email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : ) From : Linda 린다

ตอนที่ 6 วันวุ่นๆของณีรา (1/2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 6 วันวุ่นๆของณีรา (1/2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 3k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ธ.ค. 2563 20:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6 วันวุ่นๆของณีรา (1/2)
แบบอักษร

หลังจากที่เราสองคนทานไอติมกันจนเสร็จ ฉันกับน้องก็มายังโซนเลือกซื้อของใช้ที่ยังขาดเหลืออยู่ ฉันเข็นรถเข็นพร้อมกับให้น้องนั่งในรถ น้องจะได้ไม่เหนื่อยและก็กลัวน้องจะหายด้วย เดี๋ยวนี้ข่าวเด็กหายยิ่งเยอะอยู่ด้วย

น้องก็ดูไม่เบื่อเลยที่ฉันเดินเลือกซื้อของ ฉันก็ได้หยิบนั่นนี่ที่ขาดใส่ในรถเข็น

จนกระทั่งฉันก็ได้เห็นร่างอันคุ้นเคยของชายคนหนึ่ง แล้วเขาก็หันมาพอดี

ส่วนเขาก็เอะใจที่ได้เห็นฉัน

จึงได้กล่าว “อ่าวณีราเองหรอ อ่าวแล้วนี่ใครอะ”

“อ่อคือเป็น…”

“หม่าม๊าขาณิชา อยากเข้าห้องน้ำค่ะ” ฉันยังไม่ทันได้ตอบน้องตัวดี ก็รีบเรียกฉันทันที

ส่วนเขาก็ได้แต่ทำหน้างง สงสัย แต่ฉันไม่อยากให้น้องมาฉี่ราดอย่างตอนอยู่ในห้องฉันหรอกนะ สงสารคนทำความสะอาด

ฉันจึงต้องรีบตัดบทสนทนาเขา “เออ พอดีน้องปวดฉี่เดี๋ยวณีขอพาน้องไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ” ฉันก็เอ่ยกล่าวกับเขาแล้วก็เข็นรถตรงไปทางห้องน้ำเพราะกลัวว่าน้องจะฉี่ราดอีก

ตอนนี้ฉันก็ได้พาณิชาเข้าห้องน้ำเรียบร้อยแล้ว ให้เดาว่าเขาคงจะไม่ได้อยู่ที่นั่นอีกฉันยังไม่อยากอธิบายเรื่องราวต่างๆ ให้เขาฟังตรงนี้ เมื่อกี้ฉันลืมบอกไปว่าเขาคือหมอปกป้อง เป็นหมอที่โรงพยาบาลที่ฉันทำงานอยู่นี่แหละ เราค่อยข้างที่จะสนิทกันพอสมควร พี่หมอเขาใจดีและอ่อนโยนกับฉันมาก เขามักช่วยฉันอยู่เป็นประจำเวลาที่ฉันไม่เข้าใจอะไร เพราะฉันพึ่งเข้ามาเริ่มทำงานเอง แต่พี่เขาออร่าทะลุมากอย่างกับพระเอกในซี่รีย์ที่ฉันหวี๊ดอยู่ช่วงนี้เลย เราก็ได้แต่แอบปลื้มเขาอยู่ในใจแค่นั้นเอง

ตอนนี้ฉันกับน้องณิชาเราสองคนซื้อของเสร็จแล้วเราก็ขึ้นรถกลับคอนโด ช่วงนี้ก็เป็นเวลาบ่ายๆ พอดีแล้วเห็นท่าว่าน้องคงจะง่วง ฉันก็พาให้น้องไปหลับบนเตียงก่อน ส่วนฉันต้องมาจัดการกับข้าวของที่ซื้อมา แล้วฉันก็ได้เตียมของสำหรับทำอาหารให้แก่น้องในช่วงเช้า เพราะพรุ่งนี้ต้องไปส่งน้องที่โรงเรียนอนุบาล ส่วนฉันก็ต้องรีบเข้าทำงานแล้วเหมือนกัน

 

 

 

ทางด้านพี่คีย์....

ณ บ้านอัศวธานนท์

“ลูกคิดดีแล้วใช่มั้ย คีย์ที่ลูกจะไปอยู่คอนโดนั่น” พ่อผมพูดถามผมอีกที เมื่อผมเสนอว่าผมจะไปพักอาศันที่คอนโดนี้ชั่วคราวก่อน

“ครับผมคิดดีแล้วครับพ่อ ถ้าผมไปอยู่ในที่หรูๆ กว่านี้ พวกมันอาจจะตามพ่อเจอก็ได้”

“งั้นก็ตามใจแกก็แล้วกัน ระวังๆ ตัวด้วยละ พ่อจะฝากให้มาวินมาช่วยดูงานแทนแกสักระยะละกัน

“ได้ครับพ่อ ไว้ถ้าเรื่องพวกนี้จบเมื่อไหร่เดี๋ยวผมจะรีบกลับครับ”

“พ่อก็ได้แต่ช่วยแกได้เท่านี้ พ่อเคารพการตัดสินใจแกละกัน”

“ขอบคุณครับพ่อ” ผมกล่าวพลางเดินไปทางโรงรถ ซึ่งตอนนี้มาวินเลขาของผมก็กำลังรออยู่

“ไปกันเลยไอ่วิน” ผมพูดพลางปิดประตูรถ

“อ้อ แล้วแกอย่าลืมเอาลูกรักมาให้ด้วยนะ” ผมพูดกับมัน ซึ่งลูกรักที่ว่าก็คือรถบิ๊กไบต์คันโปรดของผมเอง ที่ผมมักจะขับเป็นประจำ

“คุณคีย์จะเอาไปไหนครับ คุณบอกให้คุณคีย์เก็บตัวจนกว่าเรื่องจะเงียบนี่ครับ”

“ฉันก็แค่ไว้ใช้ฉุกเฉินเอง ไม่ต้องห่วงหรอก พวกมันไม่มีทางจำได้แน่” ผมได้พูดบอกอย่างมั่นใจ

“นี่ถ้าคุณท่านรู้ ท่านเอาผมตายแน่เลยครับ” นายมาวินกล่าวพลาง ทำหน้ากลุ้มใจ

“ไม่เป็นไหร่ ถ้าหากคุณพ่อรู้ เดี๋ยวฉันช่วยบอกนายเอง”

 

หลังจากที่คุยกับมาวินเสร็จ เขาก็ขับรถมาจนกระทั่งถึงที่คอนโดแห่งนี้ ซึ่งมันก็ไม่ได้แย่ ยังพอที่จะอยู่ได้ แล้วผมก็เข้าไปยังในคอนโดแล้วกดลิฟท์ขึ้นไปยังชั้นบน อ้อผมชอบที่พักชั้นบนสูงๆ เพราะผมชอบวิว และชอบดูบรรยากาศยามค่ำคืน หลังจากที่

มาวินกับผม ช่วยกันจัดของเสร็จก็ค่อยข้างใช้เวลานานพอสมควร จนกระทั่งเลยเวลาไปช่วงเย็นๆ มาวินก็ได้กล่าว

“คุณคีย์จะทานอะไรมั้ยครับ เดี๋ยวผมซื้อมาให้” มาวินถามผม จะว่าไปผมยังไม่ได้ทานอะไรเลยตั้งแต่ช่วงกลางวัน

“ก็ดีเหมือนกัน นายก็ซื้อมาทานด้วยกันซิ” ผมกล่าวพลางชวนให้มันมาทานด้วยกัน

“ไม่เป็นไรครับผมท่านมาแล้ว” นายนี่ชอบปฏิเสธผมอยู่เรื่อยจริงๆ งั้นก็ตามใจมันก็แล้วกัน

หลังจากที่มาวินลงไปกับข้าวอะไรต่างๆ แล้วผมก็ขอนอนพักสักนอน หลังจากที่เหนื่อยกับการจัดห้องใหม่

 

 

ทางด้านณีรา…

ช่วงเวลาใกล้ดึกก่อนนอน ฉันที่ว่ากำลังจะหลับเพราะกลัวจะตื่นไม่ทันไปส่งยัยหนูไปโรงเรียน แต่ยัยหนูก็มาสะกิดแขนฉันพร้อมพูดว่า “หม่าม๊าณิชา นอนไม่หลับค่ะ” อ่าวแย่ละ เด็กน้อยไม่หลับต้องทำไงหว่า แล้วฉันก็นึกขึ้นได้ว่าในตอนเด็กๆ ในช่วงที่ฉันนอนไม่หลับคุณแม่มักจะชอบเล่านิทานให้ฉันก่อนนอน เพื่อให้ฉันหลับ อ่าแต่ว่าไม่มีหนังสือนิทานเลยแล้วเรื่องนิทานมันก็เรื่องเดิมๆ แฮะ งั้นแต่งเรื่องเองละกัน คิดได้ดังนั้นฉันก็บอกกับน้องว่า

“งั้นเดี๋ยวพี่จะเล่านิทานให้ฟัง โอเคมั้ยคะ” เมื่อน้องได้ยินแล้วก็ทำหน้าตื่นเต้นเพื่อรอฉันเล่านิทาน ที่ฉันแต่งขึ้นมาให้น้องฟัง

งั้นขอเล่าเป็นเรื่องกระต่ายกับเต่าเวอร์ชั่นนีรานี่แหละ จากนั้นฉันก็เริ่มเล่า

“กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีพี่เต่ากับพี่กระต่ายเป็นเพื่อนรักกัน แต่พี่กระต่ายนิสัยไม่ดีชอบกล่าวว่าพี่เต่าเดินชักช้า ส่วนพี่กระต่ายนั้นว่องไว ผอมเพรียวเหมือนเดิมเพราะพี่กระต่ายไม่ชอบทานข้าว พี่กระต่ายชอบทานแต่ขนม ส่วนพี่เต่าของเรานั้นทานแต่ของที่มีประโยชน์ พี่เต่าเราชอบทานผักมากๆ แล้ววันหนึ่งพี่กระต่ายก็มาท้าแข่งวิ่งกับพี่เต่า ผลปรากฏว่าพี่เต่าชนะค่ะ” ฉันหยุดเล่าแล้วก็จ้องหน้าน้องที่กำลังตั้งใจฟังอย่างใจจดใจจ่อ น้องจึงถามฉันว่า

“พี่เต่าก็ต้องชนะพี่กระต่ายซิค่ะ เพราะพี่เขาแอบหลับไปก่อนไง เรื่องนี้แม่ก็เล่าให้ณิชาฟังค่ะ”

“ผิดแล้วค่ะ ที่พี่เต่าชนะเพราะทานอาหารที่มีประโยชน์กว่าพี่กระต่ายไง” อ่า น้องทำหน้างง ฉันต้องพูดเพิ่ม

“เพราะผักมีประโยชน์กว่า พี่เต่าเลยแข็งแรงกว่าพี่กระต่ายยังไงคะ”

“ต่อไปหนูก็ต้องกินผักเยอะๆ นะจะได้แข็งแรงเหมือนพี่เต่าไงคะ” ที่ฉันต้องเล่าเรื่องนี้เพราะน้องฉันไม่ชอบทานผัก ได้แต่เขี่ยเอาไว้ข้างชาม ฉันจึงต้องหลอกล่อ แต่เหมือนน้องเขาจะนิ่งไปสักพักแล้วตอบว่า

“ค่ะ ณิชาก็อยากแข็งแรงเหมือนพี่เต่า”

“ถ้างั้นคืนนี้ต้องรีบหลับละนะ พรุ่งนี้หนูต้องรีบไปโรงเรียนค่ะ”

“แต่หนูยังนอนไม่หลับค่ะ หม่าม๊าเล่านิทานสนุกดีค่ะ ไม่น่าเบื่อเหมือนตอนที่แม่เล่าให้ฟังเลย”

“งั้นเดี๋ยว พี่จะเล่าต่อละนะ” จากนั้นฉันก็เล่านิทานเรื่องอื่นๆ ที่เป็นเวอร์ชั่นของฉันเองให้น้องฟังจนกระทั่งน้องได้หลับไปแล้ว ส่วนฉันก็ขอนอนละกัน เดี๋ยวตื่นไม่ไหว

ความคิดเห็น