ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

30 : เตรียมงานแต่ง.... '

ชื่อตอน : 30 : เตรียมงานแต่ง.... '

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 17.4k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ธ.ค. 2563 10:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
30 : เตรียมงานแต่ง.... '
แบบอักษร

ตื่นเช้ามาในวันนี้ อาการปวดท้องมีบ้างเป็นพักๆ ทำให้คุณหญิงณิชาที่เข้าใจว่าเพียวไผ่ไม่สบายปวดท้องกระเพาะถึงกับให้เพียวไผ่พักผ่อนเยอะๆอีกทั้งสั่งทำอาหารอ่อนๆให้กินโดยเฉพาะ แม้จะนัดคนออกแบบเสื้อผ้าให้มาที่บ้านในวันนี้ก็บอกว่าจะให้ยกเลิกไปก่อนรอเพียวไผ่ดีมากขึ้นกว่านี้ คุณหญิงณิชาเทียวไปเทียวมาบ้านเรือนเล็กจนเพียวไผ่ต้องซ่อนผ้าอนามัยไว้ ครั้นจะเอาถุงน้ำร้อนมาประคบก็เกรงว่าเธอจะตั้งคำถามจึงได้แต่นอนนิ่งๆอยู่บนเตียง จนกระทั่งนักรบเสียเองที่เป็นคนเอ่ยบอกมารดาว่า

“ขืนคุณแม่ยังมารบกวนอย่างนี้เมื่อไหร่เพียวไผ่จะได้พักผ่อนล่ะครับ”

“ก็แม่เป็นห่วงหนูเพียวนี่ตารบ”

“ผมรู้ครับ แต่ให้เพียวไผ่ได้นอนพักผ่อนสักทีเถอะ คุณแม่ยังนั่งจ้องคนป่วยก็คงไม่ต้องหลับตานอนกันพอดี”

“แต่แม่...”

“แม่ครับ”ได้ยินเสียงถอนหายใจหนักๆจากลูกชายคุณหญิงณิชาถึงได้ยอมถอยออกจากบ้านไม่วายทิ้งท้ายเบาๆว่า

“หรือนะเรียกเจ้าทัพกลับมา พี่หมอทัพเขาเป็นหมอน่าจะดูแลหนูดีกว่านี้”

“แม่ครับ...”

“จ้า แม่รู้แล้วจ้า”จบคำเธอจึงออกกลับไปเรือนใหญ่จริงๆ เพียวไผ่ก็เอาถุงน้ำร้อนมาประคบท้องตัวเองอีกครั้ง รู้มาว่าถุงน้ำร้อนนี้นักรบไปเคาะประตูที่บ้านพักป้าน้อมเมื่อคืนจนป้าน้อมตกใจตื่นเสียยกใหญ่ โชคดีที่หลานป้าน้อมมีถุงน้ำร้อนไว้ใช้ยามที่ปวดประจำเดือน

 

เพียวไผ่กึ่งหลับกึ่งตื่นรู้สึกมีผ้าหมาดๆมาเช็ดตามใบหน้าและลำคอของตัวเอง พยายามลืมตาตื่นเห็นคล้ายๆร่างของนักรบลางๆนั่งริมเตียงเช็ดตัวให้เขาก็เผยรอยยิ้มบางๆ ไม่คิดว่าจะปวดท้องประจำเดือนจนไข้ขึ้นขนาดนี้ โชคดีที่ไม่มีการประชุมที่สถาบันในวันนี้ หลังจากนี้จะมีเข้าตรวจร่างกายเพียวไผ่แค่เดือนละหนึ่งครั้งเพียงแค่นั้น และหากจำเป็นจริงๆก็อาจจะเพิ่มเป็นเดือนละสองครั้ง

 

 

 

เพียวไผ่หลับจนตื่นอีกครั้งก็ประมาณช่วงบ่ายๆ ดูประจำเดือนของตัวเองก็น้อยลงตามคาดเพราะผลข้างเคียงจากการกินยาแก้ปวดประจำเดือน แต่หากไม่กินยาก็คงได้ปวดจนช็อค เพียวไผ่กวาดตามองหานักรบแต่ก็ไม่เจอ เดินออกไปที่โซฟาในบ้าน ก็เห็นถุงกระดาษมากมายวางกองไว้บนโต๊ะ มีกระดาษแผ่นเล็กๆแปะไว้ จึงหยิบมาอ่าน

‘หมอโมบอกว่ากินอาหารเสริมพวกนี้พอจะช่วยเรื่องลดอาการปวดประจำเดือนได้บ้าง …นักรบ’ เพียวไผ่ก็อมยิ้มอีกครั้ง เปิดถุงกระดาษเห็นเป็นอาหารเสริมมากมายที่ช่วยในเรื่องแก้ปวดประจำเดือน อีกทั้งชาที่ช่วยในเรื่องแ้กปวดประจำเดือนต่างๆ ไหนจะถุงน้ำร้อนอันใหม่ที่นักรบคงซื้อมา จนคนได้รับถึงกับยิ้มกว้าง เปิดอาหารเสริมกระปุกหนึ่ง ลองกินดู แล้วก็หยิบจับของหลายอย่างเข้าไปเก็บในห้องครัวขนาดเล็ก

 

ค่ำในคืนนี้เพียวไผ่ไปร่วมโต๊ะอาหารที่เรือนใหญ่คุณหญิงณิชายกยิ้มกว้างเมื่อเห็นเพียวไผ่อาการดีขึ้น แม้ใบหน้าขาวจะยังคงซีดให้เห็นอยู่บ้าง บอกให้คนรับใช้จัดแจงอาหารกินให้ดีจนเพียวไผ่รู้สึกเกร็งเพราะเกรงใจในความใจดีนัั้น

“พรุ่งนี้ถ้าหนูเพียวดีขึ้น คุณแม่จะให้สไตลิสต์เขามาที่บ้านดีไหมลูก หรือว่าหนูจะไปเลือกชุด เลือกแหวนที่ร้านลูก”

“เอ่อ..เพียวแล้วแต่คุณรบดีกว่าครับ”

“ว่าไงตารบ”ว่าจบก็หันไปทางลูกชายคนโต

“ผมจะไปเลือกที่ร้านกับเพียวไผ่เองครับ แม่ไม่ต้องห่วง”

“ดีมาก ส่วนเรื่องแขก...”

“เอ่อ...คุณแม่ครับ”

“ว่าไงจ้ะหนูเพียว”

“เพียวว่าไม่ต้องเชิญแขกมากก็ได้ครับ แค่งานเล็กๆ..”

“ได้ยังไงกันจ้ะ ยังไงก็ต้องจัดงานให้ เดี๋ยวผู้ใหญ่เขาจะเคืองเอาได้ที่ลูกของแม่แต่งงานทั้งทีไม่มีการส่งการ์ดไป”เพียวไผ่ก็นิ่งเงียบ ลืมไปว่าสังคมของตนกับนักรบนั้นแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

“หนูเพียวก็ควรจะเชิญฝั่งหนูมางานด้วยนะลูก”

“ครับ”เพียวไผ่ตอบเสียงเบา ญาติผู้ใหญ่ฝั่งเขาก็มีแค่คุณลุงคุณป้า และพี่มินตราเท่านั้นที่เขาสนิทสนมด้วย นอกจากนี้ก็ไม่มีใครแล้ว

“พรุ่งนี้ก็พาน้องไปเลือกแหวน เลือกชุด เลือกการ์ด ส่วนสถานที่จัดงาน ไปเชิญแขกพ่อกับแม่จะจัดการให้ วันที่กำหนดก็ใกล้เข้ามาแล้ว ทุกอย่างกระชั้นชิดไปหมดคงมีอีกหลายอย่างที่ต้องจัดการ” คุณหญิงณิชากล่าว ตามที่วางไว้ก็อีกประมาณเก้าวันที่จะต้องจัดงานแต่งงาน ภายในเก้าวันนี้ถือว่ากระทันหันพอสมควร หากเขาเป็นผู้หญิง สังคมคงซุบซิบว่านักรบไปทำให้ท้องแล้วแต่งงานแน่ๆ

 

 

“ยังปวดท้องอีกรึเปล่า”เสียงทุ้มถามขณะที่เพียวไผ่กำลังเช็ดผมของตัวเองหลังอาบน้ำเสร็จ เดินไปนั่งที่โซฟาตรงข้ามนักรบก็ส่ายหน้าตอบ

“ไม่ค่อยปวดแล้วครับ แค่ปวดเป็นพักๆ แต่ดีขึ้นมากแล้ว”

“....”

“เอ่อ... อาหารเสริมกับถุงน้ำร้อนคุณรบเป็นคนซื้อมาหรอครับ”คนถูกถามไม่ได้เงยหน้าขึ้นตอบ ง่วนกับจอในมือ ตอบ ‘อืม’ สั้นแต่ก็ทำคนได้ยินถึงกับยิ้มกว้างอีกครั้ง

“ขอบคุณครับ”

“……”

 

“คุณรบครับ”

“มีอะไร”

“เพียวขอเบอร์คุณรบเก็บไว้ได้ไหมครับ คือเพียว...”

“อืม”ได้ยินคำตอบรับสั้นๆ เพียวไผ่ก็ลุกขึ้นไปหยิบมือถือออกมาในทันทีก่อนจะยืนให้นักรบ คนร่างสูงก็กดๆเข้าสักพักก็ยื่นกลับมา ร่างขาวยกยิ้มเมื่อเห็นหมายเลขในจอ ก่อนจะกดบันทึกชื่อ ‘สามี’ก่อนจะนั่งจ้องมือถือแล้วก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ จนคนที่นั่งอยู่ตรงกันข้ามต้องละสายตายจากไอแพดในมือถามเสียงเรียบ

“เป็นอะไร”เพียวไผ่เลิกตาขึ้นก็ส่ายหน้าระรัว อมยิ้ม

“คุณรบยังไม่ง่วงหรอครับ”

“อืม”

“แต่เพียวง่วงแล้ว”

“ก็ไปนอน”

“……”เพียวไผ่นิ่งเงียบ เงียบจนนักรบต้องเงยหน้ามองอีกครั้ง

“เป็นอะไร”

“เพียวอยากนอนกับคุณรบ”ก้มหน้าตอบเสียงแผ่ว รอคำตอบแต่ก็ได้ยินแค่ความเงียบกลับมา ก็ยู่ปากตัวเองเบาๆ

“ไปนอนซะก่อนที่ฉันจะดุ”

“ครับ”ก็เดินกลับไปยังห้องนอนคนเดียว เลิกผ้านวมก็ไม่วายหันไปทางประตูห้องอีกครั้งก็ไม่มีคนร่างสูงเปิดเข้ามา ก็ถอนหายใจเบาๆทิ้งตัวลงนอน ไม่ทันจะหลับตานอนก็ได้ยินคนเปิดประตูเข้ามา เห็นสีหน้าดีๆของอีกฝ่ายเพียวไผ่ก็ยกยิ้มกว้าง จ้องการเคลื่อนไหวของนักรบไม่วางตาแม้แต่ตอนที่อีกคนมาทิ้งตัวลงบนเตียงก็แอบขยับร่างกายตัวเองเข้าใกล้อีกนิด จนกระทั่งทั้งห้องตกอยู่ในแสงสลัว เพียวไผ่ก็ยังคงจ้องเสี้ยวหน้าของคนข้างๆไม่วางตา

“นอนซะเพียวไผ่ก่อนที่เธอจะไม่ได้นอน”

“คุณรบจะทำอะไรเพียว”เพียวไผ่ถามเสียงกระซิบทั้งๆที่อยู่กันแค่สองคน

“ไล่เธอออกจากห้อง”

“แต่เพียวกำลังไม่สบาย คุณรบใจดี คุณรบไม่ทำ”

“งั้นฉันก็จะเอาให้เธอลุกไม่ขึ้นดีไหม หื้อ”เสียงดุถามอีกครั้ง เพียวไผ่ก็อมยิ้มส่ายหน้าช้าๆ ทำตัวเนียนขยับกายเข้าใกล้

“ไม่ดี ฝ่าไฟแดงไม่ดีนะครับ”

“งั้นก็นอนซะ ถ้าไม่อยากป่วยมากกว่านี้”

“ไว้ประจำเดือนหมด เพียวจะยอมคุณรบทุกอย่างเลยครับ”เพียวไผ่ตอบเสียงแผ่วอีกครั้ง มือเล็กก็ยื่นไปจับนิ้วก้อยของคนข้างๆเบาๆ ก่อนจะผงะ ตาโตเมื่อจู่ๆนักรบก็พลิกตัวคร่อมไว้

“ค..อื้ออออ”ปากเล็กถูกบดขยี้อย่างรุนแรง แรงจูบจากการห่างหายหลายเดือนติดกัน ทำใจดวงน้อยอยากละโมบโลภมากกว่านี้ ยกแขนเล็กเกี่ยวคอแกร่งเบียดตัวเข้าหา อีกทั้งยังเผยปากให้คนร่างใหญ่ได้เข้ามาเก็บกวาดความหวานในปากอย่างหน่ำใจ เสียงจูบดังขึ้นในแสงสลัว ลิ้นเล็กแลบออกมาเล็กน้อยตามแรงดูดจนได้ยินเสียงจ๊วบจาบ แขนเล็กที่กอดคอแกร่งเริ่มซุกซน ปล่อยคอแกร่งยืนไปทางส่วนล่างของคนร่างใหญ่ ก่อนจะลูบคลำแผ่วแผ่วเบาที่ส่วนใหญ่โตของคนร่างสูงจนได้เสียงหายใจหืดหาดในลำคอ

“เธอทำมันตื่น”เสียงทุ้มแหบพร่าบอกคนร่างเล็ก เพียวไผ่ก็ยกมือกอดคอนักรบแน่น พยักหน้าไม่ปฏิเสธ

“เพียวคิดถึง”

“……”

“คิดถึงของคุณรบ”

“……”

“คุณรบให้เพียวช่วยนะครับ”

“ไหนบอกว่าง่วง”คราวนี้คนร่างเล็กก็ส่ายหน้าเข้ากับบ่าของคนที่อยู่ด้านบน

“ไม่อยากนอน อยากเล่น”

“เธอซน”

“นะครับ”เสียงออดอ้อนร้องขอ พร้อมกับเสียงสะบัดผ้านวมออก คนร่างสูงก็นั่งพิงหัวเตียง เพียวไผ่รู้หน้าที่ก็ลุกขึ้นหันหน้าเข้าหา ภาวนาขออย่าปวดท้องมาตอนนี้ ยื่นมือดึงกางเกงของนักรบลงมา ก่อนจะใช้มือจับกลางกายของคนร่างใหญ่ท่ามกลางแสงสลัว

 

แม้จะแค่ถูกปลุกเร้าแค่นิดเดียว แกนกายก็เริ่มตั้งขึ้น มันยิ่งขยายตัวจนรู้สึกได้ชัดเมื่อมือนิ่มมาสัมผัส

“อ่าห์”เสียงครางของคนที่นั่งพิงหัวเตียงทำเพียวไผ่อมยิ้ม แตะๆเข้าที่ส่วนหัวราวกับหยอกล้อจนโดนดุ

“เพียวไผ่”

“เพียวจูบได้ไหมครับ”

“เธอ… อืม”เหมือนจะดุแต่กลับเป็นเสียงเอ่ยอนุญาตเบาๆในลำคอ ใบหน้าเล็กโน้มเข้าหาก่อนจะจูบแผ่วเบาเข้าแกนกายที่เริ่มแข็งตัว มือนิ่มก็หยอกเล่นกับพวงกลมสองลูก ปากเล็กก็จูบพรมไปทั่วแกนกายร้อน ก่อนจะแลบลิ้นออกมาแตะเบาๆ เลียจากปลายจนสุดโคน

“อืมมม ดี”เสียงครางผะแผ่วทำคนตัวเล็กเหมือนได้รับคนชม จูบหนักๆมอบให้แกนกายใหญ่ ไม่วายเงยหน้ามองคนร่างสูงที่หลับตาเชิ่ดหน้า แม้จะในความมืดสลัวแต่ก็ยังพอเห็นได้

 

จ๊วบ เสียงปากเล็กดูดดึงเบาๆ ก่อนจะค่อยๆครอบแกนกายใหญ่เข้า ขยับหัวขึ้นลงจนแกนกายใหญ่แทงเข้าสุดโพรงปาก มือหนาจับศีรษะเล็กแล้วขยับเบาๆ พยายามหักห้ามใจไม่ให้กดมือหนักกว่านี้

 

อ่อก! เสียงดูดดังขึ้นเป็นจังหวะพร้อมเสียงสูดปากด้วยความเสียวซ่านครั้งแล้วครั้งเล่า สะโพกหนาเผลอแอ่นขึ้นตามตามจังหวะการใช้ปากคนร่างเล็ก อีกทั้งเผลอขยับกดหัวเล็กเข้าออกอย่างแรง ลิ้นเปียกแฉะภายในที่ตวัดซ้ายตวัดขวาอย่างนึกสนุก ก่อนจะห่อปากดูดราวกับไอติมแท่งจนคนร่างใหญ่ทนไม่ไหว ยกใบหน้าเล็กขึ้นจูบปากซ้ำๆ มือก็สาวแกนกายตัวเองหนักๆจนกระทั่งน้ำขาวขุ่นพ่นจนเปรอะเสื้อเพียวไผ่

เมื่อรู้สึกว่านักรบเสร็จกิจเพียวไผ่ก็ผละจูบซบเข้าอกกว้างหอบหายใจเบาๆ รับรู้ถึงแรงกระเพื่อมของอกกว้างก็ยกยิ้มน้อยๆ

“เพียวเก่งขึ้นมากไหมครับ”

“ใครสอน”

“คุณรบคนเดียว”ตอบด้วยความภูมิใจ ใบหน้าขาวขึ้นสีแดงระเรื่อในความมืด มือเล็กก็ซุกซนอีกครั้งเลื่อนไปกอบกุมกายแกร่งที่ยังคงแข็งขืนไม่หดตัว

“นอนได้แล้วเพียวไผ่”เสียงดุเอ่ย ใบหน้าเล็กก็ส่ายไปมา

“เพียวยังไม่หายคิดถึง”

“เธอ..”พูดไม่ทันจบก้มหน้าก็ปะทะเข้ากับดวงตากวางที่เงยขึ้นมาอย่างออดอ้อน

“เพียวขออีกได้ไหมครับ”

“…”

“เมื่อกี้คุณรบไม่ยอมให้เพียวกินน้ำ”

“…”คนร่างใหญ่เมินใบหน้าไปทางอื่น กัดกรามกรอดๆ ก่อนจะเอ่ยสั้นๆ

“ตามใจ”

 

 

 

 

 

เช้าวันนี้ดูคนจะตื่นเต้นเป็นพิเศษคงไม่พ้นคุณหญิงณิชา ยิ่งได้เห็นใบหน้าของว่าที่ลูกสะใภ้ดูสดใสผ่องใสกว่าวันที่ผ่านๆมาเธอก็เอาแต่ยกยิ้มน้อยใหญ่ ดูตื่นเต้นไปเสียหมดทุกอย่าง จนกระทั่งนักรบจะออกรถเพื่อไปซื้อแหวนแต่งงานกับเลือกชุดแต่งงานหากไม่ได้สามีมาห้ามไว้เธอคงนั่งรถไปกับลูกชายด้วย นักรบได้แต่ส่งสายตาขอบคุณพ่อของตัวเองที่ช่วยดึงไว้

 

รถเคลื่อนออกจากบ้านมุ่งตรงไปยังห้างหรูไม่ไกล ก่อนร้านเครื่องประดับเพรชหรูจะเป็นที่นักรบเลือกตรงเข้าไป เพียวไผ่ก็เดินตามเงียบๆ มาถึงตู้ที่มีแหวนสวยๆเรียงรายในตู้กระจก

“อยากได้วงไหนก็เลือก”เพียวไผ่ก็ส่ายหน้า

“เพียวเลือกไม่ถูก ตามแต่คุณรบเห็นว่าเหมาะดีกว่าครับ”คนตัวใหญ่กว่าก็ปรายตัวมองคนข้างๆเล็กน้อย ก่อนจะขอดูวงที่อีกคนจ้องไม่วางตาอยู่สองวง

“ลองดูสิ”เพียวไผ่เงยหน้ามองนักรบ ก่อนจะหันไปทางพนักงานที่ร่ายยาวถึงคุณสมบัติเพชรนั้นๆที่เพียวไผ่ฟังแล้วไม่เข้าใจ วงแล้ววงเล่าที่ถูกหยิบยกมาให้ดูเพียวไผ่ก็ไม่กล้าจะเอ่ยปากว่าจะเอาวงไหน

“หรือจะไปดูร้านอื่น”เสียงทุ้มถามเพียวไผ่ก็ส่ายหน้า

“แล้วจะเอาวงไหน ไม่มีวงที่ชอบเลยรึไง”

“ปะเปล่าครับ คือ... เพียว...”

“ว่าไง”

“เอาวงที่ราคาถูกที่สุดได้ไหมครับ”เพียวไผ่ก้มหน้าตอบเสียงแผ่ว ได้ยินเสียงคนร่างสูงถึง ถอนหายใจออกมาก็ผวายื่นมือไปจับข้อมือนักรบเบาๆ

“เพียว...เพียวว่ามันแพงไป”

“ฉันมีเงินจ่าย”เพียวไผ่ส่ายหน้า

“เพียวรู้ครับ แต่ว่า มันแพงไปเพียวรับไว้ไม่ได้”

“ถ้าในอีกหนึ่งชั่วโมงเธอยังไม่ตัดสินใจเลือกสักวง ก็ล้มเลิกงานแต่งซะ”ใบหน้าขาวก็เงยขึ้นมาหน้าส่ายอีกครั้ง

“ไม่ครับ ไม่ล้มเลิกนะครับ”

“งั้นก็เลือกแหวนที่เธอชอบมาสักวง”ได้ยินคำดุๆ เพียวไผ่ก็เลือกไม่ได้ เลือกแหวนตามคำสั่งคนร่างใหญ่อย่างเลี่ยงไม่ได้ จนสะดุดตากับแหวนเล็กๆวงหนึ่ง มีเพชรเม็ดเล็กจ้อย ดูน่ารักน่าชัง

“ขอดูวงนั้นได้ไหมครับ”เมื่อพนักงานหยิบขึ้นมาเพียวไผ่ก็หยิบมาดูก่อนจะเผยรอยยิ้มบางๆ เงยหน้าหันไปทางข้างๆ

“คุณรบว่าวงนี้สวยไหมครับ”ตาดุก็ก้มมองเล็กน้อย นึกพึงพอใจไม่น้อยก็ตอบ ‘อือ’ สั้นๆ

“งั้นเพียวเอาวงนี้ครับ”

ได้ในสิ่งที่จำเป็นแล้ว ร้านถัดมาก็เป็นร้านชุดแต่งงานตามที่คุณหญิงณิชาได้บอกไว้ว่าเธอโทรมาแจ้งด้วยตัวเองแล้ว ชุดสูทแต่งงานมากมายที่วางเรียงราย หลากหลายแบบทำเพียวไผ่ได้แต่ทำตาปริบๆ เลือกไม่ถูก ทั้งๆที่นักรบเลือกได้แล้ว เป็นชุดสีดำ เดียวไผ่เลือกไม่ถูกก็ชี้มั่วๆไปที่ชุดสูทสีขาว ก็ลองเข้าไปสวมใส่ ก่อนจะก้าวออกมา พบว่านักรบรออยู่แล้วในชุดแต่งงานที่เลือก

 

เพียวไผ่เหมือนลืมหายใจไปชั่วขณะเมื่อเห็นร่างสมบูรณ์แบบที่ดูเพอร์เฟคไปทุกสัดส่วนของคนร่างสูง ก้มหน้าเขินเล็กน้อยเมื่อสบตาเข้ากับตาคมอีกคนก็จ้องไม่วางตา

“คุณรบว่าชุดนี้โอเคไหมครับ”

“....”ไม่มีเสียงตอบรับกลับมาจนเพียวไผ่นึกไม่มั่นใจในตัวเองเงยหน้าจะเอ่ยถามอีกครั้ง ก็พบดวงตาดุยังคงจ้องมาที่ตัวเองจนประหม่าไปทั้งตัว

“งะ...งั้นเพียวเอาชุดแบบนี้ดีไหมครับ”

“อืม”เสียงทุ้มตอบกลับมา เพียวไผ่ก็ยกยิ้ม ชะงักเมื่อมือหนายื่นมาจัดปกเสื้อให้เขาเบาๆ

“ดูดี”เสียงชมแผ่วเบาทำเพียวไผ่อมยิ้มจนหน้าแดง หันไปทางเจ้าของร้านที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มาให้ทั้งสอง เพียวไผ่ก็เขินทำตัวไม่ถูก จนกระทั่งตัดสินใจเลือกแบบสำหรับสวมใส่ในงานแต่งคนละสองชุดเรียบร้อย ทางร้านก็บอกว่าจะรีบจัดการตัดเย็บให้ดีที่สุดและเร็วที่สุดตามคำรับปากกับคุณหญิงส่งไปให้ก่อนถึงวันงาน

 

จบจากการเลือกแบบเสื้อผ้าสำหรับงานแต่งแล้ว นักรบก็ตรงไปยังร้านนาฬิกาหรูภายในห้าง ส่วนเพียวไผ่ก็ขอตัวไปเปลี่ยนผ้าอนามัยทำธุระที่ห้องน้ำ เสร็จแล้วจึงจะตามไป จนกระทั่งเสร็จธุระก็ตามนักรบเข้าร้านนาฬิกาเห็นคนร่างสูงตั้งใจกับนาฬิการาคาสูงลิบลิ่วเรือนหนึ่ง เพียวไผ่ก็เลือกไปนั่งเงียบๆที่โซฟามุมร้านจนพนักงานเดินมาบอกว่านักรบเรียกไปยังจุดที่ยืนอยู่

“ยื่นแขนมา”

“ครับ?”เพียวไผ่งุนงงจนคนร่างใหญ่จับข้อมือเล็กขึ้นมา สวมนาฬิกาให้ก็มองเงียบๆ

“คุณรบครับ”

“ชอบไหม”เสียงทุ้มดุถาม

“ครับ?”

“ฉันถามว่าชอบรึเปล่า”

“เอ่อ”เพียวไผ่ก้มหน้ามองนาฬิกาบนข้อมือของตัวเอง ก็กระพริบตาปริบๆ นาฬิกาสวยมากเพียวไผ่ยอมรับ และคงแพงมากด้วยเช่นกัน

“ก็...ชอบครับ”นาฬิกาสวยไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่ชอบ แต่เพียวไผ่นึกอยากเปลี่ยนคำตอบตัวเองก็ตอนนี้ที่นักรบยื่นการ์ดให้พนักงานพร้อมบอกว่า

“ของเธอ”

“คุณรบครับ”

“……”

“เพียวไม่รับได้ไหมครับ”เพียวไผ่บอกหน้าเจื่อน

“ถ้าฉันตอบว่าไม่ได้”

“มันแพงไป เพียวรับไว้ไม่ได้จริงๆครับ”เพียวไผ่ส่ายหน้าระรัว แค่แหวนวงเดียวเพียวไผ่ก็เกรงใจจะแย่อยู่แล้ว รู้อยู่หรอกว่าราคานั่นนักรบคงไม่ถึงกับขนหน้าแข้งร่วง แต่เขาไม่อยากรับไว้ มันมากเกินไป แทนที่จะรู้สึกดี เพียวไผ่กลับรู้สึกอึดอัดแทนเสียมากกว่า

“แค่นาฬิกาเรือนเดียวทำหน้าเหมือนฉันทำร้ายเธอ”

“ก็มันมากเกินไปนี่ครับ เพียวไม่อยากให้คนอื่นมองว่าเพียวมาขูดรีดคุณรบหรอกนะครับ”

“ใคร”

“ครับ?”

“ใครมอง”

“ก็....”เพียวไผ่กัดปากพูดไม่ออก

“ถึงอย่างนั้นก็เถอะครับ มันแพงเกินไป”

“ถือซะว่าเป็นค่าอุ้มบุญ”คำตอบที่ตอบกลับมาเพียวไผ่ก็ตอบไม่ถูก มองตามคนร่างใหญ่ที่เดินออกไป บ่นอุบอิบกับตัวเองเบาๆ

“เพียวท้องได้รึเปล่ายังไม่รู้เลย”แต่บ่นไปก็เท่านั้นเพราะคนไม่ฟังก็ไม่ฟังอยู่วันยังค่ำ แถมยังเดินไปไกลแล้วอีกต่างหาก...

 

___________

เปย์ว่างั้น

โปรดล่ะอยากเป่าหูน้องเพียวขูดรีดด็อกเตอร์เยอะๆเลยครับลูก

 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะครับ

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว