email-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : ) From : Linda 린다

ตอนที่ 5 สวัสดีค่ะ หม่าม้า(1/2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 5 สวัสดีค่ะ หม่าม้า(1/2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.5k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ธ.ค. 2563 20:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5 สวัสดีค่ะ หม่าม้า(1/2)
แบบอักษร

กลับมาที่ปัจจุบัน...

 

ฉันณีรา ตอนนี้ฉันกำลังทำงานประจำอยู่โรงพยาบาลเอกชน A ในตำแหน่งนักโภชนาการ ฉันพึ่งเริ่มเข้าทำงานมาได้เพียงแค่เดือนเดียวอยู่เลย สถานะตอนนี้ของฉันนะหรอ โสดรึเปล่าไม่รู้แต่ที่รู้คือ ตอนนี้ฉันติ่งอปป้า ในซีรีส์มาก มาติดซีรี่ย์ตอนแก่เนี่ย555 ซึ่งวันนี้ฉันพึ่งกลับจากเลิกงานพอดี และพรุ่งนี้ก็เป็นวันหยุดด้วย ตอนนี้ฉันก็ซื้อกับข้าวมาทานและเข้าไปในห้อง

ซึ่งคอนโดของฉัน แม่ของฉันซื้อไว้ให้ตั้งแต่ฉันมาเรียนต่อจนทำงานที่นี่เนี่ยแหละ แน่นอนว่าไหนๆ พรุ่งนี้วันหยุดแล้ว ฉันจึงรีบทานข้าว อาบน้ำแต่งตัวให้เสร็จเพื่อจะได้ไปดูซีรี่ย์ต่อยาวๆ ~

.

.

.

เมื่อถึงเวลาดูซีรี่ย์ จนกระทั่งเมื่อเวลาผ่านล่วงเลยไป ฉันเหลือบไปดูนาฬิกา โหนี่ฉันดูนานจนกระทั่งตีหนึ่งครึ่งเลยหรอเนี่ย 'ไม่ได้แล้วณีราเธอต้องรีบนอนแล้ว' คิดได้ดังนั้นแล้วฉันจึงรีบปิดโน้ตบุ๊คแล้วรีบนอนหลับต่อ

 

เช้าเวลาประมาณหกโมง…

ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเปิดประตูดังขึ้น ทำให้ฉันตกใจตื่นขึ้นมา

“โอ้ย ใครมาหาแต่เช้าเนี่ย” ฉันบ่นพร้อมกับเดินลุกออกไปเปิดประตู เห้อยิ่งเมื่อคืนฉันนอนดึกด้วยง่าวมากเลย หาวไปพร้อมกับเปิดประตูจึงพบว่า เป็นเด็กผู้หญิงตัวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้ม ซึ่งมารดากำลังอุ้มอยู่ พร้อมกับกระเป๋าอีกมากมายหลายใบ หญิงสาวจึงแปลกใจ ถามออกไปว่า

“อ่าวแม่ จะมาพักก็ไม่บอก”

“เปล่า ใครว่าแม่จะมาพัก แม่แค่จะมาฝากให้หนูช่วยดูน้องณิชา ให้แม่หน่อย”

“ห้ะ แม่แต่หนูเลี้ยงเด็กไม่เป็นนะ”

“ไม่เป็นไร น้องไม่ดื้อหรอกเชื่อแม่”

“แล้ว แม่จะมารับเมื่อไร”

“เอาไว้ ธุระแม่เสร็จเมื่อไหร่จะมารับ โอเคนะลูกรัก”

“อ่าว ณิชาลูก ทักพี่เขาหน่อยสิ”

เด็กน้อย ในอ้อมแขนผู้เป็นแม่ จ้องตาพี่สาว

ตากระปริบแล้วก็เอ่ยกับเธอว่า “หม่าม้าขา”

“นี่ แม่สอนให้น้องเรียกหนูอย่างนี้ทำไมเนี่ย”

แม่เธอก็ทำได้แต่หัวเราะ แม่เธอแปลกและยังคงเล่นตลกเสมอ คงเห็นเธอเป็นเหมือนรุ่นแม่แล้วมั้งเห้อ

นี่เธอต้องรับเลี้ยงเด็ก เป็นคุณแม่ แทนแม่ของเธอซินะ ‘ไม่เป็นไรแค่น้องเราก็คงไม่ดื้อเหมือนที่แม่บอกหรอเนอะ’ ฉันก็ได้แต่คิดอยู่ในใจ

“นี่ลูก ตกลงแล้วใช่มั้ย แม่ต้องรีบไปแล้วนะ” แม่รีบนำน้องสาวฉันยัดใส่มือฉันทันที ฉันแทบรับไม่ทัน และแม่ก็ขนสำมะโนครัวอีกมากมาย ซึ่งคาดว่าจะเป็นของใช้และเสื้อผ้าต่างๆ ของน้องณิชา

“โห นี่แม่จะรีบไปไหนเนี่ย” ฉันบ่นพลางกับมองแม่ที่ดูรีบร้อนเหลือเกิน

“ก็แม่นัดเขาเอาไว้ไง เดี๋ยวแม่ไปทำธุระต่อไม่ทัน แม่ต้องเดินทางไปต่างจังหวัด”

“ณิชาลูกอยู่กับพี่เขาไม่ดื้อนะคะ เดี๋ยวถ้าแม่จัดการทุกอย่างเสร็จเดี๋ยวแม่มารับนะคะ”

“ค่ะ แม่” เด็กหญิงตัวน้อยตอบพลางซบอกของฉัน

“อะ นี่บัตรของณิชา แกต้องเอาไปใช้ตอนไปรับน้องที่โรงเรียน” แม่พูดแล้วก็เอาบัตรมาไว้ในมือฉัน

“มีแค่นี้ใช่มั้ยแม่ ไม่ลืมอะไรละนะ” แต่ฉันว่าแม่คงไม่ลืมอะไรหรอก เล่นขนมาซะเยอะขนาดนี้

จากนั้นหลังจากที่ฉันได้เอ่ยกล่าวลาแม่ฉันเสร็จ ฉันก็อุ้มน้องณิชาเอาไว้ ซึ่งตอนนี้เธอหลับในอ้อมแขนฉันเป็นที่เรียบร้อย ก็แม่เล่นพาน้องมาตั้งแต่เช้าตรู่ขนาดนี้ น้องเองก็คงง่วงเหมือนกัน

ฉันก็อุ้มน้องไปนอนบนเตียงฉัน ส่วนฉันก็ง่วงเหมือนกันขอนอนต่อละกันนะ...

หลังจากที่ฉันนอนไปได้สักพักหนึ่ง

ฉันก็ได้รับรู้แรงสะกิดที่ของฉัน ตอนแรกฉันก็คิดว่าคงคิดไปเองแหละ จนกระทั่งได้ยินเสียงเรียก

“หม่าม้าขา ตื่น”

หืม ฉันเอะใจตอนแรก แล้วก็นึกได้ว่ามีณิชาอยู่ด้วย ฉันจึงปรือตาขึ้นมาพร้อมกล่าวว่า

“มีอะไรหรอคะ ณิชา” ฉันพูด พลางเห็นเธอเริ่มจะปิดตาอีกรอบ แต่น้องพูดขึ้นว่า

“หนูหิวแล้วค่ะ” ซึ่งเมื่อน้องพูดออกมาแบบนั้น ฉันจึงมองไปที่นาฬิกาตรงหัวเตียงจะสิบโมง โห นี่ฉันนอนไปนานขนาดนั้นเลยหรอว่าจะสักงีบ สองงีบ โอเค งั้นฉันต้องรีบไปทำอาหารให้เธอก่อนละกันเด็กควรทานอาหารเช้า ไม่งั้นถ้าน้องเป็นอะไรมาแม่ได้เฉ่งฉันแน่

ฉันจึงพูดกับน้องว่า

“งั้นเดี๋ยวพี่จะไปทำโจ๊กให้ทานนะคะ ณิชานั่งรอพี่ก่อนนะค่ะ เข้าใจมั้ย”

“ณิชาเข้าใจค่ะ”

 

จากนั้นฉันจึงรีบเดินตรงไปในครัวแล้วหยิบเอาวัตถุดิบอย่างง่ายในตู้เย็น โชคดีนะที่ฉันมักซื้อของไว้ติดตู้เย็นเสมอไม่ให้ขาดเพราะฉันชอบทำอาหารทานเองมากกว่า ยกเว้นกรณีเมื่อวานฉันต้องรีบดูอปป้าก่อน~

หลังจากนั้นไม่นาน โจ๊กที่ฉันทำก็ส่งกลิ่นหอมน่ากิน ฉันจึงตักให้น้องณิชาทานก่อนส่วนฉันขอจัดการอาบน้ำก่อนละกัน เมื่อวางถ้วยโจ๊กไว้ที่โต๊ะทานข้าว ฉันก็รีบเดินไปหาน้อง พบว่าตอนนี้น้องทำหน้าแย่ และใช่ค่ะ น้องมาฉี่รดพื้นห้องฉัน ฉันก็ได้แต่กรีดร้องอยู่ในใจ ยังดีหน่อยที่น้องไม่ได้มาฉี่รดบนที่นอนฉัน

น้องคงกลัวฉันจะว่าให้จึงได้กล่าว “หนูปวดฉี่ แต่หนูไม่รู้ว่าห้องน้ำอยู่ไหนหนูไม่กล้าไป หม่าม้าบอกให้รอเฉยๆ”

‘เด็กหนอเด็ก ทำไมหนูซื่อจังเลยลูก บอกพี่ก็ได้พี่ไม่ได้ว่าอะไรหรอก’ ฉันก็ได้แต่คิดพลางในใจ พร้อมพูดกับเธอว่า

“ไม่เป็นไร พี่ไม่ได้ว่าซะหน่อย แต่ทีหลังถ้าหนูปวดฉี่หนูก็บอกพี่นะ ไม่ต้องกลัวเดี๋ยวพี่พาไปเอง”

“ค่ะ ณิชาจะบอกหม่าม้าทุกครั้ง”

“เก่งจังเลยเด็กดีของพี่ ถ้างั้นก่อนไปทานข้าว หนูมาเปลี่ยนชุดก่อนเร็ว”

จากนั้นฉันก็เปลี่ยนชุดให้น้องจนเสร็จสรรพ แล้วก็พาน้องไปนั่งทานข้าว เพราะน้องก็คงหิวแล้วเหมือนกัน

หลังจากให้น้องทานข้าวแล้ว ฉันก็กลับมาเช็ดตรงพื้นก่อนเพราะเดี๋ยวน้องอาจจะลื่นได้ และฉันต้องรีบทำความสะอาดให้รวดเร็วที่สุด เพื่อจะได้ไม่ทิ้งเธอเอ่ไว้ตามลำพังอีก

‘เห้อการเป็นคุณแม่จำเป็นไม่ได้ง่ายเลย เดี๋ยวก็คงชินเองแหละ’ ฉันก็ได้กล่าวพลางในใจพร้อมกับเช็ดพื้นไปด้วย

ความคิดเห็น