email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : ) From : Linda 린다

ตอนที่ 6 วันวุ่นๆของณีรา (2/2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 6 วันวุ่นๆของณีรา (2/2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.9k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ธ.ค. 2563 20:10 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6 วันวุ่นๆของณีรา (2/2)
แบบอักษร

เช้าวันต่อมา…

ฉันต้องตื่นมาในช่วงเช้าเพื่อเตรียมตัวที่ต้องไปส่งน้องณิชา ก่อนไปทำงาน ดังนั้นจึงต้องเผื่อเวลาเอาไว้ แต่ก็เกือบจะไม่ทันเหมือนกันเพราะน้องก็มัวแต่หลับ กว่าจะปลุกให้ตื่นก็ปากันไปหลายนาทีเหมือนกัน

หลังจากที่ฉันส่งน้องสาวไปโรงเรียนแล้ว ฉันก็กลับเข้ามาทำงานโรงพยาบาล เกือบจะสายแล้วเหมือนกัน พอฉันเข้ามานั่งที่โต๊ะ นังส้มเพื่อนที่ทำงานฉัน ก็พูดขึ้นว่า

“แหมเดี๋ยวนี้มาสายนะหล่อน พึ่งมาทำงานอย่ามาสายซิ” อ่า คราวนี้นางมาหาเรื่องฉันอีกแล้วนะ

ฉันยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูก็ยังไม่เห็นจะสายเลยเหลืออีกแค่ห้านาทีเท่านั้นเอง ฉันก็ไม่ได้สนใจเธอต่อก็กลับเข้ามาจัดการงานในส่วนของตัวเอง อ้อฉันลืมบอกไปว่ายัยส้ม เธอไม่ชอบฉันเท่าไหร่ แต่เดาว่าที่เธอไม่ชอบฉัน เพราะว่าฉันมักจะสนิทกับหมอปกป้องมากกว่า และพี่หมอเขาก็เฟรนลี่กับฉันมาก เพราะฉันมักจะได้รับการช่วยเหลือจากเขาเสมอเมื่อไหร่ที่ฉันไม่เข้าใจอะไรตรงไหน ตอนนี้ฉันต้องเตรียมอาหารปั่นให้แก่คนไข้ต่อแล้ว

จากนั้นฉันก็ขึ้นวอร์ดไปพร้อมกับพี่หมอ ซึ่งวันนี้ก็เป็นเวรของหมอปกป้องเขาล่ะ

 

หลังจากที่ได้ตรวจติดตามอาการคนไข้และฉันก็ได้จดสูตรอาหารเพื่อกลับไปปั่นอาหารผสมให้คนไข้ต่อ

ในระหว่างที่กำลังจะกลับ พี่หมอเขาก็เรียกทักฉันเอาไว้ก่อน

“เดี๋ยวก่อนณีราในช่วงกลางวัน เราว่างมั้ยไปทานข้าวกัน”

“อ้อ ว่างค่ะ”

“ถ้างั้น ไว้เดี๋ยว ณีราเลิกพักแล้ว ไลน์มาหาพี่ละกัน”

“อ้อ ได้เลยค่ะ งั้นเดี๋ยวณีขอตัวก่อนนะคะ”

จากนั้นฉันก็ได้เอ่ยกล่าวลาพี่เขาเพื่อกลับไปทำงานต่อ

 

ฉันก็กลับมาทำงานในส่วนของฉันเสร็จ จนกระทั่งล่วงเลยมาในช่วงพักกลางวัน

ฉันก็ได้ไลน์บอกพี่เขาว่าทำงานเสร็จแล้ว ส่วนพี่เขาก็บอกว่าจะมาหา ส่วนฉันก็เกรงใจเลยบอกว่าไปเจอกันที่โรงอาหารเลยละกัน ฉันก็กดบอกไป จากนั้นฉันก็บอกมินตราว่า

“นี่ยัยมินเดี๋ยวช่วงกลางวันนี้ฉันไม่วางนะ ไปละ”

“แหม เดี๋ยวนี้มีความลับนะ แกนัดใครไว้ใช่มะ” แหมยัยเพื่อนคนนี้รู้ทันฉันอีก นี่ถ้าบอกเธอก็คงแซวฉันไม่เลิกแน่นอน

“เปล๊า ฉันไม่ได้นัดใครไว้ซะหน่อย”

“ไม่เนียนเลยนะจ๊ะ ทำไมต้องเสียงสูงด้วย”

“ฉันไม่คุยกับเธอแล้ว ฉันไปละนะ ฉันรีบ”

“จ้าๆ ไม่นัดก็ไม่นัด” เมื่อฉันพูดกับเธอเสร็จฉันก็ต้องรีบไปแล้วละ ต้องรีบไปแล้วเพราะกลัวพี่หมอเขาจะรอนานเกิน แต่ฉันก็รู้สึกแปลกใจที่อยู่ๆ เขามานัดฉัน เพราะฉันก็ไม่ได้อยากจะทำตัวตีสนิทกับพี่เขามากนัก

ฉันลืมบอกไปว่าฉันมีเพื่อนสนิทอีกคน เธอเป็นเพื่อนฉันที่พึ่งรู้จักกันและสนิทในระดับประมาณหนึ่ง เธอดีกับฉันมากคอยช่วยฉันตลอด เมื่อไหร่ที่ยัยส้มมาว่าฉันเธอก็คอยด่ายัยส้มแทนฉันอยู่เรื่อยแต่ช่วงเช้า เธอออกไปทำงานขึ้นวอร์ดไปก่อนฉันแล้ว เลยไม่ได้ปะทะฝีปากกับยัยส้ม

 

หลังจากนั้นฉันก็เดินมาถึงโรงอาหารของโรงพยาบาล

ก็เห็นแล้วว่าพี่หมอเขากำลังนั่งรอฉันอยู่ ฉันก็เลยกล่าวไปว่า

“พี่หมอ รอนานยังค่ะ คือณีขอโทษนะคะที่ทำให้พี่ต้องรอนาน” ฉันก็กล่าวไปพร้อมทำหน้าเกรงใจเขา

พี่เขาเงยหน้าจากหน้าจอโทรศัพท์ แล้วเงยหน้ามองฉันพร้อมกล่าวว่า

“ไม่เป็นไหร่หรอกแป๊บเดียวเอง”

เขากล่าวตอบแล้วก็เอ่ยกับฉันต่อว่า “งั้นเราไปซื้อข้าวมาทานกันเถอะ”

“อ่อค่ะ ตอนนี้คนก็เริ่มเยอะแล้ว ณีก็หิวแล้วเหมือนกัน” ฉันก็กล่าวพูดกับเขา จากนั้นเราสองคนก็แยกกันไปซื้อข้าวตามที่ร้าน จนกระทั่งได้ข้าวแล้วก็กลับมาทานที่โต๊ะ หลังจากที่ฉันและพี่เขาทานข้าวได้ประมาณหนึ่ง พี่เขาก็ได้กล่าวว่า

“เออ ณีตอนนั้นที่พี่ไปเจอเราที่ห้างอ่ะ…” พี่ปกป้องเว้นจังหวะไปสักระยะ แล้วก็พูดต่อว่า

“พี่ไม่คิดว่าเราจะมีลูกแล้วนะเนี่ย”

“อ้อ เรื่องนั้นคือว่า…” ฉันว่าแล้วว่าพี่เขาต้องถามฉันเรื่องนี้ แต่ทำไมฉันตอบได้ไม่เต็มปากนะ จะบอกว่าเป็นลูกของแม่พี่เขาก็เชื่อมั้ยเนี่ย แถมน้องฉันชอบเรียกฉันว่าหม่าม้าไปอีก งั้นเออออไปก่อนละกัน

“ค่ะ” ฉันไม่อยากโกหกเขาเลย แต่ไม่เป็นไรหรอกเดี๋ยวแม่ก็รับน้องกลับแล้ว อีกอย่างเขาไม่ได้มาจีบฉันซะหน่อย คงไม่เป็นไรหรอก พี่เขาก็ดูไม่เชื่อ นึกว่าจะเชื่อซะอีกแต่บอกไปแล้วกลับคำไม่ได้ด้วย ฉันได้แต่ยิ้มให้เขา

“อ่า งั้นหรอ”

“แล้วตอนนี้น้องอยู่ไหนล่ะ”

“ตอนนี้น้องอยู่ที่โรงเรียนอนุบาลค่ะ เดี๋ยวณีต้องไปรับแกตอนบ่ายสามแล้ว”

ฉันตอบพี่เขาไป จากนั้นพี่เขาก็กล่าวกับฉันว่า

“อ่าวงั้นก็ไม่กี่ชั่วโมงแล้วนี่ ณีจะไปทันหรอ ยังต้องขึ้นวอร์ดอยู่ไม่ใช่หรอ”

“ใช่ค่ะ ณีว่าจะให้น้องรอกับคุณครูไปก่อนสักหนึ่งชั่วโมง”

“งั้นหรอ เดี๋ยวพี่ไปรับแทนมั้ย พี่ออกเวรพอดี”

“ณีเกรงใจจังเลย จะดีหรอค่ะ”

ฉันตอบไป แต่ใจจริงก็อยากจะไปรับน้องให้เร็วที่สุดเหมือนกัน ฉันกลัวน้องจะเหงาเพราะเพื่อนๆ น้องคงจะกลับบ้านกันหมดแล้ว

“ไม่เป็นไร พี่ไม่ได้ลักพาตัวลูกเราไปหรอกนะ ฮ่าฮ่า" พี่หมอพูดติดตลก เมื่อเห็นว่าฉันทำหน้าเครียด

“ถ้างั้นณีไม่เกรงใจ ฝากรับแกด้วยนะคะ” ฉันพูดพลางหยิบบัตรให้เขา เพื่อแสดงตัวยืนยันกับคุณครูที่ปรึกษาของน้องได้ ไหนๆ เขาก็เสนอตัวจะไปรับยัยหนูแทนแล้ว ฉันก็ขอไม่เกรงใจละกัน

 

หลังจากนั้นที่เราเลิกพักกลางวันกันแล้วก็แยกย้ายกลับไปทำงานในส่วนหน้าที่ของตัวเอง

.

.

.

เมื่อถึงเวลาพี่หมอก็ไลน์มาบอกว่าไปรับ น้องณิชาให้ฉันแล้ว แล้วก็พาน้องเขามาถึงที่ห้องทำงานฉัน น้องก็ได้กล่าวน้ำเสียงร่าเริงทักทายฉัน “หม่ามี๊ ณิชามาแล้วค่า” น้องพูดพาวิ่งเขามาหาฉัน ส่วนฉันก็ได้กอดตอบและพูดว่า “อย่าวิ่งเร็วอย่างนี้ซิคะ เดี๋ยวก็ล้มหรอก” ฉัดพูดบอกน้อง แล้วก็หันไปหาพี่ปกป้องที่กำลังมองมาที่เรา

“เออ ณีต้องขอบคุณพี่หมอมากนะคะ ที่อุตส่าห์ขับรถไปรับยัยหนูแทนณี”

“ไม่เป็นไรหรอก ไม่ได้ลำบากอะไรพี่เลย” พี่เขาพูดพลางแล้วก็ยิ้มไปให้กับยัยหนู ซึ่งตอนนี้น้องฉันก็ยิ้มตอบเขาแล้วพูดกับฉันว่า

“หม่ามี๊คะ พี่เขาพาณิชาไปทานขนมอร่อยๆ ด้วย”

“จริงหรอคะ”

“ณีต้องขอบคุณพี่หมอด้วยนะคะ ที่เอ็นดูยัยหนูขนาดนี้ แค่พี่หมอไปรับแทน ณีก็เกรงใจจะแย่อยู่แล้วค่ะ” ฉันพูดตอบเขา

‘เขาคงจะเอ็นดูเด็กมากเลยนะเนี่ย’ ฉันก็ได้กล่าวพลางในใจ

หลังจากนั้นฉันก็พูดคุยกับพี่หมอและกล่าวลาเขานิดหน่อย ฉันก็มาแยกทำงานในส่วนของฉันให้เสร็จ

 

หลังจากที่ฉันกำลังที่จะกลับมาทำงานต่อที่โต๊ะ ยัยส้มก็กล่าวพูดกับฉันว่า

“เธอเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวหรอ ถึงต้องไปขอร้องให้เขาไปรับลูกแทนน่ะ”

‘แหม จะไม่กัดกันสักวันมันจะตายหรอยัยคนนี้นี่’ ฉันก็ได้แต่เงียบไม่สนใจเธอ เธอจะคิดอย่างไงก็ช่างเถอะ แต่ถ้ายัยมินได้ยินคงได้ทะเลาะกันอีกนาน

 

ความคิดเห็น