ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ลิขิตรัก 3 50%

คำค้น : ลิขิตรัก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 769

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 15 พ.ย. 2563 22:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ลิขิตรัก 3 50%
แบบอักษร

 

 

ลิขิตรัก 3 

 

 

 

“หากเสด็จพ่อรู้ต้องสั่งลงโทษข้าไม่ให้ไปเล่นกับเยว่เออร์แน่ๆ” อี้เทาบ่นขึ้นไม่หยุดเมื่อเข้ามาในห้องรับรอง เฟินเยว่เองก็มองพี่ชายอย่างสงสารก่อนจะเดินเข้าไปกอดปลอบใจว่าเหตุการณ์เมื่อครู่ที่เกิดขึ้นนั้นไม่มีใครตั้งใจ 

 

“เสด็จพี่อย่าคิดมากเลย แค่ผ้าคลุมหลุดเอง น้องยังไม่คิดมากเลย”  

 

“เจ้าก็รู้ เสด็จพ่อกำชับพวกพี่เสมอว่าอย่าให้ใครเห็นโฉมหน้าของน้อง มันอันตราย น้องพี่งดงามราวกับเทพเซียนลงมาเกิดเช่นนี้ จะไม่ให้เสด็จพ่อและพวกพี่กังวลได้อย่างไร” 

 

“น้องรู้ ต่อไปน้องจะเชื่อฟังเสด็จพี่มากกว่านี้” 

 

“ฮึ๊ยยยยย เจ้าช่างน่ารักนักดวงใจของพี่” ลี่เจินที่เก็บความอิจฉาต่อพี่รองไม่ไหวก็เป็นฝ่ายคว้าตัวน้องน้อยมาฟัดมากอดแทน ตอนน้องน้อยบอกจะเชื่อฟังเสด็จพี่นั้นน่ารักยิ่ง!!! 

 

ใครบังอาจมายุ่งกับน้องของตน ลี่เจินจะสั่งไป๋ไป๋ให้ไล่ฉกมันซะ! 

 

หลังจากที่หนังท้องตึง หนังตาของเฟินเยว่ของก็หย่อน เด็กน้อยอยู่ในช่วงวัยกำลังกินกำลังนอนทำให้ผล็อยหลับจนอี้เทาต้องอุ้มน้องขี่มากลับอย่างเบาที่สุด แม้ในระหว่างทางจะได้ยินเสียงเล่าลือถึงความงามของน้องน้อยที่ปรากฏในวันนี้ก็ตาม แต่ตอนกลับนั้นตนเองได้สั่งองค์รักษ์ให้ไปซื้อหมวกคลุมใบใหม่ทำให้น้องน้อยไม่ต้องเผยโฉมไปมากกว่านี้  

 

และเมื่อกลับถึงวังก็เป็นไปตามคาดจอมราชันของแคว้นมายืนรอลูกรักด้วยความร้อนใจจนเมื่อเห็นลูกน้อยในอ้อมกอดลูกชายคนรองที่หลับอยู่ตนเองก็เข้าไปโอบอุ้มลงจากม้าเบาๆ ก่อนจะมองลูกชายทั้งสองด้วยแววตาดุๆที่พาเยว่เออร์ออกไปซนจนเกิดเรื่อง 

 

“ฝ่าบาท พระองค์กังวลเกินไปแล้ว ก็แค่รูปโฉม ไม่นานคนก็ลืม” 

 

“แต่เจิ้นกลัวว่าจะมีพวกแมลงทั้งหลายส่งทูตมาหมั้นหมายเยว่เออร์ ลูกยังเด็กนักอีกอย่างพี่ก็ทำใจไม่ได้หากจะยกลูกให้ใคร พวกชายชาติทหารมักไว้ใจไม่ได้ เจิ้นไม่อยากให้ลูกต้องเจ็บช้ำ” 

 

“ฝ่าบาท ลูกเราแม้จะเป็นเกอแต่ก็เป็นชายเช่นกัน พลังยุทธหรือก็มี ใครจะกล้ามาหยามน้ำใจ ทรงคิดมากไปแล้ว” 

 

“คิดไว้ก็ไม่เสียหาย เยว่เออร์ของเรายังไร้เดียงสา เจิ้นไม่อยากให้ลูกเข้าใกล้พวกคนโฉดเท่าไร” 

 

“เฮ้อ… หม่อมฉันไม่อยากต่อปากต่อคำกับพระองค์แล้ว เหนื่อยยิ่งกว่าเด็กเล็กทั้งห้าคนเสียอีก” เมื่อเห็นฮองเฮาที่รักเอ่ยแบบนั้นองค์ราชันผู้ยิ่งใหญ่ก็เข้าไปกอดไปหอมคนรักอย่างออดอ้อนเอาใจ ซึ่งการกระทำแบบนี้คงไม่มีใครคาดคิดว่าราชันผู้ยิ่งใหญ่ของแคว้นฉีจะออดอ้อนภรรยาเป็นลูกคนที่หกแบบนี้ 

 

และก็เป็นจริงดั่งที่คิด ว่าข่าวลือถึงความงามล่มเมืองแพร่กระจายไปยังหลายแคว้นขององค์ชายเล็กแห่งแคว้นฉี ทำให้หลายแคว้นอยากสานสัมพันธไมตรีส่งทูตมาเจรจาเรื่องการหมั้นหมาย องค์ราชันผู้ยิ่งใหญ่ก็ได้แต่ตอบกลับไปอย่างนุ่มนวลว่าบุตรชายของตนเองนั้นยังเล็กและไร้เดียงสานัก อีกอย่างราชวงค์ของเราไม่ชอบบังคับจิตใจของลูกๆทุกคน หากถึงเวลาลูกชายทั้งหลายรักปักใจกับใครก็ไม่ขัดขวาง ทำให้ราชทูตทั้งหลายทำหน้าเสียดายกลับไปด้วยความผิดหวังที่ไม่อาจหมั้นหมายโฉมงามกลับไปให้แคว้นของตนเองได้ ซึ่งพอราชทูตทั้งหลายถอยทัพกลับไปองค์ราชันของแคว้นฉีก็หัวเราะออกมาเสียงดังจนขุนนางของแคว้นที่ได้ยินถึงกับถอนหายใจ 

 

“เจ้าพวกองค์ชายหน้าเหม็น คิดจะมาแย่งเยว่เออร์ไปจากอกเรางั้นเรอะ ฝันไปเถอะ!” เพราะแม้ลูกของตนเองจะเติบโตจนถึงคราวออกเรือนแต่ถ้าหากบุคคลในคำทำนายไม่ปรากฏตัว เจ้าพวกตัวหน้าเหม็นทั้งหลายก็ไม่มีสิทธิ์! 

 

ทางด้านเฟินเยว่เองที่ช่วงหลังๆบรรดาพี่ชายทั้งหลายนั้นต้องทำงานหนักกว่าปกติรวมทั้งพี่สี่ที่คอยมาเล่นด้วยประจำก็หายหน้าหายตาไปเช่นกันทำเอาคนเป็นน้องเล็กอย่างตนเองเริ่มเหงาจนต้องหาหนังสือมาอ่านและเมื่อเห็นตำราการรักษาก็หยิบมาอ่านและเมื่อเสด็จพ่อเข้ามาเห็นก็ให้ท่านหมอฝีมือดีของแคว้นมาสอนเกี่ยวกับการแพทย์เพื่อเป็นความรู้ที่อาจมีประโยชน์ในอนาคต เฟินเยว่นั้นไม่ได้คัคค้านอะไรเพราะก็ชอบเรียนรู้ทุกสิ่งอย่างอยู่แล้ว อีกอย่างในโลกใบนี้ไม่มีโรงพยาบาลที่เข้าถึงง่ายอย่างโลกใบเดิม เรียนไว้ก็ไม่เสียหาย หากตนเองป่วยขึ้นมาก็จะได้รักษาร่างกายของตนเองได้ 

 

“เยว่เออร์ หยุดอ่านตำราแล้วมารับสำรับกับแม่ก่อนเถิด” เฟินเยว่ที่ได้ยินเสด็จแม่เรียกก็ยอมวางตำราและลุกขึ้นเพื่อจะไปกินข้าวกับเสด็จแม่ ช่วงนี้ตนเองนั้นโหมอ่านตำราหนักจนใบหน้าซูบผอมลงหากไม่มีเสด็จแม่คอยเรียกให้กินข้าว ตนเองคงได้ปวดท้องเพราะความหิวโหยเป็นแน่ 

 

“ลูกคิดถึงพวกเสด็จพี่ ทำไมเสด็จพี่ไม่มาหาลูกเลยเสด็จแม่” หลังจากนั่งกินข้าวจนอิ่มเฟินเยว่ก็อดที่จะเอ่ยถึงพี่ชายออกมาไม่ได้ 

 

“พี่ของลูกต้องช่วยงานเสด็จพ่อ ทำให้ไม่มีเวลามาหา เดี๋ยวพวกพี่ของเจ้าว่างก็คงรีบมา” จะให้บอกลูกชายคนเล็กได้อย่างไร ว่าเพราะพาน้องออกไปในวันนั้นทำให้ถูกลงโทษให้ช่วยทำงานทุกวัน ไหนจะคอยตอบจดหมายเชิญไปเยี่ยมแคว้นกลับเพื่อการดูตัวของเยว่เออร์ที่หลายแคว้นไม่ยอมละความพยายามอีก ทำให้ทั้งลูกชายทั้งสี่คนและสามีที่รักไม่อาจเข้ามาหาลูกคนเล็กได้เหมือนทุกครั้ง 

 

“ลูกอยากโตแล้ว ลูกอยากช่วยงานเสด็จพ่อบ้าง” 

 

“เยว่เออร์ของแม่นั้นเป็นเกอ ยากนักหากจะบริหารบ้านเมือง” 

 

“แต่ลูกคิดว่าลูกทำได้นะพะยะค่ะ” 

 

“งั้นเอาไว้เยว่เออร์ของแม่โตคอยลองขอเสด็จพ่อนะ” 

 

“พะยะค่ะเสด็จแม่”  

 

เฟินเยว่อยากจะโตเร็วๆจริงๆ อยากจะออกไปผจญภัยและช่วยงานบ้านเมืองกับพวกเสด็จพ่อและเสด็จพี่ ไม่อยากทำตัวเป็นแม่บ้านแม่เรือนแบบนี้ มันช่างน่าเบื่อสิ้นดี อีกอย่างตนเองนั้นก็เป็นผู้ชายมาก่อนแม้ชาติภพนี้จะเกิดเป็นเกอแต่ก็ไม่อยากอ่อนแอ คอยดูแลลูกและสามีอยู่บ้านหรอก เพราะฉะนั้นเฟินเยว่จะต้องฝึกฝนวรยุทธและศาสตร์ต่างๆให้ชำนาญ เมื่อเติบใหญ่แล้วจะได้ไม่เป็นภาระแก่ใคร! 

 

 

 

..................................50%................................. 

ความคิดเห็น