สถานะ : กลับมาเขียนต่อหลังจากอู้เพราะโควิดไปนานนม ตอนต่อไป : ตอนที่38-?? รีไรท์ยังไม่มีในเร็ววันนี้ขอให้อดทนไปก่อน เพราะใจไรท์อยู่กับตอนใหม่มากกว่าตอนเก่า

ชื่อตอน : ตอนที่41.1

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 248

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 20 พ.ย. 2563 23:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่41.1
แบบอักษร

แม้จะไม่เข้าใจว่าทำไมโรสถึงตามพวกตนมา แต่คุโระก็ไม่สนใจเธอแล้วพักผ่อนอย่างสุขสบายบนรถไฟฟ้า 

จนกระทั่งมาถึงจุดหมาย ทั้งเก้าคนก็เดินลงจากรถไฟ แล้วตรงไปยังจุดหมาย โดยมีริเรียเป็นคนนำหน้า และกลุ่มของคุโระรั้งท้าย 

และจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้จุดประสงค์ของโรส ทั้งๆที่อุตส่าห์เมินเพราะคิดว่าจุดหมายปลายทางจะเป็นคนละที่ แต่โรสก็ยังคงตามมาติดๆ 

มามิยะจึงหันไปหาโรสแล้วตวาดใส่เธอ 

“จะตามมาทำไมเนี่ย!?” 

“ฉันจะตามมามันผิดตรงไหน? ขนาดมาริเอะยังตามมาได้เลยไม่ใช่รึไง?” 

“มาริเอะกับหล่อนมันคนละกรณีกันย่ะ! เธอเป็นแค่ตัวประกอบจะมามีบทบาทมากเกินไปแล้วนะ” 

“ไหนอธิบายมาสิว่าต่างกันยังไง?” 

มามิยะแยกเขี้ยวใส่โรสอย่างไม่สบอารมณ์ 

ส่วนฝ่ายโรสนั้นเมินเธอแล้วเดินไปหามาริเอะ 

“เธอตามคุโระมาที่นี่ทำไมงั้นเหรอ?” 

“? ก็เพราะว่าฉันรักเขา และเขาก็รักฉัน ดังนั้นเราต้องอยู่ด้วยกันยังไงล่ะ” 

ได้ยินแบบนั้นโรสก็ผงะไป 

เธอแค่สนใจคุโระ ยังไม่ได้รู้สึกหลงรักอะไร แม้จะอยากอยู่ด้วยแต่เพราะความสามารถและเวทมนตร์ของคุโระเท่านั้น 

นั่นทำให้โรสเริ่มคิดว่าเธอนั้นตามมาเพราะอะไรกันแน่? 

“ถึงจะไม่รู้ว่าตามมาทำไม แต่ยังไงฉันก็ต้องหาผู้ติดตามอยู่แล้ว ทั้งมาริเอะและโรสจะมาเป็นผู้ติดตามฉันไหมล่ะ? แต่ว่าถ้าฉันแยกทางกับคุโระ พวกเธอก็ต้องตามฉันมานะ” 

นั่นหมายความว่าถ้าริเรียต้องแยกทางกับคุโระไปที่ไหนก็ตาม มาริเอะและโรสก็ต้องตามไปด้วย 

กรณีเดียวกับมาเอลและอีกสองคนที่เหลือที่ต้องตามมาเรียไป 

“... เอางั้นก็ได้” 

“เข้าใจแล้วค่ะ” 

โรสและมาริเอะตอบรับริเรีย 

“มาเรีย เธอจะเข้าร่วมงานด้วยเลยไหม?” 

“เป็นไปได้ก็ไม่อยากล่ะนะจ๊ะ พวกเธอล่ะ?” 

“เออ… ผมว่าผมไม่ดีกว่...” 

“เข้าร่วมเถอะค่ะ โอกาสได้พบกับองค์ราชินีก็มีน้อย อีกอย่างพวกเราสองคนก็อยากเห็นผู้เข้าแข่งคนอื่นๆเหมือนกัน” 

ดูเหมือนรุ่นพี่สองคนนั้นจะอยากเข้าร่วมงานสังสรรค์ที่จัดขึ้นเป็นการต้อนรับเหล่าผู้มีความสามารถที่ได้เข้าร่วมทัวร์นาเม้นต์ในครั้งนี้ 

“อย่างนั้นเหรอจ๊ะ? ช่วยไม่ได้ล่ะนะจ๊ะ” 

สิ้นเสียงของมาเรีย ทั้งสองก็ก้มหัวเล็กน้อย 

กลับกัน มาเอลกลับก้มหน้าและแสดงสีหน้าไม่ค่อยสบายใจออกมา 

“ถ้าไม่อยากเข้าร่วมก็ไม่เป็นไรหรอกนะ ไหวรึเปล่า?” 

“เอ่อ… ไม่เป็นไรหรอก” 

มาเอลหัวเราะแห้งๆแสร้งว่าไม่เป็นไรต่อหน้าคุโระที่มีสายตาที่เฉียบคม 

แต่เขาก็ตอบไปแค่ว่า “เข้าใจแล้ว” จากนั้นก็หัวไปข้างหน้าดังเดิม 

“ให้ตายสิ คนเยอะจริงๆเลยนะ” 

“เมืองหลวงนี่ต่างกันลิบลับเลยนะ เพราะทัวร์นาเม้นต์ด้วยรึเปล่า?” 

“ก็มีส่วนล่ะมั้งคะ” 

สาวๆคุยกันไปเรื่อย แต่ก็ยังคงขยับขาเดินตามริเรียที่รู้เส้นทางอยู่คนเดียวไป โดยพยายามไม่ให้หลง 

แต่แน่นอนว่าคงหลงทางได้ยาก นั่นเพราะเหล่าชาวเมืองต่างเดินแยกทางให้กับริเรียราวกับโมเสกแยกทะเลแดงไม่มีผิด แต่เหตุผลหลักก็เพราะชุดที่ทุกคนใส่ 

มันคือชุดที่บ่งบอกว่าพวกเขาเหล่านี้คือนักเรียนจากโรงเรียนฝึกสอนการต่อสู้โรซาเรียที่2 แม้จะเป็นสาขาย่อย แต่ผู้เข้าเรียนย่อมมีความสามารถไม่ต่างจากโรงเรียนสาขาหลักเสียเท่าไร 

อีกทั้งยังนำโดยริเรีย ผู้ที่ถูกเคารพและนับถือมากที่สุดคนหนึ่ง 

“บางที่ก็รู้สึกอายสายตาของคนอื่นนะเนี่ย” 

“ฉันก็เหมือนกันค่ะ” 

ถึงจะพูดแบบนั้น แต่ทั้งคู่ก็จับมือกันอย่างกับแฟนที่เพิ่งมาเดทเป็นครั้งแรกไม่มีผิด 

เห็นแบบนั้นคุโระก็ได้แต่ยิ้มอ่อนตามหลังไป โดยมีโรสเดินตามอยู่ข้างๆ 

“นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันมาที่เมืองหลวงเลยนะ” 

“ชั้นก็เหมือนกัน” 

“นายเป็นใครงั้นเหรอ? แต่คงไม่ตอบหรอกมั้ง ฉันคิดไว้แล้วล่ะ” 

“เก่งดีนี่ เอาน่า มีเวลาอีกเยอะที่จะทำความรู้จักกัน” 

“นายนี่เป็นศัตรูของผู้หญิงจริงๆเลยนะ” 

“เหรอ? ไม่ค่อยรู้ตัวเลยนะ” 

พูดอย่างนั้น แต่โรสก็ไม่ได้แสดงท่าทีรังเกียจอะไรออกมา 

กลับกันเธอยังคงมองไปที่มือของคุโระอยู่ 

อีกทั้งดวงตาของคุโระในตอนนี้ ทั้งที่เป็นมาตั้งแต่แรกที่เจอกัน แต่เธอกลับไม่ได้สังเกตเลยว่าตาซ้ายของคุโระมีสีฟ้าอ่อน ในขณะที่ตาขวาเป็นสีดำตามปรกติ 

และก่อนหน้านี้ ตอนที่คุโระใช้พลัง ดวงตาของเขาก็จะเปล่งแสงออกมาอ่อนๆ โดยเฉพาะตาขวาที่เป็นสีแดงสดอย่างเห็นได้ชัด 

“บางครั้งฉันก็ถูกล้อเลียนว่าเป็นตัวประหลาด ฉันเป็นคนเดียวบนโลกที่รู้จักศาสตร์เวท และใช้งานมันได้อย่างชำนาญ จนกระทั่งมาเจอนาย” 

“เธอน่ะใช้ศาสตร์เวทได้ชำนาญก็จริง แต่ที่ชั้นใช้คือเวทมนตร์ พื้นฐานเราต่างกัน เอาน่า เดี๋ยวชั้นจะสอนเกี่ยวกับเวทมนตร์เท่าที่รู้ให้อยู่แล้ว” 

“สัญญานะ” 

จู่ๆโรสก็ชูนิ้วก้อยมาทางคุโระ โดยไม่ได้สนใจสายตาคนรอบข้างเลย 

“อา” 

แล้วคุโระก็เกี่ยวก้อยนั้น นั่นทำให้เธอหน้าแดงอ่อนๆ 

“ลืมไปเลย ว่ามันน่าอาย” 

“มีด้วยเหรอ? ความอายน่ะ” 

“ปากเสียจังนะ” 

คุโระยิ้มอ่อนๆแล้วจับมือของโรสเอาไว้ 

“... ฉันไม่น่าจะบอกให้จับมือนะ” 

“เอาน่า ไม่เห็นเป็นไรนี่?” 

“... เพราะแบบนี้เลยสาวติดเยอะสินะ? น่าสนใจดีนะ” 

“แหมๆรุกเก่งจังนะคุณโรส” 

แล้วโรสก็โดยมามิยะแซวในแทบจะทันที  

สุดท้ายทั้งสองก็แยกเขี้ยวใส่กันอีกครั้ง 

ไม่นานมาก กลุ่มของคุโระที่นำโดยริเรียก็มาถึงหน้าประตูวัง 

และพวกเขาก็ได้ทหารอัศวินที่อยู่หน้าประตูพาไปยังข้างใน ซึ่งแน่นอนว่าจนถึงตอนนี้นั้นก็ยังไม่เกิดเรื่องอะไรขึ้น 

หน้าปราสาทที่มีประตูบานใหญ่ มีรถม้าคันหนึ่งอยู่หน้าประตูทางเข้า และชายที่มีรูปร่างอ้วน แต่กลับแต่งตัวดูดี คงเป็นขุนนางไม่ผิดแน่ 

“เชิญข้างในเลยครับ” 

ทหารยามที่เฝ้าหน้าประตูได้เชิญทั้งเก้าคนเข้าไปข้างใน  

ทหารยามมีด้วยกันทั้งหมดสองคน พวกเขานำทางไปยังห้องโถงที่ใช้จัดงานเลี้ยงขนาดเล็กเอาไว้ 

ตามทางเดินไปในระยะเวลาหนึ่ง ทหารสองคนนั้นก็หันกลับมา แล้วแยกกลุ่มของพวกคุโระในทันที 

โดยจะแยกเป็นคุโระกับมามิยะเข้าไปในห้องโถง และพวกริเรียต้องไปเข้าอีกทางเพราะเป็นกลุ่มอาจารย์และผู้ติดตาม 

พอได้ยินแบบนั้น พวกเขาก็แยกกันทันที 

คุโระเดินตีคู่กับมามิยะเข้าไปในห้องโถง โดยจะมีการตรวจสอบข้อมูลและการรับฝากอาวุธเอาไว้ 

ดาบของทั้งสองคนถูกนำไปเก็บไว้ใกล้ๆชั้นวางอาวุธที่คนอื่นๆเอาไปเก็บกัน โดยมีทหารคอยเฝ้าอุปกรณ์นั้นเอาไว้อยู่หนึ่งคน 

คุโระและมามิยะได้ถูกพาตัวเข้าไปในห้องโถง โดยพ่อบ้านคนหนึ่งซึ่งดูมีอายุและมากฝีมือ 

เมื่อเข้าไปก็พบกับนักเรียนจากแต่ละโรงเรียน รวมทั้งสิ้น12คน 

ตัวแทนสองคนต่อหนึ่งโรงเรียน และชนชั้นสูงที่เข้าร่วมในฐานะขุนนางที่ไม่ได้เป็นตัวแทนของโรงเรียนอีกสิบคน  

อีกทั้งยังมีผู้เข้าร่วมการแข่งขันคนอื่นๆอีกหลายคน หากผ่านการคัดเลือกมาได้ก็จะได้เข้าร่วมทัวร์นาเม้นต์ครั้งนี้ ซึ่งชนชั้นสูงกับสามัญชนนั้นแยกกลุ่มอย่างชัดเจน 

อีกทั้งยังมีชนชั้นสูงคนอื่นๆที่อยู่หน้างาน และที่นั่งพิเศษ กำลังมองมาทางคุโระและมามิยะอีกด้วย 

มามิยะเป็นคนสวย แม้จะสวมกางเกงแทนที่จะเป็นกระโปรง แต่เธอก็ยังคงน่าดึงดูด 

คุโระมีร่างกายที่ดูดี ใบหน้าก็หล่อเหลา อีกทั้งยังมีบรรยากาศที่น่าสนใจ ผู้คนเลยจ้องมองกันอย่างไม่วางตา 

“คนเยอะจังเนอะ” 

“ก็งานเลี้ยงนี่นะ” 

“แต่เท่าที่อ่านมา ฉันนึกว่าจะมีแค่ตัวแทนจากแต่ละโรงเรียนซะอีก แบบนี้มันเยอะไปนะ” 

“บ่นไปก็ไม่ทำให้มันมีอะไรเปลี่ยนสักหน่อย หรือว่าไม่อยากอยู่แล้วงั้นเหรอ?” 

“ก็ไม่ได้อยากมาเป็นพิเศษ แต่ว่าโดนบังคับนี่นะ” 

ทั้งสองคนคุยกันโดยไม่สนสายตารอบข้าง คุโระและมามิยะ เดินฝ่าฝูงชนไปยังด้านหน้า พลางมองซ้ายทีขวาที 

“ไม่มีคนอื่นอยู่ พวกอาจารย์ของโรงเรียนอื่นก็ถูกพาตัวไปอีกที่เหมือนกันสินะ?” 

“นั่นสินะ คิดถึงมาริเอะจัง” 

“เพิ่งแยกไปไม่กี่นาทีเองนะ” 

“ฉันไม่อยากจะเจอหน้ายัยโรสเลย” 

“ใจเย็นน่า” 

พูดแบบนั้นแล้วไปนั่งลงที่เก้าอี้ตรงโต๊ะจัดงานด้านหน้าสุด 

มามิยะนั่งไขว่ห้าง นำมือเท้าคาง ส่วนคุโระนั่งกอดอกยืดตัวตรง 

เพลงบรรเลงดังขึ้น แต่กลับไม่มีใครเต้นรำเลยแม้แต่คนเดียว 

นั่นเพราะทุกคนกำลังให้ความสนใจกับมามิยะ ที่กำลังนั่งดื่มด่ำไปกับบทเพลงที่ไพเราะนี้อยู่ 

คุโระมองไปยังบัลลังก์ด้วยสายตาที่ว่างเปล่า และกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่ 

ไม่นานนัก มามิยะก็พูดขึ้น 

“คุโระ ไปเต้นกันไหม?” 

“อยากเต้นงั้นเหรอ?” 

“ตอนงานโรงเรียน ฉันไม่ได้มีความกล้าพอจะไปขอให้นายเต้นกับฉันนี่นะ แต่ตอนนี้มีโอกาสแล้ว เลยอยากจะคว้าโอกาสนั่นเอาไว้” 

“ต้องทำให้เป็นทางการสินะ” 

แม้จะนั่งได้แค่ครู่เดียว แต่ทั้งสองก็ลุกขึ้นยืน 

คุโระทาบมือขวาที่หน้าอก ไขว้มือซ้ายไว้ด้านหลังแล้วโค้งให้มามิยะ 

“ได้โปรดเต้นรำกับผมด้วยเถอะ” 

“นายตอนพูดสุภาพนี่หายากนะเนี่ย” 

มามิยะยื่นมือไปทางคุโระ แล้วคุโระก็รับเอาไว้ 

ทั้งสองเต้นรำกันโดยใช้ความทรงจำที่ได้รับจากการเรียนไม่กี่เทอมสมัยมัธยม 

แม้จะไม่มากมาย แต่การแสดงสีหน้าความรู้สึก และจังหวะการขยับที่เข้าขากัน ทำให้การเต้นรำของทั้งคู่ดูงดงามเป็นอย่างมาก 

เพลงที่บรรเลงอยู่นี้กำลังจะจบลง และเริ่มเพลงใหม่ มามิยะกับคุโระก็เปลี่ยนท่าเต้นไปเล็กน้อย ให้เข้ากับเพลงที่อ่อนหวานนี้ 

เพราะเต้นตอนกลางเพลง ทำให้มามิยะยังรู้สึกไม่พึงพอใจ คุโระเองก็คิดเอาไว้แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้เลยเต้นต่อโดยไม่ปริปากบ่น 

การเต้นรำของทั้งคู่ดำเนินไปจนกระทั่งจบเพลง ทั้งสองก็โค้งให้กัน แล้วควงแขนเดินกลับไปที่นั่งเดิม 

ระหว่างทางก็มีคนเข้ามาหา ทั้งชายและหญิง 

ผู้ชายเข้ามาหามามิยะ ผู้หญิงก็เข้ามาหาคุโระ ทั้งสองฝ่ายต่างขอทั้งสองเต้นรำ 

“โทษทีนะ ชั้นมีคนที่จะเต้นด้วยอยู่แล้วน่ะ” 

“ผู้ชายที่ฉันจะเต้นรำด้วย มีแค่คุโระเท่านั้นแหละ ขอโทษด้วยนะ” 

แต่ทั้งคู่ก็ปฏิเสธไปอย่างชัดเจน แล้วเดินผ่านทั้งสองกลุ่มออกมาในทันที 

ทว่ายังมีผู้เข้ามาตามราวีอยู่ไม่เลิก 

ฝ่ายหญิงนั้นมีไม่มาก และต่างได้รับคำตอบที่ชัดเจนกันแล้วจึงยอมถอยกันไปจนหมด 

แต่ไม่ใช่กับฝั่งผู้ชาย ผู้ชายจำนวนหนึ่งเดินตามมามิยะมาจนกระทั่งมามิยะนั่งลง 

ในกลุ่มของคนพวกนั้นมีชายคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้ากลุ่ม ผมสีทอง ดวงตาสีฟ้า หล่อเหลาแต่ดูเสียของเสียจนน่าขัน 

“ได้โปรดเต้นรำกับผมด้วยเถอะนะครับคุณผู้หญิง” 

“ผู้ชายที่ฉันจะเต้นรำด้วย มีแค่คุโระเท่านั้น ฉันไม่เต้นกับคนอื่นหรอกนะ” 

“ถ้างั้นช่วยบอกผมหน่อยได้ไหม ว่าชายที่ชื่อว่าคุโระดีกว่าผมอย่างไร?” 

เขเหลือบสายตาไปมองคุโระ จากนั้นคนในกลุ่มก็ล้อมเข้าที่ด้านหลังของคุโระในทันที 

“ต้องขอโทษด้วย แต่คุณช่วยลุกออกไปได้ไหม?” 

“ขอปฏิเสธ” 

เขาพูดอย่างนั้นกับคุโระ แต่คุโระก็ตอบปฏิเสธไปในทันที 

อีกทั้งยังไม่แม้แต่จะลืมตามอง คุโระเท้าคางแล้วหลับตาลงอย่างสบายใจ จนชายผมทองคิดว่าเขาไม่รู้สถานการณ์ของตนเอง 

“นายถามใช่ไหมว่าคุโระดีกว่านายตรงไหน?” 

แล้มามิยะก็พูดขึ้นมา เธอหันไปทางชายผมทองแล้วยิ้มให้เขา 

“แค่นิสัยเขาก็ดีกว่านายแล้วหลายเท่า ถึงแม้จะไม่ใช่คนดีก็เถอะ” 

“ปากร้ายนะเนี่ย” 

คุโระแซะมามิยะที่หัวเราะออกมาเบาๆ  

ชายผมทองที่ได้ยินอย่างนั้นก็ส่งสายตาไปยังลูกน้องของเขา 

กลุ่มของลูกน้อง เมื่อเห็นแบบนั้นก็รีบลงมือในทันที 

“ดูเหมือนจะเป็นพวกไม่ค่อยมีมารยาทนะ” 

คุโระลุกขึ้นยืนแล้วหันมาทางชายผมทอง 

ชายคนนั้นคิดว่าคุโระกลัวจึงลุกขึ้นก็รู้สึกได้ใจ เขายิ้มแสยะแล้วส่งสายตาไปยังลูกน้องของเขาอีกที 

“เข้าใจสถานะของตัวเองดีนี่ หลีกไปสิ” 

“ดูเหมือนแกจะเข้าใจอะไรผิดนะ ชั้นไม่ได้ลุกขึ้นเพราะกลัวหรือเกรงใจอะไรแก แค่เริ่มไม่สบอารมณ์และอยากระบายด้วยกันกระทืบพวกแกเท่านั้น” 

คุโระเดินเข้ามาประชิดชายผมทอง แม้จะสูงไม่ต่างกันมาก แต่ว่าคุโระนั้นให้บรรยากาศที่กดดันกว่ามาก 

“ถ้าไม่ติดว่าที่นี่คือพระราชวังหรืออะไรก็ตามแต่ ชั้นพูดได้เลยว่านายคงได้ลงไปนอนกับพื้นแล้ว” 

“...หึ พูดได้ดีนี่?” 

แต่ชายผมทองกลับไม่ได้แสดงท่าทีหวาดกลัวอะไรออกมาเลยแม้แต่น้อย 

“นายไม่รู้สินะว่าฉันเป็นใคร?” 

ชายคนนั้นเดินถอยออกมาหนึ่งก้าวแล้วกางแขนออกอย่างโอ้อวด 

“เจ้าชายลำดับที่หนึ่งแห่งอาณาจักรโรซาเรีย วิกเตอร์ โรซาเรีย นายกำลังพูดอยู่กับว่าที่รัชทายาทคนนั้นอยู่นะ” 

“แล้วไง?” 

คุโระที่เอียงหัวเล็กน้อย พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกชัดเจนว่าไม่ได้สนใจเลยแม้แต่น้อย 

“ไปกันดีกว่าคุโระ ที่นี่น่าเบื่อกว่าที่ฉันคิดเยอะเลย” 

“แล้วคนอื่นๆล่ะ?” 

“นั่นสินะ ต้องรออีกนานแค่ไหนกันเนี่ย?” 

มามิยะลุกขึ้นแล้วยืดแขนบิดไปมา แล้วเดินเข้ามาควงแขนของคุโระ 

“งั้นเราไปหาอาจารย์กันเลยดีไหม?” 

“ถ้าได้ล่ะนะ” 

“ช้าก่อน ฉันไม่อนุญาตให้พวกนายทำอะไรตามใจชอบหรอก” 

ชายผมทอง … เจ้าชายวิกเตอร์พูดแบบนั้นแล้วสั่งห้ามทั้งคู่ 

“ชั้นไม่ได้ขอ” 

“นี่ไม่ใช่เรื่องของท่านค่ะ” 

ทั้งสองตอบแบบนั้นแล้วพยายามจะเดินฝ่าฝูงชนออกไปยังประตูทางออก 

แต่แล้วไฟก็มืดลง พร้อมเสียงที่ดังขึ้นจากด้านหลัง 

คุโระและมามิยะหยุดเดินแล้วหันไปทางบัลลังก์ ที่ที่มีเสียงดังขึ้น และคนอื่นๆก็มองไปทางนั้นเช่นกัน 

ณ เวลานี้ มีคนกำลังเดินออกมาจากผ้าม่านด้านข้าง 

นำโดยสตรีที่มีรูปร่างงดงาม ผมยาวลอนสีน้ำตาลอ่อนปลิวไสว ดวงตาสุขุม อีกทั้งยังน่าดึงดูด 

ราชินีแห่งโรซาเรีย โรเซ่ โรซาเรีย ตอนนี้กำลังนั่งบนบัลลังก์ที่ถูกเตรียมไว้ 

อีกทั้งยังมีผู้คนมากมายเดินไปอยู่ด้านหลังของเธออีกด้วย เมื่อดูตำแหน่งแล้ว คงเป็นพวกอาจารย์และผู้ติดตามทั้งหลายอย่างแน่นอน 

เพราะตรงนั้นมีริเรียและคนอื่นๆอยู่ด้วย 

“เอ๊ะ? มาริเอะจัง?” 

เสียงกระซิบเบาๆดังขึ้น แต่ก็มากพอที่ทำให้มามิยะสนใจแล้วหันขวับไปอย่างรวดเร็ว 

เป็นหญิงสาวผมสีน้ำตาลเข้ม ดวงตาสีน้ำตาลเช่นเดียวกับผมของเธอ ผมลอนมีใบหน้าคล้ายกับราชินีแต่ไม่ใช่ญาติกันหรืออย่างใด 

และแม้คุโระจะไม่ได้สังเกต แต่ฝั่งตรงข้ามกับพวกริเรียก็มีคนคุ้นตายืนปะปนอยู่ด้วย 

“ขอกล่าวสวัสดีผู้เข้าร่วมการแข่งขันทุกท่าน เราเป็นราชินีแห่งโรซาเรีย ผู้ได้รับหน้าที่ในการจัดงานและดูแลร่วมกับอาณาจักรอื่นๆ โรเซ่ โรซาเรีย ขอให้ท่านทุกคนสนุกกับงานในวันนี้ แม้จะเล็กไปหน่อย แต่ก็ขอให้สนุกกับงาน” 

เธอพูดแบบนั้นแล้วผายมือไปทางอาจารย์ที่ยืนอยู่ข้างหลัง 

“ผู้ที่อยู่ด้านหลังเราเหล่านี้คืออาจารย์จากแต่ละโรงเรียนและเหล่าผู้ติดตาม พวกเขาจะมาดูแลผู้เข้าแข่งทุกคนที่เข้าร่วมการแข่งขัน หากเกิดเหตุขัดข้องหรือปัญหาใดๆ ให้แจ้งไปที่พวกเขาได้ในทันที” 

เพราะผู้เข้าแข่งบางคนไม่ได้มีผู้ดูแล เหล่าอาจารย์ที่มากฝีมือจึงต้องรับงานนี้และคอยดูแลผู้เข้าแข่งทุกคน  

ในขณะที่โรเซ่กำลังพูดอยู่นะ จู่ๆประตูก็เปิดขึ้น 

เสียงเงียบลง ทุกสายตามองไปยังที่ประตูบานนั้น 

ณ ประตูบานนั้น … มีเด็กสาวอยู่สองคน 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว