facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 2 ชายหนุ่มในชุดผ้าคลุม

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 ชายหนุ่มในชุดผ้าคลุม

คำค้น : ตายถึงรัก

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 786

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 16 พ.ย. 2563 14:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 ชายหนุ่มในชุดผ้าคลุม
แบบอักษร

“ดวงวิญญาณเอ๋ย เจ้าจะต้องไปยังปรโลกเพื่อตัดสินตัวตนของเจ้า” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นด้านหลังแองเจล่าจนเธอหันไปมอง ผ้าคลุมสีดำพร้อมกับออร่าสีดำสนิทจนมองไม่เห็นหน้าตาคนด้านใน 

“นี่นายเป็นตัวอะไรกัน” แองเจล่าพยายามเพ่งมองเข้าไปด้านในผ้าคลุมแต่ก็ไม่เห็นหน้าตาใดๆทั้งสิ้น  

“ข้าคือยมทูต ผู้มารับดวงวิญาณเพื่อไปรับฟังคำตัดสิน” เสียงพูดยานเชื่องช้าจนแองเจล่าได้ฟังแล้วก็หงุดหงิด แต่ขณะที่เธอกำลังฟังอยู่นั้น จู่ๆร่างของเธอก็ปรากฏโซ่ขึ้นมารัดที่ข้อมือทั้งสองข้างของเธอ 

“เดี๋ยวนะ นี่มันอะไร ฉันยังไม่พร้อมจะตายนะ”  

“อายุขัยของเจ้านั้นหมดลงแล้วมนุษย์เอ๋ย” 

“แล้วนี่คุณมาจากยุคไหนเนี่ย ดูพูดเข้า แต่ไม่ว่ายังไงฉันก็ไม่ไป” แองเจล่าพยายามดิ้นแต่แม้ว่าเธอจะดิ้นเท่าไหร่ก็ไม่เป็นผล ร่างของเธอค่อยๆลอยขึ้นแล้วเลื่อนไปตามยมทูตที่ค่อยเคลื่อนที่ 

ประตูที่ประดับไปด้วยกระดูกผุดขึ้นมาจากพื้นแล้วเปิดออก จากนั้นยมทูตที่นำหน้าเธอก็ค่อยๆลอยลากเธอเข้าไปยังประตูแห่งนั้น ทางแสงสว่างสีขาวปรากฏขึ้นและจู่ๆแองเจล่าก็รู้สึกว่าเธอนั้นกำลังเดินบนทางสีขาว 

“นี่มันคืออะไร” แองเจล่าถามด้วยความสงสัย จากนั้นจึงวิ่งไปเดินข้างยมทูตแสนน่ากลัว 

“นี่คือหนทางที่ปรโลกตัดสินให้เจ้าไป” แองเจล่าที่ขยับมาเดินข้างๆพยายามมองเข้าไปใต้ผ้าคลุมเพื่อดูว่าคนข้างในหน้าตาเป็นยังไง แต่ไม่ว่าจะเพ่งมองยังไงก็มองไม่เห็นแม้แต่น้อย 

“แล้วแบบนี้แปลว่าฉันกำลังไปไหน” 

“ไปสวรรค์” เขาตอบเพียงสั้นๆและนั่นก็ทำให้แองเจล่ายิ้มได้ แต่ใจจริงของเธอนั้นไม่อยากจะตายมากกว่า 

“ในมือของคุณคืออะไรงั้นเหรอ” แองเจล่าถามถึงสิ่งที่อย่ในมือของยมทูต มันดูคล้ายหนังสือบางอย่างแต่กลับปล่อยควันสีดำออกมาตลอดเวลา 

“มันคือสมุดบันทึกอายุขัย และเราเหล่ายมทูตจะเป็นคนไปรับดวงวิญญาณอย่างเจ้าเพื่อเข้าปรโลก หากปราศจากหนังสือเล่มนี้ก็จะไม่สามารถมายังปรโลกได้ และดวงวิญญาณอย่างเจ้าก็จะกลายเป็นดวงวิญญาณเร่ร่อนหรือสิ่งที่ชั่วร้าย” 

“นี่ ก่อนไปสวรรค์ ฉันอยากรู้จังเลยว่าฉันตายเพราะอะไร”  

“การที่ดวงวิญญาณจำช่วงเวลาก่อนตายไม่ได้ เป็นเรื่องปกติที่พบได้ ยมทูตอย่างเรามีหน้าที่แจ้งเรื่องนี้เพื่อป้องกันการกลายเป็นวิญญาณหลงทางและให้หมดห่วง” ชายผ้าคลุมแขนก็ยกสูงขึ้นพร้อมกับหนังสือที่ยกขึ้นมาเปิดไปยังหน้าที่มีรูปแองเจล่า   

“สาเหตุการตาย แอลกอฮอล์เป็นพิษเนื่องจากถูกบังคับดื่มสุรา” แองเจล่าอ่านตรงสาเหตุและภาพของมิคาเอลก็เด้งเข้าหัวของเธอมาในทันที “ไอผู้ชายเฮงซวย” 

“ถ้าเจ้าพอใจแล้วก็เดินต่อไป...” 

“แก ไอเลวเอ้ยยยย” แองเจล่าเอื้อมมือที่คว้าจับหน้ากระดาษแล้วฉีกกระชากหน้าแสดงอายุขัยของตัวเองออกมาโดยที่ยมทูตไม่ทันได้ระวังตัว กระดาษรูปใบหน้าของเธอหลุดออกมาจากหนังสือ จากนั้นแองเจล่าก็ขยำแล้วขว้างมันออกไปไกลมในทันที 

“นี่เจ้า!! เจ้ารู้ตัวไหมว่าทำอะไรลงไป” เสียงแข็งกร้าวดังขึ้นพร้อมกับร่างของแองเจล่าที่ลอยขึ้นแบบควบคุมไม่ได้ 

“ทำอะไร ก็ฉันไม่ชอบแบบนั้นนี่” 

“เจ้าได้ทำสิ่งที่ผิดพลาดครั้งใหญ่หลวงแล้ว” เมื่อพูดจบเส้นทางแสงที่ทั้งสองเดินมาก็ค่อยๆแตกสลายออกอย่างช้าๆ ยมทูตเก็บหนังสือในมือเพราะถ้าเขาไม่ทำอะไรสักอย่าง เขาจะต้องตกไปในหุบเหวอเวจีด้วย 

“ทำอะไร แล้วทำไมทางของฉันหายไปไหน” 

“เจ้าเพิ่งฉีกตั๋วที่จะเป็นเส้นทางไปสู่สวรรค์ยังไงล่ะ และหากเราไม่มีทางนี้เราจะตกลงสู่อเวจีไร้สิ้นสุด”  

“ท่าทางฟังแล้วจะแย่แฮะ ทำอะไรสักอย่างสิ เร็ววววว”  

“โธ่เว้ย” ยมทูตยกแขนขึ้นมาทั้งสองข้าง มือโครงกระดูกางออกจากนั้นเงาสีดำที่ปกคลุมร่างกายก็ค่อยๆไหลออกไปทางมือแล้วก่อกำเนิดหลุมห่วงมิติสีดำบางอย่างขึ้น 

ยมทูตใช้มือสะบัดก็โยนร่างของแองเจล่าเข้าหลุมดำไป แต่เนื่องจากโซ่ที่รัดระหว่างข้อมือของแองเจล่าและยมทูตทำให้เขานั้นถูกโซ่ดังกล่าวดึงเข้าไปด้วย 

“ไม่นะ” เงาสีดำที่ปกคลุมร่างค่อยๆบางลงจนเผยให้เห็นใบหน้าขาวซีดก่อนที่ประตูมิติจะปิดลง 

 

“อื้ออออ มึนหัวชะมัดเลย” หญิงสาวค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองนั้นนอนอยู่บนโซฟา และยังอยู่ในชุดของเธอที่จัดงานปาร์ตี้ ในมือของเธอถือแก้วเหล้าเอาไว้ก่อนจะโยนมันทิ้งไปในทันที 

“เฮ้อ เมื่อกี้เราฝันไปรึไงกัน” แองเจล่าขยับลุกขึ้นมานั่งพร้อมกับพูดทบทวนกับตัวเอง 

“ตื่นสักทีนะ” เสียงเรียบดังขึ้นด้านหลังของโซฟาที่แองเจล่านั่ง เธอรีบหันกลับไปมองเพราะเสียงนั้นมันเหมือนกับยมทูตที่เธอฝันถึงเลย  

“นะ...นี่คุณเป็นใครกัน” แองเจล่ารีบดีดตัวหนีออกเพราะชายผิวขาวซีดแต่มีใบหน้าคมคายหล่อเหลา ชุดที่เขาใส่ก็เป็นเสื้อคลุมสีดำเก่าที่ขาดรุ่งริ่งราวกับขอทาน 

“นี่เจ้ายังจะถามอีกงั้นหรือ เจ้าทำให้ข้าต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้ไงล่ะ” เสียงของชายคนนั้นพูดราวกับว่ารู้จักแองเจล่า  

“คุณคือ คุณยมทูต??” แองเจล่าทวนซ้ำเพราะเธอไม่อยากจะเชื่อเท่าไหร่ เพราะคนตรงหน้าของเธอนั้นมีรูปร่าง หน้าตา แถมยังหล่อเสียด้วย ยิ่งไปกว่านั้นทำไมเขาจึงอยู่ในโลกคนเป็นล่ะ หรือว่าเธอยังเป็นวิญญาณอยู่ พอคิดได้แองเจล่าก็ลองจับมือถือ ลองจับแก้ว ลองมองตัวเองไปมา 

เจ้าคืนชีพแล้ว และข้าก็เข้ามาในมิติคนเป็นและได้กายเนื้อนี้มา”  

“แสดงว่าฉันไม่ตายแล้วสินะ เยี่ยมไปเลยยยย” แองเจล่ากระโดดดีใจเมื่อรู้ว่าตัวเองนั้นยังไม่ตาย  

“ก็แค่ชั่วคราว ถ้าข้าฟื้นพลังเมื่อไหร่ เจ้าต้องกลับไปปรโลกกับข้า”  

“ชิส์ แล้วอีกนานไหมกว่านายจะได้พลังคืน” แองเจล่าพูดอย่างสนิทเพราะดูจากหน้าตาแล้วเขาก็น่าจะอายพอๆกับเธอ 

“นี่เจ้า!! ข้าเป็นถึงยมทูตเกือบพันปี ระวังคำพูดคำจาด้วย” ยมทูตหนุ่ม?กล่าวเสียงดังออกมาเมื่อจู่ๆก็ถูกเรียกด้วยสรรพนามที่แสนสนิทสนม  

“หืมมมม พันปีจริงอะ” แองเจล่ายื่นหน้าเข้าใกล้ยมทูตหนุ่ม เธอกวาดสายตามองไปทั่วใบหน้าซีดหล่อของเขา ซึ่งไม่ว่าจะมองยังไงก็รู้สึกได้ว่าเขานั้นอายุพอๆกับเธอ 

ยมทูตมองใบหน้างดงามที่ขยับเข้ามาใกล้เขา ดวงตาของเขาจับจ้องไปยังคนตรงหน้าก่อนจะรีบดึงสติของตัวเองกลับมาอยู่กับตัวอีกครั้ง 

“ออกไปให้ห่างจากข้า” มือใหญ่ผลักใบหน้างามออกไปอย่างไม่ใยดี 

“โว๊ะ ทำอะไรของนายเนี่ย” แองเจล่าบ่นเพราะถูกผลักจนหงาย 

ครืดดดดด 

เสียงประตูใสของบ้านเปิดออกพร้อมกับเพื่อนสนิทอย่างเดซี่ที่เข้ามาในบ้านด้วยหน้าตาลุกลี้ลุกลน เพราะว่าในมือถือของเธอนั้นแจ้งว่าหัวใจของเพื่อนสนิทอย่างแองเจล่านั้นหยุดเต้น 

“แองจี้ แก....เป็น....อะ....ไร” เดซี่ค่อยๆพูดช้าลงและสงบจิตใจของตัวเองลงในทันที มือของเธอล้วงเข้าไปในกระเป๋าพร้อมกับหยิมเอาขวดสเปรย์พริกไทยออกมาแล้วจ่อชี้ไปที่ชายในชุดผ้าคลุมขาด “แกเป็นใคร เป็นโจรใช่ไหม” 

“นี่เจ้าว่าข้าเป็นโจรอย่างนั้นรึ” 

“เดี๋ยวๆเดซี่ ไม่ใช่ๆ เขาไม่ใช่โจร” แองเจล่ารีบห้ามเพราะท่าทางของยมทูตหนุ่มก็ดูจะหงุดหงิดและในมือของเขาก็มีแสงสีดำออกมา 

แล้วเขาเป็นใคร เข้ามาได้ไง แล้วทำไมหัวใจของแกหยุดเต้น มันพยายามจะขโมยนาฬิกาใช่ไหม” เดซี่รีบรัวคำถามแต่ไม่เว้นว่างให้แองเจล่าตอบเลยแม้แต่น้อย 

“ไม่ใช่นะ เขาเป็น....เอ่อ.....เอ่อ” 

“เดี๋ยวข้าลบความทรงจำของนางเอง” ยมทูตพยายามยกมือเพื่อทำอะไรบางอย่าง แต่แล้วจู่ๆเขาก็รู้ไร้เรี่ยวแรงพร้อมกับโลกที่ค่อยๆมืดลง ร่างเขาค่อยๆล้มลงไปแบบไม่อาจควบคุมได้ 

“เฮ้ยนาย!!!” 

 

............................................................. 

ความคิดเห็น