email-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่1 ฟ้าหม่น อเนกโสภณ

ชื่อตอน : บทที่1 ฟ้าหม่น อเนกโสภณ

คำค้น : Thanks!ขอบคุณที่กลับมา,โอบกอดฟ้าหม่น,นิิยายมิุถน

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 240

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 13 พ.ย. 2563 08:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่1 ฟ้าหม่น อเนกโสภณ
แบบอักษร

บทที่1 ฟ้าหม่น อเนกโสภณ

  ผมตื่นขึ้นมาก็พบว่าตนเองอยู่ในห้องของโรงพยาบาลแล้ว ผมมาที่นี่ได้ยังไง พี่หอมเหรอ พี่หอมพาผมมาที่นี่เหรอ ผมกวาดสายตามามองหาพี่หอมที่ขึ้นชื่อว่าเป็นพี่สาวของผม แต่ผมก็ไม่เห็นหอมเลยมีแต่เข้าว่างเปล่า เสียงเปิดน้ำดังมาจากห้องน้ำทำให้ผมต้องหันไปมองหรือว่าหอมจะอยู่ในห้องน้ำ เสียงน้ำหยุดลดสักพักประตูห้องน้ำก็ถูกเปิดออก ผมยกยิ้มดีใจที่จะะได้เจอหอมแต่รอยยิ้มของผมต้องหายไปเมื่อคนๆนั้นไม่ใช่หอมพี่สาวผมแต่เป็นผู้ชายสูงโปร่งราวๆ185ซม.ใบหน้าหล่อเหลายากที่จะเอามามนุษย์มาเทียบเท่า เจ้าของใบหน้านั้นชะงักเล็กน้อยแล้วก็ยกยิ้มกว่าด้วยความดีใจและการกระทำของเขาก็ทำให้ผมตกใจขึ้นไปอีกเมื่อเขาวิ่งเข้ามาสวมกอดผมแน่นราวกับกลัวว่าผมจะหายไป

“พี่ไม่ได้ฝันไปจริงๆด้วย ขอบคุณ ขอบคุณที่กลับมานะหม่น” เจ้าของพูดเสียงสั่นเหมือนกำลังจะร้องไห้ เมื่อกี้เขาเรียกผมว่าหม่นเหรอ บ้าหรือเปล่า ผมไม่ได้ชื่อหม่น ผมชื่อกอดต่างหาก เอ๊ะ!หรือผมจะจำผิด จะบ้าเหรอใครมันจะไปจำชื่อตัวเองผิด ผมหลุดออกจากภวังค์เมื่อมีอะไรนุ่มๆมาสัมผัสที่หน้าผากผม ให้ตายเถอะ!เขาจูบหน้าผากผม ผมรวบรวมแรงที่มีผลักเขาออกอย่างแรง เขาทำหน้าตกใจบนใบหน้ามีน้ำตาเปื้อนอยู่ ถึงเขาจะร้องไห้มันก็ไม่ใช่หน้าที่ของผมที่จะมาเห็นใจคนที่เพิ่งลวนลวมผม ผมมองด้วยสายตาไม่พอใจ ต่างกับเขาที่มาผมด้วยสายตาเศร้า

“คุณเป็นใคร”ผมถามเสียงเรียบ เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วกำลังจะก้าวเท้าเขามาหาผม”หยุดอยู่ตรงนั้น” เขาทำตามที่ผมสั่ง

“นี่ หม่นจำพี่ไม่ได้เหรอ” น้ำเสียงนั้นเศร้าอยู่ไม่น้อย หรือจะเป็นเพราะอุบัติเหตุที่ทำให้หม่นจำผมไม่ได้ ต้องใช่แน่ๆ ต้องตามหมอ ผมกำลังจะก้าวขา

“บอกว่าอย่าเข้ามาไง ฟังไม่รู้เรื่องหรือไง”น้ำเสียงไม่พอใจดังขึ้นพร้อมกับใบหน้าที่เอาเรื่อง

“พี่จะเดินไปกดปุ่มเรียกหมอ อย่าดุพี่สิ” ผมพูดและยิ้มให้คนตรงหน้าอย่างอ่อนโยน สีหน้านั้นอ่อนลง ผมเดินไปเรียกกดปุ่มเรียกหมอสักพักหมอกับพยาบาลก็เข้ามาตรงเช็คอาการของฟ้าหม่น ฟ้าหม่นเพิ่งรู้ว่าบนหัวตนเองมีผ้าพันแผลพันอยู่ก็ตอนหมอถามอาการและได้รู้อีกว่าตนหลับไปสามวันเลยทีเดียว หมอบอกว่าอาการดีขึ้นไม่มีอะไรหน้าเป็นห่วงแผลและรอยฟอกช้ำก็เริ่มจะหายแล้วพักฟื้นอีกสักสองสามวันก็กลับบ้านได้

“หมอครับ หม่นจำผมไม่ได้” หมอและพยายาบาลหันมามองผมแล้วหันไปมองฟ้าหม่น

“คุณจำคุณโอบไม่ได้เหรอครับ”

“ ครับ ไม่สิ ไม่ใช่ว่าผมจำไม่ได้ แต่ผมไม่เคยรู้จักเขามาก่อนต่างหาก” หมอกับมองผมเมือนกำลังคิดอะไรอยู่ ส่วนโอบที่ได้ยินแบบนั้นถึงกับทำอะไรไม่ถูกเหมือนมีดหลายด้ามเข้ามาแทงที่อกผมจนแทบกระอักเลือดตาย จำไม่ได้ก็ว่าเจ็บแล้วบอกว่าไม่รู้จักกันนี่ยิ่งเจ็บกว่า

“อาจจะเป็นผลจากการกระแทกกับวัตถุอย่างรุนแรง เดี๋ยวหมอให้คนเอาเช้ากับยามาให้ ส่วนตอนบ่ายหมอจะให้คนมาพาไปที่ห้องเอ็กซเรยะครับ” ผมพยักหน้ารับทราบที่หมอบอก หมอยิ้มให้แล้วหันไปยกยิ้มบางๆให้โอบอย่างเห็นใจ โอบพยักหน้า

“ขอบคุณนะครับหมอ”

“ครับ” หมอกับพยาบาลออกจากห้องไป โอบเดินไปหยิบโทรศัพท์ที่โซฟาแล้วกดโทรหาใครสักคน ไม่นานปลายสายก็รับ

“ฮัลโหล พี่ระ หม่น ฟื้นแล้ว”

(ห่ะ จริงหรือว่ะ แกไม่ได้โกหกฉันให้ดีใจเล่นใช่ไหมว่ะ ) เสียงดีใจอย่างปิดไม่มิด

“ ไม่ตลกจะโกหกทำไม”

(เชี้ยกูโครตดีใจเลยว่ะ สุดท้ายน้องกูก็ฝืนแล้ว อ้าย หม่นมันฟื้นแล้ว….จริงดิ)ระฟ้าดีใจคนเดียวไม่พอยังตะโกนบอกแฟนสาวอีก อ้ายเป็นเพื่อนของผมเราสองคนเป็นกันตั้งแต่มัธยมพอเข้ามหาลัยเราก็เรียนคณะเดียวกันอีก พี่ระฟ้าเป็นพี่ชายของฟ้าหม่น วันที่เกิดเหตุผมโดนพ่อของฟ้าหม่นไล่จนผมต้องกลับมาที่บ้าน ระฟ้ากับอ้ายวางแผนกันแล้วบอกพ่อกับแม่ว่าเดี๋ยวทั้งสองคนจะเป็นคนเฝ้าเองระฟ้านอนเฝ้ากลางคืนและพอถึงเวลาทำงานอ้ายก็จะมาเฝ้าแทนเพื่อเปิดโอกาสให้ผมได้มาเฝ้าอย่างที่ใจต้องการ วันต่อมาผมก็ได้มาเฝ้าฟ้าหม่น กลางคืนก็ได้นอนเฝ้าระฟ้าและอ้ายก็จะแวะมาเยี่ยมตอนเย็น พ่อกับแม่ก็จะมาตอนเย็นส่วนตนก็ต้องไปหาที่อยู่รอให้ท่านกลับไปก่อน พอท่านกลับอ้ายก็จะโทรมาบอก

“พี่ระ พี่อย่าลืมโทรบอกพ่อกับแม่พี่ล่ะ”

 (เออ กูไปถึงสักสิบนาทีโทรค่อยบอก)

“ งั้นก็แล้วแต่ แค่นี้ล่ะ”

(เออๆ)

โอบกดวางสายเมื่อรู้สึกว่ามีสายตาคู่นึงจับจ้องตนอยู่ก็หันไปมองก็เห็นฟ้าหม่นกำลังมองตนอยู่พลางทำหน้าสงสัย โอบเดินไปนั่งที่เก้าอี้ข้างๆเตียงแล้วกำลังจะจับมือฟ้าหม่น ฟ้าหม่นก็ชักมือหนีซะก่อน โอบซะงักเล็กน้อยแล้วเอามือเข้ามาไว้ที่เดิมแล้วยิ้มบางๆให้ฟ้าหม่น

“ผมไม่รู้จักคุณจริงๆนะ ผมพยายามนึกแล้วแต่ผมก็นึกไม่ออก และผมอยากบอกคุณว่าผมไม่ได้ชื่อหม่นอะไรนั้น ผมชื่อกอดต่างหาก ที่คุณเรียกผมว่าหม่นจะว่าเป็นฉายาก็ไม่ใช่” แต่จะว่าไปชื่อนี้คุ้นๆนะเหมือนผมจะเคยได้ยินแต่ไม่ใช่ผมแน่นอน โอบเหรอ รู้สึกว่าผมไม่เคยรู้จักคนชื่อโอบนะ ผมจ้องใบหน้าหล่อตรงหน้าแล้วพยายามนึก จะว่าไปก็เหมือนจะเคยเห็นใบหน้านี้แต่นึกไม่ออกว่าที่ไหน หน้าตาไอ้หมอนี่หล่อใช้ย่อย หุ่นสูงดึงดูดสายตาขนาดนี้ แค่เราเดินผ่านก็จำได้ล่ะ ใช่แน่ๆสงสัยเราคงเดินผ่านกัน

“ สมองหม่นอาจจะได้รับผลกระทบเทือนเลยไม่จำได้”

“ผมชื่อกอดจริงๆนะ ผมอาจจะหน้าเหมือนคนที่ชื่อหม่นก็ได้ คุณลองมองผมดีๆสิ”

“ได้สิ พี่จะดูหม่นให้ละเอียดเลย” ผมพูดพลางยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยแล้วลุกขึ้นยืนแล้วโน้มหน้าเข้าไปดูหน้าฟ้าหม่นใกล้ๆ ทำเอาฟ้าหม่นตกใจแล้วผลักผมออก”ดูยังไงก็เป็นฟ้าหม่นของพี่ชัดๆ จะเป็นคนอื่นได้ยังไง เอ๊ะ!หรือว่าฟ้าหม่นของพี่จะอยากชื่อกอดกันนะ จะให้พี่เรียกน้องกอดก็ได้นะน่ารักดี”

“ตาคุณมีปัญหาหรือเปล่าเนี่ย หรือว่าสมองมีปัญหา ผมไม่ตลกกับคุณหรอกนะ คุณโอบ”แววตาและน้ำเสียงเต็มไปด้วยความจริงจังและไม่พอใจคนตรงหน้า โอบขมวดคิ้วเล็กน้อย เฮ้อ! พลางถอนหายใจ

“ผมต่างหากที่ต้องเป็นคนที่ถอนหายใจ”พูดแล้วโมโหไปล้างหน้าล้างตาให้มันมันเย็นลงหน่อยก็คงดี ผมลงจากเตียงอีกด้านนึงแล้วยื่นมือไปจับเสาน้ำเกลือ

“ให้พี่ช่วยไหม”

“อยากช่วยเหรอ”

“อืม”

“ถ้าอยากช่วยก็ช่วยไปนั่งที่โซฟาแล้วทบทวนสมองของคุณซะ เผื่อมีปัญหาตอนบ่ายเราจะได้ไปเอ็กซเรย์สมองพร้อมกันเลย” ผมว่าเสร็จก็เดินไปที่ห้องน้ำทันที ผมเข้ามาในห้องน้ำมายืนอยู่หน้ากระจก ภาพใบหน้าที่อยู่บนกระจกมันทำให้ผมถึงกับชะงักพลางสายหน้าไปมาอย่างไม่เชื่อสายตา ค่อยๆขึ้นมือขึ้นมาสัมผัสที่หน้าตัวเองแววตาคู่สวยแฝงไปด้วยความโกรธแค้น มือที่จับเสาสายน้ำเกลือกำแน่นจนเส้นเลือดปูด ร่างสูงโปร่งราวๆร้อยแปดสิบ ใบหน้าหล่อและน่ารักในเวลาเดียวกัน

เพี๊ยะ!

ผมใช้มือข้างที่จับหน้าตบหน้าตัวเองอย่างแรงใบหน้าขาวค่อยๆขึ้นสีแดง ไม่ใช่ความฝัน!

เพี๊ยะ! มันไม่ใช่ความฝันจริงๆด้วย ความรู้สึกเจ็บและชาที่แก้มมันแสดงออกแทนคำตอบแล้ว หึหึ ก็ว่าทำไมชื่อมันคุ้นๆเป็นแกนี่เอง

“ ฟ้าหม่น อเนกโสภณ”

ย้อนเวลากลับไปประมาณครึ่งเดือนกว่า

ผมเดินเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ภายในบ้านก็ยังคงเงียบสงบเหมือนทุกๆวันที่ผ่านมาแม่ของผมบอกว่าบ้านเราขาดสีสัน ขาดเสียงหัวเราะ เสียงวิ่งเล่น เสียงโวยวายของสองพี่น้องก็ตั้งแต่ผมกับพี่สาวโตเป็นผู้ใหญ่เลยไม่มีโมเม้นนั้นอีกเลยและมันก็เงียบขึ้นอีกเมื่อพี่สาวของผมแต่งงานมีครอบครัวเป็นของตัวเองแล้ว พี่ก็ต้องดูแลครอบครัวแต่พี่ของผมก็แวะมาที่นี่บ่อยๆเวลาว่าง ส่วนผมก็ไม่ค่อยกลับบ้านส่วนมากจะไปหมกตัวอยู่ที่ออฟฟิศออกแบบงานซะมากกว่า ผมกับเพื่อนร่วมลงทุนเปิดแบรนด์เสื้อผ้าด้วยกันตั้งแต่เรียนจบได้ไม่ถึงครึ่งปีและธุรกิจของเราก็ไปได้สวยมากๆ พ่อผมทำงานที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่และเป็นประธานและมีลุงนภดลเป็นหุ้นส่วนรองลงมาและเป็นรองประธานทั้งสองเป็นเพื่อนกันตั้งงแต่สมัยมหาลัยนี่ก็ตั้งบริษัทมาด้วยกันเกือบ30ปีแล้ว พ่ออยากให้ผมไปทำงานด้วยแต่ผมขอบายผมไม่ชอบทำงานนั้นหัวผมไปทางด้านการออกแบบเหมือนแม่ที่เป็นอดีตดีไซเนอร์มากกว่า แม่ผมไม่ได้ทำงานมาประมาณ8-9ปีแล้วมั้งเพราะปัญหาด้านสุขภาพและพ่อก็อยากให้แม่เป็นแม่บ้านก็พอ ส่วนพี่สาวผมก็ทำงานที่บริษัทพ่อนั้นแหละ ลูกชายคนโตคุณลุงนภดลก็ด้วย ลืมแนะนำตัวไปเลย ผมชื่อ กอดคุณ ส่งเสริมสกุล อายุ24 ปี สูง182ส่วนพี่สาวผมชื่อหอมรัก ส่งเสริมสกุล อายุ26ปีชื่อของพวกเราน่ารักมากใช่ไหมล่ะ ผมก็ว่างั้น ตอนเด็กๆเพื่อนล้อผมใหญ่เลยว่าเป็นผู้ชายอะไรชื่อกอดชื่ออย่างกะผู้หญิง แต่พอแม่บอกที่มาของชื่อผมกับพี่สาวผมกับรู้สึกดีและชอบชื่อนี้มากๆเพราะมันมาจากความรักและเอาใจใส่ที่พ่อแม่มีให้กัน รวมถึงผมกับพี่สาวด้วย ตอนแม่รู้ว่าท้องผม สิ่งแรกที่พ่อทำคือวิ่งเข้าไปกอดและหอมแม่ พ่อเลยเอามาตั้งเป็นชื่อผมและคำว่าคุณก็คือแม่คนที่พ่อไปวิ่งเข้าไปกอด ส่วนตอนที่แม่ท้องพี่หอมพ่อติดแก้มแม่มาก แม่บอกว่าแทบจะบาดเอาแก้มตัวเองไปยัดใส่กระเป๋าให้พ่อพกไว้หอมด้วยความรำคาญ พี่หอมก็เลยได้ชื่อนี้มา คำว่ารักก็ได้มาจากความรักของพ่อกับแม่นั้นแหละท่านทั้งสองคนโครตโรแมติก

“อ้าวคุณกลับมาแล้วเหรอค่ะ ทะ…” ป้าหมูยังถามไม่ทันจบเสียงนึงก็ดังขึ้น ทั้งสองคนเงยหน้าขึ้นไปมองที่บันได

 “กอดกลับมาแล้วเหรอ” พี่หอมยกยิ้มดีใจแล้วกำลังวิ่งลงมาหาผม

“ครับ พี่สาวอย่าวิ่งเดี๋ยวก็ตกบันไดหรอก” ผมปรามพี่สาว ผมไม่อยู่บ้านตั้งอาทิตย์นึงแหนะเพราะงานที่ออฟฟิศยุ่งมากเพราะต้องออกแบบชุดให้ลูกค้าให้ทันตามกำลังตั้งหลายชุดผมกับหลินเพื่อนสนิทหัวหมุนเลยทีเดียวส่วนคนอื่นๆก็วุ่นเรื่องตัดชุดให้ลูกค้า ไหนจะเอาเสื้อส่งเข้าร้านของเราเองอีก หลายวันมานี้ผมแทบจะไม่มีสมาธิทำงานเลยมันหงุดหงิด กังวลอะไรก็ไม่รู้มันทำให้ผมนึกเป็นห่วงที่บ้าน พอโทรมาที่บ้านแม่ก็บอกว่าไม่มีอะไรที่บ้านปกติ ตอนแรกผมไม่เชื่อก็โทรไปถามพี่หอมก็บอกว่าไม่มีอะไร  ยิ่งวันนี้ความรู้สึกหวิวๆในใจของผมมันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆจนผมทนไม่ไหวฝากให้หลินทำต่อเพราะเหลือแค่สองชุดพอเสร็จงานผมก็รีบถ่อมาเลย พี่หอมวิ่งเข้ามากอดผมอย่างแรงจนตัวผมขยับด้วยแรงกอดของพี่สาว ผมตกใจแล้วยกแขนขึ้นกอดตอบพี่สาว

“ทนความหล่อผมไม่ไหวเหรอไงพี่หอมถึงวิ่งมากอดแบบนี้” ผมพูดด้วยน้ำเสียงขี้เล่นพร้อมยกยิ้มบางๆแต่ก็ต้องหุบยิ้มลงเมื่อรู้สึกถึงความเปียกแชะที่หน้าอก”ร้องไห้ทำไมพี่หอม กอดอะไรขึ้น” ป้าหมูเดินออกจากตรงนั้นทันทีเพื่อให้คุณได้คุยกัน

“ กอด”น้ำเสียงนั้นสั่นเครือ หอมรู้ว่าตนไม่ควรอ่อนแอให้น้องชายเห็นแบบนี้แต่ตนไม่สามารถห้ามมันได้เมื่อเห็นหน้าผู้เป็นน้องชายหลายวันและหลายมานี้ตนเครียดมากอยากบอกเรื่องที่เกิดขึ้นเพื่อจะได้ช่วยกันแก้ปัญหาแต่แม่ก็ห้ามไว้เพราะกอดงานยุ่งไม่อยากให้กอดเสียงาน”กอด พ่อแย่แล้ว ฮึกก..พี่ไม่รู้จะช่วยพ่อยังไง”

“พี่หอมพ่อเป็นอะไร มันเกิดอะไรขึ้นกับพ่อ” หอมผละตัวออกจากกอดแล้วขึ้นมาขึ้นปาดน้ำตาลวกๆ

“พ่อขังตัวเองอยู่ในห้องทำงานอ่ะกอด ฮึกก… แม่กับพี่เอาข้าวเอายาไปให้กินพ่อไม่กิน เอาแต่นั่งเหม่ออยู่ที่โต๊ะทำงาน พอพี่กับแม่ตื้อมากๆเข้าพ่อก็อาละวาดละ..ไล่แม่กับพี่ บางครั้งก็ปาของใส่ห้องทำงานตอนนี้เละไม่เหลือเค้าดีเลย ฮึกก…พี่กับแม่ไม่โกรธพ่อเหรอนะ พี่กับแม่เข้าใจ”

“แล้วตอนนี้แม่อยู่ไหน”

“พี่ให้แม่กินยาแล้วให้นอนพักอยู่ห้อง ส่วนพี่ก็กะว่าจะออกมาเดินเล่นให้หายเครียดแต่พี่ก็มาเจอกอดก่อน” ผมยกมือขึ้นเช็ดน้ำให้พี่หอมแล้วเอามือข้างนั้นไปจับมือพี่หอมแล้วจูงมือไปนั่งที่โซฟา

เล่ามาให้หมด” หอมพยักหน้ารับแล้วสูดหายใจเข้าลึกๆ

“ก่อนหน้านี้พี่ กับพ่อแม่ไปพักผ่อนกันใช่ไหม”ผมพยักหน้ารับ ใช่ วันนั้นลุงนภดลมาที่บ้านแล้วเล่าให้แม่ฟังว่าช่วงนี้งานที่บริษัทยุ่งมากจนพ่อเครียดทำแต่งานจนไม่ยอมพัก ข้าวปลาแทบไม่แตะ เรื่องนี้แม่ไม่เครียดรู้เลยพ่อไม่เคยเล่าให้ฟังว่าที่บริษัทมีปัญหา พอพ่อกับมาที่บ้านก็ทำตัวและพูดคุยยิ้มแย้มกับแม่ปกติและก็ไปทำงานที่ห้องทำงานเหหมือนทุกๆวัน แม่เลยไม่ได้เอะใจ ลุงนภดลบอกว่าท่านเป็นห่วงสุขภาพของพ่อเลยจัดทริปเที่ยวภูเก็ตให้แล้วเอาตั๋วเครื่องมาให้ที่บ้านเป็นการมัดมือชกแม่ก็เห็นดีเห็นงามด้วย ผมว่ามันก็ดีเหมือนกันพ่อจะได้พักส่วนผมติดงานที่ผมเพิ่งทิ้งให้หลิวมันนี้ไงเลยไปไม่ได้

เฒ่างูพิษนั้นมาหลอก หลอกพวกเราทุกคน พวกเราไปภูเก็ตได้สองวัน เย็นนั้นเลขาของคุณพ่อก็โทรมาถามคุณพ่อเรื่องที่คุณพ่อขายหุ้นทั้งหมดของคุณพ่อให้กับ…” หอมชะงักพลางกำมือแน่นจนสั่นเท่าด้วยความโกรธขอบตาแดงก่ำน้ำที่เหือดแห้งไปมันกลับมาอีกครั้ง”ไอ้นภดลสารเลวนั้น” ผมถึงกับอึ้งแทบจะไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยิน

“เย็นวันนั้นมันเรียกคณะกรรมการของบริษัทประชุมและบอกกับทุกคนว่าพ่อขายหุ้นทั้งหมดของพ่อให้มันพร้อมกับเอกสารที่เป็นหลักฐานและยังบอกอีกว่าพ่ออยากพักแล้วงานบริษัทมันเครียดพ่อสู้ต่อไม่ไหวแล้ว พ่ออยากมีเวลาให้ครอบครัวมากขึ้นและตอนนี้ก็เอากำลังพักผ่อนกับครัวแล้วก็เอารูปที่มันขอให้พ่อส่งไปให้ให้ทุกคนและยังมีหน้าบอกว่าพ่อแฮปปี้ที่เลือกทางนี้  แฮปปี้พ่อมึงไอ้สัส พอพ่อโทรไปหามันแต่มันผิดเครื่องหนี  พวกเรากลับมาถึงกรุงเทพในคืนนั้นก็ตรงไปที่บ้านของมัน มันให้พวกเราเข้าไปคุยในห้องทำงานแล้วพ่อก็ถามเรื่องนั้น” ผมยื่นมือไปกุมมือพี่หอม ความรู้ความตอนนี้ก็โมโหแทบบ้า

“พ่อถามมัน มันตอบพ่อมาหน้าตาเฉยว่าบริษัทเป็นของมันแล้วพ่อขายหุ้นให้มันแล้ว พ่อเถียงกลับว่าพ่อไม่เคยขาย พ่อจะขายได้ยังไงในเมื่อบริษัทมันคือทุกอย่างของพ่อ มันเอาเอกสารซื้อขายมาชูให้พวกเราอ่านและมันก็เป็นลายเซ็นต์พ่อจริงๆพร้อมกับเลขาของมันที่เซ็นต์เป็นพยาน แต่บอกว่าพ่อไม่ได้เซ็นต์มันปลอมขึ้นแถมยังปลอมได้เหมือนมาก พ่อจะแย่งเอกสารมาจากมันมันผลักพ่อจนล้มแล้วเดินไปนั่งที่เก้าอี้อย่างหน้าด้านๆ”ผมหายใจหนักขึ้นด้วยความโกรธ มันทำกลับพ่อได้ยังไง

“ไอ้สารเลว” น้ำเสียงผมมันเต็มไปด้วยความโกรธแค้น

“ใช่ มันสารเลวกว่าที่เราคิดอีกกอด วันนั้นพี่ขู่ว่าจะไปแจ้งความว่านั้นเป็นลายเซ็นต์ปลอม มันกลับหัวเราะเสียงดังอย่างชอบใจ พ่อแทบจะพุ่งเข้าไปหามันอีกแต่แม่ดึงไว้เพราะไม่อยากให้พ่อเจ็บตัว มันเปิดคลิปในโน๊คบุ๊คให้พวกเราดูมันเป็นคลิปที่พ่อเอกสารอะไรสักอย่าง มีมันและเลขาของมันอยู่ด้วย แล้วมันก็พูดว่านี่ไงหลักฐานว่าพ่อหนูเป็นเซ็นต์จะฟ้องลุงในข้อหาอะไรระวังลุงแจ้งความกลับนะ พ่อผลักแม่ออกแล้วเดินไปหยิบโน๊คบุ๊คปาลงพื้นแล้วกระคอเสื้อมัน พ่อบอกว่าเอกสารวันนั้นไม่ใช่เอกสารฉบับนี้ พ่อต่อยหน้ามันไม่ยั้งมือเลย พี่กับแม่ไม่ห้ามด้วยช้ำมันสมควรโดน ฮึกก…”สุดท้ายหอมก็ร้องไห้ออกมาอย่างหนัก โอบรีบดึงหอมกับมากอดพลางลูบหลังปลอบประโลมผู้เป็นพี่สาว ขอบตากอดแดงก่ำจนหน้ากลัวแต่ก็พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลลงมา

“ถ้าไม่ไหวก็ไม่ต้องพูดแล้ว”

“ไม่ พี่จะพูดต่อ มันเรียกให้ลูกน้องมันเข้ามาจับพ่อไว้ พี่กับแม่จะเข้าไปช่วยลูกน้องมันก็เอาปืนขึ้นมาจ่อที่หัวพ่อ ฮึกก…กะ..กอดรู้ไหมว่าพี่กับแม่กลัว ฮึกก…กลัวว่าจะตาย พะ…พี่โกรธจริงๆนะกอด”

“ตอนนี้ไม่เป็นอะไรแล้วนะ ไม่เป็นไรแล้ว”

“มะ..มันเอาเช็คมาตบที่หน้าพ่อเราอ่ะ…ไอ้สารเลวนั้นมันกว่าดียังไง พ่อไปรู้จักกับไอ้ชาตหมานั้นได้ยังไง ฮึกก…เอาความเคารพที่กูกับน้องกูเคยมีให้มึงคืนมา…ไอ้นรกส่งมาเปิด เอาคืนมา…” หอมทั้งร้องไห้ทั้งพูดทั้งตะโกนออกมาด้วยความเจ็บปวดกำปั้นทุบอกกอดด้วยความคับแค้นใจ กอดกระชับกอดพี่สาวแน่นขึ้น หอมค่อยๆหยุดกำปั้นที่ตุบตีกอดลงช้า

“แต่พ่อไม่ได้เอาเช็คนั้นนะตะ…ตั้งแต่มันนั้นพ่อก็เอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้องทำงานฮืออ..เกือบอาทิตย์นึงแล้วกอด ถ้าพ่อยังเป็นแบบนี้ พี่กลัว อย่างน้อยกินข้าวกินยาก็ยังดี” พ่อผมเป็นโรคความดันโรคสูง

“ อืม เดี๋ยวผมเอาข้าวเอายาไปให้พ่อเองเอง ผมว่าพี่หอมขึ้นไปพักผ่อนดีกว่า” หอมค่อยๆดันตัวเองออกจากกอด ใบหน้าใสมีแต่น้ำตา ขอบตาคู่สวยบวมเป่งพลางสะอื้นเบาๆผมยื่นมาไปไกล่น้ำให้พี่หอมอย่างถนุถนอม อยู่ๆน้ำตาที่ผมกลั้นไว้มันก็ไหลออกมาผมรีบก้มหน้าเอามือที่กำลังเช็ดน้ำตาให้พี่หอมลง ผมไม่อยากร้องไห้ตอนนี้ ตอนนี้ผมต้องเข้มแข็งสิ ทุกคนกำลังอ่อนแอ ผมจะอ่อนแอไม่ได้ ถ้าผมอ่อนแอใครจะเป็นที่พึงให้พวกเขา ทำไมคนที่ผมรักต้องมาเจออะไรแบบนี้ ทุกคนไม่เหมาะกับน้ำตาเลยสักนิด รอยยิ้ม เสียงหัวเราะต่างหากเหมาะกับพวกเขา

“กอด” ผมรีบเช็ดน้ำตาแล้วเงยหน้าขึ้นมายิ้มให้พี่หอม

“โอเค”

“กอดถ้าจะร้องก็ร้องออกมาเถอะอย่าเก็บมันไว้” ผมยกยิ้มบางๆพลางส่ายหน้าเบาๆ

“กอดไม่เก็บไว้ซะหน่อย เมื่อกี้กอดร้องไห้แล้ว แล้วกอดก็ร้องไห้พอแล้ว พี่หอมหิวไหมเดี๋ยวกอดให้ป้าหมูทำอะไรมาให้กิน”

“ไม่พี่กินพร้อมแม่แล้ว กอดนั้นหิวไหม”

“กอดก็กินพร้อมหลิวมาแล้ว พี่หอมขึ้นไปนอนพักเถอะนะ” อันที่จริงผมยังไม่ได้กินอะไรมาเลยด้วยซ้ำนอกจากกาแฟ

“อืม”

“ผมขึ้นไปส่งไหม ไม่เป็นไร”

ผมถือถาดข้าวต้มขึ้นมาหยุดหน้าห้องทำงานของพ่อพลางสูดหายใจเข้าลึกๆแล้วพยายามลบความเจ็บปวดออกจากใบหน้าแล้วลองยิ้มกับตัวเอง

ก๊อกๆๆ

“พ่อครับนี้กอดเองนะครับ พอดีกอดเอาข้าวกับยามาให้พ่อกินนะครับ กอดเข้าไปนะ” ผมขออนุญาตแล้วเปิดประตูภาพที่ผมเห็นทำให้ผมชะงักเดินโดยอัตโนมัติ มือที่ถาดสั่นขอบตาร้อนผ่าว

“พ่ออย่า……………..” ผมตะโกนสุดเสียง

ปัง!

เพล้ง!หลังจากที่เสียงปืนจบลงถาดข้าวในมือของผมตรงลงพื้นทันที น้ำตาไหลราวกับเขื่อนแตกผมรีบวิ่งเข้าไปหาพ่อโดยไปสนใจเศษที่พื้น ผมวิ่งไปทรุดเข่าลงข้างๆเก้าอี้พ่อพลางยื่นมาไปเขย่าร่างที่ไร้สติของพ่อเลือดสีแดงสดไหลออกมาจากขมับทั้งสองข้างที่มันทะลุถึงกันเลือดกระจายเต็มบริเวณนั้น

“พ่อ ฮืออ…พ่อ”ร่างกายผมสั่นไปหมด ผมเขย่าร่างพ่อแรงขึ้นเรื่อยๆ”ฮืออ…พ่อ..มะ…มันไม่จริงใช่ไหม ฮึกก…ไม่จริง” ผมพูดเสียงสั่นพลางส่ายหน้าไปมาทั้งน้ำตา ผมพุ่งเข้าไปกอดร่างไร้วิญญาณของพ่อ”ฮืออ…ไม่จริงพ่อแกล้งผมเล่นใช่ไหม ระ..หรือว่าผมฝัน ใช่มันคือความฝัน ผมฝันใช่ไหมครับพ่อ”หอมกับกชกรได้ยินเสียงปืนก็สะดุ้งตื่นความรู้สึกตอนนั้นมันบอกให้ต้องไปที่ห้องทำงานเมื่อมาถึงภาพตรงหน้าก็ทำให้หอมช็อคยืนแข็งทื่อก้าวขาไม่ออกใบหน้ามีแต่น้ำตา

“กรี๊ดดดดด”เสียงกรีดร้องของกชกรผู้เป็นภรรยาดังขึ้นด้วยความเจ็บปวดมือทั้งสองของกุมศีรษะของตัวเอง”กรี๊ดดดด ไม่จริงงงงง คุณวีร์ ฮืออ….ไม่จริง” หอมได้สติรีบเข้าไปประคองผู้เป็นแม่ที่กำลังกำลังจะล้มลงกับพื้น กชกรร้องไห้เส้นเลือดที่หน้าผากปูด ใจของกรกชไปอยู่ข้างร่างของผู้เป็นสามีแล้วแต่ขาทั้งสองขากลับไม่มีแรง รู้สึกเหมือนจะเป็นล้มแต่กชกรก็ฟื้นไว้ คนในบ้านรีบเข้าดูก็ตกใจไม่แพ้กัน ป้าหมูรีบเข้าช่วยหอมพยุงกชกร

“คุณท่านทำใจดีๆนะคะ”

“มะ…แม่ แม่ค่ะ พะ..ฮืออ”หอมสะอื้นจนพูดไม่ได้ศัพท์

“หอมพาพะ..แม่ไปหาพ่อ พาแม่ไปหาพ่อ” หอมกับปป้าหมูพยุงกชกรเข้าไปหยุดข้างผู้เป็นสามี กอดผละออกจากผู้เป็นพ่อเงยหน้ามองทุกคนทั้งน้ำตา หอมสะอื้นร้องไห้ด้วยน้ำเสียงเจ็บปวด ป้าหมูก็ร้องไห้เช่นกัน กชกรขาทรุดเหมือนจะล้มหอมกับป้าหมูรีบพยุงขึ้น

“หอม” หอมแม่ที่เรียกตนแต่สายตายังคงมองพ่อ หอมปล่อยให้เป็นอิสระ ป้าหมูมองหอม เมื่อเห็นหอมพยักหน้าก็ปล่อยคุณผู้หญิง กชกรเดินเข้าไปกอดสามีด้วยความเจ็บปวด หอมร้องไห้จนปวดหัวสายตาเริ่มมองอะไรไม่เห็น กอดมองไปที่พี่สาวพี่ยืนแทบไม่อยู่ เช็ดน้ำตาตัวเองแล้วค่อยๆลุกขึ้นยืนพลางเซเล็กน้อย กอดไม่รู้ตัวซะด้วยซ้ำว่าตนหยิบเศษแก้วตอนวิ่งเข้ามาตอนนี้รองเท้ามีแต่เลือด กอดพยายามเดินให้คงที่มากที่สุด กอดเดินไปหาหอมแล้วดึงหอมเข้ามากอดทันที หอมกอดผู้เป็นน้องชายแน่น มือทั้งสองข้างจิกแผ่นกอด กอดปล่อยให้น้ำไหลเงียบ

“ฮืออ…กอดพวกเรากำลังฝันอยู่ใช่ไหม”

“พี่หอมมันคือเรื่องจริง” กอดตอบไปตามความจริงกอดไม่อยากให้หอมเป็นเหมือนตนก่อนหน้านี้ ที่เอาแต่พูดหลอกตัวเอง

กชกรค่อยๆผละออกจากสามีและยื่นมือที่สั่นเทาเข้าไปจับที่แก้มผู้เป็นสามีด้วยหัวใจที่แตกร้าวแล้วสะอื้นร้องไห้เสียงดัง

“คะ..คุณวีร์ค่ะ ทำไม..ทำไมการตัดสินใจหนีปัญหาของคุณ ฮืออ..มันทำให้พวกเราเจ็บปวดถึงขนาดนี้..ฮืออ ถึงฉันจะโกรธคุณที่คุณทิ้งฉันกับละ..ลูกไป แต่ความโกรธของฉัน มันก็น้อยกว่าความรักที่ฉันมีให้คุณวีร์” กชกรค่อยๆโน้มใบหน้าลงไปจูบริมฝีปากผู้เป็นสามีทั้งน้ำตา

หลังจากงานศพของพ่อสิ้นสุดลงกอดก็กลับไปทำงานทันทีเพราะตนไม่อยากกลับบ้าน ไม่อยากกลับไปเห็นภาพที่เห็นพ่อฆ่าตัวตายต่อหน้าต่อตาและภาพความทรงจำเก่า กลับไปก็ไม่มีใครเพราะแม่ก็ไม่อยู่ตอนนี้แม่ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลจิตเวช เนื่องจากอาการแม่หนังมาก ท่านไม่พูดไม่กินก็เอาแต่ร้องไห้ เหม่อลอย กลางคืนก็ลุกขึ้นมากรี๊ดและร้องไห้ปานจะขาดใจ และร้ายแรงที่สุดคือแม่เข้าไปในครัวแล้วหยิบมีดขึ้นเพื่อจะฆ่าตัวตายดีที่ป้าหมูเข้าช่วยทัน พี่นุกสามีของหอมเป็นเสนอความคิดให้พาแม่ไปรักษา รวมผมกับพี่หอมด้วย ผมปฎิเสธที่จะรักษาแม้ว่าพี่หอมจะคะยั้นคะยอก็เถอะ สงสัยใช่ไหมว่าทำไมผมถึงแต่ทำงานไม่เอาเวลาไปแก้แค้น…ไม่ใช่ว่าผมเป็นคนดี ผมแค่รอเวลาเท่านั้น จะแก้แค้นไอ้เดนคนนั้นได้ต้องแก้แค้นด้วยสมอง ตอนนี้ผมกำลังขับรถไปเยี่ยมแม่ที่โรงพยาบาล ผมคิดถึงแม่ยิ่งเร็วยิ่งดี อยู่ดีๆผมก็วูบ พอผมพยายามลืมขึ้นมาภาพร่างตรงหน้า

“ตื่นสิกอด มึงอย่าเพิ่งมาตายตอนนี้ มึงยังไม่ได้แก้แค้นพวกมันเลย”ผมลืมตาไม่ขึ้นแล้ว”ช่วยด้วยผมยังไม่อยากตาย ข้อร้อง ข้อร้อง อยากเอาผมไป”และแล้วคำข้อร้องของผมก็ไม่เป็นผมวูบหลับไปแล้ว

ปัง!รถของกอดพุ่งไปชนกันเสาไฟฟ้าอย่าแรง

กลับมาปัจจุบัน

ใบหน้าของกอดในร่างของฟ้าหม่นเต็มไปด้วยน้ำตาด้วยตาคู่สวยเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความแค้น ยิ่งกอดเห็นใบหน้าตัวเองตอนนี้กอดยิ่งเกลียดยิ่งแค้น ถึงกอดจะเกลียดเจ้าร่างและสายเลือดสารเลวที่กำลังวิ่งอยู่ในร่างกายแต่ก็ปฎิเสธไม่ได้ว่ามันมีประโยชน์กับตน

“คนเราเมื่อมีแผลก็ต้องรักษา.....แต่ถึงจะรักษายังไงแผลลึกมันก็ทิ้งรอยแผลเป็นให้เราปวดใจเล่นอยู่ดี

และมันก็ทำให้เราจดจำได้ดีเช่นกันว่าที่มาขอแผลนั้นได้มาอย่างไร.....ในเมื่อมันทำให้เราเกิดแผลที่ยากจะลืมทำไมเราไม่ลองสร้างบาดแผลให้มันดูบ้างล่ะและแล้ววันที่รอคอยก็มาถึง....” กอดปาดน้ำตาด้วยแววตาที่พอใจที่เต็มไปด้วยไฟแค้น

“Thanks! ขอบคุณที่กลับมา” ผมพูดขอบคุณตัวเองและเจ้าของร่างที่มอบร่างนี้ให้ผม

 

 

 

เปิดมาตอนแรกเป็นยังไงบ้างค่ะ อ่อนโยนไหม555

มิถุนห่างหายไปนานเลยไม่ค่อยมีความมั่นใจ ลีดแสดงความคิดเห็นกันได้นะ มิถุนจะได้รู้

#โอบกอดฟ้าหม่น

ความคิดเห็น