email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงกำลังใจนะคะ : )

Episode - 4 - คำถามที่ไม่มีคำตอบ [100%]

ชื่อตอน : Episode - 4 - คำถามที่ไม่มีคำตอบ [100%]

คำค้น : วิศวะ วิศวกรรมศาสตร์ รุ่นพี่ รุ่นน้อง นิยายรัก นิเศศาสคร์ นิเทศ เด็กฟิล์ม ดาวเดือน แอบรัก รีวิว Engineer Star

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.3k

ความคิดเห็น : 23

ปรับปรุงล่าสุด : 30 พ.ย. 2563 11:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Episode - 4 - คำถามที่ไม่มีคำตอบ [100%]
แบบอักษร

Nirin Say; 

“พี่ศิลา” 

ก็ไม่อยากเชื่อว่าเราจะกลับมาเจอกันในสถานการณ์แบบนี้ ที่เนื้อตัวจะมอมแมมเละเทะขนาดนี้ ตอนแรกที่เห็นว่ามีคนใส่เสื้อช็อปมากันไอ้ถุงน้ำเมื่อกี้ก็คิดว่าเป็นพวกวิศวะที่ชอบมาจีบเด็กนิเทศทั่วไป ใครจะไปนึกว่าหันขึ้นมาจะเจอพี่ศิลา       

“ณิริน!”เขาเรียกชื่อกันเหมือนไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง “ณิรินจริงๆ ด้วย เป็นอะไรหรือเปล่า เจ็บตรงไหนไหม”เขาทำท่าจะเขามาจับแขน ฉันเลยถอยหลังจนไปชนแอมแปร์ที่รับบทนางยืนอึ้งแทนกันอยู่ 

“ไม่เป็นไร ขอตัว!”

“อย่าเพิ่งไปสิ!”ไม่ใช่แค่พูดแต่พี่เขาวิ่งมาขวางไว้ แล้วถอดช็อปวิศวะมาคลุมเสื้อนักศึกษาให้กัน ฉันจะโยนไปคลุมต่อให้แอมแปร์แต่เพิ่งเห็นว่ามันมีเสื้อแขนยาวสีดำคลุมอยู่ จนพี่ศิลาเป็นฝ่ายพูดต่อ “คลุมเอาไว้ เสื้อนักศึกษามันบาง”

ฉันโยนเสื้อช็อปคืนเจ้าของโดยไม่พูดอะไร พี่ศิลาขมวดคิ้วเหมือนไม่พอใจ ฉันเลยเปิดกระเป๋าหยิบเสื้อแขนยาวที่พกมาใส่คลุมแทน และคว้ามือแอมแปร์เดินออกมา

“เดี๋ยวณิริน!”

“อะไรอีก”

“เดี๋ยวพี่ไปส่ง”

“ไม่ต้อง จะไปไหนก็ไปเถอะ”

“แต่พี่อยากคุยกับเรานะ”

ดูไม่ออกจริงๆ เหรอว่าไม่อยากคุยด้วย 

ทั้งอารมณ์โกรธ อารมณ์สับสน โมโหพวกเด็ก ตกใจที่เจอพี่ศิลาตีรวนไปหมด เลยอยากไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด วันนี้มันเหนื่อยจนฉันไม่อยากพูดกับใครแล้ว เปิดเทอมแค่สองวันเหมือนฉันใช้พลังงานทั้งอาทิตย์ไปหมดแล้วอ่ะ 

“ณิริน…” 

“พี่ศิลา แอมแปร์ว่าเอาไว้วันอื่นดีกว่านะ วันนี้ณิรินมันเจอเรื่องหนักๆ ตั้งแต่เช้า คงไม่มีอารมณ์มาฟังพี่ตอนนี้หรอก” 

“งั้นเอาไว้พี่มาหาใหม่นะ” 

“ขอตัวนะคะ” 

พูดจบแอมแปร์ก็พาฉันเดินมายังลานจอดรถที่มีรถพี่พฤกษ์จอดรออยู่ 

“ณิริน เกิดอะไรขึ้น ทำไมเป็นแบบนี้อ่ะ” 

“คือว่า...”ฉันไม่อยากเล่าเรื่องให้พี่พฤกษ์ฟังเลย เอาไงดีนะ “กิจกรรมรับน้องไง” 

“คณะของแอมแปร์ก็รับแบบนี้ด้วยเหรอ” 

“ค่ะ มหา’ลัยนี้สอนให้เราใช้ชีวิตอย่างมีสีสันน่ะค่ะ ฮาๆ” 

“เรากลับบ้านกันเถอะนะคะ ณิรินอยากอาบน้ำจะแย่แล้ว” 

ส่วนยัยแอมแปร์ขับรถมาเองมันเลยโบกมือลากก่อนแยกย้ายกันกลับบ้าน 

แต่คิดเหรอว่าคลิปนี้จะไม่รู้ถึงพี่พฤกษ์ มันออกจะดังขนาดนี้ บนรถที่พี่พฤกษ์ไม่ถามคงเพราะเห็นฉันทำหน้าหงุดหงิด แต่พอหลังจากทานข้าวเสร็จ เขาก็บอกว่ารู้ตั้งแต่ช่วงสายๆ แล้วว่าคนในคลิปเป็นฉันถึงจะเซนเซอร์หน้าด้วยเส้นบางๆ ก็ตาม 

“ฝั่งนั่นเป็นยูทูบเบอร์ชื่อดัง เขามีฐานแฟนคลับ มีสื่ออยู่ในมือไปมีเรื่องกับเขามีแต่เสียกับเสียนะ” 

“โชคดีที่วิวถ่ายคลิปเอาไว้ตั้งแต่ต้นก็เลยมีหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์ของน้อง แต่ว่าพี่อย่าเล่าให้คุณพ่อคุณแม่ฟังนะคะ ถ้าเรื่องถึงหูณิรินโดนบ่นหูชาแหงๆ” 

“เราก็เลยจะให้พี่ได้โดนบ่นแทนสินะ ที่ดูแลน้องไม่ดีและยังปิดท่านอีก” 

“นะ พี่พฤกษ์ คุณพ่อคุณแม่อยู่ตั้งไกลไม่รู้หรอกค่ะ” 

Rrrrr [Mom] 

“คุณแม่โทรมา!” 

“พี่ลืมว่าอ่านหนังสือค้างไว้ ไปก่อนนะ ตามสบาย” 

“พี่พฤกษ์ พี่พฤกษ์ เดี๋ยวก่อน...” 

ทิ้งน้องเฉย ไอ้พี่บ้า!!! 

 

วันต่อมา 

โรงอาหารคณะนิเทศศาสตร์ 

วันนี้ก็เหมือนเดิม ตั้งแต่ลงจากรถพี่พฤกษ์ฉันก็ถูกคนมองด้วยสายตาพร้อมนินทาตลอดสองทาง ถึงจะเกลียดโมเมนต์แบบนี้แต่คุณแม่ก็บอกว่าฉันต้องเผชิญกับมัน ไม่งั้นฉันก็ก้าวข้ามผ่านเรื่องนี้ไปไม่ได้สักที 

“ณิรินหน้าตาดูไม่ค่อยดีเลยอ่ะ นอนไม่หลับเพราะเครียดเรื่องเมื่อวานเหรอ” 

“เปล่าอ่ะกระปุก แต่แม่เรารู้เรื่องแล้วอ่ะ” 

“แล้ว...เมื่อคืนแกนอนหลับสนิทดีไหม”เป็นยัยแอมแปร์ที่รอฟังอย่างตั้งใจ  

“เกิดเรื่องขนาดนี้ หลับลงก็เก่งแล้วป่ะ”ฉันไม่ได้ฝันร้ายนะ แต่ข่มตานอนไม่หลับเลยมีหลายเรื่องในหัวเต็มไปหมด 

 “เออแล้วคุณป้ารู้เรื่องว่าไงบ้างวะ!” 

“โดนด่าสองชั่วโมงเต็มแบบไม่มีโฆษณาคั่นน่ะสิ” 

“เอ้า แล้วแกไม่บอกความจริงแม่แกเหรอวะ” 

“บอกสิ ชั่วโมงแรกด่ายับคิดว่าฉันผิดจริง พอฉันเล่าความจริงทั้งหมดให้ฟัง ชั่วโมงที่สองด่าที่ฉันไม่เอาคืนยัยพวกนั้นให้สาสมแทน!” 

“ชอบคุณป้าว่ะ มายไอดอลเลย!” 

“ฉันกะจะโดดนอนอยู่บ้านพักใจสักอาทิตย์ คุณแม่ก็หักคอให้มาเรียนอีก เกลียดสายตากับท่าทางคนที่ไม่รู้จริงแล้วเอาไปพูดว่ะ” 

“อย่าไปสนใจเลยณิริน พวกเราอยู่ข้างณิรินนะ”ลิษาให้กำลังใจกัน 

“แต่วิวก็ขัดใจที่อาจารย์ให้ลบคลิปนะ วิวอยากโพสต์ให้คนอื่นรู้ความจริงชะมัด แบบนี้เรามีแต่เสียกับเสียอ่ะ” 

“อย่าเลย โพสต์กันไปโพสต์กันมาเรื่องก็ไม่จบสักที ชีวิตฉันเจอแต่อะไรจริงๆ มาเยอะแล้ว เจออะไรปลอมๆ บ้างก็ไม่ติด เดี๋ยวคนก็ลืมไปเองแหละ” 

“กระปุกว่ามันจะจบง่ายเหรอ ไหนจะพวกแฟนคลับฮันนี่ที่มาทำร้ายณิรินกะแอมแปร์เมื่อวานอีก เราทำอะไรไม่ได้เลยเหรอเนี่ย” 

“เห้ย พวกเด็กเปรต!”แอมแปร์ที่ไถมือถือไปมาก็ตะโกนลั่นกลางโรงอาหาร ก่อนจะส่งคลิปที่เราสองคนถูกปาน้ำใส่ให้ฉันดู  

“เห้ย แต่ตอนท้ายคลิปคนที่มาช่วยณิรินกับแอมแปร์คือ...”กระปุกถามแบบอึ้งๆ 

“พี่ศิลา”วิวตะโกนเมื่อเห็นคนคลิป 

“เฮียเหรอ ไหนขอดูด้วยสิ!” ลิษาหยิบมือถือไปดูเป็นคนสุดท้าย “เห้ยยยย โคตรเท่ โคตรโอปป้าเลยเฮียเรา แต่ว่าปกติเฮียไม่ได้เป็นคนดีขนาดนี้นะ หรือว่าเฮียเรา…” 

“พี่ศิลาเขาแค่บังเอิญผ่านมาก็เลยช่วยไว้!”ฉันรีบแก้ตัว  

“พี่ศิลาโคตรเท่เลยว่ะ ไม่เห็นพวกแกเล่าเลยว่าพี่ศิลาขี่ม้าขาวมาช่วย” 

“อ้าวเหรอ สงสัยฉันกับณิรินลืมอ่ะ”แอมแปร์ช่วยแก้ไขแทนที่เห็นฉันทำตัวไม่ถูก “แต่ที่ไม่ลืมคือฉันจะให้ม๊าหานักสืบไปตามจับตัวเด็กพวกนี้ ถ้ารู้เมื่อไรนะ จะไปดักตบเรียงตัวที่หน้าโรงเรียนคอยดู!” 

“อะแอมแปร์ จะใจเย็น ดื่มน้ำเย็นๆ ก่อนนะ”กระปุกรีบยื่นน้ำให้ยัยนี่ดื่มดับหัวที่ร้อนพอๆ กับฉัน! 

“ไม่ต้องจ้างนักสืบหรอก จ้างมือปืนเลยดีกว่า ยิงเสร็จก็จับท้วงน้ำไปเลย!” 

“ณะณิริน แกก็ดื่มน้ำดีกว่า หายใจเข้าลึกๆ ฆ่าคนมันผิดกฎหมายนะเว้ย!”ลิษาเองก็ยื่นน้ำหวานของตัวเองให้กัน 

“พวกแกนี่ อยู่ด้วยกันแล้วน่ากลัวว่ะ เริ่มไม่รู้ว่าพูดจริงหรือพูดเล่น” 

“พูดจริง!”ฉันกับแอมแปร์ตอบวิวพร้อมกัน! 

“พวกแก เลิกอำได้แล้ว กลัวนะเว้ย”ลิษาร้องห้าม 

“วันนี้พวกเราจะไม่ปล่อยให้พวกแกอยู่กันสองคนแล้ว จริงไหมวิว” 

“จริง ไปไหนก็ต้องไปกันทั้งกลุ่มแบบนี้แหละ” 

“แต่ตอนนี้ถ้าฉันยังไม่ไปคณะ ฉันสายแน่ ไปก่อนนะเจอกันตอนเที่ยง” 

“เออ ดูแลตัวเองด้วยนะ!” 

“แกก็ด้วย!” 

เรามาถึงจุดที่อำลากันด้วยประโยคแบบนี้กันได้ไงวะเนี่ย เหมือนจะไปออกรบเลย 

ถ้าถามว่าบรรยากาศการเรียนของฉันยังเจอกับพวกฮันนี่ไหม ก็เจอตลอดเพราะปีหนึ่งยังเรียนรวมแต่ต่างฝ่ายก็สงบปากสงบคำขึ้นเยอะเนื่องจากพวกเราดูตัดคะแนนความประพฤติกับต้องไปรายงานความประพฤติกับพี่รามจนกว่าจะจบรับน้องทุกวัน 

“นี่ณิริน!”เพื่อนในคลาสที่ฉันยังไม่รู้จักชื่อสี่ห้าคนมายื่นออที่หน้าโต๊ะเลคเชอร์ จนกลุ่มฉันระแวงไปหมด “แกเป็นอะไรกับพี่ศิลาอ่ะ คนเขาเม้าท์กันว่าแกกิ๊กกับพี่เขาอยู่จริงหรือเปล่า!” 

“ห้ะ? พวกแกเอามาจากไหน!” 

“ก็ในคลิปที่พี่เขาไปช่วยแกไว้เมื่อวานไง” 

“ก็แค่บังเอิญ พี่เขาอยู่แถวนั้นเลยเข้ามาช่วย ไม่ได้มีอะไรมากกว่านั้นเลย” 

“เห็นไหม ฉันบอกแล้วว่าไม่ใช่”ทันทีที่ได้คำตอบยัยพวกนี้ก็เดินไปนั่งที่โต๊ะเลคเชอร์ของตัวเองตามเดิม 

“แค่เห็นอยู่ด้วยกันคนก็เม้าท์กันสนุกปาก” 

“แต่จะว่าไป มีข่าวกับพี่ศิลาแบบนี้จะมีแอนตี้แฟนคูณสองไหมเนี่ย” 

“กระปุก!”ลิษาหันไปดุเสียงดัง แต่จะว่าไปก็จริงอย่างที่เธอพูด  

“มีบ้านใครขายประกันชีวิตไหม เสนอกรมธรรม์ได้เลยนะ ถูกใจพร้อมโอน!”ฉันตอบเล่นๆ แต่คิดจริง 

“ณิรินก็…ไม่มีใครทำแบบนั้นหรอกน่า” 

 

กิจกรรมรับน้องนิเทศศาสตร์ 

“เช็กชื่อครบกันแล้วนะ สำหรับใครที่แต่งตัวผิดระเบียบหรือลืมป้ายชื่อทุกคนจะถูกหักคะแนนตามที่พี่ระเบียบแจ้งไว้นะ ถ้าหากใครถูกหักเหลือน้อยกว่าห้าสิบคะแนนเท่ากับว่าจะไม่ผ่านการรับน้องเข้าใจไหม” 

“เข้าใจครับ/ค่ะ” 

“และอย่างที่ทุกคนรู้กันว่าขณะนี้คณะของเราถูกจับตามองเรื่องการทะเลาะวิวาทเพราะฉะนั้นใครที่คิดว่าจะมีเรื่องกันก็ขอให้เลิกคิดซะ เพราะไม่งั้นจะถูกตัดรายชื่อออกจากคณะเราทันที เพราะคณะของพวกเราอยู่กันอย่างสงบสุข และรักกันเหมือนเพื่อนเหมือนพี่น้อง เข้าใจไหม” 

“ครับ/ค่ะ” 

“ถ้าอยู่กันดีๆ และสงบสุขเหมือนคนอื่นไม่ได้ก็ออกจากคณะเราไป!” 

หน้าฉันเหลือแค่ครึ่งนิ้วแล้วบอกตามตรง ไอ้ที่เรื่องราวใหญ่โตจนเป็นทอปปิกของทุกคนอยู่ตอนนี้ก็ไม่ได้สนุกหรอกนะ สำนึกผิดอยู่ทุกวันและพยายามบอกตัวเองให้หายหัวร้อนเวลาเจอยัยฮันนี่ทุกนาที 

จากนั้นก็เป็นเวลาของการสันทนาการและทำกิจกรรมของคณะอย่างสนุกสนาน เราถูกแบ่งกลุ่มแล้วให้ไปรวมตัวกับเพื่อนทั้งคณะ เพื่อละลายพฤติกรรมและสนิทกับทุกคน โชคดีที่ฉันไม่โชคร้ายเจอยัยฮันนี่ในกลุ่มไม่งั้นก็คิดอยู่ว่าจะบันเทิงขนาดไหน จนถึงเรียกร่วมช่วงท้ายก่อนจะปล่อยกลับบ้าน 

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด พี่ภณ สโมสรนักศึกษามาเว้ย!” 

ชายหนุ่มผิวขาว สูงหล่อแบบไทยๆ สุดแสนจะเนี๊ยบในชุดเสื้อช็อปวิศวกรรมศาสตร์ทำเอาคณะของเราปั่นป่วนจากบรรดาสาวๆ ไม่น้อย 

“ใครอ่ะวิว” 

“พี่ภณ เมนฉันเอง” 

“ขอโทษที่มารบกวนการรับน้องนะตาล แต่ขอมาหาน้องสองคนหน่อย”พี่ภณที่แต่งตัวสะอาดสะอ้านกว่าวิศวะคนอื่นที่เคยเห็น และถูกต้องตามกฎระเบียบทุกประการพูดท่าทางสุภาพ 

“ตามสบายเลยภณ กำลังจะปล่อยพอดี” 

“พี่ขอพบน้องปภัสสรากับน้องณิรินหน่อยครับ” 

พอพูดเท่านั้นเราทั้งสองคนก็ลุกขึ้นจากที่นั่งรอปล่อยแถวอยู่พอดี โดยที่ยัยฮันนี่ดูจะรีบเดินตามพี่เขาไปทันที 

“พี่ชื่อภณนะครับเป็นสโมสรนักศึกษาด้านระเบียบวินัยได้รับมอบหมายจากรามให้มาดูแลความประพฤติของน้องทั้งสองในช่วงรับน้อง” 

“ค่ะ” 

“ได้ยินมาว่าพวกเราจะต้องมารายตัวกับพี่ทุกวันใช่ไหม” 

“ใช่ค่ะ” 

“อันนี้เป็นเอกสารรายงานตัวนะครับ พี่ทำมาให้แล้วจะมีรายละเอียดต่างๆ ให้น้องกรอกข้อมูลกันก่อนมาส่งพี่ อันนี้เป็นของน้องปภัสสรานะครับ”พี่ภณหยิบเอกสารที่มีชื่อด้านหน้าให้ฮันนี่ แล้วเปิดหาเอกสารในแฟ้มอยู่สักพัก “อ้าว สงสัยพี่หยิบเอกสารมาไม่ครบแน่เลย ถ้างั้นเดี๋ยวน้องณิรินตามไปเอาเอกสารที่โต๊ะทำงานพี่แล้วกันนะ” 

“ไม่มีในแฟ้มแล้วเหรอคะ” 

“อืม โทษทีนะ”พี่เขาทำหน้าสำนึกผิดได้น่ารักน่าเอ็นดูขนาดนี้ใครจะไปใจร้ายลง 

“ค่ะ” 

สุดท้ายฉันก็ต้องเดินตามพี่ภณมาสองต่อสอง โดยสีหน้ายัยฮันนี่ดูจะอิจฉาริษยาไม่น้อยและคงอยากให้เอกสารที่ลืมเป็นของตัวเองอย่างมาก เธอจ้องตามมาอย่างไม่วางตา โดยที่ฉันทำเพียงหน้ายิ้มอย่างผู้ชนะกลับไปกวนประสาท 

“โทษทีนะน้องณิริน เลยต้องให้น้องกลับบ้านช้าเลย” 

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ช้าไม่กี่นาทีเอง” 

“แล้วนี่กลับยังไงเนี่ย” 

“พี่ชายมารับค่ะ”ทันทีที่ตอบสายเรียกเข้าจากพี่ชายก็ดังขึ้นทันที สงสัยโทรมาตามแหงๆ 

Rrrrr [พี่พฤกษ์] 

“พี่พฤกษ์มาถึงแล้วเหรอ วันนี้รอน้องแป๊บนึงนะ” 

[ณิรินพอดีพี่ต้องอยู่ประชุมเรื่องวิทยานิพนธ์อ่ะ ตอนนี้ยังไม่เสร็จเลย วันนี้กลับเองได้หรือเปล่า] 

“กลับได้ค่ะ ณิรินบอกตั้งหลายรอบแล้วว่ากลับเองได้ มหา’ลัยเราก็คนละทางกัน พี่พฤกษ์ไม่ต้องเป็นห่วงทำงานไปเลย” 

[ขอโทษทีนะ] 

“มาขอโทษน้องทำไม ยังไงเจอกันที่บ้านนะคะ” 

[โอเคครับ] 

พอวางสายฉันกับพี่ภณก็มองหน้ากันยิ้มๆ  

“เอ่อ มาเรียนที่นี่อาทิตย์แรกสนุกไหม”พอเดินมาสักพักความเงียบก็ทำให้พี่ภณเริ่มชวนคุย 

“ถ้าไม่นับเรื่องนี้ ก็สนุกดีค่ะ” 

“เอาน่าไม่แน่นะ อาจจะทำให้สนิทกันทีหลังก็ได้ อย่างกลุ่มพี่รามกับศิลาตอนแรกก็คู่ปรับกันเลยแหละ แต่พอได้รู้จักกันมากขึ้นมันก็เลยมาเป็นเพื่อนซี้กันแทน” 

“ก็ไม่รู้สิคะ”ฉันมองไม่เห็นทางที่จะเป็นแบบนั้นได้เลย 

“ดูจากหน้า ปัญหาของผู้หญิงกับผู้ชายคงไม่เหมือนกัน ถ้างั้นก็อย่าไปคิดมากเลยนะ เดี๋ยวเรื่องมันก็เงียบไปเอง สู้ๆ”  

ตอนแรกฉันนึกว่าเป็นเพื่อนของพี่ศิลาจะนิสัยคล้ายๆ กันซะอีก พี่ภณกลับดูเป็นมิตรจัง 

“คุณแม่ณิรินบอกว่าเราแคร์ความรู้สึกของคนทั้งโลกไม่ได้ ให้แคร์เฉพาะคนที่เรารักและรักเราก็พอ อีกอย่างเราทำอะไรก็รู้ดีแก่ใจเพราะฉะนั้นณิรินไม่สนใจเรื่องที่มันไม่จริงหรอกค่ะ” 

“คิดบวกจัง” 

“ใช่ค่ะ บวกเก่งมากเลยนะคะ มาวันแรกก็บวกเลย พี่ถึงได้ต้องมาคุมความประพฤติอยู่แบบนี้ไง” 

“ไม่ได้บวกแบบนั้น เรานี่ก็ตลกนะ” 

“ว่าแต่โต๊ะทำงานพี่ภณนี่อยู่ที่ไหนเหรอคะ” 

“อ่อ เกือบถึงแล้วห้องสโมสรนักศึกษาไง” 

“คะ?”ฉันหยุดเดินทันทีจนพี่ภณหันมามอง 

“ทำไมเหรอ มีอะไรหรือเปล่า!” 

“คือ...ห้องสโมสรนักศึกษาคือที่กลุ่มพวกพี่อยู่ด้วยถูกไหมคะ” 

“ใช่ แต่วันนี้พวกมันอยู่กันที่ห้องแล็บวิศวะกันหมด ฮันแน่! เราเมนใครอยากเจอใครเป็นพิเศษบอกมา เดี๋ยวพี่โทรตามก็ได้นะ” 

โล่งอก คือตอนนี้มีหลายเรื่องเกิดขึ้นจนลำดับเหตุการณ์ไม่ถูกแล้วว่าควรจัดการกับปัญหาไหนก่อนดี ก็เลยว่าจะผลัดการพบหน้าพี่ศิลาไปเป็นเรื่องอันดับสุดท้ายก่อนเลย 

“ไม่มีสักหน่อย” 

“จริงเหรอ เชื่อได้ไหมเนี่ย ดูมีพิรุธ” 

“ไม่มีจริงๆ ค่ะ เรารีบไปเอาเอกสารกันเถอะ” 

พอถึงคณะวิศวกรรมศาสตร์มองไปรอบๆ มันก็ต่างจากที่คิดไปเยอะเลย คณะนี้มีต้นไม้ใหญ่ปกคลุมพื้นที่อยู่เยอะมากจนร่มรื่น เป็นตึกเรียนที่เว้นตรงกลางเป็นลานเกียร์กว้างขนาดใหญ่และมีที่นั่งเล่นมากมาย ส่วนด้านข้างเป็นห้องกระจกของฝ่ายสโมสรนักศึกษา 

“มาแล้วเหรอพราว” 

“อืม”พี่ผู้หญิงหน้าตาสวยคนนี้น่าจะเป็นแฟนสาวของพี่ภณ (หรือเปล่า) เพราะเธอนั่งอยู่ในห้องสโมสรนักศึกษาคนเดียว แถมพอพี่ภณมาถึงยังทำหน้าอ้อนใส่ทันที “นี่น้ำส้มปั่นที่สั่งไว้!”  

“ยังไม่ได้กินข้าวเที่ยงเลยเนี่ย ประชุมโปรเจกต์ตั้งแต่เช้า เสร็จก็ไปรับน้องแล้วก็ไปคณะนิเทศฯ ต่อ โคตรหิว!” 

“พราวซื้อข้าวมาให้แล้วด้วย เดี๋ยวเตรียมให้เลยนะ!” 

“รู้ใจที่สุดเลย” 

หลังจากที่เธอเห็นฉัน เธอก็ยิ้มแย้มให้กันอย่างใจดี 

“น้องณิรินใช่ไหม นี่เอกสารจ้ะ พี่ภณคงลืมหยิบไปด้วย” 

“ขอบคุณค่ะ” 

“พี่ชื่อพริบพราวนะคะ ว่าแต่ตัวจริงส๊วยสวย” 

“อารมณ์ดีด้วยนะเราเดินคุยกับน้องมาตลกมาก ไม่เหมือนในคลิปที่แชร์เลยสักนิด” 

“ขอบคุณค่ะ”ฉันยิ้มแก้เขิน “งั้นณิรินขอตัวกลับก่อนนะคะภณ พี่พริบพราว สวัสดีค่ะ” 

“จ้ะ” 

“น้องณิริน!” 

ขณะเดินออกจากห้อง ฉันก็ถูกเรียกไว้จากเสียงที่ไม่คุ้นและฝีเท้าที่วิ่งมาทางด้านหลังจนทำให้ฉันหันกลับไปมอง 

“น้องณิริน เดี๋ยวครับ!”พี่คนนึงที่ใส่ช็อปเหมือนพี่ภณ แล้วก็มีเกียร์ที่อกบ่งบอกว่าเขาคือหนึ่งในราชันเอ็นจิเนียวิ่งมาดักหน้าฉันไว้ รู้แล้วว่าทำไมถึงถูกเรียกว่าราชันเอ็นจิเนีย เบ้าหน้าแต่ละคนไม่ธรรมดาเลยให้ตาย “วิ่งมาทันน้องณิริน จริงๆ ด้วย!” 

“มีอะไรกับณิรินเหรอคะ” 

กว่าจะคิดว่าควรพูดอะไรออกไปก็ทิ้งเวลาไปหลายนาที พี่เขาสูงยาวเข่าดีแถมยิ้มทีไม่กล้าสบตาเลยบอกตามตรง มีเสน่ห์เป็นบ้า 

“พี่ชื่อศรันย์นะครับ เป็นหนึ่งในสโมสรนักศึกษา” 

“ค่ะ แล้ว....” 

“คือพี่เห็นว่าน้องเจอสโมสรนักศึกษาเกือบทุกคนแล้วน่ะ พี่เลยคิดว่าควรมาทำความรู้จักน้องไว้ด้วย” 

“อ่อ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะพี่ศรันย์” 

“โห ดูพี่เป็นทางการจัง พี่อยากสนิทกับน้องณิรินนะ ขอไลน์หน่อยได้ป่ะ”พี่ศรันย์ยื่นโทรศัพท์มือถือมากดดันตรงหน้าด้วยรอยยิ้มทรงเสน่ห์ “ได้ยินว่าต้องมารายงานตัวกับไอ้ภณทุกวันใช่ไหม เผื่อหามันไม่เจอไงจะได้ไลน์ถามพี่” 

นึกออกแล้วว่าพี่เขาเป็นใคร ฉันเคยเจอพี่เขามาแล้วที่ห้องพยาบาลไง พ่อคนจอมเจ้าชู้คนนั้น! 

“ไอ้ภณมันอยู่ไม่ติดที่นะ หาตัวยากจะตาย พี่ไม่อยากให้เรามาเสียเที่ยว พี่เป็นห่วง” 

“คือ...” 

“ห่วงตัวเองก่อนเถอะมึง” 

แล้วเสียงคุ้นเคยก็ดังขึ้นจนพี่ศรันย์ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ส่วนฉันเองก็ต้องสะกดอารมณ์ที่เลือดลมกำลังสูบฉีดขึ้นมาอย่างกะทันหัน 

“อะไรของมึงเนี่ยไอ้ศิลา กูกำลังจะได้ไลน์น้องณิรินอยู่แล้ว” 

“กูเห็นน้องเจนนี่กับน้องฟางข้าว อยู่แถวหน้าคณะเมื่อกี้” 

“ห้ะ ก็กูบอกว่าไม่อยู่จะมากันทำไมวะเนี่ย”พี่ศรันย์บ่นสีหน้ารำคาญใจ “เอ่อน้องณิรินวันนี้พี่ติดธุระด่วนน่ะ พี่ไปก่อนนะไว้เจอกันใหม่นะครับ” 

“รีบไปเถอะมึงอ่ะ”พี่ศิลาดันไหล่พี่ศรันย์ให้พ้นทางแล้วมายืนแทนที่ 

พี่ศรันย์ทำหน้าขัดใจแต่ก็วิ่งหายไปฝั่งหลังอาคาร  

“หน้าซีดนะ เป็นอะไรหรือเปล่า” 

         “เปล่า” 

แล้วก็มีสองสาวสวยเดินเข้ามาที่หน้าห้องสโมสรแบบเฉียดฉิวเลย แล้วทำไมฉันต้องไปลุ้นตามด้วยวะเนี่ย 

“พี่ศิลาเห็นพี่ศรันย์ไหมคะ”ทั้งสองไม่ได้มีท่าทางสนิทกัน แต่ถามออกมาเหมือนกันทุกพยางค์แบบพร้อมเพรียง 

“ฉันมาก่อน ถ้าแกอยากเจอพี่ศรันย์ก็มาวันหลัง” 

“ของแบบนี้ให้พี่ศรันย์ตัดสินดีกว่าไหม ว่าพี่เขาอยากเจอใครหรือไม่อยากเจอใคร” 

เขาไม่อยากเจอพวกเธอทั้งคู่นั่นแหละ ฉันตอบในใจ! 

“ไอ้ศรันย์ไม่อยู่ครับ”พี่ศิลารีบตอบก่อนที่จะเกิดการทะเลาะวิวาทตรงนี้ 

“แต่ฟางข้าวเห็นรถบิ๊กไบค์ของพี่ศรันย์จอดอยู่นี่คะ” 

“ใช่ค่ะเจนนี่ก็เห็น” 

“จำผิดหรือเปล่า ไอ้ศรันย์มันออกไปตั้งแต่เรียนเสร็จแล้วนะ” 

“ไปไหนคะ” 

“นั่นสิ ไปไหนของมันนะ”พี่ศิลาแกล้งทำเสียงสงสัย เจ้าเล่ห์เพทุบายไม่เปลี่ยนสักนิด 

“แล้วนี่เป็นใคร หน้าคุ้นๆ อย่าบอกนะว่ากิ๊กพี่ศรันย์อีกคน”แล้วคนที่ชื่อฟางข้าวก็มองมาที่ฉันอย่างหาเรื่อง 

“ถ้าใช่จริง ฉันไม่ยอมแน่!”  

แต่ก็จริงว่ะ แล้วฉันมัวยืนดูอะไรไม่เดินออกไปตั้งแต่พี่ศรันย์หนีไปแล้ววะเนี่ย 

“โวยวายอะไรกันเสียงดังที่หน้าห้องสโมสรนักศึกษา”แล้วก็เป็นพี่ภณที่เดินออกมาเสียงขุ่นจนสองคนนี้เลิกถามหาเรื่องจากฉัน 

“นี่ไม่ใช่เด็กไอ้ศรันย์หรอก เด็กพี่เอง”ยังไม่ทันได้ปฏิเสธมือหนาของพี่ศิลาก็ดึงไหล่ฉันไปแนบอกเขาอย่างไม่ตั้งตัว แถมไอ้ประโยคถัดมาก็ยิ่งทำให้ฉันเข่าแทบทรุด “ไปกันเถอะคนดี พี่หิวแล้วอ่ะ อยากกินคนดีแล้ว” 

แล้วจากนั้นฉันก็ถูกลากออกมาที่ลาดจอดรถ และทันทีที่จะถูกจับเข้ารถซูเปอร์คาร์คันหรูฉันก็สะบัดมือเขาออกก่อน 

หัวใจฉันสั่นไปหมด...อย่ามาหน้ามืดตอนนี้นะณิริน 

“ทำบ้าอะไรของพี่เนี่ย” 

“ก็ช่วยเราไง!” 

“ช่วยอะไร” 

“จากบรรดากิ๊กไอ้ศรันย์ไง” 

“เพื่อ?” 

“ก็ไม่เห็นหรือไงว่าพวกนั้นหาเรื่องเก่งขนาดไหน” 

“ก็ณิรินไม่ได้เป็นกิ๊กพี่ศรันย์จริงๆ สักหน่อยไม่เห็นต้องกลัวเลย” 

“ไม่รู้เหรอ เห็นยืนจีบแลกไลน์กันอยู่ก็ไม่แน่ป่ะ มันมีเสน่ห์ขนาดนั้น” 

“ไม่ต้องห่วงค่ะ ณิรินเคยผ่านบทเรียนมาก่อนว่าพวกหล่อแต่เลวมีอยู่เยอะเลยไม่คิดจะตัดสินใจคบใครเพราะหน้าตา”ฉันตั้งใจพูดใส่หน้าพี่ศิลาทุกคำ 

“โห ถ้าพูดขนาดนี้ก็ด่าพี่เลยก็ได้นะ” 

“ได้เหรอคะ ไอ้พี่ศิลา ไอ้คนเฮงซวย...ไอ้อืม...!”ด่าออกไปได้สองประโยคก็ถูกมือหน้าปิดปากแล้วจับยัดเข้าในรถอย่างไม่เต็มใจทันที “ไอ้คนฉวยโอกาส ปล่อยนะ” 

แล้วรู้ใช่ไหมว่ารถแพงๆ มันมีระบบที่ให้คนในรถไม่สามารถเปิดประตูออกไปได้ ฉันเลยตั้งใจจะปีนไปที่เบาะคนขับแล้วจะหนีออกจังหวะที่เขาเปิดประตู แต่เขาดันเร็วกว่าเพราะฉันยังข้ามไปที่เบาะอีกฝั่งไม่สำเร็จเขาก็เข้ามานั่งอยู่ในรถนี้ซะแล้ว 

“ไอ้พี่ศิลา ปลดล็อกเดี๋ยวนี้เลยนะ!” 

“ถ้าไอ้แล้วก็ไม่ต้องมีพี่ก็ได้นะ” 

“ไอ้ศิลา!” 

“โห ทำไมเดี๋ยวนี้ปากจัดจัง กล้าว่าพี่เหรอ” 

“เออ” 

“กล้าเออด้วย” 

“ก็เออดิ เปิดประตูให้ณิรินเดี๋ยวนี้เลยนะ!” 

“ตอนแรกพี่ว่าจะคุยกับเราดีๆ แต่ดื้อแบบนี้เห็นทีต้องสั่งสอนสักหน่อย” 

พี่ศิลาใช้มือเข้ามารั้งใบหน้าฉันเข้าไปใกล้ ก่อนที่ใบหน้าเขาจะโน้มใกล้เข้ามาช้าๆ จนหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะกำลังจะระเบิดออกมาให้รู้แล้วรู้รอด  

แต่คิดเหรอว่าฉันจะหลงกลแล้วยอมง่ายๆ ฉันจับพลิกมือเขามากัดเต็มแรงจนพี่ศิลาร้องลั่นรถ ความโมโหสามารถทำให้เราหายตื่นเต้นได้จริงเหรอเนี่ย ฉันเพิ่งจะรู้ 

“โอ๊ยยยยยยยยย พี่แค่จะล้อเล่นเอง ล้อเล่นอ่า เจ็บ ปล่อยพี่เถอะนะ!!!” 

ฉันกัดเขาไม่ปล่อย จนคนตรงหน้าต้องพูดจาอ่อนโยนลง 

“โอเคๆ พี่ขอร้องนะ ปล่อยพี่นะณิริน!” 

มือเค็มชะมัด แถมแข็งจนปวดฟันฉันถึงยอมปล่อย! 

“หืมมมม เป็นรอยเขี้ยวเลยเนี่ย”พี่ศิลาชูมือมาให้ดูหลักฐาน 

“ก็ใครใช้ให้พี่ทำแบบนี้ สุภาพบุรุษเขาไม่จับผู้หญิงขึ้นรถแบบไม่เต็มใจ แล้วก็ไม่เล่นพิเรนทร์แบบนี้หรอก โตซะเปล่าไม่มีหัวคิดไง”ฉันด่ารัวเป็นชุดแบบไม่เปิดโอกาสให้เขาตอบกลับ “อ่อ ลืมไป คนอย่างพี่ก็ไม่น่ามีความคิดดีๆ อะเนอะ เพราะถ้ามีก็คงไม่ทำอย่างตอนนั้น” 

“มีฝาแฝดป่ะเนี่ย” 

“ไม่มี แต่คนแบบพี่ก็ต้องเจอเวอร์ชันนี่แหละ ทีนี้ก็ตาพี่แล้ว ปลดล็อกให้ณิรินด้วย” 

“ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยถูกผู้หญิงคนไหนด่าพี่ขนาดนี้เลยนะเนี่ย”พี่ศิลามองหน้ากันอย่างอึ้งๆ 

“ก็ไม่แปลกใจเท่าไร เพราะถ้ามีพี่คงไม่เป็นคนแบบนี้” 

“แบบไหน ไหนลองพูดมา” 

“พูดไปก็รับไม่ได้ ให้พูดเพื่อ?”ฉันใช้สายตาตอบเป็นคำพูดไปหมดแล้ว “เลิกวุ่นวายแล้วเปิดประตู ณิรินจะกลับบ้าน” 

“ได้”พี่ศิลาตอบเร็วผิดปกติ จนฉันเดาว่าเขามีแผน “แต่หลังจากที่เราคุยกันเสร็จแล้วนะ” 

“พี่ศิลา!” 

ว่าแล้ว! ไอ้คนนิสัยเสียออกรถโดยที่ฉันโวยวายไม่หยุด ซึ่งเขาเล่นเปิดเพลงเสียงดังมากแข่งกับเสียงของฉัน แถมยังฮัมเพลงอย่างสบายอารมณ์ จนฉันเหนื่อยแล้วเลิกบ่นคนไม่รู้สึกรู้สาไปเอง 

“ไอ้คนนิสัยเสีย!”เมื่อก่อนหลงคิดว่าเป็นคนดีไปได้ยังไงนะ 

จนรถขับมาจอดที่สวนสาธารณะริมน้ำ ที่ฉันไม่รู้คือไม่แน่ใจว่ามันอยู่แถวไหนของกรุงเทพฯ พี่ศิลาขับรถมาเป็นชั่วโมงก่อนจะจอดและเดินลงจากรถมาเปิดประตูให้ฉัน 

“ลองมาก่อนสิ!” 

“...”ฉันค้อนขวับ ก่อนจะเดินลงจากรถ ก็คือว่าถ้าไม่มีรถส่วนตัวการหนีออกไปจากตรงนี้ก็คือลำบากพอสมควร เพราะฉะนั้นคุยให้มันจบๆ ก็ดีจะได้เลิกยุ่งกันไปสักที 

บริเวณที่พี่ศิลาเดินนำไปนั่ง เป็นเก้าอี้ริมน้ำที่ไม่มีคนอื่นนอกจากพวกเรา ฉันเดินไปนั่งแบบเว้นระยะห่างกับเขาโดยที่มองตรงไปยังวิวเบื้องหน้าที่เป็นแม่น้ำ ส่วนคนข้างๆ ก็เอาแต่จ้องจนฉันหันไปจ้องกลับ 

“อยากพูดอะไรก็รีบๆ พูดมา” 

ที่ผ่านมาเป็นไงบ้าง สบายดีไหม”น้ำเสียงที่สุขุมและสงบถามกันมาอย่างอ่อนโยน ผิดจากคนกวนประสาทบนรถเมื่อกี้ 

“สบายดีมาตลอด จนมาเจอพี่เนี่ยแหละดวงตก กราฟชีวิตแย่ทันที”ฉันแกล้งหันไปสนใจอย่างอื่นแทนมองคนที่นั่งตั้งคำถาม 

“ณิริน พี่ขอโทษนะที่เคยทำเรื่องแย่ๆ ไว้ในตอนนั้น เมื่อสามปีก่อน” 

ไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูดนี้จากปากพี่ศิลาง่ายดายขนาดนี้ ง่ายจนรู้สึกว่าเขามีแผนอะไรจะมาหลอกกันอีก 

“รับบทคนดีเหรอคะ ไม่ทันแล้วมั้ง ดูไม่เนียนเลยอ่ะ ปลอมมากเผื่อไม่รู้ตัว” 

“พี่ขอโทษจริงๆ พี่อยากอธิบาย...” 

“ถ้าตอนทำพี่ตั้งใจ ก็ไม่ต้องขอโทษหรอก เพราะมันไม่ได้ช่วยทำให้ความรู้สึกที่เสียไปกลับมาดีขึ้น ยิ่งนึกถึงก็ยิ่งก็ยิ่งเกลียด” 

“เรื่องที่เกิดขึ้นพี่ยอมรับว่าตอนแรกพี่เดิมพันกับเพื่อนจริง และพี่ก็ยอมรับว่าที่พี่ขอคบเรามันเป็นแผน แต่พอเราสนิทกันมากขึ้นพี่โคตรรู้สึกผิดเลยนะที่เริ่มต้นเรื่องโง่ๆ นี่ขึ้นมา” 

“เลิกแสดงเถอะ ใครมันก็พูดให้ตัวเองดูดีได้ทั้งนั้นแหละ” 

“มันอาจฟังดูเป็นคำแก้ตัวนะณิริน แต่พี่สำนึกผิดแล้วจริงๆ นะ” 

 “พี่สำนึกผิดเรื่องไหนอ่ะ เรื่องที่หลอก หรือตั้งใจวางแผนให้ณิรินขายหน้าต่อหน้าคนอื่น” 

“ไม่ใช่เลยนะ จำได้ไหมว่าพี่นัดเราไปเที่ยววันเกิดหลังสอบเสร็จด้วยกัน มันคือวันที่พี่ตั้งใจจะบอกความจริงกับณิรินทุกอย่าง เพียงสองคน พี่ไม่ได้อยากให้ณิรินต้องขายหน้าต่อหน้าคนอื่นหรือเป็นตัวตลกเลยนะ” 

ใช่เรานัดกันไปเที่ยวสวนสนุกตามคำขอของฉัน แต่ก็ไม่ได้ไป!  

“ตอนแรกพี่ตั้งใจจะสารภาพตอนที่ณิรินถูกทำร้าย วันนั้นที่เรานั่งคุยกันที่อรรธจันทร์ พี่รู้สึกแย่มากที่ทำให้ณิรินเจ็บตัว แต่พอพี่เห็นคุณแม่ณิรินโทรมาเรื่องเรียนพิเศษ พี่ก็พูดไม่ออก และไม่อยากให้ณิรินมารู้เรื่องนี้ช่วงก่อนสอบด้วย อยากให้โฟกัสกับการอ่านหนังสือเพราะพี่รู้ว่าที่บ้านณิรินเข้มงวดเรื่องเรียนมากแค่ไหน” 

“โห ณิรินต้องขอบคุณพี่ศิลาด้วยไหมคะ ที่ยังเลวแบบมีคุณธรรมอยู่บ้าง ยังเห็นอกเห็นใจกันด้วย”ฉันแขวะแบบขำๆ  

“พี่พูดจริงๆ นะ วันที่เรานัดกันไปสวนสนุกพี่ตั้งใจจะสารภาพทุกอย่าง แต่พี่ไม่คิดว่าณิรินจะมาวันเกิดปีนั้นจนเกิดเรื่องขึ้นก่อน” 

“ณิรินผิดเองแหละ ที่ดันไปรู้ความจริงก่อนที่พี่จะบอก” 

“พี่ไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นนะ ณิรินจะด่าจะว่าอะไรพี่ก็ได้ ตลอดเวลาที่ผ่านมาพี่เลิกคบกับไอ้พวกนั้น เลิกทำงานเพื่อไม่เจอเพื่อนบางคนในสังคมนั้น พี่ให้พวกแฟนคลับลบเรื่องราวทั้งหมดที่เขียนถึงณิรินในเพจจนปิดเพจตัวเองไป ที่พี่ทำทั้งหมดเพราะพี่อยากแก้ไขให้เรื่องมันดีขึ้น แต่สิ่งที่พี่อยากทำที่สุดคือการขอโทษเราด้วยตัวพี่เอง” 

“ทำเพื่อณิรินหรือเพื่อตัวเอง”ฉันรับฟังแต่ไม่ได้หมายความว่าฉันจะเชื่อ ซึ่งพี่ศิลาก็ยังพูดต่อ  

“พี่ทำเพื่อณิริน แต่พี่ก็ไม่รู้เลยว่าจะตามหาเราจากที่ไหน แอมแปร์ก็บล็อกการติดต่อจากพี่ ไปที่บ้านณิรินเขาก็บอกว่าเราไปต่างประเทศและไม่ต้องการให้ใครติดต่อไปอีก พี่ดีใจมากเลยนะที่เราได้เจอกันอีกครั้ง” 

“แล้วนี่พี่ได้ให้นักสืบตามหา หรือว่ากินไม่ได้นอนไม่หลับระหว่างที่ไม่เจอกันด้วยหรือเปล่าคะ เพราะถ้าใช่นี่มันพล็อตละครหลังข่าวชัดๆ” 

“เราจะคุยกันดีๆ ไม่ได้เลยเหรอณิริน” 

“ไม่ได้ค่ะ ทีหลังก็ช่วยอยู่ห่างๆ หรือทำเป็นไม่รู้จักกันเลยยิ่งดี” 

“ตอนนั้นสิ่งที่พี่ทำเอาไว้มันเลวมาก พี่รู้ว่าณิรินคงไม่ให้อภัยง่ายๆ แต่พี่ขอโอกาสแก้ไขและขอโทษเราสักครั้งได้ไหม พี่ขอร้องนะณิริน” 

ฉันเผลอหัวเราะออกมาแบบสุดกลั้น 

“โทษทีแต่มันตลกอ่ะ งั้นณิรินขอถามอะไรพี่สักข้อ ก่อนที่ณิรินจะตอบแล้วกันนะคะ” 

“ถามมาสิ!” 

“ถ้าวันนึงพี่ถูกคนที่ไว้ใจแทงเข้าที่หัวใจอาการสาหัส แล้วก็ถูกเขาและเพื่อนของเขาหัวเราะเยาะใส่แล้วบอกว่าเราโง่มาก ที่ไว้ใจจนทำให้ตัวเองเจ็บจนเกือบตาย” 

แค่นึกถึงก็ปวดหนึบขึ้นมาที่หัวใจ  

“แต่แล้ววันนึงที่รักษาตัวจนหายดี เขาก็กลับมาพูดว่าขอโทษ สำนึกผิดที่เกือบจะฆ่าเราจนตายและอยากขอโอกาสกลับมาเป็นคนที่ทำให้เราไว้ใจอีกครั้ง ถ้าเป็นพี่จะตอบคนคนนั้นว่ายังไงเหรอ  

“…”พี่ศิลาไม่ตอบและฉันก็คิดว่าคงไม่ได้คำตอบจากเขาแน่ เพราะนั่งเงียบกันมาหลายนาทีแล้ว 

“ถ้าพี่ยังตอบไม่ได้ ณิรินก็ขอไม่ตอบแล้วกันนะคะ แล้วช่วยไปส่งด้วยค่ะ ณิรินอยากกลับบ้าน!” 

 

อาทิตย์ต่อมา 

“สรุปมันยังไงกันแน่วะ การเจอพี่เขาไม่ได้ทำให้แกนอนหลับสนิท แกยังฝันร้ายอยู่ แล้วลุงหมอว่าไงบ้าง” 

เช้านี้ฉันมาเรียนโดยที่แอมแปร์ขับรถมารับ เพราะมันอยากอัปเดตอาการหลังจากที่ฉันไปพบลุงหมอมาเมื่อวาน แล้วฉันก็เล่าให้ลุงหมอฟังทั้งหมดทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้นหลังจากเปิดเทอมอาทิตย์แรก  

“ณิริน!” 

“ว่า?” 

“ฉันถามว่าแกไปพบลุงหมอมาเมื่อวาน ลุงหมอว่าไงบ้าง” 

“ลุงหมอบอกว่าอาการของฉันถือว่ามีการตอบสนองชัดเจน กราฟมีขึ้นๆ ลงๆ ทำให้ต้องดูอาการอีกสักระยะ แต่ลุงหมอก็ไม่อยากเร่งรัดให้ฉันทำอะไรมาก เพราะกลัวว่าค่าต่างๆ มันจะพีคขึ้นกว่าเดิม แล้วจะทำให้ฉันยิ่งรู้สึกเครียดหรือกดดันเกินไป” 

“อืม ก็จริงนะ แล้วช่วงนี้ก็เกิดเรื่องกับแกตั้งหลายอย่างไหนจะเรื่องยัยฮันนี่อีก แกไม่ต้องเครียดนะเว้ย รู้ไหม!” 

“ห้ามความเครียด ห้ามยังไงวะ” 

“เออว่ะ งั้นเอาเป็นว่าถ้าหากแกเครียดอะไรแกต้องรีบบอกฉันทันที อย่าเก็บไปเครียดคนเดียวเข้าใจไหม” 

“รู้แล้วน๊า!” 

“เออ แล้วเรื่องที่พี่ศิลาเล่ามา แกได้ลองถามลิษาหรือยังว่ามันเป็นยังไงกันแน่” 

“ยังอ่ะ ฉันไม่อยากให้ลิษาสงสัย อีกอย่างฉันไม่รู้ว่าลิษาจะรู้เรื่องนี้หรือเปล่า เพราะดูแล้วลิษาก็ไม่ได้สนิทกับพี่ชายขนาดนั้น เวลาพี่ศิลาแวะมาฉันเห็นสองคนนี้ออกแนวเถียงกันมากกว่าคุยกันดีๆ ด้วย” 

“แล้วแกจะเอายังไงต่อวะ” 

“ฉันว่าจะลองสืบเรื่องนี้ดู เก็บหลักฐานไปก่อน ตอนนี้ฉันไม่เชื่อใครทั้งนั้นแหละ” 

“สรุปนี่หนังสอบสวนเหรอวะ นึกว่าหนังรัก มีอะไรให้ช่วยก็บอกนะเว้ย” 

“รักบ้ารักบอกอะไรล่ะ!”ฉันค้อนแอมแปร์ที่หัวเราะแบบถูกใจ 

และพอถึงมหา’ลัยเราก็แยกกันทันที ช่วงนี้แอมแปร์เองก็เริ่มเรียนหนักจนไม่ได้โผล่มากินข้าวเที่ยงด้วยแล้วเหมือนอาทิตย์แรก และพวกเราก็ยังอยู่กันสงบสุขโดยไม่ได้ไปมีเรื่องกับใคร  

จนมาถึงช่วงเย็นที่เข้ารับน้อง ถ้าไม่นับกลุ่มยัยฮันนี่พวกเราก็เอ็นจอยกับเพื่อนในคณะและรุ่นพี่มากเลยแหละ 

“ก่อนกลับวันนี้ พี่ว่าหลายคนคงรอผลดาวเดือนคณะทั้งสิบคนที่ผ่านเข้าได้รับการคัดเลือกอยู่ใช่ไหมคะ” 

“ใช่!” 

“ก่อนอื่นปีนี้บอกเลยว่าน้องปีหนึ่งที่เก่งและมีความสามารถของคณะเรามีเยอะมาก พวกพี่เลือกกันยากจริงๆ นะคะ เพราะฉะนั้นคนที่พวกพี่เลือกทั้งสิบคนต้องตั้งใจและแข่งกันให้เต็มที่แทนเพื่อนที่ไม่ถูกคัดเลือกด้วยนะ” 

“ครับ/ค่ะ” 

“เอาละจ้ะ พี่ขอประกาศผลฝั่งดาวคณะทั้งห้าคนเลยนะคะ มาลุ้นกันว่ามีชื่อของใครกันบ้าง” 

“คนแรกน้องริต้า พิชาภา รหัสรับน้องศูนย์หนึ่งศูนย์จ้า เชิญออกมาโชว์ตัวกับเพื่อนๆ ด้านหน้าเลยนะ” 

กรี๊ดดดดดดดดดดดด!!!! เสียงตะโกนเชียร์ของกลุ่มเพื่อนริต้าคือพวกยัยฮันนี่ตะโกนดีใจกันเสียงดัง 

“คนที่สองน้องปราย ปรายรดา รหัสรับน้องหนึ่งห้าเก้าจ้า” 

เย้ แปะๆๆๆๆ 

“คนที่สามน้องนาตาชา รหัสรับน้องศูนย์สองสามจ้า” 

วี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด 

“คนที่สี่น้องฮันนี่ ปภัสสรา รหัสรับน้องหนึ่งหนึ่งหนึ่งจ้า” 

กรี๊ดดดดดดดดดดดด แปะๆ ก็คือพวกเพื่อนเธอเล่นใหญ่ทั้งส่งเสียงเชียร์และปรบมือกันเหมือนว่าประกาศผลว่าเธอได้เป็นดาวคณะแล้วอย่างนั้นแหละ 

“เบอร์ตองซะด้วย!”วิวแซวจนพวกเราหัวเราะคิกคัก 

“และคนสุดท้าย...” 

ถึงกลุ่มเราจะไม่มีใครส่งโพรไฟล์ไปคัดเลือกดาวเดือนแต่ก็อดลุ้นตามไม่ได้เลยว่าใครจะเป็นผู้โชคดีคนสุดท้าย  

แต่ทำไมพี่ใบชาหันมาสบตากันแปลกๆ 

“คนสุดท้ายน้องณิริน รหัสรับน้องหนึ่งสามเจ็ดจ้า!” 

 

Adaysiix 

ใครแกงยัยน้องกันนะ ยัยน้องต้องสู้นะลูก ชีวิตต้องสู้5555 

แล้วมาดูกันว่าอีเฮียมันเจอคำถามจุกอกไปแบบนั้นจะทำยังไงต่อ 

แต่สปอยด์ว่าเฮียมันเป็นผู้ชายตื้อเก่ง มันเปลี่ยนตัวเองจากสมัยอดีตมาเป็นถึงสโมสรนักศึกษาได้มันต้องไม่ธรรมดา 

มีใครพอจะแอบเห็นใจเฮียศิ มาอยู่ทีมเฮียศิกันบ้างหรือยังคะ 55555 

บอกเลยว่าเจอหน้ายัยน้องเฮียศิลาอ่วมจ้า ทั้งโดนด่า ทั้งโดนแกล้ง แม่ๆ สะใจแน่นอน 

ปล. นุ่นขอแก้ชื่อแก๊งจากจตุรเทพเอ็นจิเนีย เป็น ราชันเอ็นจิเนียนะคะ 

เนื่องจากส่งต้นฉบับไปที่สนพ แล้วเขาแนะนำให้แก้ไข เพราะจตุแปลว่าสี่ แต่แก๊งพระเอกมีห้าคน  

เลยขอปรับเปลี่ยนให้เข้ากับความเท่ของแก๊งเขานะคะ 'ราชันเอ็นจิเนีย' ไม่เปลี่ยนแล้วค่ะ 

นอนหาชื่อแก๊งอยู่หนึ่งคืน เปิดหาในชื่อไทยกับความหมายเกี่ยวกับเทพเท่ๆ แล้วแต่ไม่ถูกใจ 

เลยขอเปลี่ยนเป็นราชันเอ็นจิเนียดูยิ่งใหญ่ ดูปกครองวิศวะจริงๆ 

ตอนหน้ามาดูกันว่าใครคือคนที่แกงยัยน้อง! 

ความคิดเห็น