email-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 5

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 145

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 20 พ.ย. 2563 10:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5
แบบอักษร

ตอนที่ 5

หลังจากเลิฟทำธุระส่วนตัวเสร็จแล้วนั้นก็ขับรถกลับมาที่บริษัททันที แต่มันก็ใช้เวลาไปเกือบจะครึ่งวันแล้ว และคนที่รออยู่ที่ห้องทำงานก็ไม่รู้จะทำอะไรเพราะงานต่างๆที่เจ้าของห้องให้ดูนั้นเขาดูไปหมดแล้วแล้วก็ดูวนหลายรอบแล้วด้วย คนตัวเล็กจึงเดินขึ้นไปชั้นบนเพื่อไปหาอะไรทำ

“ อ้าวหัวเหวน มีอะไรหรือเปล่าขึ้นมาหาพี่เนี้ย” เมื่อหัวแหวนเดินขึ้นมาข้างบนก็ตรงไปที่ห้องของเจ้าของชั้นทันที

“ หนูว่าง ไม่มีไรทำแล้วอะ เลยจะขึ้นมาถามพี่ธีร์ว่ามีอะไรให้หนูช่วยหรือป่าวคะ” หัวแหวนเอ่ยถามขึ้นแล้วเดินไปนั่งลงตรงข้ามกับธีร์ที่นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงาน

“ ไม่ถามไอ้เลิฟมันดูละว่ามีไรให้เราทำหรือเปล่า” ธีร์ถามขึ้นอย่างสงสัย เพราะหน้าที่ดูแลหัวแหวนเป็นหน้าที่ของเลิฟ

“ พี่เลิฟไปไหนไม่รู้”

“ เอ้า ละมันไม่ได้บอกเราหรอว่าไปไหน” ธีร์ถามเพราะปกติเลิฟจะเป็นคนที่จะไปไหนมาไหนจะบอกเสมอแต่แค่กับเขานะ แต่ถ้าเป็นร่างบางตรงหน้าก็น่าจะบอกหน่อยสิ

“ พี่เลิฟบอกว่าเดี๋ยวมาแค่นั้นค่ะ”

“ อ่ออ เดี๋ยวมันก็มาแหละ ไม่เกินเที่ยงหรอก” ธีร์เอ่ยขึ้นอย่างเข้าใจว่าเพื่อนตัวดีของเขาไปไหน มีไม่กี่ที่หรอกที่จะไปแล้วไม่บอกไม่กล่าวอะไรเลย และเขาก็รู้ดีด้วยว่าไม่เกินครึ่งวันเพื่อนเขาจะต้องกลับมาแน่นอน ถ้าไม่ติดพันอะนะ

“ งั้นเรามาช่วยพี่เรียงเอกสารนี้ก็ได้มา จะได้ไม่เหงา” ธีร์บอกคนตรงหน้าให้มาช่วยเรียงเอกสารรายรับรายจ่ายของแต่ละเดือน มันไม่ใช่งานสำคัญหรือเร่งด่วนอะไร เอาจริงๆไม่ต้องเรียงก็ได้นะ แต่เห็นคนตรงหน้าแล้วดูจะเบื่อมากเลย เขาเลยให้งานง่ายๆทำไปแก้เหงาละกัน

“ เรียงตามเดือนนะ เรียงเสร็จแล้วเอามาให้พี่ ไปนั่งที่โซฟาตรงนู้นก็ได้ปะ” ธีร์อธิบายให้คนตัวเล็กเข้าใจ แล้วคนตัวเล็กก็หอบกองเอกสารไปนั่งบนโซฟามุมห้อง จะว่าไปมันก็เยอะอยู่นะเอกสารรายรับรายจ่ายเนี้ย เพราะเขาไม่เคยเรียงเลย ก็มันไม่จำเป็นนินา

 หัวแหวนนั่งเรียงไปเรื่อยๆก็เริ่มหาวออกมา เพราะด้วยจำนวนเอกสารที่ค่อนข้างเยอะ ถึงมันจะไม่ได้ดูยากอะไร แต่ก็ทำเอาตาลายได้เหมือนกัน แล้วยิ่งแอร์เย็นๆนั้นอีก ไหนจะเสียงเพลงคลอเบาๆที่พี่ธีร์เปิดอีก ตาจะปิดให้ได้เลย

“ ง่วงหรอเรา” เป็นธีร์ที่เริ่มสังเกตอาการคนที่นั่งหาววอดๆอยู่บนโซฟา

“ นิดหน่อยค่ะ แต่อีกแปบหนูก็เรียงหมดแล้ว” หัวแหวนตอบกลับแล้วสบัดหัวสองสามทีแล้วจัดการเรียงเอกสารต่อ ธีร์ก็ไม่ได้ว่าอะไร นั่งทำงานไปเรื่อยๆ จนเขารู้สึกว่าทำไมมันเงียบผิดปกติ ไม่มีเสียงจับกระดาษพลิกไปพลิกมา เลยเงยหน้าขึ้นไปมองปรากฏว่าไอ้คนที่บอกว่าง่วงนิดหน่อยตอนนี้ได้หลับคอพับไปกับกองเอกสารเรียบร้อยแล้ว ทั้งๆที่ในมือก็ยังถือเอกสารอยู่

“ หึ เด็กน้อย” ธีร์ว่าขำๆ แล้วลุกจากโต๊ะทำงานแล้วเดินเข้าไปหมายจะจับให้คนที่นอนสำพงกได้นอนสบายๆ แต่ก็ไม่ทันได้ทำอะไรประตูก็เปิดเข้ามาแบบไม่ให้ซุ้มให้เสียง ไม่ต้องเงยหน้าก็รู้ว่าเป็นใคร

“ มึงจะทำอะไรมัน!!” เสียงเข้มๆเอ่ยอย่างหงุดหงิด เมื่อเลิฟเปิดเข้ามาเห็นเพื่อนรักกำลังจับไอ้เด็กที่เขาโทรหาเท่าไหร่ก็ไม่ติดนอนลงบนโซฟา แถมไอ้เด็กนั้นไม่ขัดขืนด้วย มันจะมาทำกันที่ทำงานแบบนี้ไม่ได้นะเว้ย

“ มึงจะเสียงดังทำไมวะ” ธีร์เอ่ยขึ้นอย่างหงุดหงิดไม่แพ้กันเพราะมันจะทำให้ไอ้คนที่นอนอยู่ตื่นเนี้ยสิ

“ แล้วมึงจะทำอะไรมันละ แล้วนี้ทำไมมันหลับ มึงวางยามันใช่มั้ยห้ะ!! ไอ้เพื่อนเหี้ย” เลิฟที่ไม่ได้ดูอะไรให้ถี่ถ้วนก็เอ่ยออกมาอย่างหงุดหงิดเพราะเขาอุส่าห์รีบมาแถมยังจะแวะซื้อก๋วยเตี๋ยวร้านเมื่อวานมาให้มันอีก กลัวว่ามันจะหิวไม่ได้กินอะไร แต่ไปถึงร้านก็ติดเที่ยงเวลาพนักงานกำลังพัก คนเลยเยอะ เขาจึงไปหาร้านอื่นเพราะกลัวมันจะรอนานแต่ไปที่ไหนๆก็คนเยอะทุกร้านเขาเลยไปจบอยู่ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือที่ค่อนข้างห่างกับบริษัทพอควร แต่เมื่อเขาจะโทรไปถามว่ามันจะกินอะไรก็ไม่รับสายเขาอีก จนเขาซื้อเสร็จมาถึงที่ห้องก็ไม่พบไอ้เด็กเมื่อเช้า มันไปไหน โทรศัพท์ก็ไม่รับ เขาเลยจะขึ้นมาถามธีร์ข้างบนว่าเห็นหัวแหวนมั้ยแต่ปรากฏเปิดประตูเข้ามาก็เห็นไอ้ธีร์มันกำลังจับไอ้เด็กตัวเล็กนอนลงกับโซฟาแถมไอ้คนที่โดนกระทำยังไม่ขัดขืนอีก แต่พอเดินไปดูใกล้ๆปรากฏว่ามันหลับ เขายิ่งคิดไปใหญ่เลยว่าไอ้เพื่อนตัวดีของเขามันทำอะไรไม่ดีกับหัวแหวนแน่ๆ

“ วางยาเหี้ยไรมึง ปัญญาอ่อน” ธีร์ว่ากลับไปทีนึงกับความคิดเด็กๆของเพื่อนเขา

“ แล้วทำไมมันหลับ!!” แต่เลิฟก็ยังคงตะโกนขึ้นมาอีกอยู่ดี

“ จะเสียงดังทำเหี้ยไรมึงเนี้ย น้องมันพึ่งหลับไป มึงนี้นะ” ธีร์ว่าก่อนจะเดินไปที่โต๊ะทำงานเหมือนเดิมเมื่อจับหัวแหวนนอนลงแล้วก็เอาเอกสารที่วางอยู่ข้างๆโซฟามายัดใส่มือไอ้เพื่อนที่กำลังทำหน้าหงุดหงิด

“ อะไร” เลิฟมองอย่าง งงๆ ไม่เข้าใจว่าเอาเอกสารพวกนี้มาให้เขาทำไม

“ เอกสาร”

“ กูรู้ว่าเอกสาร ละมึงเอามาให้กูทำไม”

“ ถือไปในตู้นั้นให้หน่อย” ธีร์บอกแล้วชี้ไปที่ตู้เก็บเอกสารขนาดใหญ่ที่อยู่ติดกับผนังมุมห้อง

“ สัส ใช้กูอีก” เลิฟบ่นเบาๆ แต่ก็เดินเอาเอกสารไปเก็บให้ แต่ก็ไม่วายที่จะเปิดดูว่าเป็นเอกสารอะไร แต่เมื่อดูไปเรื่อยๆก็ทำสีหน้าสงสัยว่า

“ มึงเรียงรายรับรายจ่ายด้วย? ปกติไม่นิ” เมื่อเห็นว่าเป็นรายรับรายจ่ายของบริษัทก็ยิ่งสงสัยไปใหญ่เพราะปกติมันไม่ได้เจ้าระเบียบขนาดที่ต้องมานั่งเรียงเดือน

“ ปกติก็ไม่ แต่นี้ไม่ปกติ”

“ กวนตีน เอาให้เครียดิสัส”

“ ก็ไม่รู้จะให้น้องมันทำอะไรเลยให้เรียงเอกสารแทน” เลิฟว่าพลางมองไปที่คนที่กำลังนอนหลับอย่างสบายอยู่บนโซฟา

“ ละมึงให้มันมาเรียงทำไม งานมันก็มี”

“ มีก็เหี้ยละ น้องมันเดินขึ้นมาหากูตั้งแต่ 10 โมงบอกว่าไม่มีไรทำ งานที่มึงให้น้องมันดู น้องมันก็ดูจนหมดละ แล้วมึงก็เสือกหายไปเอาหญิง น้องมันเลยไม่รู้จะทำอะไรเลยขึ้นมาช่วย” ธีร์อธิบายให้เลิฟเข้าใจ และมองอย่าหาเรื่องว่าไปทำธุระส่วนตัวไม่รู้เวล่ำเวลา

“ แล้วมึง ทำไมกลับช้า ติดพันไง๊”

“ ติดเหี้ยไรละ กลับมานานละ ไปหาซื้อก๋วยเตี๋ยวให้มัน เสือกไปช่วงเที่ยงพอดี แต่ละร้านคนก็เยอะชิบหาย กว่าจะเจอร้านที่คนไม่เยอะก็ปาไปบ่ายโมงโทรหามัน แม่งก็ไม่รับ หงุดหงิดชิบหาย”เลิฟบ่นไปเรื่อย แต่ตาก็ยังมองไปที่คนกำลังนอนหลับอย่างไม่รู้ตัว

“ ชอบน้องมันหรือไง” ธีร์ถามออกมาตรงๆ ทำเอาคนถูกถามหันกลับมาแทบไม่ทัน

“ ถามเหี้ยไรมึงเนี้ย”

“เอ้า กูถามก็ตอบมาเถอะ”

“ มันน้องกู” เลิฟตอบสั้นๆ

“ แน่ใจ๊” ธีร์ทำเสียงสูงหน้าตายียวนใส่

“ ใจ๊เหี้ยไรมึงเนี้ย ทำไม มึงชอบมันหรือไง”

“ ก็ชอบ”

“...”

“...”

“...”

“แบบน้องสาววะ”

“ กำหมัดทำไมวะ 555 ไหนบอกน้องมึงไง ละทำหน้าตาเหี้ยไรมึงเนี้ยอะไอ้เลิฟ พี่น้องเขาไม่เป็นแบบนี้หรอกนะเว้ยยย” ธีร์หัวเราะขึ้นเมื่อเขาบอกว่าชอบหัวแหวน เขาสังเกตุสีหน้าที่เปลี่ยนไปของเลิฟ ดูก็รู้ว่ามันหวงหัวแหวนแค่ไหน ถึงมันจะแสดงอาการไม่สนใจแต่สีหน้ามันออกโคตรชัดเลย

“ ไอ้สัส กูไม่คุยกับมึงละ” เลิฟว่าอย่างหงุดหงิด ไม่ใช่หงุดหงิดเพื่อนที่พูดแบบนั้นแต่หงุดหงิดตัวเองที่มันรู้สึกลึกๆแบบที่บอกไม่ถูก แต่เขาเลือกที่จะไม่ใส่ใจอาจจะเป็นห่วงมันเพราะแม่เขาฝากให้ดูแลมันก็ได้

“ ไปหาไรแดกดีกว่า ฝากด้วยนะมึง ปลุกน้องมันไปกินข้าวด้วย” ธีร์พูดจบก้เดินออกจากห้องไป

ทำให้เหลือแค่เลิฟกับไอ้เด็กที่นอนอยู่บนโซฟา เลิฟเดินเข้าไปใกล้ๆแล้วนั่งอยู่ปลายเท้าที่มีที่ว่าง ตอนแรกเขาคิดจะปลุกแต่นั่งมองไปมองมาก็เพลินดีแหะ ให้มันนอนไปก่อนละกัน เขาก็กะว่าจะพักสายตาสักแปบ

เวลาผ่านไปจนถึงบ่ายสามโมง เลิฟที่ตอนแรกกะว่าจะพักสายตาสักแปบก็ต้องโดนรบกวนจากเจ้าของห้องที่มันให้เขามาช่วยคิดแบบงานให้เพราะมีงานด่วนเร่งมา แต่คนตัวเล็กก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะตื่นขึ้นแม้แต่น้อย

“ นั้นน้องมันนอนหรือซ้อมตายวะ นานไปป่าวเนี้ย” ธีร์พูดขึ้นเมื่อหันไปทางโซฟาพอดีก็ยังเห็นคนตัวเล็กนอนขดอยู่ใต้ผ้าห่มผืนใหญ่ที่เลิฟเป็นคนไปเอามาจากห้องทำงานด้านล่างที่มักจะมีติดห้องไว้เพราะบางทีเขาก็ชอบงีบหลับแล้วเขาก็เป็นคนติดผ้าห่มพอสมควร

“ ขี้เซาแบบนี้แหละ” เลิฟว่าพลางก้มตาก้มตาทำงานของตัวเองต่อ

“ แหนะ รู้ดีจังนะครับเพื่อนเลิฟ” แต่ธีร์ก็ไม่วายที่จะแซวออกไป

“ ไร้สาระ ทำงานไปดิ รีบไม่ใช่ไงถึงต้องเรียกกูมาช่วยเนี้ย” 

“ อืออ” เสียงครางเบาๆจากคนที่นอนอยู่ดังขึ้นทำให้ทั้งสองคนหันไปมองตัวต้นเสียง

“ หาวววว พี่ธีร์ กี่โมงแล้วเนี้ย หนูหลับเพลินไปหน่อย”หัวแหวนที่ยังไม่ตื่นเต็มที่ก็ลุกขึ้นนั่งขยี้ตาพลางเอ่ยปากถามคนที่คิดว่ายังนั่งทำงานอยู่เหมือนตอนที่ก่อนเขาจะหลับ

“ อย่าขยี้ตา” แล้วเสียงดุๆ ก็เอ่ยขึ้นทำให้หัวแหวนต้องลืมตาดูคนที่ดุเขา

“ พี่เลิฟ มาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี้ย” หัวแหวนถามอย่าง งงๆ เพราะตอนก่อนที่เขาจะจอดับก็เห็นแค่พี่ธีร์คนเดียวที่กำลังนั่งทำงานอยู่ แล้วนี้ทำไมมีผ้าห่มผืนใหญ่มาอยู่บนตัวเขาได้ แถมกลิ่นมันยังคุ้นๆอีก

“ นานละ” เลิฟตอบสั้นๆ แล้วดึงเอาผ้าห่มที่หัวแหวนกำลังมองอย่าง งงๆมาพับเก็บแล้วเดินถือออกจากห้องไป คนพึ่งตื่นก็ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก จนเสียงขำของธีร์ดังขึ้น

“ หึ ทำหน้าอะไรของเราเนี้ย เมาขี้ตาอยู่หรือไง”

“ หนูหลับไปนานหรือยังอะ” หัวแหวนถามเพราะดูแสงจากด้านนอกน่าจะเลยเที่ยงมาแล้ว

“ นี้บ่าย 3 แล้วอะ นานมั้ย” ธีร์พูดขึ้นอย่างขำๆ

“ บ่าย 3 โห ทำไมไม่ปลุกหนูอะพี่ธีร์ นอนเพลินเลยเนี้ย” หัวแหวนพูดเบาๆแถมยังรู้สึกผิดอีกเพราะเขามาทำงานแท้ๆ กลับมานอนหลับซะงั้น

“ ก็เห็นนอนสบายเลยไม่ปลุก ละนี้หิวหรือยัง” ธีร์ถาม

“ หิวมากกก อยากกินก๋วยเตี๋ยว” หัวแหวนพูดขึ้นเมื่อนึกถึงก๋วยเตี๋ยวที่กินเมื่อวานแล้วก็อยากกินอีก แต่ธีร์ไม่ทันได้ตอบอะไรประตูก็เปิดออกพร้อมกับเลิฟที่ถือถาดเดินเข้ามา

“ มากิน” เสียงดุเอ่ยขึ้นสั้นๆ คนที่ทำหน้างงไม่ใช่ใครนอกเสียจากไอ้คนที่นั่งอยู่บนโซฟา เรียกเขาหรอ หรือเรียกพี่ธีร์กัน

“ มากิน ทำไมต้องให้พูดย้ำ” เลิฟเอ่ยซ้ำ เพราะคนตัวเล็กไม่มีวี่แววว่าจะขยับลุกขึ้นมานั่งที่โต๊ะ

“ จะไปรู้หรือไงว่าเรียกใคร”เสียงเล็กพูดขึ้นเบาๆแต่ก็ยอมลุกขึ้นมากิน แต่เมื่อเห็นว่าเป็นก๋วยเตี๋ยวที่ตนอยากกินก็ตาวาวขึ้นมา รีบซดน้ำทันทีแต่ก็ต้องทำหน้าปิดหวังเพราะรสชาติมันไม่เหมือนเมื่อวาน

“ ร้านนั้นคนเยอะเลยไปร้านอื่น” เลิฟเอ่ยบอกขึ้นมาลอยๆ ทั้งๆที่คนที่กำลังกินไม่ได้ถาม

“ หนูยังไม่ได้ถามเลยนะ”

“ ดูสีหน้าก็รู้ละ รีบกิน จะได้รีบมาช่วยกันทำงาน” เลิฟพูดจบก็เดินไปนั่งที่โต๊ะทำงานของธีร์ทันที และลงมือทำงานต่อไปไม่ได้หันมาสนใจเด็กที่กำลังกินอย่างหิวโหย

 เมื่อหัวแหวนกินก๋วยเตี๋ยวเสร็จก็เอาจานออกไปล้าง แล้วก็กลับเข้ามานั่งจุมปุกอยู่ที่โซฟาเหมือนเดิม ถามว่าทำไมไม่เข้าไปช่วยพวกพี่ๆเขาทำงาน บอกเลยว่า เข้าไปช่วยแล้ว แต่คำตอบที่ได้

“ นั่งเฉยๆไปนั้นแหละดีแล้ว” เป็นเสียงเลิฟพูดตอบกลับมาโดยไม่มองหน้า ทำให้หัวแหวนรู้สึกตัวเองนั้นไร้ประโยชน์จริงๆ เลยกะว่าจะลงไปเดินเล่นข้างล่างซะหน่อย ไปหาเพื่อนๆพี่ๆข้างล่าง ตั้งแต่มาทำงานนี้เขายังไม่ได้เดินสำรวจบริษัทนี้เลย

“ พี่ธีร์คะ” หัวแหวนเอ่ยเรียกคนที่เงยหน้าขึ้นมาหาเมื่อหัวแหวนเดินเข้าไป แต่อีกคนกลับไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาตามเสียงเล็กๆนั้นแต่อย่างใด

“ ว่าไงเรา เบื่ออีกหรือไง” ธีร์ถามกลับเพราะสังเกตเห็นหัวแหวนหันซ้ายหันขวา ทำท่าเหมือนจะพูดอะไรแต่ก็ไม่พูด

“ คือว่า หนูขอลงไปข้างล่างได้มั้ยคะ คือเมื่อวันก่อนหนูเห็นมีร้านกาแฟอยู่ข้างล่าง หนูขอลงไปดูได้มั้ยคะ” หัวแหวนเอ่ยขอออกมาเสียงอ่อนๆ คนที่ได้ยินก็ยิ้มนิดๆกับความอ้อนของเด็กตรงหน้า

“ ว่าไงละ พี่ดูแล” แต่ธีร์กลับหันไปถามคนตรงข้ามที่ตอนนี้ยังไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองเลย

“ รีบไปรีบมา” เสียงเข้มเอ่ยขึ้นทั้งๆก้มหน้าวาดแบบของตนต่อไป

“ หึ ลงไปดีๆนะหัวแหวน ถ้าไม่อยากไปคนเดียวชวนเลขาหน้าห้องพี่ไปก็ได้” พี่ธีร์พูดตอบ หัวแหวนจึงเอ่ยขอบคุณพร้อมกับยกมือไหว้แล้วหันหลังวิ่งออกจากประตูไปจนลืมอะไรบางสิ่งที่มันวางอยู่บนโซฟา

“ คุณหัวแหวนคะ ให้ดิฉันพาไปด้านล่างมั้ยคะ” คุณพี่เลขาหน้าห้องเอ่ยถามขึ้นเมื่อหัวแหวนก้าวออกมา แต่หัวแหวนก็สงสัยเพราะเขายังไม่ได้บอกคุณพี่เลขาเลยว่าเขาจะลงไปข้างล่าง

“ เอ่อคุณพี่เลขารู้ได้ยังไงค่ะว่าหนูจะลงข้างล่าง”

“ คุณธีร์พึ่งบอกดิฉันเมื่อกี้ค่ะ ว่าให้พาคุณหัวแหวนลงไปข้างล่างด้วยเพื่อคุณหัวแหวนจะหลงทาง” คุณพี่เลขาเอ่ยออกมายิ้มๆ กับท่าทางเด็กๆของหัวแหวนเมื่อเขาพูดว่ากลัวหัวแหวนหลงทาง

“ คุณพี่เลขาอะ! แล้วก็เรียกหนูว่าหัวแหวนอย่างเดียวก็ได้ ไม่ต้องมีคุณหรอค่ะ” หัวแหวนเอ่ยอย่างงอนๆที่เห็นว่าเขาเป็นเด็กที่จะเดินกลับห้องไม่ถูก

“ ก็ได้ค่ะ งั้นพี่เรียกเราว่าน้องหัวแหวนนะ แล้วเราก็ต้องไม่เรียกพี่เต็มยศขนาดนั้นก็ได้ พี่ชื่อ หญิง เรียกพี่หญิงก็พอ” หญิงเปลี่ยนสัพนามที่ใช้กับคนตัวเล็กเพราะรู้สึกเอ็นดูเหมือนน้องสาว

“ ไปเถอะค่ะ เดี๋ยวจะช้าเอานะ” เป็นพี่หญิงที่บอกให้หัวแหวนรีบไปเพราะว่าเธอก็ต้องรีบกลับมาทำงานเหมือนกันถึงธีร์จะบอกว่าการดูแลหัวแหวนก็คืองานของเธอเช่นกัน แต่คิดว่าถ้ามัวช้า เจ้านายของเธอน่าจะไม่พอใจ แต่เอ๊ะ ไม่น่าจะใช่เจ้านายของเธอซะทีเดียวที่ไม่พอใจ น่าจะเป็นเพื่อนหน้านิ่งของคุณธีร์มากกว่า เพราะเมื่อตอนก่อนหัวแหวนจะออกมาจากห้อง ธีร์ได้โทรมาหาเธอว่าให้เธอพาหัวแหวนลงไปข้างล่างหน่อย แล้วก็มีเสียงเข้มๆเอ่ยบอกเธอว่าให้รีบมาด้วย เธอไม่รู้หรอกว่าคุณเลิฟกับหัวแหวนเป็นอะไรกัน แต่น่าจะสำคัญน่าดูเลยแหละ

“ เอ่อ พี่หญิงคะ คือหนูอยากไปดูการทำงานของพวกพี่ๆที่เขาออกแบบอะค่ะ คือว่าหนูศึกษาข้อมูลไปทำวิจัยจบ จะรบกวนพี่หญิงเกินไปมั้ยคะถ้าหนูขอให้พี่หญิงช่วยพาหนูไปหน่อย” หัวแหวนเอ่ยอ้อนๆ เพราะกลัวว่าหญิงจะหาว่าตนเรื่องเยอะเป็นแค่เด็กฝึกงานจะมาอยากรู้อะไรนักหนา

“ ได้สิ ไม่ต้องทำหน้าอ้อนขนาดนั้นก็ได้ ปะ เดี๋ยวพี่พาไป”

“ ขอบคุณค่ะ พี่หญิงนี้น่ารักที่สุดเลย” หญิงเมื่อได้รับคำชมก็ยิ้มขำกับความเด็กน่ารักของหัวแหวนไม่วายยกมือไปลูบหัวอย่างเอ็นดู

ทั้งสองลงมายังชั้น 18 ชั้นนี้เป็นของพวกนักออกเป็นทั้งชั้น ฝีมือที่เรียกได้ว่าสุดยอดนักออกแบบภายในเลยก็ว่าได้ ไม่ว่าจะออกแบบภายในบ้าน ในโรงแรมหรูหรือแม้กระทั้งงานพิธีกรรมใหญ่ต่างๆ ล้วนออกแบบมาหมดแล้ว แผนกนี้มีทั้ง 2D และ3D บางคนถนัดวาดก็วาดออกมาแล้วส่งต่อให้ฝ่าย 3D สร้างเป็นรูปร่างมากยิ่งขึ้น เรียกว่าครบครันในที่เดียว

“ หูยย สวยมากเลยค่ะ หนูอยากทำแล้วออกมาสวยแบบนี้บ้างจังเลย เคยแต่ออกแบบห้องเล็กๆ นี้มันทั้งโรงแรมเลยอะ พี่เขาทำได้ไง” หัวแหวนที่ยังอึ้งกับผลงานที่พี่หญิงเอามาโชว์ บอกได้เลยว่าสุดยอด เขาตั้งใจว่าจะทำแบบนี้ให้ได้เลย

“ คุณเลิฟก็ทำแบบนี้ได้นะคะ ไม่ลองถามเขาดูละ” พี่หญิงถามอย่างสงสัยเพราะเลิฟก็อยู่ฝ่ายนี้เหมือนกัน แต่เพราะเป็นหุ้นส่วนกับคุณธีร์เลยได้สิทธิพิเศษที่มีห้องเป็นของตัวเอง แต่เลิฟมักจะให้ฝ่ายออกแบบภายในทั้งหมดทำกันเองมากกว่า เพราะเลิฟไม่ค่อยได้เข้ามาทำซักเท่าไหร่

“ พี่เลิฟก็ทำแบบนี้ได้หรอคะ” หัวแหวนถามอย่าง งงๆ เพราะที่เลิฟเอางานให้ดูมันไม่มีแบบนี้เลย มีแต่ออกแบบภายในบ้านทั่วไป

“ โอ๊ย หนู เฮียนะ เก่งกว่าพวกพี่อีก นี้เฮียเลิฟก็เป็นคนสอนงานพวกพี่เองกับมือเลย เรียกว่าปรมจารย์เลยก็ว่าได้” พี่คนที่นั่งอยู่หันมาตอบแทนพี่หญิง แล้วทุกคนที่นั่งทำงานอยู่ก็พยักหน้าโดยพร้อมเพียงกัน

“ ทำไมเราไม่ลองไปขอให้เฮียเขาสอนดูละ อย่าง 3D นี้เฮียเลิฟก็ทำได้นะ” พี่อีกคนที่กำลังขึ้นโครง3D อยู่เอ่ยบอก

“ ค่ะ เดี๋ยวหนูจะลองถามเขาดูนะ”

“ ว่าแต่เราชื่อหัวแหวนใช่มั้ย พี่ชื่อบิ๊กนะทำ2D นั้นไอ้นนกับไอ้นัท มันเป็นแฝดทำ 3D ส่วนนู้นไอ้ที่นั่งก้มหน้าก้มตาอยู่นั้นมันชื่อมด มันเป็น 3Dเหมือนกัน” พี่บิ๊กแนะนำตัวแต่ละคนให้ฟัง พวกพี่ๆเขาก็ดูน่ารักดีนะ ดูเป็นกันเองดี

“ ค่ะ งั้นเดี๋ยวหนูลงไปข้างล่างก่อนนะคะ เดี๋ยวอยากรู้อะไรจะมาถามใหม่ พวกพี่ๆสวัสดีค่ะ” หัวแหวนกล่าวลาแล้วก็หันไปบอกหญิงว่าให้ลงไปข้างล่างกันเถอะเพราะเธอเริ่มที่จะหิวขนมหวานแล้ว

พอมาถึงร้านคนก็ไม่ค่อยเยอะเพราะนี้เป็นเวลาทำงาน ถึงจะใกล้เลิกงานก็เถอะแต่ก็ยังคนไม่เยอะ แล้วขนมที่อยู่ในตู้ก็ดูจะน่ากินไปซะหมด ทำให้หัวแหวนอดใจไม่ไหว

“ เอาโกโก้ปั่นแก้วหนึ่งค่ะ แล้วก็เค้กช็อกโลแลตอันนั้นด้วยค่ะ อันนี้ด้วยนะคะ แล้วก็ ชีสเค้กอันนู้นด้วยค่ะ โกโก้ไม่ต้องขมมากนะคะ...พี่หญิงเอาอะไรมั้ยคะ” เมื่อหัวแหวนสั่งเสร็จก็ไม่ลืมที่จะหันมาถามพี่หญิงที่มาด้วยกัน

“ ไม่ดีกว่าค่ะ พี่ไม่ค่อยชอบหวานๆเท่าไหร่” หญิงเอ่ยขึ้นเพราะเธอไม่ค่อยชอบพวกของหวานๆเท่าไหร่ แล้วกาแฟที่เธอพึ่งซื้อไปเมื่อตอนเที่ยงก็ยังไม่หมด

“ เอ่อ น้องหัวแหวน เดี๋ยวพี่ออกไปซื้อมะม่วงดองร้านข้างแปบนึงได้มั้ย แปบบบเดียวเดี๋ยวพี่มานะ” เมื่อหญิงบังเอินหันไปเจอรถคุณลุงขายของดองก็รีบหันไปบอกหัวแหวนเพราะน้อยครั้งที่เธอจะลงมาแล้วเจอกับรถขายของดองของคุณลุง เธอเลยรีบวิ่งออกไปเพราะกลัวคุณลุงจะขับออกไปซะก่อน

“ ขอบคุณผู้หญิงทั้งหมด 240 บาทค่ะ” เมื่อพนักงานบอกจำนวนเงินหัวแหวนก็ ล้วงในกระเป๋ากางเกงแต่ปรากฏว่ามันว่าเปล่า ทั้งสองข้าง เธอพึ่งนึกขึ้นได้ว่าเธอนั้นรีบวิ่งออกมาจากห้องแล้วกระเป๋าก็ยังวางอยู่บนโซฟา โอ๊ยย ทำไมถึงลืมได้เนี้ย ละพี่หญิงก็ออกไปซื้อของอีก

“ เอ่อ พี่ค่ะ เดี๋ยวรอพี่ผู้หญิงคนนั้นกลับมาก่อนได้มั้ยคะ คือว่าหนูลืมกระเป๋าตังไว้บนห้องอะคะ” หัวแหวนเอ่ยถามอย่างอายๆ ถึงคนจะไม่เยอะ เเต่เขาก็รู้สึกเสียเซลมากๆ สั่งไปซะเยอะเลย แต่ไม่ได้เอาตังมา

“ ได้ค่ะๆ งั้นของคุณผู้ชายทั้งหมด 120 บาทค่ะ” พี่พนักงานหันไปบอกราคากับผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างๆหัวแหวน ทำไมหัวแหวนอายหนักยิ่งกว่าเดิมเพราะว่ามีคนมาจ่ายตังต่อเธอแถมคนนั้นก็ยังไม่ยินที่เธอบอกว่าไม่ได้เอาตังลงมาอีก

“ คิดรวมของคุณคนนี้ด้วยเลยนะครับ”

“ เอ่อ งั้นทั้งหมด 360 บาทค่ะ”

“ นี้ครับ”

“นี้เงินทอนค่ะ” 

“ เอ่อ คุณคะ ไม่เป็นไรก็ได้ค่ะเดี๋ยวหนู เอ้ย ฉันรอพี่หญิงมาจ่ายก็ได้ค่ะ” หัวแหวนเกลียดการที่ชอบแทนตัวเองว่าหนูกับทุกคน มันติดจนยากที่จะใช้คำแทนตัวเองเป็นคำอื่นแล้ว

“ หึ ไม่เป็นไรครับ ผมยินดี ว่าแต่เมื่อกี้คุณพูดว่า พี่หญิงหรอ” คนตรงหน้าถามขึ้นอย่างสงสัย

“ พี่หญิง? ทำไมหรือเปล่าคะ” หัวแหวนที่สงสัยว่าพี่หญิงเขาทำไม

“ พี่หญิงที่เป็นเลขาคุณธีร์อะนะ”

“ ค่ะ พี่รู้จักพี่หญิงด้วยหรอ” หัวแหวนเรีบกแทนคนตรงหน้าว่าพี่เรียบร้อยแล้ว ดูจากลักษณะน่าจะอายุมากกว่าเขาไม่มาก

“ รู้จักสิ พี่ชื่อธามนะ ทำงานอยู่แผนกออกแบบ 3D ชั้น 18หนะ แล้วเราละทำงานที่นี้หรอ ไม่เคยเห็นหน้าเลย” ธามเอ่ยถามคนตัวเล็กที่ไม่คุ้นหน้า

“ ใช่ค่ะพึ่งมาฝึกงานหนะ หนูทำอยู่ชั้น 21 ค่ะ” หัวแหวนตอบออกมาอย่างไม่คิดอะไร แต่คนที่ได้ฟังกลับขมวดคิ้วมองอย่างสงสัย

“ เด็กฝึกงาน?”

“ ค่ะ พึ่งมาทำวันนี้วันที่ 2 เอง”

“ ชั้น 21 เนี้ยนะ...ฝึกงานเขาไปฝึกชั้น14ไม่ใช่หรอวะ” ธามถามอย่างไม่เชื่อเพราะเด็กฝึกงานทุกคนจะอยู่ทำงานที่ชั้น 14 หรือไม่ก็ชั้น12 เพราะจะมีพวกพี่ๆที่ดูแลเด็กฝึกงานอยู่ แต่ชั้น 21นี้มันมีแต่ห้องของเลิฟเท่านั้น จะไปฝึกอะไรวะ

“ พี่ธามพูดอะไรนะคะ หนูได้ยินไม่ชัด” หัวแหวนถามอย่างสงสัยเพราะไอ้ประโยคหลังมันเบาจนเขาเองไม่ได้ยิน แต่ธามก็ไม่ทันจะได้ตอบอะไรเสียงเรียกของพี่พนักงานก็ดังขึ้น

“ โกโก้เย็นได้แล้วค่ะ แล้วก็อเมริกาโนได้แล้วเหมือนกันค่ะ” ทั้งสองจึงหยิบแก้วของตนมาไว้ในมือ แต่เป็นหัวแหวนที่ถือเยอะว่าเพราะต้องโกโก้ทั้งถุงเค้ก ทำท่าจะเอาหลอดใส่ในแก้วก็ทุลักทุเลมาก ธามจึงเอ่ยช่วยถือ ทำให้หัวแหวนมีมือที่จะเอาหลอดปักใส่แก้วได้ แล้วก็เดินออกมาก็เจอเข้ากับหญิงที่บอกจะไปซื้อของมะม่วงดองแต่ในมืดันได้เยอะกว่ามะม่วงดองอีก

“ พี่หญิง!! ซื้ออะไรมาเยอะแยะคะเนี้ย ไหนบอกว่าแค่มะม่วงดองไงนี้มันเหมาลุงหมดรถแล้วนะคะ” เสียงหัวแหวนถามอย่างตกใจที่เห็นหญิงซื้อของมาเยอะขนาดนี้

“ พี่ซื้อมาฝากน้องหัวแหวนนั้นแหละ อ้าวธาม บังเอิญจัง ลงมาซื้อกาแฟหรอ” หญิงที่พึ่งหันไปเห็นน้องที่ทำงานด้วยกันเลยเอ่ยทักขึ้น

“ เราชื่อ หัวแหวนหรอ” แต่ธามไม่ได้สนใจเสียงทักของหญิงขึ้นเลย แต่สนใจชื่อคนตัวเล็กมากกว่า

“ เอ่อ ค่ะ หนูชื่อหัวแหวนค่ะ” หัวแหวนรู้สึกถึงสายตาที่มองมามันเหมือนจะมีอะไร แต่มันก็กลับมาเป็นปกติ หัวแหวนจึงไม่รู้ว่าธามนั้นคิดอะไร

“ พี่ว่าเรารีบขึ้นไปหาคุณธีร์ดีกว่า เดี๋ยวคุณธีร์จะว่าพี่ได้ว่าอู่งานเนาะ พี่ไปก่อนนะธาม ปะน้องหัวแหวน” หญิงที่รู้สึกแปลกๆกับสายตาที่ธามมองหัวแหวนจึงเอ่ยตัดบทแล้วรีบขึ้นไปบนห้องดีกว่า

ธามทำงานที่นี้มาได้ 1 ปีกว่าแล้ว เพราะว่ามาทำแทนเลิฟที่ช่วงหลังไม่ค่อยได้เข้ามาทำเพราะต้องไปทำงานฝั่งของพ่อตนนั้น เลิฟจึงบอกให้ธีร์รับสมัครคนใหม่เพราะว่าตนไม่ค่อยได้เข้ามาช่วยงานเลย นานๆมาที แต่บิ๊กก็บอกว่าเขาทำได้ไม่ต้องรับคนมาใหม่ก็ได้ เพราะบิ๊กก็ไม่ค่อยจะเข้ากับใครเขาได้เหมือนกัน ถ้ารับสมัครมาใหม่แล้วทำงานไม่เป็นไปตามที่หวังก็อาจจะทะเลาะกันแล้วทำให้เกิดปัญหาได้ เพราะบิ๊กก็เป็นรุ่นน้องของทั้งเลิฟและธีร์แล้วคนที่ทำงานฝ่ายนั้นก็ทำงานด้วยกันมานาน ถ้าจะมารับคนเข้าใหม่ก็เกรงว่าจะไม่สนิทเหมือนกับเลิฟ แต่เมื่อรับสมัครคนใหม่เข้ามาก็ได้เป็นธาม ธามเป็นคนนิ่งๆ แต่ก็เข้ากับทุกสถารการณ์ได้ ถึงแม้จะไม่ค่องลงลอยกับบิ๊กเท่าไหร่ แต่ก็พอถึงเวลาของการทำงานก็เข้ากันได้ดีเลยทีเดียว ทำให้ธามทำงานมาได้เกือบจะ 2 ปีแล้ว แต่ข่าวที่เขาลือกันให้ทั่วว่าธามคือเสือผู้หญิงตัวพ่อเลย ทำไมหญิงรู้สึกแปลกๆกับสายตาที่มองหัวแหวน 

---------------

มาต่ออีกตอนเเล้วนะคะ

ขอบคุณที่ติดตามนะคะ

1 ไลค์ = 1 กำลังใจ

ความคิดเห็น