ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : 33 : งานแต่งงาน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 15.5k

ความคิดเห็น : 29

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ธ.ค. 2563 10:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
33 : งานแต่งงาน
แบบอักษร

งานแต่งงานใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว เพียวไผ่คงจะไม่ตื่นเต้นมากขนาดนี้หากว่าคุณหญิงณิชาไม่คอยจะบอกย้ำกับเขาอยู่ซ้ำๆว่าใกล้จะถึงวันแต่งงาน หลังจากกลับมาจากทะเลในวันนั้น เธอตกใจเสียยกใหญ่เมื่อรู้ว่านักรบพาไปเที่ยวทะเล เพราะแค่ผิวเพียวไผ่โดนแดดเพียงครึ่งวัน ก็หมองคล้ำจนเห็นได้ชัด เธอบ่นว่าทำไมถึงไม่ทากันแดดเอาไว้ ในขณะที่เพียวไผ่ได้แต่ยกยิ้มแหยๆ

 

เพียวไผ่ไม่คาดคิดว่ามารดาของนักรบจะถึงขั้นพาเขาเข้าคอร์สสปาเจ้าสาว แม้นักรบจะห้ามยังไงก็เอาไม่อยู่ บอกว่าจะต้องกลับไปทำงานเธอก็บอกว่าจะต้องพาเพียวไผ่เข้าคอร์สความงามให้ได้ก่อนถึงวันงาน จนนักรบถึงกับถอนหายใจบอกว่าเดี๋ยวตนจะจัดการพาเพียวไผ่ไปเอง แม้แรกๆคุณหญิงณิชาจะไม่ยอมแต่เพียวไผ่ก็ไม่แน่ใจนักว่านักรบพูดอย่างไรเธอถึงยอมให้นักรบพาไปแทน

 

ท้ายที่สุดก็เป็นอย่างวันนี้ ตอนนี้เพียวไผ่อยู่ที่ศูณย์ความงามกับหมอโมและจีน นักรบฝากฝังให้ทั้งสองจัดการโดยที่ทั้งหมอจีนกับหมอโมถึงกับยกยิ้มกว้าง พาเพียวไผ่เข้าออกร้านจนจำไม่ได้ว่ากี่ร้าน จบท้ายด้วยการเข้าสปานวดตัวบำรุงผิวพรรณที่ศูนย์ความงามแห่งนี้ จัดได้ว่าหรูหราและแพงเป็นเหล่าคนดัง เข้ามาใช้บริการไม่ขาดสายเลยทีเดียว

“คุณรบ”เพียวไผ่ขมวดคิ้วเมื่อเห็นคนร่างสูงนั่งที่ล็อบบี้กว้างของศูณย์ความงาม หลังจากที่เข้าคอร์สสปาในวันนี้เสร็จสิ้น ปกติกันทิมาจะมารับเขาแต่ก็อดรู้สึกดีไม่ได้เมื่อเห็นว่าเป็นนักรบที่มารับในวันนี้

“คุณรบทำงานเสร็จแล้วหรอครับ”

“อืม”คำตอบมั้นๆเช่นทุกวัน แต่เพรยวไผ่ก็ยังคงยิ้มกว้าง เดิตามนักรบป้อยๆไปขึ้นรถ ทันทีที่นั่งในรถแล้วเพียวไผ่จึงเอ่ยขอ

“คุณรบครับ พรุ่งนี้เพียวไม่มาแล้วได้ไหมครับ”เพียวไผ่บอก

“ทำไม”

“ก็คุณรบดูสิครับ ผิวของเพียวดีขึ้นมากแล้ว เพียวไม่ชอบนี่ครับ”

“เป็นคำสั่งคุณ เธอก็ทำๆไปเถอะ”เพียวไผ่ก็ยู่ปากเล็กน้อย

“ครับ”ตอบคำเสียงแผ่ว

“ไว้จบงานเธอก็ไม่ต้องเข้าแล้ว ทนอีกสักสองวัน”เพียวไผ่ก็พยักหน้า ไม่ดื้อดึง

“วันนี้ทำงานหนักไหมครับ”แม้จะรู้อยู่แล้วว่างานของนักรบนั้นหนักอยู่ทุกวันแต่เพียวไผ่แค่อยากชวนคุยเพียงเท่านั้น

“นิดหน่อย”เพียวไผ่ก็ยกยิ้มบางๆเมื่อได้ยินคำตอบ

“เมื่อเช้าน้องแป้งโทรมาด้วยครับ”

“……”

“บอกว่าโรงเรียนที่นั่นสอนสนุกมาก เห็นวันนี้จะเข้าเลือกชมรมด้วยครับ น้องแป้งบอกว่าอยากเข้าชมรมการเต้น”

“อืม”

“น้องแป้งบอกว่า ถ้าน้องแป้งอยากลงเรียนพิเศษเต้นด้วย คุณรบว่าดีไหมครับ”สำหรับเพียวไผ่แล้ว หากแป้งพิมพ์อยากทำอะไร ตนอยากสนับสนุนเต็มที่ ตอนนี้มีโอกาสมากแล้วที่แป้งพิมพ์จะได้ทำในสิ่งที่อยากทำ ในฐานะพี่ชายหนึ่ง น้องสาวคนเดียวที่เหลืออยู่ในตอนนี้เพียวไผ่อยากให้แป้งพิมพ์กอบโกยโอกาสที่จะพัฒนาตัวเองเหล่านั้นให้ได้ให้มากที่สุด ส่วนเขาจะคอยดูแลและสนับสนุนไม่ห่างไกลเอง

“ถ้าชอบก็เรียน”

“เพียวยังบอกน้องด้วยนะครับ ถ้าอยากออดิชั่นเพียวก็อยากสนับสนุนก็น้องแป้งน่ะ เลยเป็นถึงนักร้องในโรงเรียนด้วยนะครับ ถ้าได้หัดทั้งร้องทั้งเต้นน้องแป้งต้องทำได้ดีแน่ๆเลยล่ะครับ”เพียวไผ่พูดพร้อมสีหน้ายกยิ้มกว้าง

“งั้นหรอ”เพียวไผ่ก็พยักหน้า

“น้องแป้งน่ะทั้งเก่ง และหน้าตาก็น่ารัก ยิ่งโตก็ยิ่งสวย แต่น้องแป้งบอกว่า เขาไม่ได้อยากไปออดิชั่นเป็นดารานักร้อง แต่ชอบเต้นฆ่าเวลาเฉยๆ”

“อืม”คนร่างสูงก็ตอบรับคำเป็นเนืองๆในขณะที่คนหน้าใสก็เอ่ยเจื้อยแจ่วด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม จนกระทั่งรถเคลื่อนเข้ามาสู่ร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง เพียวไผ่ก็เดินตามนักรบเข้าร้านเงียบๆ ไปในพื้นที่ที่ค่อนข้างเป็นส่วนตัวมุมหนึ่งตามที่กันทิมาได้จองไว้ล่วงหน้า อ้อ กันทิมาได้กลับมาเมืองไทยหลังจากวันที่เขาไปทะเลนั่นล่ะ

 

เมนูถูกยื่นมาให้คนตัวขาว เพียวไผ่ก็ยังคงเป็นเพียวไผ่อยู่วันยังค่ำ เห็นเมนูอาหารราคาแพงๆแปะหน้าก็ไม่กล้าสั่ง แต่ก็เพราะเห็นแววตาดุจากอีกคนส่งมาก็เลยเลือกสั่งไปเพียงเมนูเดียว จนเป็นนักรบที่เช่นเคยที่เอ่ยปากบอกชื่อเมนูจนเต็มโต๊ะ

 

ครืดดด ครืดดดดด ขณะนั่งทานแอพิไทเซอร์ก่อนจะเข้าเมนูหลัก เสียงมือถือก็ดังขึ้น นักรบยกจอขึ้นมาก่อนจะลุกขึ้น

“คุณรบจะไปไหนครับ”เพียวไผ่ถามตาโต

“นั่งรอที่นี่แหละ ถ้าอาหารมาก็กินไปเลย”ไม่ได้ตอบคำถาม แต่เลือกที่จะออกคำสั่งดุๆเช่นทุกครั้งแทน เพียวไผ่ก็ครับไม่หือไม่อือไม่ดื้อ นั่งรอมื้อหลักที่โต๊ะเงียบๆ

 

 

อาหารจะถูกเสิร์ฟแล้วแต่เพียวไผ่บอกว่าให้รอก่อน นั่งรอนักรบประมาณ20นาทีอีกคนก็ไม่มีท่าทีว่าจะกลับก่อนจะขมวดคิ้วเมื่อเห็นเป็นกันทิมาที่เข้ามาแทน ชายหนุ่มบอกให้พนักงานเสิร์ฟอาหารให้เพียวไผ่ในทันที

“คุณกันมาได้ยังไงครับ”

“คุณรบให้ผมมารับคุณเพียวครับ แต่คุณเพียวทานอาหารก่อนเถอะครับ พอดีคุณรบมีธุระด่วนที่ต้องจัดการครับ”เพียวไผ่ก็เม้มปาก

“งั้นเพียวไม่อยากกินแล้วครับ เพียวกลับไปทำกินเองที่คอนโดดีกว่า”

“คุณรบสั่งเมนูมาแล้วคุณเพียวทานให้อิ่มเถอะครับ นี่ก็ดึกแล้ว กลับไปจะได้ไม่ต้องเหนื่อย”

“แต่ว่า”เพียวไผ่อยากแย้ง ตนอยากนั่งกินข้าวกับนักรบเสียมากกว่า

“ทำตามนี้เถอะครับ เดี๋ยวคุณรบจะไม่พอใจเอาได้”เพียวไผ่ก็ได้แต่นั่งที่เดิมทานอาหารที่เต็มโต๊ะนั้นคนเดียวเงียบๆ เมื่อกันทิมาไม่ยอมมาร่วมโต๊ะด้วย อาหารจึงหมดไปเพียงแค่สเต็กปลาเพียงจานเดียว เพียวไผ่ก็บอกว่าอิ่มแล้ว

 

 

ทานอาหารที่ร้านเสร็จ เพียวไผ่ก็นั่งรถกลับมายังคอนโดโดยมีกันทิมาขับรถมาส่ง แม้จะอยากมีคำถามมากมายที่อยากถามว่านักรบมีธุระด่วนอะไรถึงได้ต้องทิ้งอาหารค่ำไป แต่ก็ไม่กล้าละล้าบละล้วงจึงได้แต่นั่งเงียบมาตลอดทาง มาถึงคอนโดแล้วเพียวไผ่ก็กดลิฟต์ขึ้นชั้นขณะที่เดินจะผ่านประตูห้องนักรบพลันประตูบานนั้นก็เปิดออก เผยร่างโปร่งของชายคนหนึ่ง

 

ดร.ทายน์ อดีตคนรักของนักรบ ตามที่เพียวไผ่รู้ข้อมูลมา ดวงตากลมโตจ้องใบหน้าดูดี หล่อเหลาไร้ที่ติของคนที่ออกจากห้องนักรบนิ่งอึ้ง ออกจากห้องนักรบงั้นหรอ...

“ทายน์ฟังพี่ก่อน”ไม่ทันจะพูดอะไร เสียงทุ้มที่คุ้นหูดังขึ้น เสียงนั้นที่มักจะมีโทนเสียงดุหรือราบเรียบอยู่เสมอ ตอนนี้เสียงนั้นดูร้อนรนเรียกชายร่างโปร่งชื่อว่าทายน์ พร้อมเจ้าของเสียงที่ก้าวออกมา ชะงัก หันมามองเพียวไผ่

“เพียวไผ่”เสียงทุ้มเรียกเพียวไผ่แผ่วเบา แต่น่าแปลกน้ำเสียงที่แผ่วเบาปนแปลกใจนั้นช่างบาดลึกในใจของคนตัวเล็ก เพียวไผ่ยกยิ้มให้คนร่างสูงเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองชายอีกคนก็พบว่าอีกคนก็จ้องตนไม่วางตาอยู่แล้ว

“เพียวเอาอาหารที่คุณรบสั่งกลับมาด้วยครับ”ว่าจบก็ยกอาหารที่ทางร้านจะแพ็คใส่กล่องอย่างดียื่นให้นักรบ คนร่างสูงก็รับมานิ่งๆ เพียวไผ่ก็เดินตรงไปยังห้องตัวเอง

“พี่ไปส่ง”

“ไม่ครับ ทายน์จะกลับเอง”เสียงสนทนาไม่ไกลดังแว่วมา มือขาวที่กำลังค้นคีย์การ์ดในเป้ตัวเองสั่นเทา หยิบคีย์การ์ดอย่างรีบร้อนจนดูลนลานปนกระวนวายไปเสียหมด ก่อนจะสแกนที่ประตูตัวเองแล้วรีบก้าวเข้ามาในห้อง ปิดประตูลงก็ยืนนิ่งในห้องกว้าง

 

ธุระด่วนของนักรบ...คงเป็นผู้ชายคนนั้น

 

ใบหน้าขาวแหงนมองเพดานห้อง จู่ๆก็ปวดเบ้าตาร้อนผ่าวๆจนแทบทนไม่ไหว นึกถึงน้ำเสียงกระวนกระวายที่เรีกยผู้ชายคนนั่นจากนักรบอย่างที่เพียวไผ่ไม่เคยได้ยิน ทำไมเจ็บจังนะ

 

เจียวเนื้อจียมตัวหน่อยเพียวไผ่ คิดไปเองมากเกินไปจนเผลอตัวเผลอใจมากเกินไปแล้ว ก่อนหน้านี้นักรบเองก็ย้ำอยู่บ่อยครั้งว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันเพระาผลประโยชน์ร่วม นักรบคงไม่เสียเวลามายุ่งเกี่ยวกับความรักงี่เง่าพวกนี้

 

คงยกเว้นที่เกี่ยวกับผู้ชายที่ชื่อทายน์คนนั้น....

 

 

 

 

วันแต่งงานมาถึงแล้ว อีกไม่กี่ชั่วโมงรถจากบ้านอิศรศวรจะมารับไปยังโรงแรมที่จัดงาน เพียวไผ่เพิ่งรู้เมื่อคืนนี้เองว่าข่าวการแต่งงานของลูกชายคนโตของบ้านอิศรศวรเป็นที่พูดถึงในหมู่ข่าวคนดังระดับเซเลบริตี้และหมู่ไฮโซชั้นสูง อันที่จริงข่าวนี้มันขึ้นหน้าหนังสือพิมพ์และขึ้นปกหนังสือกอสซิปตั้งแต่ในวันนั้นที่เขาเจอกับดร.ทายน์ครั้งแรกนั้นมาแล้ว

‘ทายาทคนโตของตระกูลอิศรศวรที่พบเจอตัวยาก ลั่นวิวาห์ฟ้าแลบกับหนุ่มปริศนาหลังจากที่ครองโสดเป็นเวลานานถึงเจ็ดปี’ ข้อความยาวที่พาดข่าวที่ทำเพียวไผได้แต่นิ่งอึ้ง ลืมไปว่าสังคมที่ตนเคยอยู่กับนักรบอยู่นั้นช่างแตกต่างราวฟ้ากับเหว ไฮโซระดับตระกูลบ้านอิศรศวรมีงานวิวาห์ฟ้าแล่บอย่างนี้คนอื่นอาจจะมองว่าไม่แปลกที่จะมีข่าว แต่สำหรับเพียวไผ่ เขารู้สึกอึดอัดใจเหลือเต็มประดา

‘หลังจากมีข่าวเลิกรากันกับคนรักเก่าที่คบหาดูใจนานถึงสิบปีเมื่อเจ็ดปีก่อน จากนั้นเจ้าตัวก็ถือตัวครองโสดมาตลอด แต่วันนี้กลับมีข่าวแต่งงานสายฟ้าแล่บกับหนุ่มปริศนา ไม่มีใครรู้ว่ามีชื่อเสียงเรียงนามว่าอะไร จนกระทั้งมีการ์ดแต่งงานออกมาเมื่อเร็ววันนี้ เป็นที่น่าตกใจและประหลาดว่าทายาทคนโตของอิศรศวรนั้นทำไมถึงได้ประกาศแต่งงานสายฟ้าแล่บเร็วปานนี้ แต่ถึงอย่างนั้นก็ขอแสดงความยินดีกับทั้งคู่ หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ สาวน้อยสาวใหญ่ คงได้อกหักกันเป็นแถวก็งานนี้แหละจ้า’

‘ถ้าพี่มินไม่บอกภพก็ไม่รู้นะเนี่ยว่างานแต่งของน้องเพียวก็เป็นข่าวใหญ่ในหมู่ไฮโซเขาด้วย’ ที่รู้ข่าวนี้ก็เพราะพิภพเป็นคนมาบอกนั่นแหละ ตั้งแต่เจอนักรบหน้าห้องเมื่อสองวันก่อนนั้นเพียวไผ่ก็ไม่ได้เจอนักรบอีกเลย มีติดต่อเรื่องจัดงานแต่งงานอะไรก็ติดต่อผ่านกันทิมาแทบจะทุกเรื่อง

“น้องเพียว เป็นอะไรไป”เพียวไผ่สะดุ้งเมื่อมือพิภพแตะบ่าลงเบาๆ หันไปส่งยิ้มแล้วส่ายหน้าเบาๆ

“เปล่า”

“คุณนักรบเขาตรงไปที่โรงแรมเลยใช่ไหม”เพียวไผ่พยักหน้า พิธีแต่งงานในวันนี้ไม่มีอะไรมาก มีการหมั้นและแต่งในวันเดียวกัน รดน้ำสังข์แล้วจบท้ายด้วยการเข้าห้องหอเช่นคู่รักคนอื่นๆแต่งงานกัน คู่รักอย่างนั้นหรอ ....

“วันนี้งานแต่งงานของตัวเองทั้งที ทำไมน้องเพียวดูเหม่อบ่อยจังเลยล่ะ”เพียวไผ่หันตาโตหันไปทางพิภพก่อนจะส่ายหน้าแล้วยกยิ้มกว้างให้เพื่อนหายห่วง สำหรับคนอื่นๆที่ไม่ใช่ทีมวิจัยต่างก็เข้าใจว่าตนนั่นแต่งงานกับนักรบเพราะความรัก แต่ในความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น นักรบไม่ได้อยากแต่งงานด้วยตั้งแต่แรกเพียวไผ่ยังไม่ลืมข้อนี้ดี การแต่งงานครั้งนี้เพื่อผลประโยชน์ร่วมกันของทั้งสองฝ่ายข้อนี้เพียวไผ่ก็รู้ดีอีก

“หมอว่านี่คุณเพียวก็ดูดีมากแล้วนะคะ”หมอจีนเอ่ยขึ้น หลังจากที่ช่างแต่งหน้าปัดหน้าเพียวไผ่เบาๆเป็นครั้งสุดท้าย หมอจีนกับหมอโมก็เข้ามาขอเซลฟี่ยกใหญ่

“คุณเพียวหน้าน่ารัก หน้าหวานจนหมออายเลยนะเนี่ย”เพียวไผ่ยกยิ้มบางๆกับคำชม

“ทำไมพี่นุยังมาไม่ถึงน๊าาา”หมอจีนพึมพำ แต่ไม่ทันขาดคำของเธอเสียงกดออดของห้องก็ดังขึ้นพิภพไปเปิดประตูก็เห็นวิผานุมาบอกว่ารถจากบ้านอิศรศวรพร้อมแล้ว ตอนนี้ก็ใกล้งานในพิธี เพียวไผ่รู้สึกมือเย็นเฉียบเหมือนน้ำแข็ง ประหม่าไปหมด จนพิภพเองก็รู้สึกได้ยื่นมือมากุมเชมือเพื่อนแล้วบีบเบาๆชวนกันไปขึ้นรถเพื่อตรงไปยังโรงแรม

 

 

 

แหวนสีขาวมีเพชรน้ำดีประดับไว้ถูกสวมเข้านิ้วนางของคนผิวขาวอย่างบรรจง พร้อมแสงแฟลชวูบวาบชวนให้แสบตาถ่ายมาไม่หยุด เพียวไผ่รู้สึกเหมือนหัวใจตลตัวเองเต้นแผ่วคล้ายๆจะหยุดเต้นอย่างไรอย่างนั้น จนกระทั่งแหวนที่เคลื่อนมาหยุดตรงที่นิ้ว เพียวไผ่ก็หยิบแหวนอีกวงที่ถูกเตรียมไว้ จับมือหนาของอีกคนขึ้นมือ มือขาวสั่นเล็กน้อยขณะที่สวมแหวนกลับไป ก่อนจะหยุดนิ้วเมื่อสวมใส่ให้นักรบเรียบร้อย เงยหน้าสบตากับตาคมดุ ก็พบว่าอีกคนกำลังจ้องมาไม่วางตาด้วยสีหน้าราบเรียบ

 

แต่งงานงานผ่านไปอย่างรวดเร็วตามพิธีที่ในกำหนดการที่กันทิมาบอกไว้ ไม่มีปาร์ตี้สละโสดเหมือนที่คนอื่นๆทำ ไม่มีการฉายโปรเจ็คเตอร์บอกเล่าเรื่องราวความรัก มีแค่ขึ้นเวทีแสดงคำขอบคุณแขกผู้ใหญ่ที่มางานในวันนี้ ที่เกือบทั้งหมดเป็นแขกจากบ้าอิศรศวร เมื่อแขกฝั่งเพียวไผ่มีเพียวบ้านของพิภพ มินตรา และทีมงานวิจัยเพียงเท่านั้น ไม่มีการโยนดอกไม้เสี่ยงทาย แต่งานถูกจัดจนเกือบจะเที่ยงคืน

 

ห้องหอในคืนส่งตัวไม่ใช่ที่โรงแรมที่จัดงาน ไม่ใช่ที่บ้านอิศรศวรตามที่คุณหญิงณิชาต้องการ เป็นห้องคอนโดของนักรบ ที่มีคนมาส่งเข้าห้องหอแค่ญาติผู้ใหญ่

“เห็นหูเพียวได้เข้างานแต่งานกับคนที่รักหนูและหนูก็รักเช่นกันลังกับป้าก็ไม่มีอะไรต้องห่วงอีกแล้ว แม่ครูก็คงหมดห่วง อย่าลืมให้เกียรติพี่เขา มีอะไรกันก็ประนีประนอมกันนะลูกนะ”เพียวไผ่ยกยิ้มบางๆให้มารดาของพิภพ ขอบตาร้อนผ่าวๆคล้ายๆจะร้องไห้ แต่ก้อดกลั้นไว้

“ป้ากับลุงฝากคุณรบดูแลหนูเพียวไผ่ด้วยนะคะ ต่อแต่นี้ไปหนูเพียวก็ได้มีครอบครัวแล้ว ป้าก็อยากหายห่วง ว่าจะมีคนดูแลเอาใจใส่ ไม่ทิ้งหนูเพียวลำพัง”เพียวไผ่นั่งก้มหน้าเงียบฟังในสิ่งที่มารดาพิภพกล่าว

“ป้าฝากน้องด้วยนะคะคุณรบ”

“ครับ”เสียงทุ้มดุตอบรับสั้นๆ เพียวไผ่ก็เงยหน้ามองคนข้างแว่บหนึ่งก่อนจะก้มหน้าเงียบต่อไป ไว้ขอบคุณคำอวยพรจากทั้งสองก่อนที่จะเป็นบิดามารดาของนักรบเข้ามาอวยพรต่อ

 

“ต่อไปนี้มาเป็นคนอิศรศวรเต็มตัวละนะหนูเพียว มีอะไรก็ต้องค่อยๆพูดค่อยๆจากันนะลูก ถ้าคนหนึ่งเป็นไฟอีกคนก็ต้องคอยเป็นน้ำ คอยให้กำลังใจกันและกันนะลูกนะ”เพียวไผ่ยกมือไหว้ขอบคุณผู้ใหญ่ทั้งสองอย่างน้อบน้อม ก่อนที่ทั้งห้องจะตกอยู่ในความเงียบ เมื่อผู้ใหญ่ต่างกลับไปแล้ว

 

เพียวไผ่นั่งก้มหน้าเงียบที่ปลายเตียงทำอะไรไม่ถูก เงยหน้ามองคนร่างสูงเป็นระยะๆ อีกคนก็ไม่ได้พูดจาอะไรจนเพียวไผ่ทำตัวไม่ถูก

“เอ่อคุณรบครับ..”เพียวไผ่เรียกเสียงแผ่ว

“มีอะไร”คนร่างสูงก็ถอดชุดใส่ตะกร้าผ้าก่อนจะถามสั้นๆเช่นทุกครั้ง

“คืนนี้...”เพียวไผ่จะถามว่าคืนนี้ตนนั่นจะต้องไปนอนที่ไหนนอนที่นี่ที่เป็นห้องของนักรบหรือกลับไปนอนที่ห้องของตัวเอง

“คืนนี้ฉันต้องการพักผ่อนแล้ว”เสียงดุราบเรียบเอ่ยตอบกลับมา เพียวไผ่ไม่รู้ว่าคู่รักในคืนแต่งงานกันเขาจะทำอะไรกันบ้างเคยอ่านในพันทิปบอกว่าบางครั้งก็นั่งนับซอง แต่งานแต่งงานวันนี้ซองเหล่านั้นถูกส่งให้กันทิมาเป็นคนจัดการ บางคู่ก็นอนหลับเอาเป็นเอาตายเพราะงานเหนื่อยมาทั้งวัน บางคู่ก็ดื่มด่ำกับความรักในยามค่ำคืนงานแต่งอย่างเต็มที่ แต่ทั้งหมดนั้นเพียวไผ่รู้ว่าคงไม่มีคู่รักคนไหนที่จะอยู่ในสถาณการณ์ทำตัวไม่ถูกแบบนี้

“แล้วเพียว...”

“ทำไม รอไม่ไหวแล้วงั้นหรอ”

“ครับ?”

“อยากท้องมากขนาดนั้นเลยรึไง”เพียวไผ่เงยหน้ามองนักรบ ดวงตากลมสบตากับดวงตาดุไม่เข้าใจทำไมต้องถามด้วยคำถามแบบนี้ พลันดวงตากวางก็หันไปทางอื่นเมื่อเห็นคนร่างสูงถอดแหวนที่สวมในวันนี้วางแหมะลงบนโต๊ะในห้องอย่างไม่ใส่ใจนัก

“คุณรบไม่อยากให้เพียวท้องมากขนาดนั้นเลยหรอครับ”อยากลองโกรธคนร่างสูงดูสักครั้งแต่ทำได้มากสุดก็แค่น้อยใจอยู่เงียบๆ

“เธอคงเข้าใจผิด ฉันอยากให้เธอท้องเร็วๆและคลอดเด็กเร็วๆด้วยซ้ำ แต่มั่นใจขนาดไหนล่ะว่าเธอท้องได้”ใจร้าย...เพียวไผ่ได้แต่พูดคำนี้อยู่ในใจ

“เพียวก็อยากรู้เร็วๆเหมือนกันครับว่าตัวเองท้องได้หรือไม่ได้”เพียวไผ่เงยหน้าตอบ ปากบางเม้มจนปวด

“งั้นก็ถอดเสื้อผ้าออกซะสิ จะได้เริ่มงานกันสักที”

“ก...ก็ไหนคุณรบว่าคุณรบอยากพักผ่อนไงครับ”เพียวไผ่ถาม

“ดูเหมือนว่าเธอยังมีแรงอีกเยอะ เห็นถามไม่หยุด สักยกสองยกก็ยังไหว”

“ที่เพียวถาม เพียวแค่จะถามว่าคืนนี้คุณรบจะให้เพียวนอนที่ไหนต่างหากล่ะครับ คุณรบไม่ทันให้เพียวถามให้จบนี่ครับ”เพียวไผ่ก้มหน้าพูด ก่อนจะเงยหน้ามองนักรบอีกครั้ง

“ตามใจเธออยากนอนที่ไหนก็นอน”อีกคนก็ตอบอย่างไม่ใส่ เพียวไผ่ก็เม้มปากอีกครั้งตลก่อนจะตอบ

“งั้นเพียวกลับไปนอนห้องตัวเองนะครับ”พูดจบก็ทำท่าจะปลีกตัวออกจากห้องนอนก็ต้องชะงักขาเมื่อเสียงดุเอ่ยกลับมา

“นั่นเขาเรียกว่าเข้าห้องหอรึไง”เพียวไผ่ก็หันหลังไปทางนักรบ ไม่เข้าใจว่าคนร่างสูงต้องการอะไร

“ก็คุณรบบอกว่าตามใจนี่ครับ”

“……”

“เพียวก็เลยจะกลับไปนอนที่ห้องตัวเอง”เพียวไผ่ตอบ ก่อนจะได้ยินเสียงถอนหายใจจากคนร่างสูงออกมา

“กลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเข้ามานอนที่นี่”ก่อนเสียงดุจะออกคำสั่งทิ้งท้ายแล้วเจ้าตัวก็ตรงไปห้องน้ำ ปล่อยเพียวไผ่งุนงง

 

 

เพียวไผ่อาบน้ำแต่งตัวใส่ชุดนอนแล้วเข้ามานั่งเงียบๆที่โซฟาในห้องกว้างของนักรบ มองกล่องของขวัญที่ถูกยกมาที่นี่เกลื่อนห้องหยิบหมอนอิงมากอดก็ถอนหายใจเบาๆ

“ถ้าไม่อยากเข้ามานอนก็ตามใจนะ”เพียวไผ่ลุกขึ้นพรวดเมื่อเสียงทุ้มดุดังมา เห็นคนร่างสูงยืนทำหน้านิ่งไม่ไกล ก่อนจะหันหลังเข้าห้อง เพียวไผ่ก็เดินตามเข้าห้องนอนเงียบๆ มองไปที่เตียงที่คนร่างสูงไปทิ้งตัวนอนแล้ว ตนก็ยืนจ้องตาปริบๆ เดินไปปิดไฟไม่ไกลแล้วก็ขึ้นเตียงยกผ้านวมห่มถึงคอ ดวงตาเบิกกว้างในความมืด ก่อนจะเข้าสู่ห้วงนิทรา ลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอในที่สุด

 

ตกดึก ดวงตาคมดุลืมตาตื่นในความมืดก่อนจะผุดขึ้นนั่งบนเตียง หันไปมองร่างเล็กที่นอนหลับสนิทข้างๆที่เริ่มเห็นชัดมากขึ้นเมื่อสายตาปรับกับความมืดได้ จ้องนิ่งๆอยู่อย่างนั้นสักพักก่อนจะขยับตัวเล็กน้อยแล้วนั่งนิ่งอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงเล็กละเมอขึ้นเบาๆ เหมือนที่เคยได้ยิน

 

สองแขนแกร่งยกร่างเล็กให้นอนกลางเตียงกว้างเมื่อร่างกายคนที่กำลังหลับไหลแทบจะชิดตกเตียงก่อนที่จะล้มตัวนอนลงอีกครั้งในความมืด

 

_________

ยังไงซิคุณด็อกเตอร์

คืนแต่งงานนายก็ใจร้ายกับน้องไม่เลิกนะ อยากอุ้มน้องหนีไปจริงๆเลยยยยย

 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะครับ

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว