปีหนึ่งที่มีความสามารถหลายด้าน ซึ่งอนาคตถ้าเดาไม่ผิดน้องเขาน่าจะมาเป็นแฟนไอ้ประธานสโมสรหรือไอ้รามเพื่อนผมนี่แหละ 

เห็นมันขยันคิดหาทำแผนเพื่อเจอน้องทุกวัน แต่โคตรปากแข็งแม้กระทั่งกับเพื่อน พวกผมดูออกเลยหาเรื่องชวนน้องมาทำกิจกรรมด้วย จะได้ให้เพื่อนผมมันจีบน้องเขาได้ถนัด ตามสไตล์ไอ้ประธานมันนั่นแหละ 

และพอหาเรื่องให้เพื่อนคิดมุกจีบเด็กโดยการให้ขึ้นไปเล่นดนตรีด้วยกันแล้ว ผมก็เดินกลับมานั่งหน้าเศร้าข้างไอ้มิวนิคที่นั่งเช็กยอดเงินบริจาค เมื่อเห็นว่าณิรินไม่รับสายสักทีก็เริ่มคิดไปต่างๆ นานามากขึ้น 

“เชี่ยเอ๊ย หรือเมื่อวานกดดันน้องเขามากไปวะ”ผมบ่นหลังเห็นณิรินตัดสายกันไปต่อหน้าต่อตา 

“มึงไปกดดันอะไรน้องเขา” 

“บอกรัก” 

“บอกรัก!”มิวนิคอุทานเสียงดังหลุดมาดสุขุมที่ควรจะเป็นแบบทุกรอบ 

“เออ แล้วก็บอกว่าจะรอฟังคำตอบจากน้องเขา” 

“งั้นมึงเลิกโทรเถอะ เป็นกูกูก็ไม่รับ”ไอ้มิวเหล่มองผม เออมันกำลังอินกับเรื่องที่ถูกตามจีบอยู่ คงมีมุมมองคล้ายๆ ณิรินตอนนี้ 

“มึง...ที่มึงถูกน้องตะวันตามจีบทุกวัน มึงรู้สึกยังไงวะ” 

“รำคาญ!” 

“รำคาญเลยเหรอวะ”ผมพึมพำกับตัวเองแล้วลองนึกช่วงที่ถูกจีบ เออก็มีบ้างที่รู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน 

“ก็ถ้าอีกคนไม่ไม่ได้รู้สึกด้วยมันก็น่ารำคาญป่ะ แต่ถ้ารู้สึกก็คงอีกแบบ” 

“แล้วมึงว่าน้องเขารู้สึกยังไงกับกูวะ” 

“กูจะไปรู้เหรอ กูตอบได้เฉพาะเรื่องที่มันทดสอบได้ คำนวณได้ แต่เรื่องหัวจิตหัวใจคนอื่นกูตอบแทนไม่ได้” 

“งั้นกูถามสิ่งที่มึงรู้แล้วกัน ตอนนี้รู้สึกยังไงกับน้องตะวันวะ” 

“กูว่า ถ้าเป็นกู...กูจะเอาเรื่องตัวเองให้รอดก่อนจะเสือกเรื่องคนอื่น”มันด่าผมสีหน้าเรียบนิ่ง แต่เจ็บไปทั้งหัวใจเลยครับผ๊มมม 

“มึงนี่มัน...สมแล้วที่เป็นแวมไพร์แห่งวิศวะ!”มันทำไม่สนใจแล้วกลับไปดูยอดเงินที่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสัญญาณในมือถือก็สั่นเตือนแจ้งว่ามีไลน์เข้าทำให้ผมรีบเปิดดูด้วยความตื่นเต้น 

Line 

Nirin: โทษที เมื่อกี้ช่วยอาจารย์ถือของอยู่ 

Me: แสดงว่าไม่ได้มาดูพี่เหรอ? 

Nirin: ก็ไม่ได้รับปากว่าจะไป 

Me: โห เมื่อกี้พี่ตั้งใจร้องเพลงให้เราด้วยนะ นึกว่าเรามาดูพี่ซะอีก น้อยใจจัง! 

Nirin: ไม่ง้อนะ 

Me: ตอบแบบนี้น้อยใจนะเนี่ย ณิรินอยู่ที่ไหนเดี๋ยวพี่ง้อเองก็ได้ 

Nirin: พี่ไม่ต้องมาหรอกอยู่คุมงานเถอะ 

Me: งั้นเราก็มาหาพี่ที่หลังเวทีสิ 

Nirin: ไม่! 

Me: โห แล้วทำยังไงจะได้เจอละครับ เหนื่อยมากเลยอยากเจอณิรินมากด้วย 

ผมอ้อนนั่นแหละ รู้สึกอยากเจอณิรินให้มาเป็นกำลังใจกันห้านาทีก็ยังดีถือเป็นการชาร์จพลัง

Nirin: ณิรินกำลังจะไปซื้อน้ำที่แคนทีนส่วนกลาง อยากเจอก็มาแต่ถ้าไม่เจอก็แสดงว่ากลับแล้ว! 

Me: รับทราบครับ 

ผมรีบวิ่งไปแคนทีนหลังจากตอบข้อความของณิริน จากสถานที่ที่ผมอยู่ใกล้แคนทีนพอสมควร ซึ่งพอมาถึงก็ยังไม่เห็นณิรินซึ่งเธอน่าจะมาถึงช้ากว่า แล้วไอ้แถวต่อซื้อน้ำก็ยาวอยู่พอสมควรผมเลยแวะไปต่อแถวซื้อน้ำเตรียมไว้ให้เธออย่างเอาใจ จากนั้นไม่นานณิรินก็เดินมาที่ผมยืนรออยู่

“น้ำครับ”

“ขอบคุณค่ะ”

“สอบเลิกช้าเหรอ”

“รู้ได้ไง”

“ลิษาบอกน่ะ”

“อ่ออืม”ณิรินพยักหน้าแล้วก็ดื่มน้ำที่ผมซื้อมาให้ “มองอะไรขนาดนั้น”

“ก็พี่หิวน้ำนะ”

“ก็ไปซื้อมาใหม่สิ”

“แถวยาวจะตาย แล้วที่เรากินเหลือก็ตั้งเยอะเสียดายเงิน ไม่แบ่งเหรอของพี่นะ”

ผมแกล้งทวงไปแบบนั้น ณิรินทำหน้าเหมือนจับได้ว่าผมอยากดื่มน้ำขวดเดียวกับเธอ แต่เธอก็ส่งน้ำคืนมาให้เจ้าของอย่างผม ซึ่งรอบนี้ผมฉลาดพอจะไม่ให้เธอป้อนไม่งั้นได้เปียกเหมือนรอบก่อนและขายหน้าต่อหน้าเด็กในมหา’ลัยแน่

“น้ำหว๊านหวาน”

“น้ำเปล่าบ้านพี่หวานเหรอ ต่อมรับรสเพี้ยนหรือสมองพี่เพี้ยนกว่ากัน”

“ก็กินกับคนที่รักน้ำอะไรก็หวานทั้งนั้นแหละ”ผมตอบกลับไปเหมือนเรื่องปกติ ไม่เขิน ไม่อาย ส่วนคนตัวเล็กตรงหน้าแดงไปหมดแล้วจนผมต้องชวนเปลี่ยนเรื่อง “เสียดาย พี่อุตส่าห์ตั้งใจร้องเพลงสุดท้ายให้เราไม่ได้ฟังซะงั้น ลืมไปพี่มันไม่สำคัญนี่เนอะ”

“ประชดเพื่อ?”

“ไม่ได้ประชด น้อยใจตั้งหาก นี่ตั้งใจคิดโชว์มาเพื่อใครบางคนโดยเฉพาะเลยนะ เขาดันไม่มาดู”

“ก็อาจารย์ให้ช่วยถือของไปส่งที่ห้อง”

“แล้วถ้าอาจารย์ไม่ให้ช่วย เราจะมาดูพี่ป่ะ”

“ก็...ตั้งใจเดินมาหานี่คิดว่าจะมาดูไหมล่ะ”ณิรินตอบนิ่งๆ แต่ทำให้ผมหัวใจเต้นแรงขึ้นมาเลย “แต่มันไม่ทันให้ทำไง!”

นึกแล้วโมโหอาจารย์จะมาใช้อะไรกันตอนนี้ก็ไม่รู้ แล้วทำไมไม่ใช้คนอื่น เซ็งว่ะ

“อาจารย์ชื่ออะไร”

“รู้ไปทำไม”

“จะได้ไปเจาะล้อถูกคัน”

“พี่ศิลา!”

“ล้อเล่น”ผมหัวเราะที่เห็นณิรินทำหน้ายุ่งเลยยกมือไปลูบผมเธอแบบแกล้งๆ แต่ณิรินปัดมือออกแล้วมองไปรอบๆ เธอรีบหันไปมองว่ามีคนอื่นเห็นหรือเปล่าด้วยสีหน้าตกใจ ลืมไปว่าณิรินไม่ชอบการเป็นจุดสนใจต่อหน้าคนอื่น ซึ่งที่นี่ก็มีคนเยอะพอสมควร

“เจอแล้ว งั้นณิรินกลับแล้วนะ”

“เดี๋ยวสิ”ผมคว้ามือเธอไว้ เพราะรู้สึกว่ายังไม่หายคิดถึงเลย

“พี่ศิลา คนอื่นมองปล่อยเลย!”

“ช่างเขาสิแค่จับมือไม่ได้จูบโชว์สักหน่อย” ณิรินค้อนผมทันที ซึ่งก่อนที่เธอจะด่าผมก็แกล้งแซวไปก่อน “หน้าแดงทำไม”

“ก็พี่พูดมาแต่ละอย่าง ไม่ได้เตรียมใจจะได้ยินไหม”

“งั้นเตรียมใจมาฟังคำไหนล่ะ คิดถึงนะ อยากเจอนะหรือว่ารักนะ”

“พี่ศิลา!”

“จ๋า”คนขี้อายถอนหายใจแรงก่อนลากผมเดินออกมาที่สวนหย่อมใกล้ๆ ที่คนไม่เยอะเท่าแคนทีนส่วนกลาง

“พี่มันหน้าด้าน คิดจะพูดอะไรก็พูด!”

“โห แต่พี่ไม่ได้เตรียมใจมาฟังคำนี้นะ พี่เตรียมใจมาฟังคำตอบดีๆ ตั้งหาก”

“ตอบอะไร?”เธอแกล้งทำไม่รู้

“รู้ดีแก่ใจ นี่พี่นอนไม่หลับทั้งคืนเลยเนี่ย เห็นใต้ตาพี่ป่ะแถมโทรหาเราก็ไม่รับสายแล้วปิดเครื่องหนีอีก คนใจร้าย”

“แล้วพี่จะโทรมาทำไมบ่อยๆ ไม่คิดว่าคนอื่นจะรำคาญหรือไง”

“คิดไง คิดว่าถึงไม่รับก็น่าจะทำให้ณิรินรู้ว่าพี่คิดถึงจนโทรไปหา”

“อ่อ ลืมไปว่าแผนสูงมาแต่ไหนแต่ไร”พอถูกประชดแทงใจดำมาแบบนั้นผมก็ถึงกับจ๋อยไปเลย

“ณิรินอ่ะ พี่เปลี่ยนไปแล้วจริงๆ นะ ไอ้บ้านั่นมันร่างเด็กเลว อันนี้ร่างโตแล้วเป็นคนดีมาก”

“คนอื่นเขาต้องชม ไม่ใช่ชมตัวเองไหม”

“ก็ไม่มีใครอยู่ พี่ก็ต้องโกยคะแนนให้ตัวเองก่อนสิ”ผมรีบสนับสนุนตัวเอง “ไม่ได้ให้ตัดสินใจคบกันเลยสักหน่อย พี่แค่อยากให้เรารู้ว่าพี่จะจีบเราจริงๆ แล้วก็อยากให้เราเปิดใจให้พี่อีกครั้งนึง”

“ทำไมพี่ถึงอยากจีบณิริน ถ้าแค่รู้สึกผิดก็ไม่ต้องทำขนาดนี้หรอกแค่ทำตัวเป็นรุ่นพี่ที่ดีก็พอแล้ว”

“ณิรินจำที่พี่เคยบอกณิรินเมื่อสามปีก่อนได้ไหม ว่าพี่ชอบเราในแบบที่เราเป็น ที่พี่พูดแบบนั้นพี่พูดจริงนะ พี่ชอบเรา ชอบทัศนคติ ชอบความคิด ชอบเวลาอยู่กับเราปั”

ณิรินมองหน้าผมนิ่งๆ เหมือนเธอกำลังพิจารณาและคิดอยู่ว่าสิ่งที่ผมพูดไปเธอสามารถเชื่อมันได้หรือเปล่า การลังเลของเธอมันทำให้ผมตื่นเต้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เพราะอย่างน้อยมันก็ทำให้ผมคิดเข้าข้างตัวเองว่าเธออาจจะให้โอกาสผมอีกครั้งก็เป็นได้

แต่ผมก็รู้ว่าสิ่งที่ผมทำกับเธอไว้มันไม่ใช่เรื่องเล็กที่จะลืมกันไปง่ายๆ

ในจังหวะนั้นเพลงนึงก็ดังขึ้นมาจากฝั่งเวทีคอนเสิร์ต มันคลอเบาๆ มาตามลมจนเหมือนเป็นซาวด์ประกอบในละคร จนผมอยากร้องท่อนฮุคให้มันชัดขึ้น ถือเป็นเวทีพิเศษที่ผมจะมอบให้กับเธอเพียงคนเดียว

อยากให้รู้ความจริงในใจ  

เก็บไว้ยังไม่เคยบอก 

เวลาเป็นใจ ให้เธอได้รู้คำตอบ  

แค่เพียงบอกกันว่าฉันรักเธอ 

บอกไปแล้ว ขอให้เธอมั่นใจ 

ว่าจะไม่แอบไปรักใคร  

ก็ใจฉันมันมีเพียงแต่เธอ 

บอกอีกครั้ง ย้ำให้ฟังเพื่อความแน่ใจ 

ชอบที่เธอเป็นคนไม่เหมือนใคร 

บอกฉันบอกเธอ บอกแค่เพียงว่ารักเธอ 

“มุกเดิมเลยนะ”

“มุกเดิม คนเดิม แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนเดิมนะ”

“แล้วอะไรที่ไม่เหมือนเดิม”

“ครั้งนี้ไม่หลอกเพราะว่ารักจริง ณิรินเคยถามพี่ใช่ไหมว่าเราจะสามารถเชื่อใจคนที่ทำร้ายเราให้ปางตายได้หรือเปล่า พี่ไปคิดมาแล้วว่าถ้าหากพี่เป็นคนโดนทำร้าย พี่อาจจะยังไม่เชื่อใจเขา แต่ว่าพี่จะให้โอกาสเขากลับตัวกลับใจและศึกษาเขาไปก่อน การให้โอกาสคนมันได้บุญมากเลยนะณิริน ขนาดคนทำผิดติดคุกยังได้โอกาสใหม่เลย พี่เองก็อยากได้โอกาสนั้นอีกครั้ง”

“...”ณิรินทำหน้าเหมือนเธอกำลังคิดหนัก และจ้องผมนิ่งๆ อยู่ครู่หนึ่ง

“น๊า ให้โอกาสพี่เถอะน๊า”

“เออ อยากทำอะไรก็ทำ”ณิรินตอบเสียงเบาในลำคอ และหันหน้าหนีกันไปทางอื่นจนผมยื่นหน้าไปใกล้ๆ

“อะไรนะ”

“จะจีบก็จีบ”

“ห้ะ”ผมแกล้งแหย่คนเขินเดินหนีไปมาอยู่ไม่สุข

“ไม่พูดซ้ำแล้ว ไม่ได้ยินก็ดี”

“เห้ยได้ยิน จีบก็จีบใช่ป่ะ”ผมยิ้มออกอย่าโล่งใจหลังจากที่ยิ้มแห้งไปหลายนาทีกลัวว่าณิรินจะไม่เปิดโอกาสให้กัน

“ไม่รู้ ไปแล้วนะ!”

“เดี๋ยวดิ”

“อะไรอีกเล่า เขินจะตายอยู่แล้วเนี่ย”ณิรินโวยวายเพราะทำตัวไม่ถูก

“เดี๋ยวจบงานพี่มีไปกินเลี้ยงกับเพื่อน ไปกับพี่ไหม”

“ไม่ไป”

“ทำไมอ่ะ”

“แค่ให้โอกาสพิสูจน์ตัวเอง ไม่ใช่ตกลงคบเข้าใจอะไรผิดป่ะ”

“ก็อยากพาไปแนะนำกับเพื่อนไง”

“ก็รู้จักหมดแล้วไง”

“ก็มันคนละแบบ”

“พี่ศิลา...การที่ณิรินให้พี่จีบ คือเปิดโอกาสไม่ได้หมายความว่าเราคบกันแล้ว อย่ากดดันหรือทำให้ณิรินอึดอัดเพราะไม่งั้นพี่จะถูกหักคะแนน!”

“หักคะแนนด้วย”

“ใช่ ระหว่างเราต้องมันต้องใช้เวลา ทั้งความซื่อสัตย์ความไว้ใจบอกเลยว่ามันไม่ง่าย ถ้าพี่คิดว่าจะมาเล่นๆ ก็เปลี่ยนใจได้เลย!”

“ไม่มีทางเปลี่ยนใจ ขอบคุณที่ให้โอกาสที่สองกับพี่นะครับ”

“มันคือโอกาสสุดท้ายของพี่ ไม่ง่ายเลยนะที่ณิรินจะมาถึงตรงนี้ มันเป็นการตัดสินใจที่ยากมากครั้งนึงในชีวิตณิรินเลยก็ว่าได้ อย่าทำให้ทุกอย่างที่ณิรินทำมามันพังทลายอีกนะคะ”

ณิรินพูดด้วยสีหน้าที่จริงจัง ซึ่งผมรู้ว่าเธอกำลังกังวลใจเรื่องอะไร ผมเลยยกมืออีกข้างไปลูบผมเธอเบาๆ เพื่อให้เธอไม่รู้สึกกังวลในเรื่องที่เธอลังเลอยู่

“ไม่มีศิลาคนเลวแล้ว มีแต่ศิลาคนดีของณิริน”

“อย่ามาดีแตกก็แล้วกัน”

“พี่สัญญาว่าพี่จะเป็นคนที่ดีขึ้น และจะทำให้ณิรินกลับมารักพี่ได้ทั้งใจอีกครั้งนึง!” 

 

Adaysiix 

นี่แค่ขอจีบ ย้ำแค่ขอจีบ เกินเรื่องไปมากกกกกกกกก 

จากนี้ไปมาโหมดพ่อกาน้ำร้อนเลยจ้าาาา พ่อคนดีของณิริน 

จากเสือกลายเป็นลูกแมวไปเลยป่ะ แถมยังเป็นลูกแมวได้มากกว่านี้อีกนะ 

ใครอยากเห็นโหมดปกป้องเก่ง โหมดอ้อนเก่ง โหมดตามใจเก่งรอเลยจ้า 

จากนี้ไปคือมีแต่เฮียศิลาคนชัดเจนกว่าแว่นขยาย 2020 แน่นอน 

ยังไงฝากกดติดตาม กดหัวใจ และคอมเมนต์ให้กันด้วยน๊าาาา 

ขอบคุณทุกคนมากๆ เลยจ้า <3 

ความคิดเห็น