email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เล่ม 1 บทที่ 3.1: ความรู้สึกดี ๆ (1)

ชื่อตอน : เล่ม 1 บทที่ 3.1: ความรู้สึกดี ๆ (1)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 345

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 25 พ.ย. 2563 09:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เล่ม 1 บทที่ 3.1: ความรู้สึกดี ๆ (1)
แบบอักษร

บทที่ 3 ความรู้สึกดี ๆ  

 

“ช่างยุ่งยากเสียจริง”

เจ้าชายอิคราอิมโยนจดหมายไม่กี่แผ่นลงบนโต๊ะพร้อมยิ้มอย่างฝาดเฝื่อน

เนื้อความในจดหมายเขียนมาเหมือน ๆ กันคือถามว่าสนใจจะขายหมีสีน้ำตาลที่จับมาได้ตอนงานเทศกาลล่าสัตว์หรือไม่ และไม่เพียงแค่ส่งจดหมายส่วนตัวมาถึงเจ้าชายอิคราอิม แต่มีคนมาสอบถามที่ร้านค้าของเจ้าชายด้วยตัวเอง

ตอนที่ภีพรัมซึ่งเป็นผู้ดูแลร้านค้าเอารายงานมาส่งให้ เจ้าชายแค่ดูไปแบบผ่าน ๆ แต่เมื่อมาดูเนื้อความในจดหมายที่ส่งมาอยู่ตรงหน้านี้ ดูท่าบางทีคงเกิดการแข่งขันที่ดุเดือดในหมู่พวกเขา

ขนของหมีสีน้ำตาลทั้งแข็งและหยาบ ไม่มีประโยชน์ที่จะเอาไปใช้ทำเสื้อขนสัตว์ เนื้อก็เอาไปปรุงอาหารยาก เพราะมีกลิ่นสาบของหมีรุนแรง เครื่องในอย่างตับและหัวใจ น้อยครั้งจะเอาไปใช้เป็นวัตถุดิบในการทำยา แต่คงเพราะพวกเขาได้ยินคำร่ำลือมาว่าสรรพคุณของถุงน้ำดีหมีนั้นช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศของผู้ชายได้จึงเสนอราคามาแบบนี้

เมื่อได้ข่าวการล่าหมี พวกที่ต้องการหมีสีน้ำตาลก็กระวนกระวายรีบมาหาในเร็ววัน เพราะถุงน้ำดีหมีสด ๆ จะมีประสิทธิภาพดีกว่าถุงน้ำดีหมีที่แห้งแล้ว

“มันเป็นที่นิยมขนาดนี้เชียว”

ต้องไม่มั่นใจในตัวเองขนาดไหนกันถึงอยากจะกินถุงน้ำดีของสัตว์เดรัจฉานแบบนี้ เจ้าชายอิคราอิมเดาะลิ้นอย่างสมเพช ถึงจะน่าขำ แต่มันไม่ใช่ปัญหาที่ยุ่งยากธรรมดาทั่วไป

พวกคนที่ส่งจดหมายส่วนตัวมานี้ล้วนแต่เป็นคนมีชื่อเสียงและเป็นคนในตระกูลชนชั้นสูงทั้งหมด ในด้านของธุรกิจพวกที่ทำการค้าล้วนเป็นพ่อค้าที่สั่งสมความไว้วางใจกันมาอย่างยาวนาน และมันส่งผลกระทบกับความสัมพันธ์ทางธุรกิจด้วย หากเขาไม่คิดอย่างรอบคอบ อาจเกิดความบาดหมางตามมาก็ได้ หมีสีน้ำตาลที่จับมาได้ก็มีแค่ตัวเดียว

“ให้หม่อมฉันไปจับมาเพิ่มอีกสักห้าหกตัวดีไหมพ่ะย่ะค่ะ”

เจ้าชายอีนาร์ดที่อ่านจดหมายอยู่ข้าง ๆ เจ้าชายอิคราอิมพูดติดตลกขึ้นมา เจ้าชายอิคราอิมก็หลุดหัวเราะ การล่าหมีสีน้ำตาลในครั้งนี้ได้ ถือเป็นเรื่องไม่คาดฝัน หมีสีน้ำตาลเป็นสัตว์ที่ดุร้ายฉุนเฉียว มีความว่องไวและพละกำลังมหาศาล

หมีสีน้ำตาลที่วิ่งไล่ตามกียุนมานั้นไม่สามารถควบคุมทิศทางได้จึงวิ่งชนต้นไม้และล้มลงในที่สุด ต้นไม้ต้นนั้นใหญ่เท่ากับผู้ชายหลายคนโอบ ดังนั้นหมีสีน้ำตาลจึงไม่ใช่สัตว์ที่จะล่าได้ครั้งละห้าหกตัวแบบที่เจ้าชายอีนาร์ดพูดติดตลกเลย

“ดูท่าว่าคนที่ถูกปฏิเสธจะไม่พอใจได้นะพ่ะย่ะค่ะ ท่านพี่”

เจ้าชายอีนาร์ดรู้จักผู้ที่ต้องการหมีสีน้ำตาลแต่ละคนดีจึงพูดออกมา ทุกคนต่างก็มั่นใจว่าตนเองจะได้ดื่มน้ำจากถุงน้ำดีหมีสีน้ำตาล

“แล้วท่านพี่คิดจะยกให้ใครหรือพ่ะย่ะค่ะ?”

“หนึ่งในพ่อตาของข้าก็ส่งจดหมายมาด้วย ข้าจะเป็นลูกเขยที่ดีสักหน่อยก็ฟังดูไม่เลว”

เพราะไม่ใช่เรื่องของผลกำไร เมื่อพิจารณาจากลำดับเครือญาติแล้ว ทางที่ดีควรเลือกส่งไปให้คนที่เหมาะสมที่สุด

เจ้าชายอิคราอิมตัดสินใจเรื่องหมีสีน้ำตาลอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ฟังรายงานของเจ้าชายอีนาร์ดต่อ

“ทางเดรานตอนนี้ไม่สถานการณ์อะไรเป็นพิเศษ เจ้าชายฮารึนก็อยู่แบบสงบเสงี่ยมพ่ะย่ะค่ะ เหมือนจะไม่ได้แสดงออกว่าไม่พอใจ แต่ก็ดูท่าว่าจะไม่ขอบคุณด้วยเช่นกันพ่ะย่ะค่ะ”

“นิสัยของเจ้าชายฮารึนก็เป็นแบบนั้นอยู่แล้ว แล้วที่อื่นล่ะ?”

“ทั้งพ่อค้าและชาวบ้านล้วนยินดีมากพ่ะย่ะค่ะ แต่ก็มีข่าวลือแปลก ๆ แพร่ออกไปด้วยพ่ะย่ะค่ะ”

“ข่าวลือแปลก ๆ รึ?”

“ข่าวลือว่าผู้ที่เข้าร่วมงานเทศกาลล่าสัตว์ 50 คนสามารถกวาดล้างพวกโจรได้พ่ะย่ะค่ะ แล้วคน 50 คนสู้กับโจร 200 คนได้อย่างไร มีคนมาถามหม่อมฉันว่านี่เป็นเรื่องจริงหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”

แม้แต่เจ้าชายอีนาร์ดที่พูดรายงานก็ยังยิ้มแห้ง เป็นเรื่องที่พวกโง่เขลาที่ไม่รู้จักคำว่าวางแผนนั้นพูดคุยกัน

พวกผู้มีอำนาจทั้งหลายที่กำลังจับตาดูเจ้าชายอิคราอิมทุกฝีก้าวคงหัวเราะที่ได้ยินข่าวลือแบบนี้ แต่ว่าการเอาทหารไปแค่ 500 คนแล้วสามารถปราบกลุ่มโจรจนเกลี้ยงนั้น หากใครคิดจะหาเรื่องเจ้าชายก็คงต้องเลิกคิดไปเลย เพราะถ้าทำเช่นนั้นจริง คงได้โดนสายตาจิกกัดทิ่มแทงจากทั้งประชาชนและพ่อค้าอย่างแน่นอน

“คนอื่น ๆ ที่เหลือก็ปิดปากสนิทเลยพ่ะย่ะค่ะ คงพิจารณาดูแล้วว่าถ้ายิ่งพูดไปก็ยิ่งทำให้ท่านพี่ได้หน้ามากกว่าพ่ะย่ะค่ะ”

“พวกเขาก็เป็นแบบนี้แหละ ยิ่งกว่านั้นดูท่าว่าพวกเขาคงจะเสียหน้ามากทีเดียว”

ใช้ทหารแค่ 500 คนก็แก้ปัญหาที่พวกเขาเอาแต่โยนกันไปโยนกันมาได้ในช่วงไม่กี่เดือน เจ้าชายไม่ได้คาดหวังการตอบรับที่ดีจากพวกเขาหรอก จะไปคาดหวังอะไรกับพวกบ้าคลั่งที่จิกกัดกันเอง เจ้าชายอิคราอิมเดาะลิ้น

สิ่งที่ขัดใจเจ้าชายมากที่สุดคือพวกเชื้อพระวงศ์แก่ ๆ ที่ชอบเข้ามายุ่งวุ่นวายจู้จี้อย่างนั้นอย่างนี้ ทั้งที่ตัวเองก็ยังเอาตัวไม่รอด ความหลงใหลในอำนาจและทะเลาะกันเพื่อแย่งชิงตำแหน่งว่าที่จักรพรรดิ พวกลุง ๆ อา ๆ ต่างวิ่งพล่านกันตามอำเภอใจ มองดูแล้วก็ต้องถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย

มีคนมากมายคิดจะโค่นเจ้าชายอิคราอิมโดยเอาธรรมเนียมและกฎระเบียบข้อบังคับในราชวงศ์มาใช้ให้เป็นประโยชน์ กว่า 300 ปีมานี้เชื้อพระวงศ์ที่มีจิตสำนึกนั้นมีไม่มากนัก เพราะแม้แต่ในบรรดาผู้พิทักษ์กรามันห์ก็มีคนที่เห็นแก่ตัว ข่มเหงรังแกประชาชน

จักรพรรดิราดุล สตัลรอนดา จักรพรรดิองค์ปัจจุบันของราชอาณาจักรชาลบามห์ พระบิดาของเจ้าชายอิคราอิม เป็นผู้ที่มีชื่อเสียงเรื่องความสามารถทางการเมืองเป็นเลิศ เพราะให้ความสำคัญกับคนที่มีความรู้ความสามารถ แม้จะเป็นเครือญาติแต่หากไม่มีความสามารถก็จะไม่สามารถเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมืองการปกครองได้ ข้างกายจักรพรรดิยังมีข้าหลวงที่มีความสามารถโดดเด่นอีกมากมาย เรียกได้ว่ามีเป็นยุคที่ราชอาณาจักรชาลบามห์ มีความมั่นคงมากที่สุดตั้งแต่มีการก่อตั้งประเทศมาเลยก็ว่าได้

แต่องค์จักรพรรดิก็มีข้อเสียอยู่อย่างหนึ่งคือมักจะใจอ่อนกับพี่น้องร่วมสายเลือด นอกจากเรื่องการเมืองแล้ว หากไม่ใช่ความผิดร้ายแรงก็จะแค่ถูกตักเตือนแล้วก็จบเรื่องกันไป ดังนั้นหากไม่ได้กระทำผิดอย่างโจ่งแจ้งก็สามารถลอยนวลไปได้อย่างสบาย ๆ แม้ว่าจะถูกเรียกว่าเป็นสมัยการปกครองอันสงบสุข แต่เบื้องหลังก็ไม่สมควรมีหนอนที่คอยกัดแทะเสาหลักให้ผุพัง

เจ้าชายอิคราอิมตั้งใจไว้ว่าหากตนเองขึ้นเป็นจักรพรรดิ ไม่ว่าจะเป็นญาติคนไหนที่ทำตัวเป็นแมลงร้ายกัดแทะเสาหลักของประเทศชาติจะต้องถูกกำจัดทั้งหมด มันเป็นเรื่องจำเป็นอย่างมากหากอยากให้ประเทศที่อยู่มานานกว่า 300 ปียังคงมีอยู่ต่อไปอีก 300 ปี

เจ้าชายอิคราอิมได้สติหลังจากเผลอคิดไปครู่หนึ่ง พระองค์มองน้องชายที่รายงานเสร็จแล้วกำลังรอให้พระองค์พูดอยู่ น้องชายของพระองค์เป็นคนที่มีความสามารถเป็นเลิศและมีไหวพริบดี หากว่าไม่ได้มีแม่ที่ฐานะต่ำต้อยก็คงจะเป็นคู่แข่งตัวฉกาจเลยทีเดียว แต่ถึงอย่างนั้นเจ้าชายอีนาร์ดก็แสดงออกชัดเจนว่าอยากมาช่วยเป็นมือขวาให้พระองค์ ช่างเป็นน้องที่น่าเอ็นดูจริง ๆ และยิ่งเอ็นดูมากขึ้นไปอีกในยามที่พระองค์ได้โยนงานที่ต้องใช้ความละเอียดถี่ถ้วนไปให้น้องทำแทน

“ข้าจะออกไปนอกวังเพื่อสำรวจการค้าสักหน่อย เจ้าจะไปด้วยกันไหม?”

“แน่นอนพ่ะย่ะค่ะ”

เจ้าชายอีนาร์ดตอบด้วยความยินดีกับข้อเสนอของเจ้าชายอิคราอิม ถึงจะออกไปทำงาน แต่เจ้าชายอีนาร์ดก็ชอบออกไปเดินเล่นที่ถนนด้านนอกด้วยกัน

เห็นเจ้าชายอีนาร์ดที่หน้าตาหล่อเหลาและยิ้มกว้างอย่างสดใส เจ้าชายอิคราอิมก็หลุดยิ้มออกมา

 

ช่วงนี้ในเมืองซิลมารูอานเมื่อเดินไปทางไหนก็ได้ยินแต่เรื่องการกวาดล้างกลุ่มโจร เรื่องที่เจ้าชายอิคราอิมใช้กำลังพลแค่ 50 คนสามารถปราบโจรได้กว่า 200 กำลังคนเป็นประเด็นใหญ่ที่ได้รับความนิยมไปทั่ว

ในวังของเจ้าชายก็ไม่ต่างกัน ทาสที่หูตาว่องไวแต่ไม่รู้รายละเอียดก็เชื่อไปตามข่าวลือ

“อืม ก็บอกแล้วว่าคนไม่ถึง 50 คนก็กวาดล้างโจรได้เลย”

“มันน่าทึ่งมาก ๆ ถ้าอย่างนั้นข่าวลือที่ว่าทหารของเจ้าชายอิคราอิมคนเดียวสามารถเอาชนะคนเป็นร้อยนี่ต้องเป็นเรื่องจริงแน่ ๆ”

“ข้าได้ยินมาจากคนรู้จักว่าที่หน้าผาด้านหลังกองบัญชาการของพวกโจรมีธนูไฟยิงลงมา กองบัญชาการของพวกโจรก็เลยถูกเผาจนเกลี้ยง เจ้าพวกนั้นต้องถูกไฟครอกตายหมดแน่นอน”

ในช่วงเวลาพักกลางวัน เมื่อเจ้านายกินอาหารเสร็จและไปพักผ่อน พวกทาสในกรมพระคลังวังหลังก็จะนั่งจับกลุ่มกันกินอาหารและพูดคุยอย่างสนุกสนาน กียุนนั่งฟังพวกทาสกล่าวคำสรรเสริญความสำเร็จของเจ้าชายอิคราอิมอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดแล้วก็ยิ้มอยู่ในใจ เขาได้ยินเรื่องของโจรออกปล้นบ้านเรือนในเมืองเดรานและเรื่องของพวกพ่อค้าที่เดินทางระหว่างเมืองเดรานกับเมืองซิลมารูอานถูกโจรซุ่มโจมตีอยู่เป็นประจำ เพราะปัญหาในเรื่องการแย่งกันเป็นผู้สืบทอดภายในเดรานทำให้ไม่สามารถจัดการเรื่องกลุ่มโจรได้เสียที พวกพ่อค้าที่ได้รับความเสียหายจึงไม่พอใจเป็นอย่างมาก

รามซัสเล่าให้ฟังว่าทุกคนนั้นคาดไม่ถึงว่าเจ้าชายอิคราอิมจะใช้งานเทศกาลล่าสัตว์ตบตาผู้คนและกวาดล้างพวกโจร ซิลมารูอานเป็นเมืองการค้าและพ่อค้าจำนวนหนึ่งในสามจะต้องใช้เส้นทางสายใต้ผ่านเมืองเดรานมายังเมืองซิลมารูอาน หากปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปเมืองซิลมารูอานเองก็ต้องได้รับความเสียหายแน่นอนดังนั้นจึงต้องจัดการแก้ปัญหาเอาไว้ล่วงหน้า

ทุกคนถูกหลอกเสียสนิทและเชื่อไปตามข่าวลือที่ว่าทหาร 50 คนเอาชนะโจร 200 คนได้ ถ้าหากกียุนไม่ได้อยู่ที่นั่น เขาก็คงจะเชื่อข่าวลือด้วยเหมือนกัน เขาเห็นด้วยตาตัวเองว่ามีทหาร 500 คนรวมตัวกันในคืนที่มืดมิดโดยไม่มีคบไฟส่องสว่าง

ความจริงแล้วนี่ไม่ใช่แค่การไปล่าสัตว์ธรรมดา ความคิดผุดขึ้นมาอีกครั้งว่าเจ้าชายช่างเป็นคนที่ปราดเปรื่องจริง ๆ

“กียุน เจ้าก็ได้ติดตามไปที่งานเทศกาลล่าสัตว์ด้วยนี่นา ทำไมไม่พูดอะไรเลยล่ะ?”

“จริงด้วย เจ้าอยู่ที่นั่นต้องรู้รายละเอียดมากกว่าพวกเราใช่ไหม?”

“ข้าอยู่แต่ในค่ายจึงไม่เห็นอะไรเลยขอรับ”

“ถ้าอย่างนั้นมีคนไปงานเทศกาลล่าสัตว์กี่คนกัน? ไม่ถึง 50 คนจริงเหรอ?”

“จริงขอรับ”

“แล้วตกลงว่ามีกี่คนล่ะ?”

“น่าจะ...47 คนหรือเปล่านะ? น่าจะประมาณนั้นนะขอรับ”

ถ้าไม่นับทหารที่มาสมทบอีก 500 คน คนที่มาร่วมงานเทศกาลล่าสัตว์ก็มีแค่ 47 คนจริง ๆ กียุนจึงถือว่าไม่ได้โกหก

“เห็นไหมล่ะ ไม่ถึง 50 คนจริง ๆ ด้วย”

“สุดยอดไปเลย”

“ข้าก็บอกแล้วไง”

พวกทาสยังคงเอ่ยชื่นชมอย่างไม่ขาดสาย แล้วยังต่อด้วยเรื่องของหมีสีน้ำตาล พวกเขาไม่รู้ว่ากียุนถูกหมีสีน้ำตาลไล่ล่า และเจ้าชายอิคราอิมเป็นคนช่วยชีวิตเขาไว้ แทนที่จะพูดเรื่องฝีมือยิงธนูของเจ้าชายอิคราอิม แต่กลับพูดถึงถุงน้ำดีของหมีสีน้ำตาลที่ช่วยเพิ่มสมรรถภาพทางเพศได้ จึงพูดเรื่องที่พวกชนชั้นสูงต่างส่งจดหมายมาขอร้องเจ้าชายอิคราอิม

ความสามารถในการหาข้อมูลของพวกทาสนั้นถูกต้องแม่นยำ แถมยังรวดเร็วจนไม่สามารถดูถูกกันได้เลยจริง ๆ หากฟังแค่เรื่องเล่าจากแต่ละคน มันก็เป็นแค่การพูดคุยเพื่อความสนุกสนาน แต่ว่าหากนำเรื่องทั้งหมดมาผูกโยงกันก็จะได้ข้อมูลขนาดใหญ่ กียุนตั้งใจฟังเรื่องราวจากพวกเขาอย่างเงียบ ๆ

“กียุน มานี่สิ”

ขณะที่กียุนกำลังตั้งใจฟังเรื่องราวอยู่ รามซัสก็ส่งเสียงเรียกเขามาจากอีกทาง กียุนตั้งสติแล้วรีบเดินไปหารามซัส

“มีคำสั่งให้เจ้าไปทำ”

“ขอรับ”

รามซัสส่งแผ่นกระดาษเล็ก ๆ แผ่นหนึ่งให้กียุน

“ไปที่ร้านกรัมดา เอากระดาษนี่ให้เขาดู บอกว่าข้าส่งมา เขาจะเอาห่อผ้าเล็ก ๆ ให้เจ้า เอามันไปที่ร้านค้าสาขาใหญ่ของเจ้าชาย หาคนที่ชื่อโอนเชเรแล้วส่งต่อให้เขา จากนั้นเขาจะเอาอะไรบางอย่างให้เจ้า เจ้าก็รับมันมา เขาเป็นคนที่ค่อนข้างยุ่ง อาจจะไม่อยู่ก็ได้ แต่เจ้าต้องรอมอบของให้เขาด้วยตัวเอง”

“เข้าใจแล้วขอรับ”

“ดี ไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลานานแค่ไหน หากเจ้าทำงานเสร็จก็ตรงกลับบ้านไปได้เลย แต่ถ้าพระอาทิตย์ตกดินแล้วโอนเชเรยังไม่กลับมา เจ้าก็เอาห่อผ้ากลับไปที่ร้านกรัมดาตามเดิม”

“ได้ขอรับ”

ถึงไม่รู้ที่มาของคำสั่งที่ดูซับซ้อนนี้ แต่ว่ารามซัสสั่งให้ทำก็ต้องทำ กียุนโค้งคำนับก่อนออกจากวังไป

 

ร้านค้าสาขาใหญ่ที่บริหารโดยเจ้าชายอิคราอิมตั้งอยู่ใจกลางถนนหลักที่ตัดแบ่งเมืองซิลมารูอานทางเหนือและทางใต้ แทบไม่ต่างจากศูนย์กลางย่านการค้าระดับแนวหน้า ในร้านส่วนใหญ่จะขายสินค้าที่หรูหราแบบที่ชนชั้นสูงใช้กัน จึงไม่มีเหตุผลให้ผู้คนมากมายมาเดินพลุกพล่านไปมาที่กลางถนน นอกจากนี้ลักษณะพิเศษของสาขาใหญ่คือเน้นทำสัญญาซื้อขายมากกว่าขายสินค้าโดยตรง ทำให้หน้าร้านค่อนข้างเงียบ

อีกทั้งที่แห่งนี้ยังเป็นที่ที่ต้องต้อนรับบุคคลระดับสูง อาคารจึงสร้างอย่างหรูหรา หากไม่มีรามซัส กียุนก็ไม่สามารถเดินเข้าทางประตูใหญ่ได้ตามลำพัง เพราะบรรดาผู้น้อยก็ต้องใช้เส้นทางของผู้น้อย หากกียุนเดินเลาะไปตามกำแพงสูงที่ล้อมรอบอาคารอย่างไรก็ต้องเจอประตูหลัง กียุนสามารถเข้าไปทางนั้นได้

กลายเป็นว่าประตูหลังมีคนเข้าออกพลุกพล่านยิ่งกว่าประตูใหญ่ด้านหน้าเสียอีก เหล่าคนรับใช้ที่ถูกเจ้านายใช้ให้มาเหมือนกียุนกำลังนั่งรออยู่ปากทางเข้า ที่นี่แม้จะเป็นประตูหลังก็ไม่ใช่ว่าใครจะสามารถเข้าออกได้ตามอำเภอใจ มียามรักษาความปลอดภัยอยู่ทั้งสองฝั่งของประตู และด้านในก็มีเหล่าทหารพกดาบควบคุมดูแลอยู่

กียุนเองก็เช่นกัน เขาต้องแจ้งชื่อของรามซัสและโอนเชเรกับคนเฝ้าประตู และต้องได้รับการตรวจสอบในสมุดบันทึกก่อนจึงจะสามารถผ่านประตูด้านหลังไปได้ จากนั้นเขาต้องเดินผ่านลานด้านหลังก่อนที่จะผ่านเข้าสู่ภายในอาคาร เนื่องจากที่นี่ขายสินค้าที่มีราคาสูงมาก ดังนั้นคนนอกที่เข้ามาภายในอาคารโดยที่ไม่มีผู้นำทางจะถูกกักตัวไว้

ต่อไปกียุนต้องรอคนที่จะนำทางเขาไปหาโอนเชเร โชคดีที่เขาอยู่ที่นี่พอดี เมื่อกียุนส่งห่อผ้าให้ เขาก็เอากล่องขนาดเล็กมาให้กียุนตามที่รามซัสบอกไว้

โอนเชเรพูดแนะนำกียุนอย่างระมัดระวัง ไม่สมกับรูปร่างอันใหญ่โตของเขาเลย จากนั้นเขาก็เดินตามไปส่งกียุนที่ลานด้านหลัง ตามกฎที่ห้ามไม่ให้คนนอกเดินอยู่ภายในอาคารตามลำพัง

“ข้าไม่รู้ว่าท่านรามซัสจะเอามันไปใช้ทำอะไร แต่ว่าฝากบอกด้วยว่าโปรดใช้มันอย่างระมัดระวัง เข้าใจไหม?”

กียุนพูดได้แค่เพียงคำว่า เข้าใจแล้วขอรับ

ขณะที่เดินออกมากียุนก้มมองกล่องใบเล็ก ๆ ที่ถูกมัดด้วยเชือก ก่อนจะมีสีหน้ากังวลไปวูบหนึ่ง พอเห็นโอนเชเรมีท่าทางเคร่งเครียดพร้อมทั้งกำชับให้ใช้อย่างระมัดระวัง บ่งบอกว่าของในกล่องไม่ใช่แค่ของอันตรายทั่ว ๆ ไปอย่างแน่นอน

ถึงจะไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่กียุนก็อดรู้สึกกังวลขึ้นมาเล็กน้อย รามซัสได้รับรู้ข่าวสารที่สำคัญมากมายผ่านการผูกมิตรกับผู้คน แต่นั่นก็เป็นงานที่เสี่ยงอันตรายมากเช่นกัน เขามีความสามารถด้านวาทศิลป์ จึงทำให้ได้รับรู้เรื่องราวเบื้องลึกเบื้องหลังของผู้คนมากมาย หากระหว่างที่ทำงานที่ได้รับมอบหมายแล้วถูกจับได้ อย่างน้อยด้วยความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นเหล่านี้ก็ยังช่วยให้เขาเอาตัวรอดไปได้

และหากเกิดอะไรขึ้นกับเจ้านาย ชะตากรรมของพวกทาสที่อยู่ข้างกายก็ไม่ต่างจากดวงไฟที่เจอกระแสลม หากเจ้านายของพวกเขาล้มละลาย พวกทาสจะต้องถูกขายทิ้งอีกครั้ง ยิ่งถ้าเจ้านายถูกจับด้วยข้อหากบฏหรือต้องโทษร้ายแรง พวกทาสก็จะต้องถูกตัดหัวไปด้วยเช่นกัน

คราวนี้จะเกิดอะไรขึ้นอีก? กียุนลองนึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมาในช่วงไม่กี่วันนี้ แต่ก็ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ

กียุนสงสัยถึงสิ่งที่เขากำลังถืออยู่ในมือ แม้ว่าจะอยากรู้แค่ไหน ทางเดียวที่เขาจะรู้ได้ก็คือไปถามรามซัสเอาเอง กียุนเดินอย่างมุ่งมั่นไปบนถนนที่มีผู้คนมากมาย เขาตั้งใจแล้วว่าจะลองไปถามรามซัสดู

ถึงไม่ใช่ถนนหลักใจกลางเมือง แต่พื้นที่ถนนก็กว้างขวาง มีร้านค้าเล็ก ๆ ตั้งเรียงรายทั้งสองข้างทาง มีเหล่าพ่อค้าแม่ค้ากำลังเรียกลูกค้าเข้าร้าน มีผู้คนมากมายแวะมาซื้อหาสินค้าคุณภาพดี ในตลาดมีผู้คนคึกคักดูมีชีวิตชีวา บ่งบอกได้ถึงความเจริญรุ่งเรืองของเมืองซิลมารูอาน

กียุนรู้สึกสดชื่นขึ้นมาเล็กน้อย เพราะตลอดเวลาเขาเอาแต่ก้มหน้าเดินตามเจ้านาย เขาจึงไม่ได้เดินเที่ยวได้อย่างเต็มที่ วันนี้เขาทำงานเสร็จเร็วจึงมีเวลาเหลือเฟือ กียุนกวาดตามองไปรอบ ๆ ด้วยความรู้สึกผ่อนคลาย ที่นี่เป็นตลาดที่ขายสินค้าสำหรับบุคคลทั่วไป แค่เพียงมองสินค้าที่มีอยู่อย่างละลานตาก็รู้สึกเพลิดเพลิน

ขณะที่กำลังดูนั่นดูนี่ไปเรื่อย ๆ ก็ได้ยินเสียงร้องอย่างเร่งรีบดังมาจากร้านค้าที่เรียงรายกันอยู่ทางด้านโน้น

“ไฟไหม้!”

 

ความสามารถในด้านธุรกิจของภีพรัมผู้ดูแลร้านค้าของเจ้าชายอิคราอิมนั้นยอดเยี่ยมมาก เขาอายุสามสิบสามปีแม้ว่าจะยังหนุ่ม แต่ก็มีสายตาที่เฉียบแหลมในการแยกแยะของมีค่าและมีหัวคิดที่ดีในการเจรจาการค้า

สิ่งสำคัญที่จะทำให้เจ้าชายอิคราอิมสามารถก้าวขึ้นไปยังตำแหน่งสูงสุดของราชอาณาจักรได้ไม่ใช่แค่มีความสามารถในการหาเงินเท่านั้น หน้าที่ของเขาคือทำให้คนที่มีพรสวรรค์โดดเด่นมาอยู่ฝ่ายเดียวกับเจ้าชาย จัดหาตำแหน่งที่เหมาะสมให้และชมเชยเมื่อพวกเขาสร้างผลงาน

เจ้าชายอิคราอิมยกหน้าที่ให้ภีพรัมดูแลกิจการทั้งหมดได้อย่างเต็มที่ พระองค์ไว้ใจภีพรัมมาก จะมีเฉพาะเรื่องที่สำคัญ ๆ เท่านั้นเจ้าชายถึงจะออกคำสั่งเอง แน่นอนว่าถึงจะเป็นอย่างนั้น แต่เจ้าชายก็ไม่ได้ปล่อยปละละเลยเสียทีเดียว มีการตรวจสอบอยู่เนืองๆ และบางครั้งก็จะมีการแวะเข้ามาเยี่ยมชมแบบไม่แจ้งล่วงหน้าด้วย

ถึงจะมีเรื่องของหมีสีน้ำตาลมาให้จัดการเพิ่ม แต่ก็สามารถดูแลกิจการงานใหญ่ได้ราบรื่นไม่มีที่ติเหมือนเดิม หลังจากจิบชาและฟังข้อมูลเรื่องพ่อค้าที่เดินทางไปมาระหว่างเมืองเดราน รวมถึงฟังรายงานเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจเสร็จแล้ว เจ้าชายอิคราอิมก็เดินทางกลับวังตามปกติ

นอกจากเจ้าชายอีนาร์ดที่ขี่ม้าอยู่ข้าง ๆ ก็มีทหารองครักษ์ติดตามออกมาอีกสองคน นั่นคือพารานเซนกับทันเชน การเดินทางของคณะผู้ปกครองครองแห่งซิลมารูอานนั้นดูเรียบง่ายมาก แต่ชาวบ้านทั่วไปจำเจ้าชายอิคราอิมไม่ได้ เพราะเจ้าชายเอาผ้าคลุมศีรษะและใบหน้าที่โดดเด่นสะดุดตาของตัวเองเอาไว้ การเดินทางไปไหนมาไหนโดยไม่ปกปิดใบหน้านั้นถือว่าเป็นเรื่องที่อันตราย

แต่ว่าการที่มีชายหนุ่มสี่คนที่ทั้งรูปร่างท่าทางดูดี แถมสวมชุดผ้าไหมขี่ม้าผ่านไป ยังไงก็สะดุดตาผู้คนอยู่ดี

บนถนนมีผู้คนอยู่มากมาย เจ้าชายอิคราอิมเพิกเฉยต่อสายตาผู้คนที่เหลือบมองมาทางพวกเขา และขี่ม้าผ่านไปอย่างช้า ๆ ท่ามกลางฝูงชน

“โอ๊ะ นั่น..เจ้าหนุ่มน้อยคนนั้นใช่ไหม?”

เจ้าชายอีนาร์ดที่ขี่ม้าช้า ๆ ไปตามถนนที่มีแต่ฝูงชนเอ่ยขึ้นมาเบา ๆ

“อะไรหรือ?”

“อา เจ้าทาสหนุ่มอยู่ตรงนั้นพ่ะย่ะค่ะ เจ้าคนที่ชอบข้อเท้า....กียุน พัคกียุนพ่ะย่ะค่ะ”

เจ้าชายอีนาร์ดชี้ไปยังคนที่พระองค์มั่นใจว่าเป็นกียุน แม้ว่าบนถนนจะมีผู้คนพลุกพล่าน แถมยังเห็นเฉพาะผมสีดำด้านหลังเท่านั้น

เจ้าชายอิคราอิมมองตามกียุนที่อยู่ด้านหน้าห่างจากพระองค์ไปประมาณหนึ่ง ขาที่เคยได้รับบาดเจ็บตอนที่ไปล่าสัตว์ตอนนี้เดินได้อย่างมั่นคงดูนั่นดูนี่ไปเรื่อย ๆ แม้จะดูมีชีวิตชีวาแต่แผ่นหลังเล็ก ๆ บาง ๆ นั้นให้ความรู้สึกว่ามันช่างเลือนรางเหลือเกิน กียุนดูเหมือนจะจางหายไปมากกว่าถูกบดบังโดยฝูงชน เมื่อเห็นแบบนั้นภายในใจก็สั่นไหวรู้สึกกระสับกระส่าย

“ตอนนี้หม่อมฉันเริ่มเข้าใจสิ่งที่ท่านพี่พูดขึ้นมานิดหน่อยแล้วพ่ะย่ะค่ะ”

เจ้าชายอีนาร์ดเอ่ยออกมาขณะที่กำลังจ้องกียุนอยู่เหมือนกัน

“เจ้าหมายความว่าอะไร?”

“ตอนนั้นหม่อมฉันมองเจ้าทาสหนุ่มนั่น..เอ่อ..กียุน หม่อมฉันก็ยังไม่รู้สึกถึงความแปลก แต่ว่าตอนนี้พอมองแล้วก็รู้สึกว่ามีอะไรผิดแปลกไปจริง ๆ ด้วยพ่ะย่ะค่ะ ถึงแม้จะยืนปะปนอยู่กับผู้คน แต่ว่าเหมือนมีอะไรบางอย่าง อืม......”

เจ้าชายอีนาร์ดพยายามคิดอยู่พักนึงเพราะนึกคำพูดไม่ออก

“ต้องเรียกว่าในภาพวาดที่งดงามมีบางส่วนที่วาดพลาดไปใช่ไหมนะ? แม้แต่ตัวจิตรกรเองก็ไม่รู้ว่าผิดพลาดไปตรงไหน? หรือไม่ก็เหมือนกับทาสีพื้นผิวต่างออกไป ถึงจะผิดพลาดไปไม่มาก แต่เมื่อเทียบกับทั้งหมดแล้วมันมีอะไร......อะไรบางอย่างที่ผิดแปลกไปใช่ไหมพ่ะย่ะค่ะ”

 

สุดท้ายเจ้าชายอีนาร์ดก็ไม่สามารถหาคำที่เหมาะ ๆ มาอธิบายได้อยู่ดี สรุปออกมาได้แค่ว่ามีอะไรบางอย่างผิดแปลกไป เจ้าชายอิคราอิมเองก็รู้สึกเช่นนี้ เจ้าชายอีนาร์ดเริ่มเห็นด้วยกับคำพูดของพี่ชาย ด้วยเหตุนี้เจ้าชายอิคราอิมจึงยิ่งสงสัยในตัวตนของกียุนมากยิ่งขึ้น ทำไมพระองค์ถึงไม่สามารถหาสาเหตุของความผิดแปลกนี้ได้ และทำไมพระองค์ถึงได้ยึดติดและรู้สึกแปลก ๆ กับทาสหนุ่มคนนี้นัก พระองค์จะต้องรู้เรื่องที่สงสัยอยู่ให้ได้

เจ้าชายอิคราอิมนึกได้ว่าก่อนหน้านี้เคยสั่งให้เจ้าชายอีนาร์ดไปสืบเบื้องหลังของกียุนดู

“เรื่องของกียุนที่ข้าให้เจ้าไปสืบจะรู้เมื่อไหร่?”

“อา ที่ท่านพี่สั่งไว้หรือพ่ะย่ะค่ะ? จะได้เร็ว ๆ นี้แหละพ่ะย่ะค่ะ”

“ดีแล้ว”

เจ้าชายอิคราอิมพยักหน้ารับก่อนจะหันกลับไปจ้องกียุนอีกครั้ง

ดูจากท่าทางแล้วเจ้าชายอีนาร์ดรู้สึกว่าพี่ชายให้ความสนใจทาสหนุ่มเป็นพิเศษ พระองค์เคยถูกตำหนิเรื่องที่ไม่ได้เรียกชื่อเจ้าทาสหนุ่มนั่น แถมยังให้ไปสืบที่มาที่ไปอีกต่างหาก

ตั้งแต่ตอนที่ช่วยชีวิตกียุนจากหมีสีน้ำตาลนั้น ถึงแม้จะเป็นเหตุสุดวิสัย แต่หลังจากนั้น พี่ชายของพระองค์ก็ปฐมพยาบาลให้ด้วยตัวเอง ตอนที่ได้ยินครั้งแรกนั้นพระองค์ยังแทบไม่อยากจะเชื่อ แถมพี่ชายพระองค์ยังส่งน้ำผึ้งไปให้รักษาอาการป่วยอีก จะบอกว่าเป็นเรื่องปกติก็คงไม่ได้แล้ว

ครั้งแรกก็บอกว่ามีอะไรแปลก ๆ จึงให้ความสนใจมากเป็นพิเศษ แต่พฤติกรรมของเจ้าชายอิคราอิมที่กระทำต่อทาสหนุ่มนั้นมันไม่ใช่ปกติวิสัยของเจ้าชายอิคราอิมเลย จึงทำให้เจ้าชายอีนาร์ดรู้สึกแปลกใจ

“ไฟไหม้!”

หลังจากพูดคุยกันจบแล้วไม่นานก็ได้ยินเสียงร้องแสบหูของผู้หญิงดังขึ้น

จากนั้นไม่นานเสียงอีกหลายเสียงก็ตะโกนร้องว่าไฟไหม้ด้วย ผู้คนที่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก็หยุดเดิน พลอยทำให้ม้าของพวกเจ้าชายอิคราอิมเดินไปข้างหน้าไม่ได้ด้วยเช่นกัน

“เรากลับกันเลยไหมพ่ะย่ะค่ะ?”

เจ้าชายอีนาร์ดถาม ถึงไม่ใช้เส้นทางนี้ก็ยังมีเส้นทางกลับวังอีกมากมาย แต่เจ้าชายอิคราอิมส่ายหน้า

“ไม่ รอดูก่อน”

“พ่ะย่ะค่ะ”

ถึงจะไม่รู้เหตุผลที่ให้รอก่อน แต่ทุกคนก็ทำตามคำสั่ง ตรงที่ที่มีเสียงตะโกนร้องไฟไหม้นั้นมีควันสีดำลอยขึ้นมา ลักษณะของมันดูแปลก ๆ ก่อนหน้านี้ไม่นานกลุ่มของเจ้าชายทุกคนเพิ่งจะเผากองบัญชาการของพวกโจร จึงตัดสินใจเข้าไปตรวจสอบใกล้ ๆ จุดเกิดเหตุ เปลวไฟที่กำลังลุกโหมนั้นมีลักษณะแตกต่างจากปกติ

“เหมือนมันจะลุกลามใหญ่ขึ้นนะพ่ะย่ะค่ะ”

เจ้าชายอีนาร์ดพึมพำเบา ๆ ที่ตรงนั้นมีร้านค้าเล็ก ๆ อยู่หลายร้าน ยิ่งเพลิงลุกลามมากขึ้นเท่าไหร่ก็ยิ่งสร้างความเสียหายมากขึ้นเท่านั้น

บางคนก็กำลังวิ่งไปยังจุดที่เกิดไฟไหม้ บางคนที่ไม่สนใจก็เดินออกไป แต่คนส่วนใหญ่อยากจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น จึงยังคงหยุดอยู่ที่เดิม ส่วนเจ้าชายอิคราอิมนั้นไม่ได้สนใจจุดที่เกิดไฟไหม้ เพราะจู่ๆ เขาก็เจอกียุนที่กำลังลังเลจะเข้าไปช่วยดับไฟในจุดเกิดเหตุ เขาจึงเอาแต่จับจ้องไปที่กียุนคนเดียวเท่านั้น

เมื่อเห็นว่าใบหน้าของกียุนมีรอยขีดข่วนจากงานเทศกาลล่าสัตว์ ซึ่งยังไม่หายดี เจ้าชายอิคราอิมก็เดาะลิ้นขัดใจ เจ้าเด็กนี่ขนาดตัวเองยังดูแลไม่ได้เลยแล้วยังจะคิดไปช่วยคนอื่นอีก

ในขณะที่กียุนตัดสินใจไม่ได้และเกิดความลังเล เจ้าชายอิคราอิมสังเกตเห็นกล่องใบเล็ก ๆ ในมือกียุน กียุนไม่รู้ว่าของข้างในนั้นเป็นอะไร แต่ก็ต้องถือมันเอาไว้และไม่สามารถไปเอาถังน้ำมาช่วยดับไฟได้ แน่นอนว่าเขาต้องทำตามคำสั่งของเจ้านาย เขาไม่สามารถทำให้ของเสียหาย และไม่สามารถฝากมันไว้กับคนแปลกหน้าได้เช่นกัน

กียุนตอนนี้กำลังสองจิตสองใจ อ่า ฉันควรจะทำอย่างไรดี? เจ้าชายอิคราอิมมองดูกียุนด้วยความสนใจ กียุนหลับตาลงสักพัก และเมื่อลืมตาขึ้นมา ใบหน้าของเขาก็แสดงออกถึงการตัดสินใจอันแน่วแน่ เขาแกะผ้าที่มัดอยู่ที่เอวออกมา เอาผ้ามาห่อกล่องแล้วมัดไว้กับหน้าท้องอย่างแน่นหนา ถึงจะดูประหลาดเหมือนคนมีพุงเป็นรูปสี่เหลี่ยม แต่ว่าตอนนี้ทั้งสองมือของเขาก็ว่างแล้ว กียุนตรวจสอบอีกครั้งว่ากล่องใบนั้นปลอดภัยดีแล้วก็วิ่งไปยังจุดที่เกิดไฟไหม้ ไม่มีความลังเลใด ๆ มีแต่ความองอาจและกล้าหาญ

“หึ”

เสียงแค่นหัวเราะดังออกมา

“ถึงจะทำแบบนั้นมันก็ยังเกะกะอยู่ดี เจ้าเด็กนั่นจริง ๆ เลย”

เจ้าชายอีนาร์ดที่มองตามสายตาของพี่ชายไปเห็นการกระทำของกียุนจึงเอ่ยออกมา

จากคำพูดของน้องชาย เจ้าชายอิคราอิมส่ายหัว ไม่ใช่แค่กล่องที่ทำให้ลำบาก แต่ของที่อยู่ด้านในนั้นสิสำคัญ หากเป็นของที่ห้ามแตกหักล่ะก็ การขยับตัวแรง ๆ อาจทำให้ของในนั้นเสียหายได้ ในฐานะทาส เขาไม่ควรทำข้าวของของเจ้านายเสียหาย แต่ในฐานะมนุษย์นั้นเขาทำถูกต้องแล้ว

เขามีจิตใจที่พร้อมช่วยเหลือผู้อื่นในทันที และไม่คิดปล่อยผ่านเลยไป แต่เลือกที่จะช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความแน่วแน่ เขาใช้ความคิดอันชาญฉลาดหาวิธีที่จะทำให้มือว่าง

ถ้าหากว่ากียุนเดินผ่านไปเฉย ๆ พระองค์คงไม่รู้สึกประทับใจเป็นพิเศษ ตรงกันข้าม หากว่ากียุนละเลยกล่องนั้นพระองค์ก็คงจะทำแค่เดาะลิ้นขัดใจและเลิกเหลียวแลกียุนไป แต่ว่าการตัดสินใจทำสิ่งที่ดีที่สุด และไม่ขัดต่อมโนธรรมของกียุนนั้นแม้จะไม่สามารถเอ่ยชมได้ แต่ก็สร้างความประทับใจเป็นอย่างมากจนไม่สามารถละสายตาออกไปได้

จากความพยายามของหลาย ๆ คน ในที่สุดไฟก็ถูกดับลง สภาพของกียุนตอนนี้ทั้งตัวเต็มไปด้วยเขม่าควัน เดินลากรองเท้าที่เปียกโชกไปตามถนน หยิบเอากล่องที่ถูกผ้าพันมัดไว้ที่เอวออกมาตรวจดู แล้วใบหน้าของกียุนก็ระบายยิ้มออกมา ถึงใบหน้าจะเต็มไปด้วยเขม่าควันแต่ว่ารอยยิ้มที่ดูใสซื่อและบริสุทธิ์นั้น พูดได้คำเดียวว่ามันช่างน่ามอง

เมื่อเห็นว่ากียุนเอากล่องมาถือไว้ในมืออีกครั้ง เจ้าชายอิคราอิมก็หลุดยิ้มออกมาเล็กน้อย

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว