ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 5

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.2k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 02 เม.ย. 2564 00:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5
แบบอักษร

 

 

 

 

 

 

หลังจากเมื่อวานที่ผมออกไปเดินเล่นด้านนอกห้องพร้อมรอรับคุณป๊ะป๋ากลับจากที่ทำงาน ตอนแรกพอป๊ะป๋าเห็นผมอยู่ด้านนอกก็ตกใจมากเรียกพี่ฟรังกับเหล่าคุณหมอมาคุย? กันใหญ่ พอเห็นถ้าไม่ดีผมเลยออกโรงพูดกับคุณป๊ะป๋าโดยใช้ลูกอ้อนนิดหน่อย อย่างเช่นจุ๊บแก้มซ้ายทีขวาที เอาหน้าถูแขนอย่างอ้อนๆจนคุณป๊ะป๋ายอมใจอ่อน และได้กินอาหารในห้องรับประทานอาหารเป็นครั้งแรกซึ่งได้ทำให้ผมรู้อะไรหลายๆอย่าง

 

ถ้าจะให้ยกตัวอย่างก็ คุณป๊ะป๋าไม่กินหวาน คุณป๊ะป๋าชอบกินกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาลแทนอาหารเช้า อะไรประมาณนี้แต่คุณเชื่อไหมว่าอีกหน่อยคุณป๊ะป๋าจะชอบของหวานเพราะอะไรน่ะหรอ......ก็~นะ......"

 

"ซุปผักรวมกับนํ้าส้มคั้นของคุณหนูเจ้าค่ะ " อ้อแล้วก็อีกอย่างนึงที่ทำให้ผมรู้คือ ผมไม่สามารถกินเนื้อสัตว์ได้ มันก็คล้ายกับพวกมังสวิรัตินั้นแหละครับ แต่ของผมมันไม่ใช่เป็นเพราะผมไม่ได้กินอาหารที่เป็นเนื้อตอนอยู่ในห้องปลอดเชื้อก็ได้กินแต่โจ๊กกับไข่เท่านั้นจึงทำให้ระบบย่อยอาหารเกิดความผิดปกติ และนั้นก็เป็นอีกเหตุผลนึงที่พอผมทานเนื้อเข้าไปแล้วจะเกิดอาการ ปวดท้อง คลื่นไส้ เวียนหัว แน่นหน้าอก ส่วนจะมีอีกไหมก็ผมไม่รู้

 

จนทำให้ต้องจำใจกินอาหารที่มีแต่ผักผลไม้หรือของที่ย่อยง่าย ซึ่งผมเองก็ไม่ได้เกลียดผมกินได้สบายๆอยู่แล้ว เพียงแค่เสียใจนิดหน่อยที่จะไม่ได้กิน เนื้อหมูแสนอร่อยที่นำมาผัดกับแตงกว่าเป็นผัดเปรี้ยวหวานแล้วจะได้รสชาติที่ลงตัว เนื้อไก่แสนนุ่มที่นำมาทอดกินกับข้าวเหนียวตอนเช้าๆ เนื้อกุ้งแสนเด้งกินคู่กับต้มยำนํ้าข้น เนื้อปูแสนหอมกับนํ้าจิ้มซีฟู้ดรสแซ่บ ก็เท่านั้นเอง เห็นไหมผมไม่เสียใจเลยสักนิด สักนิดไม่มีจริงๆ

 

" นี่ป๊ะป๋า " ผมเอ่ยถามคุณป๊ะป๋าที่นั่งอยู่หัวโต๊ะหลังจากกินอาหารได้สักพัก

 

" หืม? ว่าไง " คุณป๊ะป๋าเงยหน้าขึ้นมาจากหนังสือพิมพ์ที่อ่าน

 

" ป๊ะป๋าทำงานอะไรหรอ? " ผมถามออกไปด้วยน้ำเสียงใสราวกับกระจกแก้วพึ่งทำความสะอาด?

 

เงียบ............

 

เกิดอาการเดดแอร์ขึ้นฉับพลันหลังจากผมเอ่ยถามคุณป๊ะป๋า ไร้ซึ่งเสียงตอบรับใดๆทั้งสิ้นทั้งจากคนถูกถามและเหล่าผู้ได้ยินคำถาม

 

" ป๊ะป๋าเป็นนักธุรกิจเกี่ยวกับการควบคุมการส่งออกและนำเข้าน่ะ " คุณป๊ะป๋าตอบด้วยรอยยิ้มอย่างที่ยิ้มให้ผมเป็นประจำ 'ไม่ยอมบอกความจริงกันสินะ เอาเถอะก็เข้าใจอยู่ว่าไม่มีพ่อคนไหนอยากให้ลูกรู้ว่าตนเป็นคนไม่ดีหรอก เพราะงั้นจะปล่อยไปก่อนแล้วกัน

 

" งั้นหรอฮะ ป๊ะป๋าเก่งจังเลยนะฮะ "

 

" งั้นหรอ ขอบคุณครับ " เอ่ยขอบคุณพร้อมใบหน้าจริงใจปราศจากหน้ากาก แต่ภายใจกลับกำลังก้มด่าตนเองที่โกหกลูกชายอันเป็นที่รัก แต่จะทำไงได้เขาไม่อยากให้น้องเรนกลัวเขา ไม่อยากให้น้องเรนตีตัวออกห่างจากเขา ไม่อยากให้น้องเรนมองเขาด้วยสายตาผิดหวัง ถึงจะต้องปิดบังกันก็ตาม

 

หลังจากที่กินข้าวกันเสร็จคุณป๊ะป๋าก็ออกไปทำงานตามปกติส่วนผมก็เข้าไปสิงอยู่ในห้องที่คุณป๊ะป๋าให้คนจัดให้ซึ่งมันสวยและถูกใจผมมาก ในตัวห้องออกโทนสีขาวเทาไม่สว่างตามากและไม่มืดมากจนเกินไป

 

กริ๊งๆ~

 

เสียงสร้อยข้อเท้าซ้ายดังขึ้นทุกจังหวะการเคลื่อนไหวตอนนี้ผมเดินได้แล้วถึงจะไม่ค่อยจะถนัดจนต้องมีฟรังค่อยช่วยพยุงก็เถอะ

 

เมื่อมาถึงห้องฟรังก็วางผมลงบนเตียงนอนแล้วออกไปเพราะผมบอกว่าต้องการพักผ่อน เมื่อฟรังออกไปแล้วผมก็เอื้อมมือไปหยิบหนังสือเล่มไม่หนาไม่บางมากจากในลิ้นชักข้างเตียงขึ้นมาอ่านต่อจากที่ค้างไว้ มันเป็นประวัติของตระกูล โรเซนไฮซ์ ตระกูลมาเฟียเก่าแก่ที่มีประวัติยาวนานกว่า 500ปีจากตอนแรกที่ครองเพียงแค่3ทวีป แต่พอคุณป๊ะป๋าของผมขึ้นเป็นผู้นำต่อจากคุณปู่ที่เสียชีวิต เพียงเวลาไม่นานจาก3ทวีปก็6ทวีป ซึ่งก็หมายความว่าคุณป๊ะป๋าหน้าเด็กอย่างทำศัลยกรรมเป็นมาเฟียครองทุกทวีป ก็ถูกของคุณป๊ะป๋าเขาที่บอกว่าตนเอง ควบคุม(โลกมืด) ส่งออก(ขีปนาวุธ) นำเข้า(สิ่งผิดกฎหมาย) นั้นเอง คิดแล้วก็ปวดหัวเลยแหะชีวิตนี้จะมีอะไรฟีคไปกว่านี้อีกไหม? อย่างเช่นดีไม่ดี มีสามีแทนภรรยางี้

 

ปึก!

 

มือเล็กปิดหนังสือลงหลังจากอ่านไปได้สักพักพร้อมเก็บลงที่เดิม พลางเอื้อมมือไปหยิบยางมัดผมสีดำขึ้นมามัดผมสีเทาเงินที่ยาวของตนเอง ตอนแรกก็กะว่าจะตัดแต่ก็นึกเสียดายเลยเก็บเอาไว้

 

หลังมัดผมเสร็จดวงตากลมโตขึ้นมองนาฬิกาก็พบว่าตอนนี้สิบเอ็ดโมงแล้วเลยลุกขึ้นจากเตียงโดยมีฟรังที่พึ่งเช้ามาช่วยพยุง

 

' ตอนนี้คุณป๊ะป๋าจะกินข้าวรึยังนะ '

 

 

" ฟรังคุณป๊ะป๋ากินข้าวกี่โมงหรอตอนอยู่บริษัท? "

 

" นายท่านไม่ทานอาหารกลางวันครับ " สิ่งที่ได้ยินทำให้ผมถึงกับคิ้วขมวดไม่กินข้าวแล้วจะไปมีแรงทำงานได้ยังไง! แบบนี้มันก็จะส่งผลถึงประสิทธิภาพของการทำงานนะ! หากขาดทุนขึ้นมาล่ะน่าดู

 

" ผมอยากเข้าครัว "

 

" ครับ? "

 

" พาผมไปที่ห้องครัวหน่อย "

 

" ได้ครับ "

 

หลังจากนั้นฟรังก็พาผมมาที่ห้องครัวซึ่งมันใหญ่มาก แต่ก็ไม่มีเวลาชื่นชมนานผมก็ขอให้เหล่าพ่อครัวแม่ครัวช่วยเตรียมของให้ผม ตอนแรกทุกคนก็พากันงงๆแต่ไม่นานผมก็ได้ของที่ต้องการมาครบ

 

" คุณหนูจะทำอะไรหรอคะ? " ป้าเอหัวหน้าเมดหรือหัวหน้าแม่บ้านถามขึ้น

 

" ผมจะทำแกงมัสมั่นไก่ เนื้อแกะตุ๋นรากบัว สลัดผัก คุกกี้ช็อคโกแลต กับชากุหลาบครับ " ผมตอบออกไปพร้อมลงมือทำ ส่วนพวกฟรังกับคนอื่นๆก็คอยดูอยู่ไม่ไกลนัก

 

" คุณหนูทำเป็นหรอคะ? " ป้าเอถามด้วยความสงสัยก็เธอไม่เคยเห็นคุณหนูทำมาก่อน แถมยังไม่มีใครสอนทำอาหารแล้วคุณหนูทำเป็นได้ไง?

 

" ครับ ผมดูจากหนังสือทำอาหารน่ะครับ " ผมตอบไปพลางก้มหน้าก้มตาทำอาหารต่อ

 

.

.

.

.

.

" เสร็จแล้ว " ผมตอบหลังจากชิมฝีมือของตัวเอง ก็ไม่อยากจะโม้นะว่าผมทำอาหารอร่อยมากจนจะไปลงแข่งเชฟแล้ว

 

" เสร็จแล้วหรอครับ กลิ่นหอมมากเลย " ฟรังพูดพลางเดินเข้ามามองดูอาหารที่ส่งกลิ่นหอมออกไปนอกห้องครัวพร้อมเหล่าคนที่อยากรู้อยากเห็น?

 

" อื้ม ลองชิมดูสิ " ผมบอกฟรังพร้อมเอาช้อนที่ตักเนื้อแกะตุ๋นรากบัวจ่อที่ปากฟรัง ฟรังทำหน้าตกใจเล็กน้อยพร้อมแก้มที่ออกริ้วแดง พลางก้มหัวให้ผมนิดหน่อยก่อนจะยอมอ้าปากกินมันเข้าไป สิ่งที่ผมเห็นหลังจากที่ฟรังกินเข้าไปคือ ดวงตาที่เบิกกว้าง สีหน้าตกใจปนไม่อยากเชื่อ นั้นจึงทำให้ผมถึงกลับกลั้นขำ

 

" อะ อร่อย อร่อยมากเลยครับ! " ฟรังตอบออกมาเสียงดังฟังชัดพร้อมทำตาพราวเมื่อชิมรสชาติที่แสนอร่อย

 

" ฮึฮึ ฟรังก็เวอร์เกินไปไม่ขนาดนั้นหรอก " ผมยิ้มตอบพลางส่ายหัวให้กับความโอเวอร์เกินจริงของอีกฝ่าย

 

" ผมไม่ได้เวอร์นะครับคุณหนูมันอร่อยมากๆจริงๆครับ! " ฟรังยืนยังคำเดิมเพราะสิ่งที่ตนกินไปมันอร่อยมากไม่นึกเลยว่าคุณหนูจะทำอาหารได้อร่อยขนาดนี้ คุณหนูช่างเป็นเด็กที่อัฉริยะ?

 

ผมปล่อยฟรังให้อยู่กับความคิดของตัวเองพลางจัดอาหารทุกอย่างใส่ปิ่นโตชั้นแรกใส่ข้าว ชั้นที่สองใส่แกงมัสมั่น ชั้นที่สามใส่เนื้อแกะตุ๋นรากบัว ชั้นที่สี่ใส่สลัดผัก ชั้นสุดท้ายเป็นคุกกี้ช็อคโกแลต ส่วนชากุหลาบใส่ในกระบอกเก็บความร้อน เอาล่ะเสร็จแล้ว

 

" ฟรังส่วนที่เหลือจัดแบ่งในกับทุกคนด้วยนะ " เพราะผมทำไว้เยอะเผื่อพวกพี่ๆการ์ดและพวกพี่ๆสาวใช้ให้ได้กินกันด้วย ดูสิผมเป็นคนดีแค่ไหน

 

" ทราบแล้วครับ " ฟรังตอบพร้อมให้พี่ๆการ์ดสามสี่คนมายกอาหารที่ผมทำไว้ไปแจกจ่ายให้ทุกคนได้กินกัน ถึงจะไม่ได้ครบทุกคนก็เถอะ ก็เพราะคนมันเยอะเกินไปน่ะสิ! เฮ้อ~กี่พันคนว่ะเนี้ย?

 

ตอนที่ผมกำลังอาบนํ้าแต่งตัวเพื่อจะไปบริษัทของคุณป๊ะป๋านั้นก็ได้ยินเสียงชื่นชมว่าอาหารที่ผมทำนั้นอร่อยและอีกมากมาย วันนี้ผมใส่เสื้อยืดแขนยาวสีขาวกับกางเกงสามส่วนสั้นเหนือเข่าสีดำ มัดผมด้วยริบบิ้นสีดำกับรองเท้าผ้าใบสีขาว น่ารักโคตรเลย!

 

พอฟรังเข้ามาใน้องก็ถึงกับตกใจหน้าแดงไปไหนต่อไหน แล้วออกปากชมผมไม่หยุด

 

ผมไปโดยที่ไม่ให้ฟรังบอกคุณป๊ะป๋าเพราะว่ากะจะไปเซอร์ไพรส์สักหน่อยและตอนนี้ผมก็กำลังขึ้นรถที่ฟรังเปิดประตูไว้ให้ พร้อมกับรถคุ้มกันอีกสองคันที่อยู่หน้าหลัง จะว่าไปก็พึ่งสังเกตนะว่าพวกเขาทุกคนสักรูปไม้กางเขนติดอยู่ที่ข้อมือซ้าย ส่วนประตูรั้วก็มีรูปดอกกุหลาบที่ด้านหลังเป็นรูปไม้กางเขนอยู่ ในประวัติตระกูลไม่ได้บอกเรื่องนี้ไว้ซะด้วยสิ

 

" นี่ฟรังทำไมทุกคนถึงสักรูปไม้กางเขนที่ข้อมือล่ะ แล้วก็ที่หน้าประตูด้วย " ผมถามหลังจากรถออกมาได้สักพัก

 

" โรเซนไฮซ์ หมายถึงกางเขนกุหลาบครับ คนที่ทำงานให้กับโรเซนไฮซ์ก็จะสักรูปไม้กางเขนที่ข้อมือซ้ายที่ตรงกับหัวใจ ส่วนดอกกุหลาบก็จะใช้กับเจ้านายอย่างนายท่านและคุณหนูครับแต่จะสักหรือไม่สักก็ได้ครับอย่างเช่นนายท่านที่สักรูปกางเขนกุหลาบที่อกซ้ายลามไปจนถึงแผ่นหลังด้านซ้ายครับ ส่วนคุณหนูกับนายหญิงก็จะเป็นสร้อยครับ "

 

" อย่างงี้นี่เอง " จากนั้นรถก็ตกอยู่ในความเงียบผมก็มองทางที่สองข้างเต็มไปด้วยป่าไม้และแอบเห็นคนของตระกูลเฝ้าสังเกตคนเข้าออกคฤหาสน์ คงจะไม่มีโอกาสที่ศัตรูจะบุกเข้ามาได้เลยสินะ

 

ใช้เวลาสักพักจากป่าไม้สองข้างทางก็เปลี่ยนเป็นภาพบ้านเรือนประปรายก่อนจะเป็นตึกสูงใหญ่ต่างๆ

 

แอ๊ดดด!

 

" ถึงแล้วครับคุณหนู " ฟรังลงจากรถฟรังลงมาเปิดประตูให้ผมพร้อมพวกการ์ดหน้าหล่อเข้ามาห้อมล้อม~อ้ายย~เขิน~ถุ๊ย!

 

ตรงหน้าของผมตอนนี้คือตึกที่ใหญ่ที่สุดในเมือง มีตราสัญลักษณ์รูปกางเขนกุหลาบใหญ่ให้เห็นเต็มตา

 

 

 

โคตรของโคตรใหญ่!

 

" เชิญครับ " ผมเดินตามฟรังเข้าไปในบริษัทตลอดทางมีคนก้มหัวทำความเคารพผมจนชักเหนื่อยใจ

 

ฟรังพาผมขึ้นมาชั้นบนสุดที่200ที่นั้นผมเห็นมีบอดี้การ์ดของคุณป๊ะป๋าสี่คนกับชายชุดดำที่ไม่ใช่ของเราอีกสามคนยืนอยู่นอกห้อง พอพวกพี่การ์ดเห็นผมก็ก้มหัวให้จนพวกแปลกหน้าทำตามาเพราะคิดว่าผมคงเป็นคนใหญ่คนโตคนนึง(?) ก่อนที่ผมจะได้ยินเสียงดังจากในห้อง

 

' ท่านจะไม่ขายที่ตรงท่าเรือให้ผมจริงๆหรอครับ! ' เสียงใส่อารมณ์ของคนที่อยู่ในห้องทำให้รู้ว่าอีกฝ่ายอยู่ในอารมณ์ไหน

 

' ฉันพูดไปแล้ว ' เสียงเย็นของคนที่ผมรู้ว่าเป็นใครดังขึ้น โห๋~น่าสนุกจัง

 

' ถ้าท่านขายที่ตรงท่าเรือให้ผม ผมจะจ่ายให้ตามที่ท่านต้องการเลยครับเพียงแค่ท่านบอกราคามา! ' ธุรกิจท่าเรือทางใต้ของทวีปอเมริกาที่สามารถทำเงินได้มหาศาลใครจะยอมขายให้โง่กันเล่า หึ

 

' ฉันว่าฉันพูดชัดแล้วนะ ' เสียงเหี้ยมดังขึ้นอีกครั้งแฝงด้วยความไม่พอใจ

 

' งั้นวันนี้ผมจะกลับก่อนก็ได้ แต่ถ้าท่านเปลี่ยนใจเมื่อไหร่ก็เรียกผมได้ตลอดนะครับ ' น้ำเสียงที่อ่อนลงแต่เต็มไปด้วยความไม่พอใจเอ่ยขึ้นอีกครั้งก่อนที่ประตูจะถูกเปิดออก

 

ปัง!!

 

เห้!ถ้าประตูพังขึ้นมาจะทำยังไงห๊ะ!

 

คนที่ออกมาจากห้องเป็นผู้ชายวัยกลางคนที่แต่งตัวภูมิฐานตามมาด้วยบอดิ้การ์ดอีกคนที่ตามหลังออกมาอีกฝ่ายมองหน้าผมด้วยสายตาแพรวพราวอย่างเจอของถูกใจก่อนที่จะก้มหัวทาบมือลงบนอกพร้อมส่งรอยยิ้มมีเลห์มาให้ผม แต่ผมไม่สนใจกลับหันหลังให้แล้วเปิดประตูห้องคุณป๊ะป๋าเข้าไป ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่

 

" ป๊ะป๋า " ผมเอ่ยเรียกป๊ะป๋าที่กำลังยืนหันหลังอยู่

 

 

 

" ป๊ะป๋า " เสียงหวานใสดังขึ้นจากทางด้านหลังก่อนที่เขาจะรีบหันกลับไป ภาพที่เห็นทำให้ต้องเบิกตากว้าง น้องเรนมาได้ยังไง งั้นไอ้แก่นั้นก็เห็นน้องเรนเเล้ว! ใจเย็นก่อนตอนนี้ยังไม่เป็นไร

 

" น้องเรน หนูมาได้ยังไงครับ " ผมถามขณะที่อุ้มน้องเรนขึ้นมานั่งตัก 'เบาจัง เบาเกินไป '

 

" น้องเรนทำอาหารมาให้ป๊ะป๋า เห็นฟรังบอกว่าป๊ะป๋าไม่กินข้าวกลางวัน รู้ไหมว่ามันไม่ดี แบบนี้จะไปมีแรงทำงานได้ไง! "

 

" หึหึหึ " มาแล้วก็มาเป็นชุดเลยนะเด็กน้อย น่ารักจริงๆลูกใครเนี้ย

 

" วันนี้น้องเรนทำอาหารมาให้ป๊ะป๋าด้วย " ตัวเล็กพูดขึ้นพลางเอื้อมมือไปรับตระกล้าที่ด้านในมีปิ่นโตจากฟรัง

 

" ทำเอง? "

 

" อื้ม " ดูสิ น้องเรนของป๊ะป๋าน่ารักแค่ไหนทำอาหารมาให้ป๊ะป๋าด้วย

 

" งั้นฟรังเอาไปจัดจาน "

 

" ครับ "

 

" คงจะอร่อยมากแน่เลยน้องเรนทำแบบนี้ "

 

" เชื่อฝีมือผมสิรับรองอร่อยเหาะ " โห่ มันใจซะด้วย

 

" อร่อยจริงครับนาย ผมรับประกันอีกคน " อย่างนี้ต้องชิมกันหน่อยแล้ว

 

ในเวลาไม่นานอาหารทั้งหมดก็ถูกเตรียมพร้อมที่โต๊ะโซฟากลางห้อง พอเห็นแบบนั้นผมจึงจัดการตักแกะตุ๋นรากบัวใส่ช้อนจ่อที่ปากคุณป๊ะป๋า ซึ่งป๊ะป๋าก็ยอมอ้าปากรับ

 

ลุ้น

 

ลุ้น

 

ลุ้น

 

" เป็นไงครับ " ผมถามป๊ะป๋าที่ตนนี้ทำหน้านิ่งคิ้วขมวดหรือมันไม่อร่อย ไม่ต้องอร่อยสิเพราะเรากับฟรังก็ชิมแล้ว หรือคุณป๊ะป๋าไม่ชอบ!

 

" หึหึ อร่อยครับ อร่อยมาก " คุณป๊ะป๋าหัวเราะในลำคอที่ได้แกล้งผมก่อนจะชมอาหารต่อ โถ่ไอ้เราก็รอลุ้นอยู่!

 

" อย่าทำหน้าแบบนั้นสิน้องเรน " อย่ามาง้อให้ยาก

 

" ก็ป๊ะป๋าแกล้งเรน " น้องเรนไม่ใจอ่อนหรอกนะ เชอะ!

 

" งั้นกินเสร็จจะพาไปห้างเป็นการไถ่โทษ ดีไหมครับ? " จะมาไม้นี้หรอจะบอกให้นะผมน่ะ

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

และแล้วเราก็มาถึงห้างใช่ครับ ก็ผมอยากมานี่ ตอนนี้เราก็อยู่ในห้างดังซึ่งเป็นของคุณป๊ะป๋า เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เรียกได้ว่าผมเข้าเกือบทุกร้านเลยส่วนของก็เป็นหน้าที่ของพี่ไปเขา ป๊ะป๋ามีหน้าที่รูดบัตร ส่วนผมมีหน้าที่ใช้เงินในบัตรครับ อิอิ

 

เอาล่ะเป้าหมายต่อไปคือร้านไอติม

 

" ป๊ะป๋าน้องเรนอยากกินไอติม " ไม้เด็ดประจำตัว

 

" ได้ครับ " แต่ก่อนที่จะได้ไปอยู่ๆก็มีคนเข้ามาทักคุณป๊ะป๋า เห็นว่าเป็นพันธมิตรกันป๊ะป๋าก็เลยให้ผมไปซื้อไอติมกับฟรังและดิวก่อน ซึ่งผมก็ไม่ขัดก็นะ มันอยากกินนี่ ว่าแล้วก็วิ่งนำทั้งสองคนออกไป

 

แต่ยังไปไม่ถึงร้านไอติมอยู่ๆก็

 

ตุบ!!

 

" โอ๊ย! " เจ็บครับผมชนกับใครก็ไม่รู้ตรงหัวมุมทำให้ผมถึงกับล้มก้นจูบพื้นเลยที่เดียวแต่อีกฝ่ายกลับแค่เซเล็กน้อย ถามจริงตัวผมเบาขนาดนั้นเลย!?

 

" คุณเป็นอะไรรึเปล่า " คนที่ชนกับผมถามขึ้นพร้อมยืนมือมาให้ผมจับ ผมจับมือคนตรงหน้าไว้ก่อนที่อีกฝ่ายจะค่อยๆ?ดึงผมขึ้น

 

ผมเงยหน้ามองอีกฝ่ายก็เพราะเด็กผู้ชายตรงหน้าสูงกว่าผมอีกน่ะสิ ผมสูงเท่าจมูกของเขาเองทั้งที่อายุน่าจะเท่ากันแท้ๆ เด็กผู้ชายตรงหน้าจัดว่าหน้าตาหล่อเหลาตั้งแต่เด็กผมสีน้ำเงินเข้มดูเป็นคนเงียบขรึม ดวงตาสีเทาอมฟ้าหม่นทำให้ดูน่าค้นหา ถ้าโตขึ้นคงจะเป็นหนุ่มหล่อหาตัวจับยากคนนึงเลยล่ะ

 

" ผมไม่เป็นไร " ผมตอบออกไปโดยสังเกตเห็นแววตาไม่อยากเชื่อของอีกฝ่ายแต่ก็กลับมาเป็นปกติโดยเร็ว เด็กคนนี้ไม่ธรรมดาเลยยิ่งคนติดตามสองคนด้านหลังอีก

 

" งั้นก็ดีแล้วครับ " เขาตอบพร้อมส่งรอยยิ้มมาให้ผมเป็นรอยยิ้มที่พิมพ์ใจ(?) ไม่มีการเสแสร้งใดๆ

 

" คุณหนูเป็นอะไรรึเปล่าครับ ให้เรียกหมอไหมครับ! " ฟรังเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงกังวลพร้อมสำรวจร่างกายของผม และดิวที่คิ้วขมวดมองมาทางผมอย่างกังวลเช่นกัน

 

" ผมไม่เป็นไร ไม่ต้องเรียกพวกลุงหมอมาหรอก " ผมตอบฟรังพร้อมรอยยิ้มที่ส่งให้ทั้งสองคนก่อนจะหันไปหาคนตรงหน้า

 

" งั้นผมขอตัวก่อน " ผมพูดแล้วเดินเลี่ยงมาอีกทางตรงไปยังร้านไอติมที่อยู่ไม่ไกลแต่เดินได้แค่สองสามก้าวก็ได้ยินเสียงของอีกฝ่าย

 

" คุณชื่ออะไรหรอ "

 

" เรน ผมชื่อ เรน " ผมตอบก่อนจะวิ่งออกไปเลยโดยไม่ทันเห็นรอยยิ้มจากอีกฝ่าย

 

 

 

สวย สวยมากสวยจนไม่อยากเชื่อว่าเป็นผู้ชาย เรนเขาทำให้คนอย่างผมใจสั่นทั้งๆที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หรือที่เขาเรียกว่า 'รักแรกพบ' แต่คนที่คุมกันสองคนนั้นไม่ใช่ธรรมดาซะด้วยถ้าให้สู้คนของเขาคงแพ้ แล้วเรนเป็นอะไรทำไมสองคนนั้นถึงได้ร้อนรน จะว่าเลี้ยงแบบไข่ในหินก็ไม่เชิงแต่มันมีมากกว่านั้น แล้วอีกอย่างน้ำหนักตัวที่เบาผิดปกตินั้นด้วยเรนร่างกายไม่แข็งแรง แล้วจะผมสีเงินกับนัยน์ตาสีเงินแสนสวยแปลกตานั้นอีก ทุกอย่างสวยไปหมด

 

" มาทำอะไรอยู่ตรงนี้ไค " เสียงของคุณพ่อผมดังขึ้นหลังจากแยกไปคุยกับนายท่านใหญ่

 

" พ่อ พ่อมีลูกสะใภ้แล้วนะ "

 

" !? "

 

ผมไม่ตอบคำถามพ่อแต่กลับพูดในสิ่งที่ทำให้เขาตกใจและงงออกไป

 

" หวังว่าเราจะได้เจอกันอีกนะ คุณว่าที่ภรรยาหึหึ "

 

 

 

...........................................................

 

เอาล่ะคุณพี่ไคปรากฏตัวเเล้ว พร้อมหาลูกสะใภ้ให้พ่อแล้วด้วยเอ้า!! มาแรกมาแรงค้าคนนี้

 

แล้วน้องเรนของเราจะเป็นอย่างไรต่อไป

 

ใครทีมพี่ไคก็ขอเสียงหน่อยค่าา

 

# ไคเรน

 

จะบอกเลยว่าไรท์คิดสดแต่งสดน้าา ไม่มีแบบร่าง ไม่มีโครงเรื่องใดๆทั้งสิ้นน่า หากลงช้าแสดงว่ายังคิดไม่ออกนะคะ อย่าโกรธกันนะคะ อย่าลืมติดตาม คอมเมนต์ เป็นกำลังใจกันด้วยน้าาา

 

สุดท้ายนี้อย่าลืมดูแลสุขภาพกันด้วยนะ หากผิดพลาดประการใดขออภัยด้วยนะ

 

รักทุกท่าน

 

จาก.......ไรท์

 

 

 

ความคิดเห็น