ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 20

คำค้น : รักนี้ผมขอลิขิตเอง ดราม่า น่ารัก คินซัน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 81

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ธ.ค. 2563 12:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 20
แบบอักษร

รักนี้ผมลิขิตเอง ตอนที่ 20 

 

“เราจะเข้าไปยังไงวะมีคนเฝ้าอยู่ แล้วมึงแน่ใจได้ยังไงว่าพ่อกับแม่มันออกไปแล้ว” ผมหันไปถามไอ้ตะวันที่นั่งอยู่เบาะหลัง จากเท่าที่ประเมินด้วยสายตาผมเห็นชายชุดดำเดินไปเดินมาแถวบริเวณบ้านอยู่สี่ห้าคนกับคนสวนที่กำลังรดน้ำต้นไม้อยู่หนึ่งคน 

 

“ไม่แน่ใจวะ กูไม่ได้มาบ้านมันตั้งแต่ไปเรียนที่เชียงใหม่แล้วแต่ถ้าเป็นปกติเหมือนแต่ก่อนสองโมงเช้าพ่อกับแม่มันก็ออกไปทำงานแล้ว” 

 

“งั้นแสดงว่าพ่อกับแม่มันออกไปแล้ว ว่าแต่เราจะเข้าไปยังไง” นี่คือปัญหาใหญ่เลยล่ะไม่รู้ว่าจะเข้าไปข้างในยังไง จะบอกให้ไอ้คินออกมาก็ไม่รู้จะบอกยังไงด้วยซ้ำเพราะโทรศัพท์มันก็น่าจะโดนยึด 

 

“ปีน” 

 

“อะไรนะพี่อาทิตย์” ผมถามย้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจกับสิ่งที่ได้ยินในตอนแรก 

 

“เราสองคนปีนเข้าไป เดี๋ยวพี่จะไปดึงความสนใจให้เราสองคนก็ใช้โอกาสนั้นปีนเข้าไปให้ได้ พี่ให้เวลาสิบนาทีเราต้องพาเพื่อนเราออกมาให้ได้ ถ้าเกินสิบนาทีเมื่อไหร่พี่จะบุกเข้าไปทันที” พี่อาทิตย์หันมาเล่าลำดับแผนการให้ผมกับไอ้ตะวันฟังก่อนที่พี่อาทิตย์จะปล่อยให้พวกผมลงจากรถ แล้วพี่อาทิตย์ก็ขับรถไปอีกฝั่งของบ้านไอ้คิน 

 

“มึงจะปีนไหวไหมเนี่ยตัวเท่าลูกหมา” 

 

“ถึงกูจะตัวเตี้ยกว่ามึงแต่กูเตะปากมึงถึงก็แล้วกันหรือมึงจะลอง” แทนที่รีบปีนเข้าไปไอ้ตะวันมันยังมาพูดกวนตีนผมอยู่ได้ 

 

“ใครจะไปกล้ากับคุณหนูซันละครับ” 

 

“มึงเลิกพูดมากได้แล้วเรามีเวลาไม่มาก” โชคดีที่รั้วบ้านไอ้คินยังมีที่จับยึดพอให้ปีนได้ง่ายหน่อย พอผมกับไอ้ตะวันปีนเข้ามาได้ไอ้ตะวันก็เป็นคนนำทางพาผมวิ่งหลบชายชุดดำที่กำลังให้ความสนใจกับอะไรไม่รู้อยู่ทางหน้าบ้าน แต่ถ้าผมเดาไม่ผิดคงเป็นพี่อาทิตย์แน่นอน 

 

“ไปเร็วมึง” ผมวิ่งตามไอ้ตะวันเร็วจนไม่รู้จะเร็วยังไงแล้ว ดีนะไม่สะดุดตกบันไดตายไปซะก่อน จนในที่สุดมันก็พาผมมาหยุดที่หน้าห้องห้องหนึ่ง ก่อนที่มันจะเคาะห้องเบาๆ เรียกให้คนข้างในเปิดประตูให้แต่กับได้ยินเสียงตะโกนของคนในห้องดังออกมาแทน 

 

“กูไม่กิน!!! พวกมึงไปให้พ้น!!!!!” 

 

“ไอ้คินนี่พวกกูเองรีบออกมา” ไอ้ตะวันพูดผ่านประตูเข้าไปเบาที่สุดเท่าที่จะเบาได้ แต่ก็ดังพอที่คนในห้องจะได้ยิน 

 

“มาได้ไง” ไอ้คินเปิดประตูออกมาพร้อมกับสีหน้าตกใจปนดีใจที่เห็นพวกผมยืนอยู่หน้าห้อง ก่อนที่มันจะโผล่เข้ากอดผมแบบที่ไม่ได้ตั้งตัว 

 

“ไอ้เหี้ยคินรีบไปก่อนเถอะไอ้สัสเรามีเวลาไม่มาก” ไอ้ตะวันว่าขึ้น ก่อนที่พวกเราจะวิ่งตามกันออกไป 

 

“รถจอดที่ไหนมึงนำเลย” ไอ้คินพูดขึ้นในขณะที่มันวิ่งนำหน้าพวกผมออกจากบ้านไป ก่อนที่มันจะเปลี่ยนให้ไอ้ตะวันวิ่งนำไปทางที่เราปีนเข้ามาเพราะมีรถลูกน้องพ่อผมจอดรออยู่ แต่วิ่งยังไม่ถึงรั้วเลยเสียงเอะอะโวยวายของชายชุดดำที่ดังมาจากหน้าบ้านในตอนแรกก็เหมือนจะมีใครสักคนสังเกตเห็นพวกผม ก่อนที่คนพวกนั้นจะวิ่งกรูมาทางพวกผมทันที 

 

“ไปเร็ว!!” สิ้นเสียงไอ้คินพวกผมสามคนก็ต่างคนต่างปีนข้ามรั้วไปอีกฝังอย่างรวดเร็ว 

 

 

“หอบแดกเลยสัส” ทันทีที่ขึ้นมาบนรถได้ไอ้ตะวันก็บ่นขึ้นพร้อมกับหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน 

 

“ขอบใจมากนะที่มาช่วยกู มึงด้วยนะไอ้ตะวัน” ไอ้คินหันมาพูดกับผมก่อนที่มันจะหันไปพูดกับไอ้ตะวัน 

 

“กูก็นึกว่าจะไม่เห็นกูซะแล้วไอ้สัส” 

 

“กูขอบใจมึงมากเพื่อนรัก” 

 

“รอยยิ้มเสแสร้งสุดๆ ไอ้เหี้ยคิน” 

 

“แต่ยังไงก็ต้องขอบคุณมากๆ ที่อุตส่าห์เข้าไปช่วยกูออกมาจากบ้านหลังนั้น” 

 

“แล้วจากนี้จะเอาไงต่อ ลองไปคุยกับเขาดีๆ ไหมหมายถึงพ่อกับแม่มึงอะลองคุยกันแบบเปิดอกดูไหม” 

 

“หึ! คุยให้ตายยังไงเขาก็ไม่สนใจกูหรอก พวกเขาแม่งก็สนใจแต่ผลประโยชน์บ้าบออะไรก็ไม่รู้ เขาไม่เคยสนใจความรู้สึกกูด้วยซ้ำ” ไอ้คินพูดออกมาด้วยอารมณ์แล้วน้ำเสียที่ไม่ค่อยดีนักมันบ่งบอกถึงความอึดอัดแล้วอัดอั้นอยู่ภายในใจ ทั้งเสียใจน้อยใจหลายๆ ความรู้สึก 

 

“งั้นก็ชั่งเรื่องนี้ก่อนละกัน” ไอ้ผมก็อยากจะปลอบและให้คำปรึกษามันนะ แต่ผมไม่รู้ไงว่าจะช่วยมันยังดีเพราะผมก็ไม่รู้อะไรมาก ที่ทำได้ดีที่สุดในตอนนี้คือคอยรับฟังและอยู่ข้างๆ มัน 

ความคิดเห็น