email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เล่ม 1 บทที่ 3.3: ความรู้สึกดี ๆ (3)

ชื่อตอน : เล่ม 1 บทที่ 3.3: ความรู้สึกดี ๆ (3)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 305

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 25 พ.ย. 2563 09:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เล่ม 1 บทที่ 3.3: ความรู้สึกดี ๆ (3)
แบบอักษร

สิ่งที่กียุนมองอยู่นั้นคืออะไร เจ้าชายอิคราอิมรู้ได้ในทันที

อาคารที่ตั้งอยู่ ณ จุดเหนือสุดของวัง มีอาคารทรงกลมขนาดใหญ่หลังคาสีน้ำเงินขาวอยู่หลังหนึ่ง ด้านหลังเป็นหน้าผาขรุขระ อาคารหลังนั้นมีน้ำไหลออกมาไม่หยุดแล้วร่วงลงไปสู่หน้าผาจนเกิดเป็นน้ำตกขนาดใหญ่ น้ำตกนั้นคือต้นน้ำที่ชุ่มชื่นไหลจากทิศเหนือไปยังเมืองซิลมารูอาน

ราชอาณาจักรชาลบามห์นั้น ในหนึ่งปี มีฝนตกแค่สามวัน สิ่งที่จะทำให้เกิดน้ำได้มีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น กรามันห์อัญมณีแห่งสายน้ำ ที่อาคารหลังคาสีน้ำเงินขาวนั้นจะต้องเป็นที่ตั้งของกรามันห์ซิลมาอย่างแน่นอน

ทุกคนต่างมองดูทิวทัศน์น้ำตกที่งดงามด้วยใจที่เคารพ และสำนึกในบุญคุณของต้นน้ำลำธาร แม้แต่กียุนเองก็เช่นกัน

“เจ้าอยากลองไปที่นั่นไหม?”

“อะไรนะพ่ะย่ะค่ะ?”

“ข้าถามว่าอยากลองไปที่วังอัญมณีดูไหม?”

“อยากไปพ่ะย่ะค่ะ”

กียุนตอบไปอย่างซื่อตรง ทั้งที่ในหัวบอกว่าอย่า แต่ปากกลับพูดแสดงความต้องการไปเสียแล้ว เจ้าชายอิคราอิมยิ้มออกมา

“เจ้าช่างเป็นคนตรงไปตรงมา ดี ตามข้ามา”

“.......?”

“มัวทำอะไรอยู่ ตามข้ามาสิ ข้าจะพาเจ้าไปที่นั่น”

“........!”

เพราะได้ยินคำพูดที่ไม่ได้คาดคิดมาก่อน กียุนจึงทำได้แค่เบิกตาค้างอยู่อย่างนั้น ช่วงนี้พอเขาได้มีโอกาสใกล้ชิดเจ้าชายอิคราอิม ก็มีเรื่องที่ทำให้ต้องประหลาดใจอยู่ตลอดเลย

เจ้าชายอิคราอิมเดินเร็วมาก ก้าวลงจากศาลาและเดินผ่านสวนไปได้กว่าครึ่งทางแล้วถึงรู้สึกว่ากียุนไม่ได้ตามมา จึงหันหลังกลับไปมอง กียุนยืนตัวแข็งเป็นรูปปั้นตากลมเบิกโตจนไม่สามารถโตได้มากกว่านี้อีกแล้ว ท่าทางของกียุนตอนนี้ดูตลกจนเจ้าชายอิคราอิมต้องหลุดหัวเราะออกมา

“เจ้าคงเป็นคนใหญ่คนโตสินะ แล้วจะให้ข้ารออีกนานไหม?”

“มะ..ไม่พ่ะย่ะค่ะ องค์ชาย”

กียุนรีบลุกขึ้นแล้ววิ่งตามหลังเจ้าชายอิคาราอิมไปจนเหมือนจะบิน กียุนไม่รู้ว่าควรจะต้องร้องไห้หรือหัวเราะดี ขณะที่เขาเดินตามเจ้าชายอิคราอิมที่เดินนำไปแบบเนิบ ๆ

ถือเป็นโชคดีที่มีผู้ชายสวมชุดผ้าไหมสีแดงเข้ม คลุมทับแผ่นหลังกว้าง เปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจเดินนำหน้าเขาอยู่

 

หนึ่งในคำสั่งโดยตรงของจักรพรรดิคือให้ตั้งชื่อเมืองว่าซิลมารูอาน เป็นคำโบราณหมายถึงแผ่นดินที่มีซิลมา และวังก็ให้ชื่อว่าวังซิลมา เป็นวังที่สร้างขึ้นมาเพื่ออัญมณีแห่งสายน้ำกรามันห์ซิลมา

เพราะเหตุนี้ใจกลางของวังที่ปัจจุบันนี้เรียกกันติดปากว่าวังเจ้าชายอิคราอิมนั้น ไม่ใช่วังชั้นในซึ่งเป็นห้องบรรทมของเจ้าชาย แต่เป็นวังที่อยู่เหนือสุดอันเป็นที่ตั้งของกรามันห์ซิลมา อาคารต่าง ๆ เรียงรายอย่างเป็นระเบียบ หลังคามุงกระเบื้องสีเขียวแกมเหลือง มีเพียงแค่ที่เดียวเท่านั้นที่หลังคาเป็นสีน้ำเงินขาว นั่นก็คือวังแห่งซิลมา หรือเรียกอีกชื่อว่า วังอัญมณี

พอคิดว่าจะได้ไปเห็นกรามันห์ สิ่งที่ควบคุมความอยู่รอดของราชอาณาจักรและชีวิตของประชาชนแล้ว กียุนก็รู้สึกตื่นเต้น แต่ยิ่งเดินไปใกล้วังอัญมณีมากเท่าไหร่ ก็อดคิดว่ามันมีอะไรบางอย่างผิดปกติไม่ได้

กียุนจำที่รามซัสเคยบอกไว้ว่าไม่มีใครสามารถแตะต้องกรามันห์ได้ยกเว้นเพียงองค์จักรพรรดิเท่านั้น และเพราะเหตุนั้น คนคุ้มกันวังอัญมณีจึงไม่ค่อยเข้มงวด

ปัญหาคือการที่จะไปยังวังอัญมณีที่ตั้งอยู่สุดขอบหน้าผาสูงชันนั้น ต้องผ่านใจกลางของวังชั้นในที่ตั้งอยู่ทางทิศเหนือ ที่วังชั้นในรวมถึงวังของเจ้าชายอิคราอิมนั้นมีการป้องกันอย่างเข้มงวดมากที่สุด

กียุนเดินตามหลังเจ้าชายอิคราอิมไปด้วยหัวใจที่ค่อย ๆ เหี่ยวลงเรื่อย ๆ พวกเขาเดินผ่านกลางทางเดินของวังชั้นใน ผ่านสวนดอกไม้ และยังผ่านเขตหวงห้ามของวังชั้นในที่ไม่อนุญาตให้ใครคนไหนเข้า

ทหารองครักษ์ที่รออยู่นอกวังเดินติดตามเจ้าชายเหมือนเงา ส่วนทาสและคนรับใช้ที่ทำงานอยู่ในวังต่างก็ส่งสายตามองตามหลังพวกเขาไปด้วย

ระหว่างนั้นก็มีขุนนางสองสามคนเดินเข้ามาคุยด้วย แต่ว่าเจ้าชายอิคราอิมตอบกลับพวกเขาไปว่ามีที่ที่จะต้องไป และทุกครั้งกียุนจะได้รับสายตาจากพวกขุนนางเป็นเชิงถามว่าเจ้ากล้าดีอย่างไรถึงมาเดินตามเจ้าชายไปที่นั่นกัน กียุนไม่รู้ว่าความอยากรู้อยากเห็นของเขาจะทำให้หัวใจวายตายไปก่อนไหม นี่มันหนักเกินไปสำหรับเขาจริงๆ

กียุนกลั้นใจเดินตามหลังเจ้าชายไปจนเห็นว่าสุดทางเดินหินอ่อนอันวาววับนั้น มองเห็นเสาสีขาวของวังอัญมณี หลังคาสีน้ำเงินขาวอยู่ใต้ท้องฟ้าสีคราม ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินสูงที่มีหญ้าสีเขียวขจี ทิวทัศน์สวยงามราวกับภาพวาด เสียงของน้ำตกที่อยู่ไกล ๆ ดังแว่วมาตามสายลม

“ว้าว”

กียุนอ้าปากค้าง มันไม่ใช่อาคารที่ใหญ่โตหรือหรูหรา แต่สามารถสะกดหูและตาของกียุนเอาไว้ได้

“ลองเข้าไปข้างในกันไหม?”

กียุนหลุดอุทานออกมาคำโต เจ้าชายอิคราอิมยิ้มออกมาและก้าวเดินไปช้า ๆ ส่วนกียุนก็ลืมตัวเดินตามหลังเจ้าชายไปแบบติด ๆ

วังอัญมณีไม่ได้มีประตูพิเศษใด ๆ วังอัญมณีในแต่ละเมืองจะมีความแตกต่างกันเล็กน้อย แต่ส่วนใหญ่ก็จะคล้าย ๆ กัน แต่วังอัญมณีแห่งซิลมานั้นไม่มีกำแพงตลอดทาง มีเสาสีขาวขนาดใหญ่ค้ำหลังคาทรงโค้งอันงดงามเอาไว้

เดินขึ้นบันไดไปไม่กี่ขั้น ผ่านแท่นบูชาเข้าไปในวังอัญมณี ด้านในมีทะเลสาบขนาดใหญ่ มีน้ำใสสะอาดอยู่จนเต็ม กียุนคุกเข่าลงริมทะเลสาบแล้วมองลงไปในน้ำ ผิวน้ำใสระยิบระยับนั้นสะท้อนให้เห็นใบหน้าอย่างชัดเจน

“นั่นไงกรามันห์ซิลมาที่เจ้าอยากเห็น”

เจ้าชายอิคราอิมชี้ให้ดูอัญมณีชิ้นเล็ก ๆ ที่ลอยอยู่กลางอากาศเหนือทะเลสาบ

หินสีฟ้าน้ำทะเลอ่อน ๆ นั่นคือกรามันห์ซิลมา

“เล็กจัง......”

กียุนที่ตอนแรกคิดว่าอัญมณีจะต้องมีขนาดใหญ่และหรูหรานั้นไม่สามารถซ่อนความผิดหวังและบ่นพึมพำออกมาอย่างตรงไปตรงมา มันไม่ได้ส่องแสงระยิบระยับและไม่ได้มีน้ำไหลทะลักออกมา มันแค่ลอยนิ่ง ๆ อยู่กลางอากาศ มันก็ดูน่าประหลาดใจ แต่ว่าหากพูดถึงความหรูหราแล้ว อัญมณีที่เหล่าสนมในวังหลังสวมอยู่บนคอนั้นหรูหราอลังการกว่ามาก

“เจ้าผิดหวังที่มันเล็กอย่างนั้นรึ?”

ทันใดนั้นเสียงของผู้ชายก็ดังขัดขึ้นมา ตอนนั้นกียุนจึงได้สติ เขาลืมไปสนิทเลยว่ามีใครยืนอยู่ข้าง ๆ

“ปะ..เปล่านะพ่ะย่ะค่ะ”

“แต่เหมือนเจ้าจะผิดหวังนะ?”

เจ้าชายอิคราอิมที่ยืนอยู่ข้างกียุนที่กำลังนั่งคุกเข่าถามด้วยน้ำเสียงปนขำขัน

“ข้าเคยได้ยินเขาบอกกันมาว่าอัญมณีทั้งใหญ่แล้วก็แวววาวมากนะพ่ะย่ะค่ะ”

“พอมาเห็นว่ามันเล็กและดูไม่มีราคาเจ้าก็เลยผิดหวังอย่างนั้นรึ?”

เมื่อเจ้าชายถามจบ กียุนก็ทำท่าเหมือนจนปัญญาจะตอบ เหมือนว่าเขาจะพูดผิดไป ตอนนี้ทั้งตกใจทั้งไม่มีสติ ทำให้ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี

“ข้าเป็นผู้น้อยต่ำต้อยไม่รู้ถึงพลังของกรามันห์ มองแค่รูปลักษณ์ภายนอก ข้าผิดไปแล้วพ่ะย่ะค่ะ โปรดอภัยให้ข้าด้วยพ่ะย่ะค่ะ”

กียุนขอให้เจ้าชายไว้ชีวิตรัวเร็วจนฟังแทบไม่ทัน และเพราะความใสซื่อนั้น เจ้าชายอิคราอิมจึงหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี

“ฮ่าฮ่าฮ่า ลิ้นเจ้าคงทาน้ำมันเอาไว้สินะ เจ้าพูดถูก แม้ว่าภายนอกจะดูเล็กและไร้ราคา แต่มันก็คือกรามันห์ที่ให้ชีวิตแก่ทุกสิ่งในราชอาณาจักรนี้”

“พ่ะย่ะค่ะ”

กียุนจ้องมองกรามันห์และชื่นชมอยู่อย่างนั้น น้ำปริมาณมหาศาลไหลลงไปเป็นน้ำตกที่ทิศเหนือของหน้าผา และไหลไปสู่เมืองและกระจายไปยังทุกที่ในเมืองหลวง แต่ว่าผิวน้ำในทะเลสาบกลับนิ่งสงบไร้ละลอกคลื่น แถมระดับน้ำก็ไม่ลดลงเลยแม้แต่น้อย

นี่คือพลังของกรามันห์ น้ำที่ไม่มีวันแห้ง ที่นี่เป็นจุดกำเนิดของน้ำทั้งหมดทั้งมวลในเมืองซิลมารูอาน

แม่น้ำที่ไหลไปทางทิศเหนือถูกใช้เพื่อการเพาะปลูกในไร่นา ส่วนที่ไหลไปทางทิศใต้ก็ให้ประชาชนใช้ดื่มกิน ที่นี่คือจุดกำเนิดของแม่น้ำทั้งสองสาย เป็นน้ำหล่อเลี้ยงชีวิตชาวเมืองซิลมารูอานนับแสนคน

ถึงจะไม่หรูหรา แต่ว่ากียุนแหงนหน้ามองความมหัศจรรย์ของกรามันห์ด้วยความเคารพ

“จะดูอย่างอื่นอีกสักหน่อยไหม?”

อย่างอื่นอย่างนั้นเหรอ? อะไรล่ะ? กียุนไม่กล้าตอบ จึงนั่งเงียบ ๆ ต่อไป แล้วเจ้าชายอิคราอิมก็เรียกชื่อกรามันห์ซิลมา

“ซิลมา จิตวิญญาณแห่งสายน้ำผู้รักสงบ จงขานรับคำเรียกของข้า”

เสียงทุ้มต่ำและทรงพลัง กรามันห์ซิลมาตอบสนองต่อเสียงและมีการเปลี่ยนแปลง ตรงกลางน้ำสีฟ้าอมน้ำเงินมีร่างโปร่งใสของหญิงสาวปรากฏขึ้นมา นี่คือจิตวิญญาณแห่งสายน้ำ ร่างโปร่งใสจนสามารถมองทะลุไปด้านหลังได้นั้นสวมชุดยาวและประสานมือไว้ด้านหน้า ผมของเธอถูกปล่อยยาวสยายลงมา

จิตวิญญาณ มันคือจิตวิญญาณจริง ๆ ด้วย กียุนคิดว่านี่มันช่างเป็นเหมือนในเทพนิยาย โลกนี้ก็เหมือนโลกของกียุน การดำรงชีวิตเป็นไปตามความจริง แต่ว่ามีจุดที่แตกต่างอย่างชัดเจน กียุนเคยเห็นการใช้เวทมนต์ควบคุมไฟและน้ำมาก่อนแต่ว่าเมื่อเทียบกับสิ่งนี้แล้วถือว่าธรรมดาไปเลย

กียุนหลุดอุทานออกมา แต่ทหารองครักษ์ที่ยืนอยู่ด้านหลังเจ้าชายอิคราอิมกับกียุนนั้นแสดงอาการตกใจ ถึงพวกเขาจะรู้ถึงการคงอยู่และมีตัวตนของซิลมาจิตวิญญาณแห่งสายน้ำผู้รักสงบ แต่นี่ก็เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นด้วยตาของตัวเอง การคัดเลือกทหารองครักษ์ของเจ้าชายอิคราอิมไม่ใช่แค่ดูจากฝีมือในการฟันดาบเท่านั้น แต่ต้องเก็บความลับเก่ง รับรู้และเข้าใจสถานการณ์ต่าง ๆ การเคลื่อนไหวต้องเด็ดเดี่ยวและเฉียบขาด

พวกเขารู้ตั้งแต่แรกแล้วว่าเจ้านายของพวกเขาสนใจในตัวกียุน แต่การที่เจ้าชายถึงกับเรียกจิตวิญญาณแห่งสายน้ำขึ้นมาเพื่อเจ้าทาสคนหนึ่งนั้นเป็นการกระทำที่ผิดปกติวิสัยของเจ้าชายอย่างเห็นได้ชัด สายตาของพารานเซนและทันเชนเปลี่ยนไป รวมทั้งใบหน้าก็เข้มขึ้นมาทันที

ตลอดเวลาที่มาที่นี่ กียุนเองก็สงสัยในการกระทำของเจ้าชายอิคราอิมเหมือนกัน แต่ว่าในตอนนี้เขาเหลือแต่ความอัศจรรย์ใจเท่านั้น เขาประทับใจในพลังของกรามันห์ซิลมา และการได้มาเห็นจิตวิญญาณแห่งสายน้ำด้วยตาของตัวเองนั้นทำให้ในหัวเขามีแต่ความตื่นเต้น

“ว้าว มันวิเศษมาก”

เจ้าชายอิคราอิมจ้องมองกียุนที่เอ่ยชื่นชมไม่หยุดปาก และก็เผลอยกยิ้มที่มุมปากออกมา

“มีเพียงผู้พิทักษ์เท่านั้นที่สามารถเรียกจิตวิญญาณได้ แต่มีจักรพรรดิเพียงคนเดียวเท่านั้นที่สามารถควบคุมกรามันห์ได้”

จักรพรรดิเป็นเพียงคนเดียวที่สามารถพูดคุยกับจิตวิญญาณของน้ำ และควบคุมปริมาณน้ำที่กรามันต์สร้างขึ้น จักรพรรดิราดุล สตัลรอนดา ผู้บิดาของเจ้าชายอิคราอิม

เจ้าชายอิคราอิมเม้มปากเบา ๆ ตอนที่พระองค์ยังเด็ก พระบิดาพาเข้าไปที่พระราชวัง แนะนำพระองค์ให้รู้จักกับเดวอนจิตวิญญาณแห่งสายน้ำผู้ชอบร้องเพลง พระองค์เองก็สามารถมองเห็นจิตวิญญาณแห่งสายน้ำได้ แต่ไม่สามารถได้ยินสิ่งที่จิตวิญญาณแห่งสายน้ำพูด เพราะว่าเขาไม่ใช่จักรพรรดิ พระบิดาแกล้งหยอกล้อในเรื่องที่พระองค์ไม่ได้ยินเสียงของจิตวิญญาณ จำได้ว่าในคืนวันนั้นพระองค์พูดอย่างหนักแน่นว่าจะต้องเป็นจักรพรรดิให้ได้

แม้พอเขาโตขึ้นแล้ว เหตุผลในการอยากเป็นจักรพรรดิก็เปลี่ยนไปตามอายุ แต่ว่าเห็นได้ชัดว่าจุดเริ่มต้นมาจากการต่อต้านและอยากเอาชนะพระบิดา

อำนาจเด็ดขาดมีไว้สำหรับผู้ปกครองเพียงคนเดียวเท่านั้นที่สามารถกุมชะตาของประชาชนนับล้าน มันเป็นสิ่งที่พระองค์ต้องการ แม้ยังไม่ใช่ตอนนี้ แต่มันจะต้องอยู่ในกำมือของเจ้าชายอิคราอิมอย่างแน่นอน

“ถ้าองค์ชายได้เป็นจักรพรรดิแล้วก็จะสามารถควบคุมกรามันห์ได้ใช่ไหมพ่ะย่ะค่ะ?”

“ถามอะไรอย่างนั้น?”

“กระหม่อมได้ยินมาว่าพอองค์ชายได้เป็นจักรพรรดิแล้วก็จะได้เป็นเจ้าของกรามันห์ทั้งหมดไม่ใช่หรือพ่ะย่ะค่ะ?”

กียุนเงยหน้ามองเจ้าชายอิคราอิมด้วยสายตาที่ทั้งเคารพและคาดหวัง พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นราวกับเด็ก ๆ ต่อไปองค์ชายจะได้เป็นจักรพรรดิ ถึงกียุนจะพูดตรงเกินไป แถมฟังแล้วรู้สึกเขินกับคำพูดที่ฟังดูเหมือนประจบประแจงนี้ แต่มันก็เป็นการพูดด้วยความจริงใจ เจ้าชายอิคราอิมมองกียุนแล้วก็ยิ้ม ก็ถูกอย่างที่กียุนพูด พระองค์จะเป็นจักรพรรดิ

“ลิ้นเจ้าคงไม่ได้ทาน้ำมันแล้ว แต่น่าจะเป็นน้ำผึ้ง”

เจ้าชายอิคราอิมยิ้ม ถึงพระองค์จะทำให้หน้าของกียุนช้ำ แต่ว่าสายตาที่มองมาด้วยความนับถือของกียุนนั้นไม่ได้จางหายไปเลย เจ้าชายอิคราอิมอยู่ ๆ ก็รู้สึกได้ถึงพลังของกรามันห์ซิลมา พระองค์ช่วยชีวิตกียุนไว้แค่ครั้งเดียว กียุนก็ยอมติดตามพระองค์มาแล้ว

ตอนที่เจ้าชายช่วยชีวิตกียุนจากการถูกหมีสีน้ำตาลไล่ล่า ตอนที่กียุนทั้งขอบคุณและชื่นชมพระองค์นั้นมันไม่เลวเลยทีเดียว พอนึกถึงแล้วก็รู้สึกพอใจมาก ธรรมชาติของผู้ชายก็ย่อมต้องอยากให้คนอื่นมองว่าตัวเองดูดี แต่แน่นอนว่าเจ้าชายอิคราอิมไม่รู้ตัวว่าพระองค์ภูมิใจมากแค่ไหนที่รู้ว่าตัวเองดูดีมากในสายตากียุน

“ดังนั้นเจ้ามาที่วังอัญมณีไม่ใช่แค่เห็นกรามันห์ซิลมา แต่เจ้าเห็นจิตวิญญาณแห่งสายน้ำผู้รักสงบด้วยใช่ไหม?”

“เห็นแล้วพ่ะย่ะค่ะ เป็นผู้หญิงผมยาวสีน้ำเงินตัวโปร่งใสแต่ว่างดงามมากจริง ๆ พ่ะย่ะค่ะ”

เสียงตอนที่บอกว่าจิตวิญญาณแห่งสายนั้นงดงาม กียุนก็เพิ่มเสียงสูงขึ้นอย่างปิดบังความตื่นเต้นเอาไว้ไม่อยู่ กียุนเดินออกมาจากวังอัญมณีและกลับไปทำงานของตัวเองที่กรมพระคลังวังหลัง กียุนพูดอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นที่วังอัญมณีเสียยืดยาว สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นราวปาฏิหาริย์ ดังนั้นกียุนจึงอยากอวดทุกคน

“ข้าจะไม่ลืมไปตลอดชีวิตเลยขอรับ”

ดวงตาของกียุนเป็นประกาย และเต็มไปด้วยความประทับใจ ต่างจากรามซัสที่ตกอยู่ในภวังค์ความคิดจนคิ้วขมวดรวมกัน

สรุปจากคำพูดของกียุนได้ว่าตอนที่ไปแอบร้องเพลงตรงพื้นที่ปิดของวังแล้วก็ได้พบเจ้าชายอิคราอิม และทั้งสองคนได้พูดคุยกัน จากนั้นกียุนก็ตามเจ้าชายไปดูกรามันห์ซิลมาที่วังอัญมณี แถมยังได้เห็นจิตวิญญาณแห่งสายน้ำผู้รักสงบอีกด้วย

สำหรับรามซัส เรื่องราวทั้งหมดนี้เต็มไปด้วยความน่าสงสัย

ก่อนอื่นกียุนกำลังร้องเพลงเป็นภาษาของประเทศไหนสักแห่ง แต่ปกติเท่าที่เคยเห็นเจ้าชายอิคราอิมไม่ใช่คนที่จะเข้าไปคุยกับใครก่อน อาจเพราะกียุนร้องเพลงได้ไพเราะมาก ๆ หรือไม่ก็ร้องเป็นภาษาที่แปลกประหลาดฟังดูพิลึกพิลั่นมาก ๆ แต่การกระทำของเจ้าชายต่อจากนั้นเขาก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี

พระองค์พากียุนไปดูกรามันห์ซิลมาที่วังอัญมณี แถมเรียกจิตวิญญาณแห่งสายน้ำผู้รักสงบออกมา ฟังดูไม่น่าเชื่อเอาซะเลย แต่ว่าน้อยครั้งที่กียุนจะแสดงอาการตื่นเต้น เช่นเดียวกับการได้เห็นจิตวิญญาณแห่งสายน้ำก็พูดน้ำไหลไฟดับ ดูไปแล้วไม่ได้โกหกแน่นอน

เท่าที่รามซัสเห็นเจ้าชายอิคราอิมนั้น พระองค์เป็นคนทะเยอทะยาน มาตรฐานของการจำแนกคนสำหรับเจ้าชายมีแค่คนของพระองค์และศัตรูที่ต้องกำจัด ส่วนพวกที่เหลือเป็นเพียงผู้บริสุทธิ์ไร้พิษสง หากใครแสดงตัวว่าเป็นศัตรูก็ต้องถูกเหยียบให้จมดิน ต้องถอนรากถอนโคนไม่ให้กลับมาลอบกัดได้อีก สำหรับคนที่อยู่ฝ่ายเดียวกันนั้น พระองค์จะเป็นผู้นำ และจะต้องการคนมีความสามารถและซื่อสัตย์ เป้าหมายของเจ้าชายคือการได้เป็นจักรพรรดิ กุมอำนาจเด็ดขาดในราชอาณาจักร นั่นคือแรงผลักดันเดียวที่พระองค์มี

ผู้คนล้วนถกเถียงกันถึงความโหดร้ายของเจ้าชายอิคราอิม แต่รามซัสอยากจะบ่นในความเฉยชาของพระองค์ เจ้าชายอิคราอิมไม่สนใจอะไรนอกจากหนทางที่จะนำพาให้ขึ้นเป็นจักรพรรดิ เพราะตอนนี้ฝ่ายศัตรูของเจ้าชายเองก็กำลังสร้างหนทางที่แข็งแกร่งนั้นอยู่เช่นกัน

ทว่าเจ้าชายอิคราอิมที่กียุนกำลังเอ่ยพรรณนาถึงอยู่นั้น ช่างแตกต่างจากเจ้าชายอิคราอิมที่รามซัสรู้จักอย่างสิ้นเชิง รามซัสรู้ว่ากียุนไม่ได้โกหก แต่ถ้ากียุนบอกว่าเห็นน้ำไหลขึ้นฟ้ายังจะน่าเชื่อถือกว่าเสียอีก

“ไม่อยากจะเชื่อเลย...”

“อะไรนะขอรับ? ขออภัยขอรับนายท่าน ข้าไม่ได้ยินที่นายท่านบอก นายท่านพูดอีกทีได้ไหมขอรับ”

“เปล่า ไม่มีอะไรหรอก”

รามซัสโบกมือปฏิเสธกียุน เมื่อเห็นว่ารามซัสยังนิ่งเงียบ กียุนจึงกลับไปนั่งที่ทำงานของตัวเองต่อ ส่วนรามซัสก็เริ่มกังวลอีกครั้ง ไม่ว่าจะคิดอย่างไรก็นึกเหตุผลอื่นไม่ออก นอกเสียจากว่าวันนี้เจ้าชายอิคราอิมไปกินอะไรผิดสำแดงมาจนทำให้สมองเพี้ยน เพราะว่าหลายวันมานี้อากาศร้อน อาหารอาจจะเสียก็ได้ พออาหารเป็นพิษก็เลยส่งผลถึงความคิดความอ่านไปด้วย

ไม่...ไม่ใช่แล้ว รามซัสได้รับความสะเทือนใจอย่างมาก เขาต้องเตือนตัวเองว่าเขาคิดเพ้อเจ้อมากเกินไปแล้ว เจ้าชายอิคราอิมจับตามองกียุนมาตั้งแต่แรกแล้ว ถึงจะบอกว่ากียุนแปลกก็เถอะ ไม่ใช่แค่เรื่องในวันนี้ แต่ก่อนหน้านี้ก็ด้วย รามซัสเห็นว่าเจ้าชายอิคราอิมให้ความสนใจในตัวกียุนจนน่าสงสัย ตั้งแต่ถามอาการกียุนตอนที่โดนหมีสีน้ำตาลทำร้าย ส่งน้ำผึ้งมาให้ แถมยังให้ยามาทาแผลที่หน้าอีก ตอนนั้นก็ว่าน่าสงสัยแล้ว ตอนนี้ยิ่งน่าสงสัยมากขึ้นไปอีก การกระทำทั้งหมดของเจ้าชายอิคราอิมจนถึงตอนนี้ ก็มากพอที่จะพิสูจน์ได้แล้วว่าเจ้าชายสนใจในตัวกียุน

อยากรู้จริง ๆ ว่าทำไม? ทำไมเจ้าชายอิคราอิมถึงสนใจในตัวกียุนกันนะ? เจ้าชายผู้ไม่สนใจสิ่งอื่นใดนอกจากการได้ขึ้นเป็นจักรพรรดิ กลับสนใจในตัวทาสคนหนึ่งที่ไม่มีอะไรน่าสนใจเลย ต่อให้คิดหาเหตุผลยังไง ก็ยังไม่สามารถอธิบายได้อยู่ดี

รามซัสที่ยังคงสงสัยอยู่ก็หันไปมองกียุน มองเห็นเส้นผมสีดำที่หวีอย่างดี และหัวด้านหลังเล็ก ๆ กลม ๆ ของกียุน เขานั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานของตัวเอง และกำลังตั้งใจจัดการบัญชีอยู่

ถึงเป็นทาสที่ทำงานเก่งและฉลาด แต่ไม่สามารถเอามาใช้ประโยชน์กับเจ้าชายได้ แล้วเขามีอะไรถึงได้ดึงดูดความสนใจของเจ้าชายกันนะ?

“กียุน”

“ขอรับนายท่าน”

เมื่อถูกเรียกชื่อ กียุนก็หยุดทำงาน แล้วรีบหันมาหาพร้อมกับก้มหน้าลง ช่างกระตือรือร้นเสียจริง

“มีอะไรจะสั่งหรือขอรับ?”

“เงยหน้าขึ้นมา”

“ขอรับ”

กียุนเงยหน้าขึ้น รามซัสค่อย ๆ พิจารณาใบหน้าของกียุน บนใบหน้าที่แก้มข้างขวามีรอยแผลสีแดง นอกนั้นก็ปกติธรรมดาไม่มีอะไรเป็นพิเศษ ถึงจะไม่ได้หล่อเหลาอะไร แต่หน้าตาก็ดูอ่อนหวานเกลี้ยงเกลา

แล้วก็เหมือนกับเจ้าชายอิคราอิมที่จับกียุนเงยหน้าขึ้นมาพิจารณา แต่ก็ไม่สามารถหาคำตอบให้กับความสงสัยได้ ช่างน่าปวดหัวจริง ๆ

“นายท่าน?”

“เปล่า..ไม่มีอะไร ทำงานของเจ้าไปเถอะ”

“ขอรับนายท่าน”

คำสั่งของรามซัสทำให้กียุนเลิกสงสัย แล้วหันกลับไปหยิบปากกาขึ้นมา และเริ่มจัดการบัญชีอีกครั้ง รามซัสถอนหายใจ ทำไมเขาต้องมานั่งกังวลกับเรื่องไม่เป็นเรื่องแบบนี้ด้วย

ไม่ใช่แค่เพราะกียุนเป็นทาสของเขา แต่เพราะเจ้าชายอิคราอิมเป็นเจ้านายของเขาด้วย ตัวเขาเองทำหน้าที่เป็นแหล่งข้อมูล และทำทุกอย่างให้เจ้าชาย แต่เขาก็ควรจะรู้ว่าเจ้าชายวางแผนการในอนาคตไว้อย่างไร มันก็เหมือนกับการขึ้นเรือเขาควรจะต้องรู้ก่อนว่าเรือนั้นจะแล่นไปทางไหน

จู่ ๆ ก็รู้สึกกังวลว่าในสายตาของคนอื่นจะมองเรื่องนี้แบบไหน มีคนไม่น้อยเลยที่เห็นว่าเจ้าชายอิคราอิมให้ความเมตตากียุน แล้วถ้าความเมตตาของเจ้าชายนี้ไม่ได้จบลงที่ครั้งเดียวล่ะ สิ่งนี้อาจจะถูกใช้เป็นเครื่องมือในการสร้างความปั่นป่วนก็ได้ และปัญหาก็จะตามมาได้ไม่สิ้นสุด

“คงจะปวดหัวน่าดู”

รามซัสพูดกับตัวเองเบา ๆ เพื่อไม่ให้กียุนได้ยิน ไม่อยากไปคิดมากกับเรื่องที่มันยังไม่เกิด รามซัสสะบัดความคิดอันยุ่งเหยิงและเลิกคิดเรื่องนี้ไป เขาดื่มชาในรวดเดียว ชาที่เย็นชืดช่างไม่อร่อยเอาเสียเลย

 

สภาพอากาศที่ร้อนระอุในฤดูร้อนกลางเดือนเจ็ด ณ บ้านพักตากอากาศของขุนนางที่อยู่บริเวณชานเมืองซิลมารูอานกำลังมีการจัดงานเลี้ยงขึ้น งานเลี้ยงฉลองอวยพรให้กับคาเบน เทอยัวร์ ผู้นำตระกูลซาเรียนผู้มีหน้ามีตาของเมืองซิลมารูอานที่ตอนนี้อายุครบแปดสิบปีแล้ว

ตระกูลซาเรียนเป็นชนพื้นเมืองของซิลมารูอาน เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะตระกูลนักปราชญ์ ผู้นำตระกูลอย่างคาเบน เทอยัวร์นั้นเป็นบัณฑิตของสถานศึกษาที่ดีที่สุดในภูมิภาคนี้ ดังนั้นบรรดาลูกศิษย์และเพื่อนฝูงจากทั่วสารทิศต่างก็มาร่วมเฉลิมฉลองและอวยพรวันเกิดด้วยความยินดี

เมื่องานเริ่มไปได้พอสมควร เจ้าชายอิคราอิมก็ปรากฏตัวขึ้นที่บ้านพักตากอากาศ ทักทายคนในตระกูลซาเรียนเล็กน้อย การปรากฏตัวอย่างไม่ทันคาดคิดของเจ้าชายทำให้ความครึกครื้นภายในงานเลี้ยงหยุดชะงักไปพักหนึ่ง

“เจ้าชายอิคราอิมนี่นา”

“เจ้าชายมาที่นี่ด้วย”

“เจ้าชายอิคราอิมมาทำอะไรที่นี่”

“เฮ้ย เจ้าคนนี้ ก็ท่านเทอยัวร์เป็นอาจารย์ของเจ้าชายไงล่ะ”

“ยังคงสง่างามเหมือนเดิมเลย”

ทุกคนต่างส่งเสียงพูดคุยดังไปทั่วราวกับระลอกคลื่น แต่ทันทีที่เจ้าชายอิคราอิมเดินเข้าไปในงานเลี้ยงเสียงพูดคุยก็หยุดลง

ร่างสูงใหญ่ของเจ้าชายสวมด้วยชุดผ้าไหมสีแดงเข้มปักด้วยไหมสีทองดูโดดเด่นสะดุดตากว่าใคร ไม่ใช่เพราะแค่รูปโฉมที่งดงามเท่านั้น แต่เจ้าชายมีทั้งความแข็งแกร่งและฐานะที่เหนือกว่าทุกคนในที่นี้

เจ้าชายไม่ได้พูดอะไรและเดินผ่านงานเลี้ยงเข้าไปในห้อง คาเบน เทอยัวร์นั้นอายุแปดสิบแล้วทำให้ขยับตัวลำบาก จึงนั่งอยู่ที่เก้าอี้รับคำอวยพรอยู่ภายในห้อง เมื่อเจ้าชายอิคราอิมปรากฏตัว ผู้คนที่มาร่วมอวยพรให้เทอยัวร์ต่างก็หลีกทางให้เจ้าชาย เทอยัวร์ให้การต้อนรับเจ้าชายอิคราอิมด้วยความยินดี

“เจ้าชายอิคราอิมใช่ไหมพ่ะย่ะค่ะ?”

“สุขสันต์วันเกิดนะขอรับ ท่านอาจารย์”

เจ้าชายอิคราอิมอวยพรอาจารย์เทอยัวร์ด้วยความสุภาพ

“ท่านมีราชกิจมากมายยังจำวันเกิดของคนแก่ ๆ อย่างกระหม่อมได้ แถมยังมาหาถึงที่นี่อีก กระหม่อมขอบพระทัยองค์ชายมากนะพ่ะย่ะค่ะ”

นักปราชญ์ผู้แก่ชราลุกขึ้นจากเก้าอี้และจับมือของเจ้าชายอิคราอิมไว้ ใบหน้าทเต็มไปด้วยรอยเหี่ยวย่นกลับยิ้มด้วยความดีใจ

วันนี้เป็นงานวันเกิดของเทอยัวร์ แล้วก็เป็นวันเปิดตัวผู้นำตระกูลซาเรียนคนใหม่อีกด้วย เทอยัวร์ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบเล็กน้อยก่อนจะแนะนำลูกชายคนโตของตัวเองที่จะมาเป็นผู้นำของตระกูลหลังจากที่เขาเกษียณไปให้เจ้าชายอิคราอิมรู้จัก

“องค์ชาย คนนี้คือมาชูนินพ่ะย่ะค่ะ เขาจะเป็นผู้นำตระกูลต่อจากกระหม่อม มาชูนิน นี่คือเจ้าชายอิคราอิม แนะนำตัวเจ้าเสียสิ”

มาชูนินเป็นชายวัยกลางคนที่ท่าทางดูอันตราย ชื่อของเขาเป็นที่รู้จักในฐานะนักปราชญ์ที่มีความโดดเด่นพอ ๆ กับเทอยัวร์ เจ้าชายอิคราอิมทักทายเขาพอเป็นพิธี

“ข้าจำได้ว่าเคยพบเจ้าครั้งหนึ่งตอนที่เรียนกับอาจารย์ ยินดีด้วยที่ได้เป็นผู้นำตระกูลซาเรียน”

“ขอบพระทัยพ่ะย่ะค่ะ องค์ชาย”

เมื่อเจ้าชายอิคราอิมแสดงความยินดี มาชูนินก็รวบมือโค้งคำนับอย่างสุภาพ ตระกูลซาเรียนเป็นตระกูลของชนพื้นเมืองของซิลมารูอานที่ไม่ได้ใหญ่โตอะไร แต่ว่าได้รับการนับถือจากคนรอบข้างว่าเป็นตระกูลที่โดดเด่นในเรื่องของการเป็นนักปราชญ์ และมีกฎระเบียบในตระกูลที่เคร่งครัด เจ้าชายอิคราอิมที่เติบโตมาในเมืองซิลมารูอานนั้นมาเยือนที่นี่เพื่ออวยพรวันเกิดครบแปดสิบปีของอาจารย์ที่เคารพแล้วยังถือโอกาสมาดูหน้าของผู้นำตระกูลคนใหม่อีกด้วย

ในวันรื่นเริงแบบนี้ เสียงดนตรีบรรเลงเฉลิมฉลองอย่างสนุกสนาน ยิ่งตอนที่เจ้าชายอิคราอิมปรากฏตัวและเดินเข้ามาในงานเลี้ยงนั้น ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดการนองเลือดขึ้น

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว