email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เล่ม 1 บทที่ 2.1: เทศกาลล่าสัตว์ (1)

ชื่อตอน : เล่ม 1 บทที่ 2.1: เทศกาลล่าสัตว์ (1)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 339

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 25 พ.ย. 2563 09:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เล่ม 1 บทที่ 2.1: เทศกาลล่าสัตว์ (1)
แบบอักษร

บทที่ 2 เทศกาลล่าสัตว์ 

 

กลางฤดูร้อนที่ร้อนจัด เนื่องจากเป็นพื้นที่แห้งแล้ง เมื่อเลยเวลาดวงอาทิตย์ตกดิน ช่วงกลางคืนอุณหภูมิจะลดลงมาก มีเพียงแค่แสงไฟจากตะเกียงที่ช่วยส่องสว่างในยามค่ำคืน มองขึ้นไปบนท้องฟ้าก็พบหมู่ดาวมากมายระยิบระยับอยู่นับไม่ถ้วน

กียุนหลุดคำชมออกมาเล็กน้อยทุกครั้งที่เขามองดาวบนท้องฟ้า วันนี้ก็เช่นกัน ตอนนี้เขาเข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงคำว่าดวงดาวกระจ่างกลางท้องฟ้าแล้วว่ามันเป็นอย่างไร

นี่เป็นทิวทัศน์ที่หาดูไม่ได้ในกรุงโซล ตอนเรียนอยู่ม.ปลายปี 2 เขาเคยไปทัศนศึกษาที่ภูเขาซอรัคซาน ในตอนกลางคืนก็ไม่ได้มีดาวเยอะมากเท่าที่นี่ ที่โลกแห่งนี้ความสวยงามทางธรรมชาติยังไม่ถูกทำลาย แต่ว่ายิ่งกียุนมองดวงดาวที่ระยิบระยับอยู่บนท้องฟ้ามากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งคิดถึงท้องฟ้าที่ไร้ดาวของกรุงโซลมากขึ้นเท่านั้น

โลก เกาหลี โซล มันเป็นคำที่ติดอยู่ในหัวของกียุน ผ่านมาไม่ถึง 3 ปี แต่ราวกับเป็นภาพหลอนที่ยาวนาน บางครั้งเขาก็สงสัยว่าตัวเองกำลังฝันอยู่หรือเปล่า อันที่จริงการที่เขามาเป็นทาสอยู่ที่โลกนี้ก็ดูเป็นเรื่องที่อาจจะเป็นอาการทางจิตคิดหลอนไปเองก็ได้

“คิดอะไรอยู่ ข้าเดินเข้ามาใกล้ขนาดนี้ยังไม่รู้ตัวอีก? พี่กียุน”

กียุนที่กำลังเหม่อมองดวงดาวระยิบระยับอยู่เมื่อได้ยินเสียงเรียกชื่อตัวเองก็ค่อยรู้สึกตัว ยูเน็นส่งยิ้มให้ทางสายตาแล้วเดินมาหาเขา

กียุนตั้งใจจะไปเติมน้ำมันตะเกียงในห้องอ่านหนังสือของรามซัส ระหว่างทางที่จะไปที่ห้องเก็บของ กียุนก็หยุดมองดาวบนท้องฟ้าที่สวนด้านหลัง ยูเน็นผ่านมาพบเขาพอดีจึงเดินเข้ามาใกล้

ยูเน็นมองพิจารณาไปรอบ ๆ ก่อนจะยื่นอะไรบางอย่างให้กียุน มันคือลูกพลัม

“ข้าตั้งใจจะเอามาให้พี่”

“ขอบใจมากนะ”

ถึงที่โลกนี้จะมีผลไม้อุดมสมบูรณ์ แต่ว่าสำหรับทาสก็ยังถือเป็นของที่มีราคา กียุนไม่ได้พูดบ่นอะไร ทันทีที่เขารับลูกพลัมมา ยูเน็นก็ยิ้มออกมาอย่างสดใส

ยูเน็นก็เป็นทาสรับใช้ในคฤหาสน์ของรามซัสเหมือนกับกียุน แตกต่างจากกียุนตรงที่ยูเน็นทำงานอยู่ในบ้าน ส่วนกียุนติดตามรามซัสออกไปข้างนอก ยูเน็นเป็นทาสหญิงที่อายุน้อยที่สุดในบรรดาทาสหญิงทั้งหมด ตอนนี้เธออายุสิบหกปี สำหรับกียุนนั้นมองว่ายูเน็นยังเป็นเด็กอยู่ แต่สำหรับโลกนี้ อายุสิบหกถือว่าโตเป็นสาวเต็มตัว แม้ฝ่ามือจะหยาบกร้านจากการทำงานหนักและมีกระเต็มใบหน้า แต่ยูเน็นก็เป็นเด็กที่มีความน่ารักสดใส เธอดูมีชีวิตชีวาสมกับเป็นสาวน้อยวัยสิบหกปี ยังมีความอยากรู้อยากเห็น ทั้งยังเป็นคนร่าเริง มักจะหาของจากที่นั่นที่นี่มาให้กียุนได้ในราคาประหยัด เธอไม่เคยปฏิเสธคำขอร้องของเขา แถมยังมีข้อมูลของตลาดหลาย ๆ แห่ง รวมทั้งบอกแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือได้ให้แก่เขาอีกด้วย ยูเน็นคอยติดตามเขาเป็นอย่างดี และเรียกเขาว่าพี่ชาย กียุนจึงนับว่ายูเน็นเป็นน้องสาวของเขา

แน่นอนว่ากียุนไม่ได้สนใจในตัวเด็กสาว ต่างจากยูเน็นที่แอบคิดไปไกล

ชะตากรรมของทาสหญิงนั้นไม่แน่ไม่นอน หากพวกเธอท้องไม่มีพ่อ เด็กที่เกิดมาจะกลายเป็นทาสในเรือนเบี้ยของเจ้านาย และมีชีวิตที่ยากลำบากไปจนตาย โชคดีที่รามซัสเป็นเจ้านายที่ใจดี เขาอาจจะหาทาสชายสักคนให้มาแต่งงานกับเธอก็เป็นได้ แต่ยูเน็นก็วาดฝันเอาไว้ดีกว่านั้นนิดหน่อย

ที่จริงกียุนเองก็เป็นทาส แต่ว่าเขาได้ติดตามไปช่วยงานรามซัสในวังของเจ้าชาย กียุนจะต้องมีอนาคตที่ดีแน่นอน หากเขาสั่งสมประสบการณ์อีกไม่กี่ปี รามซัสจะต้องปลดปล่อยกียุนจากสถานะทาสแล้วให้มาเป็นมือขวาของเขาอย่างแน่นอน

ทาสที่ได้รับการปลดปล่อยจะได้เป็นสามัญชน มีสถานะแตกต่างจากทาสอย่างชัดเจน เขาสามารถมีทรัพย์สินเป็นของตัวเองได้ หากได้รับความไว้วางใจจากเจ้านาย และได้รับการปลดปล่อย เขาก็จะสามารถมีครอบครัวได้ และลูก ๆ ของเขาก็จะเป็นสามัญชนด้วย

ถ้าหากยูเน็นมัดใจกียุนได้และแต่งงานกัน รามซัสที่เป็นคนใจกว้างก็อาจจะปลดปล่อยเธอด้วยเหมือนกัน นี่คือสิ่งที่ยูเน็นวาดฝันเอาไว้

ไม่ใช่แค่เธอเท่านั้น ทาสหญิงในคฤหาสน์ของรามซัสส่วนใหญ่ต่างก็เล็งกียุนเอาไว้เช่นกัน แต่ว่ายูเน็นมีความมั่นใจ เพราะเธอมีอายุน้อยที่สุด แถมหน้าตายังจัดว่าสวยทีเดียว เธอไม่รู้เลยว่ากียุนคิดกับเธอแค่น้องสาว และไม่เคยคิดไปในทางชู้สาวกับเธอเลย

ยิ่งกว่านั้นผู้ชายที่ไหนจะไม่ชอบผู้หญิง แต่ว่ากียุนค่อนข้างระวังตัวและไม่ชอบให้พวกผู้หญิงเข้าใกล้เขา

มีลูกสาวของสาวใช้ประจำตัวของคุณนายคนหนึ่ง ที่ทั้งรูปร่างดี มีผิวสีน้ำผึ้ง สวยและมีเสน่ห์เหลือล้น เป็นเรื่องขำขันที่ลือกันไปทั่วว่ากียุนไม่สนใจเธอเลยสักนิด ทั้ง ๆ ที่เธอพยายามส่งสายตายั่วยวนให้เขาอย่างออกนอกหน้า

นั่นสะท้อนให้ยูเน็นเห็นว่าควรตีสนิทกับกียุนแบบพี่น้องจะดีกว่า

“อร่อยดี ขอบใจนะ”

กียุนบอกหลังจากกินลูกพลัมหมดแล้ว

“คิก ๆ ข้าถึงเอามาให้พี่ไง”

นี่เป็นลูกพลัมที่พวกคุณนายกินไม่หมด ปกติก็จะถูกแบ่งให้พวกสาวใช้หรือทาสหญิง ยูเน็นไม่ได้กินส่วนของเธอ แต่เอามาให้กียุนแทน

และกียุนก็ไม่รู้เรื่องนี้

“เจ้าก็ได้กินด้วยใช่ไหม”

“พวกคุณนายชอบกินผลไม้ เลยมีเหลือมาเป็นประจำนั่นแหละ พี่ก็ชอบผลไม้นี่นา เคยบอกว่าดีกว่าดื่มเหล้าอีกนี่”

ใบหน้าที่มีรอยยิ้มหวานอย่างไม่เสแสร้ง แม้ว่าจะอยู่ใต้แสงจันทร์ก็ยังเห็นว่าน่ารัก กียุนหันไปยิ้มให้ยูเน็น

“ไว้พี่จะตอบแทนแน่นอน”

“อ่า พูดอะไรอย่างนั้นกัน”

ถึงจะบอกแบบนั้น แต่ในใจของยูเน็นก็แอบคาดหวัง ไม่เพียงแค่ว่ากียุนจะมีอนาคตที่ดีและจะได้ถูกปลดปล่อยเท่านั้น แต่กียุนเป็นคนอ่อนโยนต่างจากผู้ชายคนอื่น ๆ ที่หน้าตาก็ไม่ดี ตัวดำปี๋ แถมยังคอยแต่จะข่มเหงรังแกผู้หญิง

ไม่นานมานี้กียุนให้น้ำมันหอมขวดหนึ่งแก่หัวหน้าสาวใช้เป็นของขวัญ มันเยอะเกินกว่าจะใช้คนเดียวหมด หัวหน้าสาวใช้จึงเอามาแบ่งให้ทาสหญิงได้ใช้กันถ้วนหน้า เท่ากับกียุนได้ให้ของขวัญแก่ทุกคน ใบหน้าของกียุนดูเกลี้ยงเกลา แถมยังเก่งและใจดีอีก ผู้ชายดีๆ แบบนี้หาได้ยากมากจริง ๆ

เมื่อเขาบอกว่าจะตอบแทนอย่างแน่นอน เธอก็แอบคาดหวังว่ามันจะเป็นอะไร

“ข้าต้องไปเอาน้ำมันตะเกียงที่ห้องเก็บของ เจ้าก็รีบเข้าไปข้างในเถอะ”

“หา? ห้องเก็บของ? ที่นั่นมืดมากนะ ตะเกียงก็ไม่มีด้วย”

“ไม่เป็นไร วันนี้พระจันทร์เต็มดวง เห็นชัดแน่นอน เจ้านั่นแหละมาอยู่ที่นี่ไม่เป็นไรหรือ? หัวหน้าสาวใช้จะมาเจอได้นะ”

“โอ๊ะ ลืมเวลาไปเลย”

ยูเน็นเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ถึงเธอจะทำมื้อเย็นเสร็จแล้ว จานก็ล้างแล้ว แต่ว่ายังเหลือของที่ต้องเตรียมสำหรับพรุ่งนี้อีก เมื่อคิดถึงเสียงบ่นอันแสบแก้วหูของหัวหน้าสาวใช้ประจำคฤหาสน์แล้วก็รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา

“รีบไปเถอะ”

“รู้แล้ว พี่ก็ดูแลตัวเองด้วย”

กียุนตรวจดูจนแน่ใจแล้วว่ายูเน็นเดินหายเข้าไปในตึกเรียบร้อยแล้ว เขาจึงเงยหน้ากลับไปมองท้องฟ้ายามค่ำคืนอีกครั้ง เขาไม่เห็นกลุ่มดาวหมีใหญ่ หดหู่ใจชะมัด ถึงจะได้รับความไว้วางใจจากเจ้านายและมีคนที่ดีกับเขา แต่ที่นี่ก็ไม่ใช่บ้านเกิดเมืองนอนของเขา เมื่อคิดถึงความจริงข้อนี้หัวใจของเขาก็เหมือนถูกบีบรัด เขาทั้งเศร้าและก็รู้สึกอ้างว้างด้วย เขาพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ให้มันไหลออกมา จากนั้นก็มุ่งหน้าไปยังห้องเก็บของ

พระจันทร์ที่ลอยอยู่เหนือหัวเขามีขนาดใหญ่กว่าที่โลกของเขามาก รวมทั้งส่องแสงสว่างกว่าด้วย

 

“ข้อเท้ายูเน็นสวยไหม?” 

เพราะมัวไปทำอย่างอื่นทำให้กียุนไปเอาน้ำมันตะเกียงมาเติมช้า พอมาถึงห้องหนังสือ รามซัสที่นั่งเซ็นเอกสารไปสักพักแล้วก็เอ่ยถามออกมา แทนที่รามซัสจะบ่นเรื่องที่กียุนมาช้าในขณะที่เขากำลังจัดการกับเอกสารที่น่าเบื่อเหล่านี้ เขากลับเอ่ยแซวกียุนอย่างสนุกสนาน

กียุนชะงักมือที่กำลังเติมน้ำมันตะเกียงอยู่

“ไม่แน่ใจขอรับ ว่าแต่นายท่านทราบได้อย่างไรขอรับ?”

“เห็นตรงนั้นไหม? แถมคืนนี้พระจันทร์ก็ยังสว่าง”

รามซัสชี้ไปที่หน้าต่างทิศเหนือ มองลงไปจะเห็นสวนด้านหลังคฤหาสน์ แม้ว่าถ้าหากนั่งอยู่จะมองไม่เห็น แต่เพราะห้องหนังสืออยู่ชั้น 2 เมื่อยืนขึ้นก็จะสามารถมองเห็นสวนด้านหลังทั้งหมดได้ กียุนดูสถานการณ์แล้วก็ถอนหายใจออกมาเงียบ ๆ รามซัสเดาะลิ้นทำเสียงจิ๊จ๊ะพร้อมทั้งส่ายนิ้ว

“ไปพลอดรักกันในที่เตะตาแบบนั้น ช่างไม่มีชั้นเชิงเอาเสียเลย เจ้าหนุ่มนี่นะ”

ชัดเจนว่าเขาตั้งใจกระเซ้า รามซัสยิ้มอย่างมีเลศนัย กียุนก็ตอบกลับไปโดยอัตโนมัติ

“ใครจะไปพลอดรักกับเด็กแบบนั้นกันล่ะขอรับ”

“โอ๊ะ ไม่ใช่หรอกหรือ? ไม่ใช่ว่าคู่รักแอบนัดพบกันใต้แสงจันทร์ยามค่ำคืนหรอกหรือ? อีกอย่างยูเน็นก็ไม่ใช่เด็กแล้ว อายุสิบหกถือว่าเป็นสาวเต็มตัวแล้วนะรู้ไหม? เป็นสาวแล้ว”

“เข้าใจแจ่มแจ้งแล้วขอรับ”

“จริงหรือ?”

“ขอรับ”

“อาฮะ อย่างนั้นเจ้าก็ยังมีโอกาสเหลืออยู่ใช่ไหม?”

“โอกาสหรือขอรับ?”

“ก็สาว ๆ ที่เล็งเจ้าอยู่ไง ทั้งเกฮวีน โรสก้า ทาวิเอน และยังมีอีกหลายคน ในบ้านข้า เจ้าได้รับความนิยมมากนะ ไม่รู้ตัวเลยรึ?

รู้น่ะรู้ แต่กียุนไม่ได้ตอบ ชื่อที่รามซัสเอ่ยมาล้วนเป็นทาสหญิงและสาวใช้ที่ส่งสายตายั่วยวนให้กียุนทั้งแบบอ้อม ๆ และแบบเปิดเผย ทั้งหมดล้วนอายุมากกว่าเขาและทำตัวเกาะติดแจ ทำให้เขาไม่ชอบเลยสักนิด

รามซัสที่รู้สถานการณ์ของกียุนแล้ว ก็มองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น กียุนไม่รู้ตัวเลยว่ามีสายตาของเจ้านายที่คอยสอดส่องดูแลเขาอยู่ ยิ่งกว่านั้นทั้งที่เป็นผู้ชายก็ย่อมมีสัญชาตญาณความดิบเถื่อนอยู่ในตัว แต่กียุนกลับมีความเป็นสุภาพบุรุษมาก ๆ

ไม่ใช่แค่สาว ๆ ในคฤหาสน์ของเขาเท่านั้น พวกทาสหญิงในวังของเจ้าชายก็แอบส่งสายตาให้กียุนเช่นกัน แต่พวกเธอหารู้ไม่ว่ากียุนไม่ได้สนใจผู้หญิงเลยสักนิด

“ข้ารู้ว่าซิลลาล่าอยากสนับสนุนโรสก้า น่าเสียดายที่ข้าได้แต่บอกปัดนางไป บอกข้าหน่อยสิว่าควรจะทำอย่างไร”

ซิลลาล่าเป็นภรรยาคนแรกของรามซัส เธอเป็นผู้หญิงที่ฉลาดและสง่างาม ส่วนโรสก้าก็เป็นสาวใช้คนสนิทของซิลลาล่า ตอนที่รามซัสพากียุนมาที่คฤหาสน์ของเขาในฐานะทาสรับใช้ส่วนตัว โรสก้าใช้รูปร่างอรชรอ้อนแอ้นของเธอเป็นอาวุธในการเข้าหากียุน เธออายุมากกว่ากียุนไม่มาก และปกติก็เป็นคนคล่องแคล่วสดใสร่าเริง เธอจึงมักแอบมากอดเขาจากด้านหลัง ยิ่งกว่านั้นก่อนหน้านี้เธอก็แอบมาลูบคลำจุดลับของกียุน ซึ่งมันไม่ใช่แค่ครั้งสองครั้งที่โดน กียุนเองก็ได้แต่จนปัญญาขัดขืน

เมื่อคิดถึงเรื่องนั้นแล้วกียุนก็มีสีหน้าเอือมระอา เห็นดังนั้นรามซัสก็ได้แต่หัวเราะแห้ง ๆ อันที่จริงพวกทาสสามารถมีความสัมพันธ์กันได้ค่อนข้างเสรี หากถูกใจกันก็สามารถร่วมหลับนอนกันได้ในทันที แต่นั่นมันไม่ใช่เรื่องปกติสำหรับกียุน

“เป็นผู้ชายแต่ไม่ชอบผู้หญิง นี่ไม่ใช่ว่าเจ้าตายด้านไปแล้วนะ”

“ไม่ใช่ว่าข้าไม่ชอบผู้หญิงนะขอรับ”

“แต่เจ้าก็ปฏิเสธโรสก้าใช่ไหม? เจ้าไม่ใช่ผู้ชายหรือไง”

แม้ว่าจะเป็นคำพูดของเจ้านาย แต่เมื่อถูกพูดว่าไม่ใช่ผู้ชายใส่หน้าจัง ๆ แบบนี้ ทาสอย่างเขาก็รู้สึกเจ็บขึ้นมา กียุนก้มหน้าลงอย่างเศร้าสร้อย เขาสามารถพูดเรื่องแบบนี้ได้จริง ๆ ใช่ไหม? ว่าเวลาเขาพบผู้หญิงสวย ๆ เขากลับรู้สึกอยากจะเข้าวัด ที่จริงตัวเขาเองก็ไม่ได้อยากจะเป็นแบบนี้สักเท่าไหร่หรอกนะ

กียุนนั่งคุกเข่ารอคำสั่งอยู่ข้างโต๊ะทำงานของรามซัสที่ทำงานอยู่อย่างเงียบ ๆ ขณะที่มือของรามซัสวุ่นอยู่กับการขยับปากกา เขาก็เอ่ยปากพูดอะไรบางอย่าง

“แบบนี้ข้าก็พอเข้าใจสิ่งที่เจ้าชายอิคราอิมพูดแล้ว”

“พูดว่าอะไรหรือขอรับ”

“ท่านบอกว่าเจ้าแปลก”

“.....?”

“ข้าไม่รู้ว่าในใจเจ้าชายคิดอะไรอยู่ แต่ว่าสำหรับข้า เจ้าแปลกจริง ๆ”

กียุนเอียงคอไม่เข้าใจในสิ่งที่ได้ยิน และรามซัสไม่ได้อธิบายว่าแปลกอย่างไร

กียุนฉลาดพอที่จะไม่แสดงความอยากรู้ แต่ถึงเขาจะอยากรู้จริง ๆ ก็ไม่ได้ยากเกินความสามารถของเขานัก

กียุนเข้ากับคนอื่นได้ดีและรู้จักใช้คน ความเฉลียวฉลาดนี้ทำให้ไม่มีใครเกลียดชัง เขามีมารยาทและอ่อนน้อม ทำให้สามารถจัดการงานทุกอย่างได้สำเร็จโดยไม่มีใครจับได้ ทั้งยังรับผิดชอบงานที่สกปรกอยู่พอสมควร คนที่รู้จักกียุนดีก็คงอดที่จะชื่นชมและก่นด่าเขาไม่ได้ นอกจากนี้ตัวกียุนเองก็ไม่ค่อยชอบสุงสิงกับใครมากนัก ภายนอกเขาอาจจะดูยิ้มแย้ม แต่ความจริง ภายในใจของเขานั้นแตกต่าง ถ้าจะพูดให้ถูก ต้องบอกว่าภายในของเขานั้นว่างเปล่าจะดีกว่า

รามซัสที่มีประสบการณ์เดินทางไปยังที่ต่าง ๆ ในโลกมาแล้วอย่างโชกโชน มั่นใจในการมองคนมาก แม้แต่หลับตาข้างหนึ่งก็ยังดูออก รู้สึกได้ว่ากียุนมีอะไรที่แปลกออกไปเล็กน้อย

“เฮ้อ เศษกระดาษพวกนี้ทำเอาข้าปวดหัวไปหมดแล้ว”

รามซัสพูดกับกียุน ถึงแม้ว่าตอนนี้เขากำลังคิดเรื่องอื่นอยู่ แต่งานที่ทำก็สำเร็จเสร็จไปด้วยดี เขามีร้านค้าเล็ก ๆ และมีฟาร์มอยู่ที่นอกเมืองของตัวเองอยู่ไม่กี่แห่ง งานที่ต้องสะสางจึงมีไม่มากนัก ส่วนการจัดการเรื่องบัญชีสามารถฝากให้กียุนทำแทนได้ แต่การเบิกจ่ายรอบสุดท้าย รามซัสต้องเป็นคนทำเอง

ทันทีที่รามซัสวางปากกาและลุกขึ้น กียุนก็นวดหลังให้เขา แม้ว่าเบาะนั่งจะนุ่ม แต่เพราะนั่งเป็นเวลานาน รามซัสที่เส้นยึดก็ขยับตัวช้า ๆ

“คืนนี้ข้าจะไปหาซิลลาล่า ดังนั้นเจ้าอย่าลืมเรื่องที่ข้าบอกล่ะ ถ้าเจ้าบอกว่าเจ้าไม่ได้ตายด้าน ก็ต้องสนใจเรื่องอย่างว่าบ้าง ไม่อย่างนั้นโรสก้าอาจจะผิดหวัง ส่วนซิลลาล่าจะหัวเราะเยาะเอานะ”

การล้อเลียนและกัดไม่ปล่อยถือเป็นนิสัยที่แก้ไม่หายของรามซัส กียุนคงต้องปล่อยผ่านมันไป เมื่อกียุนไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ รามซัสก็หมดสนุก จึงเปลี่ยนหัวข้อสนทนาแทน

“อา ใช่แล้ว เรื่องที่ข้าให้ไปเตรียมก่อนหน้านี้ เจ้าจัดการเรียบร้อยดีใช่ไหม?”

คำถามที่ถามมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ทำให้กียุนต้องหยุดคิดไปสักพัก เมื่อไม่กี่วันก่อน จำได้ว่ารามซัสบอกว่าจะมีการล่าสัตว์ ให้เขาไปเตรียมอาวุธและเสบียงให้พร้อม

“จากที่นายท่านสั่ง ข้าไปหาธนูกับดาบที่ห้องเก็บของ แล้วเอาไปฝากไว้ให้ร้านอาวุธดูแลแล้วขอรับ ส่วนที่เหลือ ข้ารู้ว่าหัวหน้าพ่อบ้านเตรียมเอาไว้ครบหมดแล้วขอรับ”

“อย่างนั้นหรือ เจ้าเคยไปล่าสัตว์มาก่อนหรือเปล่า?”

“ไม่เคยเลยขอรับ”

“อย่างนั้นเคยติดตามใครออกไปล่าสัตว์บ้างไหม?”

“ไม่เคยขอรับ”

“ขี่ม้าเป็นหรือเปล่า?”

“ไม่เป็นขอรับ”

“อืม ถ้าอย่างนั้นก็คงลำบาก”

“มีอะไรอย่างนั้นหรือขอรับ?”

“เจ้าชายอีนาร์ดเชิญข้าไปเข้าร่วมงานเทศกาลล่าสัตว์ในครั้งนี้ด้วย ต้องพาผู้ติดตามไปสองคน เรื่องอาวุธกับสัมภาระฝากไว้ที่เคโอคาห์ได้ แต่ว่าผู้ติดตามอยู่ข้างกายก็สำคัญ และข้าคงพาภามเธนไปด้วยไม่ได้

ภามเธนเป็นหัวหน้าพ่อบ้านที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลงานบ้าน เขามีความสามารถและละเอียดรอบคอบ เขาเป็นทาสที่ได้รับการปลดปล่อยแล้ว เป็นคนที่รามซัสให้ความไว้วางใจมาตั้งแต่ยังหนุ่ม แต่ตอนนี้เขาอายุกว่าหกสิบปี ซึ่งแก่เกินกว่าจะออกติดตามเจ้านายไปล่าสัตว์แล้ว

“ไม่ว่าอย่างไร เจ้าก็ต้องเป็นผู้ติดตามของข้า”

“ขอรับ”

“ข้าจะบอกภามเธนเอาไว้ล่วงหน้า จะได้ไม่มีอะไรผิดพลาด”

“ขอรับ”

มันค่อนข้างกะทันหันทีเดียว แต่ว่ากียุนยังไม่ทันได้กะพริบตาก็เผลอตอบรับไปซะแล้ว เขาไม่สามารถปฏิเสธงานนี้ได้จึงถอนหายใจเฮือกใหญ่อยู่ในใจแล้วก็ได้แต่ทำใจยอมรับ

“นายท่าน เทศกาลล่าสัตว์จะเริ่มขึ้นเมื่อไหร่หรือขอรับ?”

“อีก 3 วันหลังจากนี้ เตรียมตัวให้ดีล่ะ”

รามซัสหัวเราะออกมาอย่างร้ายกาจ กียุนหลบสายตารามซัสด้วยการหันหน้าหนี แค่ 3 วันเนี่ยนะ มันเร็วเกินไป ถ้าหากทำได้ กียุนก็อยากจะเอาเครื่องเขียนปลายแหลม ๆ ที่ถืออยู่ในมือแทงหัวเจ้านายของเขา ให้ปลายด้ามพู่กันแหลม ๆ นี่ปักอยู่บนหน้าผากไปเลยยิ่งดี ให้เลือดไหลทะลักออกมา เผื่อว่าเจ้านายของเขาจะรู้สึกผิดสักนิด กียุนสะกดกลั้นความคิดไร้สาระที่ผุดขึ้นมาอย่างเงียบ ๆ แล้วตอบกลับไปว่า

“ขอรับ”

กียุนไม่กล้าบ่น มีแค่สายตาเท่านั้นที่แสดงออกมาว่าความคิดในหัวกำลังตีกันยุ่งไปหมดแล้ว รามซัสเห็นแล้วก็ขำอยู่ในใจ เขารู้ว่ากียุนขุ่นเคือง แต่กียุนก็จำเป็นต้องฝึก และตอนนี้ก็เป็นโอกาสที่ดี ถ้าหากกียุนเป็นมือขวาคอยติดตามเขา ก็ต้องเลียนแบบค่านิยมของพวกชนชั้นสูงให้ได้ ที่ไหนๆ ก็โหดร้ายแบบนี้ทั้งนั้น

ในใจของกียุนตอนนี้ว่างเปล่า แต่รามซัสเชื่อมั่นในตัวเขา รามซัสคิดว่าบางทีกียุนอาจเคยเป็นชนชั้นสูงตอนอยู่ที่ประเทศบ้านเกิด แต่ว่ากียุนเข้าใจสถานภาพของตัวเองตอนนี้เป็นอย่างดี ในฐานะทาสที่เจ้านายพามา เขาก็ต้องตอบแทนให้สมกับความไว้วางใจที่ได้รับ รามซัสเองก็คาดหวังกับอนาคตของกียุนไว้มากเช่นกัน

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว