ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

31 : คุณรบไปไหน...

ชื่อตอน : 31 : คุณรบไปไหน...

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 15.5k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ธ.ค. 2563 10:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
31 : คุณรบไปไหน...
แบบอักษร

“ซื้ออะไรมาบ้างล่ะลูก ชุดแต่งงานล่ะ ไปที่ร้านแล้วใช่ไหม”ทันทีที่กลับมาถึงบ้านว่าที่คุณแม่ของสามีก็ปรี่เข้ามาหาว่าที่ลูกสะใภ้ด้วยความตื่นเต้น บอกให้เด็กๆเอาของจากมือเพียวไผ่ไปวางไว้ที่โซฟาอีกทั้งจับมือชายหนุ่มไปนั่งที่โซฟา ในขณะที่คนร่างใหญ่ที่เดินตามมามองนิ่งๆไม่พูดอะไร

“ไปเอาน้ำเย็นๆมาให้หนูเพียวสิ ยืนงงอะไร”ไม่วายหันไปดุสาวรับใช้ที่ยืนงงๆเหมือนไม่แน่ใจว่าต้องทำอะไรต่อ แต่เมื่อได้ยินคำสั่งเธอก็รีบออกไปทันที

“เพียวกับพี่รบไปมาแล้วครับ”

“แล้วเครื่องเพชรหรือแหวนอะไรล่ะ เลือกมาแล้วยังจ้ะ”

“ครับ”เพียวไผ่พยักหน้ารับเสียงเบา

“หนูเลือกอันที่หนูชอบมาเลยใช่ไหมลูก”เพียวไผ่ก็เงยหน้าสบตามองคนที่นั่งตรงกันข้ามครู่หนึ่งก็พยักหน้าตอบ

“ครับ”

“ดีแล้วจ้ะ นี่ก็ค่ำแล้ว หนูกลับมาเหนื่อยๆไปพักผ่อนนะลูก เดี๋ยวคุณแม่จะให้เด็กไปเรียกทานอาหารดีไหม”

“เอ่อ ขอบคุณครับ แต่ว่า..”

“ผมกับเพียวไผ่กินมาแล้วครับ คงไม่ร่วมโต๊ะเย็นนี้ด้วย”

“อ้าว งั้นหรอจ้ะ งั้นไม่เป็นไร งั้นหนูก็ไปพักผ่อนเยอะๆนะลูกนะ พักผ่อนน้อย เดี๋ยวจะดูแย่ก่อนวันงานแต่งเอาได้”

“ครับ”เพียวไผ่รับคำแผ่วๆก่อนจะส่งยิ้มบางไปแล้วก็กลับไปเรือนเล็กพร้อมนักรบ

 

ทันทีที่ถึงเรือนเล็กเพียวไผ่ก็ตรงไปยังห้องนอนก่อนจะหยิบผ้าขนหนูกับชุดคลุมอาบน้ำออกมาแล้ววางไว้ เดินออกไปเห็นคนร่างสูงปลดกระดุมเสื้อสองสามเม็ด จับมวนบุหรี่นั่งอยู่ที่โซฟา เพียวไผ่ก็ชะงักแล้วก็ตรงเข้าไปหา

“คุณรบครับ”ไม่ได้คำตอบรับนักรบทำเพียงเงยหน้ามองคนที่เรียกตนนิ่งๆ

“คุณรบจะอาบน้ำเลยไหมครับ เพียวจะเตรียมน้ำอาบให้”

“อืม”เพียวไผ่ก็ยกยิ้มบางๆหมุนตัวกลับเข้าไปในห้องนอนอีกครั้ง เลือกกลิ่นสบู่ในห้องน้ำด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ก่อนจะทิ้งบาธบอมลงไปให้ละลายฟู่ๆในน้ำ. ตีน้ำเบาๆ จนทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยก็เดินกลับไปเรียกนักรบอีกครั้ง แต่ออกไปแล้วก็กลับไม่เจอร่างคนร่างสูง ก็งุนงง

“คุณรบครับ”จังเดินไปเรียกที่สนามหญ้าหลังบ้าน แต่ก็ยังไม่เห็น

ไปไหนนะ....

เพียวไผ่คิดว่าอีกสักพักนักรบก็คงจะเข้ามาจึงเปลี่ยนเสื้อผ้าของตัวเองใส่เสื้อคลุมอาบน้ำแทนแล้วก็นั่งเล่นมือถืออยู่บนโซฟาเงียบๆ

 

 

ไม่แน่ใจว่าตัวเองเผลอหลับไปนานแค่ไหน ตกดึกเพียวไผ่ตื่นขึ้นพบว่าในบ้านทั้งเงียบและสว่างโร่เหมือนเดิม และตัวเองก็ยังคงยู่บนโซฟาที่เดิม มองนาฬิกาบอกเวลาตีห้าแล้ว เผลอหลับไป...นึกสงสัยไม่น้อยว่าทำไมนักรบจึงไม่ปลุกตนให้ไปนอนดีๆเช่นทุกครั้ง แต่ครั้นที่เปิดประตูห้องนอนก็ไม่พบนักรบเหมือนเดิม เดินไปที่ห้องน้ำ อาบที่เตรียมไว้ก็ยังเหมือนเดิม เหมือนกับว่านักรบไม่ได้เข้ามาใช้ห้องน้ำ

‘ไปไหนของเขา’เพียวไผ่จึงจัดการปล่อยน้ำในอ่างทิ้งแล้วก็อาบน้ำให้ตัวเองสะอาดสะอ้านกลับมาที่ห้องนอนก็ไม่ลังเลที่จะโทรหาคนร่างสูง

 

ตื้ดดดดด ตื้ดดดดดด ตื้ดดดดดดดดด. รอสายอยู่ตั้งนานก็ไม่มีคนรับ ก็พลันทำเพียวไผ่กระวนกระวาย ครั้นจะไปตามคนที่เรือนใหญ่ก็เกรงว่าเป็นการไปรบกวนเวลาหลับนอนของคนอื่น

ตื้ดดดดดด ตื้ดดดดดดดดดดดดด. ตื้ดดดดดดดด จึงโทรหาอีกครั้ง รอสายอีกครู่ก็มีคนรับสาย

“ครับ”เสียงปลายสายตอบกลับมา ไม่ใช่เสียงคุณรบ....เพียวไผ่นิ่งงันในห้องนอนกว้างตอบกลับเสียงสั่น

“ขอสายคุณรบหน่อยได้ไหมครับ”

“คุณรบหลับอยู่ครับ เดี๋ยวผมปลุกให้นะครับ”ล..หลับอยู่งั้นหรอ

“เอ่อคือ....”ไม่ทันที่เพียวไผ่จะปฏิเสธ ก็ได้ยินเสียงแผ่วเบาของคนสองคนคุยกันเข้ามาแว่วๆ

‘พี่รบ มีคนโทรมาครับ’

‘อืม ใคร’

‘ทายน์ไม่รู้ครับ ก็พี่เมมเบอร์เขาw’ ท...ทายน์อย่างนั้นหรอ เพียวไผ่ไม่รอให้เจ้าของมือถือมาพูดก็กดวางสายเสียดื้อๆ

ทายน์ ทายน์คนนั้นหรอ

ทายน์คนที่เคยทิ้งนักรบงั้นหรอ ไม่หรอก... พวกเขาเลิกกันแล้ว จะไปนอนด้วยกันได้ยังไง

ความคิดแล่นเข้ามาในหัวนับร้อยพัน ไม่หยุด เพียวไผ่วางมือถือลงบนเตียง ก็นั่งนิ่ง

 

ดึกขนาดนี้นักรบไปอยู่กับคนชื่อทายน์ได้ยังไง...

ทายน์คนเมื่อกี้ใช่ทายน์เดียวกันกับแฟนนักรบไหม

บางทีอาจจะไม่ใช่

แล้วถ้าใช่ล่ะ มันก็สิทธิ์คุณรบไม่ใช่หรอ

แต่เรากำลังจะแต่งงานกัน

แต่คุณรบไม่เคยรักเรา ไม่เคยอยากแต่งงานกับเราด้วยซ้ำ

 

ร่างเล็กทิ้งตัวอย่างเหม่อลอยลงบนโซฟา หยิบหมอนอิงมากอดไว้แน่นก่อนจะเอนตัวลงบนโซฟา

 

 

แหมะ~ น้ำสีใสหยดลงแก้ม ปากเล็กเบะกลั้นไว้ ทำดีกับคุณรบเยอะๆอีกเดี๋ยวคุณรบก็รัก

ไม่...คุณรบไม่เคยรัก

 

อีกนิดเดียวคุณรบอาจจะรัก คุณรบดูแลตอนป่วย คุณรบซื้อของให้มากมาย กอดเวลาเราเสียใจ อีกนิดเดียวคุณรบคงจะรัก

คุณรบเอ็นดูเราจะตาย คุณรบอาจจะรักเราในวันหนึ่งก็ได้

 

 

 

เพียวไผ่อยากจะหลับตานอนลงต่อ แต่ก็นอนไม่หลับ เช้ามืดแล้ว เอนตัวกอดหมอนอิงอยู่อย่างนั้น จนท้องฟ้าสว่างก็ลุกขึ้น มองนาฬิกาอีกครั้ง เจ็ดโมงเช้าแล้ว ก็เดินไปที่สนามหลังบ้าน ไม่มีอะไรทำก็หยิบสายยางมารดน้ำต้นไม้เงียบๆ

เสียงรถแล่นเข้าในรั้วบ้านไม่ได้ดังมากเพียวไผ่ชะงัก คุณรบอาจจะกลับมาแล้ว ทำท่าจะทิ้งสายยางลงพื้นก็ชะงัก คุณรบจะกลับมาตอนนี้ทำไมยังเช้าอยู่เลย คงจะนอนอยู่กับคนที่ชื่อทายน์คนนั้น คงไม่ใช่คุณรบอาจจะเป็นคนที่ชื่อคุณหมอกองทัพ หรือใครสักคนในบ้านนี้

“รดน้ำต้นไม้แต่เช้า คงมีความสุขดีสินะ”เสียงทุ้มดุที่คุ้นเคยดังขึ้นด้านหลังทำเพียวไผ่สะดุ้ง หันไปมองก็เห็นนักรบ สีหน้าอีกฝ่ายราวกับโดนต่อแตนต่อยมาอย่างไรอย่างนั้น บูดบึ้งจนเพียวไผ่ไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายกำลังโกรธใครมา

“คุณรบ กลับมาถึงแล้วหรอครับ”เพียวไผ่ไม่รู้จะพูดอะไรก็ถามออกไปด้วยคำถามโง่ๆเบาๆ

“ถ้าไม่กลับมาจะเห็นรึไง”เพียวไผ่ได้แต่ยืนน้อยใจที่จู่ๆก็โดนดุโดยไม่มีสาเหตุ เขาไม่รู้จะทักคำไหนไปนี่ เมื่อคืนเตรียมน้ำอาบอีกคนก็ไม่อยู่ห้องแล้ว ทิ้งเขาหายไปทั้งคืน โทรไปคนที่เป็นชื่อเดียวกันกับแฟนเก่าเป็นคนรับสาย กลัมาก็เหมือนเขาไปทำอะไรผิดอย่างนั้นอีก หรือโกรธที่เราโทรไปหา โกรธที่เราโทรไปกวน คงจะอย่างนั้นสินะ

“ครับ”เพียวไผ่ก็คงเอ่ยแค่ครับแค่นั้น หยิบเก็บสายยางไปวางไว้ที่เดิมก็จะเดินกลับเข้าบ้านแต่ก็ถูกคนร่างใหญ่ขวางประตูไว้ เพียวไผ่ก็ก้มหน้าพูด

“คุณรบหลีกทางให้เพียวด้วยครับ”เพียวไผ่บอก ขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้กลิ่นเหมือนน้ำยาฟอร์มาลีนกึ่งๆแอลกอฮอล์ล้างแผลจากเสื้อผ้าชุดเดิมของนักรบแตะจมูกมา

“เป็นอะไร”ใบหน้าใสถูกเชยหน้าขึ้น เพียวไผ่ก็พยายามหลบ อีกคนก็จับคางไว้

“ทำไมตาบวม ร้องไห้?”เสียงดุถาม

“เปล่าครับ”

“เปล่าอะไรก็เห็นๆอยู่”

“คุณรบไม่ต้องห่วงเพียวหรอกครับ!”ไม่รู้ว่าเพราะโมโหหรือน้อยใจจึงเผลอพูดเสียงดังไป พูดจบจึงไดแต่ก้มหน้ารู้สึกผิด

“ฉันไม่ได้เป็นห่วง”กึก สะอึกจุกในลำคอ บอกตัวเองอย่าเพิ่งน้ำตาไหลตอนนี้

“ครับ เพียวทราบแล้วว่าไม่ได้เป็นห่วง จะไปไหนโดยไม่บอกสักคำก็ไม่เป็นไรหรอกครับ เพียวรอได้อยู่แล้ว”

“……”

“กลับมาจะดุเพียวขนาดไหนมันก็สิทธิ์คุณรบครับ เพียวไม่มีสิทธิ์อะไรอยู่แล้ว”ตาแดงก่ำเพราะกลั้นน้ำตา เสมองไปทางอื่น

“แล้วทำไมไม่โทรไปถามตั้งแต่เมื่อคืน”เสียงราบเรียบจากอีกคนก็ดังขึ้น

“……”เพราะเขาเผลอหลับคิดว่านักรบคงไปไหนไม่นาน

“เพียว...เพียวหลับ”

“หึ ก็หลับได้โดยไม่ต้องมีฉันนี่ แล้วจะบอกว่ารอไปเพื่ออะไร ฉันจะไปไหนก็ไม่จำเป็นต้องรายงานเธอ”เพียวไผ่เม้มปาก แต่อย่างน้อยๆตอนนี้ก็อยู่ในบ้านเดียวกัน จะไปไหนมาแน่แค่บอกให้รู้จะได้ไม่ต้องเป็นห่วงแค่นั้นไม่ได้รึไง

“รวมถึงไปนอนกับคนที่ทายน์อะไรนั่นด้วยหรอครับ”

“……”

“ขอโทษครับ”พูดจบก็ลอดใต้แขนใหญ่เข้าบ้านไปเงียบๆ ใช่ นักรบจะทำอะไรเขาไม่มีสิทธ์ตั้งคำถามหรืออะไรอยู่แล้ว สำคัญตัวมากเกินไปแล้วเพียวไผ่ เจียมเนื้อเจียมตัวไว้ก็ดี อย่าลืมว่าตัวเองอยู่ในฐานะอะไร

“อยากรู้อะไรก็ถาม ไม่ใช่คิดเองเออเอง”ขาเล็กชะงัก เมื่อได้ยินเสียงดุอีกครั้ง

“เพียวไม่ได้อยากรู้อะไรครับ”กลัวว่าถามไปแล้วตัวเองจะเสียใจ จะรับไม่ได้

“เธอพูดเองนะ”

“ครับ”เพียวไผ่หันมาประจันหน้า เงยหน้าสบตาดวงตาดุก็รีบหลบตาไปทางอื่นเมื่ออีกฝ่ายจ้องมาไม่วางตา

“เธอกำลังน้อยใจฉันเรื่องคนที่รับสาย?”เพียวไผ่เม้มปากเงียบ ใช่กำลังน้อยใจ น้อยใจมากๆ ถ้าบอกไป เดี๋ยวคุณรบก็ต้องย้ำด้วยประโยคเดิมๆที่เคยพูด บอกให้เขาเลิกรักบ้างล่ะ บอกให้เขาตัดใจบ้างล่ะ ย้ำเรื่องสถานะบ้างล่ะ ฟังจนเสียใจหลายครั้งแล้ว

“เขาไม่...”

“เปล่าครับ เพียวไม่ได้น้อยใจ”

“……”

“เพียวไม่ได้น้อยใจครับ มันเป็นสิทธิ์ของคุณรบ เพียวรู้ฐานะของตัวเองดีครับ”

“……”

“เราไม่ได้อยู่ในฐานะที่จะน้อยใจ หรือหึงหวงกันได้ ที่เพียวแต่งงานกับคุณรบเพราะได้ประโยชน์ร่วมกันเช่นกันกับคุณรบครับ”

“……”

“เพราะงั้นคุณรบสบายใจได้เลยครับว่าเพียวจะไม่งี่เง่าน้อยอกน้อยใจคุณรบในเรื่องเล็กๆอย่างเมื่อคืนได้ครับ”

“……”

“ขอโทษที่โทรไปรบกวนคุณรบดึกดื่นครับ ทีหลังจะไม่ทำอีกแล้วครับ”

“ก็ดี”เสียงทุ้มดุตอบกลับนั้นๆแล้วทั้งห้องก็เงียบลงอีกครั้ง เพียวไผ่ไม่รู้จะทำอะไร ก็เดินไปนั่งเล่น บนโซฟาเงียบๆ จนเสียงประตูห้องนอนปิดลง ปากบางก็เบะ น้ำตาไหลออกมา ความน้อยใจตีตื้นขึ้นมาอย่างรุนแรงอยู่ในใจ แต่ก็ทำได้แค่ร้องไห้เงียบๆ ถ้าไม่เจียมเนื้อเจียมตัวกลัวคุณรบจะไม่เอ็นดู กลัวคุณรบทิ้ง...

 

 

 

“หนูเพียว ทำไมตาบวมอย่างนั้นล่ะลูก”เสียงตกอกตกใจของคุณหญิงณิชาดังขึ้นขณะร่วมโต๊ะอาหาร เพียวไผ่ก้มหน้าตอบคำถามเบาๆ

“เพียวแค่เผลอขยี้ตาแรงไปครับ ออกไปรดน้ำแล้วแมลงบินเข้าตา”

“ตายจริง ทีหลังอย่าขยี้ตาอย่างนี้อีกนะลูก ดูสิ บวมเหมือนคนร้องไห้ แล้วจะหายเมื่อไหร่เนี่ย”

“ทิ้งไว้สักพักก็หายบวามแล้วครับ”เพียวไผ่หันไปส่งยิ้มบางๆ คุณหญิงณิชาก็ได้แต่ส่งสายตาเป็นห่วงเป็นใย แต่เมื่เพียวไผ่ยืนกรานบอกว่าไม่เป็นไรจริงๆเธอจึงเงียบ

“แม่นึกว่าหนู ร้องไห้ หรือไม่ได้นอนมาซะอีก”

“เมื่อคืนเพียวหลับสบายดีมากครับ”

“ดีแล้วลูก หลับสบายก็ดีแล้ว มาอยู่ที่นี่ขาดอะไรก็บอกกันได้นะลูกนะ อยากได้อะไรก็บอกเด็กๆไปได้เลย หนูก็เป็นคนบ้านนี้เหมือนกัน”

“ขอบคุณครับ”เพียวไผ่ยกมือไหว้ขอบคุณจากใจ หันไปทางคนร่างสูงก็เห็นว่าอีกคนนั่งกินข้าวไม่สนใจใครตนจึงกินข้าวต่อไปเงียบๆ

 

ทานข้าวที่เรือนใหญ่จนเสร็จก็โดนคุณหญิงณิชากักตัวไว้ทั้งสองคนเพื่อเลือกการ์ดแต่งงาน แม้เพียวไผ่อยากอิดออดไม่อยากเลือกแค่ไหนก็ไม่สามารถจะทำอะไรได้ จึงได้แต่ยกยิ้มเอออตามคุณหญิงณิชาไป

“ตารบแม่ว่าของชำรวยชิ้นนี้เป็นยังไงลูก”คุณหญิงณิชายื่นคอลเล็กชั่นของบำรวยมาให้ลูกชาย อีกคนก็ทำทีเป็นว่าง่วนกับการดูแบบการ์แต่งงาน เหลือบไปทางนักรบเล็กน้อย

“แล้วแต่เพียวไผ่เถอะครับ”

“หนูเพียวล่ะลูก หนูว่ายังไง พี่รบเขาตามใจหนูหมดเลยน้า”เธอพูดพลางระบายสีหน้ายิ้มกว้าง

“เพียวเอ่อ.. แล้วแต่พี่รบดีกว่าครับ”

“เอ้ายังไงกันสองคนนี้ แต่งงานครั้งเดียวนะ เอาแต่ตามใจคนนี้กันไปกันมาจะได้เลือกไหมล่ะเนี่ย”

“เลือกสิ ชอบแบบนี้ไหนก็เอาตามแบบที่ชอบ”เสียงทุ้มตอบกลับมา เพียวไผ่ก็ยื่นมือรับหนังสือหนาจากนักรบพลิกดูไปมา ก็เลือกไม่ถูก มันสวยหมดทุกอัน แต่จะตั้งใจเลือกไปมันก็แค่นั้นเมื่อคนที่จะแต่งงานด้วยไม่ได้รักเราเลย เพียวไผ่ได้แต่คิดในใจ

“พี่รบเลือกเถอะครับ”ท้ายสุดจึงกลับไปให้นักรบเหมือนเดิม โชคดีที่จู่ๆก็มีสาวใช้มาบอกว่ามีคนขอสายถึงคุณหญิงณิชาเวลานี้ที่ห้องนั่งเล่นจึงมีเพียงเพียวไผ่กับนักรบและคนที่จ้างมาให้จัดการเกี่ยวกับงานแต่งในครั้งนี้

“ฉันไม่รู้จะเลือกอะไร”

“เพียวก็ไม่รู้จะเลือกอะไรครับพี่รบเลือกเถอะครับตามแต่พี่รบ”

“……”

“……”

“เลือกอันไหนมันก็เหมือนๆกันนั่นแหละ”ไม่เหมือนกันสักหน่อย อย่างถ้าเลือกช้อนส้อมน่ารักๆนี้ก็แปลว่าคู่กัน เหมาะสมกัน แยกไม่จากกัน ถ้าเลือกถุงหอมก็เหมือนความรักที่หอมหวน ไม่เห็นเหมือนกันสักนิด ไหนจะชิ้นอื่นๆก็มีความหมาย

“งั้นเพียวเอาแฮนด์ครีมนี้ละกันครับ คนที่ได้ก็จะได้ใช้ด้วย ส่วนกลิ่นพี่รบชอบกลิ่นไหนครับ”

“ตามใจเธอสิ”เพียวไผ่ก็ก้มหน้าเงียบ มองหนังสือในมือ นักรบคงจะอึดอัดไม่น้อยที่จะต้องมาทำอะไรแบบนี้กับคนที่ตัวเองไม่อยากแต่งงานด้วย รีบๆเลือกให้จบซะ นักรบจะได้พักผ่อน เพียวไผ่ยังคงบอกตัวเองซ้ำๆ

“งั้นกลิ่น เพียวเอากลิ่นนี้ละกันครับ ส่วนการ์ด เพียวเอาสีเทาลายหินอ่อนแบบนี้ครับ ส่วนกลิ่นในงาน เอาเป็นกลิ่นเย็นๆที่คุณรบชอบดีไหมครับ”เพียวไผ่พูดยาวเหยียดจัดการชี้ทุกอย่างให้ครบทีเดียว ชี้ไปส่วนที่ตัวเองเลือก จัดการเลือกกลิ่นหอมจากน้ำหอมที่วางไว้ แล้วชี้ไปที่ตัวเองต้องการ ออแกไนซ์ที่มาจัดการกับงานส่วนนี้ก็จัดตามที่เพียวไผ่บอก พอดิบพอดีกับที่คุณหญิงณิชากลับมาจึงบอกว่าเธอว่าเลือกหมดแล้วก่อนจะขอตัวกลับเรือนเล็ก

 

 

 

กลับเข้ามาในบ้านแล้วเพียวไผ่ก็ทำเป็นยุ่งๆกับการหยิบเสื้อสกปรกของตัวเองแยกจากตะกร้า หยิบของนักรบแยกมา แล้วหยิบผ้าสีออกจากผ้าขาว เหมือนตัวเองยุ่งเสียเต็มประดา ยกตะกร้าจะไปที่ห้องซักที่เรือนใหญ่

“แล้วนั่นจะไปไหน”เสียงดุถาม

“เพียวจะเอาเสื้อไปที่ห้องซักครับ”

“ให้เด็กมาเอาก็ได้นี่”

“ไม่เป็นไรครับ”ว่าจบก็เดินออกไปปล่อยให้คนร่างสูงมองตามหลังเงียบๆ เพียวไผ่เทียวไปเทียวมาประมาณสามรอบเพราะตะกร้าห้าใบ แยกของเขา ของนักรบ ไหนจะผ้าสี ผ้าขาว ไว้เรียบร้อย ก็เห็นคนร่างสูงนั่งจับมวนบุหรี่เงียบๆที่โซฟาเหมือนเดิม จนตะกร้าหมดไปแล้วก็เดินไปเดินมานอกบ้านคิดอยู่ว่าเข้าจะไปทำอะไรดี

ล้างห้องน้ำ! ใช่ล้างห้องน้ำ คิดได้ก็ตรงเข้าไป เดินผ่านห้องรับแขกที่มีนักรบนั่งอยู่เข้าไปในห้องนอนก็หยิบมือถือเข้าไปในห้องน้ำ หันซ้ายหันขวา อุปกรณ์ทำความสะอาดไม่มี เพราะปกติคนรับใช้จะมาทำความสะอาดให้ ก็ถอนหายใจ เดินไปนั่งที่เตียงเปิดมือถือก็ขมวดคิ้ว

 

56 สาย... นักรบโทรกลับมาประมาณ56สายหลังจากที่เขาวางสายเมื่อเช้ามืด แต่เพราะเขาปิดเสียงไว้แล้วไปนั่งที่โซฟา ก็เลยไม่ได้ยินเสียง

นักรบโทรกลับหาเขาตั้ง 56 สายเลยหรอ คิดได้เพียวไผ่ก็สาวเท้าออกจากห้องกำมือถือแน่นตรงไปหาตนร่างใหญ่

“คุณรบครับ...”ชะงักเมื่อเห็นคนร่างสูงทำท่าลุกขึ้นมาพอดี ก็ยืนเงียบคิดคำพูด

“ฉันจะไปข้างนอก”

“ค..ครับ”เพียวไผ่พยักหน้าตอบเสียงเบา

“อืม” แล้วก็หยิบกุญแจรถ จะเปิดประตูออกไป เพียวไผ่ก็โพล่งออกมา

“จะไปหาคนชื่อทายน์หรอครับ”พูดจบถึงอยากตีปากตัวเองแรงๆสักทีสองที

“ขะ...ขอโทษครับ”ก็รีบหันหลังก้มหน้ากลับเข้าห้องนอนตัวเอง คว่ำหน้าเข้ากับที่นอนเงียบๆ นอนคว่ำหน้าสักพักก็ได้ยินเสียงรถเคลื่อนตัวออกจากบ้าน ใจดวงน้อยก็เหมือนจะเต้นช้าลงจนปวดหนึบไปทั้งดวง เปิดจอมือถือมองดูสายเข้าสีแดงเพราะไม่ได้รับก็น้ำตาหยดลงแก้มแหมะ กลั้นไม่อยู่

 

กริ๊ก เสียงเปิดประตูดังขึ้นทำเพียวไผ่เด้งตัวลุกขึ้นนั่ง หันไปทางประตูก็เห็นสีหน้านิ่งเรียบจากคนร่างใหญ่

“คุณรบ...”แล้วเสียงรถ...

“แต่งตัวซะ ไปขึ้นรถ ฉันให้เวลาห้านาที”พูดจบก็หันหลังปิดประตูดังปัง เพียวไผ่ก็ได้แต่นั่งทำตาปริบๆ ไม่ได้ไปหาคนที่ชื่อทายน์นั่นหรอกหรอ แล้ว...แล้วจะไปไหน... มาชวนเขาทำไม แต่เพียวไผ่ไม่อยากคิดอะไรมากกว่านี้แล้ว ใบหน้าที่น้ำตาไหลหยดแหมะเมื่อครู่ก็ยกยิ้มกว้าง ลงจากเตียง

ไปไหนก็ไป ไปกับคุณรบเพียวไผ่ไปหมดเลยล่ะถ้าคุณรบชวนเพียวไผ่ไปอยู่แล้ว ก็คุณรบชวนทั้งทีนี่เนอะ

 

________

อยากเอาทั้งสองไปเก็บอ้อ เก็บไม่ได้ พระนายของเรื่อง เง้อออ

ปวดหัวกับลูกตัวเองอะ ก็โกรธเขา น้อยใจเขา งอนเขา เขาชวนแค่นิดเดียว ก็ลุกขึ้นดีอกดีใจใหญ่ แงงงง

 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะครับ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว