email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เล่ม 1 บทที่ 3.5: ความรู้สึกดี ๆ (5)

ชื่อตอน : เล่ม 1 บทที่ 3.5: ความรู้สึกดี ๆ (5)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 236

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 25 พ.ย. 2563 09:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เล่ม 1 บทที่ 3.5: ความรู้สึกดี ๆ (5)
แบบอักษร

“ทำไมเจ้าทำแบบนี้?”

“เจ้าหมายความว่าอะไร?”

“บอกข้ามาว่าทำไมเจ้าถึงยุยงท่านพี่มาชูนินให้ลอบสังหารเจ้าชายอิคราอิมด้วยเหตุผลที่ไร้สาระแบบนั้น?!”

“วันนี้ข้ายังไม่ได้ออกจากบ้านเลยแม้แต่ก้าวเดียว ไม่ใช่สิ ข้าเอาแต่นั่ง ๆ นอน ๆ แบบนี้มาห้าวันแล้ว แล้วทำไมเจ้าถึงคิดว่าข้ามีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้?”

“ข้ารู้จักท่านพี่มาชูนินดี และยิ่งรู้จักคนแบบเจ้าดียิ่งกว่า เจ้ามีปัญหาอะไร? เจ้ารู้อยู่แล้วว่าคนเชื่องช้าอย่างท่านพี่มาชูนินจะต้องทำพลาด ดังนั้นจุดประสงค์ของเจ้าไม่ใช่การสังหารเจ้าชาย เจ้าอยากได้ตำแหน่งผู้นำตระกูลอย่างนั้นรึ? หรือว่าเจ้าอยากทำลายตระกูลซาเรียนให้ย่อยยับ?”

กียุนเข้าใจแล้ว รามซัสสงสัยว่าวีเชคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังโศกนาฏกรรมในครั้งนี้ แม้การที่กล่าวว่าวีเชเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการลอบสังหารจะเป็นเพียงแค่การสันนิษฐาน แต่ด้วยอาการของเขานั้น กียุนก็ยังอดที่จะสงสัยไม่ได้ ถึงตอนนี้เขาจะยังคงตีหน้าใสซื่อและไม่แสดงพฤติกรรมแย่ ๆ ออกมา แต่เมื่อสักครู่ปฏิกิริยาของเขาที่ได้ยินว่าพี่ชายเสียชีวิต และครอบครัวเกิดโศกนาฏกรรมนั้นมันดูมีพิรุธ

“บอกข้ามา ทำไมเจ้าถึงต้องยุยงท่านพี่?”

รามซัสตะโกนเสียงดังอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก วีเชเห็นเพื่อนแสดงความโกรธแบบที่ไม่ได้เห็นมานานก็ยิ้มออกมาน้อย ๆ ก่อนที่สีหน้าจะเปลี่ยนไป

“เจ้านี่มันไม่เปลี่ยนไปเลยนะ แล้วเจ้ารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร?”

“เจ้าไม่ต้องพูดอ้อมค้อม”

“เหตุผลก็ง่าย ๆ มันก็แค่การลองใจ”

“วีเช!”

“ถ้าจะเป็นผู้ติดตามของเจ้าชายอิคราอิมก็ต้องห้ามระแวงในตัวเจ้าชาย ไม่ใช่สิ ในฐานะมนุษย์จะไม่มีความหวาดหวั่นได้อย่างไร แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นก็ห้ามแสดงออกมา แต่ท่านพี่ทำมันไม่ได้สักอย่าง เจ้าบอกว่าข้ายุยงท่านพี่อย่างนั้นหรือ? ข้าก็แค่ทำให้ความระแวงในตัวเขาเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้นก็เท่านั้นเอง ท่านพี่ไม่คิดจะหาข้อเท็จจริงมาขจัดความระแวง แต่กลับใช้ความคิดอคติมาทำลายตัวเอง ท่านพี่ที่เป็นคนแบบนั้น หากขึ้นเป็นผู้นำตระกูลก็คงมีแต่จะทำให้ตระกูลล่มจม”

วีเชพูดเหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาพูดถึงพี่ชายของตัวเองโดยไม่มีความรู้สึกอะไรเลย ทำเอากียุนขนลุกซู่ รู้สึกเสียวสันหลังขึ้นมาทันที

รามซัสเข้าใจในสิ่งที่วีเชพูดมา หากผู้นำตระกูลคนหนึ่งไม่ศรัทธาในคำปฏิญาณว่าจะจงรักภักดีต่อจักรพรรดิและเกิดความหวั่นไหวขึ้น ตระกูลก็จะพังพินาศอย่างแน่นอน แต่เขาก็ไม่เห็นด้วยกับวิธีการแบบนี้ของวีเช ถ้าหากพี่ชายของตัวเองไม่ไว้ใจเจ้าชายอิคราอิม ก็ยังสามารถหาทางโน้มน้าวใจได้ด้วยวิธีอื่น

“วิธีการของเจ้ามันบ้าระห่ำเกินไป อย่างไรเสียข้าก็ไม่เห็นด้วย”

“เห็นด้วยหรือไม่ก็ไม่สำคัญ อย่างไรมันก็ไม่เกี่ยวกับเจ้า”

“วีเช ทำไมเจ้าถึงพูดอย่างนี้”

“ถึงข้าจะทำอะไรเจ้าก็ไม่สนใจอยู่แล้วไม่ใช่หรือไง?”

“คือว่า......”

“แค่นี้มันก็พิสูจน์ได้แล้วไม่ใช่เหรอ เจ้ากลับไปเถอะ ข้าไม่มีอะไรจะพูดกับเจ้าแล้ว”

คำเอ่ยไล่อย่างเย็นชา รามซัสที่หน้าชายังไม่ทันขยับลุกจากที่นั่ง วีเชก็ลุกขึ้นก่อน รามซัสรีบคว้ามือของวีเชที่กำลังหันหลังไปเอาไว้

“วีเช เพราะเรื่องนี้เจ้าอาจจะได้เป็นผู้นำตระกูลคนต่อไป”

“พวกตาแก่ในบ้านนั้นจะคัดค้านข้าไม่ใช่หรือไง?”

“เจ้าเกลียดการเลียแข้งเลียขาอย่างนั้นรึ?”

“เกลียดสิ ข้าถึงใช้ชีวิตอยู่แบบนี้ไง”

“แต่มันก็เหมาะกับเจ้าดี เจ้าจะไม่ลองดูสักครั้งหรือ?”

“ถ้าเจ้าว่าแบบนั้น ข้าก็จะลองพิจารณาดู”

วีเชตอบโดยมีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้าที่งดงามของเขา แน่นอนว่าเขาเป็นคนฉลาดและเจ้าเล่ห์ รามซัสคิดว่าคงไม่มีใครกล้าติดตามวีเช ถึงร่างกายของวีเชจะอ่อนแอจนไม่สามารถออกไปไหนได้ไกล แต่ว่าเขาก็สามารถเข้าใจสถานการณ์ต่าง ๆ ได้แม้จะยังนั่งอยู่บนเก้าอี้ ต่อให้เป็นเรื่องที่เจ้าตัวจะไม่อยากทำสักเท่าไร แต่ด้วยนิสัยของเขาที่เป็นคนมีความรับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย หากเขาได้เป็นผู้นำตระกูล ตระกูลซาเรียนจะต้องเจริญรุ่งเรืองอย่างแน่นอน

แต่ถ้าวีเชได้เป็นผู้นำตระกูล เวลาของชีวิตที่เหลืออยู่ไม่มากของเขาคงยิ่งร่อยหรอลงไปอีก ถึงรามซัสจะบอกว่าให้ลองเป็นผู้นำตระกูลดู แต่ใจจริงแล้วเขาก็อยากจะขัดขวาง

“กลับดี ๆ ล่ะ”

วีเชดึงมือรามซัสออกอย่างเบามือก่อนจะเอ่ยลาสั้น ๆ หายเข้าไปในห้องนอนอย่างไม่มีเรื่องติดค้างคาใจ ทันทีที่วีเชหายไป กียุนก็ได้ยินเสียงรามซัสถอนหายใจออกมายาว ๆ

“ที่นี่เดิมทีก็เป็นอย่างนี้ ถ้าไม่เอาตัวรอดก็จะถูกกำจัด ไม่จำเป็นต้องไปตำหนิเขา ทั้งหมดนี้เพราะข้าไม่ดีเอง”

“นายท่าน”

“เจ้าของบ้านเขาไล่แล้ว แขกอย่างเราก็ควรไปเหมือนกัน”

รามซัสลุกขึ้นแล้วเดินออกไปอย่างเนิบ ๆ กียุนรีบตามไปทันที สังเกตว่ารามซัสที่อยู่ด้านหน้าตั้งใจเดินอย่างวางมาด อาจเพราะยังอารมณ์เสียในการกระทำของเพื่อน

กียุนรู้สึกขมขื่น เจ้าชายสั่งให้อาจารย์ฆ่าลูกชายของตัวเอง พ่อก็ฆ่าลูกของตัวเอง และเพื่อตระกูลแล้วน้องชายต้องทดสอบใจพี่ชาย ชีวิตนี้คงไม่มีอะไรโหดร้ายไปกว่านี้อีกแล้ว

จู่ ๆ ก็สงสัยขึ้นมาว่าชื่อที่เจ้าชายอิคราอิมแบกรับอยู่นั้นมันหนักหนาแค่ไหน มีทั้งความคาดหวังและความไว้วางใจ แถมยังมีความเกลียดชังและความโศกเศร้าของผู้คนจำนวนมาก พรุ่งนี้ข่าวลือที่ว่าเจ้าชายเป็นคนใจคอโหดร้ายสั่งให้พ่อฆ่าลูกของตัวเองก็คงจะแพร่ออกไป ชื่อเสียงของเจ้าชายว่าเป็นผู้ที่รอดจากการถูกลอบสังหารในขณะเดียวกันก็จะเป็นเจ้าชายผู้เหี้ยมโหด เขาไม่เคยจินตนาการถึงเลยว่ามันจะหนักหนาสักแค่ไหน

 

เช้าวันถัดมา รามซัสก็ได้เข้ามานั่งในห้องทำงานของเจ้าชายอิคราอิม หลังจากที่ได้รับข้อกล่าวหาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดก็ยิ้มอย่างเย็นยะเยือก

“จริง ๆ แล้ว มันเป็นแค่การทะเลาะกันในครอบครัวสินะ”

การที่ผู้นำตระกูลซาเรียนลงมือลอบสังหารเองแบบนี้ทำให้รู้ว่าต้องมีผู้ที่อยู่เบื้องหลัง การขุดคุ้ยหาเบื้องหลังการกระทำของผู้นำตระกูลที่มีชื่อเสียงนั้นปรากฏว่าเป็นแค่การขัดแย้งกันภายในครอบครัว

อย่างไรก็ตามเจ้าชายอิคราอิมไม่ได้ปล่อยผ่านประเด็นของเหตุการณ์นี้ไป

“รามซัส เหมือนว่าเขาจะได้เป็นผู้นำตระกูลซาเรียนใช่ไหม?”

“พวกผู้อาวุโสหัวโบราณคงจะยกข้ออ้างเรื่องที่เขาร่างกายอ่อนแอมาคัดค้าน แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรพ่ะย่ะค่ะ”

“ถ้าถึงขนาดสามารถกำจัดมาชูนินไปได้ เขาก็คงไม่ธรรมดาทีเดียว”

“กระหม่อมรับรองเรื่องความสามารถของเขาพ่ะย่ะค่ะ”

“ก็คงจะอย่างนั้น”

จากการลองใจพี่ชายตัวเองด้วยวิธีที่แยบยล สำหรับเจ้าชายอิคราอิมนั้นไม่ได้สนใจวิธีการ แค่ถือเป็นการทำเพื่อตระกูลและเพื่อความก้าวหน้าของพระองค์เท่านั้นก็เพียงพอแล้ว บุคลิกของวีเชดูไม่น่าไว้วางใจ แต่สิ่งที่เขาต้องการไม่ใช่ชื่อเสียงและเกียรติยศ วีเชเป็นคนเปิดเผย แสดงความปรารถนาของตัวเองออกมาอย่างชัดเจน และเรียกร้องในสิ่งที่เขาต้องการจึงน่าไว้ใจได้มากกว่ามาชูนิน ที่ทำตัวสูงส่งแต่เสแสร้งว่าจงรักภักดี และซ่อนความขุ่นเคืองเอาไว้ในใจ

เหนือสิ่งอื่นใดตระกูลซาเรียนได้สร้างนักปราชญ์ที่มีชื่อเสียงมากมายหลายคนมาเป็นเวลานาน พวกเขามีอิทธิพลในวงการการศึกษาของราชอาณาจักรอยู่พอสมควร วีเชนั้นหากได้รับผลประโยชน์ก็จะสนับสนุนอย่างแน่นอน ต่างจากเทอยัวร์ที่พยายามรักษาความเสมอภาคเอาไว้

“ข้าต้องไปพบเขาดูสักครั้ง ก่อนที่เขาจะเป็นผู้นำตระกูลได้ยิ่งดี”

“กระหม่อมจะนัดเขาให้พ่ะย่ะค่ะ”

“ดีมาก”

เจ้าชายอิคราอิมแบ่งคนออกเป็นสองจำพวก คือมิตรและศัตรู และรามซัสรู้ว่าเจ้าชายนับว่าวีเชเป็นมิตร แต่วีเชเป็นคนที่คาดเดาได้ยาก หากทั้งสองคนพบกัน สิ่งที่พวกเขาจะพูดคุยกันนั้นคงทำให้รู้สึกพะอืดพะอมเป็นแน่ ถึงวีเชจะบอกว่าเขาจะทำอะไรก็ไม่เกี่ยวกับรามซัสก็จริง แต่ว่าเขาไม่ได้หมายความตามที่พูดเลย

“ใช่แล้ว หน้าของกียุนไม่เป็นอะไรใช่ไหม? ดูเหมือนเมื่อวานนี้เขาจะถูกเตะที่หน้าอย่างแรงเลย”

เจ้าชายอิคราอิมถามถึงอาการของกียุน รามซัสที่ตอนนี้เริ่มชินแล้วจึงไม่ตกใจกับคำถาม และตอบไปอย่างใจเย็น

“บนหน้ามีรอยช้ำพ่ะย่ะค่ะ”

“ถ้าเป็นนักฆ่าที่ได้รับการฝึกฝนมา ป่านนี้เขาคงจะตายไปแล้ว โชคดีจริง ๆ ข้าจะส่งยาไปทางเคนเกน ไปเอาด้วยล่ะ”

“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ”

ที่จริงรามซัสอยากจะบอกว่ายาทาแผลที่เจ้าชายให้ไปครั้งก่อนยังใช้ไม่หมดเลย และรามซัสสงสัยว่าทำไมถึงต้องส่งยามาให้กียุนอีก การที่เจ้าชายอิคราอิมให้ความสนใจกียุนแค่เพราะดูแปลกนั้นมันก็ถือว่านานเกินไปแล้ว แต่เจ้าชายกลับให้ความสนใจกียุนมากขึ้น แถมยังให้ความเมตตาและทำดีกับกียุนอีก อยากจะถามว่ามันเป็นเพราะอะไร แต่ว่าเขาไม่สามารถคาดเดาปฏิกิริยาที่จะเกิดขึ้นได้ จึงยังมีความลังเลอยู่

บทสนทนาจบลงไปแล้ว แต่รามซัสดูเหมือนมีอะไรค้างคาใจแต่ไม่ยอมพูด จนเจ้าชายอิคราอิมที่กำลังหยิบเอกสารที่ต้องจัดการในวันนี้มองด้วยความสงสัย

“ทำไม? เจ้ามีอะไรจะรายงานข้าอีกอย่างนั้นรึ?”

“กระหม่อมมีคำถามพ่ะย่ะค่ะ”

“ลองว่ามาสิ”

“คือว่า กระหม่อมไม่แน่ใจว่าถ้าถามไปแล้วอาจทำให้องค์ชายไม่พอใจพ่ะย่ะค่ะ”

“ข้าไม่ถือสาหรอกว่าเจ้าจะถามอะไร แต่เจ้าจะได้คำตอบหรือไม่นั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง”

เจ้าชายอิคราอิมยกมุมปากข้างหนึ่งยิ้มอย่างมีเลศนัย ถึงปากจะยิ้มแต่ตาไม่ได้ยิ้มด้วยเลย บ่งบอกว่าหากยังอยากมีชีวิตอยู่ก็อย่าได้ถามคำถามที่ไร้สาระเด็ดขาด รามซัสกลืนน้ำลายดังเอื๊อก ถึงชีวิตจะสำคัญ แต่ความสงสัยก็มีมากกว่า รามซัสได้แต่หวังว่าชีวิตของพระองค์เองจะมีค่ามากพอที่จะถามคำถามนี้ และเอ่ยปากถามอย่างระมัดระวัง

“ไม่มีอะไรอื่นหรอกพ่ะย่ะค่ะ เป็นเรื่องของกียุนทาสของกระหม่อมเอง”

“กียุน? เป็นอะไรอย่างนั้นรึ?”

“ข้าเห็นว่าองค์ชายดูเหมือนเป็นห่วงเป็นใยกียุนก็เลยอยากจะถามพ่ะย่ะค่ะ”

“เป็นห่วงเป็นใย?”

“ก่อนหน้านี้ก็ส่งยาไปให้แล้วไม่ใช่หรือพ่ะย่ะค่ะ?”

“ที่ข้าส่งยาให้ไปทาแผลที่หน้าน่ะรึ ก็เหมือนกับวันนี้ไง แล้วมันมีปัญหาอะไรอย่างนั้นหรือ?”

เมื่อเจอเจ้าชายอิคราอิมถามว่ามีปัญหาอะไร รามซัสถึงกับไปต่อไม่ถูก ดูเหมือนเจ้าชายจะไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าตัวเองให้ความเอ็นดูกียุนเป็นพิเศษ รามซัสจึงตัดสินใจว่ามันไม่จำเป็นที่จะเซ้าซี้จนทำให้เกิดปัญหา เจ้าชายอิคราอิมจึงเอ่ยปากไล่

“ถ้าไม่มีอะไรจะพูดแล้วก็ออกไปได้”

“พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมขอทูลลา”

รามซัสถอยหลังออกจากห้องทำงานไป

เจ้าชายอิคราอิมไม่ได้สนใจรามซัสแล้วตั้งใจอ่านเอกสารต่อ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว