ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 61 เปลี่ยนระบบ

ชื่อตอน : ตอนที่ 61 เปลี่ยนระบบ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 246

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 14 พ.ย. 2563 13:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 61 เปลี่ยนระบบ
แบบอักษร

ตอนที่ 61 

เปลี่ยนระบบ 

 

 

 

               "ท่าทางจะมีอะไรจริงๆด้วยนะ"เจว่าพลางเดินเข้าไปในเขตสิ่งก่อสร้างด้วยท่าทีระมัดระวัง ที่นี่ดูต่างจากถ้ำผีดิบที่ผ่านมามาก เพราะยิ่งเข้าไปลึกก็ยิ่งเหมือนวังอะไรบางอย่างเข้าไปทุกที แถมที่แปลกที่สุดก็คือแถวนี้ไม่มีทหารผีดิบเดินผ่านไปผ่านมาเลย

 

               "หึ…"เบสส่งเสียงผ่านจมูกออกมาด้วยท่าทีขัดใจ แม้จะดีใจที่เจอเรื่องน่ายินดี แต่แบบนี้ก็เท่ากับว่ากวีเป็นฝ่ายถูกนั่นเอง แต่มันก็ช่วยไม่ได้นี่นาเกมเพิ่งเปิดได้ไม่นานแถมโลกก็กว้างมากจะให้สำรวจทุกที่ได้อย่างไร

 

               "เอาจริงๆนะพี่เบส ผมว่าคนพวกนั้นน่าจะเป็นพวกมืออาชีพนะ"ฟลุคเห็นท่าทีของเบสก็หัวเราะออกมาก่อนจะแซวเบสด้วยท่าทีขำๆออกไป

 

               "ก็คงแบบนั้นล่ะ"เบสเองพออยู่ในปาร์ตี้ของกวีมาได้สักพักก็รู้แล้วว่าคนอื่นๆฝีมือสูงกันมาก แม้แต่มีนที่ตอนแรกนึกว่าเป็นมือใหม่ พอเจอศัตรูที่ไม่ทำให้กลัวแล้วก็แสดงฝีมือออกมาได้อย่างน่าเหลือเชื่อ ตรงกันข้ามตั้งแต่ต้นจนจบผู้หญิงอีกคนในปาร์ตี้ของกวีกลับทำตัวเป็นตัวถ่วงอย่างเดียวเลย แถมเจ้าตัวยังทำท่าจะไม่ไหวแล้วอีกต่างหาก แต่เพราะเห็นกันชัดๆว่าเธอเป็นแฟนของแทงค์อย่างเจ จะให้ออกปากบ่นก็คงไม่ได้

 

               "วังนี่หรูไม่เบาเลย บางทีข้างหน้าอาจจะมีสมบัติก็ได้นะคะ"ฟ่างยิ้มด้วยท่าทีอารมณ์ดีไม่น้อย ก็จริงอย่างที่เธอพูดพื้นที่รูปแบบวังหรือปราสาทแบบนี้พอผ่านไปได้ก็จะเจอสมบัติเสมอ แต่ทว่า…

 

               "งั้นก็คงจะมีมังกรเฝ้าสมบัติด้วยสินะ"กวีแซวด้วยท่าทีขำๆแต่น่าเสียดายที่คำแซวครั้งนี้ขำไม่ออกเท่าไหร่ แน่ล่ะคงไม่มีสมบัติที่ไหนสามารถเดินเข้าไปเอาได้ง่ายๆหรอก แถมตั้งแต่เดินเข้ามายังไม่เจอมอนสเตอร์เลยแม้แต่ตัวเดียว แบบนี้มันเหมือนกับ

 

               "ไม่ใช่มังกร แต่เป็นอัศวินสินะ"เมฆยิ้มเจื่อนๆออกมาก่อนจะชักดาบเตรียมพร้อมรบเต็มที่ อย่างที่เมฆบอกแม้ไม่มีมังกรเฝ้าสมบัติ แต่กลับกลายเป็นอัศวินเสียอย่างนั้น ท่ามกลางกำแพงวังและเสาหินที่สลักอย่างหรูหราเบื้องหน้าปรากฏร่างของนักรบในชุดเกราะจีนเต็มยศคนหนึ่งยืนอยู่ตรงหน้าประตูรูปมังกร แถมทหารคนนั้นยังถือดาบใหญ่ด้วยมือเดียวกับโล่ลายมังกรที่มือซ้ายอีกต่างหาก ไม่ว่าจะมองมุมไหนเจ้านี่ก็เป็นบอสแน่ๆ

 

               [ แม่ทัพผีดิบ บอสมอนสเตอร์เลเวล 70 ตรวจพบผู้บุกรุก ผู้เล่นที่ถูกแม่ทัพผีดิบสังหารจะถูกลดเลเวลลง 5 เลเวล]

 

               ราวกับจะยืนยันสิ่งที่ทุกคนกำลังคิดเสียงของระบบดังเตือนออกมาพร้อมร่างของบอสอย่างแม่ทัพผีดิบที่กำลังเริ่มขยับอย่างช้าๆ

 

               "โชคดีจริงๆที่เจ้านั่นเองก็ใส่เกราะเต็มยศ"กวีพูดด้วยท่าทียิ้มๆพร้อมเล็งเวทมนตร์ไปทางแม่ทัพผีดิบ อย่างน้อยมีนก็ยังลงมือได้เต็มที่โอกาสเอาชนะได้ก็เพิ่มขึ้นมาล่ะ

 

               เพร๊ง!!!

 

               "แฮ่…"อย่างกับจะประชด ทันทีที่บอสเริ่มเคลื่อนไหว อยู่ๆหมวกเหล็กของบอสก็แตกกระจายตกลงมาบนพื้นเผยให้เห็นใบหน้าสีดำคล้ำของผีดิบ เพียงแต่บนใบหน้าของแม่ทัพผีดิบนั้นกลับมีดวงตาอีก 2 ดวงงอกออกมาบนหน้าผาก แถมยังเป็นดวงตาที่โตกว่าดวงตาปกติหลายเท่าเสียด้วย

 

               "........"พอเห็นแบบนั้นเข้ามีนที่เตรียมจะต่อสู้อยู่แล้วก็ชะงักไปทันที ถึงจะรู้ก็เถอะว่ามันเป็นแค่เกม แต่ของที่กลัวมันก็กลัวอยู่ดี

 

               "ช่วยไม่ได้นะ"กวีถอนหายใจออกมาก่อนจะเดินเข้าไปหามีน แม่ทัพผีดิบนั่นไม่ใช่เล่นๆเลย หากเสียกำลังของมีนไปอาจจะทำให้แพ้ได้เลยก็ได้ กวีไม่ยอมปล่อยจุดอ่อนใหญ่แบบนี้เอาไว้ต่อหน้าบอสหรอก

 

               หมับ….!!!

 

               อยู่ๆก็คว้าตัวมีนเข้ามาหาตนเองก่อนจะก้มลงกระซิบที่ข้างๆหูของมีนอย่างรวดเร็ว คนอื่นๆไม่ได้ยินว่ากวีพูดอะไรออกมา แต่มีนที่เพิ่งจะหายตกใจก็เริ่มพยักหน้าช้าๆออกมา

 

               "เข้าใจแล้วค่ะ"มีนพูดออกมาก่อนจะขยับมือไปด้านหน้าเหมือนกำลังเข้าหน้าต่างระบบของตัวเองอยู่ ไม่นานหลังจากนั้นมีนก็เหลือบไปมองทางแม่ทัพผีดิบครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจออกมา

 

               "ไหวหรือเปล่า"กวีถามเมื่อเห็นมีนมองไปทางแม่ทัพผีดิบแล้ว คราวนี้มีนไม่มีท่าทีหวาดกลัวเหมือนตอนแรกเลย

 

               "ไหวค่ะ"มีนตอบพลางเดินออกไปตั้งท่าต่อสู้อีกครั้ง ภาพตรงหน้านี้ช่างน่าเหลือเชื่ออย่างมาก อยู่ๆมีนที่กลัวจนไม่กล้าสู้เพราะหน้าตาน่ากลัวของแม่ทัพผีดิบก็กลับมาตั้งสมาธิได้เสียอย่างนั้น นี่กวีกระซิบอะไรกันแน่

 

               "พี่กวี…."ไอช่าจ้องมองไปทางกวีด้วยท่าทีอยากรู้อยากเห็นแบบไม่มีผิดบังแม้แต่น้อย แม้แต่ไอช่าเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่ากวีกระซิบอะไรออกไป

 

               "นี่นายบอกอะไรมีนเนี่ย"เมฆถามพลางมองไปทางมีนด้วยท่าทีอึ้งๆเช่นกัน ถึงกวีจะเคยช่วยให้หลายๆคนผ่านความกลัวของตัวเองไปได้ แต่ไม่ใช่แค่การกระซิบแค่ครั้งเดียวแบบนี้แน่ๆหรือนี่จะเป็นผลของการไปฝึกฝนบนเขามา 5 ปีกันนะ?

 

               "ก็แค่บอกให้มีนเขาเปิดโหมดสำหรับเด็กเท่านั้นเอง"กวีตอบด้วยท่าทียิ้มแย้มเสียอย่างนั้นทำเอามีนหันมาค้อนเข้าให้ ถ้าจะป่าวประกาศออกมาแบบนี้แล้วจะกระซิบแบบนั้นทำไมกันเล่า

 

               "โหมดสำหรับเด็ก….."เมฆที่เล่นเกมมาอย่างยาวนานเองก็พอได้ยินเรื่องนี้มาบ้าง เกมสมัยใหม่มีความสมจริงที่สุดยอดมาก แต่บางทีความสมจริงก็รุนแรงเกินไปทำให้ต้องมีโหมดสำหรับเด็กออกมาให้ผู้เล่นอายุน้อยสามารถใช้งานได้

 

               "ไอ้ที่มองเห็นดาบเป็นอมยิ้ม กับเห็นมอนสเตอร์น่ารักขึ้นนั่นน่ะนะ…โอ้ย"เมฆที่กำลังพูดถึงระบบสำหรับเด็กให้ออกมานั้นกลับโดนมีนใช้ดาบจิ้มเข้าให้ แต่เพราะทั้งคู่อยู่ปาร์ตี้เดียวกันเลยไม่สามารถสร้างความเสียหายได้

 

               "รู้แล้วๆ ไม่พูดแล้วน่า"เมฆที่โดนมีนจิ้มเอาๆปัดดาบของมีนออกก่อนจะขอโทษออกไปด้วยท่าทีเหมือนจะรับมือไม่ถูก ใครจะไปคิดล่ะว่ากวีจะใช้วิธีรับมือแบบนี้ แต่เท่านี้มีนก็สามารถสู้ได้โดยไม่ต้องห่วงเรื่องความกลัวแล้วสินะ

 

               เปรี้ยง !!!

 

               อย่างกับจะบอกว่าพวกเมฆเริ่มคุยมากเกินไปแล้ว แม่ทัพผีดิบที่โดนเมินอยู่นานพุ่งตัวเข้ามาโจมตีใส่เจที่ยืนอยู่แถวหน้าสุดเข้าอย่างจังเล่นเอาพลังชีวิตของเจหายไปเป็นข้อ แต่ถึงอย่างนั้นเจก็ยังรับมือไหวอยู่ดี

 

               "หมดเวลาพักแล้ว มาสู้กันต่อเถอะ"กวีว่าพลางยิงเวทมนตร์ออกไปใส่แม่ทัพผีดิบในทันที ขืนยังมัวมาแซวมีนเรื่องโหมดสำหรับเด็กแบบนี้อยู่มีหวังเจได้ตายก่อนแน่ๆ

 

               ตูม..

 

               เวทระดับ 3 ของกวีอัดเข้าใส่ร่างของแม่ทัพผีดิบอย่างจัง แต่ก็เป็นอย่างที่กวีคิดโล่ของมันเองก็มีคุณสมบัติกันเวทมนตร์เหมือนกับทหารผีดิบที่อยู่ด้านนอก แถมโล่ลายมังกรนั่นยังเหมือนจะกันเวทมนตร์ได้ดีกว่าโล่ของทหารผีดิบเสียด้วย ท่าทางศึกนี้จะกลายเป็นศึกยืดเยื้ออีกแล้ว….

 

               "เจ้านั่นพลังป้องกันเยอะอย่างที่คิดจริงๆ เบส ฟ่าง ฝากด้วยนะ"กวีหันไปหาเบสกับฟ่างก่อนจะสั่งให้ทั้งสองทำอะไรบางอย่าง ส่วนตัวเองนั้นก็ร่ายเวทยิงออกไปอย่างต่อเนื่องเช่นเดิม

 

               "รู้แล้วน่า.."เบสตอบด้วยท่าทีไม่พอใจนัก แต่กวีก็สั่งมาได้ตรงจังหวะก่อนที่เบสจะเริ่มลงมือพอดี ความรู้สึกเหมือนโดนรู้ทันนี้ไม่ชอบเลย

               

               วูบ…

 

               ทันทีที่เบสตอบออกไป รอบๆตัวของเบสก็มีไอสีแดงลอยออกมาจากร่างกาย ตอนนี้พวกเขากำลังร่ายเวทมนตร์ระดับ 4 อยู่นั่นเอง

 

               โครม…

 

               ระหว่างที่ฟ่างกับเบสกำลังร่ายเวทอยู่นั้น อยู่ๆทางฝั่งของเจก็ล้มลงไปกับพื้นเพราะทนรับแรงกระแทกไม่ไหว เจ้าแม่ทัพผีดิบนี่ถือดาบใหญ่ได้ด้วยมือข้างเดียวแสดงว่ามันต้องมีพลังมหาศาลมากแน่ๆ ไม่แปลกเลยที่เจจะรับไม่ไหว

 

               "เจลุกขึ้นเร็วเข้า"เก๋วิ่งเข้าไปใช้ดาบของตัวเองป้องกันการโจมตีของแม่ทัพผีดิบเอาไว้ก่อนที่เจจะโดนซ้ำตอนล้ม เก๋เป็นผู้เล่นสายพละกำลังผสมกับทนทานทำให้เธอพอจะรับการโจมตีของบอสได้ในระดับหนึ่ง แต่จะให้รับได้เท่าๆกับแทงค์คงไม่ไหว

 

               "ขอบคุณครับ"เจรีบลุกขึ้นยืนก่อนจะกระชับโล่ในมือให้แน่นกว่าเดิม เมื่อครู่เขาพยายามจะโจมตีสวนบอสแม่ทัพผีดิบ แต่ท่าทางเขาจะประมาทเกินไปทำให้โดนแม่ทัพผีดิบโจมตีสวนกลับมาในจังหวะที่เขาคิดจะโจมตีพอดี และผลลัพธ์ก็คือเขาล้มลงไปกับพื้นและอาจจะโดนซ้ำจนตายได้เลย

 

               "ใจเย็นๆ พวกเราต้องรับมือกับเจ้านี่อีกนาน"เมฆว่าพลางระดมดาบโจมตีใส่ร่างของแม่ทัพผีดิบไม่มีเว้นว่าง เจ้านี่ถึกอย่างที่คิดเอาไว้ ถึงขนาดทุกคนร่วมกันโจมตียังยืนนิ่งเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย

 

               "เมฆ ตีโล่"เจพึ่งลุกขึ้นมาได้ไม่เท่าไหร่ เสียงของกวีก็ดังมาจากด้านหลังทำให้เมฆเปลี่ยนท่าโจมตีจากโจมตีแผ่นหลังของแม่ทัพผีดิบไปโจมตีโล่ของแม่ทัพผีดิบอย่างรวดเร็ว สาเหตุที่กวีสั่งแบบนั้นก็ต้องเป็นเพราะเวทมนตร์ของเบสกับฟ่างกำลังจะร่ายเสร็จแน่ๆ

 

               ตูม

 

               เวทมนตร์ขั้น 4 ของธาตุ ไฟ และ ลม พุ่งเข้าใส่ร่างของแม่ทัพผีดิบโดยไม่ติดโล่แม้แต่น้อย แถมเวทคันศรวายุกับอสรพิษเพลิงโลกันตร์ยังช่วยเสริมความเสียหายให้กันได้อย่างดีอีกต่างหาก เรียกได้ว่าหวังผลได้เลย

 

               "เป็นไงบ้าง"เบสถามพลางมองผ่านควันเข้าไปด้วยท่าทีสงสัย พวกเบสไม่ได้มีพลังเวทเหลือเฟือเหมือนกวี เวทระดับ 4 นั้นพวกเขาร่ายได้แค่ 3 ครั้งก็เต็มที่แล้ว

 

               วูบ

 

               ควันยังไม่ทันจาก อยู่ๆดาบของทหารผีดิบก็ฟาดออกมาจากกลุ่มควันจนลมที่พัดตามดาบเป่าเอาควันไฟออกไปจนหมด

 

               "บ้าน่า ไม่เป็นอะไรเลยงั้นเหรอ"เบสมองภาพตรงหน้าด้วยท่าทีอึ้งๆ อย่างน้อยก็น่าจะเสียหายบ้างสิ

 

               "ไม่หรอก….ได้ผลเลยล่ะ"กวียิ้มออกมาบางๆหลังจากกลุ่มควันโดนพัดหายไปหมดแล้ว แม้บนเกราะจะมีร่องรอยความเสียหายไม่มาก แต่แรงระเบิดเมื่อครู่กลับพัดเอาโล่ของแม่ทัพผีดิบหลุดออกจากมือไปแล้ว นี่มันโชคดีสุดๆไปเลยไม่ใช่หรือไง

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว