Twitter-icon

ขอบคุณทุกกำลังใจที่เป็นแรงผลักดันให้ไรท์เตอร์เขียนนิยายอย่างมีความสุขค่ะ

ชื่อตอน : EP.4 รูมเมต

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 17.2k

ความคิดเห็น : 46

ปรับปรุงล่าสุด : 03 เม.ย. 2564 23:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
EP.4 รูมเมต
แบบอักษร

EP.4 รูมเมต

[คู่หมั้นจอมลวง] : สวีทการ์เดนท์

 

 

 

วันนี้เจ้าเอยตื่นนอนตั้งแต่เช้าตรู่เพราะต้องรีบออกจากบ้านก่อนที่คู่หมั้นจอมลวงจะมารับไปย้ายของ สรุปว่าคุณพ่อคุณแม่ของเขาเห็นดีเห็นงามกับองศาทุกเรื่องเลย ดีใจจนออกนอกหน้าที่ต่อไปจะมีคนช่วยดูแลลูกชายอย่างใกล้ชิด

“ถึงแล้วเหรอวา” เสียงใสถามปลายสาย เมื่อคืนได้โทรไปขอความช่วยเหลือจากวาวาให้มารับบทเป็นรูมเมตชั่วคราว

(“ถึงแล้ว”) หญิงสาวยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเจ้าเอยขอให้ทำแบบนี้เพราะอะไร

“โอเคๆ”

ยังไงคงต้องเล่าความจริงทั้งหมดให้วาวาฟังเกี่ยวกับปัญหาชีวิตที่ยุ่งเหยิงในตอนนี้ เขาออกจากบ้านโดยที่สมาชิกในครอบครัวยังไม่ตื่นสักคน และตั้งใจจะให้องศามารอเก้อ อยากสร้างความวุ่นวายดีนักต้องเจออย่างนี้แหละ

“เอย” เมื่อเข้ามานั่งในรถก็ได้ยินเสียงเรียก

“อย่าเพิ่งถาม” เพราะรู้ว่าเพื่อนจะพูดอะไรจึงเอ่ยดักขึ้นมาก่อน แค่ขอเวลาทำใจเท่านั้นเอง

“เรื่องคอขาดบาดตายหรือไงถึงถามไม่ได้ เมื่อคืนก็ไม่ยอมเล่าให้หมดว่าเกิดอะไรขึ้น รู้หรือเปล่าพี่เราถามใหญ่เลยว่าจะหอบเสื้อผ้าไปอยู่ที่ไหน”

“ช่วยหน่อย ไม่นานหรอก” คิดว่าสักสองสามวันองศาคงเลิกตื๊อเอง

“จะไม่เล่าจริงๆเหรอ”

“ให้ถึงคอนโดก่อน เอยยังไม่อยากพูดอะ” ว่าจบก็ถอนหายใจตาม

เมื่อถึงที่หมายวาวาก็ไม่คิดจะคาดคั้นอะไรอีก เธอสังเกตอาการเพื่อนเป็นระยะตอนที่อยู่บนรถ คงเป็นเรื่องใหญ่จริงๆแหละเพราะไม่ค่อยเห็นเจ้าเอยในโหมดนี้มาก่อน ปกติจะเป็นคนสดใสร่าเริงอยู่เสมอ

ผ่านไปสักพักก็มีสายโทรเข้ามา เจ้าของเครื่องหน้านิ่วคิ้วขมวดหนักกว่าเดิมก่อนจะได้ยินเสียงถอนหายใจรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ วาวาเป็นห่วงมากแต่ก็ไม่กล้าเอ่ยถามอยู่ดี

“เฮ้อ...” เป็นเบอร์คุณแม่ ถึงเจ้าเอยจะไม่อยากคุยก็ต้องฝืนรับเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาอื่นๆที่จะตามมา อย่างเช่นบุกมาหาถึงที่นี่

(“น้องเอย ออกไปไหนแต่เช้าลูก”) นี่แค่กดรับเองนะ ยังไม่พูดอะไรด้วยซ้ำ

“กลับคอนโดครับ พอดีเอยมีงานกลุ่มที่ต้องทำ”

(“พี่องศามารับ หอบช่อดอกไม้มาด้วย ไหนเมื่อวานตกลงกันแล้ว”)

“เอยยังไม่ได้รับปากสักหน่อย แล้วนี่ก็เพิ่งหกโมง” เขาขอตำหนิได้ไหมว่าไม่มีการมีงานอย่างอื่นทำแล้วเหรอถึงได้มารับเช้าขนาดนี้

(“พี่เขาบอกอยากรีบย้ายไปอยู่กับน้องเอย เห็นว่าช่วงบ่ายติดธุระ”)

“คือตอนนี้วาขอมาอยู่ที่ห้องสักพักเพราะทะเลาะกับพี่สาว คงให้คนอื่นมาอยู่ด้วยไม่ได้หรอกครับ” เจ้าเอยไม่เคยคิดอยากโกหกคุณแม่ แต่เมื่อไร้สิ้นหนทางก็จำเป็นต้องทำ อีกทั้งจะจัดการกับคนหลอกลวงอย่างองศาก็ต้องเรียนรู้เล่ห์เหลี่ยมไว้บ้าง เดี๋ยวจะโดนเอารัดเอาเปรียบมากกว่านี้

(“อ้าว ทำไมแม่เพิ่งรู้”)

“วาเพิ่งบอกเอยเมื่อคืนครับ แล้วเอยก็ตอบตกลงทันที”

(“แต่ยังไงคอนโดก็มีสองห้องนอน ให้พี่เขาเอาของไปไว้ก่อนได้หรือเปล่า ไม่ก็ให้น้องวานอนห้องหนึ่ง อีกห้องหนึ่งน้องเอยก็นอนกับพี่องศา”)

“คุณแม่!” อยากจะบ้าตาย มีครอบครัวไหนคิดจับลูกตัวเองประเคนให้คนอื่นขนาดนี้อีกไหม

(“แม่จะเอาคีย์การ์ดสำรองให้พี่เขาเลยนะ ถึงแล้วจะให้โทรหาน้องเอย”) ดูเอาเถอะ มาถึงตอนนี้เจ้าเอยยอมรับเลยว่ามีอคติต่อคู่หมั้นมากขึ้นเรื่อยๆ องศาเล่นคุณไสยใส่คุณแม่ของเขาแน่นอน เมื่อวานก็สรรเสริญเยินยอกันไม่หยุด

“เอยบอกว่าตอนนี้ไม่สะดวกไงครับ เกรงใจวา ยังนอนร้องไห้อยู่เลย” ตากลมเหลือบไปมองหน้าเพื่อนที่แสดงท่าทีงุนงง ขอเอามาเป็นข้ออ้างก่อน

(“ร้องไห้เลยเหรอลูก”) คุณแม่ของเขาก็รักและเป็นห่วงวาวาเช่นกัน

“ฝากแม่บอกพี่องศาด้วยนะครับว่าเอยขอเลื่อนวันไปก่อน”

(“อ่าโอเค งั้นแม่ฝากความห่วงใยไปหาหนูวาด้วย”)

“ครับ” เจ้าเอยรีบวางสายทันทีก่อนจะหันกลับมาหาหญิงสาว

“เอย” เสียงหวานเรียกอีกแล้ว เธออยากรู้ความจริงทั้งหมดว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่และเมื่อกี้ก็ได้ยินเจ้าเอยพูดถึงพี่องศา ซึ่งในชีวิตตอนนี้ก็รู้จักเพียงองศาคนที่ไปกินข้าวที่คณะนิเทศฯเมื่อไม่กี่วันก่อน

“ถ้าเอยพูดให้ฟังแล้วต้องเก็บเป็นความลับนะ” คงถึงเวลาแล้วล่ะที่ต้องเล่า

“ได้สิ วาไม่พูดให้ใครฟังอยู่แล้ว”

“จำพี่องศาได้ใช่ไหม”

“แฟนพี่เขมน่ะเหรอ” เธอถามเพื่อความแน่ใจ

“ใช่” นี่ไงเหตุผลที่ไม่อยากเอ่ยถึงคนคนนี้ คำว่ามีแฟนแล้วมันวนเวียนอยู่ในหัวตลอดเวลา ไม่ได้อยากขึ้นชื่อว่าเป็นคนทรยศต่อแฟน ไม่ชอบทำอะไรลับหลังอยู่แล้ว แต่ทุกอย่างเกิดขึ้นกะทันหันจนไม่รู้ว่าต้องทำยังไงต่อ

“ทำไมอะ” หญิงสาวขมวดคิ้วเป็นปมเพราะจับต้นชนปลายไม่ถูก

“เอยกับเขาหมั้นกันเมื่อวาน”

“...” ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างพร้อมกับอ้าปากเหวอ เหมือนอยากถามอีกแต่ไม่รู้จะเริ่มด้วยคำไหน

“แล้ววันนี้เขาจะย้ายมาอยู่ที่นี่แต่เอยไม่อยากให้มา นี่แหละถึงได้ขอให้วามาอยู่กับเอยก่อน”

“ทำไมถึงได้หมั้นกัน”

“ตอนแรกพี่องศาต้องหมั้นกับพี่จันทร์ด้วยเหตุผลทางธุรกิจของครอบครัว คุณพ่อของเอยกับคุณพ่อของพี่เขาเป็นเพื่อนกันและท่านช่วยเหลือครอบครัวเอยหลายอย่าง แต่ไปๆมาๆกลับเป็นเอยที่ต้องหมั้นแทน ก็ไม่รู้ว่าตอนนี้เขาคิดอะไรอยู่ รู้แค่ว่าต้องเป็นเรื่องที่ไม่ดี” เจ้าเอยมั่นใจเหลือเกินว่าองศาไม่ได้ชอบตนอย่างที่ป่าวประกาศ ต้องมีเหตุผลอื่นที่ชักนำให้ทำอะไรแบบนี้

“คือยังไงอะ พี่องศามีแฟนแล้วนะ” วาวาเห็นบ่อยครั้งที่ฝ่ายนั้นเอาอกเอาใจแฟนแถมยังดูแลเป็นอย่างดี

“นั่นแหละ เอยไม่ได้อยากหมั้นแต่ก็ปฏิเสธคุณพ่อคุณแม่ไม่ได้” ใบหน้าน่ารักเริ่มหมองหม่น สมองคิดมากแทบจะระเบิด

“แล้วจะทำยังไงต่อ” เธอสงสารเจ้าเอยเหลือเกิน

“อยากถอนหมั้น”

“พี่ทอยรู้ไหม”

“ไม่มีใครรู้ เอยเกลียดเขา และยังเกลียดตัวเองที่เป็นคนนิสัยไม่ดีมากๆ” ยิ่งคิดถึงทอยก็ยิ่งรู้สึกผิด เขารักทอยมาก เมื่อคืนก็คิดซ้ำๆว่าจะเป็นคนที่เห็นแก่ตัวต่อไปหรือควรบอกเลิกแล้วปล่อยให้แฟนไปเจอสิ่งที่ดีกว่า

“แล้วพี่องศาเต็มใจหมั้นหรือเปล่า”

“...” เจ้าเอยเงียบพลางครุ่นคิด ดูจากอาการตอนเข้าพิธีก็กระดี๊กระด๊าน่าดูเลย

“ถ้าไม่เต็มใจเหมือนกันทั้งสองฝ่ายก็น่าจะมีทางออกนะ”

“เอยไม่อยากเจอเขาหรอก” อยู่ดีๆก็รู้สึกแสบตาจนต้องกะพริบถี่รัว

“จะร้องไห้เหรอ”

“เปล่า แค่นอนไม่เต็มอิ่ม” ก็ได้แต่เฉไฉไม่ยอมพูดความจริง

“พักผ่อนดีกว่านะเอย คงจะเหนื่อยมาก”

ผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วโมงเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น วาวาสะดุ้งโหยงเพราะกำลังอ่านหนังสืออยู่ ส่วนเจ้าเอยเข้าห้องนอนตั้งแต่ตอนนั้นยังไม่ออกมาเลย หญิงสาวเดินไปดูที่จอมอนิเตอร์ก็รู้ทันทีว่าเป็นใคร แค่นั้นแหละเธอรีบเคาะประตูเรียกเจ้าเอย เพียงเสี้ยววินาทีที่ไร้เสียงตอบรับจึงถือวิสาสะเปิดเข้าไป บัดนี้เจ้าของพื้นที่ตื่นขึ้นมาด้วยสีหน้าที่แสนงัวเงีย

“เอย พี่องศามาที่นี่”

“ห้ะ?” จากสีหน้าง่วงๆกลายเป็นตื่นเต็มตา

“อยู่หน้าประตู”

เจ้าเอยโกรธมากจึงรีบย่ำเท้าออกไปหาทันที ถ้าให้เดาเหตุการณ์คงเป็นองศาที่คะยั้นคะยอขอคีย์การ์ดจากคุณแม่ของเขา ควรต่อกรอย่างไรกับคนนิสัยแบบนี้ ก็บอกไปแล้วว่าไม่สะดวก

แกร๊ก!

พอเปิดประตูออก ร่างสูงก็ยื่นดอกไม้ช่อโตมาตรงหน้าพร้อมรอยยิ้ม ส่วนมืออีกข้างมีกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ คงจะหอบข้าวของมาเยอะพอสมควร

“กลับไป” นี่เป็นคำทักทายแรกจากเจ้าเอย

“อะไรครับ เราตกลงกันแล้ว”

“มีแต่พี่กับคุณพ่อคุณแม่ที่คุยกัน เอยไม่ได้เห็นด้วย” คนตัวเล็กเชิดหน้าเถียงกลับ แต่องศาไม่ได้สนใจอยู่แล้ว จังหวะนั้นสายตาคมก็สอดส่องไปเห็นหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างหลังเจ้าของห้อง

“อ้าวน้องวา สวัสดีครับ”

“เอ่อ...สวัสดีค่ะ”

“ได้ข่าวว่าจะมาพักที่นี่เหรอ กี่วันครับ” องศายังคงถามต่ออย่างเป็นกันเอง

“เอ่อ...”

“นาน วาวาเป็นรูมเมตของเอย จะอยู่ด้วยกันจนกว่าจะเรียนจบ” เจ้าเอยเป็นคนตอบ ตอนแรกจะให้มาอยู่เพียงสองสามวันแต่ตอนนี้เขาเปลี่ยนใจแล้ว

“อ้าว แล้วพี่ล่ะ” คิ้วเข้มเลิกขึ้นสูง

“ห้องตัวเองไม่มีหรือไง ถ้าไม่มีก็ไปอยู่ห้องแฟนสิ” อยากย้ำเตือนเรื่องนี้บ่อยๆ อยากให้คนตรงหน้ารู้ผิดชอบชั่วดีว่าสิ่งใดควรและสิ่งใดไม่ควร

“อยากอยู่ห้องคู่หมั้นมากกว่า” แต่ให้ตายเถอะ คำตอบที่ได้รับทำให้ปรี๊ดกว่าเดิมเสียอีก

“กลับไป ไม่งั้นจะแจ้ง รปภ. ว่าบุกรุกสถานที่คนอื่น” ได้ทีก็ขู่ออกมา ดวงตากลมโตถลึงใส่อย่างไม่ยอมแพ้

“เอาสิ คุณพ่อคุณแม่คงแห่มาที่นี่กันหมด รูปถ่ายเมื่อวานตอนสวมแหวนคงเป็นหลักฐานว่าพี่ไม่ใช่คนอื่น”

“จะอยู่ให้ได้เลยใช่ไหม”

“พี่อยากอยู่กับเอย ก็บอกไปแล้วว่าพี่ชอบเอย” ประโยคหลังทำเอาวาวาอึ้งอีกหน เธอก็นึกว่าการหมั้นเป็นเพียงความต้องการของผู้ใหญ่ พอได้ยินแบบนี้ก็หมดหนทางที่จะช่วยเพื่อน

“หยุดพูด วาอย่าไปเชื่อนะ เขาโกหก” เจ้าเอยพูดกับองศาก่อนจะหันกลับมาบอกคนข้างหลัง

“พี่องศาชอบเจ้าเอยจริงเหรอคะ” หญิงสาวถามย้ำอีก

“ครับ”

“แต่พี่เขม...”

“เลวไง ไม่ต้องสงสัยหรอกวา” เจ้าเอยพูดแทรก แต่มีหรือคนหน้าด้านหน้าทนจะรับฟัง เขาเดินชนไหล่เล็กเข้ามาข้างในก่อนจะมองห้องนอนซ้ายขวาสลับกันไปมา

“พี่ควรเอาของไว้ห้องไหนครับ น้องวาพักห้องนี้เหรอ” เวลานี้ถามคนปกติคงได้คำตอบไวกว่า หากคุยกับคนโมโหอาจจะโดนงาบหัวได้

“เอ่อ...ค่ะ”

“แสดงว่าเจ้าเอยอยู่ห้องนี้” ว่าจบก็ลากกระเป๋าเข้าห้อง

“หยุดเลยนะ เอยไม่ให้อยู่ ออกไป”

“เอย...” หญิงสาวเรียกเพื่อนไว้แต่ไม่ทันเสียแล้ว ตอนนี้ทั้งสองคนเข้าไปในห้องนอนด้วยกันยิ่งน่าเป็นห่วงกว่ายืนเถียงกันอยู่ข้างนอก และแน่นอนว่าเธอไม่กล้าเข้าไปยุ่งย่ามวุ่นวาย

“ออกไป” ได้ยินแต่เสียงเจ้าเอยที่ดังออกมาถึงตรงนี้ และองศาเป็นฝ่ายเดินกลับมาปิดประตูลงกลอน

“เมื่อไหร่จะรับดอกไม้จากพี่” บัดนี้พวกเขาอยู่กันตามลำพัง ร่างสูงพึงพอใจมากเพราะรอเวลานี้มาแสนนาน

“ไม่เอา” เจ้าเอยกระแทกเสียงใส่

“ซื้อไว้ตั้งแต่เมื่อวานเลยนะ” ขากลับจากบ้านเจ้าเอย เขาแวะร้านดอกไม้ เลือกช่อที่แพงที่สุดมาให้

“ทิ้งลงถังเลยก็ได้ จะเอาขยะลงไปทิ้งพอดี” เจ้าของห้องปรายตามองถังขยะใบเล็ก

“อย่าใจร้ายกับพี่นักเลย ใจพี่มันบอบบาง” ทั้งพูดจาออเซาะทั้งเดินเข้ามาใกล้ น่าหมั่นไส้นัก

“...” เจ้าเอยได้แต่ก้าวถอยหลัง

“วันนี้พี่ยังไม่ได้หอมแก้ม”

“อย่านะ เป็นโรคจิตหรือไง ต้องการอะไรกันแน่” ผู้ชายคนนี้น่ากลัวมาก แค่คำพูดไม่กี่คำก็ทำให้คนฟังเริ่มหวั่นเกรง

“ถ้าบอกว่าต้องการมีเซ็กซ์จะยอมเป็นของพี่ไหม จะได้พิจารณาว่าใครลีลาเด็ดกว่าระหว่างแฟนที่คบไม่กี่เดือนกับคู่หมั้นที่สวมแหวนเพียงวันเดียว” เขาแค่ขู่เท่านั้นแหละ

“...”

“ถ้าไม่โอเคพี่ก็ไม่ทำครับ ถ้ามีอารมณ์เดี๋ยวไปลงที่แฟนพี่ก็ได้ ตอนบ่ายต้องไปกินข้าวด้วยกันอยู่แล้ว คุณคู่หมั้นอยากไปหรือเปล่า กินข้าวดูหนังเหมือนที่พวกเราเคยไปด้วยกันบ่อยๆ ชวนไอ้ทอยสิ” องศาว่าต่ออีก รอยยิ้มแสนเจ้าเล่ห์ปรากฏชัด

“...” ดวงตากลมโตสั่นระริก รู้สึกว่าตัวเองแพ้อีกแล้ว เขาไม่อยากร้องไห้ต่อหน้าคนเลวคนนี้เลย

“ถ้าไม่ให้เอาก็ให้หอมแก้มหน่อยเถอะ...โอ๊ย!” พูดจบก็ร้องโอดครวญทันที จังหวะที่ร่างสูงกำลังจะเข้าไปกอดกลับโดนคนตัวเล็กฝังเขี้ยวลงตรงแขน

“สมน้ำหน้า อย่ามาแตะต้องเอยอีก”

“เอย เป็นยังไงบ้าง” วาวาเอ่ยถามเมื่อเห็นเพื่อนวิ่งออกมาจากห้อง

“ไปข้างนอกกันไหม ที่นี่ไม่น่าอยู่” ดวงตาคู่นั้นช่างแดงก่ำทำเอาคนมองสงสารจับใจ

“ไปไหน”

“ไปหาเจมที่บ้านก็ได้ ไม่ไหวแล้วอะ”

“อย่าร้องนะ” หญิงสาวพูดดักไว้ก่อนเพราะไม่อยากเห็นเพื่อนมีน้ำตา

“เอยจะบอกเลิกพี่ทอย” เขาคิดว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุดแล้ว ทอยไม่ควรมารับรู้อะไรพวกนี้เลย

“อยู่ดีๆก็ขอเลิกอย่างนั้นเหรอ”

“...” นั่นสิ...ต้องให้เหตุผลว่าอะไรถึงจะเหมาะสม ทอยไม่ได้ทำผิดทำไมต้องโดนบอกเลิกด้วย

“ใจเย็นๆ ค่อยๆคิด”

“เห็นแล้วใช่ไหมว่ายังไงเขาก็ไม่ยอมถอนหมั้น”

“ก็พี่เขาชอบเอย”

“ไม่ใช่ วาดูไม่ออกหรือไงว่าเขาโกหก”

“ดูไม่ออก” วาวาส่ายหน้าทันที เธอถามย้ำไปแล้วและก็ได้รับคำตอบที่ชัดเจนจึงไม่คิดว่าองศาจะพูดพร่ำเพรื่อ แต่งงหน่อยตรงที่มีแฟนอยู่แล้วนี่แหละ

“เอยจะเลิกกับพี่ทอยภายในวันนี้” เจ้าเอยตัดสินใจอย่างเด็ดขาด

“อย่าใจร้อนสิครับ พี่ไม่อยากให้เอยเลิกกับมันนะ” คนที่เขาเกลียดยืนกอดอกพิงประตูมองอย่างสบายใจ ทั้งที่อีกคนจะตายอยู่แล้วยังมีหน้ามายิ้ม

“ไปกันเถอะวา” โดนเมินอย่างกับเป็นฝุ่น

เมื่อสองเพื่อนซี้ออกไปแล้ว องศาจึงรีบโทรหาเขมทันที ถ้าเจ้าเอยจะบอกเลิกแฟนวันนี้จริงๆก็อยากเห็นตอนที่อยู่ด้วยกันครั้งสุดท้าย อยากซึมซับบรรยากาศกินข้าวด้วยกันทั้งสี่คนอีกครั้ง

(“ค่ะ กลับมาจากบ้านหรือยัง”)

“กลับมาแล้วครับ ตอนบ่ายที่นัดไปกินข้าวน่ะชวนไอ้ทอยมาด้วยสิ ว่าจะถามมันเรื่องเกม” เขากับทอยคุยกันแค่ไม่กี่เรื่องหรอก ไม่เหล้าก็เกม

(“ไม่รู้ว่าว่างไหม เดี๋ยวลองชวน”)

“ครับ”

...

ตลอดช่วงเช้าเจ้าเอยขลุกตัวอยู่บ้านเจมและได้ช่วยคุณแม่ทำขนมด้วย รู้สึกดีขึ้นมาหน่อยที่ได้พักสมองจากเรื่องชวนเครียดแม้จะเป็นเวลาสั้นๆก็เถอะ

Tru... Tru...

“เอย แฟนโทรมา” เจมตะโกนบอก เขาจึงรีบล้างไม้ล้างมือให้สะอาด

“ครับพี่ทอย” รู้สึกเจ็บปวดที่ต้องพูดกับแฟนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

(“พี่จะเข้าไปรับนะ ไปทานข้าวกัน”) เมื่อเช้าเขาโทรบอกแค่ว่ากลับมาจากบ้านแล้ว เรื่องกินข้าวยังไม่ได้นัดเลย

“เอยอยู่บ้านเจมอะ”

(“อ้าว ทำงานเหรอ ไปยังไงทำไมไม่โทรเรียกพี่ไปส่ง”) ความจริงเจ้าเอยก็มีรถใช้ เพียงแต่มีแฟนที่น่ารักคอยรับส่งตลอด

“มากับวาวา”

(“กินข้าวหรือยัง”)

“ยังครับ พี่ทอยมารับที่บ้านเจมได้ไหม” ถึงจะไม่ค่อยกล้าสู้หน้าแฟนเท่าไหร่แต่ก็ต้องไปเจอ อยากจบด้วยดีแบบไม่มีทะเลาะ

(“ได้สิ อีกครึ่งชั่วโมงนะ”)

พอวางสายจากทอยก็กลับมามีอาการซึมอีกหน วาวารู้เลยว่าเป็นเพราะอะไรจึงเดินเข้ามาตบไหล่เบาๆเพื่อปลอบ เจมมองตามด้วยความสงสัย

“เป็นอะไร”

“ไม่ได้เป็นอะไร แค่พี่ทอยจะมารับไปกินข้าว” เขาเลือกที่จะไม่เล่าเรื่องนี้ให้เจมฟังเพราะเจมเป็นคนใจร้อน อีกทั้งยังรู้จักกับองศาอีก

“ไม่อยากไปก็ไม่ต้องไปสิ”

“เอยอยากไป” เจ้าเอยรีบบอก จุดประสงค์คือต้องไปบอกเลิก แต่ก่อนเลิกจะรักษาสัญญาเรื่องบนเตียงที่เคยบอกว่าจะเก็บสิ่งนั้นไว้ในวันที่พร้อม ถึงสุดท้ายจะไม่ได้คบต่อก็ยังอยากให้ทอยเป็นผู้ชายคนแรกของเขาอยู่ดี

 

 

TBC.

 

 

น้องจะให้ทอยเป็นคนเปิดบริสุทธิ์

 

ขอบคุณทุกกำลังใจนะคะ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว