email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 6 องอาจ! ( NC เล็กน้อย )

ชื่อตอน : บทที่ 6 องอาจ! ( NC เล็กน้อย )

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 398

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 25 พ.ย. 2563 20:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 6 องอาจ! ( NC เล็กน้อย )
แบบอักษร

บทที่ 6 

 

องอาจ! ( NC เล็กน้อย ) 

 

 

" หมายความว่าอย่างไร " 

 

อู๋เซียวได้ยินเช่นนี้คิ้วที่ขมวดมุ่นก็ยิ่งขมวดเป็นปมแน่น ผละริมฝีปากจากใบหูของนาง มือหนาละจากข้อมือบางที่รวบตรึงไว้ หันมาจับใบหน้าของนางด้วยฝ่ามือเพียงข้างเดียว นิ้วมือบีบเข้าหากันเล็กน้อยทำให้พวงแก้มนุ่มนิ่มและริมฝีปากของนางยู่ยี่ หรี่ตาลงจนเป็นเส้นเดียวมองนางด้วยแววตาดุดัน นางยังไม่ล้มเลิกถึงกระต่ายโง่ตัวนั้นอีกหรือ หรือว่า... นางจะมีรสนิยมแปลกๆ เฉกเช่นเซียนเจ้าที่ในขุนเขาทางทิศใต้กัน... 

 

ไฉ่ไฉ่แม้จะถูกมือหนาบีบแก้มไว้แต่นางก็ยังคงไม่ละความพยายาม เอ่ยตอบด้วยเสียงอู้อี้ 

 

" หากเราทำเรื่องเช่นนั้นกัน ข้าก็ต้องรับผิดชอบท่าน นำท่านกลับตำหนัก ข้าไม่อยากรับผิดชอบท่านนี่ " 

 

อู๋เซียวได้ยินเช่นนี้นิ้วมือก็ยิ่งบีบแก้มนางหนักขึ้น ขยับนิ้วมือขยี้ไปด้วยความมันเขี้ยว ถามออกมาเสียงดังเมื่อพอจะรับรู้ถึงความคิดของนาง 

 

" เจ้าไม่ยินยอมก็เพราะข้าไม่ใช่บุรุษหน้าขาวจึงไม่อยากรับผิดชอบข้างั้นหรือ! กลัวว่าข้าจะตามตื้อเจ้างั้นหรือ! " 

 

ไฉ่ไฉ่แม้จะเกรงกลัวแต่นางก็พยักหน้าหงึกหงักยอมรับอย่างยากลำบากเมื่อใบหน้าของนางถูกเขาคว้าจับไว้แน่น รับรู้ถึงปลายนิ้วแกร่งที่กำลังบดขยี้กรามของนางจนเริ่มเจ็บขึ้นมา  

 

อู๋เซียวยามนี้ขบกรามแน่นกัดฟันด้วยความอดทนจนฟันแทบแตก สตรีผู้นี้เป็นเพียงแค่ภูตสุราตัวเล็กๆ แต่กลับเอ่ยออกมาเช่นนี้หากไม่ได้มีความกล้าเทียมฟ้าก็คงโง่งม! หันเกิงขอพบตนทุกครึ่งปีเพื่อต้องการให้อสูรในเขตของเขาเข้ามาหากินในเขตอันอุดมสมบูรณ์ของตน หนึ่งในบรรณาการที่นำมามอบก็มีภูตจิ้งจอกที่แสนยั่วยวน ภูตกระต่ายน่าเอ็นดูก็มี ภูตที่สง่างามเช่นกระเรียนขาวก็พบ แต่ต่อให้หันเกิงไม่นำพวกนางมาก็มีภูตไม่น้อยที่เฝ้ารอตน สตรีแบบใดตนก็ล้วนพบเจอมาหมดแล้ว แต่สตรีผู้นี้กลับกล้า... 

 

ยิ่งเห็นใบหน้ายู่ยี่บู้บี้น่าเกลียดของนางก็ยิ่งมันเขี้ยว น่าตายจริงๆ น่ารำคาญนัก! หลงตัวเองเกินไปแล้ว ไร้ยางอายจริงๆ!  

 

" ไม่ต้องรับผิดชอบข้า! " 

 

อู๋เซียวยามก่อนหน้าคิดว่าจะปล่อยนางไปหากนางไม่ยินยอม แต่ยามนี้ตนเปลี่ยนใจแล้ว... เปลี่ยนใจเมื่อได้ยินวาจาน่าตายของนาง จะต้องทำให้นางรับรู้เสียบ้างว่าผู้ใดจะต้องเป็นฝ่ายตามตื้อ!  

 

" ไม่ต้องนำข้าไปไหนทั้งนั้นด้วย ข้าจะไม่ตามตื้อเจ้า! " 

 

ไฉ่ไฉ่ที่ได้เช่นนี้ใบหน้านางก็ดูโล่งใจขึ้น แต่ไม่นานหัวคิ้วนางก็ขมวดเข้าหากันเล็กน้อยครุ่นคิดต่อไปอีก แต่ว่าวาจาปากเปล่าไม่นับเป็นสัญญาหรือไม่ หาเขาเกิดบิดพลิ้วขึ้นมานางจะไปทวงความยุติธรรมกับผู้ใดได้เล่า ต้องร่างสัญญาและประทับลายนิ้วมือก่อน...  

 

" ข้าสัญญา! คนเช่นข้าถือในสัจจะ คำไหนคำนั้นไม่บิดพลิ้วแน่นอน! " 

 

ไฉ่ไฉ่มองเห็นความจริงจังและดุดันของเขาก็ระบายลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ในเมื่อเขาจะไม่กลับตำหนักกับนางก็สบายใจขึ้นมาก ช้อนตามองใบหน้าของเขาที่อยู่เหนือนาง เอ่ยเสียงแผ่วอีกครา 

 

" ข้าไม่อยากอยู่ด้านล่าง ไม่องอาจ " 

 

" ได้! ย่อมได้ เจ้าอยากจะอยู่ที่ใดก็ย่อมได้! อยากองอาจเพียงใดก็แล้วแต่เจ้าปรารถนา! " 

 

อู๋เซียวเค้นเสียงลอดไรฟันผละมือออกจากใบหน้าของนาง วงแขนสอดใต้แผ่นหลังรั้งร่างนางให้แนบชิด พลิกกายคราหนึ่งเขาก็เป็นฝ่ายที่นอนอยู่บนเตียง หลุบตามองนางนอนหมอบอยู่บนแผ่นอกดูเหมือนจะตั้งตัวไม่ทันนัก เลิกคิ้วขึ้นท้าทาย เอ่ยย้ำอีกครา 

 

" พอใจหรือไม่ " 

 

ไฉ่ไฉ่ย่นหน้าเล็กน้อย ครุ่นคิดทบทวน ท่าทางล้วนถูกต้องแล้ว... แล้วอย่างไรนะ ถงถงทำเช่นไรต่อ...  

 

 นางหยัดกายขึ้นแผ่นหลังตั้งตรง สองมือวางค้ำไว้บนอกแกร่ง นั่งคร่อมอยู่บนหน้าท้องแกร่ง กะพริบตาปริบๆ มองดูบุรุษหน้าดำใต้ร่างด้วยแววตาล่องลอย ก็จริงว่านางไปแอบดู แต่ว่าถงถงเป็นผู้ใดมีหรือที่จะไม่ล่วงรู้ ท่วงท่าเช่นนี้นางเห็นได้ชัดเจนที่สุดแล้ว หลังจากนี้ดวงตาของนางก็เหมือนถูกเมฆหมอกบังตาไม่อาจมองเห็นได้ชัดเจน ได้ยินแต่เสียงร้องผะแผ่วหลุดลอดออกมาเบาๆ เป็นบางครั้งบางคราก็เท่านั้น...  

 

อู๋เซียวเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง เฝ้ารอว่านางจะทำเช่นไรต่อไปอย่างใจเย็น ยิ่งเห็นนางดูประหม่าอยู่นานก็เร่งรัดออกมา 

 

" สตรี เร็วหน่อย " 

 

ไฉ่ไฉ่แลบลิ้นเลียริมฝีปากตนเองช้าๆ ระบายลมหายใจเฮือกใหญ่ออกมาก่อนจะโน้มกายยื่นใบหน้าเข้าใกล้อู๋เซียว พลันประทับริมฝีปากลงบนริมฝีปากหยักหนาของเขา แตะสัมผัสอย่างแผ่วเบา ดวงตากลมโตจ้องมองดวงตาคมเข้มของเขาในระยะประชิดไม่วางตา  

 

พลันดวงตาคู่งามของนางก็ต้องสั่นไหวเบิกกว้างเมื่อเขาขยับริมฝีปาก ส่งปลายลิ้นไล้เลียกลีบปากของนางไปมาช้าๆ ดวงตาสบมองไม่ละจาก ประกายเพลิงแผดเผาในดวงตาของเขาผุดขึ้นช้าๆ ลุกลามส่งผลมาถึงไฉ่ไฉ่ที่กำลังนิ่งค้าง ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดใบหน้าก็เหมือนสายลมอันอบอุ่นไล้อาบทั่วร่าง  

 

อู๋เซียวไล้ปลายลิ้นไปตามริมฝีปากบาง เผยอปากอ้างับกลีบปากอ่อนนุ่มของนางช้าๆ มือหนึ่งสอดผ่านกลุ่มผมใต้ท้ายทอย รั้งใบหน้าของนางให้โน้มเข้าใกล้มากยิ่งขึ้น ส่วนมือที่ว่างอยู่ก็จัดการกระตุกรั้งสายเอี๊ยมให้หลุดออก มองดูดวงหน้าของนางที่เริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อ ยามที่ริมฝีปากเล็กๆ เผยอ้าเล็กน้อยตามการชักนำก็สบโอกาสกดแทรกสอดปลายลิ้นเข้าไปในโพรงปากอ่อนนุ่ม ลิ้นร้ายเพิ่มความดุดันกวาดต้อนเกี่ยวกระหวัดเรียวลิ้นของไฉ่ไฉ่จนทำให้นางเคลิบเคลิ้ม ตวัดลิ้นดุนดันลิ้นร้ายที่กำลังกวาดต้อนนางให้จนมุม  

 

เมื่อนางตอบสนองโต้กลับก็เป็นดั่งสายลมรุนแรงพัดโหมเปลวเพลิงของเขาให้ขยายใหญ่ขึ้น อู๋เซียวกระชับวงแขนให้แน่นขึ้นรั้งร่างบางให้แนบชิด จ้องมองดวงตาคู่งามแวววาวและเปี่ยมด้วยเสน่ห์ปรารถนา ปลายลิ้นของเขาก็ยิ่งรุกหนักขึ้น ริมฝีปากบดขยี้ริมฝีปากนุ่มนิ่มเล็กบางของนางรุนแรงและเร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆ พร้อมๆ กับเรียวลิ้นของไฉ่ไฉ่ที่พยายามตอบรับเขาอย่างไม่ยอมแพ้  

 

ไฉ่ไฉ่ยามนี้ลมหายใจเริ่มขาดห้วง ร้องประท้วงในลำคอเมื่อเรียวลิ้นของนางถูกริมฝีปากของเขาดูดดึงเกี่ยวกระหวัดรัดรึงไม่ยอมปล่อย รสชาติหวานแปลกๆ อบอวลทั่วโพรงปากพร้อมๆ กับกลิ่นโลหิตที่ตีรวนขึ้นจมูก เมื่อริมฝีปากนางถูกเขาบดขยี้อย่างไม่ปรานีจนปริแตกเรียกโลหิตให้ไหลซึมออกมา แม้จะพยายามเบี่ยงใบหน้าหลบแต่ฝ่ามือของเขาที่รั้งไว้ก็ทำให้นางไม่อาจขัดขืน มือบางที่วางบนอกแกร่งพยายามทุบตีและจิกข่วนเพื่อเขาให้ละเว้นเมื่อลมหายใจของนางถูกเขาสูบกลืนไปจนหมด  

 

อู๋เซียวสูบลมหายใจของนางจนเฮือกสุดท้ายก่อนจะถอนริมฝีปากออก ยิ่งเห็นนางหอบหายใจ หางตาแวววาวด้วยประกายหยาดน้ำตาก็ยิ่งไม่อาจหักห้าม ริมฝีปากไล้เลียและขบเม้มปลายคางของนางเบาๆ สองมือกอดรัดเอวบางไว้แน่น หยัดแผ่นหลังขึ้นจากเตียง ซุกไซ้ใบหน้าเขากับลำคอระหง รวบร่างที่อ่อนระทวยของนางไว้แน่น ขบเม้มลำคอและไหล่ลาดจนเกิดรอยแดงแต่งแต้มดุจดอกเหมยบนหิมะขาว ทั้งงดงามและยั่วเย้า  

 

ยิ่งอู๋เซียวเห็นก็ยิ่งอยากฝากร่องรอยไว้บนตัวนางให้เป็นสวนดอกเหมยหลายสิบลี้ ผิวของนางบอบบางเพียงแค่แตะถูกเล็กน้อยก็ขึ้นสี  

 

" บะ เบาหน่อย " 

 

ไฉ่ไฉ่ยามนี้เกยคางอยู่บนบ่าหนา สองแขนโอบล้อมรอบลำคอแกร่ง ร่างกายเหลวปวกเปียกดุจดินเหลวที่โดนน้ำฝนรวมผสม ร่างกายร้อนจัดของเขาที่โอบล้อมรอบกายทำให้หลอมนางให้ละลาย เอ่ยเสียงแหบออกมาเมื่อนางรู้สึกเจ็บเล็กๆ ที่ต้นคอ  

 

" เป็นใครกันถึงกล้ามาสั่งข้า " 

 

อู๋เซียวปรายตามองนาง อ้าปากกัดลำคอของนางจนได้ยินเสียงร้องประท้วงออกมาจากลำคอก็ผละใบหน้าออก มองดูรอยฟันอีกแถวที่ติดแน่นก็ยิ่งพอใจ เหลือบมองดูใบหน้าของนางพลันสายตาต้องสะดุดเมื่อเห็นรอยจ้ำเขียวๆ บนสันกรามของนาง ขมวดคิ้วมุ่นมองมันอย่างไม่ชอบใจนัก ก่อนจะหลุบมองมองรอยฟันลึกตื้นที่กระจายอยู่บนไหล่ลาดและลำคอ  

 

ชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก็ใช้นิ้วมือลูบที่ร่องรอยเขียวช้ำที่สันกราม พลันร่องรอยเหล่านั้นก็ค่อยๆ จางหายไป อู๋เซียวมองรอยฟันที่ลึกที่สุด มองมันอยู่ครู่หนึ่งก่อนเลือกที่จะเฉยชา ต้องให้นางรู้เสียบ้างว่าตนนั้นหาใช่ผู้ที่จะมาล้อเล่นได้!  

 

" เช่นนั้นก็... แรงๆ " 

 

ไฉ่ไฉ่เอ่ยอีกครา คำว่ายิ่งห้ามยิ่งยุวันนี้นางเข้าใจด้วยตนเองแล้ว หากนางห้ามเขาก็ยิ่งทำ เช่นนั้นต้องเอ่ยคำตรงข้าม...  

 

" ได้ " 

 

อู๋เซียวยกยิ้มมุมปากด้วยความสนุกสนาน กระชับร่างบางในอ้อมแขนให้แนบชิดยิ่งขึ้น วงแขนข้างหนึ่งสอดผ่านใต้รักแร้ไปจับกุมเอวบางไว้แน่น อีกมือก็ดึงรั้งเอี๊ยมบังทรงโยนมันทิ้งไปนอกเตียง มือลูบไล้เรือนร่างเปล่าเปลือยเรียบเนียนของนางด้วยความหลงใหล  

 

ยามที่ฝ่ามือลากผ่านกระดูกสันหลังไล่ต่ำไปยังบั้นท้าย แตะสัมผัสกับความนุ่มนิ่มและดีดสะท้อนความรู้สึกก็พลุ่งพล่าน อสูรในร้ายในร่างกู่ก้องตะโกนคำรามอยู่ภายในรุนแรงจนแทบจะกระโจนหลุดออกมา กัดกรามแน่นพยายามระงับสัญชาตญาณดุร้ายที่อยากจะบดขยี้นางด้วยความอดทน เนื้อตัวนางนุ่มนิ่มแต่ก็ยังดีดสะท้อนสู้มือ น่าขย้ำฟัดให้จมเขี้ยวนัก! 

 

" ข้าอยากจะ... บดเจ้าเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแทบตาย " 

 

อู๋เซียวเค้นเสียงลอดไรฟันออกมา อ้าปากกัดไหล่บางอีกคราด้วยความมันเขี้ยว  

 

" อะ โอ๊ย เจ็บ... นายท่าน " 

 

ไฉ่ไฉ่ร้องเสียงแผ่ว ร่างกายเกร็งต่อต้านขึ้นมา เมื่อการขบกัดครานี้นั้นรุนแรงกว่าทุกครา  

 

" หุบปาก " 

 

อู๋เซียวตวาดเสียงแข็ง น้ำเสียงแว่วหวานแฝงไว้ด้วยการอ้อนวอนร้องขอนั้นยิ่งปลุกเร้าทำให้ตนยิ่งยากจะหักห้ามความกระหาย สองมือบีบเค้นสะโพกตึงแน่นของนางไปมาช้าๆ ทว่าเน้นย้ำหนักหน่วง  

 

ไฉ่ไฉ่อ้าปากร้องโอดโอยแต่ไร้เสียงออกมา ไฉนเขามือหนักเพียงนี้กัน กระดูกนางจะถูกบดจนแหลกอยู่แล้ว แล้วไฉนนางจะต้องยอมเจ็บแต่เพียงผู้เดียวด้วยเล่า ไฉ่ไฉ่อ้าปากกัดลงบนไหล่ที่อุดมด้วยกล้ามเนื้อแข็งๆ เต็มแรง แม้คราแรกนางอยากจะกัดเขาเพื่อให้เขารับรู้ถึงความเจ็บปวดของนางบ้าง แต่เมื่อกัดไปแล้วนางกลับรู้สึกว่าปวดฟันยิ่งนัก...  

 

อู๋เซียวที่โดนนางกัดก็ไม่ได้โมโหนัก มุมปากยกยิ้มบางๆ ละฝ่ามือจากบั้นท้ายลูบไล้ผ่านสันเอวบางขึ้นมากอบกุมทรวงอกอิ่มไว้เต็มฝ่ามือ  

 

" อะ อื้อ " 

 

ไฉ่ไฉ่พลันต้องละริมฝีปากออกจากไหล่หนา หลุดร้องออกมาเมื่อฝ่ามือร้อนจัดนั้นสัมผัสลงบนอกอิ่มที่อ่อนไหว ยามที่แตะสัมผัสก็ทำให้ขนอ่อนทั่วร่างของนางลุกชัน ความรู้สึกแปลกๆ แล่นพล่านทั่วร่าง  

 

" สตรี เจ้า... ความรู้สึกไวนัก " 

 

อู๋เซียวเอ่ยเย้าเบาๆ ริมฝีปากไล้จุมพิตไห้ปลาร้าซ้ำๆ ซ้ำยังไล้เลียผิวกายนางด้วยความเพลิดเพลิน ปลายนิ้วหยอกเย้ายอดอกที่ชูชันแข็งเป็นไตสู้ปลายนิ้ว นิ้วชี้และนิ้วโป้งบดคลึงยอดอกนางช้าๆ ดวงตาเหลือบมองใบหน้าที่แดงก่ำงดงามยั่วยวน ร่างกายทั่วตัวแดงระเรื่อ ดวงตาพริ้มลงกึ่งหนึ่งด้วยความเคลิบเคลิ้มมึนเมา ดวงตาฉ่ำวาวคู่งามที่ถูกแพขนตาหนาหลบซ่อนนั้นเต็มไปด้วยการเชื้อเชิญและอารมณ์ปรารถนาอันร้อนแรง 

 

แม้ตนจะไม่รับรู้ถึงรสและกลิ่น แต่คาดเดาได้ไม่ยากเลยว่านางจะรสชาติดีเพียงใด หันเกิงได้กลิ่นนางถึงยอมแลกห้าสิบปีที่จะไม่รุกล้ำเข้ามา อีกทั้งยามนี้ภูตที่คอยเป่าหอยสังข์บอกเวลาก็เป่าเกินมาสามรอบแล้ว บึงหลู่กู๋นี่จะถูกนางแปรสภาพเป็นบ่อสุราแล้วหรือไม่ ต่างทำให้ภูตตนอื่นพากันมึนเมาไปหมดแล้ว  

 

พลันอู๋เซียวก็อยากลิ้มรสนางให้มากขึ้น ไม่อาจหยุดได้เพียงแค่จับสัมผัสเพียงแค่ฝ่ามือ เขารั้งร่างนางให้พลิกนอนบนฟูกเตียง คร่อมอยู่เหนือร่างของไฉ่ไฉ่ แขนข้างหนึ่งค้ำยันไว้เพื่อไม่ให้ร่างกายนั้นกดทับนางจนแบนดุจเซาปิ่ง  

 

ริมฝีปากหยักหนาและอุ่นร้อนไล้สัมผัสที่ซอกคอขาว ไล่ลงมายังไหปลาร้าและเนินอก ลำคอแห้งผากเมื่อได้เห็นอกอิ่มขาวนวลเนียน เพียงแค่มองก็รับรู้ได้ถึงความนุ่มหยุ่นน่าสัมผัส ยิ่งเห็นจุดแต้มสีแดงก็รู้สึกว่าถูกมันดึงดูดโน้มใบหน้าเข้าใกล้ ไม่ทันให้เขาได้ลิ้มลองไฉ่ไฉ่ก็ขยับกายต่อต้านเล็กน้อย  

 

" ไม่องอาจ! "  

 

" ข้าให้เวลาเจ้าองอาจนานเกินพอแล้ว สตรี... " 

 

" อะ... อื้ออ! " 

 

ไฉ่ไฉ่ไม่ทันได้ต่อคำ แผ่นหลังก็หยัดขึ้นเล็กน้อย หลุดร้องเสียงผะแผ่วแว่วหวานเมื่อริมฝีปากร้อนๆ ครอบครองไปที่ส่วนที่อ่อนไหว ดวงตาพร่ามัวไปทันที ขนอ่อนลุกชันผิวหนังเป็นตุ่มไตจากความรู้สึกวาบหวามที่เขาดูดกลืนอย่างตะกละตะกลาม ความร้อนโลมเลียที่อกอิ่มนั้นเหมือนจะยิ่งทำให้นางรู้สึกร้อนรุ่มตาม 

ความคิดเห็น