ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร

Prologue

 

 

Prologue 

 

 

 

ในจักวาลกว้างใหญ่ มีดาวดวงหนึ่งชื่อคารอส ดาวดวงนี้พบสิ่งมีชีวิตที่มีอารยธรรมด้านความแข็งแกร่งสูงสุดในจักวาล สิ่งมีชีวิตนี้เรียกว่า ซีโนร์ฟ เป็นชนเผ่าเททรามานด์ (Tetra แปลว่า สี่ และ mannd แปลว่าแขน) ถิ่นกำเนิดของเททรามานด์ไม่แน่ชัด พวกมันอาศัยอยู่ในสภาวะเอาตัวรอด จึงสามารถปรับตัวให้ทนต่อสภาพทุกสภาวะในจักวาลได้เป็นอย่างดี

ซีโนร์ฟมีพละกำลังและความแข็งแกร่งสูง สติปัญญาของพวกมันลึกล้ำเฉียบแหลม รูปร่างพวกมันสูงใหญ่คล้ายคลึงมนุษย์ มีกล้ามแขนขนาดใหญ่สี่ข้าง เอาไว้ต่อสู้กับศัตรูได้ทุกรูปแบบ มีหางยาวแหลมคล้ายหอก ส่วนหัวกลมยาว ด้านหลังของส่วนหัวมีสายเทนทาเคิลระยางค์หลายสาย ปากของซีโนร์ฟ แหลมคมเหมือนใบมีด น้ำลายของมันสามารถหลอมละลายเหล็กกล้าได้ภายในพริบตา

วิวัฒนาการของซีโนร์ฟ จะเปลี่ยนไปตามการเจริญเติบโตแต่ละช่วง ตั้งแต่ในไข่ไปยังตัวอ่อนจนกระทั่งร่างโตเต็มวัยโดยผ่านกระบวนการที่เรียกว่า molting หรือ การลอกคราบ จำนวนทั้งหมด 5 ครั้ง ซึ่งในแต่ละช่วงวัยของซีโนร์ฟ จะมีสติปัญญาตั้งแต่อยู่ในไข่ มันสามารถป้องกันตัวเองจากภัยอันตรายได้ตามสัญชาตญาณและร่างสุดท้ายของซีโนร์ฟ จะสามารถเปลี่ยนแปลงรูปร่างได้ทุกรูปแบบ

นี่คือความน่ากลัวของพวกมัน

ซีโนร์ฟ เป็นภัยอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตอื่นทั่วจักวาล พวกมันจะล่าและยึดครองดาวแต่ละดวงมาเป็นของตัวเอง พวกมันโหดเหี้ยม ฆ่าล้างอย่างเลือดเย็น โดยส่งไข่เกิดใหม่ไปยังดาวเคราะห์เป้าหมายแต่ละดวง

ความแข็งแกร่งของซีโนร์ฟเพียงตัวเดียว สามารถสร้างหายนะ ล้างเผ่าพันธุ์สิ่งมีชีวิตที่อยู่ดาวเคราะห์นั้นได้เลยทีเดียว ดังนั้นสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ถึงหวาดกลัวกับซีโนร์ฟยิ่งนัก

และโลกคือหนึ่งในเป้าหมายพวกมัน

ยามค่ำคืนแห่งรัตติกาลมืดมิด ปรากฏแสงสีเขียวสว่างไหวเรืองรองทั่วผืนแผ่นฟ้า แสงนั้นเสมือนมีชีวิต สะบัดพลิ้วไหวราวกับบรรดานักเต้นรำ

แต่แล้วไม่นาน แสงพร่างพราวมืดดับลง ปรากฏลูกไฟขนาดใหญ่ส่องสว่างจ้าราวกับแสงอาทิตย์ตอนกลางวัน มันแผดเผาร้อนระอุไปทั่วสรรพสิ่ง ดวงตาแทบพร่ามัวเลอะเลือนไปชั่วขณะ สองมือต้องยกขึ้นบดบังแสงร้อนนั้น จากนั้นมันแตกออกเป็น2ส่วนร่วงหล่นลงพื้น

ตู้ม!!!

เสียงดังกึกก้องสะเทือนไปทั่วพงไพร แผ่นดินยุบตัวแตกระแหง เสียงต้นไม้หักล่มโค่นเป็นทางยาว เกิดประกายไฟแดงจ้าลุกโชน ฝูงนกแตกฮือบินกระจาย ไม่ต่างจากเสียงร้องของเหล่าสรรพสัตว์มากมาย พลันวิ่งหนีตาย

ไม่นานความเงียบคืบคลานเข้าครอบงำผืนป่าอีกครั้ง

ตึก ตึก

เสียงฝีเท้ามากมายเหยียบย่ำใบไม้ มุ่งตรงไปยังแสงไฟสว่างจ้าท่ามกลางผืนป่าที่อยู่เบื้องหน้า คนเหล่านั้นมีผิวสีไม้ พวกเขานุ่งห่มด้วยหนังสัตว์ปกปิดช่วงล่าง ส่วนท่อนบนเปลือยเปล่า มือข้างหนึ่งถือหอกทำด้วยไม้ ด้ามปลายมัดด้วยหินลับจนคม อีกข้างถือคบเพลิงไฟ

ภาษาที่สื่อสารกันนั้นแปลกประหลาด ใบหน้าแต่ละคนขึงขังดุดัน แฝงกลิ่นอายนักล่า พวกเขาแข็งแกร่ง ทรงพลัง ปราดเปรียวและมีไหวพริบ เคลื่อนไหวร่างกายได้ว่องไวเสมือนสัตว์ป่า

เบื้องหน้าพวกเขานั้น ปรากฏหลุมยักษ์ขนาดใหญ่ รอบข้างเต็มไปด้วยกระกายไฟแผดเผาต้นไม้ อีกทั้งต้นไม้ใหญ่หักโค่นล่มเป็นแนวยาว ผืนดินรอบๆ ข้างเหล่านั้นร้อนระอุ ราวกับเยียบย่ำบนกองไฟ ในหลุมยักษ์มีควันพวยพุ่ง มันดำมืดสนิท ไม่อาจรู้ได้ว่ามีสิ่งใดอยู่ในนั้น

“เราเข้าไปใกล้กว่านี้ไม่ได้แล้วขอรับ” เมื่อบริเวณรอบๆ ร้อนดั่งลาวา กลุ่มคนเหล่านี้จึงจำเป็นต้องถ่อยล่น เมื่อไม่สามารถเข้าไปใกล้ได้

“สำรวจรอบๆ ดูก่อนแล้วกัน พรุ่งนี้เช้าพวกเราค่อยมาสำรวจดูอีกที”

“ขอรับ!”

เมื่อได้รับคำสั่ง ชายฉกรรจ์สิบกว่าคน ต่างแยกย้ายกันสำรวจปรากฏการณ์แปลกประหลาดเบื้องหน้า ที่เหมือนเป็นสัญญาณบอกเหตุบางอย่าง

ถัดไปไม่ไกลจากหลุมยักษ์ เด็กหนุ่มวัย 14 ปีเดินแยกจากคนอื่น เมื่อรับรู้ถึงความผิดปกติ จากพื้นดินที่แตกระแหงยาวออกนอกเส้นทาง สองขายาวไม่รอช้า รีบก้าวตามไป คบเพลิงในมือกวาดมองหาบางสิ่ง

จนกระทั่งสิ่งนั้นปรากฏตรงหน้า สองขาของเด็กหนุ่มผมสีอ่อนพลันหยุดชะงัก มองสิ่งนั้นอย่างตื่นตะลึงสงสัย คบเพลิงในมือยื่นไปเบื้องหน้า มือที่จับหอกตั้งท่าเตรียมรับมือการจู่โจม ถ้าเกิดอะไรขึ้น

แต่ทว่าสิ่งนั้นคือ ‘ไข่’

ไข่ตรงหน้าเป็นไข่สีดำขนาดใหญ่เท่าไก่ตัวเต็มวัย ต่างจากที่เคยพบเห็นมาก่อน ยิ่งไฟจ่อเข้าไปใกล้ไข่ใบนั้น ปรากกฎบางสิ่งเคลื่อนไหวไปมา ดวงตาเหลืองอ่อนเบิกกว้าง สองขาพลันก้าวถอยหลัง ใบหน้ารีบหันไปมองกลุ่มคนตัวเอง ที่เริ่มทยอยจับกลุ่มเพื่อกลับยังเผ่า สลับมองไข่เบื้องหน้าอย่างขบคิดหนัก ว่าจะทำอย่างไรดี

ด้วยความสงสัยและอยากรู้ว่ามันคือไข่อะไร สุดท้ายก็เดินไปยังไข่ปริศนาใบนั้น พร้อมกับอุ้มมันขึ้นมา เพียงสัมผัสเด็กหนุ่มรับรู้ความอุ่นแผ่กระจาย น้ำหนักมันเหมือนอุ้มลูกสุนัขตัวหนึ่ง เด็กหนุ่มไม่รอช้า อุ้มไข่ไปซ่อนไว้ไกลออกไปและลับตาคน ก่อนผละจากก็เอ่ยกระซิบบอกกับไข่ใบนั้น

“แล้วข้าจะมารับเจ้า”

 

 

 

จะทยอยลงให้อ่านนะค่า 

ใครชอบก็คอมเม้นชมกันได้>< 

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมด ()

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น