Twitter-icon

ขอบคุณทุกกำลังใจที่เป็นแรงผลักดันให้ไรท์เตอร์เขียนนิยายอย่างมีความสุขค่ะ

ชื่อตอน : EP.5 กวนประสาท

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 18.8k

ความคิดเห็น : 53

ปรับปรุงล่าสุด : 05 เม.ย. 2564 18:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP.5 กวนประสาท
แบบอักษร

EP.5 กวนประสาท

[คู่หมั้นจอมลวง] : สวีทการ์เดนท์

 

 

 

“อะไรนะ ไม่ได้มีแค่เราสองคนเหรอ” ร่างเล็กแสดงสีหน้าซีเรียสอย่างเห็นได้ชัดหลังจากแฟนหนุ่มบอกว่าใครกำลังรออยู่ที่ร้านอาหาร

“เขมชวน พี่คิดว่าเอยคงไม่มีปัญหาอะไร” ทอยตอบกลับก่อนจะดับเครื่องยนต์บริเวณลานจอดรถ

“แต่วันนี้เอยอยากอยู่กับพี่ทอยสองคนอะ อยากดูหนังด้วย เราไปกินที่อื่นกันเถอะครับ” ความจริงคือไม่อยากเห็นหน้าองศาต่างหากล่ะ

“เป็นอะไรหรือเปล่า” ไอ้อาการแปลกๆของแฟนทำให้ทอยอดสงสัยไม่ได้จริงๆ ปกติไม่เคยงอแงอยากอยู่ตามลำพัง

ก๊อกๆๆ

ขณะที่เจ้าเอยกำลังจะอ้าปากตอบกลับต้องชะงักเสียก่อนเพราะเสียงเคาะกระจกรถดังขึ้น พอมองออกไปก็เห็นหญิงสาวหน้าสวยกำลังโบกมือทักทายพร้อมกับรอยยิ้มที่แสนสดใส ทั้งสองจึงลงจากรถทันที

“สวัสดีครับพี่เขม” เจ้าเอยทักทายก่อน

“สวัสดีค่ะน้องเอย”

“เพิ่งมาถึงเหรอ แล้วไอ้องศาล่ะ” ทอยเอ่ยถามพลางกวาดสายตามองไปรอบๆเพื่อหาแฟนเพื่อน

“ถึงสักพักละ กูออกมาหาต่างหูอีกข้างมันหล่นอยู่ไหนไม่รู้เนี่ย แต่องศารออยู่ข้างในแล้ว”

“มึง คือวันนี้เจ้าเอยอยากดูหนังว่ะ กูว่าจะเปลี่ยนใจพาไปกินข้าวที่ห้างฯแทน” ทอยบอกกลับ ด้านเจ้าเอยได้แต่ยิ้มแห้ง ในใจกลัวเขมมิกาจะหาว่าเรื่องมาก

“แต่กูสั่งไปเยอะเลยนะ มึงบอกเองว่าให้สั่งรอ” เวลาพวกเขาทั้งสี่คนไปทานข้าวด้วยกันก็ชอบให้คนที่ถึงร้านก่อนสั่งได้เลย

“เอายังไงดีครับเอย” ร่างสูงหันกลับมาถาม

“กินที่นี่แล้วค่อยไปดูหนังได้หรือเปล่าคะน้องเอย พอดีองศามีเรื่องจะคุยกับทอยด้วยอะ” ดวงตาคู่สวยฉายแววโน้มน้าวให้อยู่ด้วยกัน

“คุยอะไรครับ” เจ้าเอยถามกลับอย่างลืมตัวเพราะกลัวองศาจะพูดถึงเรื่องงานหมั้นที่ผ่านมา

“จะถามเรื่องเกมอะไรสักอย่างนี่แหละ น้องเอยทานข้าวกับพวกพี่ก่อนได้ไหมคะ”

“ก็ได้ครับ” แล้วจะพูดอะไรได้อีก

หญิงสาวเดินนำหน้าเข้าไปในร้าน ส่วนทอยกับเจ้าเอยเดินตามหลังพร้อมจับมือกันแน่น ทันใดนั้นตากลมก็เหลือบไปเห็นแผ่นหลังของคนที่เขาไม่อยากเจอ เกิดอาการไม่พอใจขึ้นมาทันที ไม่รู้ว่าต้องรับมือกับคนประสาทเสียด้วยวิธีไหน

“มาแล้วค่ะ”

“หวัดดีมึง” ทอยทักทายขึ้นก่อน

องศายักคิ้วใส่หนึ่งครั้งและเคลื่อนสายตาไปหาอีกคน ถึงตอนนี้เจ้าเอยยังคงหน้างอคอหักเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน คิดจะอารมณ์ดีบ้างไหมเขาอยากถามเหลือเกิน จังหวะนั้นพนักงานก็ยกอาหารมาเสิร์ฟพอดี มีหลากหลายเมนูอย่างที่เขมบอกจริงๆด้วย

“ไม่เจอกันนานเลยนะน้องเอย” ใบหน้าคมคายฉายแววร้ายกาจ มุมปากยกยิ้มอย่างมีเลศนัย

“เรื่องวันนั้นกูขอบใจมึงมากที่ช่วยไปส่งแฟนกูที่บ้าน แม่งเมาสัดๆ”

“ไม่เป็นไรเว้ย เห็นอาการมึงแล้วก็อดสงสารไม่ได้ ฟื้นกี่โมงล่ะ”

“กูนอนยันบ่ายสองของอีกวัน”

“ทานข้าวกันเถอะค่ะ ทอยต้องพาน้องเอยไปดูหนังต่ออีก เดี๋ยวจะเสียเวลา” หญิงสาวพูดเปลี่ยนเรื่องราวกับคนร้อนตัว

เอาตรงๆตอนนี้องศาไม่ได้อยากรู้เลยว่าคืนนั้นระหว่างเขมกับทอยมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง เพราะความสนใจของเขามุ่งไปที่เจ้าเอยคนเดียว ไหนบอกว่าจะเลิกกับทอย ทำไมยังจะไปดูหนังด้วยกันอีก

“...” เมื่อรู้ตัวว่าถูกมองเจ้าเอยก็มองกลับแต่เป็นแวบเดียวเท่านั้น รู้สึกไม่โอเคที่อีกฝ่ายส่งสายตาเหมือนว่ากำลังจับผิด

“เออ วันนี้แฟนกูอ้อนเก่งมากอยากอยู่ด้วยกันสองคน อย่างชอบเลยว่ะ” ทอยทั้งพูดอวดทั้งตักอาหารให้คนข้างกายอย่างมีความสุข

“ขอบคุณนะครับ” ปากเรียวคลี่ยิ้ม เป็นบรรยากาศที่คนฝั่งตรงข้ามไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่นัก เห็นสองคนนี้แสดงความรักต่อกันทีไรก็นึกหมั่นไส้ทุกที

“แล้ววันนี้น้องเอยอยากดูหนังเรื่องไหนอะ” หญิงสาวถามบ้าง

“ยังไม่รู้เลยครับ ความจริงอยากอยู่กับพี่ทอยเฉยๆแหละ ถ้าไม่ชวนดูหนังก็ไม่รู้จะไปทำอะไร”

“ไม่รู้จริงเหรอ ลองเปลี่ยนไปดูที่ห้องเอยไหมล่ะเผื่อจะรู้” ทอยก็ชอบพูดเต๊าะแฟนเป็นประจำ

“ไม่ได้นะ” เจ้าเอยว่ากลับทันควัน

“ทำไมล่ะ”

“คือตอนนี้ห้องไม่ว่าง วาวามาอยู่กับเอยชั่วคราวเพราะทะเลาะกับพี่สาวครับ” จะให้ทอยไปที่ห้องได้ยังไงในเมื่อองศาขนของไปไว้ที่นั่นแล้ว แถมยังอยู่ในห้องนอนของเขาอีกด้วย พอคิดมาถึงตรงนี้ความรู้สึกไม่สบายใจก็แล่นเข้ามาอีกหน เสมือนแอบพาชายอื่นเข้ามาอยู่ด้วยทั้งที่มีแฟนเป็นตัวเป็นตน ไม่ว่าจะทางไหนก็อึดอัดไปหมด

“แต่เราแค่นอนดูหนังนะ หรือว่าเอยคิดไปไกลกว่านั้น” ทอยยิ้มอย่างเอ็นดู เขานั่นแหละที่กำลังคิดไปไกล

“นั่นสิ เป็นแฟนกันทำไมไปห้องไม่ได้ เพื่อนที่มาอยู่แค่ชั่วคราวคงไม่กล้าว่าอะไรหรอก” องศาแสดงความคิดเห็น ทันใดนั้นสายตากลมก็ตวัดมอง

“ไปห้องพี่ทอยกันดีกว่า เอยไม่ได้ไปเกือบสองอาทิตย์แล้ว” เมื่อเจ้าเอยพูดจบ ทอยก็เหลือบมองเขมมิกาเพราะพวกของใช้บางส่วนของหญิงสาวยังไม่ได้เก็บออกจากห้อง

“อ่า ได้สิ” แต่นาทีนี้จะปฏิเสธแฟนได้อย่างไร

Tru... Tru...

“พี่ดรีมโทรมาอะ” เจ้าเอยมองเครื่องมือสื่อสารของตัวเองก่อนจะหันไปรายงานคนข้างๆ

“ชวนไปกินเหล้าแน่ๆ สายเมาเลยนะนั่น” ทอยแค่สันนิษฐาน

“ไม่หรอก ใครๆก็รู้ว่าเอยไม่ชอบกินเหล้า เดี๋ยวขอตัวไปรับสายนะครับ” พูดจบก็ลุกออกจากโต๊ะอาหารและเดินออกนอกร้านจะได้ไม่เกะกะลูกค้าท่านอื่น

(“เจ้าเอย”) เสียงใสดังชัดแจ๋ว

“ครับพี่ดรีม”

(“วาวายังรับสอนพิเศษอยู่ปะ”) เห็นไหมว่าไม่ใช่ชวนกินเหล้าสักหน่อย

“ช่วงนี้ก็สอนนะ แต่ไม่รู้ว่าจะรับคนเพิ่มหรือเปล่า เดี๋ยวถามให้ครับ”

(“งั้นพี่ขอเบอร์เลยดีกว่า เดี๋ยวโทรคุยเอง”)

“ได้ครับ” จากนั้นเจ้าเอยก็บอกเบอร์เพื่อนให้อีกฝ่ายได้ทราบ

(“ขอบคุณนะ”)

“เอ่อพี่ดรีม เอยมีเรื่องอยากถาม” เขายังคงรั้งอีกฝ่ายไว้ไม่ให้วางหู

(“ว่ามา มีอะไร”)

“เรื่องที่พี่ดรีมเคยแนะนำตอนที่เอยคบกับพี่ทอยแรกๆอะ” เจ้าเอยไม่รู้ว่าต้องเริ่มถามยังไงเกี่ยวกับเรื่องบนเตียงที่รุ่นพี่เคยสาธยายให้ฟังแบบถึงพริกถึงขิง

(“หือ?”) ไม่แปลกถ้าดรีมจะงง ก็พวกเขาไม่ได้คุยกันแค่เรื่องนี้

“ครั้งแรกของพี่ดรีมกับแฟนไง” เจ้าเอยอธิบายเพิ่มเติมอีก ดรีมเป็นผู้ชายตัวเล็กที่ชอบเซ็กซ์แบบแซ่บๆ แฟนแต่ละคนเด็ดๆทั้งนั้น

(“เดี๋ยวก่อน ทำไมถึงถาม เสียตัวให้มันแล้วเหรอ”)

“ยังครับ แต่คิดว่าคืนนี้จะให้ เอยอยากถามว่าครั้งแรกมันเจ็บมากหรือเปล่า ตอนนั้นพี่ดรีมเล่าซะน่ากลัวเลย”

(“ก็ผัวพี่มันแรงเยอะ ไอ้ทอยมันก็ตัวใหญ่อยู่นะ บอกให้มันเบาๆก็แล้วกัน มันอดทนมาจนถึงวันนี้ได้ยังไงพี่อยากรู้”) เจ้าเอยเองก็ต้องชื่นชมแฟนหนุ่ม บอกว่าไม่พร้อมก็ยอมรับฟัง

“เอยไม่กล้าเอง พี่ทอยก็ขอแหละแต่เอยไม่พร้อม” เขาเล่าให้รุ่นพี่ฟังอย่างไม่หมกเม็ด

(“แล้ววันนี้พร้อมหรือไง”) ฝ่ายนั้นพูดแซว

“วันนี้ก็ไม่พร้อมครับ แค่คิดว่าตัวเองควรเป็นของพี่ทอยจริงๆสักที”

(“มันไม่น่ากลัวหรอก ดีใจด้วยที่มีความกล้า มีครั้งแรกก็ต้องมีครั้งต่อไป ติดผัวแน่ๆเจ้าเอย”) ดรีมหัวเราะร่วน ส่วนคนฟังน้ำตาแทบไหลเพราะที่จะให้วันนี้คือต้องการบอกเลิกตามหลัง ซึ่งเขาคิดทบทวนมาดีแล้วว่ายังไงก็ต้องเลิก

“ขอบคุณที่ให้คำปรึกษานะครับ”

(“ไม่เป็นไร มีอะไรสงสัยก็โทรถามได้ตลอด ก่อนจะเอากันก็โทรมาอีกได้นะถ้าตื่นเต้น”) ดูเอาเถอะ เรื่องแบบนี้สนับสนุนกันดีมาก ดรีมชอบบอกชอบสอนว่าควรหาประสบการณ์ติดตัว ให้แฟนตัวเองไม่เห็นมีอะไรเสียหายเลย

“ถามแค่นี้แหละครับ นอกนั้นเอยพอจะรู้อยู่บ้าง” พวกเรื่องเตรียมความพร้อมก่อนมีเซ็กซ์เขาเองก็เคยศึกษา ที่ถามก็เพราะอยากรู้ว่าเมื่อจบบทรักจะมีแรงลุกขึ้นมาบอกเลิกหรือเปล่า

(“โอเคคนเก่ง”)

เจ้าเอยถอนหายใจออกมาหลังจากกดวางสาย เป็นกังวลไม่น้อยเลยทีเดียวเกี่ยวกับเรื่องนี้ ระยะเวลาที่ปฏิเสธแฟนมาโดยตลอดก็พยายามหาความรู้เยอะเหมือนกัน พวกท่าต่างๆที่ฝ่ายรับต้องทำให้ฝ่ายรุกพึงพอใจเขาก็ศึกษาเป็นอย่างดี

“อะไรคือครั้งแรกมันจะเจ็บหรือเปล่า” เสียงทุ้มดังมาจากด้านหลังทำเอาคนเหม่อลอยหลุดจากภวังค์ความคิด

“ไร้มารยาท” ไม่รู้ว่าองศามาแอบฟังตั้งแต่เมื่อไหร่

“ไม่เคยมีอะไรกับไอ้ทอยเหรอ” คำด่านั้นไม่ได้ทำให้เขาสะทกสะท้านแม้แต่น้อย

“ถอยไป”

“ไม่ครับ ตอบพี่มาก่อนว่าไม่เคยให้มันเอาจริงหรือเปล่า เป็นไปได้ยังไง” น่าทึ่งมากหากเป็นความจริง รักกันปานจะกลืนกินขนาดนั้น

“มันเรื่องของเอย อย่ามายุ่ง”

“อย่าให้มัน อยากโดนเอาก็ไปหาคนอื่นนู่น” ตาคมจ้องเขม็ง มิน่าล่ะทอยถึงได้เก็บกดแล้วมาลงที่แฟนคนอื่น

“เป็นบ้าหรือไง คนเขาเป็นแฟนกันทำไมต้องให้ไปนอนกับคนอื่น” เจ้าเอยถามกลับด้วยความงง แต่เป็นงงที่ปะปนไปด้วยความโกรธเคือง

“เกิดคึกอะไรขึ้นมาถึงอยากให้มันเอา ไหนบอกจะเลิกกับมัน หรือจะให้มันเอาก่อนค่อยเลิก” คนฟังอึ้งในทันทีกับความคิดของอีกฝ่ายที่อ่านขาดอีกแล้ว

“จะมายุ่งอะไรกับร่างกายคนอื่นอะ เราควรต่างคนต่างอยู่”

“พี่มีสิทธิ์ถาม มีสิทธิ์สวมแหวนด้วย” เขาชูแหวนวงเล็กต่อหน้าต่อตา เก็บมาจากห้องนั่นแหละ เผลอเมื่อไหร่เจ้าเอยก็ถอดทิ้งเมื่อนั้น

“บอกว่าไม่ใส่ไง”

“ไม่ใส่ก็เก็บไว้ให้ดีกว่านี้ เวลากลับบ้านถ้าคุณพ่อคุณแม่ไม่เห็นแหวนจะตอบยังไง” เขาไม่ได้ว่าอะไรอยู่แล้วถ้าจะไม่ใส่ตอนออกมาเจอแฟน เขาเองก็ไม่ใส่เหมือนกันเพราะไม่ต้องการให้ความลับแตก แต่เจ้าเอยก็ไม่ควรทิ้งๆขว้างๆราวกับเป็นสิ่งของไร้ค่า

“ก็เอยไม่ได้อยากหมั้นอยู่แล้วไง”

“งั้นโยนทิ้งเลยไหมล่ะ แต่ถ้าพวกท่านถาม...”

“พูดมาก” เกลียดการประชดประชันที่สุดเลย ร่างเล็กแย่งแหวนของตัวเองกลับมาก่อนจะผลักอีกฝ่ายให้พ้นทาง

กินไปก็อารมณ์เสียไป ไม่เคยจะมีความสุขสักครั้งหรอกเวลาได้ร่วมโต๊ะกับคู่หมั้นที่แสนเจ้าเล่ห์ เจ้าเอยอยากคุยแค่กับแฟนหนุ่มและรุ่นพี่หน้าสวย แต่อีกคนก็พยายามหาบทสนทนามาแทรกตลอด

“อยากไปเที่ยวว่ะ เราควรมีทริปด้วยกันสักครั้ง” องศาพูดเปิดประเด็นอีกหน

“จริง เขมก็อยากไป”

“เอาดิ กูไปได้อยู่แล้ว ตามใจเจ้าเอย”

“ช่วงนี้เรียนหนักมากเลยครับ ขอดูก่อนก็แล้วกัน” ความจริงถ้าอยากไปก็ควรชวนแค่แฟนตัวเองสิ จะมาชวนคนอื่นเพื่ออะไรถ้าไม่ใช่อยากกวนประสาท

ขณะนี้ทานข้าวเสร็จเรียบร้อย สรุปว่าเจ้าเอยจะไปดูหนังห้องแฟนแต่ขอกลับห้องตัวเองไปอาบน้ำชำระร่างกายเสียก่อน ทอยได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกว่าโชคเข้าข้างเพราะจะได้มีเวลาเก็บกวาดห้อง

ด้านองศาแวะไปส่งแฟนสาวที่คอนโดและถูกดึงตัวไว้สักพักใหญ่ๆเลย เขมมิกาแสดงท่าทีงอนหน่อยๆที่หลายวันมานี้ไม่ได้มีอะไรกัน แม้แต่จูบสักครั้งยังไม่ได้ และสุดท้ายก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเหมือนเคย องศาให้เหตุผลว่าเพื่อนเรียกตัวกะทันหัน แท้จริงคือเขารีบกลับคอนโดมาหาเจ้าเอยต่างหากล่ะ

คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันทันทีเมื่อถึงที่หมาย คนตัวเล็กยังใส่ชุดเดิมนั่งอยู่ตรงล็อบบี้ไม่ยอมขึ้นห้อง เขาจึงเดินเข้าไปหา

“ไม่ไปนอนกับมันแล้วเหรอ”

“มาก็ดี ขอคีย์การ์ดหน่อย วายังไม่กลับ” เจ้าเอยฝากคีย์การ์ดอีกอันไว้กับเพื่อนเพราะคิดว่าตนจะกลับมาช้ากว่า

“ถ้าพี่ให้ พี่จะได้อะไรจากเอย”

“ทำไมต้องมีข้อแม้ ห้องก็ไม่ใช่ห้องตัวเอง” ยอมรับว่าช่วงนี้อารมณ์เสียบ่อยครั้งมาก แต่ก็เป็นแค่กับองศาเพียงคนเดียว

“จะขึ้นไม่ขึ้น”

“ขึ้นสิ เร็วๆเอยรีบ”

“รีบไปเสียตัว โทรบอกคุณแม่ดีหรือเปล่านะ” เก่งนักด้านยั่วโมโห

“...” เจ้าเอยกัดฟันทันที อยากบีบคอให้ตายกันไปข้าง

“อย่าให้มันทำ” เป็นอีกครั้งที่องศาบอก

“เอยจะเป็นคนทำเอง ให้พี่ทอยนอนเฉยๆ” ใบหน้าหวานเชิดขึ้นเถียง เป็นเพราะหมั่นไส้ที่โดนออกคำสั่ง

“เก่ง ซิงอยู่แต่เก่งจัง งั้นทำให้มันแล้วมาทำให้พี่ด้วยได้ไหมล่ะ”

“ทุเรศ เอาคีย์การ์ดมาได้แล้ว” เจ้าเอยยื้อแย่งกับมือก่อนจะสแกนเข้าข้างใน ร่างสูงจึงเดินตาม

“มันจะมารับกี่โมง บอกไปว่าไม่ต้องมาแล้ว จะให้คู่หมั้นไปส่ง”

“เลิกกวนประสาทกันสักที เอยเหนื่อย” ขณะที่อยู่ในลิฟต์ก็ยังเถียงกัน

เจ้าเอยอาบน้ำเสร็จก็ใส่เสื้อยืดสีขาวตัวโคร่งกับกางเกงขาสั้นเหนือเข่าขึ้นมานิดๆ เพราะเสื้อยาวละมั้งจึงทำให้กางเกงดูสั้นกว่าเดิม เขามองตัวเองในกระจกด้วยความคิดที่หลากหลายก่อนจะพรูลมหายใจยาวเหยียด

“รอก่อน ไปด้วยกัน” องศาเดินเข้าออกห้องเป็นว่าเล่นเลย ความเป็นส่วนตัวของเจ้าเอยลดลงมาก

“ไปไหน” คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างงุนงง

“คอนโดไอ้ทอยไง พี่จะไปที่นั่นเหมือนกัน พอดีว่าเพื่อนชวนกินเหล้า” เป็นเขาต่างหากที่นัดแนะกับเพื่อนว่าจะซื้อเหล้าเข้าไปกิน

“...” ถึงกับพูดไม่ออก

“โทรบอกมันว่าไม่ต้องมารับ ไม่งั้นพี่คงต้องเล่าให้คุณแม่ฟัง” ขู่อีกแล้ว

“ขี้ฟ้อง” เจ้าเอยด่าออกมาทันที

“โทร”

“ทำไมชอบบังคับ”

“ก็แค่อยากให้ไปด้วยกัน ดื้อกับพี่ทำไมล่ะ” องศาไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ที่เห็นเจ้าเอยแต่งตัววับๆแวมๆ

“แล้วจะไปกินเหล้าที่ไหน คงไม่ใช่ห้องพี่ทอยหรอกนะ”

“คนละชั้นครับ พี่ไปหาเพื่อน ไม่ได้อยากเข้าไปในห้องชู้อยู่แล้ว” เสียงทุ้มช่างกระแทกแดกดันเหลือเกิน สร้างความโมโหให้เจ้าเอยอีกจนได้

“พี่ทอยไม่ใช่ชู้” เขาบอกชัดถ้อยชัดคำ

“มันจะเอาคู่หมั้นพี่อะ ไม่ให้เรียกชู้จะให้เรียกอะไร”

“เขามาก่อน และเขาเป็นแฟนเอย”

“มาก่อนก็ต้องไปก่อน ตามลำดับ” ปากหยักยกยิ้มอย่างพึงพอใจ

“เหนื่อยจะคุยด้วย”

“เดี๋ยวกินเหล้ารอที่ห้อง 1408 ถ้าบอกเลิกกันแล้วร้องไห้ก็มาร่วมวงได้นะ หรือถ้าลุกไม่ไหวก็โทรเรียกพี่ไปอุ้มออกมา ตัวสำรองคนนี้จะสแตนบายอยู่ห่างๆครับ” เจ้าเอยรู้สึกว่าการคุยกับองศาแต่ละครั้งสูบพลังงานไปเยอะมากๆ

สุดท้ายก็ต้องเป็นฝ่ายเงียบเองและยอมทำตามความต้องการทั้งที่อยากแย้งตลอดมา เพียงเพราะกลัวอีกฝ่ายจะเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้ผู้ใหญ่ฟัง ทั้งสองแวะซื้อของก่อน โดยองศาซื้อเหล้า ส่วนเจ้าเอยซื้อของจำเป็นต่อการมีเซ็กซ์

“เอาแค่เจลหล่อลื่นก็พอ ถุงยางมันคงมีสต๊อกไว้อยู่แล้วล่ะ” เสียงทุ้มกระซิบบอกขณะที่ร่างเล็กยืนมองกล่องถุงยางอนามัย

“ไปซื้อของตัวเองนู่น”

“หรือคิดว่ามันไม่ได้เอากับเอยแล้วมันไม่เอากับคนอื่น”

“หมายความว่ายังไง ไม่ต้องมาปั่นให้เอยระแวงหรอกนะ อย่าคิดว่าคนอื่นจะเป็นเหมือนตัวเอง” เจ้าเอยมั่นใจยิ่งนักว่าแฟนของตนจะไม่ทำเรื่องแบบนั้น ตอนนี้คนที่ไม่น่าเชื่อถือที่สุดก็คือองศา

“งั้นก็แล้วแต่เหอะ” ตัวใหญ่เท่ายักษ์แต่พอโดนว่าแค่นี้กลับไม่พอใจ

กระทั่งถึงที่หมาย องศาเลือกจอดรถไกลจากคอนโดของทอยพอสมควร และนั่นทำให้เจ้าเอยพอใจมากๆเช่นกัน แต่พอคิดไปคิดมาก็อดรู้สึกผิดไม่ได้อีกแล้ว เสมือนกำลังแอบทำเรื่องไม่ดี ได้แต่บอกตัวเองว่าอีกไม่นานทุกอย่างก็คงจบ

“กางเกงสั้นไปนะ” ว่าจะไม่พูดแล้วเชียว แต่พอเวลาเจ้าเอยนั่งมันก็ร่นขึ้นสูง

“ก็ใส่มายั่วแฟนอะ” เสียงใสตอกกลับ

“จะให้มันเอาตอนไหน จะได้ไปเคาะห้องขัดจังหวะ”

“ประสาท” ไม่เคยจะคุยกันดีอยู่แล้วแหละ

 

 

TBC.

 

 

ขอบคุณทุกกำลังใจค่ะ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว