email-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่2 ได้เจอกันสักทีนะ

ชื่อตอน : บทที่2 ได้เจอกันสักทีนะ

คำค้น : Thanks!ขอบคุณที่กลับมา,โอบกอดฟ้าหม่น,นิิยายมิุถน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 105

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 16 พ.ย. 2563 08:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่2 ได้เจอกันสักทีนะ
แบบอักษร

บทที่2ได้เจอกันสักทีนะ 

ก๊อกๆๆ  

เสียงเคาะประตูดังขึ้นและตามมาด้วยเสียงของโอบ 

“หม่นเป็นอะไรหรือเปล่า เข้าไปนานแล้วนะ” ก๊อกๆๆผมเคาะประตูรัวๆอย่างร้อนใจเมื่อเห็นว่าฟ้าหม่นเข้าไปในห้องน้ำนานพอสมควรจนพยาบาลเอาข้าวเช้ามาให้แล้วเจ้าตัวก็ยังไม่ออกมาเลยแม้แต่เสียงน้ำตนก็ไม่ได้ยิน”หม่น ฟ้าหม่น ถ้าหม่นไม่ตอบพี่ พี่จะพังประตูเข้าไปแล้วนะ” 

กอดหันไปมองประตูห้องน้ำด้วยใบหน้าเรียบนิ่งแล้วหันมาเปิดน้ำล้างหน้าล้างตา เสียงข้างนอกก็เงียบไป ผมล้างหน้าจนพอใจแล้วเงยหน้ามามองตัวเองผ่านกระจกขอบตาคู่สวยนั้นบวมแดงเพราะเพิ่งผ่านการร้องไห้มา ผมโครตไม่ชินกับใบหน้าตัวเองตอนนี้เลย ความรู้สึกตอนนี้แทบอยากจะเอามีดมากีดหน้ามันให้พังกันไปข้างนึง แต่ใช่ว่าจะทำได้ ร่างกายของมัน แต่วิญญาณและความรู้สึกเป็นของผม 

“แต่ก็ใช่ว่าจะไม่เป็นผลดีกับเรา ว่าแต่ มันตายแล้วเหรอทำไมเราถึงมาอยู่ในร่างมันได้ ก่อนที่เราจะฟื้นรู้สึกว่าเราจะฝันเห็นมันนะ” ผมพูดพลางครุ่นคิดถึงสิ่งที่ผมฝันในฝันของผมมันมืดมาก ผมตื่นขึ้นมาในความมืดและอยู่ๆมันก็โผล่มาใบหน้ามันมีแต่น้ำตา แล้วมันพูดว่าอะไรนะ….มันพูดว่า ขอโทษ แล้วก็ร้องไห้ แล้วก็พูดว่าเวลาของมันหมดแล้วมันกลับไปไม่ได้อีก อยู่ๆมันก็ยิ้มกว้าง แล้วชี้ทางให้ผม ผมถึงกับงงว่าเสียงสว่างนั้นมาได้ยังไงแล้วมันก็เปลี่ยนเป็นประตู ผมจำมันได้มันเป็นลูกของไอ้ชาติชั่วนั้น ยังไม่ทันทีผมจะได้พูดอะไร มันลากผมให้มาหยุดหน้าประตูนั้นแล้วก็พูดว่า ชีวิตของผมกับพี่มันถูกลิขิตมาแบบนี้ ผมหมดเวลาแล้วแต่พี่ต้องไปต่อ โชคดีนะจากนั้นผมก็โดนมันผลักเข้าไป และผมได้ยินเสียงแว่วๆมาด้วยว่าฝากดูแล ดูแลอะไรผมไม่รู้ผมได้ยินไม่ชัด รู้ตัวอีกทีก็ตื่นขึ้นมาแล้ว 

“ถ้านั่นไม่ใช่ความฝัน แสดงว่า….หึหึ”เสียงหัวเราะในลำคอดังขึ้น” ถูกลิขิตไว้ให้ฉันเปิดประตูนรกได้ง่ายขึ้นนะสิ ฉันไม่ออมมือหรอกนะและนายก็จะมาโทษฉันไม่ได้ ไม่ว่าจะร่างไหนฉันก็จะแก้แค้นอยู่ดี” ผมเดินไปเปิดประตูห้องน้ำก็เห็นเขายืนรออยู่ ผมปิดประตูลงแล้วหันกลับหวังว่าจะเดินไปที่เตียง เขาก็เดินมาขวางทางผมพลางยื่นมือมาจับที่ต้นแขนทั้งสองข้างของผมกวาดสายตาและพลิกตัวผมไปมาอย่างสำรวจ เขาเป็นอะไรกับนายกันแน่ ความสัมพันธ์ของสองคนนี้ไม่ธรรมดาแน่ๆ ไอ้จูบหน้าผากนั้นอีก….อย่าบอกนะว่า สองคนนี้เป็นแฟนกัน  

“เฮ้อ!เข้าไปนานจนพี่เป็นห่วง ถ้าไม่ได้ยินเสียงเปิดน้ำนะ พี่จะพังประตูเข้าไปจริงๆด้วย” ไม่พูดเปล่าเขายังยกมือขึ้นมาบีบที่แก้มทั้งสองข้างของผมอย่างถือวิสาสะอีก ผมมองด้วยสายตาไม่พอใจแล้วดึงมือทั้งสองของจากแก้มของผมอย่างแรง 

“ จำพี่ไม่ได้แล้วรุนแรงกับพี่จังนะ ทีก่อนหน้านี้อ้อนพี่เป็นลูกแมวเชียว” ผมพูดด้วยน้ำเสียงไม่จริงจังพลางจ้องหน้าเจ้าลูกแมวของผมที่ยืนมองผมด้วยสีหน้าไม่พอใจ 

“เลิกพูดมากได้แล้ว ผมหิวจะไปกินข้าว” ประโยคแรกผมพูดตัดรำคาญแต่ประโยคตามหลังนี้คือความรู้สึกจริง ประสาทป่ะเนี่ย ยิ้มบ้าอะไร ผมว่าให้คนตรงหน้า 

“นู่น พยาบาลเอามาให้แล้ว คงจะเย็นหมดแล้วมั้ง ก็หม่นเล่นเข้าห้องน้ำนานซะขนาดนั้น มาเดี๋ยวพี่ช่วย” 

“ไม่เป็นไร ผมเดินเองดีกว่า ส่วนพี่อ่ะหลบไปผมจะเดิน” เขายิ้มให้ผมแล้วขยับออกให้ผมเดิน ผมเดินไปนั่งบนเตียงเขาก็เดินไปปรับหัวเตียงให้พร้อมกับเข็นโต๊ะอาหารมาให้แล้วเดินมานั่งบนเตียงมองผม ผมก็พอจะเข้าใจการกระทำของเขานะที่จะอยากนั่งมองแฟนตัวเองกินข้าว ไหนจะเพิ่งฟื้นอีกก็ต้องอยากดูแลใกล้ๆ แต่ไอ้คนที่เขามองเนี่ยตอนนี้มันเป็นผมไง ช่างมันเหอะกอด บางสิ่งบางอย่างเราก็ควรมองผ่านไป ผมกำลังจะหยิบช้อน 

“ให้พี่ป้อนไหม” ฟ้าหม่นส่ายหน้าปฎิเสธผมแล้วหยิบช้อนขึ้นมาตักข้าวต้มกิน ถ้าเป็นฟ้าหม่นก่อนหน้าที่จะประสบอุบัติเหตุคงอ้อนให้ผมป้อนแล้ว ที่ฟ้าหม่นจำผมไม่ได้ไม่ใช่ว่าผมไม่เสียใจนะ แต่ถ้าคิดในแง่ดีจำผมไม่ได้ยังดีกว่าฟ้าหม่นไม่กลับมา ความจำเราค่อยมารื้อฟื้นใหม่ก็ยังได้ ถ้าจำเรื่องที่ผ่านมาไม่ได้จริงๆก็แค่เริ่มต้นใหม่ 

แก๊ก เสียงเปิดประตูดังขึ้นทำให้ทั้งสองคนหันไปมองก็เห็นระฟ้าสาวเท้าเข้ามาด้วยความตื่นเต้นยิ้มปากแทบฉีกถึงหูตามหลังมาด้วยอ้าย กอดมองระฟ้าด้วยสีหน้าเรียบแต่แววตานั้นกับตรงข้าม 

“ลุกเลยไอ้โอบ ฉันจะนั่งตรงนี้” ผมไม่ว่าเปล่ายังดึงให้มันลุกขึ้นด้วย พอมันลุกผมก็อีกไปนั่งแทนที่มันทันที น้องชายผมฟื้นแล้วจริงด้วย ทำไมหม่นถึงมองผมด้วยสายตาแบบนั้นโกรธไอ้โอบแล้วมาพาลใส่ผมหรือเปล่าเนี่ย”ไงน้องรัก ฟื้นสักทีนะเป็นห่วงแทบแย่” ผมยื่นมือไปเพื่อจะลูบหัวแต่ก่อนที่จะได้ลูบ ฟ้าหม่นก็เอียงหัวหนีก่อน เล่นเอาผมชะงักเลย 

“ ผมกินข้าวอยู่ไม่ชอบให้ลูบหัว” ผมพูดด้วยน้ำเสียงเรียบและพยายามกดความรู้สึกของตัวเองไว้แล้วยกยิ้ม”พอดีผมรู้สึกเหมือนหมาโดนเจ้าของลูบหัวตอนกินข้าวน่ะ”  

“หม่นกินผลไม้ไหม เดี๋ยวปลอกให้ พี่ระตั้งใจเลือกมาให้เลยนะ” อ้ายที่นั่งอยู่ที่โซฟาพูดขึ้น กอดพอจะจำได้ว่าคนนี้แฟนของระฟ้า ตอนสมัยเด็กๆ ผม พี่หอม ระฟ้าและฟ้าหม่นค่อนข้างสนิทกันแต่พอขึ้นมหาลัยพวกเราก็ไม่ค่อยได้เจอกันความสนิทก็ลดลงส่วนมากผมจะอยู่กับเพื่อนและหมกตัวอยู่กับการออกแบบเสื้อผ้าซะมากกว่า ส่วนตอนนี้ผมโครตจะเกลียดบ้านอเนกโสภณเลย 

“ไม่ดีกว่าครับ นี่ก็จะอิ่มแล้ว ขอบคุณมากครับ” คนนี้ถึงจะเป็นแฟนกับระฟ้า ผมก็ไม่พาลเกลียดเธอไปด้วยหรอกนะ 

“ไม่กินจริงเหรอ ดูท่าแอปเปิ้ลพวกนี้คงจะหอมหวาน น่ากินกว่าข้าวต้มที่โครตจะจืดชืดของโรงบาลนะ” 

“งั้นก็ได้ครับ ขอบคุณพี่อ้ายอีกครั้งนะครับ” ผมพูดแล้วยกยิ้มบางๆขอบคุณแล้วหันมากินข้าวต่อถึงจะไม่อร่อยก็เหอะ แต่ก็กินได้ดีกว่าหิว 

โอบขมวดคิ้วทันทีเมื่อฟ้าหม่นเรียกชื่อของอ้าย ฟ้าหม่นจำชื่ออ้ายได้ แต่ทำไมจำผมไม่ได้ ในระหว่างที่โอบตกอยู่ในความคิดเสียงโวยวายของฟ้าหม่นก็ดังขึ้น 

“ผมบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าไม่ชอบให้ลูบหัว พี่ระฟ้าไม่เข้าใจที่ผมพูดเหรอ” ผมพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ผมไม่ชอบให้ใครมาลูบหัวนอนนอกคนในครอบครัว ไม่ต้องพูดถึงพวกที่ผมเกลียดเลย อย่าริอาจมาแตะ หน้าระฟ้าเหวอไปเลย 

“ ขอโทษๆ ก็ทุกทีไม่เห็นว่าอะไร” ผมพูดเสียงหงอยๆ 

โอบรีบสาวเดินเข้าไปยืนข้างกอดแล้วพูดขึ้น 

” หม่นจำสองคนนี้ได้เหรอ” ฟ้าหม่นหันมามองผมแล้วพยักหน้า เอาแล้วไงครับ ความรู้สึกนอยด์และน้อยใจผุดขึ้นมาแล้วครับ” หม่นจำสองคนนี้ได้แต่จำพี่ไม่ได้เนี่ยนะ พี่เป็นแฟนหม่นนะทำไมถึงจำพี่ไม่ได้” 

กอดมองพลางพูดในใจ เป็นแฟนกันจริงๆด้วยช่วยไม่ได้ ก็ฟ้าหม่นมันไม่ลากนายมาถวายใส่พานให้ฉันรู้จักเองนี่ ใครมันจะไปตรัสรู้ 

“เดี๋ยวนะๆ นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย”ระฟ้าถามพลางมองสองคนนั้นอย่างไม่เข้าใจ อ้ายก็พยักหน้างึกๆอย่างเห็นด้วย 

“หม่นจำผมไม่ได้ บอกว่าไม่รู้จักผม ถ้าเกิดว่าสมองหม่นกระทบกระเทือนก็ต้องจำคนอื่นๆไม่ได้ด้วยสิ แต่นี่..”  

“จริงเหรอ หม่น” ผมหันไปถามน้องชาย กอดวางช้อนแล้วหยิบแก้วน้ำขึ้นมาดื่มแล้ววางแก้วที่เดิม 

“ครับ สงสัยสมองผมคงจะกระทบกระเทือน ทำให้จำได้บ้างจำไม่ได้บ้าง พี่โอบคงไม่ถือสาผมนะครับที่ผมจำพี่ไม่ได้”ผมพูดด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด  

“พี่ขอโทษ พอดีพี่…” 

“พี่โอบขอโทษผมทำไมพี่ไม่ผิดซะหน่อย แฟนจำตัวเองไม่ได้เป็นใครก็น้อยใจกันทั้งนั้น”ผมยกยิ้มให้อีกฝ่ายเล็กน้อย ต่อจากนี้นอกจากผมจะเก่งเรื่องออกแบบเสื้อผ้าแล้ว ผมก็คงจะเก่งเรื่องการแสดงเพิ่มขึ้นด้วย ผมชะงักที่เขายื่นมือมากุมมือผม 

“พี่รักหม่นนะ”น้ำเสียงอ่อนโยนนั้นแฝงไปด้วยความจริงใจ สายตาคู่นั้นก็อ่อนโยนไม่แพ้กัน กอดมองสายคู่นั้นนิ่งที่แฝงไปด้วยความเห็นใจ ถ้าเขารู้ว่าฟ้าหม่นคนนี้ไม่ใช่ฟ้าหม่นคนรักของเขา เขาจะเจ็บขนาดไหนนะ 

“เลิกจ้องกันได้แล้วมั้ง เหม็นความรัก” เสียงของระฟ้าทำให้กอดสะดุ้งเล็กน้อยแล้วหันกลับมาที่เดิม 

“พี่ระก็ไปแซวเขาสองคน ให้เขาหวานกันนั้นแหละดีแล้ว” อ้ายปรามระฟ้าก็หันไปมองสองคนนั้นต่อ”สรุปหม่นจำไม่ได้จริงๆเหรอ” 

“ครับ” 

“บ่ายนี้ หม่นก็ต้องไปเอ็กซเรย์สมอง ยังไงผลออกมาก็คงไม่ต่างจากที่เรารู้หรอก” โอบช่วยพูดเสริม”แต่ถึงผลมันจะเป็นยังไงพี่ก็ยังจะรักหม่น ถึงหม่นจะจำพี่ไม่ได้พี่ก็จะทำให้หม่นรักพี่มากขึ้นกว่าเมื่อก่อนเลยคอยดู” กอดถึงกับแอบถอนหายใจในใจไปเฮือกใหญ่ กอดเบิกตากว้างขึ้นเมื่อโอบจูบที่หลังมือตน เอาอีกแล้วนะ กอดฝืนยิ้มเล็กน้อยแล้วแกะมือโอบออก 

“ผมวานพี่โอบช่วยเอาโต๊ะอาหารออกให้หน่อยสิ” 

“ได้สิ”ว่าแล้วโอบก็ทำตามทันที โอบเข็นไปไว้อีกมุมห้องแล้วเดินไปลากเก้าอี้มานั่งข้างเตียง 

“ฉันลืมโทรบอกพ่อกับแม่เลย”คำพูดของระฟ้าทำให้ทุกคนชะงักนิ่งแววตาโอบสื่อออกมาว่าเป็นกังวลและหนักใจ อ้ายมองเพื่อนตัวเองด้วยความสงสารและเห็นใจ สองคนนั้นรักกันมากแต่ใช่ว่าจะราบรื่น ส่วนกอดกำมือทั้งสองข้างแน่นใบหน้าเรียบแววตาแฝงไปด้วยไฟแค้น ยิ่งรู้สึกมากกอดก็ยิ่งกำแน่น จะได้เจอกันแล้วสินะ นภดล อเนกโสภณ 

“แกอยู่นี่แหละโอบ ไม่ต้องไปไหน” ระฟ้าพูดจริงจังแล้วลุกขึ้นเดินไปตบบ่าโอบ 

“อืม คราวนี้ผมจะแข็งข้อกับพ่อพี่บ้างแล้ว ท่านไล่ผมก็จะไม่ไป วันที่ท่านไล่ผมไม่ให้รอดูอาการของหม่นก็เกินพอแล้ว ยิ่งหม่นเป็นแบบนี้ ผมกลัวว่าท่านจะทำให้หม่นลืมผมจริงๆและทำให้หม่นจำไม่ได้จริงๆว่าเรารักกัน พี่ระคงไม่ว่าอะไรผมนะที่ผมจะดื้อกับพ่อพี่” 

“กูสนับสนุนเลยสัส อย่าไปยอมที่ผ่านมามึงยอมมากพอแล้ว” 

“ฉันอีกคน” อ้ายพูดพร้อมกับพยักหน้าเห็นด้วย กอดออกจะความคิดของตัวเองและนั่งฟังที่พวกเขาพูดกันพลางครุ่นคิด ที่สองคนนี้รักกันนภดลไม่เห็นด้วยงั้นเหรอ ปัญหาคงไม่ได้อยู่ที่ฐานะของโอบแน่นอนดูยังไงโอบก็เป็นคนมีฐานะและคงจะรวยไม่ใช่น้อย คนโลภมากอย่างมันไม่น่าปล่อยผ่านแต่…คนอย่างมันก็คงรักชื่อเสียงหน้าตาในสังคมไม่น้อยไปกว่าเงิน ปัญหามันคงอยู่ที่สภาพเพศมากกว่าโอบเป็นผู้ชาย ฟ้าหม่นก็เป็นผู้ชาย เลยไม่เห็นด้วยกับความรักครั้งนี้ หึหึ เมื่อไหร่กันนะที่คนบางกลุ่มจะเข้าใจกันได้สักทีว่าความรักไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพศและเลิกมองพวกเขาราวกับตัวประหลาดสักที เกิดมาทั้งทีอยากจะทำอะไร อยากจะรักกับใจมันก็เรื่องของเขาไหม ไม่ได้เสือกไม่ได้บูลลี่ของชีวิตเขาเนี่ยมันจะตายห่ากันหรือไง เอาเวลาดูแลชีวิตของตัวเองให้ดีก่อนไหม  อยู่ๆมุมปากของกอดก็ยกขึ้นนัยต์ฉายแววเจ้าเล่ห์ เจ้าแผนการ จะว่าไป…ลืมจากเรื่องนี้ก่อนก็แล้วกัน ผมได้ประโยชน์ที่ได้ทำให้ไอ้นภดลดิ้นเป็นหมาโดนน้ำร้อนลวก ส่วนเขาก็ได้คนที่เขารักไป แฟร์ๆกันทั้งสองฝ่าย 

และแล้วบุคคลที่ผมรอคอยก็มาถึง ได้เจอกันสักทีนะ ผมนั่งมองนภดลที่กำลังก้าวเท้าเข้ามาห้องด้วยใบหน้าเรียบยิ่งผมเห็นแววตาและรอยยิ้มดีใจของมัน มันยิ่งทำให้ผมภายในใจขอใผมร้อนเป็นไฟแทบจะระเบิดออกมาให้รู้แล้วรู้รอด ใจผมตอนนี้มันไปลงจากเตียงเดินไปหยิบมีดปลอกผลไม้แล้วเดินไปหยุดตรงหน้ามันแล้วแทงมันซ้ำๆจนเลือดสกปรกของมันเปื้อนไปทั้งตัวผม แต่นั้นมันก็เป็นเพียงความคิด คนอย่างมันแค่ตายมันง่ายเกินไป มือทั้งข้างของผมกำผ้าปูเตียงจนยับ อ้ายที่นั่งอยู่ที่โซฟายกมือไหว้ทั้งสองคน 

“สวัสดีค่ะคุณพ่อคุณแม่” นภดลกับหยาดทิพย์หันไปพยักหน้าพร้อมยิ้มรับ โอบที่นั่งอยู่ข้างเตียงก็ลุกขึ้นยืนไหว้นภดลกับหยาดทิพย์ 

“สวัสดีครับคุณลุง คุณป้า” นภดลหันไปมองด้วยสีหน้าไม่พอใจ หยาดทิพย์ยกยิ้มให้เล็กน้อย โอบเอามือลงแล้วหลีกให้ทั้งสองคนเข้าไปหาผม หยาดทิพย์เดินเข้าไปสวมกอดลูกชายทันทีเมื่อได้สัมผัสผู้ชายน้ำตาก็ไหลลงมาราวกับเปิดก๊อกน้ำ ผมไม่ได้กอดตอบนั่งนิ่งๆให้อีกฝ่ายกอดตน 

“ขวัญเอ๋ยขวัญมานะลูกแม่” หยาดทิพย์ยกมือข้างนึงบนหัวกอดกำลังจะลูบ 

“แม่ครับ ผมอึดอัดปล่อยผมก่อนได้ไหม” กอดพยายามคุมน้ำเสียงให้ปกติ” พอดีแม่กอดผมแน่ไปน่ะครับ” 

หยาดทิพย์ผละตัวออกแล้วมองหน้าลูกชายด้วยใบหน้าเปื้อนน้ำตา”แม่ขอโทษ พอดีแม่ดีใจมากไปหน่อย” ผมยกยิ้มให้แล้วหันไปมองนภดลที่ยืนมองตนอยู่ข้างหยาดทิพย์รอยยิ้มนั้นหายลงไปในพริบตา ผมจ้องใบหน้านั้นไม่ว่างตาขอบตาร้อนผ่าว 

“หม่น เป็นไงบ้างลูกยังเจ็บตรงไหนอีกหรือเปล่า”ฝ่ามือนั้นไปแตะที่แก้มใส กวาดสายตาสำรวจร่างกาย ผมแทบจะไม่ได้ยินในสิ่งที่นภดลพูดหูมันอื้อไม่หมด ขอบตาแดงก่ำนัยต์สั่นเทา มือเรียวจิกที่หน้าขาตัวเอง ปัง! อยู่ๆเสียงปืนก็ดังขึ้นภายในหัว ผมสะดุ้งเล็กน้อยพร้อมกับน้ำตาที่กำลังไหลลงมา ภาพและเสียงที่พ่อยิงตัวตายมันชัดขึ้นเรื่อยๆยิ่งจ้องใบหน้ามันภาพและเสียงก็ยิ่งชัด กรี๊ดดดดด เสียงกรีดร้องแทบขาดใจของแม่มันยิ่งทำให้ผมเจ็บ เจ็บจนหายใจไม่ออก น้ำตาไหลไม่หยุดเนื้อตัวสั่นเทา มันไม่มีแม้แต่เสียงสะอื้น 

ทุกคนที่เห็นกอดร้องไห้จนเนื้อตัวสั่นถึงกับตกใจ โอบ ระฟ้าและอ้ายรีบวิ่งเข้ามาดู 

“หม่นลูก หม่น” นภดลเขย่าแขนเรียกกอดแต่กอดยังคงนั่งนิ่งปล่อยให้น้ำตาไหวไม่หยุด  

“หม่นเป็นอะไรไปลูก” หยาดทิพย์ทั้งร้องไห้ 

“หม่น หม่น…” 

อย่า….พ่อออ อย่า…พ่อได้ยินผมไหม เลือดๆไม่นะ เลือดเต็มไปหมดเลย ภาพในหัวของผมเป็นภาพที่ผมยืนอยู่กลางห้องคนเดียวทั้งห้องเต็มไปด้วยเลือด ผมได้แต่ส่ายหน้าไปมาทั้งน้ำตา  

ทุกคนเริ่มทำอะไรไม่ถูก โอบที่ยืนอยู่อีกฝั่งของเตียง กระชากแขนกอดเข้าไปกอดพลางลูบหัวกอดปลอบประโลมอีกคนอย่างอ่อนโยน  

“ไม่เป็นอะไรแล้วนะหม่น ไม่เป็นอะไรแล้ว ตามหมอ ตามหมอให้หน่อย” ระฟ้าได้สติก็รีบเดินไปกดปุ่มเรียกหมอ สุดท้ายน้ำตาของโอบก็ไหลที่เห็นคนรักของคนร้องไห้ไม่มีแม้แต่เสียงสะอื้น เนื้อตัวคนรักสั่นเทาเหมือนกำลังกลัวอะไรอยู่จนโอบรู้สึกกลัวไปด้วย” หม่น หม่นได้ยินพี่ไหม” 

หมอให้กอดทานยาไม่นอนกอดก็หลับไป สาเหตุของอาการหมอบอกว่ามันเกิดจากสภาพจิตใจของคนไข้ที่อาจจะเกิดมาจากอุบัติเหตุ ส่วนเรื่องเอ็กซเรย์ให้เลื่อนเป็นพรุ่งนี้ช่วงเช้า ตอนนี้นภดลกับโอบออกมายืนอยู่หน้าห้อง  

“หึหึ การที่หม่นจำแกไม่ได้ รู้ไหมว่ามันหมายความว่ายังไง มันหมายความว่ามันถึงเวลาที่แกควรจะออกไปจากชีวิตลูกชายฉัน”  

“นั่น มันเป็นความหมายที่แปลโดยคุณลุงเองต่างหาก ยังไงผมก็จะไม่ไปไหนทั้งนั้น ผมจะอยู่กับคนที่ผมรัก” 

“รักเหรอ ฉันบอกพวกแกกี่ครั้งแล้วห่ะ ว่าไอ้คำว่าความรักของพวกแกสองคนน่ะมันจอมปลอม มันเป็นแค่ความฝันลมๆแล้งๆ ไม่ว่ายังไงลูกชายฉันก็ต้องคู่กับผู้หญิง ไม่ใช่ผู้ชายอย่างแก ตั้งแต่วันนี้แกออกไปจากชีวิตลูกชายฉันซะอย่ามาให้เห็นหน้าอีก อย่ามาทำให้ตระกูลฉันอายขี้หน้า” โอบกำมือแน่น 

“ไม่ ผมบอกแล้วไงว่าผมไม่ไป “ 

เพี๊ยะ! ใบหน้าโอบหันไปตามแรงของฝ่ามือหนากลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งในปาก โอบใช้หลังมือเช็ดเลือดที่มุมปากอย่างใจเย็น 

“ทำไมแกมันถึงได้หน้าด้านหน้าทนแบบนี้ห่ะ” นภดลเสียงแข็ง “ดื้อด้าน จะไปรักจะไปชอบ ไปผิดเพศที่ไหนมันก็เรื่องของแกแต่อย่างมาพาลูกชายฉันไปผิดเพศกับแกด้วย” โอบพยายามสงบสติอารมณ์กำมือแน่นจนเส้นเลือดปูด 

“ผิดเพศแล้วไงครับ แต่ผมก็ไม่เคยทำผิดศีลธรรมเหมือนที่คุณลุงทำ” ผมโต้กลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง 

ผัวะ! นภดลต่อยที่หน้าโอบอย่างแรง “นี่แก”  

“ที่ผ่านมาผมยอมคุณลุงมามากพอแล้ว ต่อไปนี้ความรักของผมกับหม่นจะไม่หลบๆซ่อนๆอีก อยากจะทำอะไรอยากจะไปหาที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้” 

“นี่แกจะท้าทายฉันจริงๆใช่ไหม” 

“ผมไม่ได้ท้าทายคุณลุง ผมแค่ทำเพื่อความรักของผมกับหม่น”นภดลง้างหมัดจะต่อยโอบอีกครั้งคราวนี้โอบคว้าไว้ทัน “ คุณลุงหยุดทำร้ายคนที่ผมรักได้แล้ว ที่ผ่านมาหม่นเจ็บปวดจากการกระทำของคุณลุงมามากพอแล้ว” โอบปล่อยหมัดนภดลแล้วเดินไปเปิดประตูเข้าไปในห้องทันที ทุกคนเห็นโอบเดินเข้าไปในห้องบนใบหน้ามีรอยช้ำ มุมปากมีรอยช้ำและคาบเลือด ยังไม่ทันที่ทุกคนจะเอ่ยถามอะไร โอบมองไปที่ระฟ้า ระฟ้าเข้าใจในสิ่งที่โอบต้องการที่จะสื่อแล้วลุกขึ้นไปหาหยาดทิพย์ 

“คุณแม่ครับ ผมว่าพวกเรากลับก่อนดีกว่านะครับ หม่นคงไม่เป็นอะไรแล้ว” 

“แต่แม่เป็นหะ…” 

“แม่ไม่ต้องเป็นห่วงเหรอครับมีไอ้โอบอยู่มันไม่ปล่อยให้หม่นเป็นอะไรหรอก ผมคลั่งรักหม่นจะตาย” 

“จริงค่ะคุณแม่ อ้ายว่าเรากลับบ้านกันก่อนดีกว่า”อ้ายช่วยพูดเสริม หยาดทิพย์หันไปมองกอดที่ยังคงหลับอยู่แล้วหันมามองระฟ้ากับอ้ายสลับกัน 

“จะให้แม่เอาพ่อเราไปเก็บก็บอก” 

“ใช่ที่ไหนกันครับ” เสียงเปิดประตูดังขึ้น หยาดทิพย์ลุกขึ้นยืน 

”ป้าฝากหม่นด้วยนะ” 

“ครับ” โอบตอบรับ หยาดทิพย์หยิบกระเป๋าแล้วเดินไปลากแขนสามีออกจากห้องไปทันที แม้ว่านภดลจะพูดหรือขัดขืนหยาดทิพย์ก็ไม่สนใจ มันถึงเวลาที่ตนจะทำเพื่อลูกจริงๆจังๆสักที 

ผมตื่นขึ้นมาในช่วงเย็นพลางปรับสายตาให้เข้ากับแสงภายในห้อง ผมมองไปที่มือซึ่งมีมือของโอบกุมไว้อยู่ส่วนเจ้าตัวก็ฟุบหน้าหลับอยู่ข้างๆ ผมกวาดสายตามองรอบห้องก็พบว่าภายในห้องมีแค่ผมกับเขาแค่สองคน ผมนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนี้แววตาก็เปลี่ยนไป ไอ้นภดล ระวังตัวไว้ให้ดี อีกไม่นาน คนที่จะตายทั้งเป็นก็คือแก 

“ตื่นแล้วเหรอ” โอบถามด้วยน้ำเสียงงัวเงีย คิ้วผมขมวดเข้าหากันเล็กน้อยแล้วขยับตัวลุกขึ้นนั่งแล้ว 

“ใบหน้าไปโดนอะไรมา” 

“หิวน้ำไหม หรือว่าจะเข้าห้องน้ำไหม” โอบบ่ายเบี่ยงที่จะตอบคำถาม  

“ไม่หิว ไม่เข้า ฉะ..ผมถามว่าหน้าไปโดนอะไรมา”ผมถามด้วยน้ำเสียงเรียบ ใบหน้าของหมากในเกมของผมมีร่องรอยคนคุมเกมอย่างผมจะไม่ถามเลยก็ไม่ได้ ขืนมาเป็นอะไรก่อนสิ่งที่ผมคิดไว้ก็พังไม่เป็นท่าน่ะสิ แต่ถ้าให้ผมอ่านเกม แผลนี่คงได้มาจาก…ไอ้นภดล”ว่าไง” 

“พอดีมีเรื่องกับคุณลุงนิดหน่อย” โอบพูดแล้วยกยิ้มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ดูก็รู้ว่าแสดง ผมพยักหน้าไปส่งๆ 

“เราสองคนเป็นแฟนกันจริงๆเหรอ” ถามเบิกทางไปงั้นแหละ 

“จริงสิ เราคบกันมาได้เกือบสองปีแล้ว แต่ถ้ารวมกับที่เรารู้จักกันก็ประมาณสี่ปีกว่า” 

“แล้วคุณพ่อไม่เห็นด้วย” โอบพยักหน้าแล้วตอบรับในลำคอ 

“อืม” เขายกมือผมขึ้นมาแนบที่แก้มเขา”ตอนที่คุณรู้เรื่องที่เราคบแทบตายแหนะ” 

“แล้วไงต่อ เอาความจริง ไม่ต้องแต่งเรื่องให้ดูดี” 

“ หม่นถูกขังไม่ให้ไปไหน พี่ก็พยายามไปพูดกับคุณลุงแต่ก็ไม่ได้ผล โดนเล่นงานซะน่วมเลย” 

“แต่ก็ยอมเนี่ยนะ” 

“ทำไงได้ก็พี่ไปหลงรักลูกชายเขานี่ พี่ยอมเลิกกับหม่นเพราะไม่อยากให้หม่นโดนขัง หลังจากนั้นพี่ก็เมาเป็นหมาเลยผ่านไปไม่กี่วันหม่นก็แอบมาหาพี่ ตอนแรกพี่ไล่หม่นกับแต่หม่นอ่ะดื้อ ตื้อพี่จนพี่ใจอ่อนแล้วพวกเราก็กลับมาคบกันแต่เป็นการแอบคบกัน ช่วงแรกๆพวกเราแทบจะไม่ได้เจอหน้ากันเพราะคุณลุงจ้างให้คนสะกดรอยตามหม่น เกือบสองเดือนมั้งเราสองคนก็ได้เจอหน้ากันจริงๆโดยไม่ต้องผ่านมือถือและมีเวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น” ไอ้แก่นั้น มันเป็นตัวขัดความสุข ความเจริญของคนอื่นจริงๆ 

“แต่ต่อจากนี้พี่จะไม่ยอมอีกแล้ว ถ้าคุณลุงจะเกลียดพี่ก็เกลียดไปจะไม่ญาติดีด้วยพี่ก็จะไม่สนใจ พี่สนใจแค่หม่นของพี่คนเดียวก็พอแล้ว”ผมชะงักเมื่อเห็นน้ำตาของคนตรงหน้าที่เอาแต่มองผมแล้วถูแก้มไปมาที่ฝ่ามือผม “วันนี้คุณลุงพูดว่าการที่หม่นจำพี่ไม่ได้ รู้ไหมว่ามันหมายความว่ายังไง มันหมายความว่ามันถึงเวลาที่พี่ควรจะออกไปจากชีวิตของหม่น ประโยคนี้พี่โครตเจ็บโครตกลัวเลยหม่น หม่น…ถึงตอนนี้หม่นจะยังจำพี่ไม่ได้ ไม่เป็นไร แต่…หม่นอย่าไล่พี่ ให้พี่อยู่ข้างๆหม่นนะ” น้ำเสียงทั้งอ้อนวอนและขอร้อง ผมมองใบหน้านั้นด้วยความรู้สึกหลากหลาย มันสับสนไปหมด นี่ผมกำลังจะหลอกใช้คนดีคนนึงทำร้ายไอ้สารเลวนั้นเหรอ ผมจะทำร้ายเข้าจริงๆเหรอ แต่…สิ่งที่ผมจะทำมันก็เป็นประโยชน์กับเขา เขาได้อยู่กับคนที่เขารักถึงแม้ว่าจะเหลือแต่ร่างแล้วก็ตามและมันก็คงช่วยต่อเวลาความสุขของเขาได้บ้างแม้ว่าจะเป็นแค่ช่วงเวลานึง พอทุกอย่างเรียบร้อยเราก็ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปใช้ชีวิตของใครของมัน  

“อืม ไม่ไล่หรอก อยู่ด้วยกันทั้งๆที่ผมจำไม่ได้นี่แหละ” เขายกยิ้มกว้าง 

“จำไว้ด้วยนะ” 

“อืม คำไหนคำนั้น มือเนี่ยปล่อยได้แล้วมั้ง รู้สึกเปลืองตัวชะมัด” ประโยคหลังผมพูดเสียงเบาๆ 

“หึหึ จะบอกอะไรให้ ก่อนหน้านี้หม่นน่ะชอบให้พี่ กอด หอม จูบและก็…” อะไรกันเนี่ยเมื่อกี้ยังร้องไห้เป็นหมาแดกแฟ้บอยู่เลย ตอนนี้มาเล่นหูเล่นตาใส่ ผมทำหน้าดุใส่ไม่ให้อีกฝ่ายพูด”ก็มันจริงนี่…บางทีหม่นก็เริ่มอะ..” 

“นี่!”ผมขึ้นเสียงพร้อมกับชักสีหน้าใส่ ทำไมผมผมต้องมารับรู้อะไรแบบนี้ด้วยเนี่ย ผมกระชากมือผมกลับ “ในระหว่างที่ผมยังจำอะไรไม่ได้ ห้ามทำในสิ่งที่พี่พูดมาเมื่อกี้เด็ดขาด” หงอยๆไปดิครับ 

“ไม่เอาแบบนั้นพี่ลงแดงตายพอดี” 

“ตามนั้น ตามที่ผมพูด” 

“หม่น” 

“ไม่ต้องอ้อนไม่หลงกลหรอก รีบๆรับปากมา” 

“อืม พี่จะพยายาม” 

“ไม่ใช่พยายามแต่ต้องทำให้ได้” ผมพูดเสียงเข้ม 

“หิวข้าวจัง หม่นอยากกินอะไรไหมเดี๋ยวพี่ซื้อมาให้” โอบพูดพลางลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปหยิบโทรศัพท์บนโต๊ะหน้าโซฟา 

“อย่ามาเปลี่ยนเรื่องนะ” 

“อะไรนะอยากกินก๋วยเตี๋ยว โอเคๆ รอแป๊ปนึงนะ” โอบพูดแล้วก็เดินออกจากห้องไปทันที ผมได้แต่อ้าปากพะงาบๆ 

“ให้ตายสิ!”  

วันนี้เป็นที่ผมได้ออกจากโรงพยาบาล ตอนนี้ผมอยู่บนรถของโอบที่จริงนภดลส่งคนมารับผมแต่โอบไม่ยอมแทบจะมีเรื่องกันเลยทีเดียวผมห้ามไว้ก่อนและยื่นคำขาดให้คนของนภดลกลับไป ปานนี้คนของนภดลคงรายงานผู้เป็นนายแล้วและคงกำลังคลั่งอยู่ ผลการเอ็กซเรย์สมองของผมปกติแล้วอาการบวมก็ไม่มีแล้วแต่กระโหลกศีรษะมีรอยร้าวนิดหน่อยและที่ความจำบางส่วนหายไปอาจจะเป็นผลพวงมาจากอาการบาดเจ็บของสมองก่อนหน้านี้ ความจำของผมบางส่วนของผมอาจหายไปชั่วคราว ถ้าได้ไปอยู่ในสถานที่ที่คุ้นเคยบ่อยๆก็อาจจะจำได้เร็วขึ้น ผมล่ะอยากจะบอกหมอจริงๆเลยว่าไม่ใช่ว่าผมจำไม่ได้แต่ผมไม่รู้เรื่องของเจ้าของร่างเลยต่างหากและระหว่างที่ผมอยู่โรงพยาบาลก็มีเพื่อนของฟ้าหม่นมาเยี่ยมด้วยชื่อเงินกับเข้มเห็นว่ารู้จักกันตอนเข้ามหาลัยและพวกเขาก็เพิ่งเรียนจบไม่ถึงเดือน 

“ทำไมวันที่หม่นฟื้นหม่นถึงเรียกตัวเองว่ากอดล่ะ”โอบหันมาถามกอดเมื่อนึกขึ้นได้ที่กำลังนั่งมองนอกกระจกรถและหันกลับไป 

“ก็ผมชื่อกะ..”เมื่ออีกฝ่ายถามผมก็พลั้งปากตอบทันทีแต่พอนึกขึ้นได้ก็ชะงัก จะตอบยังไงดีเนี่ย ผมหันไปมองโอบ”ก่อนที่ผมจะฟื้น ผมฝันน่ะ แล้วคนในฝันเรียกว่ากอดจนหลอนหูไปหมดเลย พอตื่นขึ้นมาผมก็เข้าใจผิดว่าผมชื่อกอดประกอบกับการที่จำพี่ไม่ได้ด้วยไง”หวังว่าจะเชื่อนะแต่จะว่าไปจะเอาอะไรมาไม่เชื่อผม ดูสิ หน้าของฟ้าหม่นมันโชว์หราอยู่เนี่ย 

“เป็นอย่างนี้นี่เอง จะว่าไปพี่ว่าชื่อกอดนี้ก็น่ารักดีนะ แถมความหมายก็ดีด้วย” 

“อือ”ผมตอบรับในลำคอแล้วหันหน้ามามองหน้ารถ 

“หรือว่าพี่จะเรียกหม่นว่ากอดดี เป็นชื่อที่พี่ใช้เรียกหม่นคนเดียวไง” 

“ทำไมชื่อหม่นนี่มันไม่เพราะเหรอ”ผมหันไปถามเสียงเรียบ ใครจะให้เรียกกัน ถ้าโอบเรียกผมว่ากอดนี่มันคงทำให้ผมรู้สึกว่าผมกลายเป็นแฟนเขาจริงๆทั้งๆที่ความจริงแล้วมันไม่ใช่ เรียกชื่อแฟนนายตัวจริงไปนั้นแหละ”แต่จะว่าไปชื่อว่าหม่นนี่มันฟังดูหม่นหมองยังไงก็ไม่รู้”โอบหันมายิ้มให้เล็กน้อยแล้วหันกลับไป 

“พี่ก็เคยคิดแบบนั้นนะ แต่หม่นเคยเล่าให้พี่ฟังว่าคุณป้าเรียนสัตวแพทย์และสีประจำคณะก็คือสีฟ้าหม่นซึ่งสีฟ้าหม่นนั้นสื่อถึงสีของท้องฟ้าก่อนฝนจะตกเป็นช่วงที่เมฆมารวมตัวกันและกลายเป็นฝนมาสร้างความชุ่มชื่น ความอุดมสมบูรณ์ ให้แก่พื้นดิน คุณป้าเลยเอามาตั้งชื่อให้หม่นน่ะ” 

“งั้นเหรอ ลึกซึ้งดี”ผมว่าพลางพยักหน้าแล้วล้วงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงมาเล่นฆ่าเวลา อันที่จริงมันไม่ใช่โทรศัพท์ของผมหรอกมันเป็นของฟ้าหม่นน่ะ ที่จริงผมขอให้โอบเขาไปซื้อให้ใหม่เพราะผมไม่รู้รหัสแต่โอบเขารู้รหัสซึ่งมันเป็นการดีเพราะบางทีโทรศัพท์เครื่องนี้อาจจะมีประโยชน์กับผมก็ได้มีไว้ก็ไม่เสียหาย ระหว่างที่ผมอยู่โรงพยาบาลผมส่องIGฟ้าหม่น รูปภาพส่วนใหญ่เป็นรูปของฟ้าหม่น มีถ่ายกับเพื่อนๆบ้าง กับระฟ้าก็มีไม่อีกรูป รูปถ่ายกับครอบครัวแทบจะไม่มี รูปคู่กับโอบนี่มีแค่รู้เดียวและมันก็นานมากแล้วด้วย ที่เหลือก็มักจะมีอ้ายและระฟ้าอยู่ในรูปด้วย พอผมถามโอบก็บอกว่านั้นเป็นรูปคู่รูปแรกหลังจากที่เขากับฟ้าหม่นอยู่ในสถานะแฟนและไม่นานรูปนี้ก็ไปถึงนภดลเกิดเรื่องเล่าต่างๆก็เกิดขึ้นและฟ้าหม่นก็ไม่ลงรูปคู่อีกเลย ฟ้าหม่นบอกว่าแค่เราสองคนต่างรู้ว่ารักกันก็พอ ช่วงเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันมันมีค่ามากๆ และที่ผมดูฟ้าหม่นลงรูปครั้งสุดท้ายก็น่าจะประมาณครึ่งเดือนที่ผ่านมา 

“เล่นมือถือบนรถเดี๋ยวก็เมารถหรอก” เสียงของโอบทำให้ผมเงยหน้าขึ้นไปมอง โอบก็หันมามอง “ปกติหม่นไม่เล่นมือถือบนรถ มันทำให้หม่นเมารถน่ะ” ว่าจบโอบก็หันกลับไป นั่นมันฟ้าหม่น ไม่ใช่ผมซะหน่อย 

“ตอนนี้ไม่เมาแล้ว”ผมตอบเสียงเรียบแล้วก้มลงมาเล่นใจโทรศัพท์ต่อ 

“ให้มันจริงเถอะนี่แค่เพิ่งเริ่ม สักพักถ้าเมาขึ้นมาพี่จะขำให้” 

“หึหึ เสียใจด้วยนะ พี่คงไม่ได้ขำผมหรอก” 

“ จ้า แล้วนี่หม่นอยากจะแวะที่ไหนก่อนไหมหรือว่าจะกลับบ้านเลย”  

“กลับบ้าน”ผมพูดเสียงเรียบ ผมอยากจะไปเหยียบบ้านอเนกโสภณจะแย่ อยากจะไปชื่นชมสวรรค์ของมันก่อนที่มันจะกลายเป็นนรกแผดเผามันทีละนิดๆจนกลายเป็นเถ้าธุลี ภายใต้ใบหน้าเรียบนิ่งของผมกำลังยิ้มและตื่นเต้นเป็นบ้า 

“พี่โอบผมขอเปิดเพลงได้ไหม” ผมกำลังอารมณ์ดีต้องฟังเพลงซะหน่อย” 

“เอาสิ” 

และแล้วรถคันสวยก็แล่นมาหยุดหน้าประตูบ้านอเนกโสภณ รั้วประตูเปิดออกช้าๆ โอบขับรถเข้าไปในบ้านเมื่อรถหยุดนิ่งผมก็เปิดประตูลงไปทันที โอบมองตามแล้วรีบลงรถเดินไปเปิดเอากระเป๋าท้ายรถ ผมยืนมองประตูบ้านด้วยใบหน้าเรียบนิ่งแววตานั้นมันเปลวไฟประกายอยู่ ผมค่อยๆก้าวเท้าเข้าไปในบ้านและชะงักเท้ากวาดสายตาดูภายในบ้านที่นี่เงียบเหมือนบ้านของผมแต่มันกลับให้ความรู้สึกคนละความรู้สึกกันอย่างสิ้นเชิง 

“คุณหนูของนม”เสียงเรียกดังขึ้นมาอีกฝั่งของบ้าน ผมหันไปมองก็เห็นหญิงสูงอายุคนนึงกึ่งวิ่งกึ่งเดินเข้ามาหาผมด้วยความดีใจและมีคนเดินตามมาด้วยสองคน รู้สึกตัวอีกทีผมก็ถูกเขากอดไปแล้ว ผมหันไปมองโอบที่เดินมายืนข้างผม เขาผละออกจากตัวผมแล้วพลิกตัวผมดูเหมือนกำลังสำรวจร่างกายผมแล้วมองหน้าผมอย่างสำรวจ 

“เอ๋ยขวัญมานะคะคุณหนูของนม”น้ำเสียงและรอยยิ้มมันอ่อนโยนจนผมรู้สึกได้ 

“นี่ นมดี เป็นคนดูแลหม่นมาตั้งแต่เด็ก นั่นพี่ไก่กับพี่ส้ม” โอบแนะนำให้ผมรู้จัก ทุกคนยกยิ้มให้ผม ผมก็ยิ้มตอบทุกคนเล็กน้อย นมดีนี่เหมือนผมจะเคยเห็นตอนผมกับพี่หอมมาที่นี่เมื่อนานมาแล้วดูแก่ขึ้นเยอะเลย ส่วนสองคนนั้นผมไม่เคย 

“คุณผู้หญิงบอกนมกับทุกคนแล้วเรื่องที่คุณหนูจำอะไรไม่ได้ คุณหนูไม่ต้องเครียดนะคะ เดี๋ยวก็จำได้” 

“ใช่ค่ะ/คุณฟ้าหม่นไม่ต้องกังวลนะคะ”พี่ไก่กับพี่ส้มช่วยเสริม 

“ขอบคุณครับ” 

“คุณหนูหิวหรือเปล่าค่ะ เดี๋ยวนมทำอะไรให้ทาน” 

“ไม่ครับ นี่ก็จะเย็นแล้วผมรอกินพร้อมทุกคนดีกว่า” 

“โอเคค่ะ งั้นเดี๋ยวนมพาขึ้นไปพักผ่อนบนห้องนะคะ” 

“นมไปพักเถอะครับ ผมมีคนพาไปอยู่แล้ว” นมดีหันไปมองโอบที่ยืนข้างๆผมแล้วหันมาพยักหน้าให้ผม 

“ผมฝากนมทำกับข้าวเผื่อพี่โอบด้วยนะครับ ผมขอตัวก่อน” 

โอบพาผมเข้ามาในห้องของฟ้าหม่น ผมกวาดสายตามองรอบห้องภายในห้องถูกจัดอย่างเป็นระเบียบโทนสีสบายตาต่างจากห้องของผมเองที่รกอยู่เป็นประจำมีแบบเสื้อผ้าเต็มไปหมดทั้งแบบเสื้อผ้าสมัยเรียนและแบบปัจจุบันบางครั้งผมกลับบ้านผมก็เอางานกลับมาทำด้วย โอบเอากระเป๋าไปวางบนเตียงพลางทิ้งตัวนั่งบนเตียง ส่วนผมก็เดินสำรวจห้องโดยมีสายตาของโอบมองตามไม่คลาดสายตา ผมสำรวจจนพอใจแล้วเดินไปนั่งข้างโอบ 

“เฮ้อ!” ผมถอนหายใจหนักๆ ผมคิดถึงบ้านชะมัด คิดถึงกลิ่นเฉพาะตัวของบ้านและห้องนอนของผมที่ไม่ว่าจะเหนื่อยหรือเครียดมากแค่ไหนแค่เห็นประตูบ้านก็รู้สึกดีขึ้นแล้ว  

“ถอนหายใจเป็นคนแก่เลย”ผมพูดแซวแล้วยกมือขึ้นมาหวังจะขยี้ผมกอดอย่างนึกหมั่นเขี้ยวแต่กอดเอียงหัวหนีก่อน ผมชะงักแล้วเอามือลง”สักนิดก็ไม่ได้เหรอ” 

“อย่าถามในสิ่งที่รู้อยู่แล้วจะได้ไหม” 

“ตั้งแต่หม่นฟื้นมาเนี่ยทั้งหวงตัวทั้งโหดเลย นี่พี่จะกำลังจะเข้าโหมดเกียร์มัวเต็มตัวแล้วเหรอเนี่ย” พูดไปมองหน้าฟ้าหม่นไป ฟ้าหม่นส่ายหัวไปมาอย่างเอือมๆผม แต่ใครจะสนกัน  

 

 

 

ใกล้จะถึงเวลาเปิดเกมแล้วอดใจรอกันหน่อยนะ อิพี่โอบนี้ก็น่ารักไม่ไหวมิถุนจะหลงแทนกอดแล้วเนี่ย 

อย่าลืมคอมเม้นกัน กดถูกใจและกดติดตามกันด้วยนะทุกคน  

#โอบกอดฟ้าหม่น 

ความคิดเห็น