email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 5 ได้หรือไม่ ( NC เล็กน้อย )

ชื่อตอน : บทที่ 5 ได้หรือไม่ ( NC เล็กน้อย )

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 428

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 22 พ.ย. 2563 19:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5 ได้หรือไม่ ( NC เล็กน้อย )
แบบอักษร

บทที่ 5  

 

ได้หรือไม่ ( NC เล็กน้อย ) 

 

 

ลิ้นสากร้อนตวัดไล้เลียปลายนิ้วของนางไปมาช้าๆ ดูดกลืนสุรารสจืดชืดลงคอไปก็ขมวดคิ้วมุ่นไป ยามที่รู้สึกว่านางขัดขืนคิดถึงปลายนิ้วกลับก็ใช้ฟันขบกัดไปที่นิ้วของนางเบาๆ เพื่อไม่ให้นางดึงมือคืน ยังคงดูดกลืนหยาดสุราที่หยดออกจากปลายนิ้วของนางไปมาเรื่อยๆ สัมผัสได้ถึงสายพลังเบาบางที่ไหลเวียนอบอวลทั่วโพรงปาก 

อู๋เซียวดูดกลืนสุราอยู่พักใหญ่ จนหยาดสุราไม่ไหลออกจากปลายนิ้ว มือหนาคว้าจับข้อมือบางของนางไว้ ริมฝีปากรูดออกจากปลายนิ้วเรียวยาว ลากลิ้นไล้เลียนิ้วของไฉ่ไฉ่ตั้งแต่ปลายนิ้วจรดโคนนิ้ว ลิ้นหนาตวัดเลียใจกลางฝ่ามือเมื่อหยดสุราไหลย้อน ดวงตาจับจ้องมองสตรีตรงหน้าที่ยามนี้ใบหูแดงเรื่อ เลียจนหมดจด ดวงตาจับจ้องฝ่ามือนุ่มนิ่มเล็กบางของนางด้วยแววตาร้อนแรง

" ไร้รสชาติ "

เขาเอ่ยติออกมาเบาๆ นวดคลึงฝ่ามือนุ่มนิ่มของนางด้วยความเพลิดเพลินแม้จะจืดชืดแต่สัมผัสนับว่าไม่เลว ยังคงจับฝ่ามือนางหมุนไปพลิกมา จับนวดไปมาด้วยท่าทางเรื่อยเฉื่อย มองปลายเล็บสีชมพูจางๆ และเรียวนิ้วดุจต้นหอมก็ถอนหายใจยาวออกมา ถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยความกดดัน

" สตรีหากเจ้าตั้งใจ เจ้าก็จะได้จากไปโดยเร็ว เจ้าไม่ตั้งใจเช่นนี้ใช่อยากอยู่กับข้าหรือไม่ "

เมื่อคนเราในยามจนตรอกก็มันจะมีไม้ตายก้นหีบโผล่ออกมา แม้สุราที่ได้ลิ้มรสเมื่อครู่จะมีสายปราณแฝงไว้แต่ก็เบาบางจนแทบจะจับสัมผัสไม่ได้ นาง... ยังตั้งใจไม่พอ 

ไฉ่ไฉ่เบี่ยงใบหน้าหลบสายตาอันร้อนแรงที่เหมือนจะรู้ทันของเขา นางอยู่มาหลายร้อยปีย่อมมีของดีติดกายอยู่แล้ว แต่นางจะเอาออกมาใช้กับบุรุษดุร้ายเช่นเขาได้อย่างไรเล่า อีกทั้งนางก็ไม่รู้ถึงเบื้องลึกเบื้องหลังของจอกสุราใบนั้น หากจอกสุราใบนั้นถูกใช้เป็นที่ผนึกหรือกักขังจอมมารหรือเหล่าปีศาจร้ายเกิดนางทำให้มันฟื้นคืนกลับมานี่ไม่ย่ำแย่หรอกหรือ อีกทั้งไม่มีผู้ใดรับรู้ว่านางอยู่กับเขา เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล เรื่องเช่นนี้นางย่อมพอคิดได้...

อู๋เซียวย่อมมองออกถึงความคิดของนาง มุมปากกดลึกยกฝ่ามือของนางขึ้น ปลายจมูกจรดแนบชิดกับหลังฝ่ามือนางสูดลมหายใจยาวๆ คราหนึ่ง

" ว่าอย่างไร "

ไฉ่ไฉ่ที่โดนคาดคั้นหนักขึ้นเม็ดเหงื่อก็ผุดพราย ดวงตาก็ล่อกแล่กกลอกไปมา ครุ่นคิดหาวิธีเอาตัวรอดเพียงครู่เดียวก็ฉีกยิ้มกว้างจนตาหยี เอ่ยเสียงอ่อนหวานแฝงไว้ด้วยความออดอ้อน

" ย่อมเป็นเช่นนั้นสิเจ้าคะ นายท่านทั้งแข็งแกร่งและ... ใจกว้าง ข้าเป็นภูตตัวเล็กๆ เห็นนายท่านแล้วรู้สึกเคารพเลื่อมใสยิ่ง "

นางเอ่ยบอกออกมาโดยไม่ขัดเขินแม้แต่น้อย เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับว่านางจะตายช้าหรือตายเร็วเท่านั้น หากนางอยากตายตอนนี้ก็ออกปากด่าเขาสักคำก็คงบรรลุเป้าหมาย แต่นางยังไม่อยากตายนี่ นางยังคงอยากมีบุรุษหน้าขาวเช่นถงถง 

ดังนั้นนางต้องใช้อ่อนสยบแข็ง ยามที่เห็นรอยยิ้มงดงามก็ต้องรู้สึกสบายตามากกว่าใบหน้าบึงตึงหงิกงอ ย่อมต้องชมชอบในท่าทีอ่อนหวานมากกว่าท่าทางแข็งกร้าว จอกสุราหินใบนี้ต่อให้นางตั้งใจจนตัวตายก็หาได้ฟื้นคืนในวันสองวัน มิสู้นางทำตัวว่าง่ายให้เขาเอ็นดู ยามใดที่เสร็จศึกก็ได้แต่หวังว่าเขาจะใจอ่อนกับขุนพลตัวเล็กๆ เช่นนาง 

" ฉลาด " 

อู๋เซียวหัวเราะออกมาเบาๆ ดวงตาที่ดุดันอำมหิตอยู่เป็นนิจพลันอ่อนลงเล็กน้อย ความคิดของนางมองออกได้อย่างง่ายดาย มุมปากยกขึ้นมองสตรีตรงหน้าที่ยิ้มจนหน้าบาน 

" แต่นายท่าน... ไม่ใช่ว่าข้าหาข้ออ้างนะเจ้าคะ แต่การลิ้มรสสุราก็เป็นศิลป์อย่างหนึ่งดั่งเช่นการดีดพิณหรือเป่าตี่ การขับร้องหรือการร่ายรำ การวาดภาพและการเขียนอักษร เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับจิตใจและอารมณ์ ยามใดที่รู้สึกเศร้าหมองต่อให้ดีดพิณเป็นบทเพลงที่สนุกสนานเพียงใดก็ไม่อาจบดบังความเศร้าในเสียงพิณได้ ข้าน้อยก็เช่นกัน... ฤทธิ์ของข้าจะเข้มข้นขึ้นเมื่อข้าอารมณ์ดี "

อู๋เซียวยิ้มบางๆ แต่ดวงตากลับหาได้ยิ้มดั่งเช่นริมฝีปาก เอ่ยออกมาประโยคหนึ่ง

" อยากให้ข้าเอาใจเจ้า? "

ไฉ่ไฉ่ที่เห็นรอยยิ้มประดับใบหน้าของเขาก็รู้สึกโล่งอกไปเล็กน้อย เอ่ยอ้อมแอ้มเสียงแผ่ว

" ไม่ถึงขนาดนั้นเจ้าค่ะ ข้าน้อยขอเวลาปรับตัวให้คุ้นชินสักพัก หากข้าน้อยรู้สึกผ่อนคลายและรู้สึกดี ฤทธิ์โลหิตสุราของข้าน้อยก็เข้มข้นขึ้น "

" ' รู้สึกดี ' และ ' ผ่อนคลาย ' งั้นหรือ "

ไฉ่ไฉ่ลอบมองใบหน้าของนายท่านดั่งจะจับผิดแต่เมื่อเห็นรอยยิ้มบางๆ ที่แขวนอยู่บนใบหน้าก็โล่งอก พยักหน้ารับเบาๆ คราหนึ่ง

" ไม่ยาก "

อู๋เซียวยังคงเอ่ยออกมาด้วยใบหน้าที่มีรอยยิ้มแขวนประดับ หยัดกายลุกขึ้นยืนช้าๆ

ไฉ่ไฉ่ระบายลมหายใจยาวออกมาด้วยความรู้สึกเหมือนยกภูเขาลูกใหญ่ออกจากอก นายท่านผู้นี้ก็ดูมีเหตุผลและเข้าใจได้ไม่ยากเย็นนี่ นับว่ายังไม่ย่ำแย่เกินไปนัก ไฉ่ไฉ่ใจลอยได้เพียงครู่ รู้ตัวอีกทีร่างกายของนางก็ถูกเขาแบกขึ้นไหล่ นางมองพื้นเรือนด้วยแววตาล่องลอยขมวดคิ้วมุ่นสองมือยันอยู่บนบ่าหนาเอี้ยวตัวเอ่ยถามออกมาอย่างไม่เข้าใจนัก 

" นายท่านจะไปที่ใดเจ้าคะ "

" เตียง "

ไฉ่ไฉ่กะพริบตาปริบๆ แม้เขาอยากจะทำให้นางรู้สึกดีแต่ไม่ต้องทุ่มเทถึงขนาดที่อุ้มนางไปนอนก็ได้นี่ เหลือบมองนอกตำหนักผ่านหน้าต่างบานใหญ่ แม้นี่จะเป็นตำหนักรกร้างใต้น้ำแต่แสงของดวงอาทิตย์ก็ยังสาดส่องถึง อีกทั้งยามนี้ก็ยังไม่มืด แม้นางจะไม่ใช่มนุษย์แต่การนอนทับตะวันก็ทำให้ภูตตัวเล็กๆ เช่นนางรู้สึกไม่สบายตัวเช่นกัน แต่อู๋เซียวก็ไม่ทำให้นางต้องสงสัยนานนักเอ่ยสำทับอีกครา

" ไม่ใช่บอกว่าหากเจ้ารู้สึกดีจะทำให้สายปราณเจ้าเข้มข้นขึ้นหรอกหรือ "

อู๋เซียวหยุดอยู่หน้าเตียง เหวี่ยงไฉ่ไฉ่ที่ยังคงงุนงงลงบนเตียงดุจถุงกระสอบป่านใบหนึ่ง สองมือหนาแก้สายรัดเอวของตนออก ดวงตาคมเข้มสบมองนางที่จ้องตนอย่างไม่เข้าใจนัก เอ่ยย้ำอีกคราพร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ 

" ข้าจะทำให้เจ้ารู้สึกดีเอง สตรี... "

ไฉ่ไฉ่ที่เห็นอาภรณ์ของเขาหลุดออกก็อ้าปากค้าง เริ่มเข้าใจแล้วว่ารู้สึกดีในความหมายของเขานั้นหมายถึงอะไร ละล่ำละลั่กเอ่ยอธิบายออกมาทันที

" ไม่ใช่ๆ ไม่ได้หมายถึงรู้สึกดีเช่นนั้น ข้าหมายถึงรู้สึกดีเช่นการได้นอนอิ่มหรือการเห็นเครื่องประดับงามๆ หรือการอยู่ในบรรกาศที่งดงามชวนผ่อนคลายต่างหาก "

" แล้วต่างกันที่ใดเล่า "

อู๋เซียวเอ่ยถามพลางโยนอาภรณ์ตัวบนทิ้งไปไม่ไกลนัก ไฉ่ไฉ่อ้าปากค้างพยายามหาคำตอบอยู่ครู่ใหญ่แต่ก็ไม่อาจเอ่ยตอบได้ นั่นสิ... มันต่างกันตรงไหนเล่า นาง... เพียงแค่เคยทำศึกบนกระดาษเท่านั้น หาได้เคยลงสนามรบจริงๆ เช่นถงถง 

" สตรี ข้าต้องการ... แม้เจ้าจะมีเหตุผลร้อยพันประการ แต่ข้าต้องการเจ้าก็ไม่อาจขัดขืน "

อู๋เซียวเอ่ยเรียบๆ เมื่อเห็นนางพยายามครุ่นคิดจนหน้าดำ เอ่ยรับออกมาตรงๆ ต้องการก็ต้องการ ไยตนต้องโป้ปดเพื่อปิดบังสิ่งที่ต้องการเล่า แล้วไยนางต้องแสร้งไม่รู้ความ สตรีที่มาดหมายกระต่ายโง่เป็นสามีย่อมต้องเข้าใจเรื่องราวลึกซึ้งระหว่างชายหญิงไม่ใช่หรือไร ดวงตากวาดมองอาภรณ์ของนางที่ยังคงอยู่ครบเอ่ยถามออกมาด้วยใบหน้าเรียบเฉย

" หากอยากให้อาภรณ์เจ้าอยู่ครบสมบูรณ์ก็ถอดเอง "

ไฉ่ไฉ่ยามนี้เริ่มคิดตามไม่ทันเสียแล้ว ยังคงนิ่งค้างแข็งทื่อ ดวงตากลมโตยิ่งโตกว่าที่เคยเมื่อนางเบิกตากว้างมองบุรุษหน้าเตียงที่ถอดกางเกงท่อนล่างออกด้วยใบหน้าเรียบเฉย ทั่วร่างหมดจดไม่มีอาภรณ์สักชิ้นติดกาย เขา... นิ่งเฉยเช่นนี้ได้อย่างไรกัน ไม่ขัดเขินบ้างหรือไร! 

" ถือว่าข้าให้เจ้าเลือกแล้ว "

อู๋เซียวที่รอนางอยู่พักหนึ่งก็ขยับกายเข้าใกล้นางที่เหม่อลอย มือหนากระตุกสายรัดเอวเส้นบางเพียงคราเดียวก็มันขาดออกทันที ฝ่ามือหยาบดึงอาภรณ์ของไฉ่ไฉ่ออกอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันให้นางได้ขัดขืนแม้แต่น้อย

" ดะ... เดี๋ยว "

กว่าที่ไฉ่ไฉ่จะได้สติกลับมาร่างกายก็ถูกกดอยู่บนเตียง แผ่นหลังจมอยู่บนฟูกนุ่มนิ่ม ทั่วทั้งร่างเหลือเพียงอาภรณ์ชิ้นเล็กเป็นปราการด่านสุดท้าย มองบุรุษที่คร่อมอยู่เหนือร่างนางด้วยความตื่นตระหนก พยายามจับจ้องแต่เพียงใบหน้าของเขา บังคับสายตาของตนเองไม่ให้เหลือบมองเจ้าส่วนอื่นด้วยจิตใจมุ่งมั่น 

อู๋เซียวมองดวงหน้าของนางด้วยความพึงพอใจ แม้นางไม่งดงามหยาดเยิ้มเช่นจิ้งจอกแต่ก็นับว่าน่ามอง ดวงตากลมโตคู่งามที่ฉายแววตื่นตระหนกของนางยิ่งทำให้ตนรู้สึกเหมือนโดนท้าทาย ความรู้สึกพลุ่งพล่านขึ้นมา นางแสร้ง... ได้แนบเนียนทีเดียว น่าสนุก

ไฉ่ไฉ่ที่ยามนี้หัวสมองขาวโพลน ร่างกายแข็งทื่อดุจศิลาพลันต้องหลุดร้องออกมาเสียงเบา ลมหายใจผิดจังหวะไปเมื่อฝ่ามือร้อนจัดนั้นลูบไล้ที่เอวบาง ฝ่ามือร้อนดุจเปลวเพลิงที่ลูบผิวกายของนางนั้นเหมือนจะลูบเอาสตินางกลับคืนมา ร้องเสียงดังลั่นออกมา พยายามดิ้นหนีเขาทันที

" ไม่ได้ ไม่ได้นะ! "

" ทำไมไม่ได้เล่า "

อู๋เซียวถามยิ้มๆ ยิ่งเห็นนางดิ้นรนสัญชาตญาณของนักล่าที่ไม่อาจขจัดออกก็ยิ่งตื่นขึ้นมา มือยังคงลูบไล้เอวบางช้าๆ เข่ายิ่งหนีบต้นขาวนวลเนียนของนางไว้แน่นเพื่อไม่ให้นางหลุดออกจากการจับกุม 

ไฉ่ไฉ่กลืนน้ำลายลงคอ แววตาของเขาในยามนี้นั้นทำให้นางรู้สึกขนลุกชันขึ้นมา เขามองนางดั่งจะกลืนกินนางจนไม่เหลือกระดูก มองนางเป็นดั่งอาหารโอชะมื้อหนึ่ง หาข้ออ้างเอ่ยบอกอย่างตะกุกตะกัก

" ขะ... ข้า ไม่สะอาด "

นางในยามนี้เริ่มเหมือนรับรู้และเข้าใจในชะตากรรมนับต่อไปนี้ นาง... ต้องการบุรุษหน้าขาวน่าเอ็นดู หาใช่บุรุษหน้าดำน่ากลัวเช่นเขานะ! ทั้งนาง... จะต้องเป็นแม่ทัพเช่นถงถง หาได้เป็นเชลยใต้ร่าง ไม่องอาจเอาเสียเลย! 

" งั้นหรือ "

อู๋เซียวเลิกคิ้วขึ้นพึมพำเสียงเบาออกมา ดวงตากวาดมองเรือนร่างขาวกระจ่างและเรียบเนียนลื่นมือดุจแตะสัมผัสหยกเนื้อดี สีแดงสดใสของเอี๊ยมบังทรงและกางเกงตัวจ้อยนั้นยิ่งขับเน้นดึงดูดสายตา

ไฉ่ไฉ่พยักหน้าขึ้นลงดุจไก่จิกข้าวสารเพื่อยืนยันว่ายามนี้นางไม่สะอาดเพียงใด พยักหน้าด้วยความแข็งขันจนหัวแทบหลุดดั่งจะแสดงให้เขาเห็นถึงความมุ่งมั่นของนาง

" เช่นนั้น... ข้าจะทำให้เจ้าสะอาดเอง "

อู๋เซียวเอ่ยบอกอย่างใจกว้าง มือที่วนเวียนลูบไล้ที่เอวบางพลันเลื่อนไล้ต่ำลง ปลายนิ้วเกี่ยวกระหวัดกับสายรัดกางเกงตัวน้อยที่เกาะเกี่ยวบนสะโพกกลมกลึง กระตุกนิ้วเบาๆ สายรัดที่ขมวดปมก็หลุดออกอย่างง่ายดาย 

" ไม่ได้ ไม่ได้! "

ไฉ่ไฉ่สัมผัสได้ถึงกางเกงตัวน้อยที่ถูกถอดออกก็ยิ่งตื่นตระหนก สองมือพลักดันหน้าท้องแกร่ง พยายามดิ้นหนีอย่างแรง อีกทั้งยังพยายามพลิกช่วงล่างหนี กันไม่ให้เขารุกล้ำจ้องมองส่วนเร้นลับของนาง มีแต่บุรุษหน้าขาวเท่านั้นที่มองได้! 

ฝ่ามือเล็กบางคู่นั้นสัมผัสเปะปะไปทั่วหน้าท้อง สำหรับอู๋เซียวฝ่ามือของนางนั้นไม่อาจทำให้เขาล่าถอย แต่กลับยิ่งปลุกปั่นเมื่อนางสัมผัสร่างกายของตน มุมปากกระตุกยิ้มดวงตาหลุบมองเนินเนื้ออวบอิ่มเรียบเนียน กลีบเนื้อบดเบียดปิดแน่นสนิทดุจผลท้อ เอ่ยออกมาด้วยความพออกพอใจ

" งดงามไม่เลว "

" อะ... อ๊ะ "

ยามที่ฝ่ามือร้อนๆ ตะปบลงบนโหนกนูนก็ทำให้ไฉ่ไฉ่สะดุ้ง ขนอ่อนทั่วร่างลุกชันขึ้นมา ร่างบางที่กำลังดิ้ดรนหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง อู๋เซียวมองเห็นโอกาสมือข้างหนึ่งก็รวบข้อมือนางกดไว้เหนือหัว แผ่นหลังโน้มลง ใบหน้าประชิดกับไฉ่ไฉ่ ดวงตากวาดมองใบหน้าและใบหูที่แดงเรื่อของนางมุมปากก็ยิ่งกดลึก มือหนาข้างที่วางไว้บนเนินเนื้อก็เริ่มขยับเบาๆ ลูบไล้สัมผัสความเรียบเนียนและนุ่มนิ่มช้าๆ อย่างไม่รีบร้อน 

อู๋เซียวเบี่ยงใบหน้าเล็กน้อย ก้มหน้าเข้าหาซอกคอขาวผ่อง ใช้ปลายจมูกไล้สัมผัสผิวพรรณของนาง ผิวกายนางนั้นเรียบลื่นและนุ่มนิ่ม ยิ่งสัมผัสก็ยิ่งเพลิดเพลิน ปลายนิ้วหนาที่ไล้วนอยู่ที่กลีบเนื้อนั้นหยอกเย้าแต่ภายนอก มุมปากยกยิ้มขึ้นมาเมื่อเห็นขนอ่อนของนางนั้นลุกชัน 

ริมฝีปากอุ่นร้อนซุกไซ้ขบเม้มที่ลำคอจนเกิดรอยแดงแต่งแต้มงดงาม ฝ่ามือร้ายกาจก็ยังไล้วนที่กลีบบุปผานวลเนียนไม่ขาด นางทั้งนิ่มและเรียบลื่น ยิ่งสัมผัสก็ยิ่งหลงใหลยากผละจาก

" สตรี ไม่เลวเลย "

อู๋เซียวเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย จ้องมองใบหน้าของนางที่ยามนี้แดงก่ำ ดวงตาสองคู่สบประสาน คู่หนึ่งคมเข้มดุดันอยู่เสมอยามนี้กลับมองนางด้วยแววตาอ่อนลง ส่วนดวงตาอีกคู่นั้นกลมโตงดงามแฝงไว้ด้วยความตื่นตระหนกแต่ยังเจือไว้ด้วยอารมณ์ปรารถนาที่ผุดขึ้น

" ได้หรือไม่ "

อู๋เซียวถามเสียงแหบ ริมฝีปากขบริมใบหูบางด้วยความมันเขี้ยว ไม่มีครั้งใดที่เลยที่ตนจะต้องเอ่ยถามสตรีว่าได้หรือไม่ได้ แต่เพิ่งนึกคิดขึ้นได้ว่าตนต้องทำให้นาง... รู้สึกดี 

พลางมองร่างบางที่แข็งทื่อสั่นน้อยๆ ด้วยความตื่นตระหนกของนาง สตรีอื่นนั้นยินยอมมอบให้ที่ตนไม่ต้องเอ่ยปากถาม แม้จะมั่นใจในฝีมือของตนเองกว่ายอดเยี่ยมเชี่ยวชาญ แต่คนเช่นตนนั้นไม่ต้องฝืนใจหักหาญผู้ใด หากตนลงมือปลุกเร้าแล้วนางยังไม่ยินยอมก็จะถอยให้... 

" มะ... ไม่ได้ "

ไฉ่ไฉ่แม้จะเคลิบเคลิ้มไปกับความรู้สึกขนลุกแปลกๆ ในยามที่เขาแตะสัมผัส แต่ความรู้สึกนั้นก็ยังไม่ได้หอบหิ้วเอาสมองและสติของนางให้ปลิวหาย

" เหตุผล " อู๋เซียวชะงักไปเล็กน้อย คิ้วขมวดมุ่นถามนางเสียงแข็ง

ไฉ่ไฉ่รู้ดีว่ายามนี้จะต้องคุยกับเขาให้รู้เรื่อง หลับหูหลับตากลั้นใจเอ่ยออกมาเสียงดัง

" ข้าไม่อยากนำท่านกลับตำหนักไปด้วย! ข้าไม่อยากรับผิดชอบท่าน! ข้าต้องการบุรุษหน้าขาว "

ความคิดเห็น