ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

35 : มาฮันนีมูนต้องวางงานก่อนสิครับ

ชื่อตอน : 35 : มาฮันนีมูนต้องวางงานก่อนสิครับ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 15.7k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ธ.ค. 2563 10:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
35 : มาฮันนีมูนต้องวางงานก่อนสิครับ
แบบอักษร

เพียวไผ่มองคนที่เดินนำหน้าไม่กี่ก้าวเงียบๆไม่รู้จะพูดอะไร เขาไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจกับคำว่าไปฮันนีมูนเลยสักนิดมันกระชั้นชิดจนเพียวไผ่ตั้งตัวไม่ทันเลยแม้แต่นิด จนอดที่จะถามกันทิมาไปเมื่อครู่ไม่ได้ว่าทำไมต้องไปฮันนีมูนกันด้วย

‘อันนี้คุณเพียวคงต้องถามคุณรบด้วยตัวเองครับ ผมแค่มีหน้าที่จัดการตามคำสั่งคุณรบ’

‘คุณรบบอกคุณกันตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ ทำไมไม่แจ้งเพียวล่วงหน้าบ้างเลยล่ะครับ’

‘ผมได้รับคำสั่งเมื่อเช้านี้ครับ’เพียวไผ่ถึงกับพูดไม่ออก เป็นเรื่องที่ดีที่ไม่ต้องรอวีซ่ากับประเทศที่ไปในครั้งนี้ เพราะเขาก็ทำพาสปอร์ตไว้อยู่แล้วแม้จะไม่ได้ไปต่างประเทศ

 

 

มัลดีฟส์...

คือที่ที่นักรบบอกว่าจะไปฮันนีมูนในครั้งนี้ เพียวไผ่ไม่เคยไปหรอก อันที่จริงเที่ยวต่างประเทศที่แม่ครูเคยพาไปก็มีแค่สิงคโปร์ที่เดียว จำได้ช่วงนั้น แม่ครูเลี้ยงเขากับแป้งพิมพ์เพียงสองคน และแม่ครูอยากไปหาเพื่อนหรือไปทำอะไรสักอย่างเพียวไผ่จำไม่ค่อยได้แล้ว แต่จำได้แค่ว่าแม่ครูพาไปเที่ยวครั้งนั้นสนุกมาก เพื่อนแม่ครูก็ใจดีกับเขามาก

 

‘ทำไมเราต้องไปไกลถึงมัลดีฟส์ด้วยล่ะครับ’เพียวไผ่ถามขณะที่นั่งรถมาที่สนามบิน

‘แล้วเธออยากไปที่ไหนล่ะ’เพียวไผ่ก็คิดไม่ออกหรอก

‘คุณรบอยู่ที่ไหนเพียวก็อยากไปที่นั่น’

‘หึ’

 

“เราจะนั่งเฟิร์สคลาสไปเลยหรอครับ”เพียวไผ่ถามเมื่อนั่งรถในสนามบินตรงไปยังประตูขึ้นเครื่องของเฟิร์สคลาส

“อืม”เพียวไผ่ก็ก้มหน้าหงุดไม่รู้จะพูดอะไร กระเป๋าตอนนี้ถูกนำเพื่อโหลดขึ้นเครื่องเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้เขาอยู่ในชุดลำลองง่ายๆ เพราะเดินทางก็กลางคืนแล้ว เมื่อกี้ก็ลองหาระยะเวลาการเดินทาง ใช้เวลาประมาณ 4ชั่วโมงนิดๆก็บินตรงถึงมัลดีฟส์ แค่เสื้อยืดกางเกงธรรมดาๆขายาวก็คิดว่าโอเคแล้ว ในขณะที่นักรบยังอยู่ในเสื้อเชิ้ตทำงานอยู่เลย

 

หลังจากกินผัดไทเสร็จไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ นักรบก็นั่งง่วนกับไอแพดในมือที่ห้องเขาระหว่างรอเขาจัดเสื้อผ้าและแต่งตัวรวมๆก็ประมาณสองชั่วโมง เมื่อเขาจัดทุกอย่างเสร็จก็โทรตามกันทิมาออกรถมาที่สนามบิน ส่วนกระเป๋าเดินทางของนักรบกันทิมาเป็นคนจัดการเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้แม้แต่รอเครื่องออกนักรบก็ยังง่วนกับการจ้องจอในมือไม่วางตา

 

งานคงยุ่งอีกตามเคย นักรบเป็นถึงเจ้าของสถาบัน อีกทั้งยังมีงานวิจัยของตัวเองอีกด้วย งานบริหารก็ต้องทำ งานวิจัยของตัวเองก็ต้องทำ งานวิจัยของนักวิจัยคนอื่นๆในสถาบันก็ต้องเข้ามาหาให้นักรบรับรู้แทบจะไม่เว้นวัน

 

พนักงานต้อนรับบนเครื่องหรี่ไฟลงเล็กน้อย ในขณะที่เพียวไผ่ก็เริ่มง่วงแล้วจึงล้มตัวนอนเงียบๆ บินตรงไปมัลดีฟส์ไปถึงก็คงใกล้เช้าพอดี ครั้งนี้เขาไม่มีประจำเดือน อยากดำน้ำดูปะการัง เคยอ่านว่าที่นั่นมีดำน้ำดูปะการังด้วย เพียวไผ่อยากลองดูสักครั้ง ไปมัลดีฟส์ครั้งนี้ ไปฮันนีมูนสินะ ไม่รู้เหตุผลไม่เข้าใจเลยว่าทำไมนักรบถึงทำแบบนี้ ทั้งๆที่เจ้าตัวดูไม่ได้เต็มที่จะแต่งงานกับเขา แต่ก็ยังพาไปฮันนีมูนไกลถึงต่างประเทศ

 

เธอ...ใจร้าย

 

ดวงตากลมที่กำลังจะปิด ลืมตาตื่นในแสงสลัวเมื่อคำตัดพ้อนั้นแล่นกลับมาอีกครั้ง ใบหน้านักรบยามหลับไหลเมื่อเมายังคงอยู่ในความทรงจำของเพียวไผ่ เฝ้าถามตัวเอง การแต่งงานครั้งนี้ทำไมนักรบถึงได้เอ่ยว่าเขาใจร้าย

หรือเพราะผู้ชายคนนั้น....

 

ทำไมผู้ชายคนนั้นที่เคยทิ้งนักรบถึงเจ็ดปีถึงกลับมาในตอนนี้ นักรบยังรักผู้ชายคนนั้นอีกรึเปล่านะ....

 

เธอ...ใจร้าย

 

ถ้าการแต่งงานในครั้งนี้นักรบหาว่าเขาใจร้าย หากเทียบกับผู้ชายคนนั้นที่ทิ้งนักรบไปใครจะใจร้ายในสายตานักรบกว่ากันนะ

 

 

เครื่องแลนดิ้งมาถึงสนามบินที่มัลดีฟส์ก่อนจะต้องนั่งสปีดโบ๊ทไปถึงนอร์ทมาเล่แอททอล เป็นยามค่ำคืนที่กลิ่นไอมันขลังของทะเลดูน่าหวาดกลัวไปเล็กน้อย แต่ความสวยงามของที่นี่ก็กลบมันเกือบหมด กลิ่นทะเลกระทบจมูกเบาๆ เวลาที่นี่ช้ากว่าประเทศไทยประมาณสองชั่วโมงเห็นจะได้ ที่พักที่กันทิมาจองไว้ดูสงบมาก ไม่มีนักท่องเที่ยวแล่นพล่าน เป็นที่พักระดับ5ดาว เพียวไผ่คงไม่รู้หากไม่เห็นใบติดขณะที่เช็คอินเข้าที่พัก

 

บ้านพักเป็นที่พักที่มีทางยื่นเข้าหาน้ำทะเล มีเรียงรายไม่ถึงสิบห้าหลัง เป็นบ้านพักกว้าง แต่เวลานี้เพียวไผ่เพลียเกินกว่าจะชื่มชมบรรยากาศต่างๆ เขาไม่เคยเดินทางแล้วไปลงเครื่องมาเจออากาศที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงแบบปุ๊บปั๊บอย่างนี้ ไหนจะการนั่งสปีดโบ๊ทเมื่อครู่ก็ทำอยากอาเจียนอยู่ไม่น้อย

“หิวรึเปล่า”เสียงทุ้มดังจากด้านหลัง เพียวไผ่หันไปมองก็ส่ายหน้า พยายามเก็บสีหน้าที่อ่อนเพลียของตัวเองแต่ดูท่าจะไม่รอดจากสายตาดุคู่นั้นได้ มือหนาใช้หลังมือแตะหน้าผากเนียนแผ่วเบาก็ไม่พบว่าคนผิวขาวจะเป็นไข้เป็นอย่างใด คงจะเป็นเพราะเพลียจากการเดินทางมากกว่า

“เข้าไปพักเถอะ”ก็บอกเสียงเบา เพียวไผ่ก็พยักหน้า ไม่สนใจกระเป๋าเดินทางที่พนักงานนำมาถึงห้อง ตรงไปยังห้องนอนกว้าง ก็ล้มตัวนอนแทบจะทันที ก่อนจะผล็อยหลับไม่รู้สึกตัว

ลืมไปเลยว่า ตั้งใจจะถามบางอย่างนักรบเมื่อถึงที่พัก

 

อยากถามว่า เขาใจร้ายกับนักรบมากไหมที่ดื้อดึงจะแต่งงานให้ได้

 

 

 

เพียวไผ่ไม่แน่ใจนักว่าเวลาตอนนี้กี่โมงแล้ว ดวงตากลมโตลืมตาขึ้นช้าๆ หันไปมองสีฟ้าของน้ำทะเลข้างนอก ที่กระทบกับแสงอาทิตย์จนเป็นประกาย หากแต่คงไม่น่ามองเท่าร่างสูงที่ยืนหันหลังที่ระเบียงนั่น มีลายสักมังกรผงาดเต็มแผ่นหลังที่เพียวไผ่คิดว่ามันเป็นรอยสักที่ดูดีที่สุดที่เขาเคยเห็น ไม่หรอก เพราะมันอยู่บนนักรบมันถึงได้ดูดีขนาดนั้น ร่างกายกำยำอกผ่ายไหลพึงนั้นก็เช่นกัน มันดูดี เพียวไผ่พลิกตัวเล็กน้อย รู้สึกยังไม่อยากลุกอยากที่นอน อยากนอนกลิ้งไปสักพัก มองดูร่างสมบูรณ์แบบของนักรบเงียบๆอย่างนี้อีกสักหน่อย

“อยากกินฉันแทนอาหารเช้าสินะถึงได้จ้องขนาดนั้น”เพียวไผ่เหมือนหลุดจากภวังค์ หลบสายตาจากนักรบเมื่อได่ยินคำถาม เห็นนักรบอยู่ในชุดกางเกงตัวเดียว เปลือยท่อนบนมันก็น่ากินกว่าอาหารเช้าอยู่หรอก

 

เอ้ะ คิดอะไรเนี่ย ไม่ๆๆๆนะเพียวไผ่

“หน้าแดงขนาดนั้น จินตนาการไปถึงไหนแล้วล่ะ”เพียวไผ่ก็ยู่หน้าพยุงตัวขึ้นนั่ง

“เพียวตื่นสายหรอครับ”ถามเสียงเบา

“เปล่า แต่ก็ใกล้อาหารเที่ยง”เพียวไผ่ก็เม้มปากอีกครั้ง

“คุณรบตื่นนานแล้วยังครับ”

“ไม่ วันนี้อยากทำอะไรก็บอก ที่นี่มีโปรแกรมให้ทำเยอะแยะ”

“เพียวยังคิดไม่ออก แล้วแต่คุณรบดีกว่าครับ”เพียวไผ่ตอบ ก่อนจะหลบสายตาดุที่จ้องมา

“แน่ใจนะว่าจะตามใจฉัน”เพียวไผ่พยักหน้า แล้วก็ลุกไปเข้าห้องน้ำ ล้างน้า อะไรให้สดชื่นสักหน่อยตอนนี้หิวเล็กน้อย อยากกินอะไรลงท้องสักหน่อย แล้วก็ต้องยกยิ้มกว้างเมื่อออกจากห้องน้ำก็เห็นอาหารหรูถูกยกมาที่ห้อง เพียวไผ่ดื่มด่ำกับอาหารตรงหน้าเต็มที่ในขณะที่มีคนร่างสูงนั่งเอกเขนกอยู่ไม่ไกล ในมือถือจอไอแพดอย่างที่เพียวไผ่คุ้นเคย

 

ตามใจนักรบที่ว่าคือนั่งอยู่ในห้องแล้วทำงานงกๆอย่างนั้นหรอ ไม่ใช่บอกว่ามาฮันนีมูนกับเขารึไง มาฮันนีมูนก็ควรใช้เวลาด้วยกันแค่สองคนสิ วางเรื่องงานก่อน

“ทำหน้างอขนาดนั้น อาหารไม่ร่อยรึไง”

“เอ้ะ ปะ..เปล่านะครับ”เพียวไผ่ส่ายหน้า วางช้อนลงเมื่อรู้สึกอิ่ม

“อยากได้อะไรก็บอก”

“คุณรบจะให้หรอครับ”เพียวไผ่ก็หลบสายตาเมื่อนักรบเงยหน้ามาจ้อง

“ลองบอกมาสิ”

“อยากให้คุณรบวางงานก่อนครับ”

“……”

“ก...ก็คุณรบบอกว่ามาฮันนีมูนนี่ครับ คนมาฮันนีมูนไม่ได้มาทำงานนะครับ”เพียวไผ่พูดอู้อี้ ครั้นเงยหน้าขึ้นก็เห็นคนร่างสูงจ้องมาไม่วางตาก่อนจะรีบลุกขึ้นพูดเสียงตะกุกตะกัก

“อ...เอ่อ เพียวแค่บอกเฉยๆครับ ถ้าคุณรบไม่อยากวางก็ไม่เป็นไรครับ พะ...เพียวจะไปเล่นน้ำก่อนนะครับ”ลุกขึ้นแล้วทำทีว่าจะออกไปนอกห้อง

“ชุดนั้น?”

“ครับ?”

“เธอจะว่ายน้ำชุดนั้น”เพียวไผ่ก้มมองตัวเองที่อยู่ในชุดกางเกงเสื้อครบถ้วน

“เอ่อ”

“เพียว...”แล้วก็เดินดุ่มๆไปที่กระเป๋าของตัวเองค้นกางเกงขาสั้นที่คิดว่าน่าจะเอามาใส่เล่นน้ำได้ ก็แหงล่ะเขาไม่ได้เตรียมชุดสำหรับว่ายน้ำมาเลย จะแก้ผ้าหรอ บะ...บ้าไปแล้ว ใครเขาจะทำกันล่ะ

เปลี่ยนชุดเสร็จก็ตรงออกไปนอกห้องไม่สนใจสายตาดุๆที่จ้องมาไม่วางตา

 

ผิวขาวๆกระทบแสงที่สะท้อนจากผิวน้ำทะเลดูเปล่งประกายราวกับไข่มุก เพียวไผ่ยกยิ้มกว้างมองทะเทสีใส ที่สวยแทบไม่อยากละสายตา คราวก่อนนักรบก็พาไปเที่ยวทะเล คราวนี้ก็พามาทะเล แต่ทุกสวยมันสวยหมดเลย แน่ล่ะ ถ้ามีนักรบอยู่ด้วยก็สวยทุกที่เลยล่ะ ที่นี่มีกระดานลื่นที่ลงไปทะเลด้วย เพียวไผ่ไม่รีรอที่จะตรงเพื่อโดดลงทะเลสักตู้มให้ชื่นใจ ก้าวขาแตะสไลเดอร์ ก่อนจะไถลลงไปอยากรวดเร็ว

ฮ่ะๆๆๆๆๆ

 

เสียงหัวเราะสดใสดังเข้ามาถึงห้องพักทำคนร่างสูงที่กำลังจดจ่อกับจอตรงหน้าชะงัก มองออกไปที่น้ำทะเลเห็นร่างเล็กๆกำลังดำผุดดำว่ายอยู่ในน้ำด้วยรอยยิ้มกว้าง เดี๋ยวเดียวก็ขึ้นจากน้ำไปไถที่สไลเดอร์ลงน้ำอีกครั้ง หัวเราะสดใสอยู่กับตัวเอง จนคนร่างสูงต้องลุกจากเก้าอี้ ออกไปยังระเบียงแล้วเดินลงบันไดเล็กๆไปชั้นล่างของที่พัก ทิ้งตัวที่เก้าอี้ยาวเงียบๆ

“คุณรบมาเล่นน้ำด้วยกันนะครับ”หันไปมองคนร่างเล็กที่ขึ้นจากน้ำนิ่งๆ. ร่างกายขาวละเอียดมีหยดน้ำเกาะพรางพราวทั้งตัว ตัดกับสีเม็ดเชอร์รี่เล็กๆที่หน้าอก กางเกงขาสั่นเปียกน้ำ แนบลู่ไปกับสัดส่วนของร่างกาย

 

เอือก ลูกกระเดือกเคลื่อนตัวตามการกลืนน้ำลาย

“อ้ะ”เพียวไผ่สะดุ้งเมื่อนักรบดึงตัวเองจนล้มทับขาแกร่งอย่างแรง

“ไม่อยากเล่นน้ำ”

“……”

“อยากเล่นเธอ”ใบหน้าขาวแดงฉ่า เพียวไผ่ปั้นหน้าไม่ถูก พยายามจะตะกายตัวออกจากอกแกร่งแต่คนตัวโตกว่าก็รัดไว้แน่น ไม่วายสูดกลิ่นกายที่แม้จะไม่ได้ทาโลชั้นต่ก็มีกลิ่นหอมๆติดตัวอยู่เสมอ

“ค...คุณรบนี่มันข้างนอกนะครับ”

“มันที่ส่วนตัวไม่มีใครมายุ่มย่าม”อันนั้นเพียวไผ่รู้ดี แต่มันก็อดที่จะเขินไม่ได้ อีกอย่าง...

“อ่ะ อื้อออ”ปากเล็กถูกปากเรียวทาบทับแผ่วเบา แรกทีเพียวไผ่ตัวเสั่นเล็กน้อย กลัวคนตัวใหญ่จะจูบเขารุนแรงเหมือนคืนที่ผ่านมา แต่กลับผิดคาดเมื่อนักรบ ลิ้มละเลียดปากบางเพียงแผ่วปากแล้วปล่อย ก่อนจะลิ้มละเลียเลียเบาๆราวกับกำลังทะนุถนอมอย่างไรอย่างนั้น

“อื้ออ”เป็นเพียวไผ่เสียเองที่หลับตาพริ้มรอจูบจากคนร่างใหญ่ที่มากกว่านี้ จนต้องลืมตามอง ร่างกายถูกพลิกให้อยู่ใต้ร่างบนเก้าอี้ยาวตัวใหญ่ที่เพียงพอต่อสองคนมีที่นั่งนุ่มๆรองรับ

เพียวไผ่เผยอปากแลบลิ้นออกมาเล็กน้อยเมื่อคนร่างสูงโน้มศีรษะทำท่าทีจะจูบ แต่ก็ขยับออกห่างจนเพียวไผ่ต้องยกศีรษะขึ้นตาม

“อื้อ”เสียงเล็กงอแงเมื่อ คนร่างสูงทำท่าจะจูบแต่ไม่ยักจะจูบสักที เพียวไผ่จึงประท้วงยกมือจิกไหล่แกร่งเบาๆ

จุ้ฟ

จุ้ฟเบาๆเข้าที่ปากบางแล้วปล่อยอีกครั้ง ไม่พอ เพียวไผ่เหมือนถูกนักรบกำลังแกล้ง

“จูบเพียว”ร้องขอเบาๆ แววตาขบขันเผยจากตาคมดุ ก่อนจะก้มลงหยอกเย้ากับริมฝีปากบางผะแผ่ว แทรกลิ้นหนากวาดหาความหวานจนพอใจ

“อืมมม”คนตัวเล็กหลับตาพริ้ม จูบของนักรบครั้งนี้อ่อนโยนไม่รุนแรงเหมือนคืนก่อน จนเพียวไผ่เผลอไผลขยับเบียดร่างกายเข้าหา มากขึ้น

“จะทำเบาๆ”เสียงทุ้มกระซิบเบาๆหลังถอนจูบ เพียวไผ่กอดคอนักรบพยักหน้าเบาๆ

“สัญญานะครับ”

“ไม่สัญญา แต่ถ้าเจ็บก็บอก”เพียวไผ่ก็พยักหน้าอีกครั้ง

“ให้คุณรบหมดเลย”

“หึ”เสียงทุ้มดังอีกครั้ง ก่อนที่เพียวไผ่จะสูดปากเข้าอย่างเสียวซ่านเมื่อคนร่าสูงก้มลงฉกชิมเม็ดเชอรี่ที่ชูชันของตัวเอง

“อ๊าาาคุณรบ”ลิ้นหนาตวัดเข้าอย่างแรง ครอบเข้าปากแล้วดูดดึงเบาๆจนชุ่มน้ำลายทะเพียวไผ่สั่นสะท้านไปทั้งร่างกาย แอ่นอกรับสัมผัสจนเผลอกดศีรษะคนร่างสูงให้ก้มลงชิดหน้าอกตัวเอง

“อิ๊ อ่าาาค..คุณรบ อ๊าา”

“อืมมม”

“คุณ..รบ...อ๊า”เพียวไผ่ผงากอดรัดรอบคอแกร่งแน่นมากขึ้นเมื่อลิ้นหนาลงน้ำหนักหนักหน่วงเข้ายอดอกครั้งแล้วครั้งเล่าจนตัวสั่นระริก สูดปากด้วยความเสียวซ่าน ก่อนจะยกมารัดเอวสอบของคนร่างใหญ่ หอบหายใจหนักๆเมื่อนักรบยอมผละออกจากอกชั่วครู่ให้เขาได้หายใจหายคอ

 

กางเกงตัวเล็กที่เปียกชื้นถูกสลัดทิ้งขว้างไปตกไม่ไกล เพียวไผ่งอขาเมื่อตัวเองเปลือยเปล่า ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ชินหรอกนะที่จะให้นักรบมาจ้องเขาตาเป็นมันอย่างนี้

“อ่ะ อิ๊”เพียวไผ่ยกมือกุมปากตัวเอง เกร็งหน้าท้องเมื่อคนร่างสูงมอบจูบแผ่วเบาที่หน้าท้องแบนราบ

“ค..คุณรบ”เพียวไผ่เรียกเสียงสั่น สบตากับตาคมดุที่เงยหน้าขึ้นมาเพียวไผ่ก็พูดไม่ออก ยกมือกัดเบาๆแล้วหันไปทางอื่นปล่อยให้คนร่างสูงฉกชิมร่างกายของตุวเองไม่มีพื้นที่เหลือแม้แต่นิดเดียว

 

ตอนนี้ไม่อยากถามอะไรแล้ว ตอนนี้อยู่กันสองคน อยากกอบโกยเวลาตรงนี้ไม่อยากพูดถึงคนอื่น

ใครจะผ่านไปผ่านมาในชีวิตนักรบก็ช่างเขา ตอนนี้นักรบอยู่กับเขา แค่นั้นพอแล้ว...

______

งึ่มๆ ก็คือนะ...

น้อง....

 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะครับ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว