ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 1

คำค้น : #ซ่อนลิขิตรัก#สิงหา#นายสิงห์#มนตรา#ใบข้าว

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 16.7k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 22 พ.ย. 2563 16:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1
แบบอักษร

 

 

ซ่อนลิขิตรัก บทที่ 1  

 

 

 

 

 

" นี่คุณขับรถภาษาบ้าอะไรของคุณน่ะ! "  

คิ้วเข้มของสิงหาขมวดกัน นัยน์ตาสีดำนิลดูดุดันจ้องเขม็งใส่หญิงสาวตรงหน้าที่กำลังออกอาการเกรี้ยวกราดใส่เขา หลังเจ้าตัวขับรถพุ่งฝ่าไฟแดงออกมาจนเกือบจะชนรถของเขาอยู่แล้ว 

" ผมไม่ได้ขับรถภาษาบ้านะคุณ! คุณเองนั่นแหละที่ขับรถภาษาบ้าถึงไม่ได้ดูว่าข้างหน้าน่ะไฟแดงแต่ก็ยังขับฝ่าออกมาอีก " สิงหาสวนกลับ " ถามจริงเหอะ คุณ นี่คุณสอบใบขับขี่ผ่านมาได้ไงถึงได้ไม่รู้กฎจราจร "  

อีกฝ่ายจ้องตาเขียวใส่ " ฉันสอบใบขับขี่ผ่านนะ แต่คุณต่างหากที่ขับรถไม่ระวังเอง ไม่เห็นเหรอว่าฉันกำลังมา "  

สิงหามองสาวสวยตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา อดไม่ได้ที่จะมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า เป็นผู้หญิงที่จัดว่าสวยเซ็กซี่ชวนมอง ยิ่งเธออยู่ในชุดเสื้อซีทรูสีขาวเปิดไหล่ที่เผยผิวขาวนวลตาทับเกาะอกสีขาวปกปิดหน้าอกที่เบียดกันชิดจนเห็นเนินอก คู่กับกางเกงยีนส์ขาสั้นแบบที่ถ้าเขาเห็นมิถุนาใส่แบบนี้เขาต้องไล่กลับไปเปลี่ยนแน่ เสริมเรียวขาคู่สวยด้วยรองเท้าส้นเข็มสีดำ ก็ยิ่งทำให้เธอน่ามองมากยิ่งขึ้นและตอนนี้พวกเขาก็ถูกไทยมุงจับจ้องอยู่ 

" เฮอะ! -- ถ้าสอบผ่านแล้วขับรถไม่รู้กฎจราจรแบบคุณเนี่ยนะ ผมว่าคุณคงซื้อใบขับขี่มาแล้วล่ะ " สิงหาค่อนขอดมองเลยไปที่รถเก๋งคันหรูราคาแพงเห็นชัดว่ายัยเด็กนี่ที่บ้านคงมีฐานะไม่เบาและที่เรียกว่ายัยเด็กนี่ดูจากหน้าตาแล้วอายุคงพอๆกับมิถุนาน้องสาวคนเล็กของเขานั่นแหละ  

" นี่คุณ! อย่ามากล่าวหาฉันนะ ไอ้คนไร้มารยาท! "  

" ใจเย็นครับ คุณทั้งสอง " ตำรวจจราจรที่เอาแต่บืนอ้าปากค้างมองทั้งคู่เถียงกันไปมาอยู่นานได้โอกาสแทรกเลยรีบร้องขอ " ขอโทษนะครับ คุณผู้หญิงรถของคุณฝ่าไฟแดงออกมาจริงๆ ทำแบบนี้มันไม่ถูกนะครับ "  

สิงหายืดตัวขึ้นมองคนตรงหน้าพลางกระตุกยิ้มอย่างมีชัย อีกฝ่ายกัดปากแน่ สีหน้าถมึงทึง สิงหาไม่สนใจเขาหันไปคุยกับคุณตำรวจ " รถผมไม่ได้เสียหายตรงไหน ขอไม่เรียกประกันแล้วกันนะครับ อีกอย่างผมไม่ได้ทำผิดกฎจราจร-- " สิงหาเน้นคำสุดท้ายแล้วจงใจส่งสายตาเยาะเย้ยอีกฝ่าย " ผมขอตัวเลยนะครับ ผมรีบ! " สิงหาไม่รอคำตอบจากคุณตำรวจ เขาเดินก้าวยาวๆ กลับขึ้นรถกระบะของตัวเองขับออกจากจุดเกิดเหตุไปได้ยินเสียงแหลมแว่วตามหลังมา 

" เฮ้ย!นี่คุณ! หนีกันง่ายๆแบบนี้เลยเหรอ! "   

ไม่รู้ว่าวันนี้เป็นวันซวยอะไรนักหนาของสิงหา เรืองกิจเกษม แค่ลำพังจะขับรถออกมากินเหล้าสังสรรค์กับเพื่อนก็ดันมาเจออุปสรรคอย่างยัยเด็กปากร้ายคนนั้นที่นอกจากจะขับรถไม่ดูไฟจราจรแล้วยังมาโทษคนอื่นอีก พอมาถึงร้านอาหารกึ่งบาร์ของเม่นเพื่อนของเขาเอง ก็ดันโดนธันวาน้องชายตัวแสบพาผู้หญิงของไอ้ติณมาที่ร้านเพื่อเจอกับเขาอีกและนี่ถ้าไอ้ติณมันรู้ว่าธันวาพายัยเด็กพะยูนนี่มาอีกล่ะก็คงได้โดนเท้ามันอีกแน่   

หลังจากที่ส่งพะยูนที่หน้าไร่จิรประชาภาแล้ว สิงหาก็ขับรถกลับไร่ของตัวเองที่อยู่ถัดออกไป 

" อ้าว! ทำไมวันนี้กลับเร็วคะ คุณสิงห์ " บุหลันเอ่ยปากถาม สีหน้าฉงนเล็กน้อยที่เห็นลูกชายคนโตของบ้านเรืองกิจเกษมกลับถึงบ้านก่อนเที่ยงคืนหลังออกไปกินเหล้ากีบเพื่อน 

" มีอะไรหรือเปล่า สิงห์ " ตุลาคนเป็นพ่อถามบ้าง เขาวางหนังสือธรรมะลง สิงหาส่ายหัวเขาเดินเข้ามานั่งด้วยแตงสาวใช้เอาน้ำเย็นมาเสิร์ฟให้ 

" ขอบคุณครับ พี่แตง -- ไม่มีอะไรครับ พ่อ คุณน้า " สิงหาว่ายกน้ำขึ้นดื่มรู้สึกกระหาย " แค่วันนี้ผมรู้สึกเซ็งๆน่ะครับเลยกลับบ้านดีกว่า " 

ทั้งตุลาและบุหลันยกคิ้วขึ้นมองพร้อมกัน เป็นเรื่องแปลกประหลาดที่สิงหาพูดออกมาว่าการออกไปกินเหล้ากับเพื่อนเป็นเรื่องน่าเบื่อ ใครๆก็รู้ว่าสิงหา เรืองกิจเกษม หรือนายสิงห์เจ้าของไร่ส้มที่ใหญ่ที่สุดในเชียงใหม่เป็นที่รู้จักดีว่าเป็นนักดื่มจะพบเห็นเขาได้บ่อยครั้งตามร้านเหล้า 

" ทำไมมองหน้าผมแบบนั้นกันล่ะครับ " 

" ก็แปลกใจน่ะสิ " ตุลาว่า " ปกติออกไปข้างนอกไม่ต่ำกว่าเที่ยงคืน สิงห์ถึงจะกลับ และนี่มัน -- สี่ทุ่มเองนะ " 

สิงหาเป็นฝ่ายยกคิ้วบ้าง เขามองบุหลันอย่างเห็นด้วยกับตุลา 

" โถ่ พ่อครับ คุณน้าครับ -- มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรสักหน่อย ผมก็แค่ไปเจอเรื่องไร้สาระมาก็เท่านั้นเอง " 

" อยากเล่ามั้ยคะ " บุหลันถาม สิงหาเลี่ยงไม่ได้ทั้งที่จริงก็ลืมไปแล้วแต่จู่ๆใบหน้าของคนที่ด่าเขาว่าไร้มารยาทก็ผุดขึ้นมา สิงหาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟังจนหมด ไม่ว่าจะเป็นยัยผู้หญิงขับรถอันตรายคนนั้นกับเรื่องของพะยูน 

" ผู้หญิงอะไรร้ายกาจชะมัด แล้วดูเธอแต่งตัวนะครับ เป็นน้องเป็นนุ้งหน่อยไม่ได้จะไล่ให้กลับบ้านไปแต่งตัวใหม่เลย อายุก็ไม่เท่าไร เผลอๆเท่ายัยมินด้วยซ้ำมั้งครับ -- นี่อย่าให้เจออีกนะ! " สิงหาร่ายยาว คำรามกรอดใส่รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาที่ถูกผู้หญิงที่ไม่รู้จักแม้กระทั่งชื่อมาด่าเขา  

" สิงห์จะทำอะไรเธอคะ " บุหลันถามอย่างอยากรู้ เธออมยิ้มน้อยๆ 

สิงหายักไหล่ไม่ตอบแล้วก็เปลี่ยนเรื่องคุยก่อนที่เขาจะขอตัวขึ้นไปนอน นายสิงห์แห่งไร่เรืองกิจเกษมทอดกายนอนยาวบนโซฟาเบดที่อยู่ตรงระเบียงห้องแหงนหน้ามองท้องฟ้ายามข้างแรมเห็นพระจันทร์เพียงเสี้ยวเดียวพาให้เขาหวนคิดถึงใบหน้าหวานละมุน รอยยิ้มอ่อนโยนและเสียงหวานๆที่คอยเรียกชื่อเขา สิงหาหลับตาลงนึกถึงอดีตความสัมพันธ์ทางกายที่เกิดขึ้นยังไม่แนบแน่นเท่ากับความสัมพันธ์ทางใจ 

" สิงห์อย่าทำแบบนี้ซิคะ -- เดี๋ยวคุณน้ากับคุณพ่อมาเห็นเข้ามันจะไม่ดีนะคะ " กอหญ้าบ่ายเบี่ยง พยายามหนีออกจากอ้อมกอดของสิงหาที่เดินเข้ามากอดเธอจากด้านหลัง 

" ไม่เห็นเป็นไรเลยนิ ต่อให้คนอื่นมาเห็นก็ไม่เห็นต้องสนใจเลยด้วย -- พวกเขาก็รู้อยู่แล้วว่าพวกเราเป็นอะไรกัน" สิงหากดจมูกลงบนแก้มของกอหญ้าฟอดใหญ่จนเจ้าตัวออกอาการเขิน 

" สิงห์ขี้โกงนิคะ " กอหญ้าตีแขนของสิงหาเบาๆ แต่ถึงอย่างนั้นสิงหาก็ยังกอดกอหญ้าไว้ไม่ปล่อย 

" คนที่ขี้โกงคือกอหญ้าต่างหากล่ะ " สิงหาคลายกอดแล้วจับกอหญ้าให้หันกลับมามองเขา คิ้วเข้มของเขาขมวดกันน้อยๆ สายตามองอย่างออดอ้อน " ทำไมต้องไปด้วย ไม่ไปไม่ได้เหรอ "  

" กอหญ้าก็ไม่ได้อยากไปค่ะ สิงห์ แต่ว่ามันจำเป็น " กอหญ้าว่า สีหน้ารู้สึกผิด " คุณพ่อกับคุณน้าท่านอยากให้ไปช่วยดูแลคุณมนตราค่ะ "  

สิงหาขมวดคิ้วตัวเองแน่นขึ้น " น้องสาวต่างแม่คุณคนนี้ดูแลตัวเองไม่เป็นหรือไง ทำไมต้องให้คุณบินไปดูแลถึงที่อังกฤษ ไปเป็นคนรับใช้ให้น้องสาวคุณมากกว่าน่ะสิ " สิงหาว่า รู้สึกไม่ชอบใจ " อีกอย่างพวกเขาก็ไม่ได้เอ็นดูอะไรคุณทำไมต้องยอมทำตามที่พวกเขาสั่งด้วย ผมไม่เข้าใจ " คำพูดตรงๆของสิงหาทำเอากอหญ้าหน้าสลด สิงหารู้สึกผิดรีบขอโทษทันที 

" ผมขอโทษครับ กอหญ้า ที่พูดแบบนั้นออกไป "  

" ไม่เป็นไรค่ะ สิงห์ " กอหญ้าส่ายหน้า นัยน์ตาเศร้ามองคนรักของตัวเอง เธอยกมือลูบแก้มของสิงหาเบาๆ แล้วสวมกอดเขา " กอหญ้ารู้ว่าสิงห์เป็นห่วงกอหญ้า แต่ว่ากอหญ้าเองก็เป็นลูกคุณพ่อนะคะ ถ้าคุณพ่อสั่งให้ทำอะไรกอหญ้าก็ต้องทำ อีกอย่างคุณมนตราเธอไปอยู่ที่นั่นไม่มีใคร กอหญ้าเป็นห่วงค่ะ "  

สิงหาพ่นลมฮึ ยิ่งไม่ชอบใจหนักกว่าเดิม กอหญ้าหญิงสาวแสนดีของเขาต้องเกิดมาอยู่ในฐานะลูกนอกสมรสของนักธุรกิจเจ้าของห้างสรรพสินค้าใหญ่ทั้งในกรุงเทพและก็ต่างจังหวัด เธอเลยไม่เป็นที่ยอมรับนอกจากจะไม่ได้รับการยอมรับแล้ว ทางฝ่ายภรรยาหลวงที่มาทีหลังกลับทำให้เธอดูต่ำต้อยลงกว่าเดิมด้วยการให้เธอดูแลรับใช้ลูกสาวของพวกเขาที่เกิดมาอย่างถูกต้องตามกฎหมายด้วย 

" ถ้าจะทำอะไรไม่เป็น และต้องมีคนดูแลขนาดนั้นผมว่าก็ให้ยัยเด็กนั่นไม่ต้องไปเรียนต่อหรอก ให้พ่อแม่ดูแลต่อเถอะ เด็กอะไรไม่รู้จักโต "  

กอหญ้าหัวเราะคิกออกมาเบาๆ กับอาการหัวเสียของสิงหาเวลาที่พูดถึงมนตราน้องสาวต่างแม่ของเธอ กอหญ้าวางแขนไว้รอบคอของสิงหา " กอหญ้าไปไม่นานหรอกนะคะ ถ้าคุณมนตราพร้อมดูแลตัวเองได้เมื่อไหร่ กอหญ้าก็กลับมาค่ะ จะมาหาสิงห์คนแรกเลยนะคะ " ฝ่ายหญิงส่งสายตาหวานที่ดูเศร้าให้ สิงหามองรอยยิ้มอ่อนโยนนั้นแล้วพยักหน้า เขากดจูบที่ปากอย่างแผ่วเบา 

" สัญญาแล้วนะ กอหญ้า ว่าคุณจะกลับมาหาผมน่ะ "  

" สัญญาค่ะสิงห์ "  

 

 

 

**** 

 

 

 

" มาได้ซักที นึกว่าขับรถหลงออกนอกพม่าไปแล้วซะอีก " คนเอ่ยปากแซวส่งยิ้มกวนๆ ให้ใบข้าวที่เดินเข้ามานั่งที่โต๊ะด้วยสีหน้ามึนตึง พอเห็นยิ้มกวนๆจากชินเพื่อนชายลูกครึ่งญี่ปุ่นก็ยิ่งสำทับให้อารมณ์ที่ขุ่นมัวอยู่แล้วเดือดปุดๆ  

" เงียบไปเลยนะ ชิน -- คนยิ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่ " ใบข้าวกรีดเสียงแหลมใส่ 

" เป็นอะไร ทำไมถึงอารมณ์ไม่ดี " ทัพไทถาม 

" ก็ทะเลาะกับไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้น่ะสิ ขับรถภาษาบ้าอะไรแทนที่จะปล่อยให้ฉันไปก่อน ดันมาขวางหน้า ฉันเลยต้องไปเสียค่าปรับที่โรงพักเลย " ใบข้าวตอบน้ำเสียงฉุนเฉียว 

เพื่อนชายสามคนที่นั่งอยู่ด้วยมองหน้ากันเอง " ไหนเล่าสิ แม่คุณ ว่าไปยังไงมายังไงแม่คุณถึงได้ต้องไปเสียค่าปรับที่โรงพักก่อนมานี่ " เมฆาเอ่ยปากบ้าง ใบข้าวพ่นลมฮึก่อนจะยอมเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้ฟัง หลังเล่าจบทั้งโต๊ะก็ปล่อยเสียงหัวเราะลั่นทำเอาใบข้าวกรี๊ดใส่ 

" หัวเราะบ้าอะไรของพวกนาย ฉันกำลังโมโหนะ "  

" โว้ว ใจเย็นจ้ะ แม่คุณ -- กินนกหวีดเป็นอาหารหรือไงถึงได้หวีดบึ้มขนาดนี้ " เมฆาว่าพลางกลั้นหัวเราะไว้  

" เมฆ! "  

" เบาหน่อย ใบข้าว คนเค้ามองมาทางนี้แล้ว " ชินดุใส่ " แกจะกรี๊ดหาพระแสงอะไรว่ะ เรื่องที่แกเล่ามายังไงแกก็ผิดอยู่ดี ไฟแดงเค้าให้หยุดไม่ใช่เหยียบคันเร่งจนมิด นี่ดีเท่าไหร่ที่รถอีกคันเค้าเหยียบเบรคทัน ไม่งั้นพวกฉันคงได้ไปกินข้าวที่งานศพแกแทนที่จะกินข้าวด้วยกันที่นี่ " 

" พอได้แล้ว ใบข้าว -- กลับมาทั้งทีไม่ลดดีกรีความเอาแต่ใจเลยนะ " ทัพไทที่ดูเยือกเย็นกว่าเพื่อนอีกสองคนเอ็ดใส่ จนทำเอาใบข้าวกัดปากแน่น  

" ฮึ! ก็มันน่าโมโหนิ " ใบข้าวพูดอุบอิบ แล้วหันไปสั่งเครื่องดื่มกับพนักงานเสิร์ฟ ไม่นานอารมณ์ขุ่นมัวของใบข้าวก็จางหายไป เสียงกรี๊ดหวีดแหลมของเธอก็กลายเป็นเสียงหัวเราะคิกคักสดใส 

" แล้วนี่บินมาเชียงใหม่มาทำอะไร แล้วจะกลับไปอังกฤษเมื่อไหร่ เรียนจบแล้วเหรอถึงได้กลับมาน่ะ " ชินถาม 

" ใจเย็นสิ ชิน ถามทีละคำถามฉันตอบไม่ทันหรอกนะ "  

ชินพ่นลมฮึ รู้สึกเหนื่อยกับความเอาแต่ใจของใบข้าวเพื่อนผู้หญิงคนเดียวในกลุ่มคนนี้จริงๆ " ฉันถามไปแล้ว แกอยากตอบคำถามไหนก่อนก็ตอบมาเถอะ "  

" ฉันมาเชียงใหม่มาตามหาคนน่ะ แล้วก็ศุกร์นี้ก็จะบินกลับ อีกสี่ห้าเดือนฉันก็จะกลับมาอยู่ไทยแล้ว "  

" ก็ตอบได้หมดทุกคำถามนิ " ชินเอ่ยปากแซว 

" เดี๋ยว! เมื่อกี้บอกมาเชียงใหม่มาตามหาคน!? " เมฆารีบถามคั่นจังหวะก่อนที่ทั้งชินและใบข้าวจะทะเลาะกันอีก " หาใคร "  

ใบข้าวมองสีหน้าอยากรู้ของเพื่อนทั้งสาม " ตามหาพี่สาวฉันน่ะสิ "  

" พี่สาวต่างแม่แกที่ว่าหายไปไหนไม่รู้สองสามปีน่ะเหรอ " ชินถาม ใบขัาวพยักหน้า " อ้าว ก็ไหนบอกว่าหนีไปแต่งงานแล้ว เพราะแบบนั้นเลยไม่ได้บินไปอังกฤษกับแก "  

" ใช่ แต่ฉันไม่คิดว่าพี่สาวฉันจะเป็นผู้หญิงแบบนั้นน่ะสิ " ใบข้าวว่า สีหน้าครุ่นคิด " ฉันคิดว่าแม่ฉันโกหกเรื่องพี่สาว เลยอยากมาถามหาความจริงจากพี่ว่าเรื่องมันเป็นยังไงกันแน่ ถึงไม่ตามไปอยู่กับฉัน "  

" แล้วเจอมั้ย " ทัพไทถามบ้างใบข้าวส่ายหน้า 

" ฉันไปถามหาที่บ้านเก่าของพี่สาวมา ไม่มีใครรู้ว่าพี่ย้ายไปไหน แค่บอกว่าไม่เห็นพี่สาวฉันมาเกือบปีแล้ว -- บ้าจริง! คนทั้งคนนะ หายไปไหนไม่มีใครรู้ได้ไง "  

" เบอร์โทรติดต่อก็ไม่มีเลยเหรอ " เมฆาถาม 

" พี่สาวฉันไม่เคยเปลี่ยนเบอร์โทร ล่าสุดที่ฉันโทรหาคือคืนก่อนที่เราจะไปเจอกันที่สนามบินแล้วจากนั้นฉันก็ติดต่อไม่ได้อีกเลย " ใบข้าวตอบ สีหน้าดูกลัดกลุ้ม " ไม่ชอบเลยที่พี่หายไปแบบนี้ เป็นห่วงยังไงก็ไม่รู้ "  

เพื่อนสามคนที่นั่งร่วมโต๊ะด้วยมองสีหน้าของใบข้าวก็เข้าใจได้ ถึงจะเป็นลูกคนละแม่กันแต่ใบข้าวก็ไม่เคยรังเกียจพี่สาวของเธอคนนี้เลย " เฮ้ย เอาน่า พี่สาวแกคงไม่เป็นอะไรหรอก บางทีเขาอาจจะมีชีวิตที่มีความสุขไปแล้วก็ได้และเขาก็คงไม่อยากให้แม่แกเข้าไปยุ่งป่าวว่ะเลยตัดขาดตัวเองออกมาอะ " ชินผู้ไม่เคยประดิษฐ์คำก่อนจะพูดออกมาทำเอาเพื่อนอีกสองคนถลึงตาใส่  ใบข้าวโบกมือไปมาไม่ใส่ใจเพราะรู้ว่ามันคือความจริงที่แม่ของเธอ คุณหญิงณัชชาพันทิพาเป็นผู้หญิงแบบไหน  

" ก็อาจจริงอย่างที่นายพูด "  

" เออ ถ้ามันเป็นอย่างนั้นแกก็ปล่อยให้พี่สาวแกมีความสุขในสถานที่ของเขาไปเถอะ " เมฆาพูด  

" ใช่ ฉันเห็นด้วยนะ และที่เธอต้องทำตอนนี้คือนั่นต่างหาก " ทัพไทบุ้ยใบ้ไปที่ประตูร้าน " คู่หมั้นเธอมานั่นแล้ว " ทั้งหมดหันไปมองตามทัพไท  

" โอ๊ย! อุตส่าห์มาไม่บอกใคร ยังตามมาเจอจนได้ " ใบข้าวร้องครวญ หันไปส่งสายตาดุใส่เพื่อน " พวกนายห้ามลุกไปไหนนะ นั่งอยู่กับฉันนี่แหละ " ใบข้าวสั่ง 

" บังเอิญจังเลยนะครับ น้องใบข้าว "  

ใบข้าวหันไปปั้นยิ้มหวานส่งให้ชายหนุ่มที่เดินตรงมาที่โต๊ะเธอ มองใบหน้าหล่อเหลานั้นที่ส่งยิ้มกลับมาให้เธอ " ข้าวว่าไม่น่าจะเรียกบังเอิญนะคะ คุณภูผา " ใบข้าวยกแขนขึ้นวางบนโต๊ะนั่งเท้าคางมองสีหน้าที่ดูเรียบนิ่ง " คุณแม่บอกเหรอคะว่าข้าวอยู่เชียงใหม่ "  

" ครับ พอดีพี่อยู่เชียงใหม่เลยแวะมาทักทายน่ะครับ " ภูผาว่าปรายตามองเพื่อนร่วมโต๊ะ " จะรังเกียจมั้ยครับ ถ้าผมจะขอนั่งร่วมโต๊ะกับพวกคุณด้วย "  

" ไม่ -- "  

" รังเกียจค่ะ " ใบข้าวโพล่งออกมาทำเอาชิน ทัพไท เมฆามองหน้ากันเลิ่กลั่ก ทัพไทส่งสายตาเตือนใบข้าว เธอหันกลับไปมองภูผาที่ยังมีสีหน้าเรียบเฉย " ใบข้าวหมายถึงโต๊ะเต็มแล้ว คงไม่ดีมั้งคะถ้าคุณภูผาจะนั่งเบียดร่วมโต๊ะกับเรา มันอึดอัดน่ะค่ะ " ใบข้าวยิ้มหวานที่ดูเยือกเย็น ทั้งชิน ทัพไทและเมฆาไม่มีใครกล้ามองหน้าภูผาในเมื่อมีบอดี้การ์ดคุมเชิงอยู่แบบนั้น  

" ถ้าอย่างนั้นก็ไม่เป็นไรครับ น้องใบข้าว " ไม่รู้ผู้ชายคนนี้เอาปูนซีเมนต์ฉาบหน้าไว้หรือไงนะ ถึงได้ไม่แสดงสีหน้าอะไรออกมาเลย ใบข้าวคิด " เอาไว้โอกาสหน้า ตอนที่น้องใบข้าวกลับมาจากอังกฤษก็ได้ครับ ถึงเวลานั้นเราคงได้นั่งร่วมโต๊ะเดียวกันเพื่อคุยถึงเรื่องงานหมั้นกับงานแต่งของเรา " ภูผาเหยียดยิ้มมากขึ้นเมื่อเห็นใบข้าวหน้าถอดสี จากนั้นเขาก็เดินไปโต๊ะที่ว่างอยู่ 

ใบข้าวเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรงไม่ชอบใจเรื่องนี้เอาซะเลย การหมั้นหมายที่ถูกคนเป็นพ่อเป็นแม่จับยัดเหยียดให้ โดยเฉพาะแม่ของเธอที่แทบจะอุ้มเธอใส่พานส่งให้ภูผา ลักษณธิการคนนี้อยู่แล้ว ใบข้าวไม่ชอบผู้ชายคนนี้มาตั้งแต่แรกและไม่เคยคิดจะเข้าใกล้ผู้ชายคนนี้เลยด้วยซ้ำ 

ความจริงงานหมั้นงานแต่งมันควรจะเริ่มไปตั้งแต่ตอนที่เธอเรียนจบด้วยซ้ำ ใบข้าวไปอ้อนวอนขอให้พ่อของเธอยอมให้เธอเรียนต่อโทให้จบซะก่อนแล้วค่อยกลับมาหมั้น แต่พอเธอเรียนจบโท ใบข้าวก็หาข้ออ้างเรียนนั่นนี่ต่อจนที่สุดก็โดนใบสั่งจากคุณหญิงณัชชา แม่ของเธอเองให้กลับมาอยู่เมืองไทยภายในครึ่งปีนี้ไม่อย่างนั้นเธอจะไม่ได้เงินใช้แม้แต่บาทเดียว เพราะเป็นคนไม่เคยทำงาน ไม่เคยสมัครงานที่ไหนและไม่เคยทำอะไรเป็นเลยนอกจากจะใช้เวลาไปกับการเรียนและเที่ยวเล่นทำให้ใบข้าวจำใจยอมกลับไม่มีหนทางให้ดิ้นต่อไปแล้ว 

" เอาไงต่อ ใบข้าว นี่กลับมาครั้งหน้า แกต้องหมั้นต้องแต่งกับหมอนี่จริงๆแล้วนะ " เมฆาพูดมองเพื่อนอย่างเป็นกังวล 

" จะยกเอาเรื่องอะไรมายื้อแม่แกอีกก็ไม่ได้แล้วนะ " ชินเสริม  

" บอกไปตรงๆดิ ว่าไม่อยากแต่ง " ทัพไทออกความเห็น ใบข้าวพ่นลมฮึ ดูที่พวกมันพูดแต่ละคนซิถ้ามันง่ายขนาดนั้นก็ดี ใบข้าวครุ่นคิดอย่างหนักทั้งเรื่องหมั้นกับภูผาทั้งเรื่องของพี่สาวเธออีก 

" พี่ไปอยู่ไหนนะ พี่กอหญ้า " 

 

 

********** 

สวัสดีค่า รี้ดทุกคน 

สำหรับใครที่กำลังรอเรื่องราวของพี่สิงห์อยู่ ไรท์ก็จัดมาให้แล้วนะคะ  

ฝากติดตามและเป็นกำลังใจให้กันด้วยนะคะ  

ขอบคุณมากค่ะ ^^ 

 

      

 

 

 

      

 

     

 

    

 

     

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

       

 

      

 

       

      

 

      

 

   

ความคิดเห็น