email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

เล่ม 1 บทที่ 1.2: การพบกัน (2)

ชื่อตอน : เล่ม 1 บทที่ 1.2: การพบกัน (2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 386

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 25 พ.ย. 2563 09:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เล่ม 1 บทที่ 1.2: การพบกัน (2)
แบบอักษร

ยามบ่ายแก่ ๆ ที่ตะวันใกล้จะตกดิน กียุนและรามซัสออกจากวังและเดินไปทางถนนที่มีผู้คนพลุกพล่าน หรือจะเรียกว่าเป็นเวลาเลิกงานก็ได้ ปีนี้รามซัสก็อายุสามสิบห้าแล้ว ใคร ๆ ก็ยอมรับว่าเขานั้นหน้าตาหล่อเหลา แม้จะดูโตกว่าอายุจริงแต่ความหล่อก็ไม่ได้หนีไปไหน แถมรามซัสยังมีเสน่ห์มากทีเดียว เสื้อคลุมสีม่วงแดงที่ไม่ว่าใครใส่ก็ดูประหลาด แต่เขากลับใส่แล้วดูดี เส้นผมทาน้ำมันหอมเพิ่มความดึงดูดใจ เขาเป็นคนมีวาทศิลป์และมีทัศนคติที่ดี ทำให้เป็นที่ชื่นชอบของผู้คนมากมาย

รามซัสจัดว่าเป็นจอมเสเพลคนหนึ่ง เขาเป็นลูกชายคนที่สามของมหาเศรษฐี ตอนที่อายุน้อยกว่านี้เขาใช้ชีวิตอย่างหรูหรา จนกระทั่งปีที่แล้วเขาก็กลับตัวกลับใจ ตอนแรกเขาเลือกมาช่วยกิจการของพ่อ แต่ว่าพี่ชายทั้งสองคนและน้อง ๆ ของเขาก็ช่วยงานพ่อได้ดีอยู่แล้ว จึงห็นว่าไม่ควรเข้าไปแทรกแซงงานของพี่น้อง อีกอย่างมันก็ไม่ใช่งานที่เขาถนัดด้วย ในที่สุดก็อาศัยเส้นสายของตัวเขาเองกับข้าหลวงปลายแถวคนหนึ่งจนได้เข้าไปทำงานในวัง

การที่รามซัสตีสนิทกับผู้คนมากมายถือเป็นทักษะที่ดีในการดำเนินชีวิต การทำงานของเขาในวังนั้นเต็มไปด้วยสีสัน เขามักได้ฟังข่าวซุบซิบนินทาอยู่เป็นประจำ และบ่อยครั้งที่เขาเล่าเรื่องเหล่านั้นให้กียุนฟังอย่างสนุกสนาน เขาชอบพูดคุยกับกียุนเพราะกียุนเป็นคนฉลาด

“อะไรนะ?!”

ระหว่างเดินทางกลับบ้าน รามซัสเล่าเรื่องที่น่าเหลือเชื่อให้กียุนฟัง กียุนตกใจจนลืมตัวไปว่าเขาอยู่ในสถานะทาส จะพูดจากับเจ้านายไปแบบห้วน ๆ ไม่ได้ แต่รามซัสไม่ได้ถือสา เขาใจกว้างพอที่จะเข้าใจและมองข้ามข้อผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้ไป แต่แทนที่จะเรียกสติของกียุนให้กลับมา เขากลับเลือกที่จะหยอกล้อกียุนแทน

“ยังหนุ่มอยู่แท้ ๆ หูตึงซะแล้วหรือ”

“เปล่า..เปล่านะขอรับ ข้าตกใจมากกับเรื่องที่นายท่านเล่า มันเป็นเรื่องจริงหรือขอรับ?”

“เจ้าเด็กคนนี้ หูก็ตึงแล้วยังมาหาว่าข้าโกหกอีก”

“โปรดยกโทษให้ข้าด้วยขอรับนายท่าน”

รามซัสไม่ได้แสดงอาการไม่พอใจ แถมยังส่งยิ้มให้เขาอีกด้วย รามซัสไม่ใช่เจ้านายที่เรื่องมาก ดังนั้นกียุนจึงเอ่ยขอโทษได้โดยที่ไม่ต้องสั่นกลัว แต่หัวใจของเขากลับสั่นระรัวเพราะเรื่องที่รามซัสเล่าให้ฟัง

รามซัสได้ยินมาว่าเจ้าชายอิคราอิมมีคำสั่งให้จัดระเบียบวังหลังเป็นการใหญ่ในวันพรุ่งนี้ โดยให้เหลือไว้แค่นางสนมจากตระกูลชนชั้นสูงที่เจ้าชายรับเข้ามาเองเท่านั้น ส่วนนางสนมที่เหลือจะถูกส่งกลับทั้งหมด ไม่รู้ว่ารามซัสไปได้ยินมาจากไหนแต่ดูท่าทางเชื่อถือได้

กียุนนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ เขารู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี ทำเอาเขาเริ่มกลัว บางทีเขาอาจจะเป็นตัวต้นเหตุที่ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นเรื่องใหญ่ คิดได้ดังนั้นก็ทำเอาเขาเสียวสันหลังวาบ คงไม่หรอกน่า มันก็แค่เรื่องบังเอิญ เขาปลอบใจตัวเอง แต่ในใจก็ยังกังวลอยู่ดี

กียุนกำลังตบตีกับความคิดในหัว จนรามซัสที่เดินนำหน้าไปแล้วต้องหันกลับมาเอ่ยปากถาม

“ข้าจะยกโทษให้ก็ได้ถ้าเจ้าตอบคำถามของข้าได้ จนถึงตอนนี้สนมของเจ้าชายมีอยู่กี่คน?”

“27 คนขอรับ”

“อย่างนั้นปีที่แล้วล่ะ มีกี่คน”

“18 คนขอรับ”

กียุนตอบไปตามที่เขาเคยเห็นในเอกสารที่จดบันทึกไว้

“ปีนี้เจ้าเพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่ถึง 4 เดือน มีสนมเพิ่มมาแล้วกี่คน?”

“9 คนขอรับ”

“นั่นไงล่ะ”

คำตอบที่เขาตอบรามซัสไปนั้นทำให้กียุนเริ่มเข้าใจสิ่งที่รามซัสต้องการจะสื่อแล้ว กียุนจึงครางรับในลำคอ

“ยิ่งเจ้าชายอิคราอิมมีอำนาจมากเท่าไหร่ ผู้หวังผลประโยชน์ก็ยิ่งมีเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น ผู้หญิงที่ถูกส่งมาก่อนหน้านี้เป็นลูกสาวสุดรักสุดหวงของผู้นำตระกูลคาซาอิน ตระกูลคาซาอินเป็นตระกูลที่ทรงอิทธิพลที่สุดในภาคใต้ เจ้าชายถึง 22 พระองค์มีแม่ที่เกิดจากตระกูลนี้ แต่แทนที่ผู้นำตระกูลคาซาอินจะสนับสนุนบรรดาหลานชายตัวเอง กลับเลือกส่งลูกสาวที่สวยที่สุดมาเป็นสนมของเจ้าชายอิคราอิมแทน เพราะอะไรกันล่ะ ส่วนสนมที่ถูกส่งมาก่อนหน้านี้ก็เป็นคนของตระกูลเบลมโซ ตระกูลรอนดาเองก็ส่งลูกสาวมาคนหนึ่ง เจ้ารู้หรือไม่ว่ามันหมายความว่าอะไร”

“ขอรับ”

“ไหนลองบอกข้ามาหน่อยสิ”

“จากที่ฟังมาเจ้าชายอิคราอิมมีความเป็นไปได้สูงว่าจะได้เป็นจักรพรรดิองค์ต่อไป พวกเขาก็คงหวังในอำนาจของเจ้าชายใช่ไหมขอรับ”

“ถูกต้องแล้ว ถ้าคำสั่งของเจ้าชายที่ให้จัดระเบียบวังหลังเป็นเรื่องจริง เจ้าลองคิดดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น?”

กียุนลังเลไปชั่วครู่กับคำถามของรามซัส หากเจ้าชายต้องการสนมสักร้อยหรือสองร้อยคนก็คงไม่มีใครว่า แต่นี่เป็นการปลดนางสนม ยิ่งไปกว่านั้นเจ้าชายอิคราอิมเป็นผู้ที่มีอิทธิพลมากที่สุดในราชอาณาจักรด้วย

แน่นอนว่าจะต้องถูกผู้คนซุบซิบนินทา

“เจ้าชายอิคราอิมจะมีศัตรูเพิ่มขึ้น แต่หญิงสาวจากตระกูลชนชั้นสูงยังคงอยู่ ถึงจะมีศัตรูเพิ่มขึ้นก็ทำอะไรเจ้าชายไม่ได้อยู่ดีขอรับ”

“ฉลาดนี่ แล้วเจ้าชายจะได้ประโยชน์อะไรจากการทำแบบนี้?”

“พวกข้าหลวงไม่ทันได้ตั้งตัว พวกที่มีความผิดติดตัวก็จะต้องสงบเสงี่ยมเจียมตัว เพราะเจ้าชายเป็นคนที่ค่อนข้างเข้มงวดขอรับ”

“ถูกต้อง”

รามซัสพยักหน้าถูกใจ เด็กคนนี้ฉลาดดี หากเป็นทาสทั่ว ๆ ไปจะค่อนข้างโง่เขลาหรือไม่ก็มองอะไรแค่ตื้น ๆ แต่กียุน กลับสามารถมองสถานการณ์ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง ไม่ใช่แค่ฉลาดเท่านั้น กียุนยังมีความอ่อนน้อมถ่อมตน ไม่เคยลืมว่าตัวเองอยู่ในสถานะทาสและยังมีไหวพริบที่ดีอีกด้วย รามซัสถูกใจกียุนมาก เมื่อเขาออกจากบ้านมาหางานทำเอง เขาก็อ้อนพ่อขอพากียุนตามมาเป็นทาสรับใช้ส่วนตัวของเขาด้วย

รามซัสหวังให้กียุนมาเป็นมือขวาของเขา เขาจึงสอนกียุนเรื่องการอ่านสถานการณ์ทางการเมือง ถึงแม้ว่ากียุนจะอายุน้อย ยังต้องใช้เวลาในการเรียนรู้เก็บประสบการณ์อีกสักหน่อย แต่ว่ากียุนก็เป็นเด็กที่มีพรสวรรค์

รามซัสยังคงพูดต่อไปอีกว่า

“หลักการของเจ้าชายอิคราอิมคือการสร้างความมั่นคงสำคัญกว่าการขยายอำนาจ พวกที่ไร้ประโยชน์ เมื่อมีมากเกินไปก็ต้องคัดออกซะบ้าง”

“ขอรับ”

“จะว่าไปพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้นบ้างนะ คงจะต้องวุ่นวายกันไปอีกพักใหญ่แน่”

รามซัสถอนหายใจด้วยความกังวลว่าจะเกิดอะไรขึ้นในวันพรุ่งนี้ กียุนเองก็ถอนหายใจด้วย ใครจะอยู่หรือใครจะไปก็ไม่ได้เกี่ยวกับรามซัสและกียุน แต่ในระหว่างการจัดระเบียบวังหลัง ชีวิตพวกเขาเองก็เหมือนถูกแขวนไว้บนเส้นด้ายด้วยเช่นกัน

กียุนที่ยังคงวิตกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนสายของวันนี้ เขาได้แต่หวังว่ามันจะไม่มีปัญหาอะไรตามมา

 

วันต่อมา ความวุ่นวายของวังหลังรุนแรงกว่าที่รามซัสคาดการณ์เอาไว้ กียุนต้องวิ่งวุ่นตลอดทั้งวันทั้งคืนเป็นเวลากว่าสิบวัน เนื่องจากจำนวนนางสนมถูกลดลงจากยี่สิบเจ็ดคนเหลือเพียงสิบสามคน

ยามบ่ายแก่ ๆ ภายในเรือนพักทาสด้านหลังของวังซิลมาที่มีทาสชายอาศัยอยู่รวมกันเป็นจำนวนมาก พวกเขาจัดเป็นทาสระดับต่ำที่สุดในบรรดาทาสทั้งหมด เพราะใช้แค่แรงงานเท่านั้น ต่างกับทาสหญิงที่สามารถคลอดลูกเพิ่มจำนวนทาสให้แก่เจ้านายได้เรื่อย ๆ และหากทาสชายเสียชีวิตไปก็ถือว่าหมดประโยชน์ พวกเขาไม่ได้รับอนุญาตให้แต่งงาน พออายุเยอะจนทำงานไม่ไหวก็จะถูกไล่ออกไป งานของทาสใช้แรงงานมักจะเป็นงานที่ทั้งเหนื่อยและหนัก พวกเขาถูกเกณฑ์ไปทำงานก่อสร้างตึก ทางน้ำภายในวัง และงานซ่อมบำรุง ดังนั้นช่วงก่อนเวลาอาหารเย็น พวกทาสจะได้รับอนุญาตให้พักผ่อนได้ครู่หนึ่ง ช่วงเวลานี้จึงเป็นช่วงเวลาที่สุขสงบและหอมหวานที่สุดของพวกเขา

กียุนเดินผ่านทาสทุกคนไปอย่างเงียบเชียบ ท่ามกลางเสียงพูดหยาบคายและคำพูดหยอกเย้ากันไปมาระหว่างกลุ่มทาสใช้แรงงาน

เขาดูบอบบางเมื่อเทียบกับพวกทาสใช้แรงงานที่บ่ากว้างมีกล้ามเป็นมัด ๆ ผิวเกรียมจากการถูกแดดเผา กล้ามท้องแข็งแกร่งราวกับเหล็กจากการถูกใช้แรงงาน พวกทาสใช้แรงงานเหลือบมองไปทางกียุน พวกเขาได้แค่มอง แต่ไม่ได้พูดหยอกเย้าหรือหาเรื่องอะไร ทาสที่ได้ใกล้ชิดเจ้านายอย่างกียุนกับทาสใช้แรงงานอย่างพวกเขา สถานะแตกต่างกันอย่างชัดเจน

ถึงอย่างนั้นกียุนก็ไม่ได้เย่อหยิ่งใส่พวกเขา ดูจากอายุแล้วพวกเขาแทบจะเป็นพ่อของกียุนด้วยซ้ำ แถมยังต้องพบเจอกันบ่อย ๆ เพราะเรื่องงานอีกด้วย

กียุนส่งสายตาไปทักทายพวกทาสใช้แรงงานก่อนจะหันไปหาหัวหน้าทาส คาสโต หัวหน้าทาสใช้แรงงานกำลังนอนพักอยู่ใต้ร่มไม้ที่ถือว่าเป็นจุดที่ดีที่สุดของเรือนพักท้ายวัง

“ไม่เจอกันนานนะขอรับ หัวหน้าคาสโต ออลซิน”

กียุนก้มหัวโค้งคำนับทักทายหัวหน้าทาส หัวหน้าทาสที่ควบคุมลูกน้องหลายสิบชีวิตให้อยู่ใต้บังคับบัญชาย่อมเป็นคนที่มีความน่ายำเกรงอยู่ในตัว ก่อนหน้านี้ขณะที่ทำงานอยู่กรมพระคลังวังหลัง กียุนได้มีโอกาสพูดคุยกับเขาอยู่ไม่กี่ครั้ง

ดวงตาแข็งกระด้างบวกกับใบหน้าหล่อคมเข้มนั้นแข็งทื่อราวกับหิน คาสโตแค่พยักหน้ารับการทักทายของกียุน

“ไอ้หนุ่ม มีเรื่องอะไรอย่างนั้นหรือ?”

“ข้ามาเพื่อถามไถ่สารทุกข์สุกดิบน่ะขอรับ ช่วงนี้สบายดีหรือเปล่าขอรับ”

“ฮ่าฮ่า เจ้าหนุ่มนี่ยังพูดจาฟังรื่นหูเหมือนเดิม”

“ข้าต้องเลี้ยงปากท้องด้วยการพูดนี่ขอรับ ข้ามาพบท่านเพราะมีเรื่องจะบอกขอรับ”

เมื่อคาสโตเริ่มเปิดบทสนทนา กียุนก็พูดคุยอย่างไหลลื่น ทั้งยังจับจองที่ข้าง ๆ ลงนั่งไปด้วยเลย เขาไม่ได้แวะมาที่นี่บ่อย ๆ คาสโตจึงไม่ได้แสดงสีหน้ารำคาญแต่อย่างใด ทั้งยังตั้งใจฟังในสิ่งที่กียุนจะพูด

“มีอะไรอย่างนั้นหรือ?”

“ตอนนี้กำแพงของวังหลังเสียหายไปส่วนหนึ่ง ข้ารู้มาว่าท่านจะไปซ่อมมันตั้งแต่พรุ่งนี้ไป”

“ใช่ แล้วมันมีอะไรอย่างนั้นหรือ?”

“คือว่า ท่านรู้ใช่ไหมว่าที่ข้างวังเป็นตำหนักของสนมจากตระกูลเมดิซัสที่ตอนนี้กำลังตั้งครรภ์อยู่ เดิมทีนางก็เป็นคนที่ขี้รำคาญอยู่แล้ว ยิ่งตอนนี้ตั้งครรภ์ก็ยิ่งเอาใจยากมากขึ้นไปอีก นางไม่ชอบเสียงอึกทึกครึกโครม แถมยังไม่ชอบให้มีพวกผู้ชายมาอยู่ใกล้ ๆ ด้วย”

“เฮอะ พวกผู้ดีก็แบบนี้แหละ ก็ให้นางย้ายออกไปอยู่ที่อื่นก่อนสิ พวกเราซ่อมกำแพงไม่กี่วันก็เสร็จแล้ว”

“นางกำลังตั้งครรภ์ก็เลยไม่ถูกกับสนมในวังสักคน จะย้ายไปไหนก็ไม่ได้ และต้องรอให้นางคลอดลูกก่อนถึงจะสามารถกลับไปที่บ้านของนางได้ขอรับ”

“อย่างนั้นหรือ แล้วจะทำอย่างไรดี?”

“อย่างนั้น เวลาทำงานช่วยเบาเสียงลงและสวมเสื้อคลุมทับดีไหมขอรับ เดิมทีเวลาสตรีชั้นสูงพบเห็นผู้ชายแปลกหน้าไม่สวมเสื้อก็ย่อมต้องหลีกหนีอยู่แล้ว หากสวมเสื้อคลุมจะดูเรียบร้อยมากนะขอรับ”

“แล้วพวกข้าจะดูดีเกินไปรึเปล่า?”

“ข้าก็ไม่แน่ใจขอรับ ข้าไม่เข้าใจความคิดของพวกสตรีชั้นสูงนัก ข้าแค่เดาเอาจากตัวข้าเองขอรับ ทุกคนดูดี นางน่าจะถูกใจนะขอรับ”

กียุนยิ้มตอบคำถามติดตลกของคาสโต ผูกมิตรเอาไว้ก็ไม่ได้เสียหาย อีกทั้งวันนี้เขายังมีอีกเรื่องที่จะขอร้อง กียุนหยิบห่อกระดาษออกมาจากอกเสื้อยื่นให้คาสโต คาสโตก็เข้าใจได้ทันที คาสโตหรี่ตามอง เขารู้อยู่แล้วว่ากียุนไม่ได้มาหาเขาเพียงเพื่อมาบอกเขาให้ระวังเรื่องซ่อมกำแพงแค่เรื่องเดียว

“นี่มันคืออะไร?”

“นี่คือของที่พวกผู้ใหญ่ชอบขอรับ”

“หา?”

“เจ้านายของข้าสั่งให้ฝากมาเป็นพิเศษขอรับ ท่านเป็นคนที่แข็งแรง แต่ถ้าสูบมากไปก็อาจเสียสุขภาพได้ ระวังสุขภาพด้วยนะขอรับ”

“เจ้าหนุ่มนี่ เห็นข้าเป็นอะไร”

ฟังกียุนพูดอย่างเจื้อยแจ้ว คาสโตก็ยิ้มอย่างพออกพอใจแล้วรับห่อกระดาษไป ทันทีที่เขาก้มดมห่อกระดาษเขาก็ได้กลิ่นใบยาสูบจึงสูดหายใจเข้าไปเต็มปอด

คาสโตเป็นคนชอบสูบยา แต่ใบยาสูบแบบเคี้ยวแล้วจะทำให้ฟันกลายเป็นสีดำถือเป็นยาสูบชั้นดีมาก ในห่อนี้คือใบยาสูบแน่นอน กียุนเอามาให้ทาสอย่างเขาได้นั้นเห็นได้ชัดว่ากียุนต้องมีรายได้ที่ค่อนข้างสูงพอสมควร คาสโตข่มใจเอาไว้ไม่สูบบุหรี่ในตอนนี้ แล้วเก็บห่อกระดาษนั้นไว้ในอกเสื้อ ในเมื่อรับของมาแล้วก็ต้องมีสิ่งตอบแทน คาสโตกำลังรอให้กียุนบอกเขามา

“แล้วก็ช่วยรับสิ่งนี้ไว้ด้วยขอรับ”

กียุนหยิบถุงเครื่องรางอันเล็ก ๆ ออกมาจากอกเสื้อ

“ตอนที่ซ่อมกำแพง ช่วยเอาสิ่งนี้ไปผสมกับดินฉาบกำแพงนะขอรับ”

“เจ้าอย่าบอกนะว่า?”

เรื่องที่กียุนขอร้องทำเอาคาสโตขมวดคิ้วมุ่น กำแพงที่ต้องซ่อมอยู่ติดกับตำหนักนางสนมที่กำลังตั้งครรภ์อยู่ วัตถุประสงค์มันก็ชัดเจนอยู่แล้ว หากเขาทำพลาดหัวคงได้หลุดจากบ่าแน่นอน เขาอยากจะบอกปฏิเสธงานที่เสี่ยงอันตรายนี้แต่กียุนก็พูดขัดขึ้นมาก่อน

“ไม่ต้องกังกลเกินไปหรอกขอรับ ลูกสาวตระกูลเมดิซัสขึ้นชื่อเรื่องคลอดลูกง่ายอยู่แล้ว และเครื่องรางนี้ไม่ก่อให้เกิดอันตรายใหญ่หลวงอะไร อีกอย่างหากเด็กเป็นผู้หญิงไม่ใช่ผู้ชาย นางจะคลอดมาสักสิบหรือร้อยคนก็ไม่มีความหมาย ข้าได้ยินมาว่าเครื่องรางนี้แค่จะเปลี่ยนเพศเด็กจากเด็กผู้ชายให้เป็นเด็กผู้หญิงก็แค่นั้น”

“ของแบบนี้มีอยู่จริงด้วยหรือ?”

“เอ่อ..ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันขอรับ ข้าก็แค่ทำตามคำสั่ง”

ที่โลกนี้มีเวทมนต์อยู่แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นการเสกไฟบนฝ่ามือ หรือเสกน้ำดื่มกลางอากาศ เคยได้ยินว่ามีคำสาปที่ฆ่าคนได้ แต่ก็ยังไม่เคยมีใครพิสูจน์มาก่อน

อย่างไรก็ตาม โดยหลักวิทยาศาสตร์ที่กียุนเรียนมา เพศของเด็กจะถูกกำหนดมาตั้งแต่อยู่ในครรภ์ เครื่องรางไม่สามารถเปลี่ยนเพศเด็กได้ อีกเจ็ดเดือนหลังจากนี้ถ้าเด็กคลอดมาเป็นเด็กผู้ชาย คนที่ฝากให้ทำเรื่องนี้คงจับคนที่สร้างเครื่องรางไปฆ่าแน่

ถึงอย่างนั้นคาสโตก็ยังกุมขมับด้วยความรู้สึกกระดากใจ แต่สุดท้ายเขาก็ยอมรับเครื่องรางมาจากกียุน กียุนหัวเราะออกมาคิกคัก

“เช่นนั้นก็รบกวนด้วยนะขอรับ”

“อืม เข้าใจแล้ว เดี๋ยวข้าจะจัดการให้ละกัน”

“อ้อ ตอนทำงานนายท่านให้เอาเหล้ามาให้ท่านด้วย ข้าจะเอามาให้พรุ่งนี้ตอนเที่ยงได้ไหมขอรับ?”

“ท่านรามซัสช่างเป็นคนใจดีมีเมตตาจริง ๆ ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้ช่วงพักกลางวันก็ส่งมาแล้วกัน”

“ได้ขอรับ ข้าขอตัวก่อนนะขอรับ”

กียุนเอ่ยลาก่อนที่จะลุกออกไป ระหว่างทางที่เดินกลับ พวกทาสใช้แรงงานไม่ได้เอ่ยถามอะไรกียุน การแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ก็ถือเป็นมารยาทพื้นฐานของพวกทาส หัวหน้าทาสไม่ใช่คนปากหนัก อีกเดี๋ยวข่าวซุบซิบคงแพร่กระจายไปอยู่ดี

อีก 7 เดือนหากเด็กคลอดมาเป็นเด็กผู้หญิง ข่าวลือเรื่องความศักดิสิทธ์ของเครื่องรางก็จะแพร่ออกไป หากเป็นเด็กผู้ชายก็จะมีงานฉลองรับขวัญบุตรชายคนแรกของเจ้าชาย จะมีเนื้อมีเหล้าแจกฟรี ถ้างานนี้สำเร็จก็จะไม่มีคนตาย แถมเด็กก็คลอดมาอย่างปลอดภัย ทั้งกียุนและรามซัสที่เป็นคนออกคำสั่งก็ไม่ต้องกังวลอะไร

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว