กิ่งเกสร
facebook-icon

กดไลค์และคอมเม้นต์ให้ด้วยนะจ๊ะ

ตอนที่ 26 เก็บตัวเก็บใจ 85%

ชื่อตอน : ตอนที่ 26 เก็บตัวเก็บใจ 85%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 3k

ความคิดเห็น : 17

ปรับปรุงล่าสุด : 23 พ.ย. 2563 04:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 26 เก็บตัวเก็บใจ 85%
แบบอักษร

ติดตามข่าวสารได้ที่ >>> 

 

 

***************************************** 

#สนใจสั่งหนังสือ  

เปิดจอง พร้อมโอน แล้ว 19 ต.ค.- 30 พ.ย. 2563 (พิมพ์ตามยอดจ้า) 

สั่งจองได้ที่เพจ กิ่งเกสร วีรินทร์ E-book ปลาย พ.ย. เช่นเดียวกัน จ้ะ  

****************************************** 

 

 

 

ประตูห้องถูกปิดลงพร้อมนิ้วที่กดล็อกทันที แต่คนตกใจยังยืนนิ่งพิงประตู ยกมือขึ้นวางทาบอก หัวใจเต้นระทึกรุนแรง 

“เกือบไปแล้ว” พึมพำกับตัวเอง 

ไกรษิตมาโผล่ที่นี่ได้ยังไง โชคดีที่เธอเห็นเขาก่อนตั้งแต่ร่างคุ้นตาเปิดประตูเดินลงมาจากรถ และตรงที่เธอยืนอยู่ก็ค่อนข้างมืด เขาจึงมองไม่เห็น ประกอบกับเธอแต่งตัวมิดชิด เรียกได้ว่าเล็ดรอดออกมาให้เห็นก็แค่ดวงตาเท่านั้น ทำให้เขาจำไม่ได้ 

ตลอดสองสัปดาห์ที่หนีมาอยู่ที่นี่ วันนี้เป็นวันแรกที่เธอออกจากห้องพักก่อนตะวันตกดิน เธอไม่กล้าเสี่ยงออกไปไหนตอนกลางวันเพราะกังวลว่าธัชไธยจะยังส่งคนตามล่าตัว แม้แต่ข้าวก็สั่งให้ร้านอาหารตามสั่งข้างอพาร์ตเม้นต์เอาขึ้นมาส่งทุกวัน 

จริง ๆ เธอตั้งใจว่าจะเก็บตัวอยู่แต่ในห้องเฉย ๆ สักสองเดือนเพื่อความปลอดภัย แต่ก็กังวลเรื่องรายได้และค่าใช้จ่าย เธอเหลือเงินติดตัวออกมาไม่มาก ถ้าอยู่อย่างประหยัดก็น่าจะพออยู่ได้โดยไม่ต้องทำอะไรมากสุดก็สามเดือน แต่เธอจะไม่เหลือเงินทุนไว้ทำอะไรเลย อีกอย่างอยู่ห้องเฉย ๆ ไม่มีอะไรทำก็เบื่อและคิดฟุ้งซ่าน วันนี้จึงตัดสินใจออกไปซื้อด้ายไหมพรมเพื่อมาหัดถักผ้าพันคอ เพราะช่วงฤดูหนาวคงพอขายได้ ถักสักเดือนก็น่าจะได้มากพอที่เธอจะนำไปขายตลาดนัดที่เปิดทุกเย็นวันพุธ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากอพาร์ตเม้นต์ที่เช่าอยู่มากนัก  

แต่วันแรกที่ออกไปข้างนอกก็เกือบซวยซะแล้ว เธอคงต้องระวังตัวมากขึ้น คงไม่กล้าออกไปไหนอีกหลายวัน 

ตั้งสติให้หายตกใจสักพักก็เดินเอาถุงข้าวกล่องในมือมาวางไว้บนโต๊ะญี่ปุ่น วางถุงด้ายไหมพรมและอุปกรณ์สำหรับถักไว้ข้างโต๊ะ ถอดหมวกและผ้าพันคอออก หันมองไปเห็นตัวเองในกระจก ผมที่เคยยาวยามนี้เหลือสั้นระใบหู สีหน้าไร้ความสุขกอปรกับดวงตาเศร้าเต็มไปด้วยความกังวล ไม่รู้ว่าที่เธอลงทุนตัดผมเพื่อปลอมตัวหนีมา มันจะสูญเปล่าไหม ความท้อใจเกิดขึ้นชั่วขณะ เมื่อคิดว่าหนีมาไกลขนาดนี้ยังมาบังเอิญเจอคนรู้จักอีก น้ำตาแห่งความอัดอั้นและหวาดหวั่นไหลริน เมื่อไหร่เธอจะได้รับอิสระอย่างแท้จริงเสียที ขนาดหนีออกมาแล้วก็ยังมีชีวิตอยู่ไม่ต่างจากถูกคุมขัง มันยิ่งกว่าตอนอยู่กับธัชไธยเสียอีก เธอหวาดระแวงและกลัวไปหมด เธออยากมีชีวิตที่อยากไปไหนก็ได้อย่างคนอื่นบ้าง มันจะมีวันนั้นหรือเปล่า 

ร่างอ่อนล้าถอยไปนั่งลงพิงผนังห้องตรงซอกเล็ก ๆ ระหว่างโต๊ะเครื่องแป้งกับตู้เสื้อผ้า งอเข่าขึ้นกอดไว้แน่น  

อารมณ์ที่อ่อนไหวและเปลี่ยวเหงา ทำให้นึกถึงบิดา  

“พ่อคะ หนูคิดถึงพ่อ พ่อจะเป็นยังไงบ้าง พ่อจะคิดถึงหนูบ้างไหม” หนีมาที่นี่ก็หวังว่าจะได้มาอยู่ใกล้ ๆ บิดาให้อุ่นใจ แต่เพราะยังมีอาการแพ้ท้องและยังอยู่ในช่วงที่หวาดระแวงว่าจะถูกตามล่า ทำให้เธอยังไม่ได้แอบไปที่ไร่อย่างที่ตั้งใจไว้ 

ไร่อยู่ห่างจากตัวจังหวัดไปเกือบสองร้อยกิโลเมตร ทางเข้าไปค่อนข้างลำบากเพราะต้องขับรถขึ้นดอยหลายกิโลเมตร ถ้าจะไปเธอก็ต้องเหมารถรับจ้างเพราะไม่มีรถประจำทางผ่าน ตั้งใจว่าถ้าหายแพ้ท้องค่อยจะแอบไปดูลาดเลา จริง ๆ ก็อยากจะไปให้เห็นกับตาว่าบิดาเป็นยังไงบ้าง แต่คงไม่กล้าโผล่หน้าเข้าไปให้เห็น ขอแค่ได้มาอยู่ใกล้ ๆ ให้เธอรู้สึกว่าชีวิตเธอไม่ได้ไร้ญาติขาดมิตรและอยู่เดียวดายบนโลกใบนี้ก็พอ 

เธอยังมีพ่อ...แม้พ่อจะไม่ต้องการเธอแล้วก็ตาม 

เสียงท้องร้องดึงหญิงสาวออกจากภวังค์ความคิด รีบเช็ดน้ำตาแล้วลุกเดินไปยังโต๊ะญี่ปุ่นที่วางข้าวกล่องเอาไว้  

ลูบท้องตัวเองเบา ๆ แม้จะกินอะไรไม่ค่อยลง แต่เธอต้องกินเพื่อลูก  

“หิวไหมลูก อดทนหน่อยนะ สักวันเราจะต้องได้อิสระ และไม่ต้องอยู่หลบ ๆ ซ่อน ๆ แบบนี้ มันต้องมีวันที่เขาจะหยุดตามเรานะลูก” 

 

ธัชไธยยังคงใช้ชีวิตวนเวียนระหว่างบ้านกับคอนโดฯ ที่เคยมีณิชชยาอาศัยอยู่ด้วย แม้จะไม่สามารถนอนค้างคนเดียวได้ แต่ทุกวันเขาจะต้องแวะไปสองที่นี้ ด้วยความหวังว่าเธออาจจะกลับมา แต่ทุกครั้งก็มีแค่ความว่างเปล่า  

ตลอดเวลาเกือบสองเดือนที่เธอหายไป น้ำหนักเขาลดลงไปมาก ใบหน้าซูบผอมแววตาดูเหนื่อยล้าแดงก่ำตลอดเวลาเพราะพักผ่อนไม่เพียงพอ  

ร่างสูงนอนหงายขวางอยู่บนเตียงนอน เตียงที่เคยคิดว่าขนาดมันพอดี ทว่าในยามนี้กลับรู้สึกว่ามันกว้างเหลือเกิน กว้างจนรู้สึกเคว้งคว้างและเดียวดาย  

เสียงถอนหายใจดังขึ้นในความเงียบ มือถือที่วางอยู่ข้างกายถูกหยิบขึ้นมาเปิดดูรูปที่เคยถ่ายเก็บไว้ เขาไม่ค่อยมีรูปถ่ายคู่เธอมากนัก เรียกได้ว่าแทบจะไม่มีเลย เพราะไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีวันที่เธอหายไปจากชีวิต โชคดีหน่อยที่ตอนไปเที่ยวด้วยกันเมื่อไม่กี่เดือนก่อนเธอได้ขอถ่ายเอาไว้ นอกนั้นก็จะมีรูปเดี่ยวของเธอบ้าง ที่นักสืบถ่ายส่งรายงานเขาในหลายท่วงท่าอิริยาบท ทว่าทุกภาพที่นักสืบถ่ายได้ แววตาเธอดูเศร้าจนเขาแทบไม่อยากมอง ต่างจากภาพที่ถ่ายตอนไปเที่ยว ที่แวววตาเธอดูสดใสยิ้มแย้มและมีความสุข  

เมื่อสัปดาห์ก่อน เขาเอารูปของเธอตอนไปเที่ยวไปเข้ากรอบมาตั้งไว้ที่ห้องและคอนโดฯ ถ้าเธอกลับมาจะได้เห็นและคงดีใจ ส่วนรูปเมษยาวีร์ในลิ้นชักตรงนั้น เขาหยิบออกไปแล้ว  

เขาใช้นิ้วหัวแม่มือเลื่อนดูรูปเธอไปเรื่อย ๆ กระทั่งมาหยุดอยู่รูปสุดท้าย เป็นภาพที่เขาถ่ายเมื่อเช้าก่อนออกจากบ้าน  

ภาพของสุนัขพันธุ์ไทยผสมตัวสีขาวนั่งมองเขา แววตาของมันดูร่าเริงสดใส  

เมื่อเช้าเขาเห็นมันวิ่งเล่นอยู่สนามหญ้าหน้าบ้าน จึงเดินเข้าไปหา  

พอเห็นเขามันก็วิ่งเข้ามากระโดดหยอกด้วยความดีใจตามประสา เขาจึงนั่งลงลูบหัวมัน ทั้งที่แต่ก่อนไม่เคยคิดจะใส่ใจมันเลย  

แต่มันก็โชคดีที่คุณหญิงปิ่นประภารักและเอ็นดูเหมือนลูก ตอนที่เขาพามาทิ้งไว้บ้าน เขาไม่ได้บอกว่าเจ้าผักกาดเป็นสุนัขที่ณิชชยาเก็บมาจากตลาด แต่บอกว่าเขาเก็บมาจากข้างถนนเพราะสงสาร แรก ๆ มารดาก็ดูไม่ได้สนใจมันมาก เขาไม่รู้ว่าจู่ ๆ มันกลายมาเป็นตัวโปรดของคนที่บ้านไปตั้งแต่เมื่อไหร่ โดยเฉพาะมารดาที่ดูจะรักมันมาก พาไปเข้าร้านอาบน้ำตัดขนและเข้าคอร์สเรียนด้วยตัวเองตลอด  

“มาถ่ายรูปกันหน่อย ฉันจะเก็บไว้ให้เจ้านายแกดู ถ้าเห็นแกเขาจะต้องดีใจ และอยากกลับมาหาแกแน่ ๆ”  

มองภาพเจ้าผักกาดแล้วนึกถึงวันที่เคยทำร้ายจิตใจเธอ จู่ ๆ น้ำตาก็ไหลเอ่อออกจากหางตาโดยที่เขาไม่รู้ตัว 

อะไรที่เธอรัก เธอก็คงจะห่วงปานจะขาดใจเหมือนอย่างที่เขาเป็นตอนนี้ ในวันนั้นที่เขาพรากเจ้าผักกาดไปจากเธอ เธอคงทุกข์ใจกับการจากไปของมันมาก เขาแอบเห็นเธอร้องไห้และซึมไปหลายวัน  

หากย้อนกลับไปความรู้สึกในวันนั้น เขาก็แค่อิจฉาหมาที่เธอเป็นห่วงและดูแลมันจนเวลาของเขาถูกแบ่งไป ถ้าไม่มีเจ้าผักกาดสักตัว เธอก็จะให้ความสำคัญแค่เขา  

“มึงมันบ้า ไอ้ธัช” พึมพำต่อว่าตัวเอง พลางหัวเราะเยาะหยันในลำคอ  

“หนูณิช เธอเป็นยังไงบ้าง” เธอจะอยู่กินยังไง มีเงินติดตัวไปกี่บาท แค่ทำขนมขายจะมีเงินเก็บแค่ไหนกัน เขากลัวว่าเธอจะไปอยู่ลำบาก กลัวจะต้องอดมื้อกินมื้อ แล้วจะยังแพ้ท้องอยู่ไหม มันดูทรมานมาก เขาเห็นเวลาเธอคลื่นไส้อาเจียนแต่ละครั้งแทบจะหมดแรงเดิน จะไม่ให้ห่วงได้ยังไง  

“โธ่เว้ย !” สบถเสียงดังอย่างหงุดหงิดที่ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านอนคิดฟุ้งซ่าน  

ความรู้สึกตอนนี้มันเหมือนกำลังตกลงไปในช่องแคบระหว่างกำแพงสูงชันและกำแพงทั้งสองฝั่งก็กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาบีบตัวเขาทุกขณะ จนอึดอัดไม่มีอากาศหายใจ ไร้ทางออก จะขยับเขยื้อนกายไปไหนก็ไม่ได้ ได้เพียงหวาดกลัวแทบสติแตกเมื่อรู้ว่าความตายคืบคลานเข้ามาใกล้ทุกวินาที 

ร่างสูงดีดตัวขึ้นจากเตียงอย่างตกใจ เมื่อรับรู้ถึงหางตาที่เปียกชื้นเป็นทาง เขารีบใช้มือเช็ดออกแล้วลุกขึ้นพรวดพราด เปิดประตูออกไปนอกห้องทันที เขาต้องรีบออกไปจากความรู้สึกบ้าบอนี้ ก่อนที่มันจะจ้วงแทงหัวใจเขาให้แหลกละเอียด 

 

 

 

*********************************************** 

อย่าลืมกดไลก์และคอมเม้นต์หนาาาา  

*********************************************** 

ลงให้อ่านในเว็บ ถึงตอนที่ 26 นะจ๊ะ (สุดท้าย ท้ายสุดจริง ๆ แล้วนะ) 

รีบมาอ่านเลยจ้า หนังสือออกจะลบ และลงฉบับรีไรต์ใหม่อีกทีค่ะ (ฉบับรีไรต์ลงแค่ 10 ตอน) 

E-book จะเร่งออกให้ทันปลายเดือนนี้จ้า 

สนใจสั่งจองหนังสือได้ที่ https://www.facebook.com/KingKaSornWiRiN/ รายละเอียดข้างล่างค่ะ >>>>  

ทุกคอมเม้นต์คือกำลังใจที่สำคัญ ติชมได้เลยจ้า 

ฝากดูคำผิดให้ด้วยหนา 

#ทุกคอมเม้นต์ มีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัล หนังสือ หรือ e-book นิยาย ราคีลวง 

ติดตามความเคลื่อนไหว ได้ที่ https://www.facebook.com/KingKaSornWiRiN/ 

 

นิยายที่ตีพิมพ์แล้ว 

 

 

                  

 

 

 

 

 

Thank You :) 

ความคิดเห็น