email-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 4

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 113

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 20 พ.ย. 2563 10:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4
แบบอักษร

ตอนที่ 4 

หลังจากที่หัวแหวนขึ้นห้องแล้ว เขาก็คิดมากเรื่องที่ไอ้พี่เลิฟมันจะนอนได้มั้ย เค้าเป็นสาเหตุให้ไอ้พี่มันไม่ได้นอนที่ห้องดีๆหรือเปล่า แต่น้านุชบอกว่าพี่เขานอนได้ แต่โซฟามันก็ไม่นุ่มเหมือนที่นอนนินา  

“ ช่วยไม่ได้นิเนาะ น้านุชบอกแล้วว่าไม่เป็นไร นอนๆไอ้หัวแหวน พรุ่งนี้ตื่นเช้าอีก” เมื่อคนตัวเล็กบ่นพึมพำกับตัวเองเสร็จก็จัดการปิดไฟขึ้นเตียงนอนทันที พอหัวถึงหมอนกับกลิ่นที่นอนที่ชวนให้หลับ ไม่นานหัวแหวนก็หลับไปจริงๆ หลับลึกจนไม่รู้เลยว่ามีใครได้เข้าห้องนอนที่ตนนอนอยู่มาเรียบร้อยแล้ว ด้วยเพราะเวลาหัวแหวนอยู่ที่บ้านก็มักจะไม่ค่อยล็อกประตูเพราะว่าตนเองชอบนอนตื่นสาย แม่มักจะเข้ามาปลุกเขาเสมอ มันทำให้เขาชินกับการที่นอนไม่ล็อกประตู 

 

 

รุ่งเช้า 

แสงแดดที่เริ่มส่องเข้ามาในห้องที่หัวแหวนอยู่บ่งบอกให้รู้ว่าเช้าวันใหม่ได้เข้ามาถึงแล้ว ผู้คนก็ต่างเตรียมตัวเพื่ออกไปทำงาน บางคนก็ออกไปตั้งแต่เช้าตรู่ แต่ผิดกับคนที่นอนขี้เซาอยู่บนเตียง ดูท่าแล้วน่าจะไม่ตื่นง่ายๆ จนคนที่ยืนมองอยู่นานรู้สึกหมั่นไส้ คนตัวเล็กที่นอนหลับอย่างไม่รู้ไม่ชี้ 

“ อืออ” หัวแหวนครางออกมาเมื่อถูกรบกวนการนอน ทำให้หัวแหวนต้องยกมือขึ้นมาปัดไปทั่วเพราะเหมือนมีอะไรมาโดนที่หูเขา 

“ หึ”  

“ อืออ ออกไปนะไอ้ยุงบ้า” ทั้งๆที่โดนแกล้งขนาดนี้แต่คนบนที่นอนก็ยังไม่คิดจะลืมตาขึ้นมาดู แถมยังตะโกนว่าสิ่งรบกวนนั้นอีก เพราะหัวแหวนคิดว่าเป็นยุงที่ชอบบินมาที่หูบ่อยๆ 

“ ยุงตัวใหญ่จังเนาะ” เสียงเข้มเอ่ยขึ้น คนบนเตียงเมื่อได้ยินเสียงก็ค่อยๆลืมตาขึ้นมาเพราะว่าเสียงนั้นมันคุ้นหูเหลือเกิน 

“ พี่เลิฟ!!” เสียงเล็กเอ่ยขึ้นอย่างตกใจเพราะเมื่อลืมตาขึ้นมาก็เห็นลูกพี่ลูกน้องของตนยืนอยู่ข้างเตียงด้วยสภาพที่ยัง เอ่อ แต่งตัวไม่เสร็จ? กระดุมที่ยังไม่ได้ติดเผยให้เห็นแผงอกและกล้ามท้องที่ขึ้นเป็นลูกอย่างเห็นได้ชัด แต่โชคดีหน่อยที่กางเกงใส่เรียบร้อยแล้ว 

“ ที่นอนฉันมันหลับสบายขนาดนั้นเลยหรือไง” คนพี่ทักขึ้นเมื่อหัวแหวนยังไม่ยอมลุกจากที่นอน 

“ พี่เลิฟ! เข้ามาให้ห้องหนูได้ยังไง! ละ แล้วเข้ามาทำอะไร แล้ว แล้วทำไมพี่เลิฟไม่ใส่เสื้อให้มันดีๆ แล้ว แล้ว...” คนตัวเล็กเอ่ยออกมาเป็นชุดเพราะด้วยความตกในที่คนตรงหน้าอยู่ดีๆตื่นมาก็เจอเข้ากับเลิฟแถมยังแต่งตัวไม่เรียบร้อยอีก 

“ ถามเยอะ ฉันขี้เกียจตอบ” เลิฟว่าพลางหันหลังไปหน้ากระจกแล้วติดกระดุมเสื้อตัวเองต่อ 

“ พี่ต้องตอบ พี่เข้ามาได้ยังไง” หัวแหวนเริ่มที่จะหงุดหงิด เพราะเขากลัวว่าไอ้พี่เลิฟบ้านี้จะทำมิดีมิร้ายเขา 

“ เปิดประตูเข้ามา”  

“ รู้แล้วมั้ยละอันนั้น งุ้ย เข้ามาทำไม!! หนูถามงี้ดีกว่า” หัวแหวนนึกโมโหตัวเองที่ถามออกไปแล้วคนที่ตอบกลับมาไม่ตรงกับคำตอบที่เขาอยากรู้ 

“ อาบน้ำ”  

“ แล้วทำไมต้องมาอาบห้องหนูด้วย” หัวแหวนถามต่อเพราะนี้มันห้องของเค้า แต่หัวแหวนลืมนึกไปว่าก่อนที่จะมาเป็นห้องของเธอมันเคยเป็นห้องของคนที่อยู่เซ็ตผมอยู่หน้ากระจกมาก่อน 

“ ห้องเธอก็ห้องของฉันมั้ยละ” เลิฟตอบกลับอย่างนึกขำที่คนตัวเล็กโมเมว่านี้คือห้องของตนเขาไม่สามารถเข้ามาได้ 

“ ก็ใช่!! แต่ห้องข้างล่างก็มี พี่ก็อาบได้ ทำไมต้องเข้าห้องนี้” แต่หัวแหวนก็ยังไม่ยอมที่จะเถียงกลับไป 

“ ก็ของฉันอยู่ในห้องนี้ เมื่อคืนยังเข้ามาเอาเลย” เลิฟตอบกลับพร้อมหันกลับมามองหน้าคนที่เด็กกว่าที่ยังนั่งอยู่บนที่นอน 

“ เมื่อคืน?  พี่เข้ามาห้องหนูเมื่อด้วยหรอ!! ทำไมพี่เป็นคนแบบนี้เนี้ย ไม่เคาะเรียกหนูเล่า!” แล้วหัวแหวนก็เริ่มหงุดหงิดเพราะเขาไม่ชอบเลยเวลาใครมาเห็นเขาตอนนอนเนี้ย 

“ ฉันเคาะแล้ว แต่เธอหลับเป็นตาย ห้องก็ไม่ล็อกฉันเลยเปิดเข้ามา”  

“ พี่อะ งุ้ย” แล้วหัวแหวนก็ขยี้ผมตัวเองด้วยความหงุดหงิด จนลืมไปเลยว่าตนนั้นยังอยู่ในชุดนอนที่ปกติหัวแหวนจะไม่ชอบใส่อะไรนอนนอกจากชุดนอนเลยทำให้อะไรที่มันนูนออกมาดันเสื้อให้เห็นเป็นรูปร่างค่อนข้างชัดเจน  

“ หึ ”  

“....” 

“....” 

“.....” 

“ เสื้อสวยดีนะหัวแหวน” เมื่อความเงียบปกคลุม ก็เป็นคนที่ยืนอยู่พูดขึ้นมาไม่มีปรี่ไม่มีขลุ่ยแต่ทำให้ไอ้คนที่นอนอยู่หน้าขึ้นสีรีบดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมจนโผล่มาแค่หัว 

“หึ รีบอาบน้ำ เดี๋ยวไปสายอีกฉันจะทำโทษเธอ” คนตัวโตพูดเสร็จก็เดินออกจากห้องไปทันที  

“ ไอ้พี่เลิฟบ้า!!! อือออ ไม่บ้าเอ้ย หัวแหวนแกนี้มันทำไมนอนไม่รู้เรื่องแบบนี้เนี้ย!” เมื่อเลิฟเดินออกไปแล้วหัวแหวนก็โวยวายออกมาเสียงดังแล้วลงจากเตียงแต่ก็ต้องตกใจขึ้นไปอีกเมื่ออยู่ดีๆ ไอ้คนที่คิดว่าลงไปข้างล่างแล้วก็เปิดประตูเข้ามากะทันหัน ทำให้หัวแหวนที่ยืนอยู่ถึงกับชะงัก  

“ หึ” เสียงขำจากคนตัวสูงเมื่อมองมาที่ชุดนอนของหัวแหวนแล้วก็ขำออกมา 

“ อะไรอีกเล่า!!” หัวแหวนรีบไปคว้าเอ้าห่มบนที่นอนมาบังตัว 

“ ฉันลืมสูท” แล้วคนตัวโตก็คว้าสูทที่ว่าอยู่บนเก้าที่ตรงหน้ากระจกแล้วเดินหันหลังออกไป 

“ อ่อ อย่าลืมล็อกห้องด้วยละ หัวแหวน หึ”  

“ ไอ้พี่เลิฟบ้า!! งุ้ยย ไปอาบน้ำดีกว่า” หลังจากนั้นหัวแหวนก็เข้าไปอาบน้ำเรียบร้อยออกมาแต่งตัวด้วยชุดที่พร้อมสำหรับทำงาน พอลงมาข้างล่างก็สงสัยว่าทำไมวันนี้มันเงียบผิดปกติ ไม่มีมีเสียงทีวีเลย น้านุชไม่อยู่หรอ เพราะเมื่อวานเห็นน้านุชจะเปิดทีวีไว้แล้วตัวเองจะเข้าไปอยู่ในครัวเพื่อทำกับข้าว แล้วน้าอัมก็จะนั่งอยู่หน้าทีวีเป็นประจำ แต่วันนี้มันเงียบผิดปกติ  

พอหัวแหวนมองไปรอบๆก็ไม่เจอใครแต่เจอข้างต้มกุ้งวางไว้บนโต๊ะ แต่มันมีแค่ชามเดียว แล้วมันของใครละ ของเค้าหรือว่าของไอ้พี่เลิฟกัน แต่สงสัยได้มั้ยนานเสียงใหญ่ๆก็ดังขึ้นจากข้างหลัง  

“ ทำไมไม่รีบไปกินข้าว นี้มันจะสายแล้วนะ” เลิฟที่ไม่รู้มาจากไหนก็พูดขึ้นเสียงติดจะดุเล็กน้อย 

“ ของหนูหรอ” หัวแหวนตอบกลับอย่างไม่แน่ใจเพราะว่ามันมีแค่ชามเดียว 

“ ถ้าไม่ใช่ของเธอแล้วมันจะของใคร ฉันไม่กินข้าวเช้าขนาดนี้หรอกนะ” เลิฟพูดขึ้นแล้วเดินหายเข้าไปในครัว สักพักก็ถือกาแฟออกมานั่งอีกด้านหนึ่งของโต๊ะ คนตัวเล็กก็เงยหน้ามองคนที่พึ่งมานั่งได้เมื่อกี้ 

“ ทำไมไม่กินข้าวเช้าอะ” หัวแหวนถามขึ้น มือก็ตักกุ้งตัวใหญ่เข้าปากไปด้วย 

“ ฉันพึ่งบอกเธอไปเมื่อกี้นี้ว่าไม่กินข้าวเช้าขนาดนี้” 

“ แล้วทำไมไม่กินข้าวเช้าขนาดนี้ละ กินแค่กาแฟจะไปอิ่มอะไร” หัวแหวนก็ยังคงถามต่อไป 

“ ทำไมต้องถามอะไรให้มากมายด้วยห้ะ ก็ฉันบอกไปแล้วทำไมต้องให้พูดซ้ำ” คนที่เริ่มจะหงุดหงิดเพราะคนตรงหน้าถามไม่หยุด  

“ ก็หนูสงสัยนิ ว่าทำไมไม่ยอมกินข้าวเช้า ถามแค่นี้ก็ไม่ได้”  

“ รีบกินเถอะ จะได้รีบไป” เลิฟว่าขึ้นอย่าตัดบทสนทนา หัวแหวนก็ไม่ได้เอ่ยถามอะไรออกไปเพราะกลัวคนตรงหน้าจะดุเอาอีก 

“ เอ่อ แล้ว” เมื่อหัวแหวนนึกขึ้นได้ว่าน้าทั้งสองนั้นไม่อยู่เลยอยากจะถาม แต่ก็ยังไม่กล้าถามอีกเพราะว่าว่าเลิฟจะว่า ว่ายุ่งไม่เข้าเรื่อง 

“ อะไร” 

“ คือ น้านุชกับน้าอัมไปไหนอะ หนูไม่เห็นเลย”  

“ ไปต่างจังหวัด” 

“ อ้าว เมื่อวานไม่เห็นเขาบอกหนูเลยว่าไปต่างจังหวัด” หัวแหวนถามอย่าง งงๆ เพราะเมื่อคืนน้าทั้งสองคนไม่เห็นบอกเขาเลยว่าจะไม่อยู่บ้าน 

“ งานด่วน”  

“ อ่อ ค่ะ” จบ บทสนทนา หัวแหวนก็ไม่ได้ถามอะไรต่อแต่ถึงอยากจะถามยังไง ไอ้คนตรงหน้าก็คงจะไม่ตอบเขาอยู่ดี  

เมื่อทั้งสองกินของตรงหน้าตนเองหมดแล้ว ก็เป็นหัวแหวนที่เอาชามไปล้างพร้อมด้วยถ้วยกาแฟ และเดินออกมากำลังจะขึ้นห้องไปหยิบกระเป๋าก็ต้องหยุดชะงักลงเมื่อเสียงใหญ่ๆเอ่ยบอก 

“ เอาเสื้อผ้าไปด้วยซัก 2-3ชุด”  

“ เอาไปทำไมอะ”  

“ ไปนอนคอนโดฉัน”  

“ ทำไมต้องไปนอนคอนโดพี่ บ้านนี้ก็มีนอน” หัวแหวนตอบกลับหน้าตาเฉย จนคนที่คุยด้วยนึกอยากจะบีบปากเล็กนั้นจริงๆ สงสัยเก่ง ถามเก่ง  

“ ไม่มีใครอยู่บ้าน ไปต่างจังหวัดกันหมด แม่ฉันบอกให้ฉันมานอนบ้านเพื่ออยู่เป็นเพื่อนเธอ”เลิฟพูดยาวออกมาอธิบายให้คนตรงหน้ารู้  

“ แล้วยังไงอะ พี่ก็มานอนบ้าน จะให้หนูเก็บเสื้อผ้าทำไม” คนตัวเล็กที่เข้าใจอะไรยากอยู่แล้ว แล้วมาเจอไอ้พี่เลิฟที่ไม่ค่อยชอบอธิบายอีกก็ยิ่งไม่เข้าใจ 

“ เธอนี้มัน เข้าใจอะไรยากจังวะ ก็ถ้าฉันมานอนบ้าน ฉันก็ต้องนอนโซฟา ฉันเมื่อย แล้วถ้าทิ้งให้เธอนอนคนเดียวแม่ก็ว่าฉันอีก จะให้ฉันนอนกับเธอก็ไม่ใช่อีกไง เธอเลยต้องเก็บเสื้อผ้าแล้วไปนอนคอนโดฉัน .... มันมี 2 ห้อง ไม่ต้องทำหน้าว่าฉันจะทำอะไรเธอ เด็ก 5 ขวบอย่างเธอไม่ทำให้ฉันรู้สึกอะไรได้หรอก ไป ไปเก็บเสื้อผ้าได้ละ ถ้าสายฉันจะไม่ให้เธอผ่านจากฝึกงาน” เห้อ นี้คงเป็นอะไรที่เลิฟอยากจะบ้าตาย ต้องมานั่งอธิบายอะไรก็ไม่รู้ให้ไอ้เด็กตรงหน้าฟังเนี้ย ละดูสีหน้าตอนที่เลิฟบอกว่าไปนอนคอนโดด้วยกันทำอย่างกับเขาจะไปทำอะไรไม่ดีอย่างนั้นแหละ คิดแล้วก็กลุ่มใจ  

ไม่นานคนที่ขึ้นไปเก็บของผมห้องก็รีบวิ่งลงมา หอบอะไรมาด้วยก็ไม่รู้เยอะแยะไปหมด แล้วยังจะไอ้ที่อยู่ข้างแขนมันอีก  

“ เอาไรไปเยอะแยะ อยู่แค่ 2 วัน”  

“ มันจำเป็นทั้งนั้น ไปได้แล้ว ไม่รีบหรือไง ไหนบอกจะสายแล้วอะ” แล้วคนที่ถือของพะลุงพะลังก้เดินออกจากบ้านไปเอาของขึ้นรถเข้าไปนั่งเรียบร้อยเลย  

 

พาท เลิฟ  

ผมละเหนื่อยใจจริงๆ เจอมันแค่ 2 วันก็ทำผมปวดหัวไปหมด ไหนแม่จะให้ผมต้องมานอนที่บ้านเป็นเพื่อนมันอีก หัวแหวนมันก็โตแล้วนะ ทำไมต้องมานอนเฝ้าก็ไม่รู้  

“ ก็น้องเป็นผู้หญิง อยู่บ้านคนเดียวมันอันตราย ริณก็เข้าเวรทั้ง 2 วันเลย เลิฟก็มานอนเป็นเพื่อนน้องหน่อยจะเป็นอะไร” นั้นแหละ ผมเลยต้องมานอนเป็นเพื่อนมัน แต่จะให้ผมไปนอนที่โซฟาอะหรอ ไม่เอาหรอกนะ ผมเลยพามันไปคอนโดผมซะเลย เมื่อคืนผมก็นอนไม่ค่อยจะหลับเท่าไหร่เลย ก็มันไม่ใช่ที่นอนที่ผมเคยนอนนิ ผมเลยตื่นเช้ากว่าปกติทันพ่อกับแม่ที่กำลังออกจากบ้านพอดี แล้วผมก็เลยเดินขึ้นไปบนห้องนอนที่ไอ้เด็ก 5 ขวบมันนอนอยู่ แต่ผมลืมไปว่าเมื่อคืนผมล็อกห้องมันไปแล้ว ก็เลยต้องลงไปข้างล่างไปเอากุญแจสำรองมาไขเข้าไป จะบอกว่าผมไม่มีมารยาทก็ได้นะ ก็ถ้ารอให้มันตื่นเองหรือยืนเคาะประตูผมว่าน่าจะเที่ยงแหละกว่ามันจะลุกมาเปิดให้ผมเข้าไป พอเปิดเข้าไปผมก็จัดการอาบน้ำทันที แต่ต้องแปลกใจเมื่อเข้าห้องน้ำไปเพราะ อ่างอาบน้ำผมไม่เคยใช้มันเลย แต่พลาสติกที่หุ้มก็อกอยู่มันถูกแกะออก แสดงว่าไอ้คนที่นอนอยู่บนที่นอนมันต้องใช้อย่างแน่นอน แล้วมันก็แช่ตั้งแต่วันแรกที่มานอนเลยด้วย  

“ หึ ซนใช้ได้เลยนิ” ผมว่าออกมาเบาๆ เพราะผมเปิดตู้เพื่อที่จะหยิบของใช้ส่วนตัวก็พบว่ามันไม่ได้อยู่ที่เดิม คนตัวเล็กคงลื้อดูจนหมด  

พอผมอาบน้ำเสร็จก็ออกมาแต่งตัวแต่ไอ้คนบนที่นอนก็ไม่มีทีท่าว่าจะตื่น ขอแกล้งซักหน่อยเถอะ อะไรมันจะหลับลึกขนาดนั้น ผมว่าเสียงอาบน้ำมันก็ดังพอสมควรนะ ไม่ยักจะตื่น  

ผมจับเอาปลายผมของไอ้คนที่นอนขี้เซาอยู่เนี้ยไปแหย่ๆในหูมันก็รำคาญโบกไม้โบกมือปัดหาว่าเป็นยุง ยุงอะไรมันจะลอดเข้ามาได้ หน้าต่างก็ไม่ได้เปิด แต่พอมันได้ยินเสียงผมเท่านั้นแหละ มันก็ตื่นเต็มตาเลย แถมยังจะมองมาที่หน้าอกผมไล่ลงไปที่ท้องผมด้วย ไม่ใช่ว่าผมจงใจจะไม่ติดกระดุมหรอกนะ แต่ใครจะรู้ว่ามันจะเด้งตัวขึ้นมาเร็วขนาดนี้ หน้าตามันเอ๋อมากเลยผมนิอยากจะขำ ผมก็เลยแกล้งแซวชุดนอนมันไปนิดหน่อย รู้อยู่หรอกว่ามันไม่ได้ใส่อะไรข้างในนอน ก็ไอ้จุกที่มันยื่นออกมานั้นหนะสิ ผมไม่ได้เจาะจงมองนะ แต่มันเด่นที่สุดนิครับ แต่ผมก็ไม่ได้คิดอะไรหรอก ผมเห็นมาเยอะแล้ว (แต่ของคนอื่นนะ) แล้วก็ลงมาข้างล่างข้าวต้มกุ้งผมก็ทำให้มันกินนั้นแหละ แม่ไม่มีเวลาทำหรอก เพราะรีบไป พอมันกินเสร็จ ผมก็ออกจากบ้านตรงไปที่ทำงานทันที 

 

เมื่อผมมาถึงที่ทำงานก็บอกให้มันเดินขึ้นไปก่อนผมขอไปทำธุระแปบนึง มันก็ยอมเดินขึ้นไปเอง หลังจากนั้นผมก็ขับรถออกมาทันทีตรงไปยังที่นัดหมายนั้นคือคอนโด แต่ไม่ใช่คอนโดผมหรอกนะ

“ มาช้าจังนะคะเลิฟ พริ้งรอนานแล้วนะคะเนี้ย” เสียงเล็กที่ดูก็รู้ว่าดัดเอา เอ่ยขึ้นเมื่อผมเคาะประตูแล้วคนข้างในก็เปิดเข้ามา

“ อืม” ผมไม่พูดอะไรเยอะหรอก ธุระที่ผมจะทำอย่างเดียวคือปลดปล่อย

“ แหม ใจร้อนจังเลยนะคะ” เมื่อผมเริ่มดันเธอเข้าไปในห้องนอนเธอก็เริ่มจับเธอคลุกเข่าแล้วปลดเข็มขัดออกจากกางเกงผม แล้วดึงกางเกงลงในทันที

“ ผมรีบ เร็วๆเข้าเถอะ” พอผมพูดเสร็จก็จัดการจับท่อนเอ็นไปถูไถไปที่ปากแดงๆนั้น มันไม่ได้แดงธรรมชาติหรอก สีที่เธอไปสักปากมานั้นทำไมจะดูไม่ออก ถึงอายุจะเท่ากับผมแต่ด้วยความดูแลตัวเองทำให้ยังดูเด็กกว่าวัย แต่มันก็เทียบไม่ได้กับเด็กอายุยี่สิบต้นๆ

 พริ้งบรรเลงเพลงรักลงท่อนเอ็นของผมจนมันวาววับไปด้วยน้ำลาย พอมันเริ่มที่จะแข็งตัวขึ้นมากแล้วผมก็ผลักเธอออกจัดการกับเสื้อผ้าที่อยู่บนตัวเธอถึงมันจะมีแค่ผ้าคลุมอาบน้ำ ดูก็รู้ว่าเตรียมตัวพร้อมขนาดไหน นอกจากผ้าคลุมอาบน้ำข้างในก็ไม่มีอะไรใส่อีกเลย

ผมจัดการฉีกซองถุงยางที่หยิบขึ้นมาจากกระเป๋ากางเกงสวมลงที่ท่อนเอ็นชัดรูดอยู่สองสามรอบก็จ่อเข้าไปในช่องทางที่ ผ่านประสบการณ์มาอย่างโชกโชน ผมจัดการดันเข้าไปทีเดียวมิดดามแล้วขยับทันทีไม่ต้องรอให้ปรับตัวเพราะผมคิดว่าเธอน่าจะชินอยู่แล้ว

“ อ้า เลิฟค่ะ อืออ แรงๆเลยค่ะ พริ้งเสียว อะอะ” เสียงครางจากคนที่นอนทำหน้าตาเหย่เก แต่เปรี่ยมไปด้วยความสุขเอ่ยเรียกร้องให้เขาทำแรงๆ แล้วมีหรือว่าผมจะไม่ทำ

 ปัก ปัก ปัก

“ อืออ ซี๊ส เลิฟ ใกล้แล้ว พริ้งจะเสร็จ อืออ อะอะ อ๊าสสส” เธอร้องเสียงหลงเมื่อผมเร่งความเร็วกระแทกไม่ยั้ง และเธอก็เสร็จผมก็ยิ่งกระแทกแรงขึ้นเรื่อยๆ

“ อึก อ่า” และผมก็เสร็จตามไป จัดการดึงท่อนเอ็นที่เริ่มจะอ่อนตัวออกจากช่องทางนั้น รูดเครื่องป้องกันทิ้งแล้วจัดการใส่กางเกงเตรียมตัวจะออกจากห้องแต่ก็โดนแขนเล็กคว้าเอาไว้

“ รีบไปไหนละคะ ไม่อยู่ กิน ข้าวกับพริ้งก่อนหรอคะ” เธอเน้นคำว่ากินซึ่งผมก็รู้ความหมายคำนั้นดี แต่ทำไงได้อะ ผมไม่มีอารมณ์แล้วอะ ก็ของเธอมันไม่ได้แน่นเหมือนเมื่อก่อนแล้วนิ

“ ไม่ละฉันรีบ อะนี้ เอาไปซื้อข้าวกินซะ” ผมควักเงินแบงค์เทาให้ไปประมาณ4-5ใบแล้วก็เดินออกมาจากห้องทันที

 งงละสิว่าทำไมผมไม่ให้เธอไปที่คอนโดผม ก็เพราะว่าคอนโดของผมเนี้ยไม่เคยพาใครขึ้นไปนอนหรือทำเรื่องอย่างว่าเลย เพราะผมไม่ชอบปกติก็จะที่ทำงาน แต่มีไอ้เด็กซนมันมาอยู่ด้วยผมเลยโดนสั่งห้ามให้พาหญิงไปที่ทำงานไง ไม่งั้นผมไม่ถ่อมาถึงนี้หรอก แต่ที่ผมมาก็เพราะว่า ผมไม่ได้ปลดปล่อยมาหลายวันแล้ว เพราะยุ่งแต่กับไอ้เด็กฝึกงานนั้นแหละ เลยไม่มีเวลาไปหาความสุขใส่ตัวเองเลย แล้วพริ้งเธอก็ทักมาหาผมทุกวันว่าเข้าไปหาได้มั้ยนู้นนี้ ผมก็เลยนัดเธอที่คอนโดของเธอแทน เธอก็คงสงสัยแหละเพราะปกติก็ให้มาหาที่บริษัท ผมกับพริ้งเราเป็นคู่นอนกันมานาน รู้ใจเรื่องเซ็กส์กันดี แต่พักหลังมานี้ผมว่าผมเอาเธอไม่ค่อยมันส์เหมือนแต่ก่อนแล้วแหละ ก็เธอนั้นมั่วไปทั่วเหมือนกัน หรือผมต้องหาใหม่ เอาที่มันแน่นกว่านี้อะ รู้สึกไม่ค่อยเต็มอิ่มยังไงไม่รู้ แต่เดี๋ยวค่อยคิด รีบกลับไปหาไอ้เด็กฝึกงานก่อนดีกว่า เดี๋ยวมันจะโวยวายว่าทิ้งมันอีก  ผมไม่ได้กลัวน้องมันจะด่าหรืออะไรหรอกนะ แต่ถ้ามันไปฟ้องแม่ผมนี้ผมโดนบ่นหูชาแน่เลย

----------------- 

มาต่ออีกตอนเเล้วนะคะ 

1 ไลค์ = 1 กำลังใจ 

ความคิดเห็น