email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เล่ม 1 บทที่ 1.4: การพบกัน (4)

ชื่อตอน : เล่ม 1 บทที่ 1.4: การพบกัน (4)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 326

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 25 พ.ย. 2563 09:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เล่ม 1 บทที่ 1.4: การพบกัน (4)
แบบอักษร

เจ้าชายอีนาร์ดและรามซัสรู้จักกันเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ทันทีที่เสร็จพิธีบรรลุนิติภาวะ เจ้าชายอีนาร์ดก็ออกเดินทางไปเผชิญโลกกว้าง และได้เดินทางไปยังประเทศที่กำลังเกิดการแย่งชิงราชสมบัติกันโดยไม่ได้ตั้งใจ พระองค์ถูกมองว่าเป็นฝ่ายกบฏและอาจจะต้องติดคุก แม้จะแสดงตนว่าเป็นเจ้าชายของราชอาณาจักร แต่ไม่มีใครเชื่อพระองค์เลย แต่แล้วรามซัสก็ได้ช่วยชีวิตพระองค์ไว้ในตอนที่กำลังรอจะถูกแขวนคอในฐานะกบฏ

เวลาผ่านไป ทั้งสองได้กลับมาพบกันอีกครั้งที่ราชอาณาจักรชาลบามห์ ทั้งสองจึงมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันเรื่อยมา และเจ้าชายอีนาร์ดก็เป็นคนอนุญาตให้รามซัสเข้ามาทำงานในวังของเจ้าชายอิคราอิมด้วยตนเอง ประสบการณ์การเดินทางรอนแรมไปทั่วทวีปของรามซัสถือเป็นคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์ต่อเจ้าชายอิคราอิม แถมเขายังเป็นคนที่มีวาทศิลป์ สามารถพูดจาโน้มน้าวจิตใจคนอื่น ๆ ได้อย่างยอดเยี่ยม

หัวข้อสนทนาในวันนี้ก็คือประเพณีพิเศษที่มีจุดเริ่มต้นมาจากประเทศที่อยู่ห่างไกล ค่านิยมความงามของพวกเขาคือการไว้ผมยาวโดยไม่แบ่งว่าเป็นหญิงหรือชาย พวกเขาจะไม่ตัดผมตลอดชีวิต จึงมีหลายคนผมยาวไปถึงปลายเท้า เจ้าชายอีนาร์ดบ่นว่าถ้าผมยาวเกินไปมันคงจะหนักน่าดู

ผมของเจ้าชายอิคราอิมเองก็ได้รับการยกย่องจากสาวงามหลายคนว่าช่างน่าอิจฉา และพูดคุยเรื่องสีผมที่แปลกของชาวเหนือบางชนชาติ แต่ละคนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรสนิยมของตนเอ งเพราะรามซัสสังเกตว่าเจ้าชายอีนาร์ดชอบคนผมทอง

“อา ใช่แล้ว ดูเหมือนข้าจะชอบสาวผมทองนะพ่ะย่ะค่ะ”

เจ้าชายอีนาร์ดมีสีหน้าตกใจกับความจริงที่เพิ่งค้นพบ พอลองคิดดูแล้วผู้หญิงส่วนใหญ่ที่เขาพบก็มีผมสีทอง

“รสนิยมของพระองค์ชัดเจนมากพ่ะย่ะค่ะ องค์ชาย”

“ก็ดีแล้วไม่ใช่หรือพ่ะย่ะค่ะ?”

“คิดดูแล้วข้าชอบผู้หญิงผมดำเส้นใหญ่ๆ นะพ่ะย่ะค่ะ”

“อย่างนั้นหรือ?”

เจ้าชายอีนาร์ดเอียงคอไปมากับคำตอบของรามซัส มาตรฐานความงามของแต่ละคนต่างไปตามมุมมองของตนเองและยังสะท้อนให้เห็นถึงรสนิยมของตัวเขาด้วย น่าอัศจรรย์ที่สีผมก็สามารถแบ่งแยกรสนิยมได้ด้วย

เจ้าชายอีนาร์ดหันไปมองที่เจ้าชายอิคราอิมที่นั่งติดกับพระองค์ ทันใดนั้นก็เกิดอยากรู้เกี่ยวกับรสนิยมของพี่ชายตนเองที่หน้าตาสวยยิ่งกว่าผู้หญิงบางคนซะอีก

“แล้วรสนิยมของท่านพี่เป็นแบบไหนล่ะพ่ะย่ะค่ะ?”

“ข้าไม่สนใจว่าผมจะสีอะไร สิ่งที่อยู่ข้างในต่างหากที่สำคัญ”

“ฮ่า ๆ สมแล้วที่เป็นท่านพี่”

การแสดงออกอย่างเฉยชาของเจ้าชายอิคราอิม ทำให้เจ้าชายอีนาร์ดปล่อยเสียงหัวเราะออกมา เจ้าชายอิคราอิมผู้ให้ความสำคัญแค่กับผลประโยชน์ แถมยังมีรสนิยมที่ไม่เหมือนใครอีกด้วย

เจ้าชายอีนาร์ดยังคงหันไปถามองครักษ์ที่ยืนอยู่ด้านหลังเจ้าชายอิคราอิมด้วยคำถามเดียวกันอย่างร่าเริง คนหนึ่งบอกว่าชอบผมสีอ่อน ส่วนอีกคนตอบว่าภรรยาของเขามีผมสีแดงที่สวยมาก

“แล้วแต่รสนิยมของใครของมันจริงด้วย”

เจ้าชายอีนาร์ดอุทานออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ และเริ่มลองถามคนอื่น ๆ ไปเรื่อย คำตอบของทหารมหาดเล็กแต่ละคนแตกต่างกัน แต่ส่วนใหญ่จะชอบสาวผมทอง เจ้าชายอีนาร์ดหันไปส่งยิ้มให้รามซัส

“ส่วนใหญ่ชอบสาวผมทองด้วยล่ะ”

“ด่วนสรุปเกินไปนะพ่ะย่ะค่ะ องค์ชาย”

รามซัสรู้ว่ารสนิยมของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน แต่พอรสนิยมของเขาไม่ได้รับความนิยม เขาจึงรู้สึกไม่ค่อยถูกใจนัก สุดท้ายเขาจึงต้องเรียกกียุนให้มาเข้าข้างเขา

“เจ้าชอบคนผมสีอ่อน หรือว่าชอบคนผมสีเข้ม?”

กียุนนั่งคุกเข่าก้มหน้าอยู่ที่พื้น คำถามของรามซัสทำให้เขาตัดสินใจยาก ถ้าเป็นคนอื่น ๆ ถามว่าชอบผมสีอะไร ก็แค่เลือกไปว่าชอบสีอ่อนหรือชอบสีเข้มอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ตอนนี้มีชนชั้นสูงที่ดูเหมือนจะเริ่มอารมณ์ร้อนและกำลังรอคอยคำตอบของเขาอยู่ กียุนจึงได้แต่อ้าปากค้าง

“แบบไหนกระหม่อมก็ชอบทั้งหมดพ่ะย่ะค่ะ”

“มีที่ไหนกัน? ชอบใครก็ได้หมด”

กียุนอยากจะร้องไห้เพราะรามซัสไม่ยอมปล่อยผ่านไป แทนที่จะร้องไห้ เขาจึงเอาแต่ก้มหน้าลูกเดียว ทางที่ดีในสถานการณ์แบบนี้เขาไม่ควรเข้าข้างใครคนใดคนหนึ่ง

“กระ...กระหม่อมชอบคนข้อเท้าเรียวเล็กพ่ะย่ะค่ะ”

“ข้อเท้าเรียวเล็กอย่างนั้นหรือ?”

ได้ยินคำตอบที่ไม่คาดคิด เจ้าชายอิคราอิมจึงเป็นคนย้อนถามไปอีกครั้ง

พอเห็นทาสส่วนตัวที่รามซัสเรียกเข้ามาเจ้าชายอิคราอิมก็จำได้ในทันทีว่าคือพัคกียุน ท่าทางการเดินไม่มีเสียงแบบที่ทาสทั่วไปทำ แต่ในใจยังคิดว่ากียุนมีอะไรบางอย่างที่แตกต่างอยู่ดี

เจ้าชายอิคราอิมที่สนใจในตัวกียุนมาตั้งแต่เมื่อวาน ทำให้พระองค์สงสัยว่ากียุนจะเลือกเข้าข้างใคร ปกติแล้วเขาควรจะเข้าข้างรามซัสซึ่งเป็นเจ้านายของเขา แต่เจ้าชายอีนาร์ดบอกว่าผมสีทองดีกว่า ตอนนี้จึงถูกแบ่งออกเป็นสองฝ่าย แม้แต่คนโง่ยังรู้ถึงสถานการณ์ขัดแย้งนี้เลย

ทว่าคำตอบไม่ใช่สีผมที่ชอบ แต่กลายเป็นข้อเท้าเรียวเล็กแทน เจ้าชายอิคราอิมไม่สามารถคลายความสงสัยไปได้จึงเอ่ยถามซ้ำอีกครั้ง

“เรียวเล็กอย่างนั้นหรือ มันเป็นอย่างไร?”

“กระหม่อมไม่ได้สนใจสีของเส้นผม แต่ชอบคนที่ข้อเท้าเรียวเล็กพ่ะย่ะค่ะ ถ้าตั้งแต่ข้อเท้าขึ้นไปจนถึงน่อง ยิ่งเรียวสวยก็ยิ่งชอบมากขึ้นไปอีกพ่ะย่ะค่ะ”

กียุนพูดอย่างไม่ลังเล เนื่องจากที่นี่อากาศร้อนและแห้ง ทั้งชายและหญิงล้วนแต่สวมกางเกงขากว้างและเผยให้เห็นข้อเท้าเล็กน้อย ทาสอย่างกียุนต้องก้มหัวคำนับอยู่ตลอด เขาจึงไม่มีโอกาสได้เห็นใบหน้าที่งดงามหรือว่าเส้นผมของใคร ที่เขาเห็นมีแค่ข้อเท้าเท่านั้น ดังนั้นมาตรฐานความงามของเขาจึงเป็นข้อเท้า จากคำพูดของกียุน ทำให้ทุกคนที่อยู่ในห้องเผลอก้มมองข้อเท้าของตัวเองโดยอัตโนมัติ

เจ้าชายอิคราอิมเองก็เช่นกัน ข้อเท้าของพระองค์ถูกฝึกให้แข็งแกร่งอย่างนักรบทุกวัน มันจึงแข็งแรงมาก กียุนชอบข้อเท้าสวย ๆ อย่างนั้นหรือ? เจ้านี่ช่างเป็นคนที่แปลกเสียจริง พระองค์เดาะลิ้นอย่างขัดใจ และก็มองพิจารณาข้อเท้าของตนเองอย่างจริงจัง

“ดังนั้นกระหม่อมชอบข้อเท้าที่มองดูสวยพ่ะย่ะค่ะ”

สุดท้ายรามซัสก็ไม่ได้รับคำตอบที่เขาต้องการ เขาจึงยอมแพ้และหัวเราะออกมาก่อนจะเอ่ยปากล้อกียุน ตอนแรกกียุน อยากจะรู้เรื่องที่พวกเขาคุยกันจึงเงี่ยหูฟังจนคอเอียง แต่พอรู้ตัวว่าเผลอทำอะไรไปกียุนก็หน้าแดง แล้วรีบก้มหน้าลงไปตามเดิม อาการแบบนั้นทำให้เจ้าชายอิคราอิมอดที่จะหัวเราะไม่ได้

เสียงหัวเราะกระจายไปทั่ว เมื่อหมดหน้าที่แล้วกียุนก็ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาอีกเลย แถมยังรีบเดินถอยออกไป เจ้าชายอิคราอิมมองตามหลังกียุนที่เดินออกไปด้านนอก ตอนที่กียุนบอกว่าตัวเองชอบข้อเท้าเรียวเล็กแถมชอบน่องขาว ๆ อีก ทำให้เจ้าชายต่างพากันหัวเราะออกมา

เจ้าเด็กนี่ตลกดี ไม่ว่าจะเป็นตอนสะดุดเท้าตัวเองล้ม หรือตอนบอกว่าชอบคนจากข้อเท้า

เจ้าชายอิคราอิมนึกขึ้นได้ว่าเมื่อวานนี้ตั้งใจจะถามรามซัสเกี่ยวกับเรื่องของกียุน เจ้าชายอิคราอิมจึงเรียกรามซัสไว้

“รามซัส”

“พ่ะย่ะค่ะ”

“เด็กคนนั้นเป็นทาสของเจ้าใช่ไหม?”

“ใช่แล้วพะยะค่ะ”

“รู้ไหมว่าบ้านเกิดเขาอยู่ที่ไหน?”

“เอ่อ..กระหม่อมรู้แค่ว่าเป็นประเทศที่ห่างไกลทางเหนือพ่ะย่ะค่ะ เป็นประเทศที่ห่างไกลมาก แม้แต่ชื่อประเทศข้าก็เพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรกพ่ะย่ะค่ะ”

ตรงกับที่กียุนพูดเมื่อวาน

เจ้าชายอิคราอิมรู้ว่าสมัยรามซัสยังหนุ่ม เขาเดินทางท่องเที่ยวไปทั่วสารทิศ เขาจัดได้ว่าเป็นคนที่ได้รู้ได้เห็นความเป็นไปของโลกเป็นอย่างดี ที่ไหนที่เขาไม่เคยเห็นหรือได้ยิน รามซัสก็จะเสาะแสวงหาไปให้ได้ และแม้แต่ประเทศที่เจ้าชายอิคราอิมรู้จักแค่เพียงชื่อ รามซัสก็สามารถอธิบายเรื่องราวของประเทศนั้นได้อย่างลื่นไหล ถ้าแม้แต่รามซัสยังเพิ่งเคยได้ยินชื่อเป็นครั้งแรก แสดงว่าต้องเป็นประเทศที่อยู่ห่างไกลมากจริง ๆ

เจ้าชายยังไม่คลายความสงสัยเรื่องบ้านเกิดของกียุนจึงถามเพิ่มอีก

“รามซัส เจ้ารู้เหตุผลที่เด็กคนนั้นมาเป็นทาสอยู่ที่นี่หรือไม่?”

“กระหม่อมก็ไม่ค่อยรู้พ่ะย่ะค่ะ องค์ชาย เดิมทีกียุนเป็นทาสของพ่อกระหม่อม กระหม่อมถูกใจความสามารถของกียุน และเพิ่งจะพาเขามาได้ไม่นาน ในส่วนของรายละเอียด กระหม่อมก็ไม่ค่อยรู้พ่ะย่ะค่ะ”

“อย่างนั้นหรือ ถ้าอย่างนั้นเจ้าไม่รู้สึกว่าเด็กคนนั้นมีอะไรแปลก ๆ เลยหรือ?”

มีเพียงทหารองครักษ์สองคนที่เคยได้รับคำถามเดียวกันเมื่อวานนี้ที่เข้าใจว่าคำถามของเจ้าชายต้องการจะสื่ออะไร ส่วนเจ้าชายอีนาร์ดและรามซัส รวมทั้งเหล่าข้าหลวง เมื่อได้ยินคำพูดแปลก ๆ ของเจ้าชายอิคราอิมก็เบิกตากว้าง

เจ้าชายเบลล่า อิคราอิม เจ้าชายลำดับที่ 9 ผู้พิทักษ์กรามันห์ซิลมาอัญมณีแห่งสายน้ำ ใคร ๆ ต่างก็รู้ว่าเป็นผู้ที่มีความสามารถมาก เจ้าชายไม่ชอบเรื่องที่ไร้สาระ ถ้าไม่ใช่เรื่องที่สำคัญจะไม่ชายตาแลเลยด้วยซ้ำ การที่เจ้าชายให้ความสนใจกับทาสคนหนึ่งจึงเป็นเรื่องที่น่าตกใจพอสมควร

หน้าตาก็ไม่ได้งดงามโดดเด่นเป็นพิเศษ พวกเขาเข้าใจว่าคงเพราะกียุนเฉลียวฉลาด สร้างความสนุกสนานในห้องได้ จึงทำให้เจ้าชายถามถึงเรื่องราวที่มาที่ไปของเด็กคนนั้น แต่การที่เจ้าชายหันไปถามรามซัสถึงความผิดปกติของทาสในปกครองของเขาก็ฟังดูไม่ค่อยสมเหตุสมผลสักเท่าไหร่

รามซัสได้ยินคำถามก็ยังคงงงงวยแต่ก็รีบตั้งสติแล้วตอบคำถาม

“เด็กคนนั้นฉลาดมาก แต่ว่ากระหม่อมก็ไม่ได้รู้สึกถึงความผิดปกตินะพ่ะย่ะค่ะ”

เจ้าชายอิคราอิมไม่เคยให้ความสนใจทาสคนไหนมาก่อน เจ้าชายอีนาร์ดที่อยู่ข้างๆ จึงเอ่ยถามออกมา

“ท่านพี่คิดว่าทาสที่พูดเก่งคนนั้นมีตรงไหนที่แปลกหรือพ่ะย่ะค่ะ? หม่อมฉันเห็นว่าเขาก็ปกติดี”

“อย่างนั้นหรือ?”

“เขามีอะไรผิดปกติหรือพ่ะย่ะค่ะ? ถ้าไม่นับเรื่องที่ชอบคนที่ข้อเท้านะพ่ะย่ะค่ะ”

คำพูดติดตลกของเจ้าชายอีนาร์ดสร้างเสียงหัวเราะขึ้นมาอีกครั้ง เจ้าชายอิคราอิมพยักหน้ารับแล้วก็ไม่ได้พูดเกี่ยวกับความผิดปกติของกียุนอีกต่อไป เปลี่ยนเป็นคุยเรื่องสัพเพเหระและความเป็นไปต่าง ๆ ในโลกแทน

แต่ถึงอย่างนั้นเจ้าชายอิคราอิมก็ยังไม่วายหันไปมองที่ห้องรับรอง แม้ทุกคนจะบอกว่าไม่มีอะไรผิดปกติ แต่เขาก็ยังคงรู้สึกตะขิดตะขวงใจ เจ้าชายอิคราอิมไม่สามารถสลัดความรู้สึกแปลก ๆ นี้ออกไปได้ ดูท่าว่าทาสที่ชื่อกียุนจะถูกฝังอยู่ในหัวสมองของพระองค์ไปเสียแล้ว

แปะป้ายเอาไว้ด้วยว่า’ เจ้าคนแปลก’

 

หลังจากดื่มเสร็จ ทันทีที่รามซัสปลีกตัวออกมาจากในวัง เขาก็ถอนหายใจออกมายาว ๆ ในวงสุราบรรยากาศก็รื่นเริงดี คุยกันเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในโลก เรื่องความเป็นไปของพวกขุนนางชนชั้นสูง หรือแม้แต่หยอกล้อกันไปมา ไม่ต่างจากการร่วมวงสุราในทุก ๆ ครั้งที่ผ่านมา แต่คราวนี้มีเรื่องที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น มีคำถามที่เอ่ยออกมาอย่างกะทันหันจากเจ้าชายอิคราอิม เจ้าชายถามเขาว่ากียุนดูมีอะไรที่ผิดปกติหรือไม่

มันไม่ใช่เรื่องของเจ้าชายที่จะมาใส่ใจทาสคนหนึ่ง แต่ว่ากียุนบอกว่าเมื่อเดือนก่อนและเมื่อวานเขาบังเอิญพบกับเจ้าชาย รามซัสยังไม่หายสงสัย จึงถามกียุนที่เดินตามเขาอยู่

“เมื่อวานนี้ เกิดอะไรขึ้นระหว่างเจ้ากับเจ้าชายอย่างนั้นหรือ?”

“เมื่อวานก็พูดเรื่องทั่วไปนะขอรับ”

“เรื่องทั่วไป? ไม่ได้พูดอะไรอย่างอื่นอีกเลยจริงรึ? ถ้าไม่มีอะไร เจ้าชายคงไม่ถามแบบนั้นหรอก”

“ไม่มีเรื่องอะไรอื่นเลยจริง ๆ นะขอรับ”

ถูกรามซัสซักไซ้กียุนก็ตอบยืนยันด้วยเสียงที่จริงจัง เขาจงใจไม่พูดเรื่องที่เจ้าชายอิคราอิมเชยคางเขาขึ้นมาพิจารณาแต่นอกจากนั้นกียุนเล่าให้รามซัสฟังทั้งหมดแล้ว

กียุนกลุ้มใจกับตัวเขาเองจริง ๆ ดูเหมือนจะเป็นเรื่องแปลกสักหน่อยที่เจ้าชายอิคราอิมจะให้ความสนใจกับคนอื่นมากขนาดนี้ บอกว่าเขาแปลกอย่างนั้นเหรอ? ถึงจะต่างโลก แต่ผู้คนก็ไม่ได้แตกต่างกัน มีสองตา หนึ่งจมูก หนึ่งปากเหมือนกัน มาตรฐานความสวยความหล่อก็เหมือนกัน

โลกนี้ก็เหมือนเงาสะท้อนในกระจกของโลกที่กียุนจากมา เมื่อส่องกระจกพิจารณาใบหน้าแล้วก็ไม่ได้มีอะไรต่างไปหน้าตาก็ธรรมดา ๆ เหมือนเมื่อก่อน เขาไม่ได้คิดว่าตัวเองหน้าตาดี แต่หน้าตาเขาก็โอเคนะ ไม่ได้ขี้เหร่อะไร และไม่เคยได้ยินใครบอกว่าเขาหน้าแปลกมาก่อนเลย

รามซัสถอนหายใจอีกครั้ง เขารู้ว่ากียุนที่ตอนนี้ก้มหน้าปิดปากเงียบอยู่นั้นไม่ได้พูดโกหก

รามซัสเหลือบมองกียุนที่เดินอยู่ข้าง ๆ เขา ผมสีดำตัดกับผิวสีน้ำนมกระจ่างใส และใบหน้ากลมเหมือนเด็กหนุ่มทั่วไป หากจะว่าแปลกก็เพราะเป็นชาวต่างชาติ แต่ว่าโดยรวมแล้วก็ดูสะอาดสะอ้านเรียบร้อยดี เขาไม่รู้ว่าทำไมเจ้าชายอิคราอิมถึงถามเขาอย่างจริงจังว่ากียุนมีอะไรแปลกหรือไม่

“กียุน”

“ขอรับนายท่าน”

“บ้านเกิดเจ้าอยู่ที่ไหน?”

“สาธารณรัฐเกาหลีขอรับ เมืองหลวงคือกรุงโซล ข้าเกิดและโตที่นั่นขอรับ”

“ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน เพราะอะไรเจ้าถึงจากบ้านมาไกล แล้วมาเป็นทาสอยู่ที่นี่ล่ะ?”

ปกติทาสคนหนึ่งมาเป็นทาสได้อย่างไรไม่ใช่เรื่องสำคัญที่เจ้านายจะต้องรู้ กียุนมีความสามารถทางคณิตศาสตร์ ทำให้รามซัสถูกใจเขา และรับมาเป็นทาสรับใช้ส่วนตัว มาคิดดูแล้วรามซัสไม่เคยถามถึงอดีตของกียุนมาก่อน เขาจึงไม่รู้อะไรเลย แต่จากเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น ทำให้ตอนนี้เขาเริ่มจะอยากรู้แล้ว

กียุนตอบอย่างไม่เต็มใจ

“เหมือนว่า...ข้าจะถูกลักพาตัวมาขอรับ”

“ลักพาตัว? ถ้าเจ้าถูกลักพาตัวมาแล้วทำไมบอกว่าเหมือนว่าจะถูกลักพาตัวมาล่ะ?”

ได้ยินคำตอบที่ฟังดูพิลึกจากกียุน รามซัสที่กำลังเดินอยู่ก็ชะงักฝีเท้าลงแล้วเอ่ยถามย้ำ กียุนเดาเอาว่าตัวเองน่าจะถูกลักพาตัว มันฟังดูแปลกมาก

“คือว่า...วันหนึ่งข้าเดินอยู่บนถนนก็หมดสติไป แล้วพอฟื้นขึ้นมา ข้าก็ถูกขังอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้แล้วขอรับ ข้าถูกขังอยู่นาน ที่นั่นมืดมาก ข้าไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนขอรับ ข้าถูกป้อนยาแล้วข้าก็สะลึมสะลือ รู้สึกว่าเหมือนมีการเคลื่อนย้ายมาอย่างทุลักทุเลทีเดียว พอออกมาได้ ข้าก็พบว่าตัวเองถูกขายมาเป็นทาสที่อาณาจักรนี้แล้วขอรับ”

ในตอนนั้นกียุนปั้นเรื่องราวขึ้นมาในหัวเขา นอกจากเขาถูกลักพาตัวมาจากประเทศห่างไกลแล้ว เขาเดินทางมาที่นี่อย่างไรตัวเขาเองก็ไม่รู้ รามซัสเป็นคนความรู้สึกไว รามซัสลังเลใจอยู่ว่าควรเชื่อเรื่องที่กียุนเล่ามาแบบลวก ๆ นี้ดีหรือไม่ และเอ่ยถามอีกครั้ง

“ตอนที่เจ้าเหมือนจะถูกลักพาตัวมาเจ้าทำงานอะไรที่บ้านเกิด?”

“ข้าเป็นนักเรียนขอรับ”

“นักเรียน?”

“ขอรับ”

ถ้าเขายังเป็นนักเรียน อายุเท่านี้ก็คงได้รับปริญญากลายเป็นบัณฑิตไปแล้ว แต่ตอนนี้กียุนเป็นทาส มันจึงต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ที่โลกเดิมเขาไม่ต้องเคร่งครัดมารยาท และทำอะไรก็ได้ตามใจ แต่ที่นี่เขามีชีวิตรอดได้เพราะทำตามคำสั่งจากคนอื่น จากเด็กหนุ่มที่ไม่เคยต้องทำงานหนัก และถูกเลี้ยงดูปูเสื่อมาอย่างดี แต่โชคชะตาเล่นตลก ทำให้เขาถูกลักพาตัวมาใช้ชีวิตเป็นทาสยังประเทศที่ห่างไกล ช่างเคราะห์ร้ายเสียจริง

“ช่างโชคร้ายจริง ๆ”

รามซัสรู้สึกเห็นใจในความน่าสงสารของกียุน และเริ่มเดินต่อ

กียุนเดินตามหลังไปพร้อมกับถอนหายใจเฮือกหนึ่ง ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะผ่านไปได้ด้วยดี กียุนก็โล่งใจไปเปราะหนึ่ง แต่กียุนยังกังวลเรื่องที่เจ้าชายอิคราอิมยังคงสงสัยเขาอยู่ อยู่ดี ๆ เจ้าชายอิคราอิมกับคนอื่น ๆ ก็สงสัยขึ้นมา และดูท่าว่าคงจะไม่หายสงสัยเอาง่าย ๆ ด้วย

ยิ่งไปกว่านั้น รามซัสที่เห็นเขามีท่าทางกังวลอยู่นานก็พูดปลอบใจ แต่ก็ไม่เชิงปลอบใจว่าหากเจ้าชายไม่เห็นเขาอยู่ในสายตา ป่านนี้หัวคงหลุดจากบ่าไปนานแล้ว

 

เจ้าชายโฮเอ็น อีนาร์ด เจ้าชายลำดับที่สิบสองแห่งราชอาณาจักรชาลบามห์ชอบสุรานารีและขี่ม้าสมกับเป็นชายชาตรี มีผมสีน้ำตาลแดงและใบหน้าอันหล่อเหลา พระองค์ไม่เคยสนใจในราชบัลลังก์เพราะมารดามีฐานะต่ำต้อย และพระองค์เองก็เป็นเจ้าชายลำดับที่สิบสอง โอกาสที่จะเป็นจักรพรรดินั้นห่างไกลเกินเอื้อม พระองค์จึงหวังจะได้เห็นเจ้าชายอิคราอิมพี่ชายที่เคารพรักได้สวมมงกุฎจักรพรรดิด้วยตาของตัวเองแทน

มีข่าวลือไปทั่วว่าเจ้าชายอีนาร์ดเป็นคนเจ้าชู้ แต่ในความเป็นจริง เขาเป็นชายหนุ่มมากความสามารถและมีฝีมือที่ยอดเยี่ยม เรียกได้ว่าเป็นมือขวาของเจ้าชายอิคราอิมเลยทีเดียว นอกจากนี้เจ้าชายอีนาร์ดยังเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่สามารถพูดเล่นกับเจ้าชายอิคราอิมได้

ตอนนี้เจ้าชายอีนาร์ดกำลังดื่มชาเพื่อช่วยให้สร่างเมา ก่อนจะเอ่ยปากถามเจ้าชายอิคราอิมเกี่ยวกับเรื่องที่เพิ่งคุยกันในวงสุราเมื่อก่อนหน้านี้

“เจ้าทาสหนุ่มนั่นมีตรงไหนที่ว่าแปลกหรือพ่ะย่ะค่ะ? ท่านพี่”

“พัคกียุน”

“พ่ะย่ะค่ะ?”

“เจ้านั่นชื่อว่าพัคกียุน”

“หา? ...อ๋อ”

เจ้าชายอิคราอิมแก้คำเรียกให้ เจ้าชายอีนาร์ดงงไปพักหนึ่ง นี่เป็นครั้งแรกที่พี่ชายผู้ไม่เคยเห็นใครอยู่ในสายตาเรียกชื่อทาสออกมา

เจ้าชายอิคราอิมที่นั่งพิงหมอนอิงกับพรมขนสัตว์นุ่มนิ่มขมวดคิ้วเล็กน้อย

“แปลกตั้งแต่ชื่อแล้ว”

“เหมือนว่านั่นจะไม่ใช่ประเด็นนะพ่ะย่ะค่ะ ทาสที่ชื่อพัคกียุนคนนั้นแปลกอย่างไรหรือพ่ะย่ะค่ะ?”

“เจ้าไม่รู้สึกว่าแปลกหรือ?”

เจ้าชายอีนาร์ดคิดอยู่ครู่หนึ่ง ผิวเรียบเนียน ดวงตากับเส้นผมสีดำ เป็นเด็กหนุ่มต่างชาติรูปร่างเล็ก การพูดจาฉลาดไม่สมกับเป็นทาสแต่ก็น่าประทับใจ แต่มันก็แค่นั้นเอง

“ก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษนะพ่ะย่ะค่ะ ท่านพี่”

“อย่างนั้นหรือ?”

เจ้าชายอิคราอิมตอบรับไปแบบผ่าน ๆ แต่ยังคงแสดงท่าทางครุ่นคิด เจ้าชายอีนาร์ดมองพี่ชายตัวเองเงียบ ๆ พี่ชายของพระองค์ได้ใบหน้าที่งดงามน่าหลงใหลถอดแบบแม่มาเต็ม ๆ แต่ว่าสิ่งที่ยอดเยี่ยมกว่าใครก็คือความฉลาด สุขุมนุ่มลึก ถ้าเจ้าชายอิคราอิมบอกว่ามีอะไรผิดแปลกแสดงว่าต้องมีอะไรแปลกอย่างไม่ต้องสงสัย แม้กระทั่งเม็ดทราย ถ้าพี่ชายของพระองค์บอกว่าเป็นโคลน มันก็จะกลายเป็นโคลน

“แล้วจะทำอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ? ถ้าท่านพี่สงสัย อย่างนั้นหม่อมฉันให้คนไปตามสืบดีไหมพ่ะย่ะค่ะ”

“ก็ดี ฟังดูไม่เลว อย่างนั้นเจ้าก็ไปสืบเรื่องเจ้าเด็กนั่นมา”

“พ่ะย่ะค่ะ”

ถึงเจ้าชายอีนาร์ดจะตอบรับ แต่ก็แอบตกใจอยู่เหมือนกัน ถึงกับต้องให้คนไปสืบเชียวหรือ พระองค์คาดผิดอย่างแรงว่าพี่ชายคงไม่ได้สนใจเจ้าทาสหนุ่มคนนั้นมากนัก

แม้ว่าจะสงสัยในการกระทำที่แปลกไปจากปกติของพี่ชาย แต่ก็คงต้องยอมรับ การเดาใจเจ้าชายอิคราอิมนั้นยากยิ่งกว่าการไปคว้าดาวบนท้องฟ้าเสียอีก

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว